resort, รีสอร์ท, ที่พัก
 
 
 
 
 
 
 


ที่พักภาคเหนือ
เชียงราย
เชียงใหม่
กำแพงเพชร
ตาก
นครสวรรค์
น่าน
พะเยา
พิจิตร
พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
แพร่
แม่ฮ่องสอน
ลำปาง
ลำพูน
สุโขทัย
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กาฬสินธุ์
ขอนแก่น
ชัยภูมิ
นครพนม
นครราชสีมา
บุรีรัมย์
บึงกาฬ
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุบลราชธานี


ที่พักภาคกลาง
กรุงเทพมหานคร
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นนทบุรี
ปทุมธานี
ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
เพชรบุรี
ราชบุรี
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สระแก้ว
สระบุรี
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
อยุธยา
อ่างทอง


ที่พักภาคตะวันออก
ชลบุรี, พัทยา
ระยอง
จันทบุรี
ตราด


ที่พักภาคใต้
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา
พัทลุง
ภูเก็ต
ยะลา
ระนอง
สงขลา
สตูล
สุราษฎร์ธานี

Link เพื่อนบ้าน
หอพัก
หอพัก
ห้องพัก





โอนิซึกะ, onitsuka, onitsuka tiger
Bangkok Dating, Thailand Matchmaker, Thailand Dating, Bangkok Matchmaker, dating bangkok, dating thailand, thai dating, online dating, single thai girls, thai women, dating service, speed dating, บริการหาคู่, บริษัทจัดหาคู่, หาคู่, หาแฟน, หาเพื่อน, จัดหาคู่, จับคู่, แม่สื่อ, ธุรกิจหาคู่
ถุงจัมโบ้, พาเลท

แนะนำรีสอร์ท, ห้องพัก, ที่พัก, บ้านพัก สำหรับพักผ่อนยามท่องเที่ยว


จังหวัดกรุงเทพมหานคร ( Bangkok )



กรุง​เทพฯ ดุจ​เทพสร้าง ​เมืองศูนย์กลาง​การปกครอง วัด วัง งาม​เรืองรอง ​เมืองหลวงของประ​เทศ​ไทย

 

                กรุงเทพฯ หรือ บางกอก เมืองหลวงของประเทศไทย เริ่มก่อตั้งภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงครองราชย์ปราบดาภิเษกเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชจักรีวงศ์ เมื่อวันเสาร์ ที่ 6 เมษายน เดือน 5 แรม 9 ค่ำ ปีขาล พ.ศ. 2325 พระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังทางคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยาฟากตะวันออก เนื่องจากเป็นชัยภูมิที่ดีกว่ากรุงธนบุรีเพราะมีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแนวคูเมืองทางด้านตะวันตก และด้านใต้อาณาเขตของกรุงเทพฯ ในขั้นแรกถือเอาแนวคูเมืองเดิมฝั่งตะวันออกของกรุงธนบุรี คือ แนวคลองหลอด ตั้งแต่ปากคลองตลาดจนออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานพระปิ่นเกล้า เป็นบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ มีพื้นที่ประมาณ 1.8 ตารางกิโลเมตรบริเวณที่สร้างพระราชวังนั้นเดิมเป็นที่อยู่อาศัยของพระยาราชเศรษฐี และชาวจีน ซึ่งได้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปอยู่ที่สำเพ็ง ในการก่อสร้างพระราชวังโปรดเกล้าฯ ให้พระยาธรรมาธิบดี กับพระยาวิจิตรนาวีเป็นแม่กองคุมการก่อสร้าง ได้ตั้งพิธียกเสาหลักเมือง เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 6 ขึ้น 10 ค่ำ ย่ำรุ่งแล้ว 54 นาที (21 เมษายน 2325) พระราชวังแล้วเสร็จ เมื่อพ.ศ. 2328 จึงได้จัดให้มีพิธีบรมราชาภิเษกตามแบบแผน รวมทั้งงานฉลองพระนคร โดยพระราชทานนามพระนครใหม่ว่า “กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์” ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเปลี่ยน คำว่า “บวรรัตนโกสินทร์” เป็น “อมรรัตนโกสินทร์” และในสมัยจอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรีได้รวมจังหวัด ธนบุรีเข้าไว้ด้วยกันกับกรุงเทพฯ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “กรุงเทพมหานคร” เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2515

                ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมี 50  เขต  

1.  เขตพระนคร                     2.     เขตดุสิต             3.     เขตหนองจอก                    4.     เขตบางรัก           5.     เขตบางเขน

            6.    เขตบางกะปิ                 7.     เขตปทุมวัน        8.     เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย       9.     เขตพระโขนง      10.     เขตมีนบุรี

           11. เขตลาดกระบัง              12.   เขตยานนาวา      13.   เขตสัมพันธวงศ์                 14.   เขตพญาไท         15.     เขตธนบุรี

           16. เขตบางกอกใหญ่          17.   เขตห้วยขวาง     18.   เขตคลองสาน                   19.   เขตตลิ่งชัน          20.    เขตบางกอกน้อย

           21. เขตบางขุนเทียน          22.   เขตภาษีเจริญ      23.   เขตหนองแขม                 24.   เขตราษฎร์บูรณะ   25.  เขตบางพลัด

          26. เขตดินแดง                    27.   เขตบึงกุ่ม            28.   เขตสาทร                         29.   เขตบางซื่อ           30.     เขตจตุจักร

          31.เขตบางคอแหลม          32.   เขตประเวศ           33.   เขตคลองเตย                   34.   เขตสวนหลวง       35.     เขตจอมทอง

          36. เขตดอนเมือง                37.   เขตราชเทวี         38.   เขตลาดพร้าว                   39.   เขตวัฒนา              40.     เขตบางแค

          41. เขตหลักสี่                     42.   เขตสายไหม        43.   เขตคันนายาว                   44.   เขตสะพานสูง        45.     เขตวังทองหลาง

          46. เขตคลองสามวา           47.   เขตบางนา           48.   เขตทวีวัฒนา                   49.   เขตทุ่งครุ               50.     เขตบางบอน

 

สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกรุงเทพมหานคร

 

เอเชียทึค เดอะ รีเวอร์พร้อนท์ ( ASIATIQUE THE REVERFRONT )          กรุงเทพมหานคร  ( Resortdd.com )

   เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ถือกำเนิดขึ้น ภายใต้แนวคิด Festival Market and Living
   Museum แหล่งท่องเที่ยวและไลฟไสตล์ช้อปปิงริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
   เป็นพื้นที่ซึ่งได้ออกแบบให้พร้อมด้วยองค์ประกอบหลากหลาย เพื่อรองรับและเติมเต็มความ
   ต้องการของนักท่องเที่ยวและคนหลากหลายกลุ่มได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น

   ย่านเจริญกรุง ประกอบไปด้วย ร้านขายของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว และสินค้าของตกแต่ง
   บ้าน ที่สวยงามหลากหลาย อีกทั้งยังมีโรงละคร ที่รองรับผู้ชมได้กว่า 400 ที่นั่ง สำหรับผู้ที่ชื่น
   ชอบศิลปวัฒนธรรมไทย กับหุ่นละครเล็ก โจหลุยส์ หรือโชว์สุดอลังการจากคาลิปโซ่ รวมถึงร้าน
   อาหารชั้นนำ

  

 

ย่านกลางเมือง เป็นลานจัดกิจกรรมกลางแจ้ง และโซนอาหารนานาชาติ ที่รวบรวมอาหารขึ้น ชื่อจากประเทศต่างๆ ในบรรยากาศง่ายๆ สบายๆ พร้อมรื่นเริงไปกับ เครื่องดื่มและเบียร์เย็นๆ ที่ Asia House

ย่านโรงงาน เป็นแหล่งพบปะสังสรรค์แห่งใหม่บนถนนเจริญกรุง ที่รวบรวมร้านอาหาร ผับ และร้านค้ามีสไตล์มากมาย ให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจหลังเลิกงาน พรั่งพร้อมไปด้วยสินค้าแฟชั่น และของประดับตกแต่ง ให้เลือกซื้ออย่างจุใจ ในบรรยากาศสนุกสนานยามค่ำคืน

ย่านริมน้ำ ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศแบบพาโนราม่า ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยทางเดินริมแม่น้ำที่ยาวกว่า 300 เมตร พบกับร้านอาหารมีระดับ มากมาย ทั้งอาหารญี่ปุ่น อิตาเลี่ยน ไทย จีน และซีฟู้ด

นอกจากนี้ ภายในโครงการ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ได้สอดแทรกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต เพื่อเป็นการให้ความรู้ในลักษณะจดหมายเหตุ เกี่ยวกับความสำคัญในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น วิถีชีวิตริมแม่น้ำเจ้าพระยา การค้าขายกับต่างประเทศในยุคล่าอาณานิคม พร้อมบอกเล่าถึงความเจริญของสถาปัตยกรรมในยุคนั้น ด้วยการปรับปรุงอาคารเก่า และรักษาโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมในสภาพเดิมไว้เกือบทั้งหมด

 ที่ตั้งโครงการ : 2194 ถนนเจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร  เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร 10120

 

เมกาบางนา              กรุงเทพมหานคร  ( Resortdd.com )

   "เมกา บางนา"  ศูนย์การค้าแนวราบระดับภูมิภาคแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ด้วยเงิน
   ลงทุนกว่า 12,000 ล้านบาท ที่รวบรวมเอาศูนย์การค้าขนาดใหญ่หลายแห่งมารวมกันไว้บน
   พื้นที่กว่า 254 ไร่ ในย่านบางนา-ตราด กม.8  ทั้ง  อีเกีย, โรบินสัน, บิ๊กซี เอ็กตร้า, โฮมโปร
   และเมกา ซีนีเพล็กซ์ รวมกว่า 800  ร้านค้า  9 โซน โดยเปิดบริการตั้งแต่ 10.00-22.00 น.

               

 

 

 

 

การเดินทางไป เมกา บางนา   ( ข้อมูลจาก guchill.com )

                1. รถยนต์

                จากในกรุงเทพ:

                จะวิ่งสายสุขุมวิท ข้างล่างด่วนหรือ ใช้เส้นทางด่วนบูรพาวิถีมุ่งหน้าจังหวัดชลบุรีก็ได้ แล้ว ใช้ทางออกบางแก้ว (ม.รามคำแหง 2 ) แล้วขึ้นสะพานกลับรถชิดซ้ายไว้  จะเจอป้ายนำทางเข้าสู่เมกาบางนา

                จากวงแหวนบางปะอิน – กาญจนาภิเษก:

                ขับออกที่ทางออกบางนา กลับรถลงทางถนนบางนา-ตราด หรือขับตามป้ายพระราม 2 แล้วชิดซ้าย  แและใช้ทางออกก่อนด่านเก็บเงิน  จากนั้นกลับรถใต้ทางด่วน เข้าสู่ด้านหลังของเมกาบางนา เส้นทางนี้จะเจออิเกียก่อน

                จากชลบุรี :

                ขึ้นด่วนด่วนบูรพาวิถี แล้วมาลงที่ทางออกบางพลี – ลาดกระบัง หรือใช้ทางลง กาญจนาภิเษก – พระราม 2 แล้วกลับรถด้านหลังด่านเก็บเงิน

                2. รถสาธารณะ

                หรือใช้บริการ Shuttele-Bus ที่มีบริการรับส่งที่สถานี BTS สถานี อุดมสุขได้

                เส้นทาง: BTS อุดมสุข (ทางออก 5) – บางนาตราด กม.3 (เซ็นทรัลบางนา) – เมกาบางนา

                รอบแรก: 10.00 น. จาก BTS อุดมสุข (ทางออก 5)

                รอบสุดท้าย: 23.00 น. จาก เมกาบางนา3

 

กรมการรักษาดินแดน                      กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ที่ถนนเจริญกรุง เขตพระนคร ภายในมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ ศาลเจ้าพ่อหอกลอง
   พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (เปิดวันจันทร์-ศุกร์ 09.00-15.30 น.)











 

การกีฬาแห่งประเทศไทย                    กรุงเทพมหานคร

   2088 ถ.รามคำแหง หัวหมาก บางกะปิ โทร. 0 2318 0938, 0 2318 0940 โทรสาร 0 2319
   3883 เปิดบริการให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการและมีการฝึกสอนกีฬาต่างหลายชนิด เช่น ว่ายน้ำ
   เทนนิส เป็นต้น website: www.sat.or.th










 

การแสดงคาลิปโซ่                   กรุงเทพมหานคร

   การแสดงคาลิปโซ่ ตั้งอยู่ในบริเวณเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ถนนเจริญกรุง เป็นโรงมหรสพ
   ที่บรรจุไว้ด้วยการแสดง การละเล่น เต้นรำ ละครสั้นสลับเพลง และระบำสลับฉาก พร้อมการแสดง
   ตลก บนเวทีแบบสด ๆ หรูหราตามแบบสมัยนิยม หลากหลายด้วยท่วงทำนอง ดนตรีประสาน
   เสียง ที่จะเนรมิตรความเพลิดเพลินไปพร้อมกับแสงสี และเครื่องแต่งกายตระการตาหลายชุด เปิด
   การแสดงทุกวันเวลา 20.15 น. และ 21.45 น. จองบัตรล่วงหน้าได้ที่ โทร. 0 2653 3960-2 (ใน
   เวลา 09.00 - 18.00 น.) และ 0 2216 8937-8 (ในเวลา 18.00-22.00 น.) ดูรายละเอียดเพิ่ม
   เติมได้ที่ www.calypsocabaret.com e-mail: sales@calypsocabaret.com   






 

การแสดงโขน ศาลาเฉลิมกรุง                กรุงเทพมหานคร

   ชมสุดยอดศิลปะการแสดงชั้นสูง โขน~ศาลาเฉลิมกรุง “ชุดหนุมานชาญกำแหง” ถ่ายทอดผ่าน
   การแสดงอันวิจิตรงดงาม ตระการตาและถูกต้องตามขนบจารีตแบบแผน ดำเนินเรื่องราวสั้น
   กระชับด้วยการพากย์-เจรจาและ เพลงหน้าพาทย์แบบโบราณ ชมความพิเศษสวยงามของเครื่อง
   แต่งกายที่วิจิตรตามขนบเดิม ซึ่งสร้างสรรค์เพื่อการแสดงครั้งนี้โดยเฉพาะ

   สอบถามรายละเอียด โทร.0-2224-4499  เว็บไซต์ www.salachalermkrung.com







 

ชายทะเลบางขุนเทียน                    กรุงเทพมหานคร

   เป็นพื้นที่ป่าชายเลนที่ขนานกับทะเลอ่าวไทย ประกอบด้วยป่าแสม และป่าโกงกาง ตามชายฝั่ง
   เป็นที่อาศัยของนกต่างๆ











 

ซาฟารีเวิลด์                    กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่เลขที่ 99 ถนนรามอินทรา บริเวณกิโลเมตรที่ 9 เขตมีนบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 430 ไร่ แบ่ง
   พื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่หนึ่ง คือ ซาฟารีปาร์ค

 

 

 

 


 

 

ตลาดกลางคืน คลองถม                  กรุงเทพมหานคร

   ตลาดคลองถม ตั้งอยู่ตลอดถนนมหาจักร ระหว่างถนนเยาวราชกับถนนเจริญกรุง เป็นแหล่งค้า
   เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ เครื่องเสียง เครื่องเล่นเกมส์ สินค้ามือสอง ประดับยนตร์ต่าง
   ๆ และสินค้าตามสมัยนิยม เช่น แว่นตา นาฬิกา เครื่องคิดเลข ในราคาถูก ส่วนวรจักรเป็นแหล่ง
   ขายอะไหล่รถยนต์ทุกยี่ห้อ และเป็นย่านประดับยนต์ที่เก่าแก่ของกรุงเทพฯ

   ในช่วงกลางคืนตลาดคลองถมจะเปลี่ยนเป็น "ตลาดไฟฉาย" เปิดขายสินค้าในช่วงบ่ายวันเสาร์
   จนถึงเช้าวันอาทิตย์ คลองถมจะเป็นแหล่งรวมสินค้าต่างๆ ทั้งมือหนึ่ง มือสอง ของหลุดจำนำ
   ของเก่า รวมทั้งอาหารและขนมต่าง ๆ  บริเวณตั้งแต่หน้าโรงพยาบาลกลาง ถึงสี่แยกวรจักร  เปิด
   ขายสินค้าเวลา 18.00 - 24.00 น. คลิกเพื่อดูวีดีโอ

 

 

 

ตลาดกลางคืน ตลาดรถไฟ              กรุงเทพมหานคร

   ตลาดรถไฟ ตลาดนัดของคนรักความคลาสสิค ตั้งอยู่บริเวณสวนรถไฟ ด้านหลังสวนจตุจักร เป็น
   ตลาดนัดที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบของโบราณ รักความคลาสสิค ของมือสอง ของสะสม ของ
   โบราณ นาฬิกา ชั้นไม้ โคมไฟ ของประดับชิ้นเล็กๆ อุปกรณ์อะไหล่จักรยาน ซีดีเพลงเก่า ๆ เป็น
   ต้น ภายในตลาดรถไฟ แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนคือ โซนด้านนอก เป็นพื้นที่เปิดท้ายขายของ
   ของกิน ของใช้ ของใหม่ ของมือสอง ของสะสม ของเก่า ของเล่น ของใช้ ของตกแต่งบ้าน ของ
   โบราณ รถโบราณ จักรยานโบราณ เสื้อผ้า แฟชั่น และต้นไม้ ฯลฯ และโซนด้านใน มีลักษณะเป็น
   โกดัง ขายเฟอร์นิเจอร์ย้อนยุค ส่วนตรงลานโล่งเป็นที่ขายของตกแต่งบ้าน เสื้อผ้าแนววินเทจ
   ตุ๊กตาหลากแบบ และสินค้าอื่น ๆ ตลาดรถไฟเปิดให้บริการทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ เวลาประมาณ
   14.00 - 24.00 น. คลิกเพื่อดูวีดีโอ

 

 

 

ตลาดกลางคืน ถนนสีลม               กรุงเทพมหานคร

   ถนนสีลมย่านธุรกิจการค้าสำคัญแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยสำนักงาน ร้านค้า ในช่วง
   กลางวัน ส่วนในช่วงกลางคืนจะมีการตั้งร้านขายของสองฟากฝั่งถนนทางเดินตลอดแนวถนนสีลม
   นับเป็นแหล่งจับจ่ายอีกแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยสินค้าหลากหลายชนิด เช่นของที่ระลึก เสื้อผ้า
   และยังเป็นที่รู้จักในฐานะของแหล่งท่องเที่ยวยามราตรีของกรุงเทพฯ สถานบันเทิง และร้านค้า
   ส่วนใหญ่จะเปิดประมาณ 2 ทุ่ม ปิดเวลาประมาณตี 2

   นอกจากถนนสีลมแล้วยังมีซอยพัฒน์พงษ์ เป็นซอยย่อยแยกออกมาจากถนนสีลมซึ่งเป็นที่รู้จัก
   กันดีของชาวต่างชาติ เดิมเป็นสวนกล้วย รกร้างและครอบครองโดยกองทัพญี่ปุ่น ในช่วงสงคราม
   โลกครั้งที่สอง มาจากชื่อตระกูลพัฒน์พงศ์พานิชซึ่งซื้อที่ดินบริเวณนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2489 สร้าง
   อาคารพาณิชย์ และตัดถนนตั้งชื่อว่า"ซอยพัฒน์พงศ์ 1"ต่อมาในปี พ.ศ. 2511 เริ่มมีไนต์คลับและ
   สถานบันเทิงเปิดมาเพื่อรองรับทหารอเมริกัน ที่มารบใน สงครามเวียดนาม และมีชื่อเสียงในช่วง
   พ.ศ. 2515-2535 ปัจจุบันเป็นแหล่งสถานบันเทิง คลิกเพื่อดูวีดีโอ

 

ตลาดกลางคืน ถนนสุขุมวิิท ซอยนานา               กรุงเทพมหานคร

   ถนนสุขุมวิทและซอยนานา เป็นอีกแหล่งชอปปิ้งหนึ่งที่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาจับจ่าย
   ซื้อสินค้าในช่วงเย็นไปจนถึงกลางดึก หลากหลายไปด้วยสินค้านานาชนิด เช่น ของที่ระลึก เสื้อ
   ผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับ เป็นต้น นอกจากนี้ซอยนานายังเป็นศูนย์รวมของชาวตะวัน
   ออกกลางที่นิยมมาพักโรงแรมในซอยนี้ เป็นแหล่งรวมร้านอาหารอินเดีย และอาหารพื้นเมืองของ
   อินเดียอย่างเคบับให้เลือกชิมหลายร้าน เปิดขายสินค้าทุกวันเวลาประมาณ 17.00-22.00 น.

 

 

 



 

ตลาดกลางคืน ปากคลองตลาด                    กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่บริเวณถนนจักรเพชร ยาวไปจนถึงถนนมหาราชริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่เดิมเป็นตลาดค้า
   ปลาขนาดใหญ่ที่ส่งตรงมาจากแม่น้ำท่าจีน (สมุทรสาคร) และของที่ส่งมาผ่านมาทางแม่น้ำเจ้า
   พระยา จนปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นตลาดจำหน่ายผัก ผลไม้ และดอกไม้สดแหล่งใหญ่ที่สุดใน
   ประเทศ จากตลาดสดในช่วงเวลากลางวันเปลี่ยนเป็นตลาดดอกไม้ในช่วงเย็น ปากคลองตลาด
   จะจำหน่ายดอกไม้สดทุกชนิด ราคาย่อมเยา มีทั้งดอกไม้ที่ปลูกในประเทศและนำเข้าจากต่าง
   ประเทศ อาทิ กุหลาบ ฮอลแลนด์ ชมพูคลาสสิค และยังมีไลแซนธัส ลิลลี่ เบญจมาศ ยิปโซ
   ทิวลิป แกรนดิโอรัส กล้วยไม้ ปากคลองตลาดเปิด 24 ชั่วโมง

 

 



 

ตลาดกลางคืน สะพานพุทธ                    กรุงเทพมหานคร

   ตลาดสะพานพุทธ อยู่บริเวณรอบ ๆ ตัวสะพานพุทธไปจนถึงสะพานพระปกเกล้า (สะพานตั้งเคียงคู่
   กัน) ฝั่งพระนคร เป็นตลาดนัดของนักช็อป สินค้าส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้าแฟชั่น กางเกงยีนส์ ทั้งของ
   ใหม่และสินค้ามือสอง ในช่วงกลางวันสะพานพุทธแห่งนี้ จะเป็นท่าเรือข้ามฟาก แต่พอถึงเวลา
   18.00 น.ริมฟุตบาทจะกลายเป็นโซนขายของและยังมีผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะ มานั่งรับวาดรูป
   เหมือนและรูปล้อเลียนอยู่หลายร้าน เปิดบริการทุกวัน อังคาร - วันอาทิตย์ (หยุดวันจันทร์) ตั้งแต่
   เวลา 20.00 น. - 01.00 น.


 

 

 

 

ตลาดกลางคืน หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง              กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ที่ถนนรามคำแหง ช่วงหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงจนถึงเดอะมอลล์ รามคำแหง แหล่ง
   ขายสินค้าแฟชั่น ราคาถูก อาทิ เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับ ของใช้ต่าง ๆ รวมทั้งชุด
   นักศึกษา อุปกรณ์ทางการศึกษา หนังสือสำหรับผู้เตรียมสอบเข้าสถาบันต่าง ๆ ในช่วงบ่ายพ่อค้า
   แม่ค้า จะทยอยเปิดร้านมีทั้งร้านค้าถาวร และร้านแบกะดินที่จะเริ่มเปิดขายกันอย่างคับคั่งในช่วง
   หัวค่ำ ตั้งแต่เวลาประมาณ 15.00-22.30 น

 

 

 

 

 

ตลาดกลางคืน เยาวราช                 กรุงเทพมหานคร

   ถนนเยาวราชกำเนิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นแหล่งชุมชนคนจีน ย่านธุรกิจการค้า การเงิน การ
   ธนาคาร ร้านค้าทอง จนได้สมญานามว่าเป็นถนนสายทองคำ เป็นแหล่งรวมร้านทองคำรูปพรรณ
   เก่าแก่คุณภาพดี ยามค่ำคืนยังเป็นที่รวบรวมสุดยอดร้านอาหารอร่อยหลากหลายร้าน เปิดบริการ
   ตั้งแต่เวลาประมาณ 17.00-23.00 น. และยังเป็นที่ตั้งซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติที่ชาวไทยเชื้อ
   สายจีนในเขตสัมพันธวงศ์สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
   ทรงมีพระชนมายุครบ 6 รอบ

 

 

 


 

ตลาดต้นไม้กลางคืน สวนจตุจักร                 กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ภายในตลาดนัดสวนจตุจักร บริเวณโซนขายต้นไม้ เปิดเฉพาะวันอังคารตั้งแต่เวลา 22.00
   น. จนถึงวันพุธประมาณ 17.00 น. จำหน่ายพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ทั้งไม้ดอกไม้ประดับ ไม้ยืนต้น ไม้พันธุ์
   พื้นเมือง ไม้หายาก พืชผักสวนครัว รวมถึงอุปกรณ์แต่งสวน อุปกรณ์ปลูกต้นไม้










 

ตลาดธนบุรี สนามหลวง  2              กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ที่ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าคุณภาพดีราคาถูก ย่าน
   ฝั่งธนบุรี มีพันธุ์ไม้นานาชนิด อุปกรณ์จัดสวน และสินค้าต่าง ๆ มากมาย              











 

ตลาดนัดจตุจักรพระราม 3               กรุงเทพมหานคร

   เป็นตลาดนัดติดแอร์ที่มีการสร้างสถานที่แบบไทยประยุกต์ โดยแบ่งพื้นที่เป็นโซน จำหน่าย
   สินค้าหลายหลาย ทั้งเสื้อผ้า อาหาร ต้นไม้ สัตว์เลี้ยง หัตถกรรม อาหารทะเล และคอมพิวเตอร์
   สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2682 9292, 0 2682 5656










 

ตลาดนัดสวนจตุจักร                 กรุงเทพมหานคร

   ตลาดนัดสวนจตุจักร ตั้งอยู่ที่ถนนพหลโยธิน มีสินค้ามากมายหลายประเภทจำหน่าย เช่น สินค้า
   พื้นเมือง เครื่องจักสานเครื่องประดับ เสื้อผ้า ไปจนถึงสัตว์เลี้ยงนอกจากนี้ยังจัดบริเวณเฉพาะ
   สำหรับร้านค้าพันธุ์ไม้ดอกไม้ ประดับชนิดต่าง ๆ ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง เปิดทุกวันเสาร์ และวัน
   อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น.









 

ตลาดนัดเมืองมีน               กรุงเทพมหานคร

   หรือตลาดนัดจตุจักร 2 จำหน่ายเสื้อผ้า ของประดับตกแต่งบ้าน สัตว์เลี้ยงหลายประเภท ฯลฯ เปิด
   เฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ ในวันพฤหัสบดี - ศุกร์ จัดเป็นตลาดนัดต้นไม้











 

ตลาดน้ำตลิ่งชัน               กรุงเทพมหานคร

   อยู่บริเวณหน้าสำนักงานเขตตลิ่งชัน  เป็นตลาดกึ่งชนบทผสมผสานระหว่างชีวิตริมน้ำกับ
   ธรรมชาติ  มีเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่ตรงกับวันศุกร์หรือวันจันทร์ เวลา
   ประมาณ  07.00-17.00 น. พ่อค้าแม่ค้าซึ่งก็คือชาวสวนในพื้นที่จะเริ่มนำผลผลิตจากสวน ซึ่งมี
   ทั้งพันธุ์ไม้ ผักสด ผลไม้ ปลา และอาหารต่างๆ มาจำหน่ายเหมือนตลาดสดทั่วไปแต่ผลผลิตจะ
   เปลี่ยนไปตามฤดูกาล  นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารบนแพริมน้ำและมีเรือทัวร์ของเอกชนพาชม
   คลอง     ชมสวน ซึ่งจะได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ริมน้ำของชาวตลิ่งชัน ผู้ใหญ่ 70 บาท เด็ก 40
   บาท  สอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณนพดล ประธานประชาคมตลาดน้ำ โทร. 08 1374 7616
   หรือ สำนักงานเขตตลิ่งชัน โทร. 0 2424 1742, 0 2424 5448





 

ตลาดน้ำวัดไทร               กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ในเขตจอมทอง ฝั่งธนบุรี เคยเป็นแหล่งเที่ยวชมวิถีชีวิตทางน้ำที่เคยรุ่งเรืองในอดีต แต่ได้
   ถูกทิ้งร้างให้ซบเซาเนื่องจากมีถนนหลายสายเกิดขึ้นในพื้นที่ ปัจจุบันได้รับการฟื้นฟูให้เป็นแหล่ง
   ท่องเที่ยวร่วมสมัยที่สวยงามอีกครั้งหนึ่ง นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวไปตามทางน้ำ
   เส้นทางสายประวัติศาสตร์ ที่คลาคล่ำไปด้วยเรือขายสินค้าจากสวนและการซื้อขายสินค้าบนบก
   ริมฝั่งคลองสนามชัยหน้าตลาดน้ำวัดไทร โดยเฉพาะในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์  และแวะชมตำหนัก
   ทอง หอกลองเก่า สถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาในวัดไทร เก๋งจีนที่ประทับรัชกาลที่ 3 ตุ๊กตาจีนล้ำ
   ค่า ในวัดราชโอรส นมัสการพระพุทธรูปทรงเครื่องจักรพรรดิ์และภาพเขียนเรื่องสามก๊กที่วัดนาง
   นอง นมัสการหลวงปู่เฒ่าวัดหนัง และชมการแสดงสาธิตการจับงูที่สวนงูริมฝั่งคลองด่าน

 



การเดินทาง สามารถใช้ถนนเอกชัยซึ่งตัดผ่านวัดไทร หรือนั่งรถประจำทางสาย 43 หรือ 120 จากวงเวียนใหญ่ หากเดินทางทางเรือสามารถเช่าเรือจากท่าช้างล่องมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาและเข้าคลองต่าง ๆ มายังตลาดน้ำวัดไทรได้

 

ตึกถาวรวัตถุ                  กรุงเทพมหานคร

   อยู่ใกล้สนามหลวงติดกับวัดมหาธาตุ เดิมทีเดียวตึกแห่งนี้เป็นหอสมุดแห่งชาติ ซึ่งรัชกาลที่ 5 ได้
   โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2448











 

ตึกใบหยกสกาย                  กรุงเทพมหานคร

   เป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่บริเวณประตูน้ำ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการพานิชย์และการค้า
   การส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่สำคัญของกรุงเทพฯ มีส่วนที่เป็นร้านค้า โรงแรม ห้องอาหาร











 

ถนนข้าวสาร                กรุงเทพมหานคร

   ถนนข้าวสาร เป็นตรอกขายข้าวสารที่ใหญ่ที่สุดในเขตพระนครในสมัยรัชกาลที่ 6 ข้าวสารจำนวน
   มากจะถูกขนส่งมาจากฉางข้าวหลวง สะพานช้างโรงสี ริมคลองคูเมืองเดิม หรือ ปัจจุบันก็คือ
   คลองหลอด เลียบมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นที่ท่าเรือบางลำพู เพื่อนำข้าวมาขายให้แก่ชาวบ้าน
   ในชุมชนต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ นอกจากนี้ยังมีถ่านหุงข้าว ของชำ ขายอีกด้วย ต่อมาการ
   ค้าขายเจริญขึ้น จึงมีการขยายถนนและชุมชนออกไป

   ในปี พ.ศ. 2525 มีงานเฉลิมฉลองกรุงเทพฯ ครบรอบ 200 ปี ชาวต่างชาติมาเที่ยวชมงานเป็น
   จำนวนมาก และได้ไปเช่าที่พักอยู่บริเวณถนนข้าวสาร ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีเกสท์เฮาส์หรือ
   โรงแรมเหมือนในปัจจุบัน ภายหลังจึงได้มีการเปิดเกสท์เฮาส์และโรงแรมราคาประหยัด ร้าน
   อาหาร ร้านขายของที่ระลึก สถานบันเทิง ตลอดแนวถนนข้าวสาร เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดิน
   ทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น จนปัจจุบันกลายเป็นศูนย์รวมของนักท่องเที่ยวที่มี
   ชื่อเสียงแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ถนนข้าวสารเริ่มคึกคักในช่วงเวลาประมาณ 15.00 - 02.00 น.
   ของทุกวัน
 

ถนนสายไม้ (ซอยประชานฤมิตร)                  กรุงเทพมหานคร

   ในปี 2522 ชาวจีนจากวัดญวน สะพานขาว ถนนดำรงค์รัก สะพานดำ วัดสระเกศ และบางลำพู ได้
   ย้ายมาตั้งถิ่นฐานใหม่ในซอยประชานฤมิตรและซอยไสวสุวรรณโดยนำอาชีพเดิมมาด้วยคือ 'งาน
   แกะสลักเครื่องไม้' ด้วยฝีมือที่ประณีตสวยงามและมีการสืบทอดมาโดยตลอด










 

ทีเค พาร์ค อุทยานการเรียนรู้             กรุงเทพมหานคร

   ห้องสมุดมีชีวิต รวบรวมหนังสือประเภทต่าง ๆ มีการทำกิจกรรมเสวนา และเวิร์คช็อป มินิเธียเตอร์
   นำเสนอเทคนิคภาพยนตร์เสมือนจริง และอื่นอีกมากมาย











 

นิทรรศน์รัตนโกสินทร์                  กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ในอาคารเก่าแก่บนถนนราชดำเนินกลาง ติดกับลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ เป็นศูนย์
   การเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมของยุครัตนโกสินทร์ที่สมบูรณ์แบบและทันสมัย
   โดยแบ่งการจัดนิทรรศการเป็น 7 ห้อง มีชื่อคล้องจองกัน  ได้แก่ รัตนโกสินทร์เรืองโรจน์ 
   เกียรติยศแผ่นดินสยาม  เรืองนามมหรสพศิลป์  ลือระบิลพระราชพิธี  สง่าศรีสถาปัตยกรรม  ดื่มด่ำ
   ย่านชุมชน และเยี่ยมยลถิ่นกรุง ชั้นบนสุดสามารถชมทิวทัศน์ของเกาะรัตนโกสินทร์ได้สวยงาม
   มาก

   





             เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ อังคาร – ศุกร์ 11.00 - 20.00 น. เสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10.00-20.00 น. เปิดให้เข้าชมเป็นรอบ ทุก ๆ 20 นาที

                ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 50 บาท

สอบถามเพิ่มเติม โทรศัพท์ 0 2621 0044, 0 2226 5047-8  โทรสาร 0 2621 0043

 

บ้าน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์              กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่เลขที่ 19 ซอยพระพินิจ ถนนสาทรใต้  เป็นบ้านเรือนไทยของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์
   ปราโมช ปูชนียบุคคลท่านหนึ่งที่มีความสำคัญต่อประเทศไทยทั้งด้านการเมืองและศิลปะ เป็น
   หมู่เรือนไทยที่เป็นที่อยู่อาศัยประกอบด้วยเรือนไม้สักขนาดต่างๆ กัน 5 หลัง  หอนก และหอพระ
   มีนอกชานเชื่อมถึงกันตลอด ชั้นล่างเป็นใต้ถุนโล่ง มีศาลาไทยหลังใหญ่หน้าบ้านแยกไป
   จากกลุ่มเรือนที่เป็นที่อยู่อาศัยเพื่อใช้ประกอบกิจกรรมต่างๆ  เปิดวันเสาร์ อาทิตย์และวันหยุด
   นักขัตฤกษ์  เวลา 10.00–17.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 50 บาท  สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2286
   8185, 0 2287 2937-8  โทรสาร 0 2679 3630 www.kukritshousefund.com (เข้าชมเป็น
   หมู่คณะในวันอื่นทำจดหมาย เรียนคุณอัธยา วงษ์วิจิตร ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ) การเดิน
   ทาง นั่งรถประจำทางสาย 67, 22 ลงซอยสวนพลู หรือ นั่งรถประจำทางสาย 77 ลงถนน
   นราธิวาสราชนครินทร์ ซอย 7 เดินเข้าไป 150 เมตร



 

บ้านบางกอกดอลส์และตุ๊กตานานาชาติ                 กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 85 ซอยแยกรัชฏภัณฑ์ (ซอยหมอเหล็ง) ถนนราชปรารภ   ก่อตั้งโดยคุณหญิง
   ทองก้อน จันทวิมล เมื่อปีพ.ศ. 2499 หลังจากกลับจากเรียนประดิษฐ์ตุ๊กตาจากโรงเรียนโอซา
   วาดอลล์ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อประดิษฐ์ตุ๊กตาของไทยออกเผยแพร่   ตุ๊กตาของที่นี่เป็น
   ที่รู้จักกันดีของนานาชาติ ตลอดจนนักสะสมตุ๊กตาทั้งหลาย เนื่องมาจากความสวยงามของตุ๊กตา
   ที่ประดิษฐ์ออกมามีความเป็นเอกลักษณ์แบบไทยเคยได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดตุ๊กตาพื้น
   เมืองนานาชาติครั้งที่ 3 ประจำปีพ.ศ. 2521 ที่ประเทศโปแลนด์  สถานที่แห่งนี้เป็นทั้งสถานที่จัด
   แสดงและโรงงานผลิตตุ๊กตาชนิดต่างๆ  การผลิตจะทำด้วยมือทุกขั้นตอนโดยใช้วัสดุภายใน
   ประเทศเป็นหลัก ตุ๊กตาที่ผลิตออกมามีด้วยกันหลายประเภท อาทิเช่น ตุ๊กตาโขน  ตุ๊กตาชาวเขา
   เผ่าต่างๆ  ตุ๊กตาแสดงถึงชีวิตตามชนบทของคนไทยตลอดจนหัวโขนย่อส่วน  นอกจากนี้แล้ว
   ภายในโรงงานมีห้องหนึ่งจัดแสดงตุ๊กตาที่ได้มาจากทั่วโลก จำนวนประมาณ 400 ตัว  ซึ่งใช้
   เวลาสะสมเป็นเวลานานปี  เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-เสาร์ เว้นวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
   ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. โดยไม่เก็บค่าเข้าชม โทร. 0 2245 3008, 0 2245 4532 www.bangkokdolls.com

 

บ้านพิพิธภัณฑ์                  กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่เลขที่ 170/17 หมู่ 17 หมู่บ้านคลองโพแลนด์ ซอยคลองโพ 2 ถนนศาลาธรรมสพน์ เขตทวี
   วัฒนา กรุงเทพ 10170 หากขับรถมาตามถนนพุทธมลฑลสาย 2 ไปด้านทางรถไฟหรือคลองมหา
   สวัสดิ์จนสุด จะพบถนนศาลาธรรมสพน์เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายพิพิธภัณฑ์ เป็นสถานที่จัดแสดงข้าว
   ของของชาวเมืองชาวบ้านทั้งของเก่าและของใหม่ หลากหลายประเภท เช่น ของเล่น หนังสือ
   เครื่องเขียน เครื่องครัว และของใช้ในชีวิตประจำวันต่าง ๆ จึงเปรียบเสมือนคลังมรดกถ่ายทอด
   อดีตสู่ปัจจุบัน  สร้างอยู่ในพื้นที่ 58 ตารางวาเป็นอาคารสมัยใหม่กว้าง 3 คูหา สูง 3 ชั้นครึ่ง ชั้น
   ล่างจำลองร้านค้าในอดีตเพื่อย้อนบรรยากาศยุคก่อนพ.ศ. 2500 ทั้งร้านขายกาแฟ ร้านขายยา
   ร้านตัดผม  เป็นต้น รวมทั้งมีห้องจัดนิทรรศการหมุนเวียนตามหัวข้อต่าง ๆ ด้วย  เปิดให้เข้าชม
   เฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 10.00-17.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่คนละ 30 บาท เด็ก 10  บาท
   สอบถามรายละเอียด โทร. 08 9200 2803, 08 9666 2008


 


บานาน่า แฟมิลี่ ปาร์ค Banana Family Park              กรุงเทพมหานคร

   เป็นสถานที่รวบรวมกิจกรรมหลากหลายไว้ในพื้นที่เดียวกัน               












 

พระที่นั่งอนันตสมาคม                 กรุงเทพมหานคร

   ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการถาวร ศิลป์แผ่นดิน โดยสถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรลดา  ตั้ง
   อยู่ใกล้กับพระบรมรูปทรงม้าและพระที่นั่งวิมานเมฆ 

   พระที่นั่งอนันตสมาคมเริ่มก่อสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๕  เพื่อเป็นที่รับรองแขกเมืองและประชุม
   ปรึกษาราชการแผ่นดิน   ตัวอาคารเป็นอาคารหินอ่อนแบบเรอเนอซองส์ของประเทศอิตาลีและ
   แบบนีโอคลาสสิก ภายนอกประดับด้วยหินอ่อนจากเมืองคารารา  ประเทศอิตาลี   ใช้เวลาในการ
   ก่อสร้างทั้งสิ้นแปดปี

   ภายในพระที่นั่งบนเพดานโดมมีภาพเขียนเฟรสโกที่สวยงามมาก  เป็นภาพเกี่ยวกับพระราชกรณีย
   กิจที่สำคัญของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑-๖ แห่งราชวงศ์จักรี จำนวน ๖ ภาพ โดยฝีมือเขียนภาพ
   ของนายซี. รีโกลีและศาสตราจารย์แกลิเลโอ กินี    ใต้โดมกลางเป็นโดมใหญ่ที่สุดมีจารึกพระ
   ปรมาภิไธยย่อ "จปร." ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวผู้ทรงมีพระราชดำริก่อสร้าง
   พระที่นั่งอนันตสมาคม ที่เพดานนับจากใต้โดมตลอดทั้งบริเวณท้องพระโรงกลางมีจารึกพระปรมาภิไธยย่อ "จปร." สลับกับ "วปร." อันเป็นพระปรมาภิไธยย่อของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พระที่นั่งอนันตสมาคมได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ      พระที่นั่งอนันตสมาคมใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีรัฐพิธีต่างๆ   และเคยใช้เป็นที่ประชุมรัฐสภา ภายหลังจึงได้ย้ายการประชุมมายังรัฐสภาใหม่ซึ่งอยู่ด้านหลังของพระที่นั่งนี้

                เปิดให้เข้าชมวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา ๑๐.๐๐-๑๘.๐๐ น. (ปิดขายบัตร ๑๗.๐๐ น. โปรดแต่งกายสุภาพ ผู้หญิงสวมกระโปรงสุภาพ) ปิดวันจันทร์ วันปีใหม่ วันสงกรานต์

ค่าเข้าชม  ๑๕๐ บาท เด็ก ๗๕ บาท ติดต่อสอบถามโทร. ๐ ๒๒๘๓ ๙๔๑๑, ๐๒ ๒๘๓ ๙๑๘๕

 

พระที่นั่งและสวนสาธารณะสันติชัยปราการ              กรุงเทพมหานคร

   พระที่นั่งและสวนสาธารณะสันติชัยปราการ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณถนนพระอาทิตย์
   รัฐบาลและประชาชนได้ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระ
   ชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542 ณ ป้อมพระสุเมรุ บรรยากาศรื่นรมย์ กว้างขวาง มองเห็น
   ทิวทัศน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและสะพานพระราม 8 มีประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศย่าน
   บางลำพูนิยมมานั่งเล่นพักผ่อน








 

พระบรมมหาราชวัง                กรุงเทพมหานคร

   พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช  ทรงสร้างขึ้นพร้อมสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์
   เมื่อแรกสร้างประกอบด้วย 3 ส่วนคือ พระมหาปราสาท พระราชมณเฑียรสถาน และวัดพระศรีรัตน
   ศาสดาราม มีเนื้อที่ 132 ไร่  ในอดีตพระบรมมหาราชวังเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์
   ลักษณะแบบแผนการก่อสร้างคล้ายคลึงกับพระบรมมหาราชวังเก่าในสมัยกรุงศรีอยุธยาคือ มีวัด
   พระศรีรัตนศาสดารามอยู่ในบริเวณวังเหมือนกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาใน
   สมัยรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 เริ่มรับอิทธิพลจากตะวันตกทำให้สถาปัตยกรรมมีลักษณะผสม
   ผสานกับทางตะวันตกมากขึ้น หมู่พระที่นั่งที่สำคัญมีดังนี้คือ

   พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท  เดิมชื่อพระที่นั่งอินทราภิเษกมหาปราสาท เป็นพระมหาปราสาทองค์
   แรกที่สร้างขึ้นในพระราชวัง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมศพพระมหากษัตริย์ สมเด็จพระอัครมเหสี
   และพระบรมวงศานุวงศ์ใช้ประกอบพระราชพิธีสำคัญ เช่น พระราชพิธีการมงคลและบำเพ็ญพระ
   ราชกุศลต่าง ๆ

                พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท  อยู่ใกล้กับพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทใช้เป็นที่ประทับทรงพระราชพาหนะ และประทับเปลื้องเครื่องในงานพระราชพิธีที่มีขบวนแห่

                 พระที่นั่งพิมานรัตยา สร้างเมื่อ พ.ศ. 2332 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงใช้เป็นที่บรรทม และทรงใช้เป็นที่ชุมนุมมหาสมาคมสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชบริพารฝ่ายในเข้ารับพระราชทานเครื่องอิสริยยศ และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และนอกจากนั้นยังเป็นที่สรงน้ำพระบรมศพพระบรมวงศานุวงศ์ก่อนที่จะประดิษฐานพระบรมโกศในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

                พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท  สร้างในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. 2419   ใช้เป็นที่รับรองพระราชอาคันตุกะชั้นพระราชาธิบดี หรือชั้นประมุขของรัฐ  นอกจากนี้ยังมีหมู่พระที่นั่งสำคัญอื่น ๆ เช่น พระที่นั่งราชกรัณยสภา พระที่นั่งมูลสถานบรมอาสน์  พระที่นั่งบรมราชสถิตย์มโหฬาร  พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ฯลฯ

                วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว  เป็นพระอารามหลวง ตั้งอยู่ตรงมุมด้านตะวันออกเฉียงเหนือของพระบรมมหาราชวัง เป็นที่ประดิษฐานพระมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) และใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีทางศาสนาที่สำคัญ  วัดพระแก้วสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2327 และได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1-9 ตลอดทุกรัชกาล ภายในพระอุโบสถ และระเบียงรอบวัดมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสวยงามมาก สิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ ภายในวัดได้แก่ พระปรางค์ 8 องค์ พระศรีรัตนเจดีย์ ปราสาทนครวัดจำลอง ปราสาทพระเทพบิดร ฯลฯ

                ศาลาเครื่องราชอิสริยยศและเหรียญกษาปณ์ ตั้งอยู่ภายในบริเวณพระบรมมหาราชวังด้านขวามือก่อนถึง   ทางเข้าพระราชวังส่วนใน จัดแสดงเหรียญกษาปณ์ และเงินตราที่ใช้ในประเทศไทยรวมทั้งเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของสำนักฝ่ายใน  เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30–16.00 น. ค่าเข้าชม 10 บาท  สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ส่วนจัดแสดงโทร. 0 2222 5864 ต่อ 18

                 เวลาเปิดทำการ พระบรมมหาราชวังเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. (ห้องจำหบ่ายบัตรเข้าชม ปิดเวลา 15.30 น.)

                ค่าเข้าชม 

                  - ชาวไทยไม่เสียค่าเข้าชม

                 - ชาวต่างชาติค่าเข้าชมท่านละ  350 บาท  ซึ่งรวมบัตรเข้าชมศาลาเครื่องราชอิสริยยศและเหรียญกษาปณ์ พระที่นั่งวิมานเมฆ หรือพระที่นั่งอนันตสมาคม

         หมายเหตุ : โปรดแต่งกายสุภาพ

         สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2623 5500 ต่อ 3100 หรือ 0 2224 3273 หรือ

 

พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว                 กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่บริเวณพลับพลาพระราชพิธี มุมถนนราชดำเนิน บริเวณหน้าวัดราชนัดดาราม สร้างขึ้นในปี
   พ.ศ. 2533 โดยกรมศิลปากรเป็นผู้ดำเนินการ เป็นพระรูปหล่อด้วยสำริดประทับบนพระที่นั่งสูง
   ขนาดเท่าครึ่งของพระองค์จริง ภายในบริเวณตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับ มีพลับพลาที่ประทับ
   ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อใช้รับราชอาคันตุกะและศาลาราย 3 หลัง









 

พระบรมรูปทรงม้า              กรุงเทพมหานคร

   สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. 2451 ด้วยเงินที่
   ประชาชนได้เรี่ยไรสมทบทุน โดยจ้างนายช่างชาวฝรั่งเศสแห่งบริษัท ซุซ เซอรเฟรส ฟองเดอร์











 

พระราชวังเดิม                  กรุงเทพมหานคร

   หรือ พระราชวังกรุงธนบุรี   เป็นพระราชวังหลวงของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ปัจจุบันตั้งอยู่
   ในกองบัญชาการกองทัพเรือ ถนนอรุณอมรินทร์  ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณปากคลอง
   บางกอกใหญ่ ในบริเวณซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของป้อมวิไชยเยนทร์ ที่สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระ
   นารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ด้วยสมัยนั้นกรุงเทพฯเป็นเมืองหน้าด่านชายทะเลที่สำคัญ
   ของกรุงศรีอยุธยา  พระราชวังเดิมแห่งนี้สร้างในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อพ.ศ.
   2310 พร้อมกับการสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานีของไทย เพื่อเป็นที่ประทับและว่าราชการ 
   พร้อมกับมีการปรับปรุงป้อมวิไชยเยนทร์เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นป้อมวิไชยประสิทธิ์  ตำแหน่งที่ตั้ง
   ของพระราชวังแห่งนี้มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ เนื่องจากมีป้อมปราการที่มั่นคงสามารถมอง
   เห็นได้ในระยะไกลอีกทั้งยังใกล้กับเส้นทางคมนาคมและเส้นทางการเดินทัพ พระราชวังเดิมนี้เคย
   เป็นสถานที่ๆ พระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์ทรงมีพระราชสมภพ เช่น  พระบาทสมเด็จพระนั่ง
   เกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
   โบราณสถานที่ยังปรากฏอยู่ให้เห็นในพระราชวังเดิมได้แก่ ท้องพระโรง พระตำหนักเก๋งพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว อาคารตำหนักเก๋งคู่หลังใหญ่ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ศาลศีรษะปลาวาฬ เรือนเขียวหรืออาคารโรงพยาบาลเดิม ป้อมวิไชยประสิทธิ์  (กรุณาติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม  เรียน เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ อย่างน้อย 1 สัปดาห์) เปิดวันจันทร์-ศุกร์  ปิดวันเสาร์ อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา  09.00-15.30 น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก นักเรียน นักศึกษา  20 บาท สอบถามรายละเอียด มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม กองบัญชาการกองทัพเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ โทร. 0 2475 4117, 0 2466 9355 โทรสาร 0 2466 9355 หรือ www.wangdermpalace.com

 

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ช้างต้น                กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่บริเวณข้างรัฐสภา ถนนอู่ทองใน เขตดุสิต ภายในรั้วเดียวกันกับพระที่นั่งวิมานเมฆ เดิมเป็น
   โรงช้าง สำหรับช้างต้นหรือช้างเผือกที่ขึ้นระวางเป็นช้างหลวงของพระมหากษัตริย์ สร้างในสมัย
   รัชกาลที่ 5 และอีกหลังหนึ่งสร้างในสมัยรัชกาลที่ 7 ภายในเก็บรักษาโบราณวัตถุเกี่ยวกับช้าง
   ต้น

 


 

 

 

 

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร               กรุงเทพมหานคร

   เดิมสถานที่นี้เป็นวังหน้าของกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นพร้อม
   กับวังหลวง มีพระที่นั่งที่สำคัญ ได้แก่ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พระที่นั่งพุทไธศวรรย์       พระที่นั่ง
   อิศราวินิจฉัย ต่อมาในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้จัด
   ตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขึ้นที่ศาลาสหทัยสมาคม เรียกว่า “มิวเซี่ยม” แล้วจึงย้ายมาไว้ที่วัง
   หน้าของกรมพระราชวังบวรฯ ซึ่งบางส่วน    กลายเป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบริเวณข้าง
   เคียงมีโรงเรียนช่างศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป์ และโรงละครแห่งชาติอยู่ในบริเวณเดียวกัน สิ่งที่น่า
   สนใจนอกจากพิพิธภัณฑ์แล้วยังมีวัดบวรสถานสุทธาวาส ตั้งอยู่ภายในบริเวณวังหน้าใกล้กับ      
   โรงเรียนช่างศิลป์ วัดนี้เรียกกันว่า “วัดพระแก้ววังหน้า” พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจัดแสดงศิลป
   โบราณวัตถุต่าง ๆ มากมาย อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทย และชาติเพื่อนบ้าน  
   พิพิธภัณฑ์ฯแห่งนี้ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ประจำปี 2545 รางวัลยอดเยี่ยม
   ประเภทโครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว จากผลงาน โครงการเผยแพร่ความรู้สู่
   ประชาชน เพื่อส่งเสริมให้รู้จักคุณค่าของวัฒนธรรมอันเป็นมรดกของชุมชนของตนเพื่อการท่องเที่ยว  พิพิธภัณฑ์ฯเปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-16.00 น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2224 1370, 0 2224 1333 หรือ www.finearts.go.th

 

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป                กรุงเทพมหานคร

   อยู่ข้างสะพานพระปิ่นเกล้า ถนนเจ้าฟ้า อดีตเคยเป็นโรงผลิตเหรียญกษาปณ์ของไทยปัจจุบันเป็น
   ศูนย์รวบรวม และจัดแสดงผลงานศิลปะทั้งแบบประเพณีไทยโบราณ และแบบสากลร่วมสมัยของ
   ศิลปินที่มีชื่อเสียงของไทยทั้งในอดีตและปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีภาพเขียนสีน้ำมันฝีพระหัตถ์ของ
   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ติดตั้งแสดงอยู่ด้วย เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ-อาทิตย์  ปิด
   วันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ
   200 บาท สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2281 2224 และ 0 2282 2639-40


 

 

 

 

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเรือพระราชพิธี                   กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ริมคลองบางกอกน้อยตรงข้ามสถานีรถไฟธนบุรี เป็นอู่เก็บเรือที่ใช้ในพระราชพิธีต่าง ๆ
   ตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี ถึงกรุงรัตนโกสินทร์ เรือเหล่านี้เป็นเรือขุดทั้งสิ้น เรือพระราชพิธีที่เก็บอยู่
   ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงษ์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งเอนกชาติภุชงค์ เรือพระที่
   นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ และเรือพระที่นั่งอื่น ๆ อีกหลายลำ

   







เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. (ปิดช่วงเทศกาลวันหยุดปีใหม่และวันหยุดสงกรานต์)

อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท

โทร. +66 2424 0004

 

พิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ                    กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ในกองบัญชาการกองทัพบก (The Royal Thai Army headquarters) ถนนราชดำเนิน
   นอก  เป็นอาคารเก่าสร้างเมื่อปีพ.ศ. 2542 สมัยรัชกาลที่ 5 ภายในจัดแสดงวิวัฒนาการของกอง
   ทัพไทย มีห้องธงและเครื่องมือเครื่องใช้ทางทหาร (Flag and Military Equipment room) 
   ห้องอาวุธ (Weapon room) ห้องเครื่องแบบเครื่องหมายทหาร (Uniform and Military
   Insignia room) และห้องจำลองเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ทหาร(Army History room) เปิด
   วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น. ปิดวันเสาร์ อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ไม่เสียค่าเข้า
   ชม สอบถามรายละเอียดโทร.0 2297 7380, 0 2297 8121 โทรสาร 0 2280 2320 
   http://library.rta.mi.th/MUSEUM/index.htm กรุณาติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม ( เรียน เจ้ากรม
   ยุทธการทหารบก อย่างน้อย  1 สัปดาห์)

 


 

พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ                  กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ที่ ถนนพหลโยธิน ดอนเมือง ในความดูแลของกองประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ทหาร  จัด
   แสดงอากาศยานที่ปลดประจำการเช่น เครื่องบินโจมตี เครื่องบินลำเลียง เครื่องบินขับไล่
   เฮลิคอปเตอร์ บางลำจัดว่าเป็นเครื่องบินที่เหลืออยู่เพียงเครื่องเดียวในโลกและยังมีเครื่องบิน
   เครื่องแรกที่ออกแบบและสร้างในเมืองไทย    นอกจากนี้ยังแสดงเครื่องแบบทหารอากาศ
   จากอดีตถึงปัจจุบัน อาวุธปืนต่างๆ เครื่องบินฝึกจำลอง  ทำให้ผู้เข้าชมสามารถเข้าใจถึงความ
   เป็นชนชาติไทยได้เป็นอย่างดี  เปิดทุกวัน เวลา 08.00-16.00 น.  ปิดวันหยุดนักขัตฤกษ์และวัน
   กองทัพไทย

    ไม่เสียค่าเข้าชม ติดต่อสอบถามโทร. 0 2534 1854, 0 2534 1764 กรุณาติดต่อล่วงหน้าก่อน
   เข้าชม ( เรียนเจ้ากรมสารบรรณทหารอากาศ อย่างน้อย 1 สัปดาห์)

 


 

พิพิธภัณฑ์การกระจายเสียง                    กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ที่อาคารหอประชุมชั้น 2 กรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม 6 เขตพญาไท
   เดิมเป็นอาคารเครื่องส่งกระจายเสียง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2498

 

 

 

 

 

 

 

พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช              กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ที่ตึกอดุลยเดชวิกรม ชั้น 2 ภายในโรงพยาบาลศิริราช ถนนพรานนก ฝั่งธนบุรี ซึ่งเป็น
   สถาบันผลิตแพทย์แห่งแรกของประเทศไทย ประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์กายวิภาคศาสตร์
   (Congdon Anatomical Museum) ซึ่งจัดแสดงกายวิภาค การกำเนิดและตัวอ่อนของมนุษย์
   โครงกระดูกมนุษย์ พิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ สงกรานต์ นิยมเสน (Songkran Niyomsane
   Forensic Medicine Museum) ซึ่งจัดแสดงเกี่ยวกับคดีฆาตกรรม เครื่องมือชันสูตรวัตถุพยาน
   สำคัญ พิพิธภัณฑ์ก่อนประวัติศาสตร์ จัดแสดงวิวัฒนาการของมนุษย์และยังมี พิพิธภัณฑ์พยาธิและ
   พิพิธภัณฑ์แพทย์แผนไทย  เปิดวันจันทร์-เสาร์  เวลา 09.00-16.00 น. ปิดวันอาทิตย์และวันหยุด
   นักขัตฤกษ์ ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาท  ชาวต่างชาติ 40 บาท (นักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบ
   ไม่เสียค่าเข้าชม) สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2419 7000 ต่อ 6363



 

 

พิพิธภัณฑ์ช็อคโกแลต มิสซิสฟลาวเวอร์ส                  กรุงเทพมหานคร

   พิพิธภัณฑ์ช็อคโกแลตแห่งนี้ได้เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2553 บริหารจัดการโดย
   มิสซิสฟลาวเวอร์ส ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านช็อคโกแลตที่มีชื่อเสียง พิพิธภัณฑ์แห่งนี้แบ่งเป็นห้อง
   ย่อยๆ 5 ห้องที่มีเรื่องราวน่าสนใจ ได้แก่

    ห้องแรกเป็นห้องที่จัดแสดงถึงประวัติความเป็นมาของช็อคโกแลต และบอกเล่าถึงการคิดค้น
   รวมถึงการผลิตครั้งแรก นอกจากนี้ยังรวบรวมเมล็ดพันธุ์ช็อคโกแลตสายพันธุ์ต่างๆ ให้ได้ชมอีก
   ด้วย

   ห้องถัดมาเป็นห้องที่รวบรวมผู้ผลิตช็อคโกแลตที่มีชื่อเสียง อาทิเช่น Lindt, Vanhouten,
   Nestle เป็นต้น สิ่งที่น่าสนใจของห้องนี้ คือ วิวัฒนาการของช็อคโกแลต ซึ่งมีการจัดแสดงให้ผู้
   เข้าชมได้เห็นถึงวิธีการผลิตตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน

   อีีกห้องหนึ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ ห้องที่จัดแสดงเรื่องราว "กว่าจะเป็นช็อคโกแลต" ผู้เข้าชมจะได้ศึกษาขึ้นตอนการผลิตอย่างละเอียด และอีก 2 ห้องที่เหลือจะเป็นการรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับประโยชน์ของช็อคโกแลต และเรื่องราวความเชื่อของผู้คนที่มีต่อช็อคโกแลต นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ปลูกต้นโกโก้ และรวบรวมเมล์ดพันธุ์ให้ผู้สนใจได้รับชม

                ***หากมีความประสงค์ที่จะเข้าชมพิพิธภัณฑ์ กรุณาติดต่อล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง*

 

พิพิธภัณฑ์ดิน              กรุงเทพมหานคร

   จัดตั้งขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทย และทันสมัยสมบูรณ์แบบที่สุดในเอเชีย ภายในพิพิธภัณฑ์
   ดินแห่งนี้ จัดแสดงประวัติความเป็นมาของการก่อตั้งกรมพัฒนาที่ดิน การแสดงเครื่องมือเครื่องใช้
   ในการสำรวจดินยุคแรก ๆ แสดงแหล่งวัตถุกำเนิดดิน การเกิดดิน

 

 

 


 


 

พิพิธภัณฑ์ทรัพยากรธรณี (พิพิธภัณฑ์แร่และหิน)                กรุงเทพมหานคร

   พิพิธภัณฑ์ทรัพยากรธรณี (พิพิธภัณฑ์แร่และหิน) ตั้งอยู่ชั้น 1 อาคารพิพิธภัณฑ์  ติดกับกรม
   ทรัพยากรธรณี ถนนพระราม 6   เป็นหน่วยงานในความดูแลของสำนักธรณีวิทยา กรมทรัพยากร
   ธรณี ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2491  ภายในพิพิธภัณฑ์ได้รวบรวมวัตถุพวก แร่ หิน ซากดึกดำบรรพ์ และ
   เครื่องมือ เครื่องใช้โบราณที่ทำจากแร่ หิน มาจัดแสดงโดยแบ่งเนื้อหาเป็น  3 ส่วน คือ 1. ด้าน
   ธรณีวิทยา ซึ่งประกอบไปด้วยเรื่องกำเนิดโลก การเปลี่ยนแปลงเปลือกโลก แร่และหิน การ
   สำรวจธรณีวิทยา น้ำบาดาล ซากดึกดำบรรพ์  2. ทรัพยากรแร่ ได้แก่ อัญมณีและหินมีค่า การใช้
   ประโยชน์ของแร่ชนิดต่างๆ แร่เชื้อเพลิง ปิโตรเลียม  การทำเหมืองแร่จากต่างประเทศ 3
   นิทรรศการพิเศษ ปัจจุบันแสดงเรื่องไดโนเสาร์ในประเทศไทย   เปิดให้ชมทุกวันจันทร์-ศุกร์
   ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม หากเข้าชมเป็นหมู่คณะทำหนังสือถึงอธิบดี
   กรมทรัพยากรธรณี  สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2202 3670 โทรสาร 0 2202 3754รวมวัตถุ
   พวก



 

พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย              กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ในวังบางขุนพรหม บนพื้นที่ 30 ไร่ ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในบริเวณเดียวกันกับธนาคาร
   แห่งประเทศไทย ถนนสามเสน  เขตพระนคร  โดยพระตำหนักแห่งนี้นับเป็นสถาปัตยกรรมที่งด
   งามที่สุดในบรรดาศิลปกรรมแบบเดียวกัน  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้าง
   โดยใช้เงินพระคลังข้างที่    เพื่อให้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตร
   สุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิจ พระราชโอรสพระองค์ที่ 33ในพระองค์ และพระนางเจ้าสุ
   ขุมาลย์มารศรีพระอัครราชเทวี    หลังปี พ.ศ. 2475 พระตำหนักบางขุนพรหมถูกใช้เป็นสถานที่
   ราชการอยู่ระยะหนึ่ง จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2488 ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เข้ามาใช้เป็นสถาน
   ที่ทำการจนกระทั่งปี พ.ศ. 2525 จึงได้เปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย จัดเป็น
   พิพิธภัณฑ์ให้เข้าชม 14 ห้อง แบ่งเป็น 2 ชั้น ดังนี้  ชั้นหนึ่ง ได้แก่ ห้องเงินตราโบราณ  ห้อง
   พดด้วง ห้องกษาปณ์ไทย ห้องธนบัตรไทย ห้องทองตรา ห้องเงินตราต่างประเทศ  ชั้นสอง
   ได้แก่ ห้อง 60 ปีธนาคารแห่งประเทศไทย ห้องงานพิมพ์ธนบัตร ห้องบริพัตร ห้องประชุมเล็ก
   ห้องสีชมพู ห้องสีน้ำเงิน ห้องม้าสน ห้องวิวัฒนไชยานุสรณ์      เปิดให้เข้าชมในวันจันทร์-ศุกร์ เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดธนาคาร ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. และ 13.30-16.00.น ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ กรุณาติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม  สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2283 5286 และ 0 2283 6723ปี


พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย               กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ใน SCB Park ของธนาคารไทยพาณิชย์  ถนนรัชดาภิเษก ตั้งขึ้นเพื่อแสดงพัฒนาการด้าน
   การเงินการธนาคารของโลก และของชาติไทย มีการจัดแสดงเงินตราต่าง ๆ มากมาย โดยมี ต้น
   แบบธนาคารไทยแห่งแรก คือ แบงค์สยามกัมมาจล ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อพ.ศ.2449 ภายในแบ่งออกเป็น
   4 ส่วน คือ 1. ส่วนเงินตรา  2.วิวัฒนาการธนาคาร ธนาคารแห่งแรก  3.ต้นแบบธนาคารไทย
   4.ธนาคารไทยพาณิชย์กับการก้าวสู่ยุคปัจจุบันและอนาคต เปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 
   10.00–17.00 น. ปิดวันเสาร์ อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ไม่เสียค่าเข้าชม  สอบถามราย
   ละเอียด โทร. 0 2544 4525-7 โทรสาร 0 2544 4068 หรือ www.thaibankmuseum.or.th 
   (เข้าชมเป็นหมู่คณะทำจดหมายเรียน ผู้จัดการบริหารงานพิพิธภัณฑ์ ล่วงหน้าอย่างน้อย  1
   สัปดาห์)




 

พิพิธภัณฑ์บ้านคำเที่ยง               กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่เลขที่ 131  ถนนสุขุมวิทซอย 21(อโศก) ในสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นบ้าน
   โบราณสร้างขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ มีอายุมากกว่า 150 ปี ต่อมาได้บริจาคให้อยู่ในความดูแล
   ของสยามสมาคม ซึ่งได้นำมาประกอบใหม่ที่กรุงเทพฯ จัดเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ชาติพันธุ์วิทยา 
   ภายในบริเวณบ้านจัดแสดงชีวิตความเป็นอยู่ของกลุ่มชนทางภาคเหนือ สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ
   ในชีวิตประจำวันของบ้านทางเหนือ  เปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน  เว้นวันอาทิตย์ วันจันทร์และวันหยุด
   นักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-17.00 น. อัตราค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก (อายุ 18–23 ปี)  50
   บาท  เด็ก (ต่ำกว่า 18 ปี)  20 บาท โทร. 0 2661 6470–7  โทรสาร 0 2258 3491 หรือ
   www.siam-society.org

 


 

 

พิพิธภัณฑ์บ้านไทย จิม ทอมป์สัน                  กรุงเทพมหานคร

   อยู่ในซอยเกษมสันต์ ซอย 2 ถนนพระรามที่ 1 ตรงข้ามสนามกีฬาแห่งชาติ เป็นบ้านเรือนไทย
   ของนายทหารอเมริกัน ผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมไหมไทย ภายในมีห้องซึ่งจัดแบบไทย มีเครื่อง
   เรือน สวนไม้ดอกไม้ประดับ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00–17.00 น. อัตราค่าเข้าชมคน
   ละ 100 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 2216 7368 โทรสาร 0 2612 3744 หรือ
   www.jimthompson.com  หรือ  www.jimthomsonhouse.com

 

 



 

 

พิพิธภัณฑ์ปราสาท             กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่เลขที่ 9 ซอยกรุงเทพกรีฑา 4 A ซึ่งตัดแยกจากถนนศรีนครินทร์ เป็นสถานที่เก็บรวบรวมสิ่ง
   ของตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ และมีการจำลองสถาปัตยกรรมที่งดงาม
   หลายรูปแบบ เช่น ตึกฝรั่ง ตำหนักแดงซึ่งได้จำลองมาจากตำหนักในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
   หอพระซึ่งจำลองมาจากวัดใหญ่สุวรรณาราม เป็นต้น  เปิดวันอังคาร-อาทิตย์และวันหยุด
   นักขัตฤกษ์ เวลา  10.00-15.00 น. ใช้เวลาชม 2-4 ชั่วโมง) ปิดวันจันทร์  ค่าเข้าชม 1 คน 
   1,000 บาท  ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปคนละ 500 บาท  สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2379 3601, 0
   2379 3607  (กรุณาติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชมเท่านั้น)

 

 



 

พิพิธภัณฑ์ปืนใหญ่โบราณ               กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ในบริเวณด้านหน้าและด้านข้างของกระทรวงกลาโหม เป็นการจัดแสดงปืนใหญ่ที่เคยผ่าน
   สงครามต่างๆ มาแล้วในอดีต

 

 

 

 

 



 

พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ           กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ในพระบรมมหาราชวัง จัดตั้งขึ้นตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระ
   นางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมุ่งหวังให้เป็นแหล่งความรู้ที่ยั่งยืนเกี่ยวกับผ้าตลอดจนประวัติ
   ศาสตร์เครื่องแต่งกาย อันเป็นเอกลักษณ์ของชาติตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นจนถึงปัจจุบัน
   สะท้อนผ่านเครื่องแต่งกายในราชสำนักยุคต่าง ๆ รวมทั้งฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระ
   บรมราชินีนาถ

   นอกจากจะเป็นแหล่งรวบรวมความรู้เกี่ยวกับผ้าไทยแล้ว พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ยังเป็นศูนย์กลางในการ
   จัดเก็บรักษาผ้าไทย และเอกสารที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจัดแสดงงานหัตถศิลป์อันทรงคุณค่าทั้งของ
   ราชสำนัก และผ้าพื้นเมืองจากท้องถิ่นต่าง ๆ เพื่อเป็นการสืบสานสมบัติทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าให้
   คงอยู่สืบไป

   


             เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00-16.30 น. ปิดจำหน่ายบัตรเวลา 15.30 น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 150 บาท ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) 80 บาท นักเรียน/นักศึกษา 50 บาท เด็กอายุ 12-18 ปี 50 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีเข้าชมฟรี (โปรดแสดงบัตรประจำตัว)

                สอบถามรายละเีอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2225 9420, 0 2225 9430 www.queensirikitmuseumoftextiles.org

 

พิพิธภัณฑ์พระที่นั่งวิมานเมฆ                        กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่บริเวณหลังพระที่นั่งอนันตสมาคม ในเขตพระราชวังดุสิต เป็นพระที่นั่งที่สร้างด้วยไม้สัก
   ทองทั้งหลัง เดิมตั้งอยู่บนเกาะสีชัง สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 และได้ชะลอมาไว้ ณ สถานที่ตั้ง
   ปัจจุบัน เมื่อปีพ.ศ. 2444 ประกอบด้วยห้องต่าง ๆ 81 ห้อง มีคลองล้อมรอบตัวอาคาร อาทิ
   คลองคาบแผ่นกระจก คลองรางเงิน     อ่างหยก ภายในบริเวณร่มรื่น สวยงามมาก

 








 นอกจากนั้นภายในเขตพระราชวังดุสิตยังมีสถานที่น่าสนใจอื่นๆ อีก ได้แก่

 พิพิธภัณฑ์ศิลปาชีพ พระที่นั่งอภิเษกดุสิต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2447 จุดเด่นที่สวยงามของพระที่นั่งองค์นี้ก็คือ ลายไม้ฉลุแบบสมัยพระนางเจ้าวิคตอเรียแห่งประเทศอังกฤษ ปัจจุบันปรับแต่งเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงผลงานหัตถกรรมที่ประดิษฐ์ขึ้นโดยสมาชิกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ภายในพิพิธภัณฑ์มีงานหัตถกรรมหลากหลายให้ชม อาทิ เครื่องเงิน คร่ำ ผ้าทอ ผ้าปัก     ถมเงิน ถมทอง งานประดับด้วยปีกแมลงทับ เป็นต้น

 พิพิธภัณฑ์รถม้าพระที่นั่ง  เป็นที่รวบรวมรถม้าพระที่นั่งโบราณซึ่งใช้ในสมัยรัชกาลที่ 5 รถม้าแต่ละคัน     เคยร่วมในพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ มีความสง่าสวยงาม และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์

 พระตำหนักสวนสี่ฤดู    เคยเป็นพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ สมเด็จพระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช

 นอกจากนี้ภายในเขตพระราชวังดุสิตยังมีอาคารที่จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ พิพิธภัณฑ์นาฬิกาโบราณ พิพิธภัณฑ์ผ้าโบราณ พิพิธภัณฑ์เครื่องราชูปโภค และพระสาทิสลักษณ์ พิพิธภัณฑ์ภาพพระราชพิธี

                พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.30-17.00 น. (ปิดขายบัตรเวลา 15.30 น. โปรดแต่งกายสุภาพ)  อัตราค่าเข้าชมพระที่นั่งวิมานเมฆ ผู้ใหญ่ 75 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท

                หากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะต้องทำหนังสือแจ้งล่วงหน้า สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 2628 6300 ต่อ 5119–5121, 0 2281 6880, 0 2281 5454, 0 2281 8166 หรือ www.vimanmek.com

 

พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว                 กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ที่อาคารอนุรักษ์กรมโยธาธิการ เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เขตพระนคร   ตึกหลังนี้เป็นอาคาร
   สถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 6-7  สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2449 สถาบันพระปกเกล้าฯ ได้บูรณะเพื่อจัด
   ทำเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์ของรัชกาลที่ 7 หาดูได้ยาก  รวมทั้ง
   จัดแสดงภาพถ่าย เอกสาร และพระราชประวัติของรัชกาลที่ 7 องค์ปฐมกษัตริย์ระบบ
   ประชาธิปไตยของไทย  เป็นพิพิธภัณฑ์พระมหากษัตริย์แห่งแรกที่สมบูรณ์แบบ นำเทคโนโลยีที่
   ทันสมัยมาใช้ในการอธิบายและนำชม    ภายในจัดแสดงเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระบาท
   สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว  ได้แก่การสืบราชสันตติวงศ์ พระราชประวัติก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์
   พระราชกรณียกิจ การเปลี่ยนแปลงการปกครอง การพระราชทานรัฐธรรมนูญ เครื่องราชภัณฑ์
   และพระราชนิยมส่วนพระองค์ รวมทั้งพระราชประวัติหลังสละราชสมบัติ และเสด็จสวรรคต ณ
   ประเทศอังกฤษ นอกจากนี้ยังมีศาลาเฉลิมกรุงจำลอง จัดฉายภาพยนต์เก่าให้ชม  พิพิธภัณฑ์เปิด
   ให้เข้าชมวันอังคาร-วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00–16.00 น. ค่าเข้าชม
   20 บาท ชาวต่างชาติ 40 บาท วันหยุดราชการไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามรายละเอียดโทร. 0 2280 3413–14, 0 2280 3445–46 หรือ www.kpi.ac.th

 

พิพิธภัณฑ์วังวรดิศ และหอสมุดดำรงราชานุภาพ                 กรุงเทพมหานคร

   พิพิธภัณฑ์วังวรดิศ ตั้งอยู่ที่ถนนหลานหลวง บริเวณวังวรดิศ  พระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระ
   เจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ “บิดาแห่งประวัติศาสตร์และโบราณคดีไทย”  ได้รับ
   การยกย่องจากองค์การ UNESCO เมื่อ พ.ศ. 2505 ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก และมีผลงาน
   หนังสือที่ทรงนิพนธ์ไว้ถึง 1,050 เรื่อง วังวรดิศสร้างแบบสถาปัตยกรรมเรเนสซองส์ ออกแบบ
   โดยดร.คาร์ล ซิกฟรีด ดอห์ริง  ผู้ออกแบบวังบางขุนพรหมและพระรามราชนิเวศน์ที่จังหวัดเพชรบุรี
   ภายในแสดงให้เห็นการดำเนินชีวิตของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
   ภายในที่พักของพระองค์ การจัดวางข้าวของเครื่องใช้ยังคงสภาพสมัยที่พระองค์ยังมีพระชนม์ชีพ
   ผู้เข้าชมจะได้เห็นห้องต่างๆ เช่น ห้องเสวย ห้องจีน ห้องพระบรรทม ห้องทรงพระอักษรและห้อง
   พระหรือห้องพระบรมอัฐิประดิษฐานพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 1 รัชกาลที่ 2 รัชกาลที่ 4 และ
   รัชกาลที่ 5 และของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ นอกจากนี้ยังมีบริการ
   หอสมุดดำรงราชานุภาพ สำหรับค้นคว้าหนังสือส่วนพระองค์ ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรม
   พระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งมีกว่า 7,000 เล่ม รวมทั้งหนังสือวารสาร หนังสือพิมพ์และหนังสือวิชาการเน้นด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี เปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30–16.30 น. ปิดวันเสาร์ อาทิตย์และวันหยุดราชการ ไม่เสียค่าเข้าชม (ใช้เวลาในการชมประมาณ 3 ชั่วโมง)  สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2280 3150, 0 2282 9110, 0 2281 7577, 0 2223 8661 โทรสาร 0 2282 9110 หรือ www.prince-damrong.moi.go.th (กรุณาติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม รับการเข้าชมเป็นหมู่คณะ  เรียน ประธานมูลนิธิพิพิธภัณฑ์วังวรดิศ  และเรียน  ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติ อย่างน้อย 1 สัปดาห์)

 

พิพิธภัณฑ์สภากาชาดไทย                กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ในบริเวณสถานเสาวภา สภากาชาดไทย จัดสร้างขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าชม
   และศึกษาความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของสภากาชาดไทยและกาชาดสากล และเพื่อส่ง
   เสริมสนับสนุนให้เกิดแหล่งเรียนรู้ปลูกฝังค่านิยมในการเป็นคนที่มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีคุณธรรม
   และเมตตาธรรม

 

 

 

 


 

พิพิธภัณฑ์สุนทร                   กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 82/40 ซอยบุญมี  ถนนสุขาภิบาล 1 ท่าเกษตร (แยกจากถนนเพชรเกษม
   บริเวณห้างโลตัสบางแค) เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนที่เก็บรวบรวมของโบราณหลายยุคสมัยของไทย
   และต่างประเทศ  ที่เกิดจากการสะสมของคุณสุนทร ชูโนทัยสวัสดิ์  อาทิเช่น รถมอเตอร์ไซต์
   BMW รุ่นสมัยสงครามโลก นาฬิกาโบราณหลายรูปแบบ ตะเกียง โคมไฟ ของเล่นเด็ก จักรเย็บผ้า
   และเครื่องใช้อื่น ๆ มากมาย  เปิดเฉพาะวันเสาร์  ปิดวันอาทิตย์-ศุกร์  เวลา 11.00–17.00 น. ค่า
   เข้าชมชาวไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท  ชาวต่างชาติ 200 บาท สอบถามรายละเอียด
   โทร. 0 2802 0863-4 หรือ  www.sunthornmuseum.com

 

 

 

 

พิพิธภัณฑ์หนังสือพิมพ์ไทย                   กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ในสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถนนราชสีมา เขตดุสิต (ตรงข้ามมหาวิทยาลัย
   ราชภัฏสวนดุสิต) เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกที่สร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมวิชาชีพหนังสือพิมพ์   เป็นศูนย์
   กลางเรียนรู้  แหล่งศึกษาค้นคว้า ตลอดจนเป็นสถานที่รวบรวมเอกสาร  หลักฐานทางประวัติ
   ศาสตร์ต่างๆที่มีคุณค่าในวงการหนังสือพิมพ์ไทยในอดีตถึงปัจจุบัน โดยจัดแสดงด้วยระบบ
   คอมพิวเตอร์ทันสมัย ส่วนแรกนำเสนอเกี่ยวกับการทำหนังสือพิมพ์ในอดีตโดยจัดแสดงเป็นหุ่นขี้
   ผึ้งจำลองบรรยากาศสำนักงานหนังสือพิมพ์การทำงานของนักข่าวในสมัยก่อน   ถัดมาแสดงให้
   เห็นบทบาทของหนังสือพิมพ์ด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม   และประวัติความเป็นมาของผู้มี
   บทบาทในวงการหนังสือพิมพ์ อาทิ หมอบรัดเลย์, พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์
   ประพันธ์, ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช,  กุหลาบ สายประดิษฐ์,  มาลัย ชูพินิจ, อิศรา อมันตกุล  มุมหนึ่ง
   ประดิษฐานพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ผู้ทรงริเริ่มกิจการ
   การพิมพ์ของคนไทยให้มีการพิมพ์ใบประกาศและเป็นบรรณาธิการในหนังสือราชกิจจานุเบกษา
   ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ฉบับแรกของคนไทย และพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ผู้ทรงเป็นกษัตริย์นักหนังสือพิมพ์  ทรงโปรดให้ออกหนังสือพิมพ์เพื่อแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี  พิพิธภัณฑ์ยังมีส่วนนิทรรศการเกี่ยวกับหนังสือพิมพ์และนิตยสารต่างๆ  และมีบริการห้องสมุดสำหรับผู้สนใจค้นคว้าข้อมูลหลักฐานต่างๆ พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00–17.00 น.กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าชม สอบถามรายละเอียดโทร. 0 2669 7124-6 โทรสาร 0 2241 5929 หรือ www.thaipressasso.com

 

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ กรุงเทพฯ                  กรุงเทพมหานคร

   พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ กรุงเทพฯ ตั้งอยู่ที่ชั้น 6 สยามดิสคัฟเวอรี่ เขตปทุมวัน

   พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ มีชื่อเสียงยาวนานกว่า 250 ปี และได้รับการยอมรับจากผู้ชมทั่ว
   โลก ถึงการเป็นมาตรวัด “ความมีชื่อเสียง” โดยบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลกเท่านั้นที่จะได้รับ
   เลือกให้เป็นแบบปั้นหุ่นขี้ผึ้งในพิพิธภัณฑ์ฯ  โดยจะมีหุ่นขี้ผึ้งมากกว่า 70 ตัว นอกจากนี้ผลงาน
   การปั้นที่ “เหมือนคนจริง” มากที่สุด ทั้งส่วนสูง รูปร่างหน้าตา รวมไปถึงเครื่องแต่งกาย ที่ถูก
   สร้างสรรค์ขึ้นอย่างปราณีตโดยทีมงานมืออาชีพที่ใช้เวลากว่า 4-6 เดือน ในการปั้นหุ่นแต่ละตัว
   ได้สร้างความอึ้ง ทึ่ง ประจักษ์แก่สายตาผู้ชมกว่า 500 ล้านคนทั่วโลกมาแล้ว รวมถึงบรรยากาศ
   แบบ “อินเทอร์แอ็คทีฟ” ที่ครบรส ผสาน แสง สี เสียงล้ำสมัย และเปิดโอกาสให้ผู้ชมสามารถร่วม
   ถ่ายภาพและใกล้ชิดกับหุ่นทุกตัวราวกับได้พบคนดังคนโปรดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

   


พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ กรุงเทพฯ เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-21.00 น.

ค่าบัตรเข้าชม ผู้ใหญ่ 700 บาท   เด็ก 500 บาท

สอบถามเพิ่มเติมที่ โทร. 0-2658 0060

หรือ www.madametussauds.com/bangkok

 

พิพิธภัณฑ์อัญมณีและเครื่องประดับ              กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ในสถาบันวิจัยอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ ชั้น 3 อาคารวิจัยและตรวจสอบอัญมณี  
   (ใกล้ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) เพื่อเสริมสร้างความรู้และ
   กระตุ้นเยาวชนและบุคคลทั่วไปให้ตระหนักถึงคุณค่าของอัญมณี และเน้นย้ำภาพลักษณ์ของ
   ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการค้าและอุตสาหกรรมพลอยสีและเครื่องประดับของโลก สร้าง
   สรรค์แรงบันดาลใจแก่นักออกแบบ ตลอดจนอนุรักษ์ตัวอย่างอัญมณีไว้สำหรับคนรุ่นหลัง  สิ่งของ
   ที่จัดแสดงมีทั้งอัญมณีและเครื่องประดับที่ได้รับบริจาคจากเอกชน โลหะมีค่าสำหรับทำเครื่อง
   ประดับ ตลอดจนเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับการทำเครื่องประดับ  และยังมีการขอยืมชิ้นงาน
   จากบริษัทจิวเวลลี่ต่างๆ มาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนจัดแสดง  ส่วนนิทรรศการถาวร ประกอบด้วย
   การแสดงประวัติความเป็นมาของอัญมณีและเครื่องประดับ การแสดงแบบจำลองเหมืองอัญมณี
   ขั้นตอนการผลิต  เช่น การคัดขนาด การตัดแบ่ง การเจียระไน และขัดเงา นับว่าเป็นแหล่งความรู้
   และข้อมูลที่สำคัญสำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรมอัญมณี  เปิดวันจันทร์-ศุกร์  เวลา
   09.00-16.00 น.  ปิดวันเสาร์ อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์  ค่าเข้าชมชาวไทย ผู้ใหญ่ 50 บาท นักเรียน นักศึกษา 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท   (ผู้ใหญ่อายุเกิน 60 ปีและเด็กต่ำกว่า 10 ปี ไม่เสียค่าเข้าชม) สอบถามรายละเอียดโทร. 0 2218 5470-4 ต่อ 23 หรือ www.git.or.th

 

พิพิธภัณฑ์อัยการไทย                กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ชั้น 11  สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก จัดแสดงเรื่องราววิวัฒนาการของสถาบัน
   อัยการไทยที่มีมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นแหล่งรวมหนังสือกฎหมายโบราณ และข้าวของ
   เครื่องใช้ของอัยการที่รวบรวมจากสำนักอัยการจังหวัดต่าง ๆ สำนวนคดีประวัติศาสตร์เช่น คดี 6
   ตุลา 19,  คดีเชอรี่ แอน  เปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา  09.00-16.00 น.  ปิดวันเสาร์ อาทิตย์และวัน
   หยุดนักขัตฤกษ์ ไม่เสียค่าเข้าชม  สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2541 2951  (เข้าชมเป็นหมู่
   คณะทำจดหมายเรียน ศูนย์วิทยบริการคณะล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน)

 

 

 

 

พิพิธภัณฑ์เขตบางกอกน้อย                   กรุงเทพมหานคร

   เป็นพิพิธภัณฑ์เขต ที่สำนักสวัสดิการสังคม กรุงเทพมหานครริเริ่มขึ้นเพื่อการเรียนรู้เรื่องราวของ
   ท้องถิ่นในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม  ศิลปะและภูมิปัญญา โดยใช้พื้นที่อาคารโรงเรียนสุว
   รรณารามวิทยาคม  ภายในจัดแสดงภาพการเติบโตของชุมชนตามแนวลำน้ำเจ้าพระยาสายใหม่ 
   ดั่งชื่อปรากฏในกฎหมายอาชญาหลวงว่า “ทณบุรีศรีมหาสมุทร” และแสดงสถานที่น่าสนใจต่างๆ
   ในเขต เช่น  สถานีรถไฟบางกอกน้อย โรงพยาบาลศิริราช  กรมอู่ทหารเรือ  บุคคลสำคัญของ
   บางกอกน้อย เหตุการณ์กู้ชาติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช    เปิดวันพุธ-อาทิตย์ เวลา
   10.00–15.30 น. ปิดวันจันทร์ อังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์  ไม่เสียค่าเข้าชม  สอบถามราย
   ละเอียด โทร. 0 2424 6873 หรือ กองนันทนาการ สำนักสวัสดิการสังคม โทร. 0 2246 0301-2
   ต่อ 2588

   



ที่ตั้ง โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม ซ.จรัญสนิทวงศ์ 32

การเดินทาง รถประจำทางที่ผ่าน สาย 40, 42, 56, 68, 80, 175, 510, 509
 

พิพิธภัณฑ์เขตบางขุนเทียน                   กรุงเทพมหานคร

   พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เขตบางขุนเทียน  ตั้งอยู่ที่ถนนพระราม 2 เป็นพิพิธภัณฑ์เขตที่
   สำนักสวัสดิการสังคม กรุงเทพมหานครริเริ่มขึ้นเพื่อการเรียนรู้เรื่องราวของท้องถิ่นในด้านประวัติ
   ศาสตร์ วัฒนธรรม  ภูมิปัญญา โดยใช้พื้นที่อาคารโรงเรียนคลองพิทยาลงกรณ์ แขวงท่าข้าม เขต
   บางขุนเทียน ภายในจัดแสดงวิถีชีวิตชาวบางขุนเทียน ที่มาของชื่อเขตบางขุนเทียน  สวนผลไม้ 
   ในเขตบางขุนเทียน  สวนส้มบางมด  การทำนาในอดีต ข้าวของเครื่องใช้สมัยโบราณ  เรื่องราว
   ของสัณฐานกรุงเทพฯ   เส้นทางเดินทางของพระเจ้าตากสินมหาราช   บุคคลสำคัญทางประวัติ
   ศาสตร์ของชาวบางขุนเทียน เช่น สุนทรภู่ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  ป่าชายเลนใน
   เขตบางขุนเทียนและสถานที่น่าสนใจภายในเขต นอกจากนี้ยังสามารถเช่ารถจักรยานเที่ยวชม
   ป่าชายเลน หรือ โครงการเกษตรน้ำเค็ม  ได้ เปิดทุกวัน เวลา  09.00–16.00 น.  ไม่เสียค่าเข้า
   ชม สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2452 4792,  0 2452 5001 (เข้าชมเป็นหมู่คณะ ทำจดหมาย
  เรียน ผู้อำนวยการโรงเรียนคลองพิทยาลงกรณ์)


 

พิพิธภัณฑ์เขตบางรัก                กรุงเทพมหานคร

   พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก หรือ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เขตบางรัก ตั้งอยู่ที่ถนนเจริญ
   กรุง ซอยเจริญกรุง 43 (ตรงข้ามไปรษณีย์กลาง เขตบางรัก) เป็นบ้านที่สร้างในราวปี พ.ศ. 2480
   เจ้าของได้อนุรักษ์ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านไว้เพื่อแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนชั้น
   กลางชาวบางกอกในช่วงก่อนและหลังสงครามโลกครั้งที่ 2   ประวัติความเป็นมาของบางรัก
   เรื่องราวของย่านบางรักกับการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ   การสร้างถนน  ยานพาหนะ วิวัฒนาการ
   ย่านการค้า จุดเริ่มต้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์  สถานที่น่าสนใจที่เกี่ยวกับภูมิหลังทางประวัติ
   ศาสตร์ของชุมชน อาทิ อาสนวิหารอัสสัมชัญ โรงพยาบาลเลิดสิน  วัดมหาพฤฒารามวรวิหาร เปิด
   วันพุธ-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-16.00 น. ปิดวันจันทร์ อังคาร  ไม่เสียค่าเข้า
   ชม ติดต่อสอบถามโทร. 0 2233 7027

   รถประจำทางที่ผ่าน ถนนเจริญกรุง สาย 1, 16, 35, 75 และ 93 จัดแสดงประวัติศาสตร์ความเป็น
   มาของบางรักซึ่ง


 

พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผ              กรุงเทพมหานคร

   เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องปั้นดินเผาถ้วยชามเบญจรงค์ในสมัยโบราณ และเป็นพิพิธภัณฑ์บ้านริม
   น้ำ ตั้งอยู่ข้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ด้านหลังของวิทยาลัยนาฏศิลป์)

 

 

 

 

 



 

พิพิธภัณฑ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทย               กรุงเทพมหานคร

   จัดตั้งโดยสมาคมนักอนุรักษ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทย จัดแสดงเกี่ยวกับเครื่อง
   เล่นกระบอกเสียงและหีบเเสียงไทยในรูปแบบต่างๆ พิพิธภัณฑ์ฯ เปิดให้ผู้สนใจเข้าชม เฉพาะวัน
   อาทิตย์ จำนวน 2 รอบ กำหนดให้เข้าชมรอบละไม่เกิน 10 ท่าน


 

 

 

 


 

พิพิธภัณฑ์เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงห์เสนี)                  กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยูในโรงเรียนบดินทร์เดชา(สิงห์ สิงหเสนี)  ถนนลาดพร้าว  สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน
   เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในปีมหามงคลกาญจนาภิเษก ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิ
   พลอดุลยเดช และฉลองการตั้งโรงเรียนบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ครบ 25 ปีเต็ม เมื่อปี
   พ.ศ.2539 ทั้งยังมุ่งหวังให้เป็นสถานเชิดชูเกียรติของเจ้าพระยาบดินทรเดชา ซึ่งเป็นบุคคลที่มี
   ความสำคัญยิ่งคนหนึ่งในสมัยรัตนโกสินทร์ มีบทบาททั้งในด้านการทหาร การทูต การเมืองและ
   เศรษฐกิจ และรวบรวมเกียรติประวัติของโรงเรียน ตลอดจนเป็นสถานที่รวบรวมศิลปวัฒนธรรม
   ไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวไว้ให้นักเรียน และประชาชนทั่วไปได้ศึกษาหา
   ความรู้ โดยมีการออกแบบและตกแต่งเป็นเรือนไทยไม้สักทองขนาดใหญ่ 3 หลัง พร้อมพลับพลา
   พิธีการและอุทยานไม้ไทยรายล้อมอนุสาวรีย์เจ้าพระยาบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เปิดวัน
   จันทร์-ศุกร์ เวลา  09.30-15.30 น. ปิดวันเสาร์ อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ค่าเข้าชม  20
   บาท สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2538 3964, 0 2514 1403


 

พิพิธภัณฑ์เด็ก                กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ในบริเวณสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ บนพื้นที่ 5 ไร่ เป็นโครงการที่สืบเนื่องจากพระราช
   ปรารภในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงตระหนักถึงความสำคัญในการสร้าง
   สรรค์กระบวนการเรียนรู้อย่างเพลิดเพลินของเด็กไทย และจัดกิจกรรมสำหรับเด็กและครอบครัว
   ของชาวกทม.  พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานครจึงได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการ
   3 หลัง พร้อมลานกิจกรรมกลางแจ้ง ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2544 ภายใต้โครงการเฉลิมพระ
   เกียรติเนื่องในวโรกาสพระชนมายุครบ 60 พรรษา

  





พิพิธภัณฑ์เด็กแห่งนี้ได้นำเสนอและจัดการเรียนรู้บนแนวความคิดหลักที่ว่า "เอกภาพบนความหลากหลาย" (HARMONY IN DIVERSITY) ซึ่งเป็นแนวคิดที่เด็กจะได้เห็นว่า "สรรพสิ่งล้วน

1. แตกต่างหลากหลาย (DIVERSITY) ไม่มีสิ่งใดเหมือนกันทุกอย่าง แม้แต่มนุษย์ก็ไม่เหมือนกัน

2. สัมพันธ์พึ่งพากัน (INTERDEPENDENCE) สรรพสิ่งนั้นสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน องค์ความรู้แต่ละด้านไม่ได้เกิดขึ้น และดำรงอยู่ด้วยตัวเอง หากแต่เกี่ยวโยงสัมพันธ์กันเป็นเหตุปัจจัยของกันและพึ่งพาอาศัยกัน เช่น ความสัมพันธ์ระหว่าง ศิลปะ ดนตรี การแต่งกาย การสร้างบ้านเรือน ซึ่งเชื่อมโยงกับสภาพภูมิประเทศ หรือน้ำกับต้นไม้ สัตว์กับคนที่ต้องพึ่งพากัน

3. แปรเปลี่ยน พัฒนา ไม่หยุดนิ่ง (DYNAMIC)  ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นและเสื่อมสลายตลอดเวลา"

                 ภายในมีนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจสำหรับให้เด็กได้เรียนรู้ด้วยความสนุกสนาน ทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ วิทยาศาสตร์  วัฒนธรรมและสังคม ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันอังคาร-ศุกร์ เวลา 09.00-17.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ 10.00-18.00 น. ปิดวันจันทร์ ค่าเข้าชมเด็ก 50 บาท ผู้ใหญ่ 70 บาท สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2615 7333 ต่อ 102, 134, 148 หรือ www.bkkchildrenmuseum.com

 

พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีทางภาพ                  กรุงเทพมหานคร

   เป็นพิพิธภัณฑ์กล้องและภาพถ่ายแห่งแรกในประเทศไทยและเอเซีย  ตั้งอยู่ที่อาคารของภาควิชา
   วิทยาศาสตร์ทางภาพถ่ายและเทคโนโลยีทางการพิมพ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์
   มหาวิทยาลัย เป็นที่รวบรวมและแสดงประวัติความเป็นมาของการถ่ายภาพ  วิวัฒนาการกล้อง
   ถ่ายภาพตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน   กล้องถ่ายภาพอิเล็กทรอนิกส์  อุปกรณ์การถ่ายภาพต่างๆ  การ
   ผลิตฟิล์ม  นอกจากนี้ยังจัดแสดงความก้าวหน้าด้านภาพสามมิติ  ภาพอิเล็กทรอนิกส์  เทคโนโลยี
   การแยกสี และยังมีห้องแสดงภาพถ่ายร่วมสมัย  เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม วันจันทร์-ศุกร์ 
   ปิดวันเสาร์ อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา  10.00-15.00 น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 20 บาท นัก
   เรียน นักศึกษา 10 บาท ชาวต่างชาติ  100 บาท  สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2218 5581–3
   หรือ  www.chula.ac.th  (เข้าชมเป็นหมู่คณะต้องทำจดหมายแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 2
   สัปดาห์)

 

 

พิพิธภัณฑ์เปลือกหอย               กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่บนถนนสีลม  ติดซอยสีลม  23 ตรงข้ามโรงพยาบาลเลิดสิน  อาคารพิพิธภัณฑ์มีทั้งหมด 3
   ชั้น  ชั้นแรก จัดแสดงให้เห็นเปลือกหอยขนาดใหญ่ชนิดต่าง ๆ รวมถึงเปลือกหอย 2 ฝาที่มีขนาด
   ใหญ่ (หอยมือเสือยักษ์) นอกจากนี้ยังมีบรรดาเม่นทะเลรูปร่างหน้าตาแปลก ๆให้ชม  ชั้นที่ 2 มี
   จัดแสดงหอยสังข์ หอยงวงช้าง และหอย 2 ฝา สีสันสวยงามจากทั่วทุกมุมโลก  ชั้นบนสุดจัด
   แสดงงานงานศิลปะเกี่ยวกับเปลือกหอยต่างๆ  รวมทั้งเปลือกหอยสวยงามและหายาก อาทิ หอย
   เบี้ย หอยเต้าปูนที่ฆ่าคนได้โดยการแทงเข็มพิษครั้งเดียว

    พิพิธภัณฑ์เปลือกหอยกรุงเทพ  เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา  10.00-21.00  น.   ค่าผ่านประตู ชาว
   ไทย 100 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท  ติดต่อสอบถามรายละเอียด โทร. 0 2234 0291,  08
   9681 3814



 

พิพิธภัณฑ์เภสัชกรรมไทย               กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 อาคารเภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  เลขที่ 40 ซอย
   สันติสุข สุขุมวิท 38  เยื้องซอยทองหล่อ จัดตั้งขึ้นเพื่อให้ชนรุ่นหลังได้รู้ประวัติการแพทย์แผน
   ไทยจนถึงปัจจุบัน จัดแสดงเรื่องราวตามหัวข้อต่าง ๆ ได้แก่ ต้นกำเนิดวิชาชีพเภสัชกรรม 
   วิวัฒนาการเภสัชกรรมแผนตะวันออกและภูมิปัญญาพื้นฐาน วิวัฒนาการเภสัชกรรมแผนตะวันตก 
   วิวัฒนาการสมุนไพรและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ  ประวัติการศึกษาเภสัชศาสตร์     และเรื่องกำเนิด
   และบทบาทของเภสัชกรรมสมาคมฯ  เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00–16.00 น. ปิดวัน
   เสาร์ อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์  ไม่เสียค่าเข้าชม  สอบถามรายละเอียดโทร. 0 2712
   1627, 0 2391 6243 (เข้าชมเป็นหมู่คณะควรทำจดหมาย  เรียน นายกเภสัชกรรมสมาคมแห่ง
   ประเทศไทย ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์)

 



 

พิพิธภัณฑ์แบทแคท มิวเซียม แอนด์ ทอยส์ ไทยแลนด์              กรุงเทพมหานคร

   ตื่นตา..กับแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ของเล่นสะสม “แบทแมน” จำนวนมากและใหญ่ที่สุดใน
   เอเชีย ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรก พร้อมด้วยผองเพื่อนซูเปอร์ฮีโร่จากภาพยนตร์ รายการทีวี
   หนังสือการ์ตูน และตัวการ์ตูนชื่อดัง ที่ทุกคนรู้จักระดับโลก   อาทิ ซูเปอร์แมน สไปเดอร์แมน สตา
   ร์วอร์ เอเลี่ยนส์ และผองเพื่อนอีกมากมาร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เยี่ยมเยือน

   พาคุณย้อนเวลา..สู่เรื่องราวอันทรงคุณค่าของเหล่าซูปเปอร์ฮีโร่ โดยเฉพาะ”แบทแมน”  อัศวินผู้
   กล้าแห่งเมืองก็อทแธมซิตี้ สัมผัสผ่านชิ้นงานของเล่นสะสมจำนวนมากกว่า 50,000 ชิ้น ที่มูลค่า
   นานวันยิ่งทวีคูณ และหาดูได้ยากยิ่ง ด้วยสภาพสมบูรณ์แบบที่สุดนับตั้งแต่วันเวลาที่ถูกผลิต ซึ่ง
   ได้รวบรวมมาจากทุกมุมโลก

   พิพิธภัณฑ์แบทแคท มิวเซียม แอนด์ ทอยส์ ไทยแลนด์ ตั้งอยู่ที่ ถนนศรีนครินทร์ เป็นแหล่งท่อง
   เที่ยวที่สะสมของเล่น “แบทแมน ” ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และของสะสมซุปเปอร์ฮีโร่จากการ์ตูนชื่อ
   ดัง เช่น ซูเปอร์แมน สไปเดอร์แมน สตาร์วอร์ เอเลี่ยนส์ จำนวนกว่า 50,000 ชิ้น จากทั่วทุกมุมโลก ตั้งแต่ยุค 60 ซึ่งใช้เวลารวบรวมนับ 10 ปี ภายในร้านจำหน่ายเครื่องดื่มและของที่ระลึก ซุเปอร์ฮีโร่ เสื้อยืด

เปิดให้เข้าชมทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00-19.00 น.
วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา09.00 -20.00 น.
ค่าเข้าชม ชาวไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 60 บาท
ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 250 บาท เด็ก 60 บาท

 

พิพิธภัณฑ์และห้องสมุดตราไปรษณียากร                   กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 อาคารสำนักงานไปรษณีย์นครหลวงเหนือ (หลังที่ทำการไปรษณีย์สามเสนใน)
   ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสน จัดแสดงประวัติการไปรษณีย์ไทยและวิวัฒนาการตรา
   ไปรษณียากรไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และแสดงตราไปรษณียากรดวงแรกของไทย “โสฬศ”
   ในสมัยรัชกาลที่ 5 และตราไปรษณียากรต่างๆของประเทศสมาชิกสหภาพสากลไปรษณีย์  นอก
   จากนี้ยังมีห้องสมุดจัดเก็บหนังสือรวบรวมความรู้เรื่องการไปรษณีย์ทั้งภาษาไทยและภาษาต่าง
   ประเทศ ในบริเวณเดียวกันยังมีการจำหน่ายแสตมป์ และอุปกรณ์เพื่อการสะสมแสตมป์ บริเวณชั้น
   ล่างของอาคารข้างๆ อาคารพิพิธภัณฑ์ มีห้องจำลองแบบสถานที่และอุปกรณ์การปฏิบัติงานของ
   ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขสมัยโบราณซึ่งรับส่งธนาณัติ ขายตราไปรษณียากรและอื่นๆ บริเวณ
   สนามด้านหน้ามีการตั้งแสดงตู้ไปรษณีย์ในสมัยต่างๆ และนำเข้ามาจากต่างประเทศ  เปิดให้เข้า
   ชมวันพุธ-วันอาทิตย์  ปิดวันจันทร์  อังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์  เวลา 08.30-16.30 น. ไม่เสีย
   ค่าเข้าชม สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2271 2439 (เข้าชมเป็นหมู่คณะทำจดหมายเรียน  ผู้
   จัดการส่วนตราไปรษณียากร  บริษัทตราไปรษณีย์ไทย จำกัด ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์)

 

ภัทราวดีเธียเตอร์                กรุงเทพมหานคร

   จัดตั้งเมื่อปี 2535 โดยคุณภัทราวดี มีชูธน นักแสดง นักเขียน ผู้กำกับการแสดง ที่มีผลงานเป็นที่
   ยอมรับทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ภัทราวดีเธียเตอร์ เป็นโรงละครเอกชนที่มีการแสดงระดับ
   สากล

 

 

 



 

 

มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้             กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง บริเวณอาคารกระทรวงพาณิชย์เดิม  ตัวอาคาร
   หลังนี้ได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2549จากคณะกรรมาธิการ
   อนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ 

   พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางด้านชาติพันธุ์วิทยา มานุษยวิทยาและสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยว
   ข้องกับสังคมไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เพื่อสร้างสำนึกรักและเข้าใจในประวัติความเป็น
   มาของผู้คน บ้านเมือง วัฒนธรรมและท้องถิ่นของตน ตลอดจนเชื่อมโยงความสัมพันธ์ในลักษณะ
   เครือญาติกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้วิธีการจัดแสดงแบบใหม่ ผ่านสื่อเครื่องมือต่างๆ ที่ทัน
   สมัย  ทำให้ผู้เข้าชมสามารถมีส่วนร่วม เรียนรู้และเข้าใจเรื่องราวประวัติศาสตร์ของชาติไทยได้
   เป็นอย่างดี   ภายในอาคารแบ่งเนื้อหาการจัดแสดงเป็น 17 หัวข้อย่อย  ในรูปแบบ "เรียงความ
   ประเทศไทย" โดยแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ตามหัวข้อต่างๆ  ชั้นแรก  ประกอบด้วย ห้องที่นำเข้าสู่การ
   จัดแสดง, เบิกโรง, ไทยแท้, ตึกเก่าเล่าเรื่อง และมีร้านขายของที่ระลึก ชั้นที่ 2 จัดแสดงเรื่อง
   แผนที่ความยอกย้อนบนแผ่นกระดาษ, กรุงเทพฯ ภายใต้ฉากอยุธยา, ชีวิตนอกกรุงเทพฯ, แปลงโฉมสยามประเทศ, กำเนิดประเทศไทย, สีสันตะวันตก, เมืองไทยวันนี้และมองไปข้างหน้า ชั้นที่ 3 จัดแสดงหัวข้อเปิดตำนานสุวรรณภูมิ, สุวรรณภูมิ,พุทธิปัญญา, กำเนิดสยามประเทศ, สยามประเทศและสยามยุทธ์   ผู้เข้าชมจะได้รับความรู้และความเพลิดเพลินจากการเข้าชมแต่ละห้องจัดแสดง นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อการเรียนรู้สำหรับเยาวชนและผู้สนใจรักด้านพิพิธภัณฑ์   พิพิธภัณฑ์เปิดวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่เว้นวันหยุดราชการ)  ปิดวันจันทร์ นักเรียน นักศึกษา อายุ 15 ปีขึ้นไป 50 บาท ผู้ใหญ่คนไทย  100 บาท ผู้ใหญ่ชาวต่างชาติ  300 บาท  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 0 2225 2777 ต่อ 123 โทรสาร 0 2225 2775 - 6 หรือ www.museumsiam.com

 

วังสวนผักกาด            กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ที่ถนนศรีอยุธยา เป็นที่ประทับของกรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิ์พินิต และ ม.ร.ว.หญิงพันธุ์ทิพย์
   บริพัตร ชื่อวังสวนผักกาดตั้งตามลักษณะของพื้นที่ซึ่งเคยเป็นสวนผักกาดของชาวสวน จัดแสดง
   ศิลปวัตถุโบราณต่าง ๆ มากมาย เป็นของสะสมและของส่วนตัวของราชสกุลบริพัตร ภายในหมู่
   เรือนไทยโบราณ 8 หลังอายุกว่าร้อยปี เช่น เรือนไทยหลังที่ 1 ชั้นล่างคือ พิพิธภัณฑ์ดนตรีทูล
   กระหม่อมบริพัตรฯ  ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็น “พระบิดาแห่งดนตรีไทย” เรือนไทยหลังที่ 4 จัด
   แสดงโบราณวัตถุเช่น พระพุทธรูปสำริดศิลปะสุโขทัย งาช้างแกะสลัก เรือนไทยหลังที่ 7 เป็น
   พิพิธภัณฑ์โขน  จัดแสดงหัวโขนต่างๆและหุ่นละครเล็ก  เรือนไทยหลังที่  8 จัดแสดงวัฒนธรรม
   บ้านเชียง และยังมีหอเขียนซึ่งสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ภายในมีภาพลายรดน้ำ
   เรื่องพุทธประวัติ เรื่องรามเกียรติ์และเหตุการณ์ที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ส่งราชทูตฝรั่งเศสเข้ามาใน
   สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ส่วนที่บริเวณชั้น 2 ของศิลปาคารจุมภฏ-พันธุ์ทิพย์ จัดเป็น
   พิพิธภัณฑ์บ้านเชียง แสดงโบราณวัตถุมีอายุเก่าแก่ประมาณ 4,000 ปี เช่น ภาชนะดินเผา กำไล
   หิน ลูกปัดแก้วซึ่งพบบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย  เปิดให้เข้าชมทุกวัน  ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.  ค่าเข้าชม ชาวไทย คนละ 50 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท นักศึกษา 20 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2246 1775-6, 0 2245 4934 หรือ www.suanpakkad.com

 

วัดกระทุ่มเสือปลา             กรุงเทพมหานคร

   ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปประดับเพชร โดยจำลองแบบมาจากพระพุทธชิน
   ราชสมัยสุโขทัย จีวรประดับด้วยเพชรรัสเซีย และภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์อีก 2 แห่ง คือ
   พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง และพิพิธภัณฑ์พระพุทธรูป 80 ปาง










 

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร            กรุงเทพมหานคร

   วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร สร้างขึ้นเมื่อสมัยราชกาลที่ 3 เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธไตรรัตน
   นายก หรือหลวงพ่อโต











 

วัดชนะสงคราม                  กรุงเทพมหานคร

   เดิมอยู่กลางทุ่งนาจึงเรียกว่า " วัดกลางนา" สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาททรง
   สถาปนาขึ้นใหม่ และรัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้เป็นวัดพระสงฆ์ฝ่ายรามัญเพื่อเป็นการให้เกียรติ
   แก่ทหารรามัญในกองทัพของสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท










 

วัดธรรมมงคล                     กรุงเทพมหานคร

   เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมใจกลางกรุง มีเจดีย์สูงถึง 90 เมตร สักการะพระพุทธรูปหยกเขียว












 

วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก               กรุงเทพมหานคร

   เป็นวัดพระอารามหลวงประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ซึ่งได้มีพระราช
   ดำรัสให้จัดสร้างขึ้นให้เป็นวัดขนาดเล็กที่เรียบง่าย มุ่งเน้นประโยชน์ใช้สอยสูงสุด เพื่อเป็นศูนย์
   รวมจิตใจของประชาชนในลักษณะ 3 ประสาน คือ บ้าน วัด โรงเรียน หรือที่เรียกว่า ' บวร '










 

วัดพระศรีมหาอุมาเทวี                   กรุงเทพมหานคร

   เป็นวัดในศาสนาพราหมณ์ฮินดู นิกายศักติ ซึ่งนับถือเทพสตรีผู้เป็นแม่เป็นใหญ่ในลัทธิ สร้างขึ้น
   ประมาณปี 2422 โดยชาวอินเดียจากรัฐทมิลนาดูที่โดยสารเรือเข้ามาประเทศไทยทางภาคใต้











 

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)                  กรุงเทพมหานคร

   อยู่ที่ถนนมหาราช เขตพระนคร ใกล้กับพระบรมมหาราชวัง เป็นวัดเก่าแก่ซึ่งพระบาทสมเด็จพระ
   พุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ได้เล่าเรียนพระ
   ปริยัติธรรม วัดนี้ถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1ครั้นถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้
   โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะวัดโพธิ์ใหม่ทั้งหมด และได้นำเอาตำราวิชาการด้านต่าง ๆ มาจารึกไว้โดย
   รอบ เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชน ถือได้ว่าวัดโพธิ์เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของ
   ไทย  นอกจากนี้ที่วัดโพธิ์ยังมีพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3ก่ออิฐถือปูนปิด
   ทองทั้งองค์    ยาว 46เมตร สูง 15เมตร ที่ฝ่าพระบาทแต่ละข้างมีลวดลายประดับมุกเป็นภาพ
   มงคล 108ประการ อันเป็นลักษณะอย่างหนึ่งของมหาบุรุษตามคติของอินเดีย



 

วัดโพธิ์ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ประจำปี 2551รางวัลดีเด่น ประเภทแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรม แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0 2226 0335 และ 0 2226 0369 หรือ www.watpho.com

 

วัดมหาธาตุ                   กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ริมสนามหลวง ถนนหน้าพระธาตุ (ใกล้กับมหาวิทยาลัยศิลปากร) เป็นพระอารามหลวง
   ฝ่ายมหานิกายชั้นเอก เดิมชื่อว่า วัดสลัก กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทโปรดให้สร้างขึ้น
   ใหม่พร้อมกับพระบรมมหาราชวังแล้วพระราชทานนามว่า “วัดนิพพานาราม” ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น
   “วัดพระศรีสรรเพชญ์” เคยใช้เป็นที่สังคายนาพระไตรปิฏกหลังจากกรมพระราชวังบวรฯ เสด็จ
   สวรรคตแล้วพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงเปลี่ยนนามพระอารามใหม่ว่า “วัด
   มหาธาตุ”   ส่วนคำว่า “ยุวราชรังสฤษดิ์” มาเพิ่มในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
   หลังจากที่ทรงปฏิสังขรณ์แล้ว ภายในวัดมีสิ่งสำคัญคือ พระอุโบสถ พระวิหารพระมณฑป วิหาร
   โพธิ์ลังกา หรือวิหารน้อย ต้นศรีมหาโพธิ์ และมหาวิทยาลัยสงฆ์ชื่อ  “มหาจุฬาลงกรณราช
   วิทยาลัย”




 

วัดยานนาวา                 กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ที่ถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาทร มีพระเจดีย์ฐานเป็นสำเภาขนาดเท่าสำเภาจริง
   ซึ่งสร้างในสมัยรัชกาลที่ 3












ความเป็นมา

                 วัดยานนาวา พระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ เดิมชื่อว่า วัดคอกควาย เป็นวัดโบราณมีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ไม่ปรากฏนามผู้สร้าง และได้รับการยกย่องขึ้นเป็นพระอารามหลวงในช่วงกรุงธนบุรี พ.ศ. ๒๓๒๕ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สร้างพระอุโบสถหลังเล็กขึ้นถวาย และพระราชทานวิสุงคามสีมาให้แก่ทางวัด และพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดคอกกระบือ” ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว วัดยานนาวาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ด้วยเช่นกัน คือ  พ.ศ. ๒๓๘๗ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมหมื่นไกรสรวิชิต เป็นแม่กองปฏิสังขรณ์พระอุโบสถวัดยานนาวา ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้เคยปฏิสังขรณ์ไว้แล้ว พร้อมทั้งทรงให้สร้างพระเจดีย์มีฐานเป็นสำเภาอยู่ข้างหลังพระอุโบสถ จนแล้วเสร็จใน พ.ศ. ๒๓๘๗ นั้นเอง และทรงโปรดฯให้สร้างและถวายกุฏิสงฆ์ที่ทรงสร้างใหม่ให้แก่พระสงฆ์ จำนวน ๒ หลัง และปิดทองหน้าบัน บานประตู หน้าต่าง ซุ้มประตูหน้าต่างพระอุโบสถในคราวเดียวกัน และทรงโปรดฯให้มีงานพระราชเพลิงศพ หลวงสุนทรภักดี ด้วย พ.ศ. ๒๓๘๘ ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้วัดยานนาวาให้มีเทศนาประจำวัด และเมื่อพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ (พระองค์เจ้าหญิงวิลาส) ได้สิ้นพระชนม์ เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๓๘๘ หลังเสร็จงานพระศพแล้ว ก็ได้ทรงโปรดฯให้สร้างรูปหล่อพระเวสสันดรกัณหาชาลี ขึ้น พ.ศ. ๒๓๙๐ และโปรดฯ ให้มีงานพระราชพิธีแห่รูปพระเวสสันดรกัณหาชาลี ไปไว้ท้ายเจดีย์เรือสำเภา พร้อมกับทรงโปรดให้มีงานฉลองวัดยานนาวา เป็นเวลา ๗ วัน

ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจดังนี้

-  สำเภา เจดีย์  พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริเห็นว่า พระอุโบสถวัดคอกกระบือทรุดโทรมลงมาก จึงทรงสร้างเจดีย์มีฐานเป็นสำเภาเท่าขนาดเรือสำเภาจริง ส่วนยาวของสำเภาตลอดลำ วัดแต่หงอนข้างบนถึงท้ายบาหลีได้ ๒๑ วา ๒ ศอก ส่วนยาวตลอดลำ วัดจากพื้นดินได้ ๑๘ วา ๑ ศอกเศษ ส่วนกว้างตอนกลางลำ ๔ วา ๓ ศอก ส่วนสูงตอน กลาง ลำ ๒ วา ๓ ศอก มีพระเจดีย์อยู่ในสำเภา ๒ องค์ องค์ใหญ่มีฐานย่อมุมไม้ ๒๕ ฐานล่างกว้าง ๓ วา ๑ ศอกเศษ สูงจากพื้นบนถึงยอด ๘ วา องค์เล็กมีฐานย่อมุมไม้ ๑๖ ฐานล่างกว้าง ๗ ศอกเศษ สูงจากพื้นบนถึงยอด ๖ วาถ้วน ซึ่งมีอยู่แห่งเดียวในประเทศไทย โดยมีพระราชดำรัสว่า  “คนภายหน้าอยากจะเห็นเรือสำเภาเป็นอย่างไรจะได้มาดู” และทรงพระราชทานนามวัดใหม่เป็น “วัดยานนาวาราม”

เจดีย์รูปเรือสำเภาสื่อสารความหมายหมาย ๒ นัย

 - ความหมายที่ ๑ เจดีย์รูปเรือสำเภา หมายถึง อนุสรณ์แห่งการเจริญสัมพันธ์ไมตรี ของการค้าขายระหว่างประเทศไทย กับไพรัชประเทศ โดยการขนส่งทางแม่น้ำ ด้วยพาหนะคือเรือสำเภา แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของการค้า ในยุคสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยที่พระองค์ได้รับการขนานพระราชทินนาม ว่า พระบิดาแห่งการค้าไทย

- ความหมายที่ ๒ เจดีย์รูปเรือสำเภา หมายถึง สัญลักษณ์ทางปริศนาธรรม ที่แสดงความหมายในทางปรัชญาของพระพุทธศาสนา เรื่อง พาหนะในการขนส่ง เพื่อเข้าถึงจุดหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนา คือ พระนิพพาน โดยคติความเชื่อของพุทธศาสนา เรื่องความเชื่อของฝั่งแห่งโลกิยธรรม และโลกุตตรธรรม ว่า เรือ เปรียบเสมือนหนึ่งธรรมะที่จะโอบอุ้มสรรพสัตว์ให้พ้นแม่น้ำแห่งความทุกข์ หรือโอฆะสงสาร เพื่อข้ามกระแสธารเข้าสู่ฝั่งพระนิพพาน

- พระอุโบสถ ที่มีความงามและคุณค่าทางศิลปะ ซึ่งถือได้ว่าเป็นงานศิลปกรรมชั้นเยี่ยมในสมัยรัตนโกสินทร์ ทั้งหน้าบันฝีมือช่างหลวงในสมัยรัชกาลที่ ๑ ที่ทำเป็นลายเทพพนม ประดับด้วยลวดลายสัตว์หิมพานต์ ที่ซุ้มประตูพระอุโบสถทำเป็นตัวนาค ประดับกระจก ส่วนบานประตูและหน้าต่างเป็นฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ ๓ เขียนลายรดน้ำปิดทองที่งดงามมาก โดยที่บานประตูด้านนอกเขียนเป็นรูปเสี้ยวกางเหยียบสิงห์ ด้านในทำเป็นรูปกระทงใหญ่ตามแบบพระราชพิธีในรัชกาลที่ ๓ ส่วนบานหน้าต่างด้านนอกเป็นเรื่องทศชาติพร้อมคำอธิบาย บานหน้าต่างด้านในเขียนเป็นรูปโถยาคูที่ใช้เลี้ยงพระในงานพระราชพิธีสารท

ภายในพระอุโบสถ มีพระประธาน ๔ องค์ เป็นพระพุทธรูปปั้นปางมารวิชัย โดยมีขนาดต่างๆ กัน

- หอพระไตรปิฎก เป็นอาคาร ๓ ชั้น มีสัญลักษณ์และสัณฐานเป็นอาคารทรงไทยประดับยอดปราสาท ๓ ยอด โครงอาคารเสริมเหล็กก่ออิฐถือปูน ใช้เก็บรวบรวมตู้พระไตรปิฏก ใช้พื้นที่ในชั้นที่ ๑ จัดเป็นห้องสมุดวัดยานนาวา ให้บริการสืบค้นข้อมูลจากพระไตรปิฎก คัมภีร์ที่สำคัญของพระพุทธศาสนา หนังสือธรรมะ และหมวดหนังสือทั่วไป เป็นแหล่งเรียนรู้ภายในวัดสำหรับพระภิกษุสามเณร และประชาชน

- พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ประดิษฐานอยู่บริเวณหน้าเจดีย์รูปเรือสำเภา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร ๐-๒๖๗๒-๓๒๑๖ หรือ www.watyan.com

 

วัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร                   กรุงเทพมหานคร

   สร้างตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน พระประธานยิ้มรับฟ้า เคย
   เป็นที่ประทับของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สมเด็จพระราชาคณะในสมัยรัชกาลที่ 4











 

วัดราชนัดดาราม               กรุงเทพมหานคร

   อยู่ที่ถนนมหาไชย สร้างเมื่อ พ.ศ. 2389 เป็นวัดที่รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็น
   เกียรติแด่พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าโสมนัสวัฒนาวดี มีเจ้าพระยายมราชเป็นแม่กองออกแบบ
   เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์เป็นแม่กองสร้างโลหะปราสาท วัดนี้แปลกกว่าวัดอื่น คือ โปรดเกล้าฯ ให้
   สร้างธรรมเจดีย์ปราสาทแทนการสร้างพระเจดีย์ (นับเป็นแห่งที่ 3 ของโลก) มีความสูง 36 เมตร
   ประกอบด้วย เจดีย์ล้อมรอบ 37 องค์ เพื่อให้เท่ากับ “โพธิปักขียธรรม 37 ประการ”  ปัจจุบันโลหะ
   ปราสาทแห่งนี้เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในโลก เนื่องจากโลหะปราสาทที่ประเทศอินเดีย และศรี
   ลังกาได้ปรักหักพังไปหมดแล้ว






 

วัดราชบพิตร                   กรุงเทพมหานคร

   อยู่ที่ถนนเฟื่องนคร เป็นวัดที่มีเสมาขนาดใหญ่ทำเป็นเสาศิลาสลักรูปเสมาธรรมจักรอยู่บนเสาตั้ง
   อยู่ที่กำแพงวัดทั้ง 8 ทิศ บริเวณวัดนี้เดิมเป็นวังของพระบรมวงศ์เธอกรมหลวงบดินทรไพศาล
   โสภณ










 

วัดราชบูรณะหรือวัดเลียบ (กรุงเทพฯ)                  กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่เชิงสะพานพุทธฝั่งกรุงเทพฯ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าวัดเลียบ สร้างตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย
   โดยพ่อค้าชาวจีน  วัดนี้เป็นหนึ่งในจำนวนวัดเอกประจำเมือง 3 วัด ได้แก่    วัดราชบูรณะ วัดราช
   ประดิษฐ์ และวัดมหาธาตุ วัดนี้ได้รับการบูรณะมาตลอดตั้งแต่รัชกาลที่ 1-7 เว้นรัชกาลที่ 6
   รัชกาลเดียว ในคราวสงครามมหาเอเซียบูรพา สถานที่สำคัญ ๆ ของวัดถูกระเบิดพังทลาย โดย
   เฉพาะพระอุโบสถที่มีภาพจิตรกรรม      ฝาผนังฝีมือขรัวอินโข่งถูกระเบิดทำลายจนหมด ต่อมาจึง
   ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ดังที่เห็นในปัจจุบัน








 

วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม                 กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ติดกับด้านเหนือสวนสราญรมย์ มีเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่เศษ  เป็นวัดที่มีเนื้อที่เล็กมาก วัดนี้
   สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยมีพระราชประสงค์จะให้เป็นวัดธรรมยุติ และเป็นไปตามโบราณ
   ประเพณีว่า ในราชธานีต้องมีวัดสำคัญ 3 วัดเสมอ จึงทรงบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อ
   สวนกาแฟหลวง ในรัชกาลที่ 3 สร้างวัดเล็ก ๆ ขึ้นวัดหนึ่ง พระราชทานนามว่า "วัดราชประดิษฐ์
   สถิตธรรมยุติการาม" แล้วต่อมาทรงเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม" สิ่งที่น่า
   สนใจภายในวัดนี้คือ พระวิหารหลวงซึ่งมีภาพจิตรกรรมฝาฝนังเกี่ยวกับพระราชพิธีสิบสองเดือน
   ภาพสุริยุปราคา






 

วัดสระเกศและภูเขาทอง                   กรุงเทพมหานคร

   อยู่นอกกำแพงเมือง ริมคลองมหานาค ตรงที่บรรจบกับคลองบางลำพู อยู่ในเขตป้อมปราบศัตรู
   พ่าย เดิมเป็นวัดเก่าชื่อว่า "วัดสะแก" ได้รับการสถาปนาขึ้นใหม่ทั้งพระอารามในสมัยรัชกาลพระ
   บาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และพระราชทานนามว่า "วัดสระเกศ"

   ส่วนเจดีย์ภูเขาทองนั้นเริ่มสร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยทรงเลียนแบบ
   มาจากภูเขาทองในสมัยกรุงศรีอยุธยาแล้วเสร็จในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่
   หัวได้รับพระราชทานนามว่า “สุวรรณบรรพต” มีความสูง 77เมตร บนยอดสุวรรณบรรพตเป็นที่ตั้ง
   ของพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ขุดค้นพบที่เมืองกบิลพัสดุ์ และพิสูจน์ได้ว่าเป็นของพระสม
   ณโคดมซึ่งเป็นส่วนแบ่งของพระราชวงศ์ศากยราชเพราะมีคำจารึกอยู่

   พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ขณะนั้นกำลังทรงผนวชอยู่ที่ประเทศอินเดีย ได้ส่งพระบรมสารีริกธาตุเข้า
   มาถวายในฐานะที่พระมหากษัตริย์ไทยทรงเป็นกษัตริย์เพียงพระองค์เดียวที่เป็นพุทธมามกะอยู่ใน    ขณะนั้นwww.watsrakesa.com/


วัดสุทัศน์เทพวราราม ราชวรมหาวิหาร                   กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ที่ถนนบำรุงเมือง  พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชมีพระราชประสงค์จะ
   สร้างพระวิหารให้มีขนาดใหญ่เท่ากับพระวิหารวัดพนัญเชิง เป็นศรีสง่าแก่พระนคร ได้พระราชทาน
   นามไว้ว่า “วัดมหาสุทธาวาส” แต่สร้างยังมิทันสำเร็จ ได้เสด็จสวรรคตเสียก่อน พระบาทสมเด็จ
   พระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้ทรงดำเนินงานต่อ  และพระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดสุทัศน์เทพวรา
   ราม” สร้างเสร็จสมบูรณ์ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว   ที่วัดสุทัศน์ไม่มีเจดีย์
   เหมือนวัดอื่น ๆ เพราะมีสัตตมหาสถานเป็นอุเทสิกเจดีย์ (คือต้นไม้สำคัญในพุทธศาสนา 7 ชนิด)
   แทนที่อยู่แล้ว สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่ พระศรีศากยมุนี (หลวงพ่อโต) พระประธานของวัดที่
   ได้ชะลอมาจากวิหารหลวงวัดมหาธาตุเมืองสุโขทัย และบานประตูพระวิหาร ซึ่งเป็นศิลปกรรมชั้น
   เยี่ยมทางด้านการแกะสลักในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะคู่ที่เป็นฝีพระหัตถ์ของพระบาท
   สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซึ่งในปัจจุบันนี้ได้นำไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
   พระนคร


 

วัดอรุณ                  กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ที่ถนนอรุณอัมรินทร์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ตรงข้ามกับวัดโพธิ์ ข้ามเรือได้ที่ท่าเตียน
   เป็นวัดที่มีมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา  เดิมชื่อว่า “วัดแจ้ง” ต่อมาเมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีย้าย
   ราชธานีจากกรุงศรีอยุธยามาตั้ง ณ กรุงธนบุรี ได้โปรดเกล้าฯ ให้กำหนดเอาวัดแจ้งเป็นวัดในเขต
   พระราชฐานใช้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่ได้อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ วัดนี้ได้รับการ
   บูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 2 จึงถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 2 เมื่อบูรณะเสร็จแล้ว
   ได้พระราชทานนามว่า “วัดอรุณราชธาราม” ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีการก่อสร้าง พระปรางค์องค์ใหญ่
   ซึ่งมีความสูง 82 เมตร กว้าง 234 เมตร แต่มาเสร็จสมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 4 และได้เปลี่ยนชื่อ
   เป็น   “วัดอรุณราชวราราม” ดูรายละเอียดเพิ่มเติม www.watarun.org






 

วัดอัปสรสวรรค์วรวิหาร                  กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ที่แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ สามารถเดินทางโดยเรือล่องมาตามคลอง
   บางกอกใหญ่ เดิมชื่อ วัดหมู มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่
   3










 

วัดอินทรวิหาร                    กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ที่บางขุนพรหม  ถนนวิสุทธิกษัตริย์  เขตพระนคร  วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย
   ประมาณ พ.ศ.2295 เดิมชื่อวัดบางขุนพรหม ซุ้มประตูทางเข้าวัด 3 ซุ้ม เป็นศิลปะทรงไทย เรือน
   ยอดตรงกลางเป็นรูปพระมหาบุรุษมหาภิเนษกรมณ์ ณ ฝั่งแม่น้ำอโนมา ด้านขวาเป็นรูปพระอินทร์
   ด้านซ้ายเป็นรูปพระพรหม สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่ “พระพุทธศรีอริยเมตไตรย” ซึ่งเป็นพระ
   พุทธรูปยืนขนาดใหญ่ สูง 32 เมตร กว้าง 10 เมตร 24 นิ้ว สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระ
   จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว บนยอดเกศองค์หลวงพ่อโตบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จากประเทศศรีลังกา
   จิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถเป็นภาพชีวประวัติของสมเด็จพระพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี)
   ภาพสิ่งก่อสร้างต่างๆของสมเด็จฯ  ภาพต้นไม้ ด้านล่างพระอุโบสถเป็นพิพิธภัณฑ์ของเก่า  ศาลา
   การเปรียญประดิษฐานรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี)  นอกจากนี้ยังมี มณฑป
   ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง  หอระฆังหลังคาทรงจัตุรมุข พระสังกัจจายน์  พระแม่กวน
   อิมอวโลกิเตศวร  พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ต้นโพธิ์ไทย โพธิ์ลังกาและโพธิ์อินเดีย ซึ่งหาดูได้ยากใน
   ปัจจุบัน  เปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยไม่เสียค่าเข้าชม

 

วัดเทพธิดาราม                    กรุงเทพมหานคร

   อยู่ที่ถนนมหาไชย เดิมชื่อวัดบ้านพระยาไกรสวนหลวง วัดนี้เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า
   เจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อพระราชทานแก่กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ เมื่อปี พ.ศ.
   2379 เสร็จในปี พ.ศ. 2382










 

วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร                  กรุงเทพมหานคร

   อยู่ในเขตดุสิต สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในพระอุโบสถมีพระประธาน นามว่า พระพุทธเท
   วราชปฎิมากร เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะทวาราวดี











 

วัดเบญจมบพิตร              กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ที่ถนนศรีอยุธยาเขตดุสิต เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนา
   ขึ้น โดยมีสมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์เป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้างศิลปะ
   สถาปัตยกรรมไทยโบราณที่มีความวิจิตรงดงามและเป็นระเบียบ ได้รับการยกย่องว่าเป็นวัดที่มี
   การวางแปลนแผนผังที่ดีที่สุดวัดหนึ่ง ทั้งยังประดับด้วยหินอ่อนที่ดีที่สุดจากประเทศอิตาลี เป็นที่
   รู้จักกันโดยทั่วไปในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในชื่อ “Marble Temple”

   พระประธานของวัดจำลองมาจากพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เมืองพิษณุโลก บริเวณ
   พระระเบียงด้านหลังพระอุโบสถเรียงรายด้วยพระพุทธรูปโบราณปางต่างๆ 52 องค์ ซึ่งสมเด็จกรม
   พระยาดำรงราชานุภาพได้ทรงรวบรวมมาจากหัวเมืองต่าง ๆ และต่างประเทศ




 

วัดโพธิ์                   กรุงเทพมหานคร

   อยู่ที่ถนนมหาราช ข้างพระบรมมหาราชวัง เป็นวัดเก่าแก่ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬา
   โลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ได้เล่าเรียนพระปริยัติธรรม วัดนี้ถือเป็น
   วัดประจำรัชกาลที่ 1ครั้นถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะวัด
   โพธิ์ใหม่ทั้งหมด และได้นำเอาตำราวิชาการด้านต่าง ๆ มาจารึกไว้โดยรอบ เพื่อเป็นการเผยแพร่
   ความรู้แก่ประชาชน ถือได้ว่าวัดโพธิ์เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย  นอกจากนี้ที่วัดโพธิ์ยังมี
   พระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3ก่ออิฐถือปูนปิดทองทั้งองค์    ยาว 46เมตร สูง
   15เมตร ที่ฝ่าพระบาทแต่ละข้างมีลวดลายประดับมุกเป็นภาพมงคล 108ประการ อันเป็นลักษณะ
   อย่างหนึ่งของมหาบุรุษตามคติของอินเดีย

   วัดโพธิ์ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ประจำปี 2551รางวัลดีเด่น ประเภทแหล่งท่อง
   เที่ยววัฒนธรรม แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย

   เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 18.00น.

ค่าธรรมเนียมเข้าชมสำหรับชาวต่างชาติคนละ  50บาท (ตั้งแต่วันที่ 1ม.ค.55ปรับค่าธรรมเนียมการเข้าชมเป็น คนละ 100บาท)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0 2226 0335 และ 0 2226 0369 หรือ www.watpho.com

 

วัดโสมนัสวิหาร ราชวรวิหาร          กรุงเทพมหานคร

   สร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้
   สร้างพระอารามหลวงริมคูเหมือนกรุงศรีอยุธยา ในปี พ.ศ. 2396











 

วัดโอรสาราม ราชวรวิหาร                กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ริมคลองสนามชัยฝั่งตะวันตก ทางรถยนต์ใช้เส้นทางถนนเอกชัย-จอมทอง ทางเรือ
   สามารถเช่าเรือหางยาวนำเที่ยวจากท่าช้างได้ วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่











 

วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร          กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ที่ถนนเจริญกรุง (ใกล้หัวลำโพง) เดิมชื่อว่า "วัดสามจีน" ภายในวัดมีพระพุทธรูปปูนปั้นองค์
   หนึ่ง  เมื่อคราวเปลี่ยนที่ตั้ง ปูนที่หุ้มอยู่ได้กะเทาะออก เห็นภายในเป็นพระพุทธรูปทองคำ
   ลักษณะองค์พระเป็นศิลปะสุโขทัยจึงได้ถวายพระนามว่า "พระสุโขทัยไตรมิตร" เป็นพระพุทธรูป
   ทองคำที่มีส่วนผสมของทองคำสูงมาก เรียกว่า "ทองเนื้อเจ็ดน้ำสองขา"  มีขนาดหน้าตักกว้าง
   6ศอก 5นิ้ว สูง 7ศอก ๑ คืบ 9นิ้ว

   ทางวัดได้จัดสร้างพระมหามณฑป 4 ชั้น เพื่อประดิษฐานหลวงพ่อทองคำที่ชั้นบนสุด ส่วนบริเวณ
   ชั้นที่ 3 จัดแสดงนิทรรศการหลวงพ่อทองคำ  และบริเวณชั้น 2 จัดทำเป็นศูนย์ประวัติศาสตร์
   เยาวราช  จัดแสดงเรื่องราวของไชน่าทาวน์เยาวราชในรูปแบบนิทรรศการที่ทันสมัย มีโรง
   ภาพยนตร์ฉายวีดีทัศน์เล่าเรื่องเยาวราชในอดีต แบบจำลอง 3 มิติของถนนเยาวราช หอ
   เกียรติยศแสดงภาพบุคคลที่มีชื่อเสียงของชุมชนเยาวราช เป็นต้น เปิดให้เข้าชมในวันอังคาร-วัน
   อาทิตย์
   ตั้งแต่เวลา 8.00 – 17.00 น.  ติดต่อสอบถาม โทร. 0 2623 3329, 0 2623 1227 

 

ศาลท้าวมหาพรหม           กรุงเทพมหานคร

   เป็นที่ตั้งท้าวมหาพรหม โดยมีประชาชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศให้การเคารพนับถือมาก












 

ศาลหลักเมือง              กรุงเทพมหานคร

   รัชกาลที่ 1 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีฝังเสาหลักเมืองกรุงเทพฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21
   เมษายน พ.ศ. 2325 บรรจุดวงชะตาของกรุงเทพฯ ไว้ภายใน











 

ศาลาเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ เหรียญกษาปณ์            กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ภายในบริเวณพระบรมมหาราชวังด้านขวามือก่อนถึง   ทางเข้าพระราชวังส่วนใน จัดแสดง
   เหรียญกษาปณ์ และเงินตราที่ใช้ในประเทศไทยรวมทั้งเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของสำนักฝ่ายใน
   เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30–16.00 น. ค่าเข้าชม 10 บาท ติดต่อสอบถามราย
   ละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ส่วนจัดแสดงโทร. 0 2222 5864 ต่อ 18









 

ศาลเจ้าพ่อเสือ               กรุงเทพมหานคร

   ลักษณะอาคารสร้างตามรูปแบบศาลเจ้าที่นิยมทางภาคใต้ของจีน เทพเจ้าประจำศาล คือ " เสีย
   นเทียนซั่งตี้ " หรือ "เจ้าพ่อเสือ "











 

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ                    กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่เลขที่ 4/18-19 หมู่ 11 ถนนนวลจันทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10240
   สามารถเข้าทางถนนรามอินทรา (ซอยรามอินทรา 40) เมื่อถึงถนนนวลจันทร์ เข้าซอยนวลจันทร์
   56 หรือจากถนนนวมินทร์เข้าซอยสิงหเสนี 2 ก็ได้










 

ศูนย์ประติมากรรมหินทรายสยาม                  กรุงเทพมหานคร

   เป็นสถานที่รวบรวมประติมากรรมหินทราย และจัดแสดงผลงานของอาจารย์สมชาย เถาทอง
   ประติมากรไทยผู้มีชื่อเสียง ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต











 

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร               กรุงเทพมหานคร

   จัดตั้งขึ้นเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระ
   ชนมพรรษาครบ 3 รอบ เพื่อเป็นที่รวบรวมข้อมูลทางด้านมานุษยวิทยาและศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
   เช่น สังคมวิทยา โบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ ภาษา และวรรณกรรม เป็นแหล่งค้นคว้าศึกษา
   และให้บริการข้อมูลทางด้านมานุษยวิทยาแก่นักวิชาการ นักศึกษา และผู้ที่สนใจ มีนิทรรศการ
   ถาวรที่จัดแสดงได้แก่ ห้องพระราชประวัติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ห้อง
   พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาที่ทำในประเทศไทย นิทรรศการชาติพันธุ์วิทยาทางโบราณคดี 
   นิทรรศการพัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรมในประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรตั้งอยู่
   ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน  ส่วนนิทรรศการเปิดให้เข้าชมวันจันทร์-เสาร์ เวลา 09.00–16.00
   น.  ห้องสมุดเปิดวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.00-16.00 น. สำนักงานเปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา
   08.00–17.00 น. สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2 880 9429 หรือ www.sac.or.th



 

ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย                  กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ที่ถนนรัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง บนเนื้อที่ 23 ไร่ เป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ อนุรักษ์
   และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของชาติ และแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมระดับนานาชาติ  ภายในศูนย์ฯ
   ประกอบด้วยอาคารต่าง ๆ เช่น โรงละคร ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการภาษา และห้องโสตทัศนูปกรณ์
   เป็นต้น   นอกจากนั้นยังมี “หอไทยนิทัศน์” ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของอาคารนิทรรศการและการศึกษา
   ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยจัดแสดงเรื่องราวของอารยธรรมไทย แบ่งการจัดแสดงออกเป็น
   ความเป็นมาของชนชาติไทย วัฒนธรรมข้าวในสังคมไทย ภาษาและวรรณคดีไทย ประเทศไทย
   กับโลก และวีรกรรมและเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ไทย โดยใช้วัตถุจำลอง การฉายสไลด์
   มัลติวิชั่น  วิดิทัศน์ หอไทยนิทัศน์เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.30–16.00 น.  หาก
   ต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะสามารถทำหนังสือขอเข้าชมวันเสาร์-อาทิตย์ได้  สอบถามราย
   ละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2247 0028 ต่อ 4223-4 หรือ www.culture.go.th



 

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลอง)                   กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ที่ถนนสุขุมวิท ใกล้กับสถานีขนส่งเอกมัย เป็นศูนย์แสดงและเผยแพร่ความรู้ เช่น การจัด
   นิทรรศการ บรรยายความรู้สาขาต่าง ๆ ของวิชาวิทยาศาสตร์ และดาราศาสตร์ เปิดให้เข้าชมทุก
   วัน เว้นวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20
   บาท เด็ก 10 บาท นอกจากนั้นในบริเวณเดียวกันยังมี ท้องฟ้าจำลอง ซึ่งใช้ศึกษาเกี่ยวกับระบบ
   ดวงดาว เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร-วันศุกร์ เวลา 11.00 น., 14.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา
   10.00 น., 11.00 น., 13.30 น. และ 14.30 น. อัตราค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท
   สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2392 5951-9, 0 2391 0544, 0 2392 1773








ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร(ไทย-ญี่ปุ่น)                  กรุงเทพมหานคร

   เป็นศูนย์ส่งเสริมกีฬา บริการฝึกสอนกีฬาไทย กีฬาสากล ศิลปะการป้องกันตัว แอโรบิคด๊านซ์
   ฯลฯ กิจกรรมนันทนาการ กิจกรรมชุมชน เช่น นาฏศิลป์ ศิลปะ การอบรมอาชีพ เป็นต้น











 

สถานเสาวภา สภากาชาดไทย                     กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ที่ถนนพระราม 4 ภายในมีสวนงู เป็นแหล่งเลี้ยงงูพิษต่าง ๆ  เพื่อนำเอาพิษงูมาทำเซรุ่มฉีด
   รักษาผู้ถูกงูกัด  เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. วันเสาร์ อาทิตย์
   และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.30–13.00 น. มีการฉายสไลด์ประกอบคำบรรยายและแสดงรีด
   พิษงู วันธรรมดาเวลา 11.00 น. และ 14.30 น.   วันหยุดราชการ มีเฉพาะรอบเวลา 11.00 น. ค่า
   เข้าชมคนไทย 40 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 50 บาท นักเรียน นักศึกษาใน
   เครื่องแบบไม่เสียค่าเข้าชม  หากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะต้องทำหนังสือแจ้งล่วงหน้า โทร. 0
   2252 0161-4






 

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืด             กรุงเทพมหานคร

   อยู่ที่บริเวณกรมประมง ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาล
   ไทยและแคนาดาตั้งแต่ พ.ศ.2521อาคารที่จัดแสดงมี 2ชั้น จัดแสดงสัตว์น้ำจืดและพืชน้ำจืดต่าง
   ๆ  เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร - วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 - 16.00น. อันตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่
   20บาท เด็ก นักเรียน นักศึกษา 10บาท ผู้สูงอายุ/ผู้พิการ ไม่เสียค่าเข้าชม

   ติดต่อสอบถาม โทร. 0 2940 5623, 0 2940 6543, 0 2562 0600 - 15 ต่อ 5118, 5220,
   5221, 5222 โทรสาร 0 2940 5623






 

สนามกอล์ฟ                   กรุงเทพมหานคร

   สนามกอล์ฟทหารบก ถนนรามอินทรา กิโลเมตรที่ 1 โทร. 0 2521 5338-9, 0 2521 1184-5
   (2 สนามๆ ละ 18 หลุม)











 

สนามกีฬาแห่งชาติ ศุภชลาศัย                     กรุงเทพมหานคร

   เป็นลานกีฬาอเนกประสงค์ สนามเทพหัสดิน สำหรับฝึกซ้อมกรีฑาและกีฬาทั่วไป












 

สนามมวยลุมพินี              กรุงเทพมหานคร

   ถนนพระราม 4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ












 

สนามมวยเวทีราชดำเนิน               กรุงเทพมหานคร

   ถนนราชดำเนิน มีการชกมวยทุกวันจันทร์,พุธ,พฤหัสบดี และวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลาเวลา
   18.30-22.30 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 200, 400 และ 1,000 บาท ชาวต่างประเทศ 500, 800
   และ 1,500 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2281 4205, 0 2281 0879, 0 22280 1684










 

สนามหลวงหรือทุ่งพระเมรุ             กรุงเทพมหานคร

   เป็นลานโล่งอยู่ใกล้กับกำแพงพระราชวังหลวง และติดกับกำแพงวังหน้าด้านทิศตะวันออก เมื่อ
   แรกสร้างกรุงเทพฯ บริเวณนี้เป็นที่ทำนาของประชาชน











 

สนามแข่งม้า                   กรุงเทพมหานคร

   สนามแข่งม้าราชตฤณมัยสมาคม ถนนพิษณุโลก จัดแข่งม้าทุกวันอาทิตย์ เว้นอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา
   12.30-18.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2280 0020-9, 0 2628 1810-5











 

สปัน แกลเลอรี่                  กรุงเทพมหานคร

   แกลเลอรีของคุณสปัน เธียรประสิทธิ์ ตั้งอยู่ภายในโรงเรียนนานาชาติ ชาร์เตอร์ ถนนเฉลิมพระ
   เกียรติ ร. 9 เป็นสถานที่รวบรวมผลงานศิลปหัตถกรรมด้านเครื่องแต่งกายของชาวไทยตั้งแต่
   สมัยทวารวดี ศรีวิชัย ลพบุรี เรื่อยมา จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 การแต่งกายชุด
   ไทยประจำชาติ เช่น ชุดไทยอัมรินทร์ ชุดไทยเรือนต้น ชุดไทยจิตรลดา ฯลฯ  และการแต่งกาย
   ของสตรีชาติตะวันตก เริ่มจากสมัยอียิปต์ กรีก โรมัน รวมทั้งการแต่งกายในอดีตของประเทศต่าง
   ๆ ในทวีปยุโรป เช่น ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี  นอกจากนี้ภายในพิพิธภัณฑ์ ยังจัดแสดงชุดแต่งงานใน
   อดีตของบุคคลที่มีชื่อเสียง และญาติพี่น้องคุณสปัน รวมไปถึงการจัดแสดงผลงานการปั้นของจิ๋ว
   โดยฝีมือคุณสปัน  ซึ่งเป็นการจำลองวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ประเพณีและวัฒนธรรมของชาวไทยที่
   สืบทอดกันมาช้านาน เช่น ประเพณีการแต่งงาน ที่มีการจำลองตั้งแต่พิธีการหมั้นหมายไปจนถึง
   การเตรียมห้องหอ การจำลองเทศกาลงานประเพณีของไทย การจำลองวรรณคดีไทยที่ถูกนำมา
   เป็นบทละครและการแสดงต่าง ๆ ในปัจจุบัน เช่น รามเกียรติ์ ลิลิตพระลอ เงาะป่า และการละเล่น
   ของเด็กไทยที่ปัจจุบันหาดูได้ยาก สปันแกลเลอรีนับเป็นพิพิธภัณฑ์ที่นอกจากจะให้ความเพลิดเพลินแล้ว ยังเป็นสถานที่ที่ให้ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมของชาวไทยที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์  พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. อัตราค่าเข้าชม ท่านละ 20 บาท (วันพุธ เข้าชมฟรี) มาเป็นหมู่คณะควรติดต่อล่วงหน้า สอบถามเพิ่มเติมโทร 0 2726 8283-4 โทรสาร 0 2726 8475 หรือ www.charter.ac.th

 

สยามนิรมิต               กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ที่ถนนเทียมร่วมมิตร เยื้องศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ข้างสถานทูตเกาหลีใต้ เขต
   ห้วยขวาง เป็นสถานที่จัดแสดงโชว์ศิลปวัฒนธรรมไทยรูปแบบใหม่ระดับมาตรฐานโลก โดยใช้
   เทคนิคพิเศษผสมผสานกับการละคร แสดงเรื่องราวย้อนรอยประวัติศาสตร์ภาคต่างๆ ของไทย  
   เรื่องของภพภูมิต่างๆ นรก หิมพานต์ สวรรค์ ดินแดนแห่งจินตนาการจากวรรณคดี  และวัฒนธรรม
   ประเพณีต่างๆ ของไทยที่น่าตื่นตาตื่นใจ โดยใช้นักแสดงกว่า 150 คน โรงละครรองรับผู้เข้าชม
   ได้กว่า 2,000 ที่นั่ง เปิดแสดงวันละ 1 รอบ เวลา 20.00 น. ค่าบัตรเข้าชม 1,500 บาท  ก่อนเข้า
   ชมการแสดงสามารถเดินชมบรรยากาศบ้านเรือนไทยสี่ภาคบริเวณด้านนอกโรงละคร  และมี
   บริการร้านอาหารและเครื่องดื่ม สยามนิรมิตได้รับรางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ประจำปี
   2551 รางวัลดีเด่น ประเภทแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการนันทนาการ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0
   2649 9222 โทรสาร 0 2649 9200 www.siamniramit.com



 

สยามพาราไดซ์ ไนท์บาซาร์               กรุงเทพมหานคร

   ตลาดนัดกลางกรุงในย่านพระโขนง เปิดดำเนินการเมื่อปลายปี 2553 หลังจากย้ายมาจากสวนลุม
   ไนท์บาร์ซาร์ ในพื้นที่ 26 ไร่ ริมถนนสุขุมวิท บริเวณซอย 64 หรือตรงข้ามซอย 101  (ใกล้สถานี
   รถไฟฟ้าบีทีเอส ปุณณวิถี) บริหารงานโดยผู้บริหารงานสวนลุมไนซ์บาซาร์ ประกอบด้วยสินค้า
   หลายหลายสำหรับนักช้อปชาวไทยและนักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อหา แบ่งเป็นโซนต่าง ๆ มีทั้ง
   เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์ รวมทั้งสินค้าของที่ระลึก  พร้อมสิ่งอำนวย
   ความสะดวกทั้งร้านอาหาร ธนาคาร ลานจอดรถยนต์ส่วนตัวและรถทัวร์ เปิดบริการทุกวัน ระหว่าง
   เวลา 10.00 - 24.00 น.






 

สยามโอเชี่ยนเวิลด์             กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ชั้นบี 1 และบี 2 ในศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามสแควร์ เป็นอุทยานสัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุด
   ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   จัดแสดงสัตว์น้ำจากทั่วโลกกว่า 30,000 ตัว 400 กว่าชนิด
   รวมทั้งสัตว์น้ำที่หายากของโลก ในพื้นที่ถึง 10,000 ตารางเมตรหรือประมาณสนามฟุตบอล 2
   สนาม ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้มาตรฐานโลก ในบรรยากาศที่จัดกลมกลืนเหมือนอยู่ใต้ท้อง
   ทะเลเพื่อให้เป็นแหล่งความรู้ความบันเทิงสำหรับเยาวชนและนักท่องเที่ยว  สยามโอเชี่ยน เวิลด์
   ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ประจำปี 2551 รางวัลดีเด่น ประเภทแหล่งท่องเที่ยวเพื่อ
   การนันทนาการ   เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 450 บาท 
   เด็ก 280 บาท  สอบถามรายละเอียด ติดต่อ บริษัท สยามโอเชี่ยน เวิลด์ จำกัด โทร. 0 2687
   2000 หรือ www.siamoceanworld.com




 

สวนน้อยรักษา                 กรุงเทพมหานคร

   เป็นสวนมะม่วงพันธุ์มะม่วงขาวนิยม (น้ำดอกไม้มัน) ลักษณะโดดเด่นไม่เหมือนใครกล่าวคือ มิผล
   ใหญ่ รูปทรงสวยงาม รับประทานดิบๆจะคล้ายเขียวเสวย และรับประทานสุกจะคล้ายน้ำดอกไม้











 

สวนรมณีนาถ                   กรุงเทพมหานคร

   ในอดีตบริเวณนี้เคยเป็นสถานที่คุมขังและอบรมผู้ต้องขัง จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2535 กรม
   ราชทัณฑ์ได้ทำการย้ายเรือนจำออกไป












 

สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์                     กรุงเทพมหานคร

เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน และเป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่ราบรวมพรรณไม้มากกว่า 2,000 ชนิด











 

สวนสยาม               กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ที่ถนนสุขาภิบาล 2 คันนายาว เขตบึงกุ่ม มีเนื้อที่ 72 ไร่ เป็นสวนสนุกที่ประกอบไปด้วย
   ทะเลเทียมน้ำจืด สไลเดอร์  พร้อมด้วยเครื่องเล่นนานาชนิด เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา
   10.00-18.00 น. ค่าเข้าชม (สวนน้ำและเครื่องเล่น)  คนละ 900 บาท ติดต่อสอบถามได้ที่ โทร.
   0 2919 7200-19 หรือ www.siamparkcity.com









 

สวนสราญรมย์                   กรุงเทพมหานคร

   เดิมเป็นที่ประทับของพระบรมวงศานุวงศ์และเป็นสถานที่รับรองพระราชอาคันตุกะจากต่าง
   ประเทศในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นที่จัดงานฤดูหนาวตลอดรัชสมัยของรัชกาลที่ 6











 

สวนสัตว์ดุสิต                กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ใกล้กับสนามเสือป่าและพระที่นั่งอนันตสมาคม  มีพื้นที่ 118ไร่ ได้
   รับพระราชทานนามในนามของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8ให้จัดตั้ง
   เป็นสวนสัตว์ของประชาชนตั้งแต่ปีพ.ศ. 2481  ปัจจุบันเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน
   และได้รับการปรับปรุงเรื่อยมาตามลำดับ เป็นสถานที่เดียวที่พบหลุมหลบภัยสมัยสงครามโลก
   ครั้งที่ 2ซึ่งเป็นหนึ่งใน unseen in Thailand แหล่งท่องเที่ยวในมุมมองที่คุณไม่เคยเห็น   นอก
   จากนี้นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถพ่วงส่องสัตว์ในเวลากลางคืน ทุกวันๆ ละ 3รอบ เวลา 19.00น.,
   20.00น., 21.00น. ค่าโดยสารผู้ใหญ่ 20บาท  เด็ก 10บาท สวนสัตว์เปิดให้เข้าชมทุกวัน ไม่เว้น
   วันหยุด ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00น. อัตราค่าเข้าชมชาวไทยผู้ใหญ่ 50บาท เด็ก 10บาท ชาว
   ต่างชาติ 100บาท เด็กชาวต่างชาติ 50บาท   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2281
   2000, 0 2281 9027-8หรือ

 


 

สวนสันติภาพ                  กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ใกล้กับอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงวันสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ภาย
   ในสวนตกแต่งเป็นลักษณะสวนป่าธรรมชาติ











 

สวนหลวง ร. 9                กรุงเทพมหานคร

   เป็นสวนสาธารณะและสวนพฤกษศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ มีพื้นที่ทั้งหมด 500 ไร่ ประกอบ
   ด้วยอาคารเทิดพระเกียรติ สวนพฤกษศาสตร์ และสวนตกแต่งหลากสไตล์  อยู่ในแขวงหนองบอน
   เขตประเวศ ทางตะวันออกของกรุงเทพมหานคร










 

สวนเบญจกิติ                 กรุงเทพมหานคร

   เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมืองภายในสวนมีทัศนียภาพที่สวยงามของบึงน้ำใหญ่ซึ่งมี
   ฉากหลังเป็นหมู่ตึกสูงของกรุงเทพฯ มีลานน้ำพุ ลานสุขภาพ ที่มีอุปกรณ์การออกกำลังกายหลาย
   ชนิด










 

สวนเสรีไทย              กรุงเทพมหานคร

   สร้างขึ้นตามโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยการพัฒนาบึงกุ่มให้เป็น
   พื้นที่เก็บกักน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ











 

สวนโมกข์กรุงเทพ             กรุงเทพมหานคร

   สวนโมกข์กรุงเทพหรือหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ตั้งอยู่ในพื้นที่สวนวชิรเบญจทัศ
   (สวนรถไฟ) ตัวอาคารมี 3 ชั้น ชันแรกมีห้องหนังสือธรรมะ อุโมงค์รับธัมมจักกัปปวัตตนสูต โถง
   พุทธธรรม ชั้นที 2 ประกอบด้วยห้องเจริญจิตตภาวนา และโถงโอวาทปาติโมกข์ ชั้นที 3 คือคลัง
   เอกสารจดหมายเหตุและห้องค้นคว้า









 

สะพานพระราม 8              กรุงเทพมหานคร

   สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีความสวยงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพฯ เชื่อมเขตพระ
   นครกับเขตบางพลัด และถนนคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี...











 

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร                   กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ที่บริเวณสี่แยกปทุมวัน  เป็นสถานที่รวมรวมการจัดแสดงงานศิลปวัฒนธรรมทุกสาขา ทุก
   แขนง รวมทั้งศิลปกรรมร่วมสมัย ทั้งในประเทศและนานาชาติ ท้องถิ่นหรือบุคคล   เปิดวัน
   อังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10.00-21.00น. (หยุดวันจันทร์) ไม่เก็บค่าเข้าชม ยกเว้นกรณีการแสดง
   กิจกรรมพิเศษ

   ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 2214 6630-8   www.bacc.or.th







 

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ               กรุงเทพมหานคร

   สร้างขึ้นตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการ
   ของธนาคารกรุงเทพ สาขาสะพานผ่านฟ้า และศูนย์สังคีตศิลป์เดิม ปรับปรุงใหม่เป็นหอศิลป์
   ตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2545  สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2544  สมเด็จพระ
   นางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินมาพระราช
   ทานรางวัลและเสด็จทอดพระเนตรผลงานจิตรกรรมบัวหลวงต้นแบบภาพปัก ณ ธนาคารกรุงเทพ
   สำนักงานใหญ่  นายชาตรี โสภณพนิช ประธานกรรมการธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ
   ผู้มีจิตศรัทธาอีกหกท่านได้ทูลเกล้าฯถวายเงินจำนวน 7 ล้านบาท เพื่อทรงใช้สอยตามพระราช
   อัธยาศัย พระองค์ได้มีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินจำนวนนี้แก่ นายชาตรี
   โสภณพนิช ให้เป็นทุนประเดิมในการสร้างหอศิลป์ สำหรับใช้เป็นที่จัดการแสดงของศิลปินไทย
   โดยเฉพาะศิลปินรุ่นใหม่ที่มีผลงานดีเด่น แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ตลอดจนศิลปินอาวุโสที่
   ได้รับการยกย่อง  และได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธย เป็นมงคล
   นามว่า หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานในพิธีเปิดเมื่อวันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2546  แต่ละชั้นจัดแสดงนิทรรศการหัวข้อต่างๆ เช่น  ภาพจิตรกรรมบัวหลวง และนิทรรศการหมุนเวียน  ด้านนอกอาคารมีร้าน Gallery Shop ขายของที่ระลึกจากผลงานทางศิลปะของศิลปินหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด สูจิบัตร หนังสือและของที่ระลึกจากนิทรรศการ และมีร้าน Gallery Caf?  จำหน่ายกาแฟสดรสไทยสไตล์อิตาเลียน บรรยากาศนั่งสบาย ริมถนนราชดำเนิน เปิดวันพฤหัสบดีถึงวันอังคารเวลา 10.00–19.00 น. ปิดวันพุธ ค่าเข้าชม 20 บาท (นักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบ หรือ แสดงบัตรประจำตัวนักเรียน เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ผู้สูงอายุ พระภิกษุ ไม่เสียค่าเข้าชม) สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2281 5360-1 โทรสาร 0 2281 5359 หรือ www.queengallery.org , e-mail: info@queengallery.com

 

หอสมุดแห่งชาติ                กรุงเทพมหานคร

   เดิมริเริ่มตั้งขึ้นในพระบรมมหาราชวังมีชื่อว่า ' หอสมุดวชิรญาณ' ต่อมาได้ขยับขยาย มาสร้างขึ้น
   บริเวณท่าวาสุกรี ในปี พ.ศ. 2509 เป็นอาคารใหญ่สูง 4 ชั้น











 

หอเกียรติภูมิรถไฟ            กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ด้านเหนือของสวนจตุจักรใกล้บริเวณลานจอดรถเอนกประสงค์ประตู 2 (ตรงข้ามสวนรถไฟ)
   ถนนกำแพงเพชร 3 เป็นอาคารเก่าของการรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งสร้างขึ้นเมื่อ 30 ปี มาแล้ว
   เพื่อใช้เป็นที่เก็บขบวนรถไฟพระที่นั่งของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และ
   หัวรถจักรประวัติศาสตร์บางคัน ต่อมาได้ถูกปิดไประยะหนึ่ง ภายหลังได้รับการปรับปรุง และเปิด
   เป็นพิพิธภัณฑ์ เมื่อปี พ.ศ. 2533 เป็นสถานที่รวบรวม และให้ความรู้เกี่ยวกับการรถไฟ มีการจัด
   แสดงรถจักรไอน้ำ รถจักรจำลอง ขบวนรถไฟเล็กขนาดต่างๆ ภาพถ่าย และภาพวาดเกี่ยวกับ
   เกียรติภูมิของการรถไฟโลกรวมทั้งสิ่งที่น่าสนใจต่างๆ อีกมากมาย เปิดให้เข้าชมเฉพาะวัน
   เสาร์-อาทิตย์ เวลา  08.00-15.00 น. ปิดวันจันทร์-ศุกร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์  โดยไม่เสียค่าเข้า
   ชม สอบถามรายละเอียดได้ที่  “ชมรมเรารักรถไฟ” คุณจุลศิริ วิรยศิริ ผู้อำนวยการหอเกียรติภูมิ
   รถไฟ  โทร. 08 1615 5776



 

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ                 กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ที่ถนนพหลโยธิน รัฐบาลสมัยจอมพล ป. พิบูลสงครามได้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2484 เพื่อ
   เทิดทูน วีรกรรมของทหาร ตำรวจ และพลเรือนที่เสียชีวิตไปในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับ
   ฝรั่งเศส










 

อนุสาวรีย์ทหารอาสา                 กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ ณ มุมสนามหลวงด้านเหนือ เป็นอนุสรณ์แก่ทหารไทยที่ไปร่วมรบในสมรภูมิ    ยุโรป เมื่อ
   ครั้งสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งเกิดขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2457 ประเทศไทยได้ร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตร
   ประกาศสงครามกับเยอรมัน และได้ส่งทหารอาสาไปในสมรภูมิในยุโรป เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน
   พ.ศ. 2461 ได้เดินทางกลับ เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2462 และได้นำอัฐิทหารอาสาที่เสีย
   ชีวิตมาบรรจุ ณ อนุสาวรีย์นี้ เมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2462








 

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย                    กรุงเทพมหานคร

   อยู่ที่ถนนราชดำเนินกลาง สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบ
   สมบูรณาญาสิทธิราชย์

 










 

อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก             กรุงเทพมหานคร

   ประดิษฐานอยู่ ณ เชิงสะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ ฝั่งพระนคร สร้างขึ้นเมื่องานสมโภชกรุงรัตน
   โกสินทร์ครบ 150 ปี เมื่อ พ.ศ. 2475












 

อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว               กรุงเทพมหานคร

   ประดิษฐานอยู่หน้าสวนลุมพินี ผู้ปั้นคือ ศาสตราจารย์ ศิลป พีระศรี ปั้นหล่อแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 7
   มิถุนายน พ.ศ. 2484 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนินเปิดอนุสาวรีย์ เมื่อ
   วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2485










 

อักษราหุ่นละครเล็ก ( โรงละครอักษรา)              กรุงเทพมหานคร

   จัดการแสดงหุ่นละครเล็กในชุดต่างๆ ผนวกกับท่วงทำนองของออเคสตร้า ติดต่อ โรงละครอัก
   ษรา คิง เพาเวอร์ 8/1คิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ ถนนรางน้ำ แขวงถนนพหลโยธิน เขตราชเทวี
   กรุงเทพฯ 10400โทร. 0 2677 8888โทรสาร 0 2245 8631


  







 

อาร์เดล แกลเลอรี่ (Ardel Gallery of Modern Art)                กรุงเทพมหานคร

   เป็นแกลเลอรี่ที่จัดแสดงผลงานศิลปะของอาจารย์ถาวร โกอุดมวิทย์ และนิทรรศการผลงานของ
   ศิลปินท่านอื่นที่นำมาจัดแสดงหมุนเวียน












 

อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพฯ                    กรุงเทพมหานคร

   อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพฯ  ตั้งอยู่ในสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) ด้านทิศตะวันออกเฉียง
   ใต้  ถนนกำแพงเพชร 3  มีพื้นที่ประมาณ 6 ไร่  บริเวณอุทยานประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก คือ 1.
   ส่วนแนะนำเกี่ยวกับอุทยานผีเสื้อและแมลงด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบสัมผัส  2. ห้องมินิ
   เธียเตอร์จัดฉายวิดีทัศน์เรื่องแมลงกับระบบนิเวศ   3. บริเวณนิทรรศการ  ห้องเพาะเลี้ยงตัวอ่อน
   ของผีเสื้อและแมลง  4. ตัวอาคารส่วนที่เป็นกรงมีพื้นที่ 1,168 ตารางเมตร สร้างในลักษณะโดม
   ขนาดใหญ่สูง 15 เมตร  สามารถระบายอากาศได้เนื่องจากใช้วัสดุโปร่งในการก่อสร้างจัดแสดง
   ผีเสื้อกว่า 500 ตัว 20 ชนิด   บริเวณของอุทยานมีส่วนเชื่อมต่อกับสวนจตุจักรและสวนสมเด็จพระ
   นางเจ้าสิริกิติ์ฯ   นับเป็นห้องเรียนธรรมชาติที่เหมาะสำหรับการเรียนรู้และเป็นสถานที่สำหรับ
   ศึกษาค้นคว้า วิจัย รวบรวม แลกเปลี่ยนความรู้เรื่องพันธุ์ผีเสื้อและแมลง  วงจรชีวิต  รวมทั้งชีวิต
   ความเป็นอยู่ของผีเสื้อและแมลง  เปิดวันอังคาร-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา
   08.30-16.30 น. ปิดวันจันทร์  ไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามรายละเอียด โทร0 2272 4359-60, 0
   2272 4680


 

อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี              กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ที่ถนนสมเด็จเจ้าพระยา ซอย 3 เขตคลองสาน จัดเป็นสวนสาธารณะ และพิพิธภัณฑ์ ใน
   บริเวณชุมชนวัดอนงคารามซึ่งเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี












 

อุทยานเบญจสิริ                  กรุงเทพมหานคร

   ภายในเป็นสวนดอกไม้ สนมเด็กเล่น ลานอเนกประสงค์ สระว่ายน้ำ













 

ฮอนด้า เวลคัม พลาซ่า               กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่เลขที่ 350 ถนนศรีอยุธยา แขวงพญาไท เขตราชเทวี เป็นสถานที่จัดแสดงวิวัฒนาการยาน
   ยนต์ของฮอนด้าที่เริ่มต้นจากร้านซ่อมจักรยานเล็ก ๆ ในญี่ปุ่น











 

เดอะ สีลมแกลเลอเรีย อาร์ตสเปซ (นิทรรศการศิลปะหมุนเวียน)         กรุงเทพมหานคร

   เดอะ สีลมแกลเลอเรีย อาร์ตสเปซ เป็นห้องแสดงนิทรรศการหมุนเวียนการรวมผลงานทางศิลปะ
   ที่มากที่สุด ใหญ่ที่สุด และหลากหลายที่สุด











 

เมืองไทยรัชดาลัยเธียร์เตอร์            กรุงเทพมหานคร

   โรงละครเวทีสไตล์บรอดเวย์ที่ได้มาตรฐานและทันสมัยแห่งแรกในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ชั้น 4
   ศูนย์การค้าเอสพลานาด ถนนรัชดาภิเษก จุผู้ชมได้ 1,455 ที่นั่ง เปิดการแสดงครั้งแรกด้วย ละคร
   เพลงเรื่อง ' ฟ้าจรดทราย เดอะ มิวสิคัล'










 

เวทีมวยกรุงเทพ และโรงเรียนมวยไทยวันทรงชัย              กรุงเทพมหานคร

   เป็นสนามมวยมาตรฐานแห่งใหม่ใจกลางเมือง ย่านถนนรัชดาภิเษก เปิดเมื่อเดือนตุลาคม 2549
   เน้นการเเข่งขันศิลปะการต่อสู้มวยไทยที่ให้ทั้งความรู้และความบันเทิง ด้วยระบบแสง สี เสียง
   ตระการตา











 

เสาชิงช้า                กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่หน้าวัดสุทัศน์เทพวราราม บนถนนบำรุงเมือง เขตพระนคร เสาชิงช้าถูกสร้างขึ้นครั้งแรกใน
   ปี 2327และถือเป็นโบราณสถานของชาติตั้งแต่ปี พ.ศ.2492ลักษณะเป็นเสาคู่ขนาดใหญ่ สูง
   ประมาณ 21เมตร ทาสีแดงชาด  ถือเป็นงานสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าที่เป็นสัญลักษณ์อย่าง
   หนึ่งของกรุงเทพมหานคร

   ความเป็นมา  ในสมัยรัชกาลที่ 1เมื่อสร้างกรุงเทพฯ เสร็จแล้วได้โปรดให้มีการสร้างโบสถ์
   พราหมณ์ และเสาชิงช้า ตามความเชื่อแบบพราหมณ์ บริเวณริมถนนบำรุงเมือง ทางจะเลี้ยวไป
   ถนนดินสอ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2327และต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5ได้ย้ายมาตั้งที่ถนนบำรุงเมืองใน
   ตำแหน่งนี้จนถึงปัจจุบัน และมีการเปลี่ยนเสาใหม่อีก 2ครั้ง คือ ในสมัยรัชกาลที่ 6โดยบริษัท
   หลุยส์ ที.เลียวโนแวนส์ ซึ่งเป็นบริษัทค้าไม้ ได้อุทิศซุงไม้สักเพื่อสร้างเสาชิงช้าใหม่  เมื่อ พ.ศ.
   2463และ มีการเปลี่ยนเสาใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2513โดยยังคงลักษณะเดิมไว้  และเปลี่ยนเสา
   ใหม่ครั้งล่าสุดในปี 2549โดยใช้ไม้สักทอง จากจังหวัดแพร่

                ในอดีตเสาชิงช้านี้เคยใช้ประกอบพิธีตรียัมปวาย หรือพิธีโล้ชิงช้าในศาสนาพราหมณ์ การแสดงการละเล่นอันสนุกสนานเพื่อถวายต่อองค์พระอิศวร โดยเป็นการสรรเสริญบูชาคุณของพระองค์เนื่องในวาระที่เสด็จมาเยี่ยมโลกมนุษย์ปีละครั้ง และ ต่อมาพระราชพิธีนี้ได้ถูกยกเลิกในสมัยรัชกาลที่ 7 ปี พ.ศ. 2478

 

แมนชั่น 7              กรุงเทพมหานคร

   ตั้งอยู่ริมถนนรัชดาภิเษก ซอย 14ใกล้สี่แยกห้วยขวาง บูทีคมอลล์ อารมณ์หลอน แห่งแรก และ
   แห่งเดียวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในไอเดียเก๋ ศูนย์การค้าและจุดนัดพบในย่านรัชดาภิเษก
   mansion 7ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 7ไร่ สิ่งปลูกสร้างอาคารทรงกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้า สีม่วงทะมึนที่
   ตกแต่งภายนอกเหมือนถูกห่อหุ้มด้วยเถาไม้เลื้อยกราฟฟิค ซุ้มประตูทางเข้าถูกออกแบบให้ดู
   คล้ายปีศาจโผล่พ้นดิน พร้อมรอการมาเยือนจากผู้ชอบความท้าทาย ความลึกลับ และความ
   แปลกใหม่ เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้ผู้คนเข้าไปพิสูจน์ศูนย์การค้าแนวระทึกขวัญแห่งนี้

   mansion 7มีเรื่องราวและเรื่องเล่า ที่เป็นแกนหลักสำคัญร้อยรวมแนวคิดในการออกแบบ
   ตกแต่งอาคารโดยรวมทั้งหมด รวมถึงการวางแนวความคิดหลักเพื่อให้เป็นจุดนัดพบ สังสรรค์
   หรือพักผ่อนหย่อนใจ เป็นที่ที่ให้แรงบันดาลใจแก่คนเมืองที่ชอบความแปลกใหม่และท้าทาย



โดยแบ่งออกเป็น 3โซนหลัก คือ

                1. การ์เด้น แอเรีย (The Neglected Garden) คือ บริเวณโดยรอบด้านหน้าตั้งแต่ประตูทางเข้า แวดล้อมด้วยร้านค้าแฟชั่นบูติคและสิ่งแปลกใหม่ดูคล้ายซ่อนตัวอยู่ในบรรดาต้นไม้ใหญ่บริเวณนี้ อย่างร้านกระเป๋าสุดชิก เสื้อผ้าเก๋ ๆ หลายแบรนด์ ร้องเท้า ร้านไอศครีม เบเกอรี่ ความน่าสนใจคงอยู่ที่ความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสินค้าและบริการที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดี เพื่อให้พบเห็นได้ที่นี่ที่เดียว

                2. เพลกราวด์ แอเรีย (The Playground) คือ โถงล็อบบี้ของแมนชั่นที่มีพระจันทร์สีเลือดใหญ่ยักษ์ลอยเด่นอยู่ทั้งวันและคืน ในโซนนี้เป็นที่ตั้งของเกมส์และเครื่องเล่นแปลก ๆ โต๊ะพูลดีไซน์เก๋ ร้านอาหารที่ไม่มีตามห้างทั่วไป อาทิ ร้านเครื่องเส้น ขนมจีนเส้นดำกับน้ำยามหาเส่นห์ ส้มตำไมซ์ ราตรีบาร์ ร้านกาแฟโบราณจากเพลินวาน และอีกหลายร้านให้ได้ลิ้มลอง นอกจากนี้ยังใช้เป็นลานจัดกิจกรรมและการแสดงต่าง ๆ ได้อีกด้วย

                3. แมนชั่น แอเรีย (Dark Mansion) บ้านผีสิงซึ่งมีประวัติอันชวนขนหัวลุกที่เป็นจุดเด่นของที่นี่ ค่าเข้าชม 180บาท

                เปิดบริการทุกวันเวลา 12.00 - 24.00 น. เฉพาะวันศุกร์และเสาร์ เปิดให้บริการถึง 2.00 น.ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.themansion7.com โทร. 0 2692 6311-2

 

โรงภาพยนตร์สามมิติกรุงศรีไอแมกซ์ (KRUNGSRI IMAX)                กรุงเทพมหานคร

   โรงภาพยนตร์สามมิติแห่งเดียวในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ชั้น 5 สยามพารากอน













 

โรงละครแห่งชาติ               กรุงเทพมหานคร

   เป็นโรงมหรสพอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร จัดแสดง การละเล่น ละคร ฯลฯ ทุกวัน
   เสาร์-อาทิตย์ ระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน  มีการแสดงศิลปะวัฒนธรรมไทย เช่น โขน
   ละคร บริเวณสนามหญ้าหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร  สอบถามรายละเอียด โทร. 0
   2224 1342, 0 2222 1092

 








 

การเดินทางไปกรุงเทพมหานคร

 

รถยนต์:

                กรุงเทพมหานครเป็นจุดเริ่มต้นของทางหลวงแผ่นดินสายหลักของประเทศไทย 3 สาย ได้แก่ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 หรือ ถนนพหลโยธิน (สายเหนือ) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 หรือถนนสุขุมวิท (สายตะวันออก) และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 หรือ ถนนเพชรเกษม (สายใต้) นักท่องเที่ยวจึงสามารถขับรถจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศได้อย่างสะดวก

                นอกจากนี้ ยังมีถนนสายหลักอื่นๆ ที่เป็นเส้นทางเข้าออกเมืองในทิศต่างๆ คือ

                ด้านทิศเหนือ ได้แก่ ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนประชาชื่น ถนนงามวงศ์วาน และถนนรามอินทรา

                ด้านทิศตะวันออก ได้แก่ ถนนเพชรบุรี ถนนพระราม 9 ถนนพระราม 4 ถนนศรีนครินทร์ และถนนอ่อนนุช

                ด้านทิศตะวันตก ได้แก่ ถนนบรมราชชนนี ถนนจรัลสนิทวงศ์ ถนนพุทธมณฑล และถนนวงแหวนรอบนอก

                ด้านทิศใต้ ได้แก่ ถนนพระราม 2 ถนนพระราม 3 ถนนตากสิน และถนนเอกชัย

 

รถประจำทาง:

                มีรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งของบริษัท ขนส่ง จำกัด และของบริษัทเอกชน โดยรถออกจากสถานีขนส่งกรุงเทพทั้ง 3 แห่ง คือ สถานีขนส่งสายเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ หรือหมอชิต 2 ถนนกำแพงเพชร 2 สถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี และสถานีขนส่งสายตะวันออก หรือเอกมัย ถนนสุขุมวิท

                สอบถามรายละเอียดการเดินรถได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490www.transport.co.th

                ปัจจุบันบริษัท ขนส่ง จำกัด ได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์แล้ว ติดต่อได้ที่ www.thaiticketmajor.com และสามารถซื้อตั๋วออนไลน์ได้ที่ www.thairoute.com

                นอกจากนี้ยังมีบริการรถตู้ของเอกชนไปยังจังหวัดใกล้เคียงกรุงเทพมหานคร เช่น จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดราชบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรี และจังหวัดนครนายก จอดอยู่ตามจุดต่างๆ ทั่วเมือง เช่น บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บริเวณสี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน และบริเวณปิ่นเกล้า ถนนบรมราชชนนี เป็นต้น

 

รถไฟ:

                นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยรถไฟจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดต่างๆ ได้ โดยกรุงเทพฯ มีสถานีรถไฟต้นทาง 3 แห่ง ได้แก่

                สถานีรถไฟกรุงเทพ หรือสถานีรถไฟหัวลำโพง สำหรับเดินทางไปยังภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนล่าง

                สถานีรถไฟธนบุรี หรือสถานีรถไฟบางกอกน้อย สำหรับเดินทางไปยังภาคใต้ตอนบนและภาคตะวันตก

                สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ สำหรับเดินทางเลียบอ่าวไทยไปยังปากแม่น้ำท่าจีนและปากแม่น้ำแม่กลอง (รถไฟสายแม่กลอง)

                สอบถามรายละเอียดได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690 หรือ www.railway.co.th

 

เครื่องบิน :

                กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางอากาศของประเทศ มีท่าอากาศยานสำคัญถึง 2 แห่ง คือ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง

                นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดสำคัญต่างๆ ทั่วประเทศได้ทุกวัน ตรวจสอบข้อมูลเที่ยวบินได้ที่

                สายการบินไทย โทร. 0 2356 1111 www.thaiairways.co.th

                สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส โทร. 0 2270 6699 www.bangkokair.com

                สายการบินนกแอร์ โทร. 1318 www.nokair.com

                สายการบินไทยแอร์เอเชีย โทร. 0 2515 9999 www.airasia.com

                สายการบินวัน ทู โก โทร. 1126 www.fly12go.com

 

หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร

 

ศูนย์ดับเพลิงกรุงเทพมหานคร               199

หน่วยแพทย์กู้ชีพ กทม.          1555

แจ้งเหตุร้าย                              

กองปราบปราม       1195

ตำรวจทางหลวง      1193

สายด่วนกรมทางหลวง           1586

ตำรวจท่องเที่ยว      1155

ศูนย์นเรนทร          1669

ศูนย์รับแจ้งอุบัติเหตุ 24 ชม.                    

มูลนิธิร่วมกตัญญู    0-2751-0951-3

ศูนย์วิทยุกรุงธน      0-2451-7228-9

ศูนย์วิทยุปอเต็กตึ๊ง 24 ชม.      0-2226-4444-8

ศูนย์วิทยุรามา         0-2354-6999

ศูนย์ส่งกลับและรถพยาบาลกรมตำรวจ 1691

ศูนย์เอราวัณ กทม. (ศูนย์รับแจ้งเหตุ)     1646

ศูนย์ควบคุมระบบการจราจรบนทางด่วน               1543

ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร                1197

ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารสาธารณะ กรมการขนส่งทางบก        1584

ศูนย์จราจรอุบัติเหตุ จส.100   1137

สถานีวิทยุชุมชน ร่วมด้วยช่วยกัน (FM 96)            1677

สถานีวิทยุ สวพ. 91                 1644

ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ     1860

ศูนย์บริการข่าวอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา                1182

ศูนย์ปลอดภัยทางน้ำ แก้ไขชื่อเป็น เหตุด่วนทางน้ำ ศูนย์ปลอดภัยทางน้ำ            1199

สายด่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย         1784

อุบัติเหตุทางน้ำ กองบัญชาการตำรวจ     1196

ศูนย์ประชาบดี        1300

ศูนย์ปรึกษาปัญหาชีวิต (สมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย)             0-2713-6793

ฮอทไลน์คลายเครียด (กรมสุขภาพจิต) 1667

ศูนย์ดำรงธรรม       1567

ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน 1111

ศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กและครอบครัว กระทรวงศึกษาธิการ        1579

ศูนย์รับแจ้งข่าวยาเสพติด (สนง.ตำรวจแห่งชาติ)   1688

ศูนย์สวัสดิภาพเด็ก เยาวชนและสตรี      0-2282-3892

สายด่วนบัตรทอง    1330

สายด่วนผู้บริโภคกับ อย.        1556

สายด่วนร้องทุกข์ สคบ.          1166

                    

แจ้งบัตร ATM - บัตรเครดิตหาย                             

ธนาคารกรุงเทพ      1333

ธนาคารกรุงไทย     1551

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา             1572

ธนาคารกสิกรไทย 0-2888-8888

ธนาคารซิตี้แบงก์     1588

ธนาคารทหารไทย 1558

ธนาคารไทยธนาคาร               0-2626-7777

ธนาคารไทยพาณิชย์               0-2777-7777

ธนาคารธนชาต       1770

ธนาคารนครหลวงไทย           0-2828-8000

ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)                0-2285-1555

ธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด (ไทย)    1595

ธนาคารออมสิน      0-2299-8555

ธนาคารอาคารสงเคราะห์        0-2202-2000

ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น    0-2614-4800

สอบถามข้อมูลอายัดบัตร ATM - บัตรเครดิต         1188

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พื้นที่สมุทรปราการ, กรุงเทพมหานคร, ฉะเชิงเทรา, นนทบุรี, ปทุมธานี

@ ค้นหาที่พัก รีสอร์ท โรงแรม และร้านอาหาร ทั่วประเทศที่  http://www.resortdd.com/


      30 ก.ค. 2555   เวลา :    18:06   จำนวนผู้อ่าน :    7992   

 
ร้านอาหารแนะนำ