resort, รีสอร์ท, ที่พัก
 
 
 
 
 
 
 


ที่พักภาคเหนือ
เชียงราย
เชียงใหม่
กำแพงเพชร
ตาก
นครสวรรค์
น่าน
พะเยา
พิจิตร
พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
แพร่
แม่ฮ่องสอน
ลำปาง
ลำพูน
สุโขทัย
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กาฬสินธุ์
ขอนแก่น
ชัยภูมิ
นครพนม
นครราชสีมา
บุรีรัมย์
บึงกาฬ
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุบลราชธานี


ที่พักภาคกลาง
กรุงเทพมหานคร
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นนทบุรี
ปทุมธานี
ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
เพชรบุรี
ราชบุรี
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สระแก้ว
สระบุรี
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
อยุธยา
อ่างทอง


ที่พักภาคตะวันออก
ชลบุรี, พัทยา
ระยอง
จันทบุรี
ตราด


ที่พักภาคใต้
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา
พัทลุง
ภูเก็ต
ยะลา
ระนอง
สงขลา
สตูล
สุราษฎร์ธานี

Link เพื่อนบ้าน
หอพัก
หอพัก
ห้องพัก





โอนิซึกะ, onitsuka, onitsuka tiger
Bangkok Dating, Thailand Matchmaker, Thailand Dating, Bangkok Matchmaker, dating bangkok, dating thailand, thai dating, online dating, single thai girls, thai women, dating service, speed dating, บริการหาคู่, บริษัทจัดหาคู่, หาคู่, หาแฟน, หาเพื่อน, จัดหาคู่, จับคู่, แม่สื่อ, ธุรกิจหาคู่
ถุงจัมโบ้, พาเลท

แนะนำรีสอร์ท, ห้องพัก, ที่พัก, บ้านพัก สำหรับพักผ่อนยามท่องเที่ยว


ResortDD.com Resort จังหวัดปัตตานี (Pattani ) ที่พักจังหวัดปัตตานี โรงแรมจังหวัดปัตตานี รีสอร์ทจังหวัดปัตตานี เกสเฮ้าส์จังหวัดปัตตานี สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดปัตตานี ท่องเที่ยวจังหวัดปัตตานี ศูนย์รวมรีสอร์ทจังหวัดปัตตานี แหล่งรวมที่พักจังหวัดปัตตานี Thailand Pattani Hotel Guesthouse

บูดูสะอาด หาดทรายสวย รวยน้ำตก นกเขาดี ลูกหยีอร่อย หอยแครงสด

 

                ปัตตานีคือจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพียบพร้อมด้วยแหล่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เช่น มัสยิดกรือเซะ สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ฯลฯ และพื้นที่ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งผืนป่า สายน้ำ และท้องทะเล นับเป็นอีกจังหวัดที่งดงามด้วยวิถีชีวิตของผู้คนและสภาพภูมิประเทศ สมกับความยิ่งใหญ่ในฐานะเมืองหลวงของอาณาจักรลังกาสุกะ ซึ่งเป็นอดีตอาณาจักรเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียอาคเนย์

                จังหวัดปัตตานีมีเนื้อที่ประมาณ 2,052 ตารางกิโลเมตร เป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กเป็นอันดับ 2 ของภาคใต้ (อันดับ 1 คือภูเก็ต) พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม เหมาะแก่การเพาะปลูก มีภูเขาสำคัญคือภูเขาทรายขาว ซึ่งอยู่ในเทือกเขาสันกาลาคีรี มีแม่น้ำสำคัญ 2 สาย คือ แม่น้ำตานีและแม่น้ำสายบุรีปัตตานีเป็นดินแดนเก่าแก่ซึ่งได้สั่งสมความรุ่งเรืองมายาวนาน มีชื่อปรากฏอยู่ในเอกสารโบราณหลายฉบับ เช่น ตานี ปะตานี ฟาฏอนี โฝตาหนี ต้าหนี่ เป็นต้น ด้วยทำเลที่ตั้งติดกับทะเล มีอ่าวที่สามารถบังคลื่นลมได้ดี อีกทั้งยังมีเส้นทางบกและเส้นทางแม่น้ำเชื่อมต่อกับด้านมหาสมุทรอินเดีย รวมถึงการที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ปัตตานีจึงเป็นเมืองท่าค้าขายกับเมืองอื่นๆ บนคาบสมุทรมลายูที่เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างยิ่ง การเป็นเมืองท่าเช่นนี้ยังทำให้ปัตตานีได้รับอารยธรรมจากชนชาติต่างๆ ที่เข้ามาติดต่อค้าขาย ซึ่งต่อมาได้ผสมผสานกับวัฒนธรรมดั้งเดิม กลายเป็นวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะมาจนถึงทุกวันนี้นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีเชื่อว่า ดินแดนที่เป็นปัตตานีในปัจจุบัน คือที่ตั้งของอาณาจักรลังกาสุกะ ซึ่งรุ่งเรืองมาตั้งแต่ช่วงพุทธศตวรรษที่ 7 โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองโบราณยะรังในปัจจุบัน จนถึงช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 ลังกาสุกะจึงเริ่มเสื่อมลง เพราะชายฝั่งทะเลตื้นเขิน แม่น้ำเปลี่ยนทางเดิน อีกทั้งอาณาจักรมะละกาทางตอนใต้ยกกำลังมาโจมตีหลายครั้ง กระทั่งถึงพุทธศตวรรษที่ 21 ลังกาสุกะก็ล่มสลายลง โดยมีเมืองท่าแห่งใหม่ชื่อปะตานีเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาแทน และเป็นศูนย์กลางการศึกษาและเผยแผ่ศาสนาอิสลามที่สำคัญในภูมิภาคนี้ล่วงเลยมาถึง พ.ศ. 2351 ปัตตานีแบ่งการปกครองออกเป็น 7 หัวเมือง คือ เมืองตานี ยะหริ่ง หนองจิก สายบุรี ระแงะ รามันห์ และยะลา ครั้นถึง พ.ศ. 2449 ปัตตานีแยกมาตั้งเป็นมณฑล จนถึง พ.ศ. 2475 มณฑลปัตตานีก็ถูกยุบไปรวมกับมณฑลนครศรีธรรมราช กระทั่งถึง พ.ศ. 2476 จึงได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดปัตตานี จวบจนถึงปัจจุบัน

                จังหวัดปัตตานีอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ  1,055  กิโลเมตร   แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอโคกโพธิ์ อำเภอมายอ อำเภอหนองจิก อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี อำเภอยะรัง อำเภอยะหริ่ง อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอไม้แก่น อำเภอกะพ้อ และอำเภอแม่ลาน        

 

สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดปัตตานี

 

ตลาดนัดปาลัส                    ปัตตานี

   ในช่วงเวลาเช้าของทุกวันพุธและวันอาทิตย์ จะมีตลาดนัดริมทาง ซึ่งชาวไทยมุสลิมจะแต่งกาย
   แบบพื้นเมืองโพกศีรษะด้วยผ้าบาติกสีฉูดฉาดเดินซื้อของในตลาด เป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นชีวิต
   ชนบทของชาวไทยมุสลิมที่มีบรรยากาศเมืองใต้อย่างแท้จริง










 

บ้านปะเสยะวอ        ปัตตานี

   ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านปะเสยะวอ   เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงในการต่อเรือกอและ ซึ่งเป็นเรือประมงของ
   ชาวปัตตานีและนราธิวาส มีลักษณะเป็นเรือหัวแหลมท้ายแหลม ระบายสีสันงดงาม การเดินทาง
   ไปตามเส้นทางเดียวกับทางที่ไปหาดแฆแฆ แล้วเดินทางต่อไปตามถนนเลียบชายทะเลไปจน
   ถึงบ้านปะเสยะวอ เรือกอและของชาวบ้านปะเสยะวอมีทั้งขนาดใหญ่ที่เป็นเรือประมงจริงๆ และ
   ขนาดเล็กที่จำลองขึ้นเพื่อเป็นของที่ระลึก ฝีมือการต่อเรือกอและที่นี่ได้รับการยอมรับว่าประณีต
   งดงามด้วยลวดลายที่ผสมกลมกลืนกันระหว่างศิลปะไทยและมุสลิม นอกจากนี้บ้านปะเสยะวอยัง
   มีชื่อเสียงในการทำน้ำบูดูรสดีอีกด้วย






 

พลับพลาที่ประทับของรัชกาลที่  7       ปัตตานี

   ห่างจากตัวเมืองปัตตานีประมาณ 26 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 42 ตั้งอยู่ในบริเวณที่ว่า
   การอำเภอโคกโพธิ์ เป็นศาลาทรงไทยที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปก
   เกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เสด็จทอดพระเนตรสุริยุปราคา เมื่อ พ.ศ. 2472










 

มัสยิดกรือเซะ      ปัตตานี

   ตั้งอยู่ริมถนนสายปัตตานี-นราธิวาสหรือทางหลวงแผ่นดินสาย 42 บริเวณบ้านกรือเซะ ห่างจาก
   ตัวเมืองปัตตานีประมาณ 7 กิโลเมตร ลักษณะการก่อสร้างมัสยิดแห่งนี้เป็นแบบเสากลมก่ออิฐ ถือ
   ปูนแบบศิลปะทางตะวันออกกลาง บริเวณใกล้เคียงนั้นมีฮวงซุ้ยหรือที่ฝังศพเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว
   มัสยิดแห่งนี้สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พ.ศ.2121–2136) 









 

มัสยิดกลางปัตตานี               ปัตตานี

   ตั้งอยู่ที่ถนนยะรัง เส้นทางยะรัง-ปัตตานี ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี ซึ่งสร้างในปี พ.ศ. ๒๔๙๗ 
   ใช้เวลาดำเนินการสร้างประมาณ ๙ ปี และทำพิธีเปิดโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อวันที่ ๒๕
   พฤษภาคม ๒๕๐๖ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการประกอบศาสนกิจของชาวไทยมุสลิมในภาคใต้
   เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกมีรูปทรงคล้ายกับทัชมาฮาลของอินเดีย ตรงกลางอาคารมียอด
   โดมขนาดใหญ่และมีโดมบริวาร ๔ ทิศ มีหอคอยอยู่สองข้าง บริเวณด้านหน้ามัสยิดมีสระน้ำสี่
   เหลี่ยมขนาดใหญ่ ภายในมัสยิดมีลักษณะเป็นห้องโถง มีระเบียงสองข้างภายในห้องโถงด้านในมี
   บัลลังก์ทรงสูงและแคบ  







 

วัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม               ปัตตานี

   ตั้งอยู่ที่บ้านป่าไร่ ตำบลทุ่งพลา ริมทางรถไฟสายหาดใหญ่-สุไหงโก-ลก ระหว่างสถานีนาประดู่
   กับสถานีป่าไร่ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 31 กิโลเมตร วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นมากว่า 300
   ปี แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าผู้ใดเป็นผู้สร้าง ภายในวิหารมีรูปปั้นหลวงปู่ทวดเท่าองค์จริงประดิษฐาน
   อยู่ นอกจากนี้ยังมีสถาปัตยกรรมของสถูป เจดีย์ มณฑป อุโบสถ และหอระฆัง ที่งดงามเป็นอย่าง
   ยิ่ง








 

วัดมุจลินทวาปีวิหาร         ปัตตานี

   ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 10 กิโลเมตร ริมเส้นทางหลวงสายปัตตานี-โคกโพธิ์ ในเขต
   สุขาภิบาลอำเภอหนองจิก เป็นวัดเก่าแก่สร้างเมื่อพระยาวิเชียรภักดีศรีสงคราม  ย้ายที่ว่าการ
   อำเภอหนองจิกจากที่เก่า มาอยู่ที่ตำบลตุยง เมื่อ พ.ศ. 2388 เดิมมีชื่อว่า วัดตุยง ต่อมาพระบาท
   สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสเมืองหนองจิก และมีพระราชศรัทธาบริจาคเงิน
   เพื่อก่อสร้างพระอุโบสถ และทรงพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดมุจลินทวาปีวิหาร” ปัจจุบันเป็น
   อารามหลวงและมีการบูรณะพระอุโบสถให้อยู่ในสภาพที่มั่นคงสวยงาม   จุดเด่นของวัดคือวิหาร
   ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนของอดีตเจ้าอาวาส 3 องค์ โดยเฉพาะพระราชพุทธรังษีหรือหลวง
   พ่อดำ เจ้าอาวาสองค์ที่ 5 ซึ่งประชาชนที่เคยได้ยินคุณความดีของหลวงพ่อ ต่างเลื่อมใสศรัทธา
   เดินทางมานมัสการสักการะบูชาอยู่เสมอ




 

ศาลหลักเมือง      ปัตตานี

   ตั้งอยู่บริเวณสนามศักดิ์เสนีย์ ในโรงเรียนเบญจมราชูทิศจังหวัดปัตตานีตรงข้ามศาลากลาง
   จังหวัด ริมฝั่งซ้ายของแม่น้ำปัตตานี สร้างเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2494 สมัยพระยารัตน
   ภักดีเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ศาลหลักเมืองแห่งนี้เป็นที่เคารพสักการะของชาวเมืองปัตตานีและ
   นักท่องเที่ยวจะพากันไปสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลเสมอ









 

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวหรือศาลเจ้าเล่งจูเกียง           ปัตตานี

   ตั้งอยู่ที่ 63 ถนนอาเนาะรู เป็นศาลที่ประดิษฐานรูปแกะสลักของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เจ้าแม่
   ทับทิม และรูปพระอื่น ๆ  ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปีจะมีงานประเพณีแห่เจ้าแม่ลิ้มกอ
   เหนี่ยวไปตามถนนสายต่าง ๆ ภายในตัวเมืองปัตตานีทำพิธีลุยไฟบริเวณหน้าศาลเจ้าเล่งจูเกียง
   ว่ายน้ำข้ามแม่น้ำตานีบริเวณสะพานเดชานุชิต ในงานนี้มีผู้ที่เคารพศรัทธามาร่วมงานเป็นจำนวน
   มากทุกปี สอบถามข้อมูล โทร. 0 733 2841









 

ศูนย์ฝึกอาชีพ (วัดช้างให้)                ปัตตานี

   ตั้งอยู่ระหว่างตำบลทุ่งเพลา-ตำบลนาประดู่ เป็นศูนย์การแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ศิลปาชีพ
   เช่น ผ้าบาติก เรือกอและจำลอง เซรามิก เป็นต้น











การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 42 (ปัตตานี – โคกโพธิ์) ผ่านสามแยกนาเกตุ ตรงไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 409 (ปัตตานี – ยะลา) ผ่านเทศบาลนาประดู่

 

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนยะหริ่ง                         ปัตตานี

   ตั้งอยู่บริเวณริมคลองยามู ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอยะหริ่ง อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าชาย
   เลนยะหริ่ง มีพื้นที่โครงการรวม 500 ไร่ ศูนย์ฯนี้มีทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนเป็นสะพาน
   ที่สร้างด้วยไม้ตะเคียนทอง (Hopea Odorata) เป็นระยะทางยาวโดยรอบ 1,250 เมตร ตลอด
   เส้นทางเดินโดยรอบจะเห็นกลุ่มไม้ในสังคมป่าชายเลนทั้งไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้เถาและไม้พื้นล่าง
   ซึ่งพันธุ์ไม้แต่ละชนิดมีความสามารถขึ้นอยู่ได้ในบริเวณที่มีลักษณะแตกต่างกันโดยเฉพาะบริเวณ
   ที่อยู่ระหว่างระดับน้ำทะเลต่ำสุดและระดับน้ำทะเลสูงสุด  เช่น  กลุ่มไม้ถั่วขาว  กลุ่มไม้ตะบูนดำ 
   กลุ่มไม้ตาตุ่มทะเล  ฝาดดอกขาว   เหงือกปลาหมอดอกขาว  เป็นต้น ตามเส้นทางจะมีระเบียงพัก
   และมีซุ้มสื่อความหมายอธิบายเกี่ยวกับป่าชายเลนพร้อมมีรูปภาพประกอบและยังมีสะพานทาง
   เดินไม้ยกระดับ ศาลาพักผ่อน และหอชมนก เพื่อชมทัศนียภาพเหนือยอดของพันธุ์ไม้ป่าชายเลน
   ซึ่งหอนี้มีความสูงถึง ๑๓ เมตร

   

             นอกเหนือจากการเดินศึกษาป่าชายเลนตามเส้นทางเดินแล้วยังมีการล่องเรือชมป่าชายเลนซึ่งจัดเป็นกิจกรรมหนึ่งของศูนย์ฯ นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือชมธรรมชาติป่าชายเลนตามลำคลองน้อยใหญ่ซึ่งแบ่งเป็น 3 สายคือคลองบางปู  คลองกลาง  คลองกอและ ตลอดสองฝั่งคลองจะเห็นป่าชายเลนที่สมบูรณ์ ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ นกนานาชนิด วิถีชีวิตของชาวบ้านกับป่าชายเลนและความสวยงามของสวนป่าโกงกาง สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 สาขาปัตตานี  โทร. 0 7333 6290-3 ต่อ 4115 หรือ หัวหน้าศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนยะหริ่ง โทร. 081 368 3104

 

สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว                ปัตตานี

   ตั้งอยู่ที่บ้านกรือเซะ   ตำบลตันหยงลุโละ  ไปตามทางหลวงหมายเลข 42 (ปัตตานี-นราธิวาส)
   ใกล้กับมัสยิดกรือเซะ มีตำนานเล่าว่าลิ้มกอเหนี่ยวได้ลงเรือสำเภามาตามพี่ชายชื่อลิ้มโต๊ะเคี่ยม
   ซึ่งมาแต่งงานกับธิดาพระยาตานี และได้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม ลิ้มกอเหนี่ยวเกิดน้อยใจ
   ที่ไม่สามารถอ้อนวอนให้พี่ชายเดินทางกลับประเทศจีนได้สำเร็จ ตามที่ได้สัญญาไว้กับมารดา
  จึงได้ผูกคอตายที่ต้นมะม่วงหิมพานต์ ลิ้มโต๊ะเคี่ยมจึงได้ฝังศพลิ้มกอเหนี่ยวไว้ที่นี่ ต่อมาชาว
  ปัตตานี นำต้นไม้ที่ลิ้มกอเหนี่ยวผูกคอตายมาแกะเป็นรูปบูชาและสร้างศาลเจ้าขึ้น







 

วัดเอกเชิงแส        ปัตตานี

   อยู่ที่ตำบลเชิงแส อำเภอกระแสสินธุ์ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 408 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง
   4196 เข้าอำเภอกระแสสินธุ์ เดิมชื่อวัดเอก เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทำด้วยหินปะการัง แต่
   ได้หล่อปูนครอบพระพุทธรูปองค์เดิมไว้ นับถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูปองค์นี้มีขนาดหน้าตัก
   กว้าง 70 เซนติเมตร สูง 120 เซนติเมตร รายละเอียดเพิ่มเติมสอบถามได้ที่โทร. 0 7439 9075









 

หาดชลาลัย          ปัตตานี

   ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 2 กิโลเมตร ไปตามถนนสายปัตตานี-นราธิวาส เลี้ยวซ้ายเข้าสู่
   อำเภอปะนาเระและแยกเข้าสู่ชายหาด จุดเด่นของหาดแห่งนี้อยู่ที่บึงน้ำขนาดใหญ่ใกล้บริเวณ
   ทิวสน ซึ่งให้บรรยากาศที่สงบร่มรื่นเหมาะแก่การท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ










 

หาดตะโละกาโปร์                ปัตตานี

   ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองปัตตานีตามทางหลวงหมายเลข 42 (ปัตตานี-นราธิวาส) เลี้ยวซ้ายเข้า
   อำเภอยะหริ่ง ข้ามคลองยามูตามสะพานคอนกรีตขนาดใหญ่ ผ่านพื้นที่สวนป่าชายเลนและหมู่
   บ้านไปจนถึงทางแยกเข้าสู่หาด รวมระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร หาดตะโละกาโปร์เป็นหาด
   ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดปัตตานี   เป็นหาดทรายขาวสะอาดขนานกับชายฝั่งทะเล  มีเรือกอและ
   ของชาวประมงจอดอยู่เป็นจำนวนมาก หาดทรายแห่งนี้ทอดยาวออกไปเรื่อยๆ เพราะเกิด
   จากกระแสน้ำพัดเอาตะกอนทรายมาทับถมพอกพูน เหมาะแก่การไปนั่งพักผ่อนชมธรรมชาติ มีทิว
   สนและต้นมะพร้าวให้ความร่มรื่นสวยงาม






 

หาดทราย ชายบึงบ้านละเวง            ปัตตานี

   ชายบึงบ้านละเวง มีสภาพแวดล้อมและธรรมชาติงดงามแปลกตาแก่ผู้ที่พบเห็น ลักษณะของหาด
   ทรายแห่งนี้ คือ มีบึงขนาดใหญ่เคียงข้างหาดทรายขาวสะอาด ให้บรรยากาศแตกต่างจากหาด
   ทรายอื่น










 

หาดบางสาย         ปัตตานี

   ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลไทรทอง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 74 กิโลเมตร ลักษณะเป็นหาดทราย
   ชายทะเลยาวประมาณ 5 กิโลเมตร












 

หาดปะนาเระ       ปัตตานี

   อยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เส้นทางเดียวกับหาดตะโละกาโปร์ เป็นหมู่บ้าน
   ชาวประมงหลายร้อยหลังคาเรือน บนหาดทรายมีเรือกอและ และเรือประมงนานาชนิดจอดเรียง
   รายอยู่ทั่วทั้งหาด หาดทรายไม่เหมาะแก่การเล่นน้ำ เพราะเป็นหมู่บ้านชาวประมงและที่จอดเรือ











 

หาดมะรวด          ปัตตานี

   อยู่ถัดจากหาดชลาลัยไปประมาณ 2 กิโลเมตร การเดินทางเช่นเดียวกับทางไปหาดชลาลัยแต่
   ไปต่อจนถึงทางแยกจากถนนปะนาเระ-สายบุรีและเลี้ยวซ้ายไปสู่หาด ลักษณะเด่นของหาดมะ
   รวดได้แก่ ภูเขาหินที่มีขนาดเล็กตั้งซ้อนทับกันอยู่ดูแปลกตา และมีทางเดินทอดยาวให้ขึ้นไปเดิน
   เล่นบนยอดเขาได้อีกด้วย









 

หาดรัชดาภิเษก                    ปัตตานี

   ตั้งอยู่ที่บ้านสายหมอ ตำบลสายหมอ ห่างจากตัวจังหวัดปัตตานีประมาณ 15 กิโลเมตรหรือห่าง
   จากที่ว่าการอำเภอหนองจิกประมาณ 2 กิโลเมตร มีทางแยกเข้าระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร
   ชายหาดร่มรื่นด้วยทิวสนเหมาะสำหรับนั่งพักผ่อน










 

หาดราชรักษ์         ปัตตานี

   เป็นหาดทรายต่อเนื่องกับหาดชลาลัย หาดมะรวดและหาดแฆแฆ โดยอยู่ถัดจากหาดมะรวดและ
   อยู่ก่อนถึงหาดแฆแฆประมาณ 2 กิโลเมตร การเดินทางใช้ทางเดียวกับที่ไปหาดชลาลัย และ
   หาดมะรวด  ลักษณะเด่นของหาดราชรักษ์คือเป็นหาดทรายกว้างล้อมรอบด้วยโขดหิน และหุบ
   เขาเตี้ยๆ บนเนินเขา นับได้ว่าเป็นสถานที่ชมทิวทัศน์ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง









 

หาดวาสุกรี           ปัตตานี

   อยู่ห่างจากตัวเมืองปัตตานีประมาณ 52 กิโลเมตร และห่างจากตัวอำเภอสายบุรีประมาณ 2
   กิโลเมตร อยู่ในเขตเทศบาลตำบลตะลุบัน การเดินทางจากตัวเมืองปัตตานี ใช้เส้นทางหลวงสาย
   ปัตตานี-นราธิวาส หรืออาจเลือกเดินทางผ่านหาดแฆแฆไปจนถึงอำเภอสายบุรีหรือเลี้ยวซ้าย
   ตรงทางแยกเข้าสู่อำเภอสายบุรีโดยตรงก็ได้ ลักษณะของหาดทรายเป็นแนวยาวขนานไปกับทิว
   สน นอกจากนี้ยังมีบังกะโลให้บริการอีกด้วย








 

หาดแฆแฆ            ปัตตานี

   อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 43 กิโลเมตร คำว่า “แฆแฆ” เป็นภาษามลายูท้องถิ่น(ภาษายาวี)
   มีความหมายว่า อึกทึกครึกโครม อยู่ในท้องที่ตำบลน้ำบ่อ ตั้งอยู่ห่างจากหาดราชรักษ์ประมาณ
   2 กิโลเมตร จุดเด่นของหาดแฆแฆคือเป็นชายหาดที่มีโขดหินแกรนิตขนาดใหญ่ ลักษณะแปลก
   ตาสวยงาม บนเนินเขามีศาลาพักผ่อนและเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยแห่งหนึ่งของอำเภอปะนาเระ









 

อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว      ปัตตานี

   ตั้งอยู่ที่ตำบลทรายขาว ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง คือ ปัตตานี ยะลาและ
   สงขลา มีพื้นที่ประมาณ 68,750 ไร่ สภาพพื้นที่เป็นป่าดิบชื้น จึงอุดมไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด
   และประกอบด้วยน้ำตกต่าง ๆ เช่น

   น้ำตกทรายขาว  ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลทรายขาว เป็นน้ำตกที่ตกจากหน้าผาสูงประมาณ 40 เมตร
   แล้วไหลลงไปตามลำธารลดหลั่นเป็นชั้น ๆ เกิดเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ การเดินทางใช้ทางหลวง
   หมายเลข 409 สายปัตตานี – ยะลา ประมาณ 28 กิโลเมตร ถึงสามแยกตำบลนาประดู่ จากนั้นใช้
   เส้นทางนาประดู่-ทรายขาว ประมาณ 7 กิโลเมตร ก็จะถึงน้ำตกทรายขาว  บริเวณน้ำตกมีเจ้า
   หน้าที่คอยอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวรวมทั้งมีบริการบ้านพัก สอบถามรายละเอียดได้ที่
   กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760  อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว
   จังหวัดปัตตานี โทร. 0 7333 9138www.dnp.go.th

   

น้ำตกโผงโผง  ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลปากล่อ การเดินทางใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 42 (ปัตตานี-ยะลา)และต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 409 สายปัตตานี-ยะลา  ถึงบ้านปากล่อ เลี้ยวขวาไปตามทางลาดยางอีกประมาณ 5 กิโลเมตร ก็ถึงตัวน้ำตก  น้ำตกโผงโผงเป็นน้ำตกที่ไหลลดหลั่นลงมาเป็นขั้นบันได จำนวน 7 ชั้น จากที่ราบชั้นล่างสุดมีแอ่งน้ำตกขนาดใหญ่มองขึ้นไปยังผาน้ำตกชั้นบน จะมองเห็นน้ำตกไหลลงมาเป็นสายน้ำคดเคี้ยวตามหน้าผาและโขดหินพื้นที่บริเวณสองข้างลำธารและบริเวณที่ใกล้น้ำตกมีความร่มรื่นถูกปกคลุมด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิดสภาพร่มรื่นเย็นสบายเหมาะแก่การพักผ่อน

น้ำตกอรัญวาริน  ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลทุ่งพลา การเดินทางใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 409 สายปัตตานี-ยะลา ถึงทางแยกขวามือตรงปากทางเข้าวัดห้วยเงาะ อีกประมาณ 6 กิโลเมตร ก็ถึงตัวน้ำตก รวมระยะทางห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 30 กิโลเมตร น้ำตกอรัญวารินเป็นน้ำตกในเทือกเขาสันกาลาคีรี ลักษณะน้ำตกแบ่งออกเป็นชั้นๆ รวม 7 ชั้น แต่ละชั้นห่างกันประมาณ 300–500 เมตร ซึ่งในแต่ละชั้นมีลักษณะความสวยงามแตกต่างกันออกไป

                ชุมชนท่องเที่ยวทรายขาว ตำบลทรายขาว เป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็งในการส่งเสริมการท่องเที่ยว  และเป็นชุมชนที่มีความโดดเด่นด้านการบริหารจัดการเชิงคุณภาพ ซึ่งได้รับรางวัลชุมชนดีเด่นด้านการท่องเที่ยว (Tourism Award 2007) มีกิจกรรมการท่องเที่ยวที่น่าสนใจในชุมชนที่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยว ได้แก่  กิจกรรมเดินป่าพิชิตยอดเขาสันกาลาคีรี  กิจกรรมนำชมสวนผลไม้  ชมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวบ้านทรายขาว และอัธยาศัยไมตรี นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มสินค้า OTOP ที่มีชื่อเสียง ได้แก่   ผ้าทอลายจวนตานี ผลิตภัณฑ์แปรรูป   ส้มแขก  กล้วยเส้น เป็นต้น  

 

เขาฤาษี                  ปัตตานี

   ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลมายอ ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 3 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นโขดหิน 
   ธรรมชาติ มีบ่อน้ำก่อด้วยอิฐกว้าง 2 ศอก ลึกประมาณ 5 ศอก ถือว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งทาง
   ราชการเคยนำไปใช้ในพิธีราชาภิเษกหลายรัชกาลและได้สร้างโบสถ์ครอบบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้
   ไว้ บนเขาฤาษีนี้ในปัจจุบันเป็นที่ตั้งของวัดเขาฤาษีแปลงสาสน์ เป็นที่เคารพบูชาของชาว
   ปัตตานีและจังหวัดใกล้เคียง








 

เมืองโบราณยะรัง                ปัตตานี

   เป็นชุมชนสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภาคใต้ของประเทศไทยและเชื่อว่า
   เป็นที่ตั้งอาณาจักรโบราณที่มีชื่อว่า “ลังกาสุกะ” หรือ “ลังยาเสียว” ตามที่มีหลักฐานปรากฏใน
   เอกสารของจีน ชวา มลายู และอาหรับ  ลักษณะของเมืองโบราณยะรัง สันนิษฐานว่า มีผังเมือง
   เป็นรูปวงรีขนาดใหญ่ในพื้นที่ประมาณ 9 ตารางกิโลเมตร เป็นเมืองที่มีการสร้างทับซ้อนกันถึง 3
   เมือง ขยายตัวเชื่อมต่อกัน








ประกอบไปด้วย

    - เมืองโบราณบ้านวัด  มีศูนย์กลางเป็นลานจัตุรัสกลางเมือง ล้อมรอบด้วยคูน้ำและมีซากเนินดินโบราณสถานกระจายอยู่โดยรอบกว่า 25 แห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางทิศตะวันตกและทางทิศเหนือในบริเวณพื้นที่บ้านจาเละ

    - เมืองโบราณบ้านจาเละ  มีศูนย์กลางอยู่ที่สระน้ำ โอบล้อมด้วยคูเมืองรูปสี่เหลี่ยมถัดจากกลุ่มโบราณสถานบ้านวัดขึ้นไปทางทิศเหนือประมาณ 1 กิโลเมตร

 - เมืองโบราณบ้านปราแว  เป็นเมืองคูน้ำ คันดินขนาดเล็กที่มีผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านไม่เท่ามีป้อมดินทั้ง 4 มุมเมือง และมีคลองส่งน้ำต่อเชื่อมกับคูเมืองโบราณบ้านจาเละสี่มุมเมืองด้านทิศเหนือทั้ง 2 ด้าน

 นอกจากร่องรอยของคูน้ำ  คันดินคูเมืองโบราณทั้ง 3 แห่งแล้ว  ภายในกลุ่มเมืองโบราณนี้ ยังปรากฏซากโบราณสถานเนินดินกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปไม่น้อยกว่า 30 แห่ง  การเดินทางไปสู่แหล่งเมืองโบราณสามารถใช้เส้นทางสิโรรส (ทางหลวงหมายเลข 410) จากจังหวัดปัตตานีลงไปทางจังหวัดยะลาประมาณ 15 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายมือสายยะรัง-มายอ (ทางหลวงหมายเลข 4061) ประมาณ 1.2 กิโลเมตร เข้าสู่เขตเมืองโบราณและเลี้ยวซ้ายขึ้นไปทางทิศเหนือประมาณ  400  เมตร ถึงเขตโบราณสถานบ้านจาเละ

 นักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าชมเป็นหมู่คณะสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานโครงการขุดแต่งและบูรณะโบราณสถานเมืองยะรัง จังหวัดปัตตานี ในวันและเวลาราชการ โทร. 0 7343 9093

 

แหลมตาชี หรือ แหลมโพธิ์               ปัตตานี

   เป็นหาดทรายขาวต่อจากหาดตะโละกาโปร์ เกิดจากการก่อตัวของสันทรายที่ยื่นออกไปในทะเล
   ในลักษณะสันดอนจะงอย (Sand Spit) ไปในทะเลอ่าวไทยทางทิศเหนือ มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม
   เหมาะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ การเดินทางไปแหลมตาชีไปได้ 2 ทาง คือ

    ทางน้ำ  นั่งเรือจากปากแม่น้ำปัตตานีตรงไปยังแหลมตาชีเลย ใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษ หรือ
    นั่งเรือจากท่าด่านอำเภอยะหริ่ง ออกมาตามคลองยามู จนถึงทะเลในไปจนถึงแหลมตาชี

    ทางบก  จากอำเภอยะหริ่ง ข้ามคลองยามู มาตามสะพานไม้ มีถนนตัดเข้าไปประมาณ 10
   กิโลเมตร จนถึงปลายแหลมตาชี

 

การเดินทางไปจังหวัดปัตตานี

 

รถยนต์:

                จากกรุงเทพฯ ไปปัตตานีโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (ธนบุรี-ปากท่อ) ระยะทาง 90 กิโลเมตร แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 4 จนถึงจังหวัดชุมพร จากนั้นจึงใช้ทางหลวงหมายเลข 41 หรือ 42 ผ่านจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปากน้ำเทพา เข้าสู่ตัวเมืองปัตตานี

 

รถประจำทาง:

                จากกรุงเทพฯ ไปปัตตานีโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (ธนบุรี-ปากท่อ) ระยะทาง 90 กิโลเมตร แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 4 จนถึงจังหวัดชุมพร จากนั้นจึงใช้ทางหลวงหมายเลข 41 หรือ 42 ผ่านจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปากน้ำเทพา เข้าสู่ตัวเมืองปัตตานี

 

รถไฟ:

                มีรถไฟออกจากสถานีหัวลำโพงไปถึงสถานีโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ทุกวัน สอบถามรายละเอียดได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690 www.railway.co.th

                จากสถานีโคกโพธิ์เข้าไปยังตัวเมืองปัตตานี ระยะทาง 29 กิโลเมตร เดินทางโดยรถสองแถวหรือรถแท็กซี่ ซึ่งจอดอยู่หน้าสถานีรถไฟ

 

เครื่องบิน :

                ไม่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ต้องนั่งเครื่องบินไปลงที่หาดใหญ่ แล้วต่อรถโดยสารสายหาดใหญ่-ปัตตานี หรือใช้บริการแท็กซี่จากท่าอากาศยานหาดใหญ่ ระยะทางจากหาดใหญ่ถึงปัตตานีประมาณ 104 กิโลเมตร

                สายการบินที่ให้บริการเส้นทางกรุงเทพฯ-หาดใหญ่ คือ การบินไทย โทร. 0 2356 1111 หรือ www.thaiairways.com ไทยแอร์เอเชีย โทร. 0 2515 9999 หรือ www.airasia.com นกแอร์ โทร. 1318, 0 2900 9955 www.nokair.com วันทูโก โทร. 1126, 0 2229 4100-1 www.fly12go.com

 

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในจังหวัดปัตตานี

 

ตำรวจทางหลวง ส.ทล.5 กก.7 โคกโพธิ์   โทร. (073) 431041

ททท.สำนักงานภาคใต้ เขต 3 จ.นราธิวาส   โทร. (073) 612126, 615230

ที่ว่าการอำเภอเมือง  โทร. (073) 349121

ไปรษณีย์จังหวัด   โทร. (073) 349010

ศาลากลางจังหวัด   โทร. (073) 349279

สถานีตำรวจภูธร อ.เมือง   โทร. (073) 349220

โรงพยาบาลโคกโพธิ์   โทร. (073) 431313

โรงพยาบาลทุ่งยางแดง   โทร. (073) 348374

โรงพยาบาลปะนาเระ   โทร. (073) 349899

โรงพยาบาลปัตตานี   โทร. (073) 349260, 349479

โรงพยาบาลมายอ   โทร. (073) 349303

โรงพยาบาลไม้แก่น   โทร. (073) 348925

โรงพยาบาลยะหริ่ง   โทร. (073) 349940

โรงพยาบาลสายบุรี   โทร. (073) 411002, 411184

โรงพยาบาลหนองจิก   โทร. (073) 349866

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พื้นที่นราธิวาส, ปัตตานี, ยะลา

@ ค้นหาที่พัก รีสอร์ท โรงแรม และร้านอาหาร ทั่วประเทศที่  http://www.resortdd.com/


      20 ก.ย. 2555   เวลา :    14:23   จำนวนผู้อ่าน :    2969   

 
ร้านอาหารแนะนำ