resort, รีสอร์ท, ที่พัก
 
 
 
 
 
 
 


ที่พักภาคเหนือ
เชียงราย
เชียงใหม่
กำแพงเพชร
ตาก
นครสวรรค์
น่าน
พะเยา
พิจิตร
พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
แพร่
แม่ฮ่องสอน
ลำปาง
ลำพูน
สุโขทัย
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กาฬสินธุ์
ขอนแก่น
ชัยภูมิ
นครพนม
นครราชสีมา
บุรีรัมย์
บึงกาฬ
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุบลราชธานี


ที่พักภาคกลาง
กรุงเทพมหานคร
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นนทบุรี
ปทุมธานี
ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
เพชรบุรี
ราชบุรี
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สระแก้ว
สระบุรี
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
อยุธยา
อ่างทอง


ที่พักภาคตะวันออก
ชลบุรี, พัทยา
ระยอง
จันทบุรี
ตราด


ที่พักภาคใต้
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา
พัทลุง
ภูเก็ต
ยะลา
ระนอง
สงขลา
สตูล
สุราษฎร์ธานี

Link เพื่อนบ้าน
หอพัก
หอพัก
ห้องพัก





โอนิซึกะ, onitsuka, onitsuka tiger
Bangkok Dating, Thailand Matchmaker, Thailand Dating, Bangkok Matchmaker, dating bangkok, dating thailand, thai dating, online dating, single thai girls, thai women, dating service, speed dating, บริการหาคู่, บริษัทจัดหาคู่, หาคู่, หาแฟน, หาเพื่อน, จัดหาคู่, จับคู่, แม่สื่อ, ธุรกิจหาคู่
ถุงจัมโบ้, พาเลท

แนะนำรีสอร์ท, ห้องพัก, ที่พัก, บ้านพัก สำหรับพักผ่อนยามท่องเที่ยว


ResortDD.com จังหวัดสกลนคร ( Sakon nakhon ) ที่พักจังหวัดสกลนคร โรงแรมจังหวัดสกลนคร รีสอร์ทจังหวัดสกลนคร เกสเฮ้าส์จังหวัดสกลนคร สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสกลนคร ท่องเที่ยวจังหวัดสกลนคร ศูนย์รวมรีสอร์ทจังหวัดสกลนคร แหล่งรวมที่พักจังหวัดสกลนคร Thailand Sakon nakhon Hotel Resort Guesthouse

พระธาตุเชิงชุมคู่บ้าน พระตำหนักภูพานคู่เมือง งามลือเลื่องหนองหาน

แลตระการปราสาทผึ้ง สวยสุดซึ้งสาวภูไท ถิ่นมั่นในพุทธธรรม

 

                จังหวัดสกลนครเป็นจังหวัดที่ได้ชื่อว่าเป็น “เมืองพุทธศาสน์ พระธาตุห้าแห่ง แหล่งอารยธรรมสามพันปี” เนื่องจากมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีวัฒนธรรมและประเพณีดั้งเดิมที่ตกทอดกันรุ่นสู่รุ่นมาจากบรรพบุรุษตั้งแต่สมัยโบราณ ที่หล่อหลอมและผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมไทยถิ่นอีสานจนมีความเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่น กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งศาสนาและอารยธรรมอันน่าสนใจสกลนครยังอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติมากมาย ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ พืชพรรณ สัตว์ป่านานาชนิด และแหล่งน้ำขนาดใหญ่น้อยหลายแห่ง ที่ทำให้จังหวัดสกลนครเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ

                จังหวัดสกลนครมีเนื้อที่ประมาณ 9,605 ตารางกิโลเมตร หรือ 6 ล้านไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 19 ของประเทศ ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นที่ราบสูงและที่ราบลุ่มสลับพื้นที่ลอนลาด มีเทือกเขาภูพานอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัด และมีหนองหารซึ่งเป็นหนองน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย เป็นแหล่งน้ำสำคัญของจังหวัด มีน้ำตลอดปีเมืองสกลนคร เดิมมีชื่อว่า “เมืองหนองหานหลวง” ตามชื่อของบึงน้ำที่เมืองตั้งอยู่ มีขุนขอมราชบุตร เจ้าเมืองอินทปัฐนครเดิม เป็นผู้สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 16 อยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรโคตบูร ต่อมาเมื่ออิทธิพลขอมเสื่อมลง เมืองหนองหานหลวงตกไปอยู่ใต้การปกครองของอาณาจักรล้านช้าง มีชื่อเมืองใหม่ว่า “เมืองเชียงใหม่หนองหาน” ต่อมาในศตวรรษที่ 19 เมืองเชียงใหม่หนองหานได้ตกมาอยู่ในความปกครองของอาณาจักรสยาม และเปลี่ยนชื่อเป็น “เมืองสกลทวาปี” ใช้ระบอบการปกครองแบบหัวเมืองโบราณ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2435 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองเป็นระบบมณฑลเทศาภิบาล ทางส่วนกลางได้ส่งพระยาสุริยเดช (กาจ) มาเป็นข้าหลวงเมืองสกลนครคนแรกต่อมาในปี พ.ศ. 2373 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อจากเมืองสกลทวาปีเป็น “เมืองสกลนคร” และใช้มาจนถึงปัจจุบันจังหวัดสกลนครได้รับการขนานนามว่าเป็น "แหล่งธรรมะแห่งอีสาน" เนื่องจากมีความเจริญรุ่งเรืองของพุทธศาสนามาตั้งแต่อดีต เป็นถิ่นกำเนิดและพำนักของอริยสงฆ์ที่สำคัญและเป็นที่เคารพบูชาหลายท่าน เช่น พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร พระอาจารย์วัน อุตตโม หลวงปู่หลุย จันทสาโร และหลวงปู่เทสก์ เทสก์รังสี เป็นต้น

                จังหวัดสกลนครอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ  647  กิโลเมตร   แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 18 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสกลนคร อำเภอกุสุมาลย์ อำเภอกุดบาก อำเภอพรรณานิคม อำเภอวาริชภูมิ อำเภอส่องดาว อำเภอสว่างแดนดิน อำเภอวานรนิวาส อำเภออากาศอำนวย อำเภอบ้านม่วง อำเภอพังโคน อำเภอคำตากล้า อำเภอนิคมน้ำอูน อำเภอเต่างอย อำเภอโคกศรีสุพรรณ อำเภอเจริญศิลป์ อำเภอโพนนาแก้ว และอำเภอภูพาน

 

 

สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสกลนคร

 

พระธาตุดุม                    สกลนคร

   อยู่ที่วัดพระธาตุดุม บ้านธาตุดุม ตำบลงิ้วดอน ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 5 กิโลเมตร (ถนนสาย
   รพช. ทางไปโรงเรียนพัฒนาศึกษา) ลักษณะเป็นปรางค์องค์เดียวสร้างด้วยศิลาแลงสมัยเดียวกับ
   พระธาตุนารายณ์เจงเวง แต่องค์ปราสาทเล็กกว่ามีเพียงยอดเดียวไม่มีฐานรองรับ พบทับหลังทั้ง
   4 ด้าน ด้านทิศเหนือเป็นภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์ นอกจากนี้ยังมีภาพเทวดาทรงพาหนะเหนือ
   หน้ากาลประกอบด้วยสัตว์ต่าง ๆ เช่น ช้าง สิงห์ และลายใบไม้ม้วน  อายุประมาณพุทธศตวรรษที่
   16-17 ศิลปะเขมรแบบบาปวน อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 16-17







 

ถ้ำพระพุทธไสยาสน์ (ถ้ำพระทอง หรือ ภูผาทอง)                      สกลนคร

   ตั้งอยู่ที่ตำบลค้อเขียว ห่างจากที่ว่าการอำเภอวาริชภูมิประมาณ 9 กิโลเมตร บริเวณถ้ำมีลักษณะ
   นำเพิงหินมาดัดแปลงก่อสร้างเพิ่มเติมเป็นศาลาการเปรียญ บริเวณใกล้ถ้ำมีหินธรรมชาติรูปร่าง
   แปลก ๆ มากมาย









 


ปราสาทบ้านพันนา                     สกลนคร

   ตั้งอยู่ที่บ้านพันนา อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 70 กิโลเมตร ในเส้นทางสาย
   สกลนคร-อุดรธานี ลักษณะของปราสาทมียอดเดียว











 

พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์                    สกลนคร

   ตั้งอยู่อำเภอภูพาน บริเวณกลางเทือกเขาภูพาน เป็นสถานที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้า  
   อยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตลอดจนพระราชวงศ์ ในคราวเสด็จแปร
   พระราชฐานเยี่ยมพสกนิกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณสถานที่ตั้งเป็นป่าไม้ร่มรื่น มีไม้
   ดอกไม้ประดับตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ในระหว่างที่ไม่ได้ประทับอยู่ที่พระตำหนัก อนุญาตให้
   ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ทุกวัน โดยทำหนังสือถึงสำนักเลขาธิการพระราชวัง พระบรมมหาราช
   วัง ถนนหน้าพระลาน กรุงเทพฯ 10200 และเมื่อได้รับหนังสือตอบรับแล้วจึงจะเดินทางไปชมได้







การเดินทาง ตามเส้นทางสายสกลนคร-กาฬสินธุ์ (ทางหลวงหมายเลข 213) ห่างจากตัวเมืองสกลนคร 13 กิโลเมตร มีทางแยกเข้าไปทางด้านขวามือ

 

พระธาตุนารายณ์เจงเวง                สกลนคร

   ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดพระธาตุนารายณ์เจงเวง บ้านธาตุ เป็นพระธาตุประกอบด้วยปรางค์องค์
   เดียว สร้างด้วยหินทรายบนฐานศิลาแลงขนาดใหญ่ สลักลวดลายลงบนเนื้อหิน มีทับหลังจำหลัก
   ภาพพระกฤษณะฆ่าสิงห์ ในรูปแบบศิลปะเขมร สมัยบาปวน ลักษณะคล้ายกับปราสาทหินของ
   ขอมที่ปรากฏหลายแห่งในภาคอีสาน ลวดลายสลักหินบนซุ้มประตู หน้าต่างยังมีลักษณะสมบูรณ์
   ปรากฏชัด ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นฝีมือของผู้หญิงสร้างทั้งหมด เพื่อแข่งขันกับผู้ชายที่สร้างพระธาตุภู
   เพ็ก รูปแบบและศิลปะสันนิษฐานว่ามีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16–17 งานประเพณีของพระธาตุเจ
   งเวงจะเริ่มตั้งแต่วันขึ้น  11-15 ค่ำ เดือน  4 ของทุกปี






การเดินทาง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร ใช้เส้นทางสกลนคร-อุดรธานี (ทางหลวงหมายเลข 22) ถึงบริเวณบ้านธาตุซึ่งอยู่ก่อนถึงสี่แยกถนนเลี่ยงเมืองเล็กน้อยแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก 400 เมตร

 

พระธาตุภูเพ็ก              สกลนคร

   ตั้งอยู่ที่ตำบลนาหัวบ่อ อำเภอพรรณานิคม  ผู้ที่จะไปนมัสการพระธาตุต้องเดินขึ้นบันไดประมาณ
   491 ขั้น จะถึงองค์พระธาตุซึ่งสร้างอยู่บนยอดเขาภูพาน องค์พระธาตุสร้างด้วยหินทรายบนฐาน
   ศิลาแลง มีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม ด้านหน้าเชื่อมต่อกับมณฑป รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ชั้นที่ 1
   สูงประมาณ 1.58 เมตร ชั้นที่ 2 สูงประมาณ 0.70 เมตร ตัวปราสาทสูง 7.67 เมตร  ซึ่งยังสร้างไม่
   แล้วเสร็จ  ไม่มีหลังคา และยอดปราสาท  เพียงแต่ทำขื่อตั้งไว้เท่านั้น พระธาตุภูเพ็กสร้างขึ้นใน
   ราวพุทธศตวรรษที่ 16 เพื่อเป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ภายหลังดัดแปลงเป็นพุทธศาสนสถาน
   และมีการยกเรื่องประวัติศาสตร์ การก่อสร้างไว้ในตำนานพระอุรังคธาตุ หรือตำนานพระธาตุพนม
   ซึ่งกล่าวไว้ว่า พระธาตุภูเพ็กสร้างโดยกลุ่มผู้ชายเพื่อแข่งขันกับกลุ่มผู้หญิงซึ่งสร้างพระธาตุ
   นารายณ์เจงเวงเพื่อรอบรรจุพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้า แต่กลุ่มผู้ชายได้ยุติการสร้างเมื่อเห็น
   ดาวเพ็กบนท้องฟ้า ซึ่งเป็นกลลวงของกลุ่มผู้หญิงผู้สร้างพระธาตุนารายณ์เจงเวง ปราสาทหลังนี้
  จึงได้ชื่อว่า ปราสาทพระธาตุภูเพ็ก ตามชื่อดาว “เพ็ก”


การเดินทาง ตามทางหลวงหมายเลข 22 (สกลนคร-อุดรธานี) ห่างจากตัวเมืองสกลนครประมาณ 22 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายไปอีก 14 กิโลเมตร

 

พระธาตุศรีมงคล                    สกลนคร

   ตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุศรีมงคล ตำบลบ้านธาตุ อำเภอวาริชภูมิ ลักษณะเป็นเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยม ยอด
   แหลม ตกแต่งด้วยศิลปกรรมยุคใหม่ ก่ออิฐถือปูนประดับด้วยลายปั้นดินเผา บริเวณฐานเป็นพุทธ
   ประวัติของพระพุทธเจ้าสร้างด้วยดินเผาครอบพระธาตุองค์เดิมซึ่งเป็นศิลาแลงที่ชำรุด นับเป็นพระ
   ธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอวาริชภูมิ 









การเดินทาง  ตามเส้นทางพังโคน-วาริชภูมิ ห่างจากที่ว่าการอำเภอวาริชภูมิ 200 เมตร

 

พิพิธภัณฑ์อาจารย์ฝั้น อาจาโร                สกลนคร

   ตั้งอยู่ที่วัดป่าอุดมสมพร ตำบลพรรณานิคม อำเภอพรรณานิคม

   ลักษณะตัวพิพิธภัณฑ์เป็นรูปเจดีย์ฐานกลมกลีบบัวสามชั้น  ภายในมีรูปปั้นพระอาจารย์ฝั้นมีขนาด
   เท่ารูปจริง ในท่านั่งห้อยเท้า และถือไม้เท้าไว้ในมือ มีตู้กระจกบรรจุอัฐิ และแสดงเครื่อง
   อัฐบริขารที่ท่านใช้เมื่อยามมีชีวิต รวมทั้งประวัติความเป็นมาตั้งแต่เกิดจนมรณภาพ พระอาจารย์
   ฝั้น  อาจาโร กำเนิดในสกุลสุวรรณรงค์ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2442 ที่ตำบลบ้านม่วงไข่
   อำเภอพรรณานิคม และได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ 19 ปี ณ วัดโพนทอง จนอายุครบ 20 ปี
   จึงอุปสมบทในพุทธศาสนาฝ่ายมหานิกาย ต่อมาได้ถวายตัวเป็นลูกศิษย์ติดตามพระอาจารย์มั่น 
   ภูริทัตโต

   


การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 22 (สกลนคร-อุดรธานี)  เดินทางไปอำเภอพรรณานิคม ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองสกลนครประมาณ 37 กิโลเมตร  จากนั้นเลี้ยวขวาผ่านที่ทาการอำเภอพรรณานิคมไปประมาณ 2 กิโลเมตร จะพบทางเข้าวัดป่าอุดมสมพร

 

พิพิธภัณฑ์อาจารย์มั่น ภูริทัตโต                 สกลนคร

   ตั้งอยู่ในวัดป่าสุทธาวาส  ตรงข้ามศูนย์ราชการจังหวัด พิพิธภัณฑ์มีลักษณะการก่อสร้างแบบ
   สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ประยุกต์ สร้างด้วยกระเบื้องดินเผา ภายในพิพิธภัณฑ์มีรูปหล่อเหมือนองค์
   ของพระอาจารย์มั่น ในท่านั่งสมาธิ  และมีตู้กระจกบรรจุอัฐิของท่านที่แปรสภาพเป็นแก้วผลึกใสสี
   ขาว ยกฐานสูงพื้นปูด้วยหินอ่อน พร้อมทั้งตู้แสดงเครื่องอัฐบริขาร รวมทั้งประวัติความเป็นมาของ
   ท่านตั้งแต่เกิดจนมรณภาพ พระอาจารย์มั่น กำเนิดในสกุลแก่นแก้ว ที่ตำบลโขงเจียม จังหวัด
   อุบลราชธานี บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ 15 ปี และอุปสมบทเมื่ออายุ 22 ปี ที่วัดเลียบ จังหวัด
   อุบลราชธานี ท่านเป็นพระที่ยึดมั่นในปฏิมาธุดงด์กรรมฐานเป็นวัตร มีพระในสายเดียวกับท่านอีก
   หลายองค์ที่ได้เข้ามาปฏิบัติ และฝึกวิปัสสนากรรมฐานตามแนวของท่าน เช่น หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
   หลวงปู่ขาว อาลนาโย หลวงปู่แหวน  สุจินต์โน เป็นต้น ต่อมาท่านได้ย้ายจากการธุดงค์กรรมฐาน
   เข้ามาจำพรรษาที่วัดป่าสุทธาวาส และมรณภาพเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2492

   นอกจากนั้นยังมี  พิพิธภัณฑ์หลวงปู่หลุย จันทสาโร ตั้งอยู่ในวัดป่าสุทธาวาส สร้างขึ้นเพื่อบรรจุ
   อัฐิธาตุหลวงปู่หลุย (2444-2532) ซึ่งเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่สายวิปัสสนา ศิษย์ของพระอาจารย์มั่น หลวงปู่หลุยเป็นผู้ที่มีปฏิปทาชอบจาริกไปในที่ต่าง ๆ จนถึงวาระสุดท้ายแห่งชีวิตท่าน เมื่อท่านมรณภาพและพระราชทานเพลิงศพแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชกระแสว่า “ควรสร้างเจดีย์ที่วัดป่าสุทธาวาส อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ที่วัดนี้มีอัฐิธาตุของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ ท่านจะได้อยู่ใกล้กัน” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ร่างแบบเจดีย์องค์นี้ด้วยพระองค์เอง

การเดินทาง ไปตามถนนสุขเกษมจนถึงศูนย์ราชการจังหวัดมีทางแยกซ้ายไปอีกประมาณ 250 เมตร

 

ภาพรอยสลักผาสามพันปีที่ภูผายล                   สกลนคร

   ตั้งอยู่ที่บ้านนาผาง ตำบลกกปลาซิว อำเภอเมือง  ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 38 กิโลเมตร ภูผา
   ยลเป็นที่ตั้งของสำนักสงฆ์ ในบริเวณนั้นมีภาพแกะสลักบนหน้าผาหินเป็นรูปภาพต่าง ๆ แสดงชีวิต
   ความเป็นอยู่ของคนไทยในชุมชนก่อนประวัติศาสตร์ ที่ใช้ของแข็งขูดขีดลงบนหน้าผา เช่น ภาพ
   สัตว์ คน ไร่นา เป็นต้น  นอกจากนี้ ยังมีธรรมชาติรอบข้างเป็นป่าเขาที่สวยงาม       









การเดินทาง จากตัวอำเภอเต่างอยไปตามเส้นทางอำเภอเต่างอย-ศรีวิชา 5 กิโลเมตร เข้าสู่บ้านม่วง-นาอ่าง และเดินทางต่อผ่านบ้านโพนบก-โพนแพง และบ้านนาผางตามลำดับ ระยะทาง 35 กิโลเมตร ก่อนถึงภูผายลจากบ้านนาผางขึ้นไปจะเป็นถนนลาดยางจนถึงหน้าผาหิน และมีบันไดขึ้นสู่หน้าผายอดเขา ตามระยะทางสามารถแวะพักตามจุดชมวิว ซึ่งมีก้อนหินทรายตั้งวางเป็นระยะ บางแห่งรูปคล้ายเพิงพัก หรือแท่นที่นั่ง

 

ภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ผาผักหวาน               สกลนคร

   อยู่ที่บ้านภูตะคาม ตำบลท่าศิลา ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 18 กิโลเมตร เป็นภาพเขียนโบราณ
   มีอายุประมาณ 3,600 ปี อยู่บนก้อนหินใหญ่เป็นภาพลักษณะคล้ายผู้หญิงยืนเรียงกันเป็นแถว
   โดยใช้มือเกาะไหล่กัน










 

ภูอ่างศอ                 สกลนคร

   อยู่ที่ตำบลคำบ่อ ห่างจากศูนย์ราชการ 18 กิโลเมตร เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบตั้งแค้มป์เป็นหมู่
   คณะ โดยเฉพาะในฤดูหนาวนั้นมีความงามไม่แพ้ภูกระดึง











 

วัดถ้ำขาม หรือ ภูขาม                 สกลนคร

   ตั้งอยู่บนภูขาม ชาวบ้านมักเรียกว่า ภูคำขาม อยู่ในเขตบ้านคำป่า  เป็นเขาลูกหนึ่งบนเทือกเขาภู
   พาน  วัดถ้ำขามนี้เดิมเป็นที่ปฏิบัติธรรมของพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ท่านได้จำพรรษาอยู่ที่วัดนี้จน
   ถึงประมาณ พ.ศ. 2507 เมื่อท่านอาพาธจึงได้ไปจำพรรษาที่วัดป่าอุดมสมพร  นอกจากนี้ยังเป็น
  วัดหนึ่งที่เก็บอัฐิของพระอาจารย์เทศก์ เทศรังสี ซึ่งมีผู้คนยังเดินทางมาสักการะบูชาอยู่เป็น
   ประจำ

   






การเดินทาง ใช้เส้นทางสกลนคร-อุดรธานี (ทางหลวงหมายเลข 22) ประมาณ 22 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายเข้าทางเดียวกับพระธาตุภูเพ็กไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร ก่อนที่จะตรงขึ้นไปพระธาตุภูเพ็กมีทางแยกขวาไปประมาณ 30 กิโลเมตร

 

วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม หรือวัดถ้ำพวง และพิพิธภัณฑ์อาจารย์วัน อุตตโม                  สกลนคร

   ตั้งอยู่ในอำเภอส่องดาว  อาคารเป็นรูปทรงจตุรมุข 2 ชั้น  ประดับด้วยหินอ่อนทั้งหลัง ชั้นล่าง      
   ตกแต่งเป็นห้องแสดงภาพวาดเกี่ยวกับประวัติของพระอาจารย์ตั้งแต่เกิด ส่วนชั้นบน มีรูปปั้นของ
   ท่านในท่านั่งขัดสมาธิ พร้อมเครื่องสักการบูชาที่ตกแต่งสวยงาม และตู้กระจกแสดงเครื่อง
   อัฐบริขารของท่าน บริเวณใกล้เคียงกันมีถ้ำพวงซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระมุจรินทร์องค์ใหญ่ และใน
   บริเวณวัดถ้ำอภัยดำรงธรรมยังมีสังเวชนียสถานจำลองสถานที่ประสูติ  ตรัสรู้  ปฐมเทศนา  และ
   ปรินิพพานจากประเทศอินเดียแห่งเดียวในภาคอีสาน







การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 22 (สกลนคร-อุดรธานี) ระยะทางประมาณ 84 กิโลเมตร ถึงอำเภอสว่างแดนดินเลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอส่องดาวไปถึงวงเวียนอนุสาวรีย์พระเวสสันดร แล้วเลี้ยวขวาไปวัดถ้ำอภัยดำรงธรรมประมาณ 5 กิโลเมตร

 

วัดพระธาตุเชิงชุม                  สกลนคร

   ตั้งอยู่ถนนเจริญเมือง ในวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหารเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน ฐานรูปสี่เหลี่ยม สูง 
   ประมาณ 24 เมตร ยอดฉัตรทองคำเหนือองค์พระธาตุเชิงชุมทำด้วยทองคำบริสุทธิ์มีน้ำหนัก
   247 บาท มีซุ้มประตู   4 ด้าน ข้างในทึบ สร้างครอบรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าสี่
   พระองค์ ซึ่งหมายถึง พระกกุสันทะ พระโกนาคม พระกัสสะปะ และพระโคดม หรือพระศรีอารี
   ยเมตตรัย (คือ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ชาวพุทธศาสนิกชนเคารพสักการะบูชาอยู่ทุก
   วันนี้) สร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานชัด แต่นับเป็นปูชนียสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมือง
   สกลนครมาแต่โบราณ ภายในวิหารใกล้พระธาตุเชิงชุม เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อองค์แสน
   อันศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพนับถือ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนในจังหวัดสกลนคร
   ทุกวันพระในตอนค่ำจะมีประชาชนไปบูชากราบไหว้พระธาตุ และหลวงพ่อองค์แสนเป็น
   จำนวนมาก งานประจำปีของพระธาตุเชิงชุมจะเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 9 ค่ำ ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนยี่
   (2) ของทุกปี (กำหนดตามจันทรคติ)



 

วัดใต้ต้นลาน               สกลนคร

   อยู่ที่ตำบลไร่หลักทอง เส้นทางสายพนัสนิคม-ฉะเชิงเทรา สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2448 มี
   สถาปัตยกรรมฝีมือช่างท้องถิ่นที่น่าสนใจ ทั้งศาลาการเปรียญไม้เก่าแก่ เสาหงส์คู่











 

ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร               สกลนคร

   อยู่ภายในสถาบันราชภัฏสกลนคร ถนนนิตโย ตำบลธาตุนาแวง เป็นที่แสดงสิ่งของ เครื่องใช้ของ
   ชนเผ่าต่าง ๆ พร้อมภาพประวัติ และเอกสารแสดงความเป็นมาทางศิลปวัฒนธรรม ติดต่อข้อมูล
   เพิ่มเติม โทร. 0 4271 1274 เปิดบริการตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.










 

ศูนย์ศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม                  สกลนคร

   เป็นแหล่งผลิตศิลปหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผา การแกะสลักไม้ การทอผ้าไหม มีห้องแสดงการปั้น
   เขียนสี แสดงผลิตภัณฑ์ ฝีมือในการผลิต ออกแบบสวยงามมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นที่ชื่นชอบ
   ของผู้ที่นิยมใช้ของไทย











 

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ปู่มเหศักดิ์ และ พิพิธภัณฑ์ไทยโส้                     สกลนคร

   ตั้งอยู่บริเวณที่ว่าการอำเภอกุสุมาลย์ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 40 กิโลเมตร อยู่ทางด้านขวา
   มือตามเส้นทางสายสกลนคร-นครพนม











 

สถานแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืด               สกลนคร

   ตั้งอยู่ในสถานีประมงน้ำจืด ถนนใสสว่าง ภายในจัดแสดง และให้ความรู้เกี่ยวกับพันธุ์ปลาชนิด
   ต่างๆ ที่ค้นพบในภาคอีสาน เช่น ปลาเผือก ปลาหอม ปลาเสือตอ ปลาออสก้าร์ลาย ปลาจันทร์
   เทศ เป็นต้น ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ ในเวลาราชการ










 

สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์                    สกลนคร

   อยู่ติดกับหนองหาร ตำบลธาตุเชิงชุม เป็นสวนสาธารณะที่สวยงาม มีเนื้อที่ประมาณ 120 ไร่
   สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีเปิด เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน
   2530 ลักษณะเป็นสวนล้อมสระน้ำขนาดใหญ่ ชื่อสระพังทอง เป็นสระโบราณ เชื่อกันว่าสร้างมา
   พร้อมกับการสร้างพระธาตุเชิงชุม ภายในบริเวณประกอบด้วยสวนไม้ดอกไม้ประดับ สวนป่า สวน
   น้ำ สวนหิน สวนออกกำลังกาย และน้ำพุที่สูงราว 69 เมตร ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปใช้
   ประโยชน์เพื่อการศึกษาหาความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ได้อีกด้วย สวนแห่งนี้เปิดเวลา
   05.00-21.00 น. 






 

สะพานขอม หรือ สะพานหิน                 สกลนคร

   อยู่ก่อนเข้าตัวเมือง เป็นโบราณสถานเล็ก ๆ ริมถนนสายนิตโย ถนนเส้นทางหลวงหมายเลข 22
   ใกล้กิโลเมตรที่ 161 เส้นสกลนคร-อุดรธานี











 

หนองหาร                    สกลนคร

   เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีชื่อเสียง และกว้างใหญ่มากแห่งหนึ่งของประเทศไทย  มีเนื้อที่ประมาณ
   123 ตารางกิโลเมตร เป็นแหล่งรับน้ำตกของลำห้วยต่าง ๆ หลายสาย และยังเป็นต้นน้ำของลำน้ำ
   ก่ำซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม อำนวยประโยชน์ในด้านการเพาะปลูก
   การเลี้ยงสัตว์ การประมง ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวบ้านในชุมชนรอบหนองหาร ระดับน้ำใน
   หนองหารลึกประมาณ 3-8 เมตร ในบริเวณหนองหารมีเกาะต่าง ๆ กว่า 20 เกาะ เช่น เกาะดอน
   สวรรค์ ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด บนเกาะมีวัดร้าง และพระพุทธรูปเก่าแก่ นอกจากนั้นตามเกาะต่าง
   ๆ เหล่านี้จะมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่มากมาย เป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาชนิด บางเกาะได้สร้างศาลา
   พักร้อน เช่น เกาะแก้ว เกาะดอนสะคาม และเกาะดอนสะทุง ซึ่งในเวลากลางวันสาหร่ายที่อยู่ใต้
   พื้นน้ำ เมื่อแดดส่องลงในน้ำจะเห็นสาหร่ายเป็นสีทอง





 

หมู่บ้านท่าแร่ (ชุมชนคาทอลิค)               สกลนคร

   เป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่าเป็นหมู่บ้านที่มีประชากรนับถือศาสนาคริสต์มากที่สุดในประเทศไทย เป็น
   ชุมชนที่เก่าแก่มีอายุกว่า 100 ปี ชาวบ้านแทบทุกหลังคาเรือนนับถือศานาคริสต์ และจะมีการ
   จัดขบวนแห่ดาวคริสต์มาส ทุกวันที่ 25 ธันวาคม ของทุกปี











 

อุทยานแห่งชาติภูผายล             สกลนคร

   ตั้งอยู่ที่อำเภอเต่างอย บริเวณเทือกเขาภูพาน มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในอำเภอเมืองสกลนคร
   อำเภอโคกศรีสุพรรณ อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม และอำเภอ
   ดงหลวง อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร มีพื้นที่ประมาณ 825 ตารางกิโลเมตร หรือ 517,850
   ไร่ เป็นอุทยานฯ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่
   28 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 สภาพป่าทั่วไปเป็นที่ราบสูงสลับกับเทือกเขาหินทราย สภาพป่า
   ประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา พรรณไม้ที่พบ ได้แก่ ไม้ตะเคียน
   ตะแบก กะบก สัตว์ป่าที่พบได้แก่ เก้ง กวาง หมาไน เป็นต้น






สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯ ได้แก่

อ่างเก็บน้ำห้วยหวด อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 500 เมตร เกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนชลประทานตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ บริเวณพลับพลาฝั่งขวาของอ่างเก็บน้ำมีก้อนหินรูปร่างแปลก และยังสามารถมองเห็นน้ำตก 2 สาย ซึ่งไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำห้วยหวด

น้ำตกคำน้ำสร้าง เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดของอุทยานฯ ถ้ายืนบนสันเขื่อนมองลงไปทางทิศใต้จะสามารถมองเห็นน้ำตกได้ น้ำตกมีความสูง 25 เมตร ตัวน้ำตกอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 1.8 กิโลเมตร

ภูผายล  มีจุดชมวิวที่สวยงาม บริเวณหน้าผามีรูปแกะสลักภาพต่าง ๆ ที่มีอายุประมาณ 3,000 ปี การเดินทาง ตามหลวงหมายเลข 2339 (เต่างอย-ศรีวิชา) แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าบ้านนาอ่าง-ม่วงคำ เดินทางผ่านบ้านโพนบก-โพนแพง ไปยังบ้านนาผาง ห่างจากอำเภอเต่างอย 5 กิโลเมตร รถยนต์สามารถเข้าถึงได้

ผาพญาเต่างอย  จากที่ทำการอุทยานฯ ไปตามเส้นทางบ้านห้วยหวด-โคกกลาง ประมาณ 7 กิโลเมตร จะพบผาพญาเต่างอยอยู่ริมถนน มีลักษณะเป็นหินทรายรูปร่างคล้ายเต่างอยกำลังจะลงน้ำหันหน้าลงสู่ลำน้ำพุง เชื่อกันว่าบริเวณใดที่มีเต่างอยแสดงว่าเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ และเป็นตำนานที่เรียกชื่อบ้านเต่างอย

ลานดุสิตา  เป็นลานหินซึ่งมีพื้นที่กว้างขวาง ในราวปลายฤดูฝนจะมีดอกไม้เล็ก ๆ นานาพรรณขึ้นอยู่ละลานตา โดยเฉพาะดอกดุสิตาซึ่งมีสีม่วง และมีดอกกระดุมเงิน สร้อยสุวรรณา เอนอ้า หยาดน้ำค้าง ซึ่งทางอุทยานฯ ได้จัดทำทางเดินเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงามของธรรมชาติ โดยไม่เหยียบย่ำไปบนพืชเล็ก ๆ ที่สวยงามเหล่านี้  นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ได้แก่ ถ้ำหีบภูผานาง ถ้ำเสาวภา อ่างเก็บน้ำดงน้อย และถ้ำพระเวทย์

อุทยานฯ มีบริการบ้านพักและบริเวณกลางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติภูผายล อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร 47260 โทร. 0 4298 1057  หรือกรมอุทยาน แห่งชาติ  สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760  www.dnp.go.th

การเดินทาง  จากอำเภอเมืองสกลนครเดินทางไปตามทางหลวงสายสกลนคร-นครพนม ประมาณ 14 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 12 กิโลเมตร ก็จะถึงอำเภอเต่างอย และเดินทางต่อไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ หรือใช้เส้นทางสายสกลนคร-กาฬสินธุ์ ไปประมาณ 5 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2339 ไปอุทยานฯ อีกประมาณ 35 กิโลเมตร

 

อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก                      สกลนคร

   ครอบคลุมพื้นที่ในส่วนของอำเภอส่องดาว อำเภอวาริชภูมิ อำเภอนิคมน้ำอูน อำเภอกุดบาก
   จังหวัดสกลนคร อำเภอสามหมอ จังหวัดอุดรธานี และอำเภอสมเด็จ อำเภอคำม่วง จังหวัด
   กาฬสินธุ์ มีเนื้อที่ 261,875 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพาน ภูเขาที่
   สูงที่สุดคือ ภูอ่างสอ สภาพป่าเป็นป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ไผ่หลายชนิด และ
   สมุนไพรชนิดต่าง ๆ สัตว์ป่าที่พบเห็นได้แก่ หมูป่า เก้ง กระจง นกชนิดต่าง ๆ

   แหล่งท่องเที่ยวบนยอดภูผาเหล็กโดยเฉพาะบริเวณหน้าผาต่าง ๆ หอส่องดาว สามารถใช้รถ
   ยนต์ขึ้นไปตามถนน รพช. จากที่ทำการอุทยานฯ ถึงหอส่องดาวระยะทาง 5.5 กิโลเมตร และ
   เดินเท้าสู่จุดท่องเที่ยว 





สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯ ได้แก่

ผาสุริยันต์  เป็นหน้าผาสูงอยู่บนยอดเขาสูงสุดของภูผาเหล็ก เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า

ผาดงก่อ เป็นหน้าผาสูงอยู่บนยอดภูผาเหล็กอันเป็นยอดสูงสุดของเทือกเขาภูพาน มีก้อนหินขนาดใหญ่วางพาดอยู่ริมหน้าผาที่ดูเหมือนจะหล่นลงไปข้างล่าง หากยืนบนภูเขาแห่งนี้จะมองเห็นทิวเขาอันสลับซับซ้อนของภูพาน และมองเห็นภูผาหัก ภูไม้ ภูซากลาก อยู่ในเขตอำเภอวังสามหมอ ของจังหวัดอุดรธานี

ผาน้ำโจ้ก เป็นหน้าผาสูงที่อยู่ยอดภูผาเหล็ก สามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำห้วยหวด และมองเห็นวิวทิวทัศน์ของจังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่นได้

ภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ผาผักหวาน  อยู่ที่บ้านภูตะคาม ตำบลท่าศิลา ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ  18 กิโลเมตร เป็นภาพเขียนโบราณ มีอายุประมาณ 3,600 ปี อยู่บนก้อนหินใหญ่เป็นภาพลักษณะคล้ายผู้หญิงยืนเรียงกันเป็นแถวโดยใช้มือเกาะไหล่กัน

ลานอุษาสวรรค์ เป็นบริเวณที่ราบบนยอดภูผาเหล็ก มีเนื้อที่ประมาณ 1,550 ไร่ มีสภาพเป็นทุ่งป่าละเมาะ เขา และโขดหิน สลับกับทุ่งหญ้า ดูคล้ายสวนประดิษฐ์ มีดอกไม้ป่าขึ้นมากมาย เช่น สารดอย เอนอ้า ดาวเรืองภู ม้าวิ่ง หญ้าข้าวก่ำ กระดุมเงิน ดุสิตา ฯลฯ

สุสานไดโนเสาร์ ตั้งอยู่บริเวณกลางเขาภูผาเหล็ก อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร และบริเวณชายป่าภูพาน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ มีลักษณะเป็นกระดูกสัตว์ที่กลายเป็นหินมีอายุหลายล้านปีทับถมกันจำนวนมาก บางส่วนยังฝังอยู่ในหินและดิน  บางแห่งเป็นฟอสซิลของพืช เช่น ไม้กลายเป็นหิน

หอส่องดาว ตั้งอยู่บนยอดภูผาเหล็กมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 700 เมตร สามารถมองเห็นทัศนียภาพได้รอบด้าน หอส่องดาวจึงเป็นที่สำหรับศึกษาดวงดาวในเวลากลางคืน สามารถชมปรากฏการณ์ฝนดาวตกได้ชัดเจนมาก

                อุทยานฯ มีบริการบ้านพักและบริเวณกางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก บ้านท่าวัด ตำบลปทุมวาปี อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร 47190 หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช  โทร. 0 2562 0760www.dnp.go.th

การเดินทาง  ตามทางหลวงหมายเลข 22 (สกลนคร-อุดรธานี) จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 95 ให้เลี้ยวขวาไปตามถนน รพช. สายบ้านต้าย-ดอนส้มโฮง ถึงทางแยกบ้านโพนสว่าง กิโลเมตรที่ 17 ให้เลี้ยวขวาไปตามถนน รพช. สายบ้านโพนสว่าง-ภูผาเหล็ก อีก 6 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ

 

อุทยานแห่งชาติภูพาน                     สกลนคร

   มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในเขตอำเภอเมืองสกลนคร อำเภอพรรณานิคม อำเภอภูพาน  จังหวัด
   สกลนคร และอำเภอสมเด็จ อำเภอห้วยผึ้ง อำเภอกุดบาก จังหวัดกาฬสินธุ์ มีเนื้อที่ประมาณ 655
   ตารางกิโลเมตร หรือ 415,838 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2525  ที่ทำการ
   อุทยานฯ ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขาหินปูน เป็นแหล่งกำเนิด
   ต้นน้ำลำธาร และห้วยต่าง ๆ สภาพป่าเป็นป่าเต็งรัง ป่าดงดิบ และป่าเบญจพรรณ สัตว์ป่าที่พบ
   เห็น ได้แก่ ค่าง ชะมด ลิงลม







ภายในอุทยานฯ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่

 ด้านประวัติศาสตร์

                - พระธาตุภูเพ็ก อยู่บนเทือกเขาภูพาน เป็นพระธาตุเก่าแก่สมัยขอมเรืองอำนาจ สร้างด้วยหินทรายบนฐานศิลาแลงในลักษณะของเทวาลัย

                - ถ้ำเสรีไทย  อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 4.5 กิโลเมตร เป็นถ้ำสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ฝ่ายเสรีไทยได้ใช้เป็นที่สะสมอาวุธ และเสบียง เพราะเป็นทำเลที่เหมาะสม ปกปิดด้วยป่าไม้ที่เขียวชอุ่ม และบริเวณเดียวกันมีร่องรอยการขุดแต่งเป็นสนามบินลับด้วย

ด้านธรรมชาติ

                 - เทือกเขาภูพาน  เป็นขุนเขาแห่งประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนรู้จักมากที่สุด แต่เป็นดินแดนที่น้อยคนนักที่ได้ไปสัมผัสความงามธรรมชาติ โดยเฉพาะรอยต่อระหว่างจังหวัดสกลนคร-กาฬสินธุ์

                 - น้ำตกคำหอม และ โค้งปิ้งงู  อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ 14 กิโลเมตร น้ำตกคำหอมอยู่ใกล้กับน้ำตกตาดโตน และเขตพระราชฐาน บริเวณใกล้เคียงกันจะเป็นที่ตั้งของน้ำตกต่าง ๆ อีกหลายแห่ง เช่น น้ำตกเหวสินธุ์ชัย น้ำตกสามหลั่น น้ำตกสาวไห้  ผาหินซ้อน อยู่ท่ามกลางป่าไม้ที่ร่มเย็น และหน้าทางเข้าน้ำตกคำหอม บนถนนสายสกลนคร-กาฬสินธุ์ เป็นช่วงที่คดเคี้ยวไปมาเหมือนกับงูเลื้อย หรืองูที่ถูกปิ้งที่มีไหล่ทางลดหลั่นลงมา มีหลักกิโลเมตรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยตั้งอยู่ริมทาง ตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับเป็นทัศนียภาพที่สวยงาม  การคมนาคมเข้าแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้สะดวก และปลอดภัย สามารถเดินทางเข้าถึงตลอดทั้งปี สำหรับน้ำตกต่าง ๆ  จะมีน้ำเฉพาะในฤดูฝนเท่านั้น

                 -ผานางเมิน และลานสาวเอ้   อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ตามเส้นทางเดินเท้าประมาณ 700 เมตร และ 2 กิโลเมตร ตามลำดับ สองข้างทางจะเป็นป่าพลวงไปตลอดถึงริมหน้าผา ผานางเมิน เป็นลานหินทอดยาวหันหน้าไปทางทิศตะวันตกมองเห็นธรรมชาติเบื้องล่างได้อย่างชัดเจนสวยงาม เหมาะแก่การตั้งค่ายพักแรม และดูพระอาทิตย์ตก ส่วนด้านล่างหน้าผามีทางเดินไป ลานสาวเอ้ (คำว่า เอ้ เป็นภาษาอีสาน หมายถึง การแต่งตัวมาอวดกัน) ซึ่งเป็นลานหินธรรมชาติที่สวยงาม อยู่ท่ามกลางป่าเขา และบริเวณหน้าผาสูงชัน ในเดือนสิงหาคม-ตุลาคม จะได้พบเห็นดอกไม้ เช่น ดุสิตา กระดุมเงิน สร้อยสุวรรณขึ้นสลับสี เป็นทุ่งกว้าง เหมาะสำหรับพักผ่อน ถ่ายภาพ และชมธรรมชาติ

                 - ผาเสวย  อยู่ในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์ ลักษณะเป็นหน้าผาที่หันหน้าไปทางทิศใต้ ณ ที่แห่งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้เสด็จและประทับเสวยพระกระยาหารกลางวัน จึงได้ชื่อว่า ผาเสวย มาตั้งแต่บัดนั้น

                - น้ำตกห้วยใหญ่  อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 12 กิโลเมตร ลักษณะเป็นลำน้ำที่ยุบตัวลง ลดหลั่นเป็นชั้น ๆ รายล้อมด้วยสภาพป่าเขาทึบที่ร่มเย็น

                 - น้ำตกปรีชาสุขสันต์ ตั้งอยู่ในเทือกเขาภูพาน อำเภอเมืองสกลนคร ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 24 กิโลเมตร และห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 50 กิโลเมตร ตามเส้นทางสกลนคร-อุดรธานี ลักษณะเป็นน้ำตกที่ไหลมาตามลานหินลาดเขาลดหลั่นเป็นชั้น บางช่วงคล้ายสไลเดอร์ มีความยาว 12 เมตร อยู่ท่ามกลางสภาพป่าไม้ที่สมบูรณ์ สามารถลงเล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย น้ำจะมีมากในฤดูฝน การคมนาคมสะดวก สามารถเข้าถึงตัวน้ำตกได้ตลอดปี

                  - สะพานหินธรรมชาติ (ทางผีผ่าน)  มีลักษณะเป็นสะพานหินที่เชื่อมต่อระหว่างหินสองกลุ่มขนาด  กว้างของสะพานประมาณ 1.5 เมตร ยาว 8 เมตร ด้านใต้เป็นเวิ้งถ้ำกว้างใช้เป็นที่หลบแดดหลบฝนได้ นับเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติอย่างหนึ่ง

                นอกจากนี้ทางอุทยานฯ ได้จัดทำเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทาง 1 กิโลเมตร เริ่มตั้งแต่บริเวณผานางเมิน ลานสาวเอ้ แก้งขี้ลิง เขตป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง แล้วกลับสู่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติอีกครั้ง และตลอดเส้นทางเดินป่ามีจุดสำหรับการศึกษาธรรมชาติในเรื่องของสภาพป่าไม้โดยทั่วไปของพื้นที่อุทยานฯ เฟิร์น หินทราย มอส และไลเคนส์ ลานสาวเอ้ ต้นไม้เพื่อนรัก เป็นต้น ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง

                 อุทยานฯ มีบริการบ้านพัก สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติภูพาน ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร 47000 โทร. 0 4270 3044  หรือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เขตบางเขน กรุงเทพฯ โทร. 0 2562 0760 www.dnp.go.th

การเดินทาง  ตามเส้นทางสกลนคร-กาฬสินธุ์ ทางหลวงหมายเลข 213 กิโลเมตรที่ 10-11 ห่างจากตัวเมืองประมาณ 25 กิโลเมตร

 

เขื่อนน้ำพุง              สกลนคร

   อยู่เลยพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ไปประมาณ 30 กิโลเมตร จากตัวเมืองไปตามถนนสาย
   สกลนคร-กาฬสินธุ์ประมาณ 37 กิโลเมตร จะอยู่ทางด้านซ้ายมือ











 

เขื่อนน้ำอูน               สกลนคร

   อยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน ใช้เส้นทางสายสกลนคร-อุดรธานี เส้นทางหลวงหมาย
   เลข 22 ก่อนถึงอำเภอพังโคน ประมาณ 5 กิโลเมตร











 

โค้งปิ้งงู                   สกลนคร

   เป็นทางที่คดเคี้ยวบนเนินเขาเหมือนงูเลื้อย ริมทางมีหลักกิโลเมตรยักษ์เป็นที่สังเกต และมี
   น้ำตกในบริเวณนี้หลายแห่ง











 

 

การเดินทางไปจังหวัดสกลนคร

 

รถยนต์:

                จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จนถึงจังหวัดสระบุรี บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 107 แยกขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ผ่านจังหวัดนครราชสีมา จนถึงอำเภอบ้านไผ่ แยกขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 23 ไปจนถึงจังหวัดมหาสารคาม แล้วแยกใช้ทางหลวงหมายเลข 213 ผ่านจังหวัดกาฬสินธุ์ จนถึงจังหวัดสกลนคร

 

รถประจำทาง:

มีรถโดยสารปรับอากาศของบริษัท ขนส่ง จำกัด และของเอกชน สายกรุงเทพฯ-สกลนคร ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต 2) ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490www.transport.co.th

ปัจจุบันบริษัท ขนส่ง จำกัด ได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์แล้ว ติดต่อได้ที่ www.thaiticketmajor.com นอกจากนี้ยังสามารถซื้อตั๋วออนไลน์ได้ที่ไทยรูท ดอทคอม www.thairoute.com

 

 

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในจังหวัดสกลนคร

 

การบินไทย  โทร. (042) 712259-60

ตำรวจทางหลวง   โทร. (042) 713971

ททท.สนง.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 4จ.นครพนม   โทร. (042) 513490-1

หจก.ภูพานการท่องเที่ยว   โทร. (042) 712676

โรงพยาบาลกุดบาก  โทร. (042) 784021

โรงพยาบาลกุสุมาลย์  โทร. (042) 769023

โรงพยาบาลคำตากล้า   โทร. (042) 796046

โรงพยาบาลโคกศรีสุพรรณ   โทร. (042) 713550

โรงพยาบาลเต่างอย  โทร. (042) 761021

โรงพยาบาลนิคมน้ำอูน  โทร. (042) 789015

โรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น  โทร. (042) 779105

โรงพยาบาลพังโคน  โทร. (042) 771222

โรงพยาบาลวานรนิวาส  โทร. (042) 791122

โรงพยาบาลวาริชภูมิ   โทร. (042) 781187

โรงพยาบาลสกลนคร  โทร. (042) 711722

โรงพยาบาลสว่างแดนดิน   โทร. (042) 721111

โรงพยาบาลส่องดาว   โทร. (042) 786026

โรงพยาบาลอากาศอำนวย   โทร. (042) 799000

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พื้นที่นครพนม, มุกดาหาร, สกลนคร

@ ค้นหาที่พัก รีสอร์ท โรงแรม และร้านอาหาร ทั่วประเทศที่  http://www.resortdd.com/


      20 ก.ย. 2555   เวลา :    14:36   จำนวนผู้อ่าน :    3314   

 
ร้านอาหารแนะนำ