resort, รีสอร์ท, ที่พัก
 
 
 
 
 
 
 


ที่พักภาคเหนือ
เชียงราย
เชียงใหม่
กำแพงเพชร
ตาก
นครสวรรค์
น่าน
พะเยา
พิจิตร
พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
แพร่
แม่ฮ่องสอน
ลำปาง
ลำพูน
สุโขทัย
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กาฬสินธุ์
ขอนแก่น
ชัยภูมิ
นครพนม
นครราชสีมา
บุรีรัมย์
บึงกาฬ
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุบลราชธานี


ที่พักภาคกลาง
กรุงเทพมหานคร
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นนทบุรี
ปทุมธานี
ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
เพชรบุรี
ราชบุรี
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สระแก้ว
สระบุรี
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
อยุธยา
อ่างทอง


ที่พักภาคตะวันออก
ชลบุรี, พัทยา
ระยอง
จันทบุรี
ตราด


ที่พักภาคใต้
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา
พัทลุง
ภูเก็ต
ยะลา
ระนอง
สงขลา
สตูล
สุราษฎร์ธานี

Link เพื่อนบ้าน
หอพัก
หอพัก
ห้องพัก





โอนิซึกะ, onitsuka, onitsuka tiger
Bangkok Dating, Thailand Matchmaker, Thailand Dating, Bangkok Matchmaker, dating bangkok, dating thailand, thai dating, online dating, single thai girls, thai women, dating service, speed dating, บริการหาคู่, บริษัทจัดหาคู่, หาคู่, หาแฟน, หาเพื่อน, จัดหาคู่, จับคู่, แม่สื่อ, ธุรกิจหาคู่
ถุงจัมโบ้, พาเลท

แนะนำรีสอร์ท, ห้องพัก, ที่พัก, บ้านพัก สำหรับพักผ่อนยามท่องเที่ยว


ที่พักสุโขทัย ที่พักจังหวัดสุโขทัย โรงแรมจังหวัดสุโขทัย โรงแรมสุโขทัย รีสอร์ทจังหวัดสุโขทัย รีสอร์ทสุโขทัย เกสเฮ้าส์จังหวัดสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย (Sukhothai) สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุโขทัย ท่องเที่ยวสุโขทัย ท่องเที่ยวจังหวัดสุโขทัย ศูนย์รวมรีสอร์ทจังหวัดสุโขทัย แหล่งรวมที่พักจังหวัดสุโขทัย RESORT SUKHOTHAI ร้านอาหารสุโขทัย THAILAND SUKHOTHAI HOTEL ResortDD.com

จังหวัดสุโขทัย ( SUKHOTHAI )

มรดกล้ำเลิศ กำเนิดลายสือไทย เล่นไฟลอยกระทง มั่นคงพระพุทธศาสนา

งามตาผ้าตีนจก สังคโลกทองโบราณ สักการแม่ย่าพ่อขุน รุ่งอรุณแห่งความสุข


                 ดินแดนแห่งนี้ มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน เป็นราชธานีแห่งแรกของไทย ซึ่งสถาปนาขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.1780-1800 โดยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์พระร่วง สุโขทัยเป็นศูนย์กลางราชอาณาจักรเป็นเวลา 120 ปี  ในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชโอรสของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ได้แผ่อาณาจักรออกไปกว้างขวางคลุมเขตประเทศไทยเกือบหมด บ้านเมืองเจริญทุกด้าน ไม่ว่าด้านประวัติศาตร์ ยุทธศาสตร์ กฏหมาย การปกครอง เศรษฐกิจ ศาสนา และวัฒนธรรมประเพณี เฉพาะอย่างยิ่งทรงประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1826  อักษรไทยที่ทรงประดิษฐ์นี้ได้จารึกไว้ในแผ่นศิลามากมาย ศิลาจารึกเหล่านี้เป็นหลักฐานสำคัญให้รู้เรื่องเมืองสุโขทัยมากขึ้น

                 ในศิลาจารึกบอกถึงความรุ่งเรืองของอาณาจักรสุโขทัยสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชว่ามีอาณาเขตกว้างมาก ทิศเหนือจรดเมืองแพร่ น่านและหลวงพระบาง ทิศใต้จรดนครศรีธรรมราช ทิศตะวันออกจรดเมืองเวียงจันทร์ และทิศตะวันตกจรดเมืองหงสาวดี การปกครองบ้านเมืองเป็นระบบ "พ่อปกครองลูก" ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีมีสิทธิเสรีภาพดั่งคำจารึกว่า "ไพร่ฟ้าหน้าใสในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เพื่อนจูงวัวไปค้าขี่ม้าไปขาย ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใครจักใคร่ค้าม้าค้า

                 สุโขทัยในปัจจุบัน ตัวเมืองในปัจจุบันนี้มิใช่กรุงสุโขทัยอันเป็นราชธานีเดิมแต่เป็นเมืองสุโขทัย ล้นเกล้า ฯ รัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรีทรงย้ายผู้คนทั้งหมดจากสุโขทัย ตั้งเมืองใหม่ทางฝั่งตะวันออกของลำน้ำยมเมื่อ พ.ศ. 2336 โดยห่างจากตัวเมืองสุโขทัยที่เคยเป็นราชธานี 12 กิโลเมตร พระราชดำริในครั้งนั้นมีอยู่ว่า เมืองสุโขทัยเป็นเมืองใหม่ไม่มีผู้คนพอจะต่อสู้รักษาให้พ้นจากการรุกรานจากพม่าข้าศึกได้ เมืองสุโขทัยเคยถูกยุบเป็นอำเภอมีชื่อว่า "อำเภอธานี" ขึ้นอยู่กับอำเภอสวรรคโลก  เมื่อปี   พ.ศ. 2475 จนกระทั่งปี พ.ศ. 2482 ทางการจึงได้ยกฐานะเป็นจังหวัดดังปรากฏอยู่จนกระทั่งปัจจุบันนี้

                 ประวัติศาสตร์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน จากการเป็นเมืองศูนย์กลางอำนาจที่รุ่งโรจน์สูงสุดมาตั้งแต่ 700 ปีก่อน แม้ในเวลาต่อมาจะเสื่อมถอยลง และทรุดโทรมไปตามกาลเวลา แต่ร่องรอยอดีตเหล่านั้นคือสิ่งสูงค่ายิ่งที่ทุกคนใคร่เข้าไปเรียนรู้ โบราณสถานโบราณวัตถุทุกชิ้นเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง ทุกหน่วยงานจึงได้เข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อปกป้องรอยจารึกประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ปรากฏอยู่ในสุโขทัย ให้ลูกหลานไทยได้เยี่ยมชม ศึกษา และภาคภูมิใจในความเป็นชาติไทยที่ยิ่งใหญ่มายาวนาน

                 ด้วยความสำคัญในฐานะที่เป็นเอกลักษณ์ทางศิลปะของไทยในสมัยเริ่มสร้างอาณาจักร ที่ยังหลงเหลืออยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ได้รับการยกย่องให้เป็น มรดกโลก โดยองค์การ UNESCO เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2534 จังหวัดสุโขทัยจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของไทย



สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดสุโขทัย



อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย          สุโขทัย

   เป็นดินแดนแห่งยุคทองที่ยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ไทยในอดีต ที่ยังคงร่องรอยแห่งอารยธรรม
   อันรุ่งเรือง สถาปัตยกรรมอันงดงามวิจิตรบรรจง และที่สำคัญเป็นร่องรอยอดีตแห่งความภาคภูมิ
   ใจของคนไทย และของคนทั้งโลกจนได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นแหล่งมรดกโลก
   เมื่อ พ.ศ. 2534
    เมืองเก่าสุโขทัยอยู่ห่างจากตัวจังหวัดสุโขทัยไปทางทิศตะวันตกประมาณ 12 กิโลเมตร ถนน
   จรดวิถีถ่อง ทางหลวงหมายเลข 12 สายสุโขทัย - ตาก ในอดีตเมืองสุโขทัยเคยเป็นราชธานีของ
   ไทยมีความเจริญรุ่งเรือง เป็นศูนย์กลางการปกครอง ศาสนา และเศรษฐกิจ ภายในอุทยานฯ มี
   สถานที่สำคัญที่เป็นพระราชวัง ศาสนสถาน โบราณสถาน โดยมีคูเมือง กำแพงเมือง และประตู
   เมืองโบราณล้อมรอบอยู่ในรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ประกอบไปด้วยโบราณสถานทั้งภายในและภาย
   นอกกำแพงเมือง




 
พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช                 สุโขทัย
 
   พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2518 ตั้งอยู่ริมถนนจรดวิถี
   ถ่องทางทิศเหนือของวัดมหาธาตุ ลักษณะพระบรมรูปพ่อขุนรามคำแหงมหาราชเป็นพระบรมรูป
   หล่อด้วยทองเหลืองผสมทองแดงรมดำ ขนาดสองเท่าขององค์จริง สูง 3 เมตร ประทับนั่งห้อย
   พระบาทบนพระแท่นมนังคศิลาบาตร พระหัตถ์ขวาถือคัมภีร์ พระหัตถ์ซ้ายอยู่ในท่าทรงสั่งสอน
   ประชาชน พระแท่นด้านซ้ายมีพานวางพระขรรค์ไว้ข้างๆ ข้างพระบรมรูปมีภาพแผ่นจำหลักจารึก
   เหตุการณ์เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ ตามที่ได้จารึกไว้ในศิลาจารึกหลักที่ 1









วัดมหาธาตุ                 สุโขทัย

   วัดมหาธาตุ เป็นวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่กลางเมืองมีกำแพงและคูล้อมรอบเขตวัด มีสระใหญ่
   3 สระและสระเล็กๆ วัดมหาธาตุเป็นศูนย์รวมงานทางศิลปะด้านสถาปัตยกรรมครั้งกรุงสุโขทัย มี
   พระเจดีย์มหาธาตุทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ซึ่งเป็นศิลปะแบบสุโขทัยแท้เป็นเจดีย์ประธาน ล้อมรอบด้วย
   เจดีย์แปดองค์บนฐานเดียวกันได้แก่ ปรางค์ศิลาแลงตั้งอยู่ที่ทิศทั้งสี่ และเจดีย์แบบศรีวิชัยผสม
   ลังกาก่อด้วยอิฐอยู่ที่มุมทั้งสี่ ภายในรายล้อมไปด้วยเจดีย์แบบต่างๆ ถึง 209 องค์ วิหาร 10 แห่ง
   มณฑป 8 ซุ้ม พระอุโบสถ 1 หลัง และตระพัง(สระน้ำขนาดเล็ก) 4 แห่งด้านตะวันออกของเจดีย์
   ประธานมีวิหารขนาดใหญ่เรียกว่า วิหาร11 ห้อง ปัจจุบันปรักหักพังเหลือแต่เสาศิลาแลงขนาด
   ใหญ่ มีแท่นซึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานพระศรีศากยมุนี พระพุทธรูปสำริดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
   ไทย ขนาดหน้าตักกว้าง 6.25 เมตรปัจจุบันประดิษฐานเป็นพระประธานในพระวิหารหลวง วัดสุ
   ทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร ด้านเหนือและใต้ของเจดีย์ประธานมีพระพุทธรูปยืนภายในซุ้ม
   เรียกว่า "พระอัฎฐารส"




เนินปราสาท              สุโขทัย

   เนินปราสาทพระร่วง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของวัดมหาธาตุ เป็นโบราณสถานที่มองเห็นต่าง
   จากสิ่งอื่นภายในเขตเมือง เพราะเป็นเพียงเนินดินสูงที่สุดของเมือง เดิมนักโบราณคดีและผู้รู้มี
   ความเห็นว่าเป็นฐานปราสาทราชวัง แต่ในระยะหลังนักวิชาการบางท่าน เช่น อาจารย์พิเศษ
   เจียจันทร์พงษ์ มีความเห็นว่าปราสาทราชวังน่าจะอยู่ที่อื่น ดังในจารึกวัดสรศักดิ์ได้กล่าวถึงพระ
   ราชาธิบดีศรีมหาจักรพรรดิราช พร้อมด้วยพระราชมารดากับพระมาตุจฉา เสด็จประทับ ณ พระ
   ตำหนักด้านทิศตะวันออกของวัดสรศักดิ์ ลักษณะเป็นฐานสี่เหลี่ยมผืนผ้า ก่อด้วยอิฐ ส่วนเครื่อง
   บนที่คาดว่าเป็นเครื่องไม้ได้หักพังลงหมด ในปี พ.ศ. 2376 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่
   หัวเมื่อครั้งยังทรงผนวช ได้เสด็จธุดงค์มายังเมืองเก่าสุโขทัย ทรงพบศิลาจารึกสุโขทัย (ศิลา
   จารึกหลักที่ 1) และพระแท่นมนังศิลาบาตรในบริเวณเนินปราสาทแห่งนี้ เมื่อวันที่ 17 มกราคม






วัดศรีสวาย                 สุโขทัย

   วัดศรีสวาย เดิมเป็นเทวสถานในศาสนาพราหมณ์ ลักษณะเป็นปรางค์สามยอดแบบขอม ตั้งอยู่
   ทางทิศใต้ของวัดมหาธาตุ มีคูน้ำล้อมรอบปรางค์สามองค์ โบราณสถานดังกล่าวนี้มีที่มาจากทรง
   ปราสาทแบบขอม แต่ได้รับการดัดแปลงแตกต่างจากต้นแบบ เช่นส่วนประดับของปราสาทขอม
   ที่เรียกว่า บันแถลง กลายเป็นรูปกลีบขนุน และปูนปั้นประดับกลีบขนุนเป็นรูปครุฑยุดนาคและ
   เทวดา ปรางค์วัดศรีสวายจึงแตกต่าง จากปรางค์สมัยกรุงศรีอยุธยาซึ่งมีต้นแบบ จากปรางค์ใน
   ศิลปะขอมและคล้ายคลึงแบบขอมมากกว่าปรางค์ในแบบของช่างสุโขทัย

   เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเมืองสุโขทัย ทรงพบรูปพระอิศวร
   และและโบราณวัตถุหินจำหลักเป็นทับหลังรูปพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ รูปพระนารายณ์สี่กร และ
   ชิ้นส่วนของเทวรูปและศิวลึงค์ทำด้วยสำริด จึงทรงสันนิษฐานว่า วัดนี้คงเป็นสถานที่พวก
   พราหมณ์ใช้ทำพิธีโล้ชิงช้า (ตรียัมปวาย) แต่ต่อมาเมื่อคนไทยเข้ามาครอบครองกรุงสุโขทัย วัดนี้
   จึงถูกดัดแปลงให้เป็นวัดทางพระพุทธศาสนา



ศาลผาตาแดง                 สุโขทัย

   ตั้งอยู่ใกล้กับตระพังตระกวนวัดสระศรี เป็นศาสนสถานในศาสนาพราหมณ์ อาคารที่เหลือมีฐานยก
   สูง ด้านหน้าเป็นมุขปรางค์แต่องค์ปรางค์หักเกือบหมดไม่เห็นรูปร่าง สิ่งก่อสร้างดังกล่าวเป็น
   ศิลาแลงทั้งหมด รูปแบบทางสถาปัตยกรรมเป็นศิลปะสมัยนครวัด (ราวพุทธศตวรรษที่ 17-18)
   นักโบราณคดีบางท่านสันนิษฐานว่า เป็นโบราณสถานร่วมสมัยกับนครวัด จัดเป็นโบราณสถานที่
   มีอายุเก่าแก่ที่สุดในเมืองสุโขทัย










วัดตระพังเงิน                      สุโขทัย

   วัดตระพังเงิน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของวัดมหาธาตุ จุดเด่นของวัดคือสระน้ำใหญ่อันเป็นที่มา
   ของชื่อ ตระพังเงิน ตระพัง เป็นเป็นภาษาขอม หมายถึงสระน้ำ วัดตระพังเงินตั้งอยู่บริเวณขอบ
   ตระพังเงินด้านทิศตะวันตก มีเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์หรือดอกบัวตูมเป็นประธาน บริเวณเรือนธาตุ
   จะมีชั้นประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นประทับยืนทั้ง 4 ทิศ ด้านหน้าเป็นวิหาร 7 ห้อง ฐานและเสา
   ก่อด้วยศิลาแลง ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ตรงกลางตระพังเป็นเกาะ
   ขนาดเล็กเป็นที่ตั้งพระอุโบสถ บริเวณตระพังมีดอกบัวขึ้นอยู่รอบสระทำให้เกิดทัศนียภาพที่สวย
   งามมาก








วัดตระพังทอง                  สุโขทัย

   วัดตระพังทอง เป็นโบราณสถานที่เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนใหม่และยังมีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ ตั้ง
   อยู่กลางตระพังทองซึ่งกว้างยาวด้านละประมาณ 200 เมตร มีสระน้ำอีกหลายสระ ภายในวัดมีพระ
   อุโบสถเก่าอยู่ทางทิศตะวันออก ส่วนพระอุโบสถใหม่นั้นราษฎรเรี่ยไรเงินกันสร้างขึ้นอยู่ทางทิศ
   ตะวันตก
   จุดเด่นของวัดที่เห็นได้ชัดคือ กลางตระพังเป็นเกาะที่ตั้งของพระเจดีย์ทรงกลมแบบลังกา ซึ่งยอด
   และคอระฆังหักพังลงมาแล้ว มีสะพานไม้ขนาดใหญ่ทอดข้ามไปยังเกาะนี้ บนเกาะมีมณฑปสร้าง
   ใหม่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท ซึ่งปรากฏเรื่องราวในจารึกสุโขทัยหลักที่ 8 ศิลาจารึกเขา สุมน
   กูฎว่า พระมหาธรรมราชาลิไทโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นตามแบบรอยพิมพ์จากลังกาใน พ.ศ. 1902
   และให้นำไปประดิษฐาน ณ ภูเขาทางทิศตะวันตกของเมืองสุโขทัย เรียกว่า เขาสุมนกูฎ ดังใน
   ลังกาทวีป (ปัจจุบันเรียกว่า เขาพระบาทใหญ่) มีงานนมัสการพระบาทนี้เป็นประจำทุกปี



วัดพระพายหลวง                  สุโขทัย

   วัดพระพายหลวง ตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เป็นโบราณสถานขนาดใหญ่ ก่อสร้าง
   ก่อนการตั้งเมืองสุโขทัย มีความสำคัญเป็นอันดับสองรองจากวัดมหาธาตุ เพราะมีรูปแบบ
   ศิลปกรรมตั้งแต่ยุคเริ่มแรกของสุโขทัย และมีการสร้างเพิ่มเติมในสมัยสุโขทัยตอนปลาย วัดพระ
   พายหลวงจึงเป็นแหล่งรวมงานศิลปกรรมหลายยุคหลายสมัย ผังบริเวณวัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
   มีคูน้ำล้อมรอบ 3 ชั้น คูชั้นนอกเรียก คูแม่โจน มีปรางค์ศิลาแลง 3 องค์เป็นประธานของวัด องค์
   กลางและองค์ด้านทิศใต้พังเหลือแต่ฐาน เหลือเพียงองค์ด้านเหนือ หน้าบันประดับลายปูนปั้นเป็น
   ศิลปะสมัยสุโขทัยตอนต้นที่งดงามมาก สันนิษฐานว่าสร้างในราวพุทธศตวรรษที่ 18 เป็นศิลปะ
   ขอมสมัยบายน (รัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7) บริเวณหน้าปรางค์มีวิหารที่เหลือเพียงเสาใหญ่
   ศิลาแลง ถาวรวัตถุที่สร้างเสริมต่อขยายออกไปทางด้านหน้าของพระปรางค์สามองค์ เช่น เจดีย์
   เหลี่ยมที่เหลือเพียงยอดปรักหักพัง และมณฑปประดิษฐานพระพุทธรูปสี่อิริยาบท ได้แก่ นั่ง ยืน
   เดิน และนอน ปัจจุบันปรักหักพังลงเกือบหมด




วัดศรีชุม                    สุโขทัย
 
   วัดศรีชุม ตั้งอยู่ในบริเวณที่มีคูน้ำล้อมรอบนอกเมืองเก่าสุโขทัยทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็น
   วัดที่แปลกที่สุดเพราะผู้สร้างมีความคิดลึกซึ้งและมีความคิดก้าวไกล หากมองผิวเผินเพียงภาย
   นอกจะมองเห็นมณฑปมีพระพุทธรูปประทับนั่งอยู่ตรงกลางเพียงองค์หนึ่ง แต่ที่แท้จริงมณฑป
   หลังนี้มีผนังหนามากก่ออิฐเป็นกำแพง 2 ชั้นมีบันไดเป็นขั้นๆ ขึ้นสู่ยอดมณฑปได้ เรามักเรียกกัน
   ว่า อุโมงค์วัดศรีชุม มีทางเข้าทั้งด้านซ้ายและด้านขวา แต่ทางด้านซ้ายเท่านั้นที่เข้าไปได้ถึง
   ช่องลมด้านข้างและช่องหลังพระเศียรพระพุทธรูปหากออกไปแอบอยู่ทางช่องนี้แล้วพูดออกมา
   ดังๆ ผู้ที่อยู่ในวิหารก็อาจเข้าใจว่าพระพุทธรูปพูดได้
 







เตาทุเรียง                     สุโขทัย

   เตาทุเรียง เป็นชื่อเรียกเตาเผาถ้วยชามสังคโลกสมัยสุโขทัย เตาทุเรียงที่สำรวจพบมีอยู่ 3
   บริเวณด้วยกัน คือ เตาทุเรียงบริเวณเมืองเก่าสุโขทัย เตาทุเรียงป่ายาง และเตาทุเรียงเกาะน้อย
   ที่อำเภอศรีสัชนาลัย เตาทุเรียงบริเวณเมืองเก่าสุโขทัยเป็นเนินดินอยู่ระหว่างวัดศรีชุมและ วัด
   พระพายหลวง ชาวบ้านเรียกกันว่า เนินร่อนทอง บริเวณนี้นักโบราณคดีได้พบเตาเผาสังคโลกไม่
   น้อยกว่า 49 เตา เต็มไปด้วยร่องรอยมูลดินกับเศษถ้วยชามสังคโลก เตาแบบนี้เป็นเตาเผาแบบ
   อิฐกว้าง1.50-2.00 เมตร ยาว 4-5 เมตร ทำเป็นรูปคล้ายประทุนเกวียนแบ่งเป็น 3 ตอน คือ ที่ใส่
   ไฟที่วางถ้วยชาม และปล่องไฟ








วัดเชตุพน                    สุโขทัย

   วัดเชตุพน อยู่ห่างจากเขตเมืองชั้นในประมาณ 2 กม. เป็นวัดที่มีขนาดใหญ่มีคูน้ำล้อมรอบ สวย
   งามด้วยเทือกเขาหลวงซึ่งเห็นเป็นฉากหลัง ลักษณะเด่นของโบราณสถานแห่งนี้ คือ พระพุทธรูป
   สี่อิริยาบทขนาดใหญ่ประดิษฐานอยู่ในมณฑปหินชนวน ซึ่งสามารถมองเห็นได้แต่ไกล ผนังด้าน
   ทิศเหนือของมณฑปเป็นพระพุทธรูปประทับนั่ง ด้านทิศใต้เป็นพระพุทธรูปประทับนอน ด้านทิศ
   ตะวันออกเป็นพระพุทธรูปลีลา ด้านทิศตะวันตกเป็นพระพุทธรูปประทับยืน ปัจจุบันพระพุทธรูป
   ประทับนั่งและพระพุทธรูปประทับนอนหักพังเสียหายหมด เหลือแต่พระพุทธรูปประทับยืน และพระ
   พุทธรูปลีลา ซึ่งก็ไม่สมบูรณ์เต็มองค์ ส่วนอื่นของวัดประกอบด้วยกำแพงแก้วล้อมมณฑปโดยทำ
   จากหินชนวนที่มีขนาดใหญ่และหนา โดยมีการสกัดและบากหินเพื่อทำเป็นกรอบและซี่กรงเลียน
   แบบเครื่องไม้ ด้านหลังมณฑปใหญ่มีมณฑปขนาดเล็กย่อมุมไม้ยี่สิบ มีหลังคาก่อซ้อนกันเป็นเสา
   แลใช้หินชนวนขนาดใหญ่ทำเป็นเพดาน ยังปรากฏร่องรอยของพระพุทธรูปปางมารวิชัย แต่ชำรุด
   มากแล้ว ที่ผนังด้านนอกมีร่องรอยภาพเขียนสีดำลายพรรณพฤกษาอยู่บนกรอบประตู ด้านหน้า
  เป็นพระวิหารเสากลมสองแถวไม่ปรากฏหลักฐานว่าวัดนี้สร้างในสมัยใด แต่มีกล่าวอ้างถึงในจารึกวัดสรศักดิ์ ซึ่งบันทึกเหตุการณ์กลางพุทธศตวรรษที่ 20 จากข้อความที่ระบุชื่อวัดเชตุพน ประกอบกับรูปแบบทางศิลปะกรรม แสดงให้เห็นว่า วัดเชตุพนคงเป็นวัดที่มีความสำคัญและเจริญร่งเรืองในช่วงสุโขทัยตอนปลาย หลักฐานอีกชิ้นหนึ่งคือ มีการพบจารึกวัดเชตุพน ที่วัดนี้กล่าวถึงเจ้าธรรมรังษีซึ่งบวชได้ 22 พรรษา เป็นผู้มีจิตศรัทธาสร้างพระพุทธรูปขึ้นในพ.ศ. 2057



วัดเจดีย์สี่ห้อง                  สุโขทัย

   วัดเจดีย์สี่ห้อง ตั้งอยู่ทางตะวันออกของวัดเชตุพน ห่างไปราว 100 เมตร นอกจากวิหาร เจดีย์
   ประธาน และเจดีย์รายต่างๆ แล้ว สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในวัดนี้ คือ รูปปูนปั้นอันงดงามที่ประดับอยู่
   รอบฐานเจดีย์ประธาน เป็นรูปเทวดา สวมอาภรณ์และเครื่องประดับต่างๆ กัน ในมือถือภาชนะมี
   พรรณพฤกษาโผล่พ้นออกมา แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ ความเจริญงอกงาม ภาชนะนี้เรียกว่า
   หม้อปูรณะฆฎะ นอกจากนี้ก็เป็นปูนปั้นรูปช้างและสิงห์ประดับ องค์เจดีย์ประธานที่ได้รับการ
   บูรณะมาแล้วหลายสมัย เป็นทรงระฆังกลม ส่วนยอดเจดีย์ได้หักพังลง คงปรากฏแต่ส่วนปล้อง
  ไฉนตกอยู่ที่ฐานเจดีย์








วัดช้างล้อม                    สุโขทัย

   เป็นวัดใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดในบรรดาวัดนอกกำแพงเมือง เจดีย์ประธานเป็นเจดีย์ทรงลังกา
   รูประฆังกลม ที่ฐานเจดีย์ประดับด้วยปูนปั้นรูปช้างครึ่งตัว ยืนหนุนฐานเจดีย์โดยรอบรวมจำนวน
   32 เชือก การที่นำช้างมาประดับเช่นนี้อาจมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ในพุทธประวัติว่า ช้างเป็น
   สัตว์มงคลที่ช่วยค้ำชูพระพุทธศาสนาไว้ และอาจแสดงความหมายถึงช้างที่ช่วยค้ำยันเขาพระ
   สุเมรุ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของจักรวาลอันเปรียบได้กับเจดีย์ประธาน รูปแบบการสร้างวัดช้างล้อม
   นั้น มีทั้งที่วัดในอำเภอสุโขทัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย และที่วัดในจังหวัด
   กำแพงเพชร แต่ที่จังหวัดกำแพงเพชร เรียกว่า วัดช้างรอบ ที่วิหารหน้าเจดีย์มีพระพุทธรูปปูนปั้น
   ชำรุด โบราณสถานอื่นก็มี เจดีย์ราย กำแพงแก้วล้อมรอบชั้นหนึ่งก่อนคูน้ำที่ตื้นเขินแล้ว







วัดตระพังทองหลาง                 สุโขทัย

   อยู่ริมถนนจรดวิถีถ่อง เยื้องกับวัดช้างล้อม วัดนี้มีมณฑปขนาดกลางที่มีสัดส่วนงดงามที่สุด ด้าน
   หน้ามณฑปมีฐานวิหารเสาศิลาแลง สิ่งที่น่าชมของวัดตระพังทองหลางคือ ศิลปกรรมปูนปั้นบน
   ผนังทั้งสามด้านของมณฑปรูปสี่เหลี่ยม มณฑปด้านทิศตะวันออกเป็นซุ้มประตู อีกสามด้านเป็น
   ผนังที่ประดับด้วยรูปปูนปั้นที่ชำรุดเกือบหมดแล้ว เป็นเรื่องตามพุทธประวัติ ดังนี้

   ผนังด้านเหนือ เป็นภาพพุทธประวัติตอนพระพุทธเจ้าทรมานช้างชื่อนาฬาคีรี โดยปั้นเป็นรูปพระ
   พุทธองค์ประทับยืนเคียงข้างด้วยพระอัครสาวก คือ พระอานนท์ ที่ปลายพระบาทของพระพุทธเจ้า
   มีร่องรอยปูนปั้นรูปหัวเข่าช้างคุกเข่ายอมแพ้

   ผนังด้านใต้ เป็นภาพพุทธประวัติตอนพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีพระอินทร์ พระ
   พรหม และทวยเทพตามเสด็จมาส่ง ปัจจุบันภาพพิมพ์ที่ถอดจากภาพปูนปั้นนี้จัดแสดงอยู่ใน
   พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติรามคำแหง

ผนังด้านตะวันตก เป็นภาพพุทธประวัติตอนพระพุทธเจ้าประทานเทศนาโปรดพระบิดากับกษัตริย์ศากยวงศ์ ขณะทรงสั่งสอนทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ เป็นรูปรัศมีเปลวไฟล้อมรอบพระพุทธองค์ และมีรูปบรรดาพระญาติแวดล้อมอยู่ภายนอกรูปรัศมีนั้น
ภาพปูนปั้นเหล่านี้แสดงถึงลักษณะศิลปกรรมสมัยสุโขทัยที่เจริญสูงสุด หรือที่เรียกว่า ยุคทองของศิลปะสมัยสุโขทัย ซึ่งมีอายุอยู่ในราวกลางพุทธศตวรรษที่ 20



วัดสะพานหิน                     สุโขทัย

   วัดสะพานหิน ตั้งอยู่บนเนินเขาที่มีความสูง 200 เมตร ซื่อวัดเรียกตามลักษณะทางที่ปูลาดด้วย
   หินชนวนจากตีนเขาขึ้นไปเป็นระยะทาง 300 เมตร ก่อนถึงตัววัดบนเนินลาดมีเจดีย์ทรงพุ่มข้าว
   บิณฑ์ขนาดเล็ก บนยอดเนินเป็นวิหารพระยืน ผนังรับองค์พระก่อด้วยอิฐ พระวิหารใช้เสาศิลา
   สภาพปัจจุบันปรักหักพังมาก สิ่งสำคัญในวัด คือ พระพุทธรูปยืนปางประทานอภัย มีขนาดใหญ่สูง 
   12.50 เมตร เรียกว่า พระอัฎฐารส ซึ่งหมายถึงพระพุทธรูปประทับยืนที่นิยมสร้างกันในสมัย
   สุโขทัย สันนิษฐานกันว่า พระอัฎฐารสนี้ คือพระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่ที่ศิลาจารึกหลักที่ 1 กล่าว
   ถึงเมืองสุโขทัยสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชว่า "…ในกลางอรัญญิก มีพิหารอันณึ่งมนใหญ่ สูง
   งามแก่กม มีพระอัฎฐารสอันณึ่งลุกยืน… " และสันนิษฐานกันอีกว่า วัดสะพานหินนี้น่าจะเป็นวัดที่
   พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงช้างเผือกชื่อ รูจาคีรี ขึ้นไปนบพระทุกวันข้างขึ้น 15 ค่ำและข้าง
   แรม15 ค่ำ





วัดเขาพระบาทน้อย                 สุโขทัย

   อยู่นอกกำแพงเมืองด้านทิศตะวันตก ห่างจากประตูอ้อประมาณ 2.7 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนเนินเขา
   เตี้ยๆ สูงประมาณ 150 เมตร วัดนี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วัดพระบาทน้อย โบราณสถานที่สำคัญ คือ
   เจดีย์ทรงจอมแห ซึ่งมีรูปลักษณะแปลกไปจากเจดีย์แบบอื่นๆ ที่พบกันทั่วไป มีปรากฏที่วัดเขา
   พระบาทน้อยเพียงองค์เดียวในเมืองสุโขทัย ลักษณะของตัวเจดีย์เป็นรูประฆัง แต่ก่อเป็นริ้วๆ
   ลักษณะคล้ายแห จึงเรียกกันว่า เจดีย์ทรงจอมแหฐานของเจดีย์เป็นฐานบัว 3 วั้น ชั้นที่สามมีซุ้ม
   คูหา 4 ทิศประดิษฐานพระพุทธรูปข้างใน ด้านหน้าเจดีย์ทรงจอมแหมีวิหารประดิษฐานรอยพระ
   พุทธบาท 4 รอย (ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง) ด้านหลังมีกุฏิสงฆ์ก่อ
   ด้วยศิลาปนอิฐ







วัดมังกร                  สุโขทัย

   ตั้งอยู่กลางถนนที่จะเข้าเมืองสุโขทัยทางประตูอ้อ เป็นวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของกลุ่มวัดทางทิศ
   ตะวันตก มีวิหารขนาดใหญ่ เสาแปดเหลี่ยม ชื่อ วัดมังกร อาจจะมาจากรูปมังกรที่พันอยู่รอบฐาน
   ของวิหาร และรูปมังกรมีเกล็ดทำด้วยกระเบื้องเคลือบ ปัจจุบันรูปมังกรรอบฐานวิหารไม่ปรากฏ
   แล้ว เมื่อครั้งกรมศิลปากรทำการขุดแต่งวัดนี้ ได้พบกระเบื้องเคลือบมากมาย และยังเครื่องสังค
   โลกรูปพญาครุฑจับนาคที่สวยงามมาก (ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง)
   ส่วนหนึ่งของโบราณสถานที่ยังคงอยู่ คือ กำแพงแก้วทำด้วยเครื่องสังคโลกเคลือบสีขาว และ
   เจดีย์ 2 องค์ องค์หนึ่งยังสมบูรณ์อยู่คือมีทั้งฐาน และตัวเจดีย์ทรงลังกา และยอดเป็นปล้องไฉน
   อีกองค์หนึ่งเป็นเจดีย์ทรงลังกาเหมือนกับองค์แรก แต่มีขนาดใหญ่กว่าและยอดเจดีย์ปรักหักพัง
   ลง
   สรีดภงส์ หรือ ทำนบพระร่วง เป็นทำนบดินกั้นระหว่างเขากิ่วอ้ายมากับเขาพระบาทใหญ่
   สันนิษฐานว่า ในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช คือที่ทำนบที่ใช้เก็บกักน้ำจากโซกต่างๆ ตาม
   บริเวณเขาถึง 17 โซก โดยมีลำรางระบายน้ำส่งเข้าตัวเมือง และเก็บกักน้ำไว้ในสระใหญ่และสระ
  เล็กโดยเฉพาะสระน้ำตามวัดต่างๆ หรือ ตระพัง เช่น ตระพังเงิน ตระพังทอง ตระพังสอ เป็นต้น
สรีดภงสในปัจจุบันได้รับการปรับปรุงขึ้นใหม่ โดยกรมชลประทานร่วมกับกรมศิลปากร ให้เป็นเขื่อนดินมีความสูงและแข็งแรงกว่าเดิม คือสูงประมาณ 10 เมตร และสามารถกักเก็บน้ำได้ถึง 400,000 ลูกบาศก์เมตร

 

วัดพิพัฒน์มงคล                 สุโขทัย

   เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำ หรือพระพุทธสุโขโพธิ์ทอง หล่อด้วยทองคำหนัก 9 กิโลกรัม
   ปางมารวิชัย สร้างด้วยศิลปะสมัยสุโขทัยที่มีความงดงาม













พิพิธภัณฑ์สังคโลกสุโขทัย                 สุโขทัย

   ตั้งอยู่ในบริเวณโรงแรมอนันดา เขตตัวเมืองสุโขทัยใกล้สี่แยกกระชงค์ ภายในจัดแสดงโบราณ
   วัตถุประเภทเครื่องสังคโลกที่มีคุณค่ากว่า 2,000 ชิ้น ที่ได้รวบรวมมาจากในประเทศและต่าง
   ประเทศ เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท นัก
   เรียนในเครื่องแบบ 20 บาท ชาวต่างชาติ  ผู้ใหญ่ และเด็ก 100 บาท สอบถามข้อมูล โทร. 0
   5561 4333 การเดินทาง สามารถนั่งรถประจำทาง หรือรถสามล้อจากตลาดในตัวเมืองไป
   พิพิธภัณฑ์









ศาลพระแม่ย่า                สุโขทัย

   ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุประเภทเครื่องสังคโลกที่มีคุณค่ากว่า 2,000 ชิ้น ที่ได้รวบรวมมาจาก
   ในประเทศ และต่างประเทศ













น้ำตกสายรุ้ง               สุโขทัย

   อยู่ทางทิศตะวันตกของเขาหลวง เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียง และสวยงาม เกิดจากต้นน้ำบริเวณเขา
   เจดีย์มาเป็นลำธารคลองไผ่นา ไหลลงมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทิ้งตัวลงมาจากผาหินที่สูง
   เมื่อถูกแสงแดดส่องกระทบกับสายน้ำทำให้เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเป็นสายรุ้งมีสีสันสวย
   งามช่วงระยะเวลาที่สามารถมองเห็นสายรุ้งตั้งแต่เวลา 11.00-16.00 น.  ภายในบริเวณน้ำตกมี
   หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติรามคำแหง(เขาหลวง)  อยู่ห่างจากอุทยานแห่งชาติราม
   คำแหง(เขาหลวง) 50 เมตร ตัวน้ำตกมีทั้งหมด  4 ชั้น แต่ละชั้นสามารถลงเล่นน้ำได้ โดยต้องเดิน
   เท้าจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติรามคำแหง (เขาหลวง) ขึ้นไปตามธารน้ำไหล ระยะทาง 
   800 เมตร900 เมตร 1,160 เมตร และ 1,200 เมตร ตามลำดับ







สวนบุญชอบ เอมอิ่ม                สุโขทัย

   แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของ จ.สุโขทัย ชมการปลูกมะยงชิด และมะปรางหวาน ซึ่งให้ผลผลิต
   ในช่วงมกราคม-มีนาคม













สวนหลวงพระร่วงเฉลิมพระเกียรติ (ทุ่งแม่ระวิง)            สุโขทัย

   สวนหลวงพระร่วงเฉลิมพระเกียรติ (ทุ่งแม่ระวิง) หมู่ 9 ตำบลป่ากุมเกาะ เดิมเป็นหนองน้ำ
   สาธารณะขนาดใหญ่ ปัจจุบันมีพื้นที่ทั้งหมด 830 ไร่ โดยแบ่งเป็นพื้นน้ำ 645 ไร่ พื้นดิน 185 ไร่
   ลักษณะของสวนนี้เป็นเกาะมีน้ำล้อมรอบมองเห็นทิวทัศน์ได้ เหมาะสำหรับพักผ่อน ภายในบริเวณ
   มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ สะพานไม้โบราณ ยาว 300 เมตร ใช้ข้ามอ่างน้ำเกาะกลาง
   ทุ่งแม่ระวิง สักการะบูชาพระร่วง ณ วงเวียนประดิษฐานรูปพระร่วง ตั้งอยู่ปากทางเข้าเกาะกลาง
   ทุ่งแม่ระวิง สักการะบูชาพระมหาโพธิสัตว์ เจ้าแม่กวนอิม และนมัสการศาลปู่ก๊อก ข้างที่ทำการ
   องค์การบริหารส่วนตำบลป่ากุมเกาะ พักผ่อนศาลาริมทาง ชมวิวทิวทัศน์รอบเกาะ และดูงานของ
   โครงการเกษตรผสมผสาน ได้แก่ ทำนา ทำสวน เลี้ยงไก่ พิพิธภัณฑ์ชาวนาแหล่งรวบรวมอุปกรณ์
   ชาวนาโบราณ วิถีชีวิตของชาวนาสมัยสุโขทัย  แปลงสวนสมุนไพรสาธิต และเรือนเพาะชำกล้าไม้
   นอกจากนั้นภายในบริเวณสวนแห่งนี้มีอาคารเอนกประสงค์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของดีจังหวัด
   สุโขทัย



สาธร พิพิธภัณฑ์ผ้าทองคำ               สุโขทัย

   จัดแสดงผ้าทองคำ และจำหน่ายผ้าตีนจกดิ้นเงิน ดิ้นทอง เครื่องแต่งตัวนาค ผ้าตีนจกลายดอกเคี
   ยะ และตีนจกบ้านน้ำปาด  













หลวงพ่อศิลา                 สุโขทัย

   แต่เดิมประดิษฐานอยู่ในถ้ำเจ้าราม กลางป่าลึกในเขตติดต่ออำเภอบ้านด่านลานหอย ต่อมาชาว
   อำเภอทุ่งเสลี่ยมได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดทุ่งเสลี่ยม เมื่อราวปี พ. ศ. 2472 - 2475













อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย                 สุโขทัย

   เดิมชื่อ ป่าคา หมายถึงป่าคาหลวง ตั้งอยู่ที่บ้านป่าคา หมู่ 6 ตำบลบ้านแก่ง จัดตั้งขึ้นตามพระราช
   ประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เพื่อรักษาสภาพป่าที่เป็นป่าต้นน้ำ
   ลำธาร และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไว้ อุทยานฯ แห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่อำเภอศรีสัชนาลัย
   อำเภอทุ่งเสลี่ยม และอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง มีพื้นที่ทั้งสิ้น 319 ตารางกิโลเมตร สภาพพื้นที่มี
   ลักษณะเป็นทุ่งหญ้าคาขนาดใหญ่ เป็นต้นน้ำของแม่น้ำท่าแพ สภาพพื้นที่โดยทั่วไปมีลักษณะ
   สัณฐานเป็นเทือกเขา ประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดงดิบเขา สัตว์ป่าที่พบได้แก่
   กระแต เสือไฟ อีเห็น ข้างลาย เลียงผา และเต่าปูลู เป็นต้น ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ
   ศรีสัชนาลัย เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2524





สถานที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ ได้แก่

น้ำตกตาดเดือน ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 300 เมตร เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยแม่ท่าแพ เป็นลานหินกว้าง แอ่งน้ำเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ

ถ้ำค้างคาว ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นถ้ำขนาดใหญ่มีหินงอก หินย้อยสวยงาม เป็นที่อยู่ของค้างคาวนับแสนตัว

ถ้ำธาราวสันต์ เป็นถ้ำหินปูนขนาดไม่ใหญ่นัก ลักษณะเป็นลานกว้างเป็นชั้นๆ ภายในถ้ำมีค้างคาวอาศัยอยู่ จากปากถ้ำต้องไต่เขาลงไป มีอุโมงค์ทางเดินที่เป็นผนังหินของภูเขาสองลูกมาชนกัน ผ่านอุโมงค์ที่คล้ายธารน้ำไหล ผนังหินมีลักษณะคล้ายหินอ่อน และมีบริเวณหนึ่งเป็นหินทรายรูปหัวสิงโต

น้ำตกห้วยทรายขาว ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 3 กิโลเมตร เกิดจากลำห้วยทรายขาวไหลผ่านหน้าผาหินลงสู่แอ่งน้ำขนาดเล็ก น้ำตกมี 7 ชั้น ลดหลั่นกันไป น้ำตกห้วยทรายขาวอยู่ใจกลางขุนเขา มีต้นไม้นานาพันธุ์โดยรอบ

น้ำตกตาดดาว ต้นน้ำเกิดจากลำห้วยแม่ท่าแพ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีความสวยงาม ตัวน้ำตกไหลลงมาจากหน้าผาที่กว้างและสูงชันประมาณ 50 เมตร มี 2 สาย ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ด้วยการเดินเท้าประมาณ 4 กิโลเมตร

นอกจากนั้นทางอุทยานฯ ได้จัดทำ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ไว้ 2 เส้นทาง คือ 1. เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติชมตะวัน เป็นเส้นทางที่อยู่บนไหล่เขา มีความลาดชันปานกลาง ผ่านร่องน้ำในบางช่วง ตลอดเส้นทางเป็นป่าเบญจพรรณ นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของอุทยานฯ และระหว่างทางสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าได้ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาตินี้มีทั้งหมด 14 สถานี แต่ละสถานีทางอุทยานฯ ได้จัดทำป้ายสื่อความหมายต่าง ๆ ไว้เป็นระยะ ๆ ใช้เวลาในการเดิน 2-3 ชั่วโมง ระยะทางไป-กลับรวม 5,500 เมตร 2. เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติห้วยแม่ท่าแพ เป็นเส้นทางที่ต้องเดินวนกลับ ระหว่างทางเดินสามารถพบกับสัตว์ต่าง ๆ เช่น ผีเสื้อ เก้ง หมูป่า และกระรอก ลักษณะของป่าเป็นป่าดงดิบแล้งผสมกับป่าเบญจพรรณ ใช้เวลาในการเดินทาง 1 ชั่วโมง เป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร

อุทยานฯ มีบ้านพักบริการ จำนวน 6 หลัง พักได้ 4-10 คน ราคา 600-2,000 บาท/ คืน และมีเต็นท์ให้เช่า ถ้านำเต็นท์มาเองเสียค่าพื้นที่ 30 บาท/คน/คืน สอบถามเพิ่มเติมได้ที่อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย ตู้ ปณ. 10 ตำบลบ้านแก่ง อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย 64130 โทร. 0 5561 9214-5 หรือกรมอุทยานแห่งชาติ กรุงเทพฯ โทร. 0 2562 0760

การเดินทาง รถยนต์ จากจังหวัดสุโขทัยสามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง เส้นทางแรก จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 12 สายสุโขทัย-ตาก เลี่ยงเมืองไปประมาณ 15 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 1113 มาถึงสี่แยกสารจิตรแล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1294 เข้าสู่อุทยานฯ รวมระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร เส้นทางที่สอง จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 101 สายสุโขทัย-ศรีสัชนาลัย ถึงอำเภอศรีสัชนาลัยให้เลี้ยวซ้ายผ่านหน้าโรงพยาบาลศรีสัชนาลัย ทางหลวงหมายเลข 1035 ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 1249 สู่อุทยานฯ รวมระยะทางประมาณ 122 กิโลเมตร

รถโดยสารประจำทาง มีรถสองแถวจากฝั่งตรงข้ามสถานีตำรวจภูธรอำเภอศรีสัชนาลัย ออกก่อนเที่ยงวันละ 1 เที่ยว ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที



การเดินทางไปยังสุโขทัย
 

รถยนต์

จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางได้ 2 เส้นทางคือ

    จากทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านจังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 101 ผ่านอำเภอพรานกระต่าย อำเภอคีรีมาศเข้าสู่จังหวัดสุโขทัย รวมระยะทาง 440 กิโลเมตร
    จากทางหลวงหมายเลข 1 ไปจนถึงประมาณกิโลเมตรที่ 50 บริเวณแยกอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านพระนครศรีอยุธยามุ่งสู่นครสวรรค์ แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 117 ตรงเข้าพิษณุโลก ก่อนจะเปลี่ยนไปใช้ทางหลวงหมายเลข 12 เข้าสู่จังหวัดสุโขทัย รวมระยะทาง 427 กิโลเมตร

รถไฟ    

การรถไฟแห่งประเทศไทย มีขบวนรถด่วน และรถเร็วออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพง ไปลงที่สถานีพิษณุโลกทุกวัน จากนั้นให้เดินทางต่อโดยรถประจำทางไปสุโขทัยอีกประมาณ 59 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน่วยบริการเดินทาง โทร. 1690, 0 2223 7010, 0 2223 7020 หรือwww.railway.co.th

รถโดยสารประจำทาง    

บริษัท ขนส่ง จำกัด มีรถโดยสารทั้งแบบธรรมดา และปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่ง หมอชิต ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2537 8055-6, 0 2936 2852-66 หรือ www.transport.co.thนอกจากนี้ยังมีบริษัทเดินรถเอกชนวิ่งบริการ ได้แก่ บริษัท วินทัวร์ โทร. 0 5561 1039 กรุงเทพฯ โทร. 0 2936 3753 บริษัท พิษณุโลกยานยนต์ โทร. 0 5525 8647, 0 5525 8941 กรุงเทพฯ โทร. 0 2936 2924-5

เครื่องบิน    

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ไปลงที่จังหวัดพิษณุโลกทุกวัน จากนั้นให้เดินทางต่อโดยรถประจำทางไปสุโขทัยอีกประมาณ 118 กิโลเมตร สอบถามเที่ยวบินเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1566, 0 2280 0060, 0 2628 2000, 0 2356 1111 สาขาพิษณุโลก โทร. 0 5524 2971-2 หรือwww.thaiairways.com และ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด มีเที่ยวบินที่บินตรงไปสุโขทัยทุกวันๆ ละ 1 เที่ยว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2229 3456-63 สาขาสุโขทัย โทร. 0 5564 7225-6  www.bangkokair.com


หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญในจังหวัดสุโขทัย



    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุโขทัย  โทรศัพท์ 0 5561 6228, 0 5561 6366 โทรสาร 0 5561 6230
    ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. 0 5561 1619
    ที่ว่าการอำเภอศรีสัชนาลัย โทร. 0 5567 1466
    สถานีตำรวจภูธร  โทร. 191, 0 5561 1199, 0 5561 3112
    โรงพยาบาลสุโขทัย โทร. 0 5561 1702, 0 5561 1782
    สถานีเดินรถโดยสารประจำทาง โทร. 0 5561 3296

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

@ ค้นหาที่พัก รีสอร์ท โรงแรม และร้านอาหาร ทั่วประเทศที่  http://www.resortdd.com/


      22 ต.ค. 2555   เวลา :    11:16   จำนวนผู้อ่าน :    3334   

 
ร้านอาหารแนะนำ