resort, รีสอร์ท, ที่พัก
 
 
 
 
 
 
 


ที่พักภาคเหนือ
เชียงราย
เชียงใหม่
กำแพงเพชร
ตาก
นครสวรรค์
น่าน
พะเยา
พิจิตร
พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
แพร่
แม่ฮ่องสอน
ลำปาง
ลำพูน
สุโขทัย
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กาฬสินธุ์
ขอนแก่น
ชัยภูมิ
นครพนม
นครราชสีมา
บุรีรัมย์
บึงกาฬ
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุบลราชธานี


ที่พักภาคกลาง
กรุงเทพมหานคร
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นนทบุรี
ปทุมธานี
ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
เพชรบุรี
ราชบุรี
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สระแก้ว
สระบุรี
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
อยุธยา
อ่างทอง


ที่พักภาคตะวันออก
ชลบุรี, พัทยา
ระยอง
จันทบุรี
ตราด


ที่พักภาคใต้
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา
พัทลุง
ภูเก็ต
ยะลา
ระนอง
สงขลา
สตูล
สุราษฎร์ธานี

Link เพื่อนบ้าน
หอพัก
หอพัก
ห้องพัก





โอนิซึกะ, onitsuka, onitsuka tiger
Bangkok Dating, Thailand Matchmaker, Thailand Dating, Bangkok Matchmaker, dating bangkok, dating thailand, thai dating, online dating, single thai girls, thai women, dating service, speed dating, บริการหาคู่, บริษัทจัดหาคู่, หาคู่, หาแฟน, หาเพื่อน, จัดหาคู่, จับคู่, แม่สื่อ, ธุรกิจหาคู่
ถุงจัมโบ้, พาเลท

แนะนำรีสอร์ท, ห้องพัก, ที่พัก, บ้านพัก สำหรับพักผ่อนยามท่องเที่ยว


ResortDD.com จังหวัดศรีสะเกษ ( Sisaket ) ที่พักจังหวัดศรีสะเกษ โรงแรมจังหวัดศรีสะเกษ รีสอร์ทจังหวัดศรีสะเกษ เกสเฮ้าส์จังหวัดศรีสะเกษ สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ ท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ ศูนย์รวมรีสอร์ทจังหวัดศรีสะเกษ แหล่งรวมที่พักจังหวัดศรีสะเกษ Thailand Sisaket Hotel Resort Guesthouse

แดนปราสาทขอม หอมกระเทียมดี มีสวนสมเด็จ

เขตดงลำดวน หลากล้วนวัฒนธรรม เลิศล้ำสามัคคี

 

                จังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัดชายแดนในภาคอีสานตอนล่าง ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ อารยธรรม และศิลปวัฒนธรรมของหลากหลายชนชาติ โดยเฉพาะขอมโบราณ ที่ผสมผสานเข้ากับวิถีชีวิตพื้นบ้านแบบไทยอีสานได้อย่างลงตัวและกลมกลืน มีเอกลักษณ์โดดเด่นและน่าสนใจศรีสะเกษยังมีทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งป่าไม้ แหล่งน้ำ พืชพรรณ และสัตว์ป่านานาชนิด อันเป็นทั้งสิ่งที่หล่อเลี้ยงชาวเมืองมาเป็นเวลาช้านาน และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและไม่ควรมองข้าม

                จังหวัดศรีสะเกษมีเนื้อที่ประมาณ 8,840 ตารางกิโลเมตร หรือ 5.52 ล้านไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 21 ของประเทศ สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลอนลาด ทางตอนเหนือเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ มีแม่น้ำมูลไหลผ่าน ทางตอนใต้มีทิวเขาพนมดงรักทอดตัวในแนวตะวันตก-ตะวันออกเป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา มียอดเขาสูงสุด คือ พนมโนนอาว อยู่ในเขตอำเภอกันทรลักษ์ มีความสูง 671 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ศรีสะเกษเป็นเมืองที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน ในอดีตเคยเป็นชุมชนที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากนานนับพันปี ตั้งแต่ในยุคขอมเรืองอำนาจ และมีชนเผ่าต่างๆ จากหลายเชื้อชาติอพยพมาตั้งรกรากอยู่ในบริเวณนี้จำนวนมาก ทั้งพวกส่วย ลาว เขมร และเยอในปี พ.ศ. 2302 สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์โปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านปราสาทสี่เหลี่ยมดงลำดวน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณที่เป็นตำบลดวนใหญ่ อำเภอวังหิน ในปัจจุบัน ขึ้นเป็น “เมืองนครลำดวน” ซึ่งต่อมาได้ย้ายไปตั้งที่ริมหนองแตระ และมีชื่อใหม่ว่า "เมืองขุขันธ์" หรือ "เมืองคูขัณฑ์" โดยมี “หลวงแก้วสุวรรณ” ซึ่งได้รับบรรดาศักดิ์เป็น “พระยาไกรภักดี” เป็นเจ้าเมืองคนแรก ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้แยกบ้านโนนสามขาสระกำแพงออกจากเมืองขุขันธ์ แล้วตั้งเป็นเมืองใหม่เรียกว่า “เมืองศรีสะเกศ” จนกระทั่งในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้รวมเมืองศรีสะเกศและเมืองเดชอุดมเข้าเป็นเมืองเดียวกับเมืองขุขันธ์ มีศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่บ้านเมืองเก่า ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษในปัจจุบัน ต่อมาใน พ.ศ. 2459 มีการเปลี่ยนคำว่า “เมือง” เป็น “จังหวัด” เมืองขุขันธ์จึงเปลี่ยนเป็น "จังหวัดขุขันธ์" ซึ่งเปลี่ยนอีกครั้งเป็น “จังหวัดศรีสะเกษ” เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2481 ตามพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนนามจังหวัดและอำเภอบางแห่งพุทธศักราช 2481

                จังหวัดศรีสะเกษอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ   540  กิโลเมตร    แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 20 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองศรีสะเกษ อำเภอยางชุมน้อย อำเภอกันทรารมย์ อำเภอกันทรลักษ์ อำเภอขุขันธ์ อำเภอไพรบึง อำเภอปรางค์กู่ อำเภอขุนหาญ อำเภอราษีไศล อำเภออุทุมพรพิสัย อำเภอบึงบูรพ์ อำเภอห้วยทับทัน อำเภอโนนคูณ อำเภอศรีรัตนะ อำเภอน้ำเกลี้ยง อำเภอวังหิน อำเภอภูสิงห์ อำเภอเมืองจันทร์ อำเภอเบญจลักษ์ อำเภอพยุห์ กิ่งอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ และกิ่งอำเภอศิลาลาด

 

สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ

 

น้ำตกสำโรงเกียรติ (น้ำตกปีศาจ)                    ศรีสะเกษ

   ตั้งอยู่ที่บ้านสำโรงเกียรติ์ อยู่ในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าพนมดงรัก มีต้นกำเนิดจากภูเขากันทง ใน
   เทือกเขาบรรทัด เป็นน้ำตกขนาดกลาง ตกจากหน้าผาสูง 8 เมตร มีน้ำมากในช่วงเดือน
   กันยายน-กุมภาพันธ์ เหนือน้ำตกเป็นธารน้ำไหลไปตามลานหิน จะมีความสวยงามในฤดูฝน

   








การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 2111 เมื่อถึงเขตอำเภอขุนหาญ มีทางแยกเข้าไปอีกประมาณ 20 กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัด 81 กิโลเมตร

 

น้ำตกห้วยจันทร์ (น้ำตกกันทรอม)                 ศรีสะเกษ

   มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาบรรทัด บริเวณภูเสลา เป็นน้ำตกที่สวยงามไหลลดหลั่นมาตามชั้นหิน
   ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำมูล มีน้ำมากในช่วงเดือนกันยายน-กุมภาพันธ์ บริเวณร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่า
   นานาชนิด เหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ











การเดินทาง  ใช้ทางหลวงหมายเลข 2236 (กันทรอม-บ้านสำโรงเกียรติ์) ห่างจากอำเภอขุนหาญ 24 กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัด 85 กิโลเมตร

*  หมายเหตุ  อำเภอขุนหาญได้จัดทำเว็บไซต์เผยแพร่แหล่งท่องเที่ยวของอำเภอซึ่งสามารถเปิดดูได้ที่ www.khunhan.com

 

ปราสาทตาเล็ง                 ศรีสะเกษ

   ปราสาทตาเล็ง ตั้งอยู่ที่หมู่ 6 บ้านปราสาท ตำบลกันทรารมย์ ปราสาทตาเล็งลักษณะเป็นปรางค์
   องค์เดียวตั้งอยู่บนฐาน องค์ปรางค์มีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้สิบสองหันหน้าไปทางทิศ
   ตะวันออก ปัจจุบันเหลือเพียงผนังด้านหน้าและผนังด้านข้างบางส่วน มีประตูเข้าได้เพียงประตู
   เดียวด้านหน้า อีกสามด้านเป็นประตูหลอก ที่สำคัญคือเสาติดผนังของประตูหน้าทั้งสองข้างยังคง
   มีลวดลายก้านขดสลักเต็มแผ่นอย่างสวยงาม สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16–17

   นอกจากนี้บนพื้นรอบ ๆ ยังมีทับหลังวางอยู่หลายชิ้น ชิ้นหนึ่งวางอยู่หน้าประตูด้านทิศเหนือ สลัก
   เป็นภาพพระอินทร์ทรงช้างในซุ้มเรือนแก้วเหนือหน้ากาล ซึ่งคายท่อนพวงมาลัยออกมาจากปาก
   และยึดท่อนพวงมาลัยนั้นไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ทับหลังชิ้นอื่น ๆ ลักษณะคล้ายกัน ทับหลังชิ้น
   หนึ่งมีแนวภาพตอนบนสลักเป็นรูปฤาษีนั่งเรียงกันในท่าสมาธิ 7ตอน จากลักษณะทาง
   สถาปัตยกรรม และศิลปกรรมที่ปรากฏกล่าวได้ว่าปราสาทตาเล็งสร้างขึ้นในศิลปะขอมแบบบาป
  วน ซึ่งมีอายุราว พ.ศ.1560–1630

การเดินทาง จากจังหวัดศรีสะเกษ ตามทางหลวงหมายเลข 220 จนถึงอำเภอขุขันธ์เลี้ยวขวาผ่านสถานีตำรวจไป 3กิโลเมตร ถึงสามแยกเลี้ยวซ้าย 300 เมตร แล้วเลี้ยวขวาตรงไปอีกประมาณ 8 กิโลเมตร จนถึงบ้านปราสาท แล้วเลี้ยวขวาอีกครั้ง ปราสาทตั้งอยู่ด้านขวามือ

 

ปราสาทตำหนักไทร (ปราสาททามจาน)               ศรีสะเกษ

   ตั้งอยู่ที่บ้านตำหนักไทร ตำบลบักดอง เป็นปราสาทอิฐหลังเดียวบนฐานศิลาทราย ก่อด้วยอิฐ
   เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีประตูเข้าออกได้ด้านเดียว คือ ด้านทิศตะวันออก ซึ่งเป็นด้านหน้า อีก
   3ด้าน เป็นประตูหลอก คือ สลักเป็นรูปบานประตูลงในเนื้ออิฐ บริเวณทางเข้ามีสิงห์จำหลักสอง
   ตัว เฉพาะด้านหน้ากรอบประตูเป็นหินทราย แต่เดิมเคยมีทับหลังเป็นภาพพระนารายณ์บรรทมสินธุ์
   มีพระฉายาลักษมีนั่งอยู่ที่ปลายพระบาท และมีพระพรหมผุดมาจากพระนาภี สองข้างพระพรหมเป็น
   รูปฤาษีและบุคคลนั่งในซุ้มเรือนแก้ว ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย
   ปราสาทตำหนักไทรเป็นเทวาลัยในศาสนาพราหมณ์ อายุราวพุทธศตวรรษที่ 16-17

   




การเดินทาง ตามทางหลวงหมายเลข 2127 (ขุนหาญ-บ้านสำโรงเกียรติ) ห่างจากอำเภอขุนหาญ 20 กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัด 81 กิโลเมตร

 

ปราสาทบ้านปราสาท (ปราสาทห้วยทับทัน)                ศรีสะเกษ

   ตั้งอยู่ที่วัดปราสาทพนาราม บ้านปราสาท เป็นโบราณสถานแบบขอมแห่งหนึ่งที่ถูกดัดแปลงใน
   สมัยหลังเช่นเดียวกับปราสาทศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ โดยเฉพาะส่วนหลังคาซึ่งคล้ายคลึงกันมาก
   แต่มีขนาดสูงกว่าประกอบด้วยปรางค์อิฐ 3 องค์ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกันในแนวเหนือ-ใต้ มี
   กำแพงล้อมรอบพร้อมซุ้มประตูก่อด้วยศิลาแลง สันนิษฐานว่าเดิมมี 3 หรือ 4 ทิศ ปัจจุบันคงเหลือ
   เพียงด้านทิศใต้เท่านั้น

   ปรางค์องค์กลางขนาดใหญ่กว่าปรางค์อีก 2 องค์ ที่ขนาบข้างเล็กน้อยแต่ส่วนหลังคาเตี้ยกว่า
   เป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสย่อมุมไม้สิบสอง มีประตูเดียวด้านหน้าทางทิศตะวันออก มีกรอบประตูหิน
   ทราย และทับหลังติดอยู่เป็นภาพบุคคลยืนอยู่เหนือหน้ากาล ส่วนท่อนพวงมาลัยมีลายมาแบ่งที่
   เสี้ยวภาพบุคคลยืนในซุ้มเรือนแก้ว ไม่อาจสันนิษฐานว่าเป็นผู้ใดด้วยลายสลักยังไม่แล้วเสร็จ

   ปรางค์สององค์ที่ขนาบข้างขนาดเดียวกันได้รับการดัดแปลงรูปแบบไปมากโดยเฉพาะส่วน
   หลังคาและประตูซึ่งก่อทึบหมดทุกด้าน ยังคงปรากฏกรอบประตูหินทราย และชิ้นส่วนทับหลังสลักภาพการกวนเกษียรสมุทรตกอยู่หน้าประตูปรางค์องค์ที่อยู่ด้านทิศใต้ จากลักษณะทางด้านศิลปกรรมของทับหลังที่ปรากฏอาจสันนิษฐานได้ว่าปราสาทแห่งนี้มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 16 ร่วมสมัยศิลปะขอมแบบคลัง-บาปวนของเขมร และต่อมาได้รับการดัดแปลงในสมัยหลัง

การเดินทาง จากตัวเมืองศรีสะเกษ ใช้ทางหลวงหมายเลข 226ประมาณ 39 กิโลเมตร ถึงอำเภอห้วยทับทัน แล้วเลี้ยวขวาตามทางอีก 8 กิโลเมตร

 

ปราสาทบ้านสมอ                   ศรีสะเกษ

   ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 บ้านทามจาน ตำบลสมอ เป็นปราสาทขอมโบราณขนาดเล็ก ภายในองค์ปรางค์มี
   รูปประติมากรรมจำหลัก สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 18 การเดินทาง ห่างจากตัว
   จังหวัดไปตามทางหลวงหมายเลข 220 และ 2167 ประมาณ 52 กิโลเมตร ก่อนถึงตัวอำเภอ
   ประมาณ 8 กิโลเมตร









 

ปราสาทปรางค์กู่                   ศรีสะเกษ

   ปราสาทปรางค์กู่ ตั้งอยู่ที่บ้านกู่ ปรางค์องค์นี้สร้างด้วยอิฐเรียงแผ่นโต ๆ เหมือนปราสาทศีขรภูมิ
   ที่จังหวัดสุรินทร์ซึ่งเป็นศาสนสถานสมัยขอมที่เก่าแก่มาก มีอายุกว่าพันปีมาแล้ว ด้านหน้าปรางค์
   กู่มีสระน้ำขนาดใหญ่ เป็นทำเลพักหากินของนกเป็ดน้ำ ซึ่งมีมากในช่วงฤดูแล้งตั้งแต่เดือน
   กุมภาพันธ์เป็นต้นไป การเดินทาง อยู่ห่างจากศรีสะเกษเป็นระยะทาง ประมาณ 70 กิโลเมตร

   สามารถเดินทางเข้าถึงได้สองเส้นทางคือ เส้นทางศรีสะเกษ-สุรินทร์ แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวง
   2234 หรือเส้นทางศรีสะเกษ-ขุขันธ์ แล้วแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2167 ปรางค์กู่อยู่ห่าง
   จากตัวอำเภอ 10 กิโลเมตร






 

ปราสาทวัดสระกำแพงน้อย                 ศรีสะเกษ

   ตั้งอยู่วัดสระกำแพงน้อย บ้านกลาง ตำบลขยุง ปราสาทวัดสระกำแพงน้อยประกอบด้วยปรางค์
   และวิหารก่อด้วยศิลาแลง ด้านหน้าปรางค์มีสระน้ำใหญ่ ทั้งปรางค์ วิหาร และสระน้ำ ล้วนล้อม
   รอบด้วยกำแพงศิลาแลง เคยมีทับหลังประตูสลักเป็นพระวรุณเทพเจ้าแห่งฝนประทับบนแท่นมี
   หงส์แบก 3ตัว อยู่เหนือเศียรเกียรติมุข เป็นศิลปะแบบบาปวนมีอายุราวพุทธศตวรรษที่
   16สันนิษฐานว่าปราสาทหินแห่งนี้เดิมเป็นศาสนสถานมาก่อน แล้วต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 18  
   รัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 อาจมีการบูรณะหรือสร้างเพิ่มเติมขึ้นใหม่ สังเกตได้จากมี
   สถาปัตยกรรมแบบบายนอยู่ด้วย สิ่งก่อสร้างดังกล่าวเรียกกันในสมัยนั้นว่า “อโรคยาศาล”หมาย
   ถึง สถานพยาบาล หรือสุขศาลาประจำชุมชนนั่นเอง





การเดินทาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 8 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 226 (สายศรีสะเกษ-อุทุมพรพิสัย) อยู่ด้านขวามือ

 

ปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่                ศรีสะเกษ

   ตั้งอยู่วัดสระกำแพงใหญ่ บ้านกำแพงใหญ่ ตำบลสระกำแพงใหญ่ เป็นปราสาทขอมที่มีขนาดใหญ่
   และสมบูรณ์ที่สุดของจังหวัด ลักษณะเป็นปรางค์ 3 องค์บนฐานเดียวกันเรียงกันในแนวทิศ
   เหนือ-ใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปรางค์ประธานอยู่ตรงกลาง ก่อด้วยหินทราย มีอิฐแซม
   บางส่วน มีทับหลังจำหลักภาพพระอินทร์ทรงช้างบนแท่นเหนือหน้ากาล ส่วนปรางค์อีก 2 องค์
   เป็นปรางค์อิฐ มีส่วนประกอบตกแต่งที่เป็นหินทราย เช่น ทับหลัง กรอบหน้าบันและกรอบเสา
   ประตู ด้านหลังปรางค์องค์ทิศใต้มีปรางค์ก่ออิฐอีก 1 องค์ ด้านหน้ามีวิหารก่ออิฐ 2 หลัง ล้อมรอบ
   ด้วยระเบียงคดก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย มีโคปุระหรือประตูซุ้มทั้ง 4 ทิศ

   ส่วนวิหารที่ก่อด้วยอิฐซึ่งอยู่ทางด้านทิศเหนือมีทับหลังสลักภาพพระนารายณ์บรรทมสินธุ์อยู่
   เหนือพระยาอนันตนาคราชท่ามกลางเกษียรสมุทร และที่วิหารก่ออิฐทางด้านทิศใต้มีทับหลังรูป
    พระอิศวรกับพระอุมาประทับนั่งเหนือโคนนทิ ปัจจุบันปราสาทแห่งนี้อยู่ในความดูแลของกอง
   โบราณคดี กรมศิลปากร และได้มีการขุดค้นพบโบราณวัตถุจำนวนมาก เช่นทับหลังจำหลักภาพ
   ศิวะนาฏราช พระกฤษณะยกเขาโควรรธนะ และยังพบพระพุทธรูปนาคปรก พระพุทธรูปปางสมาธิ พระพิมพ์ดินเผา ฯลฯ

                จากหลักฐานลวดลายที่ปรากฏบนหน้าบัน ทับหลัง และโบราณวัตถุต่าง ๆ โดยเฉพาะจารึกที่หลืบประตูปราสาทสระกำแพงใหญ่ สันนิษฐานว่าปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16 ตรงกับศิลปะขอมแบบบาปวน เพื่อเป็นเทวาลัยถวายแด่พระศิวะ และเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 ได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นวัดในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน

การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 226 ห่างจากตัวจังหวัด 26 กิโลเมตรและห่างจากตัวอำเภอ 2 กิโลเมตร

 

ปราสาทเขาพระวิหาร                ศรีสะเกษ

   ตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมดงรักในเขตประเทศกัมพูชาบริเวณที่ติดกับผามออีแดงของประเทศไทย













 

ปราสาทโดนตวล                  ศรีสะเกษ

   ตั้งอยู่ที่บ้านภูมิซรอล ตำบลบึงมะลู ห่างจากหมู่บ้าน 8 กิโลเมตร ห่างจากตัวอำเภอ 38 กิโลเมตร
   ตามเส้นทาง อำเภอกันทรลักษ์-ผามออีแดง













 

พระธาตุเรืองรอง                   ศรีสะเกษ

   ตั้งอยู่ที่บ้านสร้างเรือง ตำบลหญ้าปล้อง เป็นพระธาตุที่สร้างขึ้นโดยการผสมศิลปะอีสานใต้สี่เผ่า
   ไทย ได้แก่ ลาว ส่วย เขมร เยอ มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์อย่างลงตัว พระธาตุมีความสูง
   49 เมตร แบ่งออกเป็น 6 ชั้น ชั้นที่ 1 ใช้สำหรับประกอบพิธีทางศาสนา ชั้นที่ 2-3 เป็นพิพิธภัณฑ์
   พื้นบ้านสี่เผ่าไทย ชั้นที่ 4 เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป ชั้นที่ 5 ใช้สำหรับการทำสมาธิ และชั้นที่
   6 เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและเป็นที่ชมทัศนียภาพของพื้นที่โดยรอบ การเดินทาง
   ห่างจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 2373 (ศรีสะเกษ-ยางชุมน้อย) ประมาณ 7.5
   กิโลเมตร







 

วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว (วัดล้านขวด)              ศรีสะเกษ

   วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว (วัดล้านขวด)  ตั้งอยู่ในเขตสุขาภิบาล สิ่งปลูกสร้างภายในตกแต่งด้วยขวด
   แก้วหลากสีหลายแบบนับล้านใบที่ชาวบ้านได้ช่วยกันบริจาค เป็นวัดที่มีลักษณะสวยงามแปลก
   ตา โดยเฉพาะศาลาใหญ่ที่เรียกว่า ศาลาฐานสโม มหาเจดีย์แก้ว และนอกจากนี้ยังมีสิม (โบสถ์)
   อยู่กลางน้ำภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหยกขาว ซึ่งมีความวิจิตรงดงามมาก









การเดินทาง จากศรีสะเกษไปอำเภอขุนหาญใช้ทางหลวงหมายเลข 211 และ 2111 ผ่านอำเภอพยุห์ อำเภอไพรบึงไปขุนหาญระยะทางประมาณ 61 กิโลเมตร

 

วัดมหาพุทธาราม                 ศรีสะเกษ

   ตั้งอยู่ใจกลางเมืองศรีสะเกษ มีวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองและเป็นที่
   เคารพสักการะของชาวศรีสะเกษคือ “หลวงพ่อโต” เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางมารวิชัย มีความ
   สูงจากฐานถึงยอดเกศ 6.85 เมตร หน้าตักกว้าง 3.50 เมตร เดิมเป็นพระพุทธรูปศิลาจำหลัก
   สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยขอมซึ่งมีอายุร่วมพันปีมาแล้วแต่มาสร้างเพิ่มเติมขึ้นเมื่อใดไม่
   ปรากฏแน่ชัด









 

ศููนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ศรีสะเกษอควาเรียม                  ศรีสะเกษ

   ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ศรีสะเกษอควาเรียม ตั้งอยู่ภายในสวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระ
   เจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา (เกาะห้วยน้ำคำ) ถ.เลียงเมือง ต.หนองครก อ.เมือง
   จ.ศรีสะเกษ เป็นอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำในการดูแลของเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ซึ่งมีแนวคิดมุ่ง
   เน้นการพัฒนาให้ความรู้ สร้างความเพลิดเพลิน ส่งเสริมการท่องเที่ยวแก่เยาวชน นักเรียน นัก
   ศึกษาและประชาชนทั่วไป นอกเหนือจากการเรียนรู้ในตำรา หรือในห้องเรียน

   ภายในอาคารได้จัดโซนปลาทะเล ปลาน้ำจืด ปลาสวยงาม โดยมีปลาน้ำจืด 79 ชนิด และปลา
   ทะเล 22 ชนิด จำนวนกว่า 4,000 ตัว ตกแต่งในบรรยากาศไดโนเสาร์โลกล้านปีที่แปลกใหม่ ทั้ง
   ยังมีอุโมงค์แก้วใต้น้ำที่มีความยาวถึง 24 เมตร ซึ่งจะทำให้ผู้ชมได้สัมผัสกับฝูงปลาที่แหวกว่าย
  ได้อย่างใกล้ชิด

   ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันเด็กแห่งชาติวันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2554
   เปิดให้เข้าชมในวันอังคาร-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 น. ปิดทำการทุกวันจันทร์ อัตราค่าเข้าชมเด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 30 บาท

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเทศบาลเมืองศรีสะเกษ โทร. 0 4561 2686, 0 4562 0211-4

 

สวนสมเด็จศรีนครินทร์                     ศรีสะเกษ

   ตั้งอยู่ในวิทยาลัยเกษตรกรรมศรีสะเกษ ถนนกสิกรรม ตำบลหนองครก ห่างจากศาลากลาง
   จังหวัดประมาณ 2 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 237 ไร่ ลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง-ต่ำตาม
   ธรรมชาติ มีลำห้วย 2สายคือ ห้วยปูนใหญ่และห้วยปูนน้อยมาบรรจบกันตรงด้านทิศเหนือของ
   สวนฯ

   ภายในบริเวณสวนมีต้นลำดวนขึ้นอยู่หนาแน่นเป็นดงใหญ่ เหมาะแก่การทัศนศึกษาในเชิงพฤกษ
   ศาสตร์ ต้นลำดวนซึ่งเป็นพันธุ์ไม้หอมนี้จะผลิดอกหอมอบอวลไปทั่วในราวเดือนมีนาคมของทุกปี
   และเนื่องจากต้นไม้ชนิดนี้มีความเกี่ยวพันกับชื่อ ศรีนครลำดวนในอดีต จึงได้นำเอาต้นลำดวนมา
   เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด นอกจากนี้ในพื้นที่ยังมีสวนสัตว์ และสวนสาธารณะตกแต่งสวยงามร่ม
   รื่นเป็นแหล่งพักผ่อนของประชาชนทั่วไป มีบึงน้ำสำหรับพายเรือเล่นและพักผ่อนหย่อนใจ



 

สวนเงาะ-ทุเรียน บ้านซำตารมย์                ศรีสะเกษ

   ตั้งอยู่ตำบลตระกาจ อำเภอกันทรลักษ์ เป็นหมู่บ้านโครงการนำร่อง ได้สร้างจุดบริการนักท่อง
   เที่ยวบริเวณบ้านศรีอุดม เส้นทางหลักถนนสายโชคชัย – เดชอุดม มีผลิตผลการเกษตรทั้งปี
   ได้แก่ เงาะ ทุเรียน สะตอ ลองกอง ยางพารา มะม่วง ส้มโอ หอมแดง กระเทียม เป็นต้น นับเป็น
   แหล่งสวนเกษตร-สวนผลไม้ ที่สำคัญของจังหวัดศรีสะเกษที่ให้ผลผลิตหลากหลายประเภท ใน
   ช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปีสวนเกษตรดังกล่าวจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดและเป็นช่วงที่เหมาะแก่
   การเดินทางท่องเที่ยวในลักษณะชมสวนชิมผลไม้ และซื้อผลผลิตจากสวนโดยตรง

   สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานจังหวัดศรีสะเกษ โทร. 0 4561 1397





 

อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร             ศรีสะเกษ

   อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาพระวิหาร มีเนื้อที่ประมาณ
   130ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 2จังหวัดคือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ อำเภอน้ำ
   ขุ่น และอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่
   83ของประเทศไทยเมื่อวันที่ 20มีนาคม พ.ศ. 2541สภาพภูมิประเทศทั่วไปส่วนใหญ่เป็นเทือก
   เขาตามแนวทิวเขาพนมดงรักกั้นชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ปกคลุมด้วยป่าดิบแล้ง ป่า
   เบญจพรรณ และป่าเต็งรัง นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าจำนวนมากที่อาศัยหากิน
   ข้ามไปมาในผืนป่าระหว่างสองประเทศได้แก่ หมูป่า กวาง เก้ง กระต่าย กระรอก ชะนี ชะมด เป็น
  ต้น อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารยัง





มีแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจ ดังนี้

ผามออีแดง ตั้งอยู่ที่ชายแดนไทย กัมพูชา เป็นหน้าผาหินสีแดงที่มีทัศนียภาพกว้างไกลสุดตา และจากจุดนี้นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นปราสาทเขาพระวิหารได้ นับเป็นจุดชมวิวในมุมสูงที่สวยงามแห่งหนึ่งในภาคอีสาน

ภาพสลักนูนต่ำ อยู่ทางทิศใต้ของผามออีแดง มีบันไดให้ลงไปชมได้สะดวก เป็นภาพเทพสามองค์ เชื่อว่าเป็นที่ซ้อมมือของช่างในการแกะสลักก่อนเริ่มการแกะสลักจริงที่ปราสาทเขาพระวิหาร

สถูปคู่ ชาวบ้านเรียกว่าพระธาตุ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของผามออีแดง ตัวสถูปทำจากหินทรายตัดเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ด้านบนกลมมนตั้งอยู่คู่กัน ข้างในเป็นโพรงบรรจุสิ่งของ เชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของสมัยนั้น

ปราสาทโดนตวล อยู่บริเวณบ้านภูมิซรอล ตำบลบึงมะลู ห่างจากหน้าผาชายแดนไทย-กัมพูชา ประมาณ 300 เมตร สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 15-16 เป็นปราสาทหินแบบขอม มีตำนานเล่าว่านามนมใหญ๋ (เนียงเดาะทม)ได้แวะพักที่แห่งนี้ในขณะที่เดินทางไปเฝ้ากษัตริย์พระองค์หนึ่ง

การเดินทาง ตามทางหลวงหมายเลข 2243 กิโลเมตรที่ 91 เข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร

สระตราว หรือ ห้วยตราว เป็นธารน้ำอยู่ตรงบริเวณลานหินเชิงเขาพระวิหาร มีสายน้ำไหลผ่านถ้ำใต้เพิงหินลงสู่บริเวณที่ลุ่มต่ำ ซึ่งมีแนวหินซ้อนกั้นสายน้ำให้ไหลไปตามต้องการ สันนิษฐานว่าที่ลุ่มดังกล่าวคือ บารายหรือแหล่งเก็บน้ำของขอม ปัจจุบันได้มีการบูรณะและทำความสะอาดบริเวณสระตราวสำหรับเก็บกักน้ำ และนำมาใช้อุปโภค

น้ำตกและถ้ำขุนศรี น้ำตกอยู่เหนือถ้ำขุนศรีสูง 3 ชั้น ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของสระตราวใกล้เส้นทางเดินขึ้นปราสาทเขาพระวิหาร ส่วนถ้ำขุนศรีภายในมีขนาดกว้างเชื่อกันว่าเป็นที่พักของขุนศรี ขณะมาควบคุมการตัดหินบริเวณสระตราวเพื่อใช้สร้างปราสาทเขาพระวิหาร

เขื่อนห้วยขนุน เป็นอ่างเก็บน้ำชลประทานและเป็นที่ตั้งหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ เขื่อนห้วยขนุน ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 25กิโลเมตร มีทิวทัศน์สวยงามเหมาะแก่การพักผ่อนเที่ยวชมธรรมชาติ และเข้าค่ายกางเต็นท์พักแรม

ช่องอานม้า เป็นจุดผ่อนปรนในการค้าขายและผ่านแดนระหว่างไทย-กัมพูชา อยู่ที่ตำบลโซง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เปิดเฉพาะวันอังคารและวันพฤหัสบดี

การเดินทาง จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1(พหลโยธินถึงสระบุรี เลี้ยวขวาสู่ทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ก่อนถึงอำเภอสีคิ้วเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 24ผ่านอำเภอปักธงชัย อำเภอสังขะ และอำเภอขุขันธ์ ถึงสี่แยกตัดกับทางหลวงหมายเลข 221เลี้ยวขวาเข้าสู่อำเภอกันทรลักษ์ แล้วต่อไปยังที่ทำการอุทยานฯ หรือจากจังหวัดอุบลราชธานี ใช้ทางหลวงหมายเลข 2178 และ 221 ผ่านอำเภอวารินชำราบ อำเภอสำโรง อำเภอเบญจลักษ์ และอำเภอกันทรลักษ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่พักและสถานที่กางเต็นท์ได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร โทร. 0 4581 6071, 0 4581 6000 หรือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 www.dnp.go.th

 

 

การเดินทางไปจังหวัดศรีสะเกษ

 

รถยนต์:

                จากกรุงเทพฯ สามารถไปได้ 2 เส้นทาง คือ

                1. ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จนถึงจังหวัดสระบุรี แยกขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ไปจนถึงจังหวัดนครราชสีมา จากนั้นแยกใช้ทางหลวงหมายเลข 226 ผ่านจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ ถึงจังหวัดศรีสะเกษ

                2. ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จนถึงจังหวัดสระบุรี แยกขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ไปจนถึงอำเภอสีคิ้ว แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 24 (โชคชัย-เดชอุดม) ผ่านอำเภอโชคชัย อำเภอนางรอง อำเภอสังขะ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ตัวเมืองศรีสะเกษ โดยใช้เส้นทางหมายเลข 220 หรือ 221 ก็ได้

 

รถประจำทาง:

มีรถโดยสารปรับอากาศของบริษัท ขนส่ง จำกัด และของเอกชน สายกรุงเทพฯ-ศรีสะเกษ ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต 2) ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8-9 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490www.transport.co.th

ปัจจุบันบริษัท ขนส่ง จำกัด ได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์แล้ว ติดต่อได้ที่ www.thaiticketmajor.com นอกจากนี้ยังสามารถซื้อตั๋วออนไลน์ได้ที่ไทยรูท ดอทคอม www.thairoute.com

 

รถไฟ:

                การรถไฟแห่งประเทศไทยมีบริการรถไฟออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ไปยังจังหวัดศรีสะเกษทุกวัน ทั้งรถเร็ว รถด่วน และรถด่วนพิเศษ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9-11 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690 หรือ www.railway.co.th

 

 

หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญในจังหวัดศรีสะเกษ

 

ตู้ยามอุทุมพรพิสัย   โทร. (045) 691042

ททท.สนง.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 2 จ.อุบลราชธานี   โทร. (045) 243770-1

ที่ว่าการอำเภอเมือง   โทร. (045) 612866

เทศบาลเมือง  โทร. (045) 612620

ประชาสัมพันธ์จังหวัด   โทร. (045) 612545

สถานีขนส่งจังหวัด   โทร. (045) 611515

สถานีตำรวจภูธร อ.เมือง   โทร. (045) 611595

สำนักงานจังหวัด   โทร. (045) 611531, 612581

โรงพยาบาลกันทรลักษณ์  โทร. (045) 661663

โรงพยาบาลกันทรารมย์   โทร. (045) 651144

โรงพยาบาลขุขันธ์  โทร. (045) 671015

โรงพยาบาลขุนหาญ   โทร. (045) 679026

โรงพยาบาลโนนคูณ   โทร. (045) 659044

โรงพยาบาลบึงบูรพ์  โทร. (045) 689043

โรงพยาบาลปรางค์กู่   โทร. (045) 697050

โรงพยาบาลไพรบึง  โทร. (045) 675067

โรงพยาบาลยางชุมน้อย  โทร. (045) 687041

โรงพยาบาลราษีไศล   โทร. (045) 681107

โรงพยาบาลศรีรัตนะ   โทร. (045) 677014

โรงพยาบาลศรีสะเกษ   โทร. (045) 611503, 611434

โรงพยาบาลห้วยทับทัน   โทร. (045) 699045

โรงพยาบาลอุทุมพรพิสัย  โทร. (045) 691516

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พื้นที่สุรินทร์, บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ

@ ค้นหาที่พัก รีสอร์ท โรงแรม และร้านอาหาร ทั่วประเทศที่  http://www.resortdd.com/


      20 ก.ย. 2555   เวลา :    14:39   จำนวนผู้อ่าน :    2957   

 
ร้านอาหารแนะนำ