resort, รีสอร์ท, ที่พัก
 
 
 
 
 
 
 


ที่พักภาคเหนือ
เชียงราย
เชียงใหม่
กำแพงเพชร
ตาก
นครสวรรค์
น่าน
พะเยา
พิจิตร
พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
แพร่
แม่ฮ่องสอน
ลำปาง
ลำพูน
สุโขทัย
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กาฬสินธุ์
ขอนแก่น
ชัยภูมิ
นครพนม
นครราชสีมา
บุรีรัมย์
บึงกาฬ
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุบลราชธานี


ที่พักภาคกลาง
กรุงเทพมหานคร
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นนทบุรี
ปทุมธานี
ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
เพชรบุรี
ราชบุรี
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สระแก้ว
สระบุรี
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
อยุธยา
อ่างทอง


ที่พักภาคตะวันออก
ชลบุรี, พัทยา
ระยอง
จันทบุรี
ตราด


ที่พักภาคใต้
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา
พัทลุง
ภูเก็ต
ยะลา
ระนอง
สงขลา
สตูล
สุราษฎร์ธานี

Link เพื่อนบ้าน
หอพัก
หอพัก
ห้องพัก





โอนิซึกะ, onitsuka, onitsuka tiger
Bangkok Dating, Thailand Matchmaker, Thailand Dating, Bangkok Matchmaker, dating bangkok, dating thailand, thai dating, online dating, single thai girls, thai women, dating service, speed dating, บริการหาคู่, บริษัทจัดหาคู่, หาคู่, หาแฟน, หาเพื่อน, จัดหาคู่, จับคู่, แม่สื่อ, ธุรกิจหาคู่
ถุงจัมโบ้, พาเลท

แนะนำรีสอร์ท, ห้องพัก, ที่พัก, บ้านพัก สำหรับพักผ่อนยามท่องเที่ยว


ResortDD.com จังหวัดร้อยเอ็ด ( Roiet ) ที่พักจังหวัดร้อยเอ็ด โรงแรมจังหวัดร้อยเอ็ด รีสอร์ทจังหวัดร้อยเอ็ด เกสเฮ้าส์จังหวัดร้อยเอ็ด สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด ท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด ศูนย์รวมรีสอร์ทจังหวัดร้อยเอ็ด แหล่งรวมที่พักจังหวัดร้อยเอ็ด Thailand Roiet Hotel Resort Guesthouse

สิบเอ็ดประตูเมืองงาม เรืองนามพระสูงใหญ่ ผ้าไหมสาเกต บุญผะเหวดประเพณี

มหาเจดีย์ชัยมงคล งามน่ายลบึงพลาญชัย เขตกว้างไกลทุ่งกุลา โลกลือชาข้าวหอมมะลิ

 

                จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นแหล่งอารยธรรมโบราณซึ่งอยู่ตอนกลางของภาคอีสาน บริเวณลุ่มน้ำภาชี มีความเจริญรุ่งเรืองมากในยุคประวัติศาสตร์และมีความหลากหลายในแง่ของศาสนาและวัฒนธรรม อันเนื่องจากดินแดนแห่งนี้เคยตกอยู่ในอิทธิพลของอาณาจักรขอมโบราณนอกจากนี้ ร้อยเอ็ดยังเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิชั้นดี มีชื่อเสียงโด่งดัง จากอดีตถึงปัจจุบัน จังหวัดร้อยเอ็ดยังคงเป็นเมืองที่มีความน่าสนใจ ทั้งประเพณีและวัฒนธรรม อีกทั้งยังมีผลิตผลิตภัณฑ์พื้นเมืองที่มีชื่อเสียง เช่น ผ้าทอพื้นเมือง เครื่องจักสาน

                จังหวัดร้อยเอ็ดมีเนื้อที่ประมาณ 8,299 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 5,187,155 ไร่ ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ โดยทางรถยนต์ประมาณ 512 กิโลเมตรบริเวณที่ตั้งจังหวัดร้อยเอ็ดในปัจจุบัน เดิมชื่อว่าเมืองสาเกตนคร หรืออาณาจักรกุลุนทะนคร มีเจ้าผู้ครองนครเรียกว่าพระเจ้ากุลุนทะ เมืองสาเกตเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองมากซึ่งมีเมืองขึ้นถึง 11 เมือง ได้แก่1. เมืองเชียงเหียน (บ้านเชียงเหียน อำเภอเมืองมหาสารคาม) 2. เมืองฟ้าแดด (บ้านฟ้าแดดสูงยาง อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์) 3. เมืองสีแก้ว (บ้านสีแก้ว อำเภอเมืองร้อยเอ็ด) 4. เมืองเปือย (บ้านเมืองเปือย อำเภอเมืองร้อยเอ็ด) 5. เมืองทอง (บ้านเมืองทอง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด) 6. เมืองหงษ์ (บ้านเมืองหงษ์ อำเภอจตุรพักตรพิมาน) 7. เมืองบัว (บ้านเมืองบัว อำเภอเกษตรวิสัย) 8. เมืองคอง (อยู่บริเวณอำเภอเมืองสรวง อำเภอสุวรรณภูมิ) 9. เมืองเชียงขวง (บ้านจาน อำเภอธวัชบุรี) 10. เมืองเชียงดี (บ้านโนนหัว อำเภอธวัชบุรี) 11. เมืองไพ (บ้านเมืองไพร อำเภอเสลภูมิ) จากหลักฐานโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ซึ่งกระจายอยู่ทั่วไปในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ขุดพบแหล่งโบราณคดีบ้านเมืองบัว สันนิษฐานว่ามีอายุประมาณ 1,800-2,500 ปีมาแล้ว ต่อมาอิทธิพลของพุทธศาสนาภายใต้วัฒนธรรมทวารวดีได้แผ่ขยายเข้ามาเมื่อปลายพุทธศตวรรษที่ 12-15 มีหลักฐานที่สำคัญ เช่น กลุ่มใบเสมาบริเวณหนองศิลาเลข ในเขตอำเภอพนมไพร พระพิมพ์ดินเผาปางนาคปรกที่เมืองไพร ในเขตอำเภอเสลภูมิ คูเมืองร้อยเอ็ด เจดีย์เมืองหงษ์ในเขตอำเภอจตุรพักตรพิมานในพุทธศตวรรษที่ 16 วัฒนธรรมจากอาณาจักรขอมได้แพร่เข้ามา ปรากฏหลักฐานให้เห็นอยู่มาก เช่น ปรางค์กู่กาสิงห์ ในเขตอำเภอเกษตรวิสัย ปรางค์กู่ในเขตอำเภอธวัชบุรี กู่พระโกนาในเขตอำเภอสุวรรณภูมิ และประติมากรรมที่เป็นรูปเคารพทางศาสนาที่เป็นเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่ทำจากหินทรายและโลหะเป็นจำนวนมากหลักฐานเกี่ยวกับเมืองร้อยเอ็ดขาดหายไปประมาณ 400 ปี จนถึงประมาณปี พ.ศ. 2231 เมืองเวียงจันทน์เกิดความไม่สงบ พระครูโพนสะเม็ดพร้อมผู้คนประมาณ 3,000 คนได้เชิญเจ้าหน่อกษัตริย์อพยพลงมาตามแม่น้ำโขง แล้วมาตั้งมั่นอยู่ที่บริเวณเมืองจำปาศักดิ์ ผู้ปกครองเมืองจำปาศักดิ์มีความเลื่อมใสศรัทธาในพระครูโพนสะเม็ด จึงได้นิมนต์ให้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและปกครองเมืองจำปาศักดิ์ต่อมาเจ้าหน่อกษัตริย์ได้รับสถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์พระนามว่าเจ้าสร้อยศรีสมุทรพุทธางกูร ได้ขยายอิทธิพลไปในดินแดนต่าง ๆ เหนือสองฝั่งแม่น้ำโขง ได้ตั้งเมืองใหม่ขึ้นหลายแห่งและส่งบริวารไปปกครอง เช่น เมืองเชียงแตง เมืองสีทันดร เมืองรัตนบุรี เมืองคำทอง เมืองสาละวัน และเมืองอัตตะปือ เป็นต้นในปี พ.ศ. 2450 เมืองร้อยเอ็ดได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นบริเวณร้อยเอ็ด โดยแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 5 เมือง คือ เมืองร้อยเอ็ด เมืองสุวรรณภูมิ เมืองมหาสารคาม เมืองกมลาไสย และเมืองกาฬสินธุ์ในปี พ.ศ. 2453 สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ทรงเห็นด้วยกับข้อเสนอของเทศาภิบาลข้าหลวงมณฑลอีสานว่า ควรแยกมณฑลอีสานออกเป็น 2 มณฑล คือ มณฑลอุบลราชธานีและมณฑลร้อยเอ็ด พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ได้โปรดเกล้าฯ ให้เป็นไปตามที่เสนอ มณฑลร้อยเอ็ดจึงมีเขตปกครอง 3 จังหวัด คือ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดกาฬสินธุ์ในปี พ.ศ. 2469 อำมาตย์เอกพระยาสุนทรเทพกิจจารักษ์ (ทอง จันทรางศุ) ข้าหลวงจังหวัดร้อยเอ็ดเห็นว่า บึงพลาญชัย (เดิมใช้ว่าบึงพระลานชัย) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองร้อยเอ็ดตื้นเขิน ถ้าปล่อยทิ้งไว้บึงก็จะหมดสภาพไป จึงได้ชักชวนชาวบ้านจากทุกอำเภอมาขุดลอกบึงเพื่อให้มีน้ำขังอยู่ได้ตลอดปี ได้ดำเนินการขุดลอกบึงทั้งกลางวันและกลางคืนอยู่ 2 ปี มีชาวบ้านมาร่วมขุดลอกบึงถึง 40,000 คน ต่อมาก็ได้มีการพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่องจนเป็นมรดกที่สำคัญของจังหวัดร้อยเอ็ดมาตราบเท่าทุกวันนี้

                จังหวัดร้อยเอ็ดอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 512  กิโลเมตร    แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 20 อำเภอ คือ อำเภอเมืองร้อยเอ็ด อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอปทุมรัตน์ อำเภอจตุรพักตรพิมาน อำเภอธวัชบุรี อำเภอพนมไพร อำเภอโพนทอง อำเภอเสลภูมิ อำเภอสุวรรณภูมิ อำเภออาจสามารถ อำเภอหนองพอก อำเภอเมืองสรวง อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอโพนทราย อำเภอเมยวดี อำเภอศรีสมเด็จ อำเภอจังหาร อำเภอเชียงขวัญ อำเภอหนองฮี และอำเภอทุ่งเขาหลวง               

 

สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดร้อยเอ็ด

 

กู่กาสิงห์                ร้อยเอ็ด

    ตั้งอยู่ในวัดบูรพากู่กาสิงห์ ตำบลกู่กาสิงห์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบเขมรอีกแห่งหนึ่ง มีขนาดค่อน
   ข้างใหญ่และยังอยู่ในสภาพดีพอควร ประกอบด้วยปรางค์ 3 องค์ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน มี
   วิหารหรืออาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เรียกว่าบรรณาลัย อยู่ทางด้านหน้าทั้งสองข้าง ทั้งหมดล้อม
   รอบด้วยกำแพงซึ่งมีซุ้มประตูทั้ง 4 ทิศ ถัดออกไปเป็นคูน้ำรูปเกือกม้าล้อมรอบอีกชั้นหนึ่ง









 

กู่พระโกนา               ร้อยเอ็ด

   ตั้งอยู่ที่บ้านกู่ หมู่ 2 ตำบลสระคู กู่พระโกนา ประกอบด้วยปรางค์อิฐ 3 องค์ บนฐานศิลาทราย
   เรียงจากเหนือ-ใต้ ทั้งหมดหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีกำแพงล้อมและซุ้มประตูเข้า-ออกทั้ง
   4ด้านก่อด้วยหินทรายเช่นกันปรางค์องค์กลางถูกดัดแปลงเมื่อ พ.ศ. 2417โดยการฉาบปูนทับ
   และก่อขึ้นเป็นชั้นๆ แต่ละชั้นมีซุ้มพระทั้ง 4 ทิศ หน้าปรางค์องค์กลางชั้นล่างสร้างเป็นวิหารพระ
   พุทธบาทประดับเศียรนาค 6เศียรของเดิมไว้ด้านหน้า ส่วนปรางค์อีก 2องค์ ก็ได้รับการบูรณะจาก
   ทางวัดเช่นกัน แต่ไม่ถึงกับเปลี่ยนรูปทรงอย่างปรางค์องค์กลางปรางค์องค์ทิศเหนือทางวัดสร้าง
   ศาลาครอบภายในมีหน้าบันสลักเรื่อง รามายณะ และทับหลังสลักภาพพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ติด
   อยู่ที่เดิม คือเหนือประตูทางด้านหน้า ส่วนทับหลังประตูด้านทิศตะวันตกหล่นอยู่บนพื้นเป็นรูป
   นารายณ์ทรงครุฑ ปรางค์องค์ทิศใต้ยังคงมีทับหลังของเดิมเหนือประตูหลอก ด้านทิศเหนือเป็น
   ภาพเทวดานั่งชันเข่าในซุ้มเรือนแก้วเหนือหน้ากาล นอกจากนี้ทางด้านหน้ายังมีทับหลังหล่นอยู่
   ที่พื้น เป็นภาพพระอิศวรประทับนั่งบนหลังโค และมีเสานางเรียงวางอยู่ด้วย สันนิษฐานว่ากู่พระโก
   นาเดิมจะมีสะพานนาคและทางเดินประดับเสานางเรียงทอดต่อไปจากซุ้มประตูหน้าไปยังสระน้ำ
   หรือบารายซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 300 เมตร จากรูปแบบลักษณะทางศิลปกรรมทั้งหมดของภาพสลัก และเสากรอบประตู ซึ่งเป็นศิลปะขอมที่มีอายุในราว พ.ศ.1560-1630(แบบบาปวน) สันนิษฐานว่ากู่พระโกนาคงจะสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16

การเดินทาง อยู่ห่างจากอำเภอเมือง 60 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 215 ผ่านอำเภอเมืองสรวง อำเภอสุวรรณภูมิ จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 214 ไปประมาณ 12 กิโลเมตร กู่พระโกนาจะอยู่ทางซ้ายมือ ด้านหน้าทางเข้าจะเป็นสวนยาง บริเวณวัดมีลิงแสมอาศัยอยู่

 

ทุ่งกุลาร้องไห้              ร้อยเอ็ด

   มีเนื้อที่ 2,107,681ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 5จังหวัด คือ ในแนวทิศเหนือครอบคลุมอำเภอปทุมรัตต์
   อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอสุวรรณภูมิ และอำเภอโพนทราย ของจังหวัดร้อยเอ็ด ในแนวทิศใต้มีลำ
   น้ำมูลทอดยาวตลอดพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ในแนวทิศตะวันตก ผ่าน
   อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร และอำเภอพยัคฆภูมิพิสัยของ
   จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ประมาณ 3 ใน 5 นั้นอยู่ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด

   สาเหตุที่ทุ่งกว้างแห่งนี้ได้ชื่อว่าทุ่งกุลาร้องไห้นั้น มีเรื่องเล่ากันว่า พวกกุลาซึ่งเป็นพวกที่เดิน
   ทางค้าขายระหว่างเมืองต่าง ๆ ในสมัยโบราณได้ชื่อว่าเป็นนักต่อสู้ คือ มีความเข้มแข็งอดทนเป็น
   เยี่ยมแต่เมื่อพวกกุลาเดินทางมาถึงทุ่งนี้ ได้รับความทุกข์ยากเป็นอันมากถึงกับร้องไห้ เพราะ
   ตลอดทุ่งนี้ไม่มีน้ำหรือต้นไม้ใหญ่เลย ฤดูแล้งแผ่นดินก็แห้งแตกระแหง ซึ่งเป็นพื้นที่ทุ่งกุลา
   ร้องไห้ในอดีตปัจจุบันเป็นที่ทำการของศูนย์พัฒนาที่ดินทุ่งกุลาร้องไห้ กรมพัฒนาที่ดิน
 

การเดินทาง อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอสุวรรณภูมิ 6 กิโลเมตร เลยกู่พระโกนาไปประมาณ 200 เมตร ตรงข้ามกับโรงเรียนโสภาพิทยาภรณ์

 

บ่อพันขันรัตนโสภณ              ร้อยเอ็ด

   ตั้งอยู่ในเขตวัดบ่อพันขันรัตนโสภณ เป็นอุทยานการศึกษาเฉลิมพระเกียรติ 50 ปี และเป็นที่
   ประดิษฐานพระพุทธสหัสขันธมหามุนีนาถซึ่งมีความสวยงามเป็นที่เคารพบูชาของชาวร้อยเอ็ด












การเดินทาง ตามเส้นทางร้อยเอ็ด-พนมไพร อำเภอหนองฮี สู่ตำบลเด่นราษฎร์ ห่างจากเมืองร้อยเอ็ดประมาณ 85 กิโลเมตร

 

บ้านหวายหลึม                  ร้อยเอ็ด

   ตั้งอยู่หมู่ 3 ตำบลมะบ้า เป็นหมู่บ้านในโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านทอผ้า
   ไหมที่มีชื่อเสียงของจังหวัดร้อยเอ็ด อีกทั้งเป็นศูนย์รวมและจำหน่ายหัตถกรรมพื้นบ้าน อาทิ
   กระเป๋า ผ้าฝ้าย เสื้อผ้าสำเร็จรูป











การเดินทาง ตามเส้นทางสายร้อยเอ็ด-ยโสธร ทางหลวงหมายเลข 23 บริเวณกิโลเมตรที่ 145-146 ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ด 25 กิโลเมตร

 

บึงพลาญชัย               ร้อยเอ็ด

   ตั้งอยู่บริเวณกลางเมืองร้อยเอ็ด ถือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด ลักษณะเป็นเกาะอยู่กลางบึงน้ำ
   ขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 2 แสนตารางเมตร เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ตกแต่งด้วยสวนไม้
   ดอกขนาดใหญ่ มีพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ร่มรื่น และในบึงน้ำมีปลาชนิดต่าง ๆ หลายพันธุ์ นอกจากนี้ยังใช้
   เป็นสถานที่จัดงานเทศกาลของจังหวัด รวมทั้งจัดมหรสพต่าง ๆ

   ภายในบึงพลาญชัยยังมีสิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจคือ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง  เป็นของคู่บ้านคู่เมืองที่
   ชาวร้อยเอ็ดเคารพนับถือ และเชื่อว่าเจ้าพ่อจะช่วยดลบันดาลให้ชาวเมืองมีความสุข คิดสิ่งใดสม
   ปรารถนา จึงเป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่ชาวเมืองร้อยเอ็ดมากราบนมัสการขอพรเป็นประจำ พระ 
   พุทธรูปปางลีลาขนาดใหญ่  กลางสวนดอกไม้ พานรัฐธรรมนูญ นาฬิกาดอกไม้ ภูพลาญชัย  มี
   ลักษณะเป็นน้ำตกจำลอง และรูปปั้นสัตว์ต่าง ๆ คล้ายสวนสัตว์ สนามเด็กเล่น และสวนสุขภาพ
   เป็นสวนออกกำลังกาย เพื่อให้ประชาชนได้ออกกำลังกาย อันเป็นการเสริมสร้างพลานามัยแก่
   ชาวร้อยเอ็ด



บึงเกลือ (ทะเลอีสาน)                ร้อยเอ็ด

   อยู่ในเขตตำบลบึงเกลือ เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ 7,500ไร่ ในบึงน้ำแห่งนี้มีน้ำขังตลอดปี
   ริมบึงมีหาดทรายขาวสะอาดกว้างขวาง มีแพร้านอาหารบริการอาหารอีสานและอาหารตามสั่ง นัก
   ท่องเที่ยวนิยมมาพักผ่อนและเล่นกีฬาทางน้ำ

   









การเดินทาง จากอำเภอเมือง ไปตามทางหลวงหมายเลข 23ผ่านอำเภอธวัชบุรี จากอำเภอเสลภูมิประมาณ 1 กิโลเมตร และเลี้ยวซ้ายทางไปบ้านเมืองไพร 8 กิโลเมตร

 

ปรางค์กู่ หรือ ปราสาทหนองกู่               ร้อยเอ็ด

   ตั้งอยู่ที่บ้านยางกู่ ตำบลมะอึ ปรางค์กู่ คือ กลุ่มอาคารที่มีลักษณะแบบเดียวกับอโรคยาศาลตาม
   ที่ปรากฏในจารึกปราสาทตาพรหมอันประกอบด้วยปรางค์ประธาน บรรณาลัย กำแพงพร้อมซุ้ม
   ประตูและสระน้ำนอกกำแพง โดยทั่วไปนับว่าคงสภาพเดิมพอควร โดยเฉพาะปรางค์ประธานชั้น
   หลังคาคงเหลือ 3ชั้น และมีฐานบัวยอดปรางค์อยู่ตอนบน อาคารอื่น ๆ แม้หักพังแต่ทางวัดก็ได้
   จัดบริเวณให้ดูร่มรื่นสะอาดตา

   นอกจากนี้ภายในกำแพงด้านหน้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ยังพบโบราณวัตถุอีกหลายชิ้นวาง
   เก็บรักษาไว้ใต้อาคารไม้ ได้แก่ ทับหลังหินทราย สลักเป็นภาพบุคคลนั่งบนหลังช้างหรือวัว ภาย
   ในซุ้มเรือนแก้วหน้ากาล จากการสอบถามเจ้าอาวาสวัดศรีรัตนาราม กล่าวว่าเป็นทับหลังหน้า
   ประตูมุขของปรางค์ประธาน เสากรอบประตู 2ชิ้น ชิ้นหนึ่งมีภาพสลักรูปฤาษีที่โคนเสาศิวลึงค์
   ขนาดใหญ่พร้อมฐานที่ได้จากทุ่งนาด้านนอกออกไป และชิ้นส่วนบัวยอดปรางค์ ซึ่งถูกดัดแปลง
   เป็นฐานของพระสังกัจจายน์ปูนปั้น สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 18

การเดินทาง จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 23 (ร้อยเอ็ด-ยโสธร) ประมาณ 10 กิโลเมตร ถึงที่ว่าการอำเภอธวัชบุรี ฝั่งตรงข้ามมีทางแยกซ้ายไปปรางค์กู่ ระยะทาง 6 กิโลเมตร หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 2044 (ร้อยเอ็ด-โพนทอง) ไปประมาณ 8 กิโลเมตร มีทางแยกขวาไปปรางค์กู่อีก 1 กิโลเมตร

 

ผาน้ำย้อย (พุทธอุทยานอีสาน)                  ร้อยเอ็ด

   ตั้งอยู่ที่บ้านโคกกลาง ตำบลผาน้ำย้อย เป็นผาหินขนาดใหญ่ ซึ่งมีน้ำไหลซึมตลอดปีอยู่บนภูเขา
   เขียว แบ่งพรมแดนระหว่างอำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร และอำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัด
   กาฬสินธุ์ มีเนื้อที่ประมาณ 20,000 ไร่ เป็นป่าไม้เนื้อแข็งนานาชนิด มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่หลายชนิด
   เช่น หมูป่า เก้ง กวาง ไก่ป่า ผาน้ำย้อยอยู่สูงจากระดับพื้นดิน 200 เมตร และสูงกว่าระดับน้ำทะเล
   380-500 เมตร บนเขาลูกนี้มี วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม มีเนื้อที่ 2,500 ไร่ โดยมีพระ
   อาจารย์ศรีมหาวิโร ซึ่งเป็นศิษย์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง








 

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด                   ร้อยเอ็ด

   ตั้งอยู่ที่ถนนเพลินจิต ใกล้ศาลากลางจังหวัด แต่เดิมจัดตั้งตามดำริของท่านศาสตราจารย์ ดร.ก่อ
   สวัสดิพาณิชย์ เพื่อจัดแสดงผ้าไหมพื้นเมืองและงานศิลปหัตถกรรมของจังหวัดร้อยเอ็ด ต่อมากรม
   ศิลปากร มีนโยบายในการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำเมือง เพื่อแสดงเรื่องราวด้านต่าง
   ๆ ของจังหวัด พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด จึงได้รับการปรับปรุงให้มีลักษณะเป็น
   พิพิธภัณฑ์ฯ ประจำเมืองแห่งแรกที่จัดตั้งขึ้นใหม่ภายใต้แนวนโยบายนี้และมีเนื้อหาการจัดแสดง
   ครอบคลุมเกี่ยวข้องกับเรื่องราวต่าง ๆ ของจังหวัดร้อยเอ็ดทั้งสภาพภูมิศาสตร์ ทรัพยากรธรณี
   โบราณคดี ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ และงานหัตถกรรมการทอผ้าไหมที่มีชื่อเสียงของ
   จังหวัด

   เปิดให้เข้าชมทุกวันเว้นวันจันทร์-อังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-16.00 น. ค่าเข้าชม
   คนไทย 10 บาท คนต่างชาติ 30 บาท

   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 4351 4456


 

วัดบูรพาภิราม            ร้อยเอ็ด

   อยู่ในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี เดิมชื่อ วัดหัวรอ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อ
   เป็น วัดบูรพาภิราม มีพระพุทธรูปปางประทานพรที่สูงที่สุดในประเทศไทยคือ พระพุทธรัตนมงคล
   มหามุนี หรือหลวงพ่อใหญ่ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ความสูงขององค์พระวัดจากพระบาท
   ถึงยอดเกศสูงถึง 59เมตร 20 เซนติเมตร และมีความสูงทั้งหมด 67เมตร 85เซนติเมตร ที่ฐาน
   จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ หลวงพ่อใหญ่เป็นที่เคารพนับถือของชาวเมืองร้อยเอ็ดเป็นอย่างมาก

   นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดยังเป็นที่ตั้งศูนย์งานพระธรรมทูต โรงเรียนปริยัติธรรม และมีศาลเจ้า
   พ่อมเหศักดิ์ซึ่งเป็นที่เคารพของชาวเมืองอยู่ด้วย





 

วัดกลางมิ่งเมือง              ร้อยเอ็ด

   ตั้งอยู่บนถนนเจริญพาณิชย์ เป็นวัดเก่าแก่สันนิษฐานว่าสร้างก่อนตั้งเมืองร้อยเอ็ด ส่วนอุโบสถ
   สร้างในสมัยอยุธยาตอนปลายในอดีตเคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ปัจจุบัน
   เป็นสถานที่ศึกษาปริยัติธรรม และสถานที่สอบธรรมสถาน ชื่อโรงเรียนสุนทรธรรมปริยัติ บริเวณ
   ผนังรอบพระอุโบสถมีภาพวาดจิตรกรรมเกี่ยวกับพุทธประวัติ สวยงามและมีค่าทางศิลปะ

   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 4351 2400








 

วัดประชาคมวนาราม หรือวัดป่ากุง                ร้อยเอ็ด

   วัดประชาคมวนาราม หรือวัดป่ากุง วัดประชาคมวนาราม หรือวัดป่ากุง ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีสมเด็จ
   อำเภอศรีสมเด็จ วัดนี้มีชื่อทางการว่า วัดประชาคมวนาราม สร้างโดยหลวงปู่ศรี มหาวีโร มีเจดีย์
   ขนาดใหญ่ทำจากหินทรายธรรมชาติเป็นแห่งแรกในประเทศไทย เหตุที่หลวงปู่ศรี ท่านมีดำริให้
   สร้างพระเจดีย์หิน เนื่องจากเมื่อพ.ศ. 2531 หลวงปู่ได้ไปปฏิบัติศาสนกิจ ณ มหาเจดีย์บุโรพุทโธ
   หรือ โบโรบูโดร์ และได้ประทับใจในความยิ่งใหญ่อลังการของมหาเจดีย์แห่งนี้

   จึงได้เล่าให้คณะศิษย์ฟัง ต่อมาใน ปี พ.ศ. 2535 การก่อสร้างจึงเริ่มขึ้น จนกระทั่งแล้วเสร็จเมื่อ
   วันที่ 28 ตุลาคม 2547 มีพิธียกยอดเจดีย์ทองคำแท้หนัก 101 ขึ้นประดิษฐาน ภายในพระเจดีย์
   เป็นที่ประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุอยู่จุดศูนย์กลางของเจดีย์ ผนังแกะสลักเรื่องราวพระพุทธ
   ประวัติและเวสสันดรชาดก รวมทั้งประวัติของหลวงปู่ศรีและรูปบูรพาจารย์




 

วัดป่าโนนสวรรค์               ร้อยเอ็ด

   ตั้งอยู่บ้านเทอดไทย ตำบลเทอดไทย เป็นวัดขนาดใหญ่สร้างมาจากนิมิตของเจ้าอาวาส โดย
   ใช้หม้อดินของชาวบ้านมาประดับตกแต่งจึงดูสวยงามแปลกตา เจดีย์ประธานหลายชั้นทางเข้า
   จะเป็นปากหนุมานแต่ละชั้นจะมีจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า ซุ้มประตูวัดมีเต่ายักษ์ 2
   ตัว ดูคล้ายศิลปะทางขอมและอินเดีย

   







การเดินทาง ตามเส้นทางร้อยเอ็ด-ธวัชบุรี-เสลภูมิ (ทางหลวงหมายเลข 23) กิโลเมตรที่ 139-140 เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 7 กิโลเมตร ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดประมาณ 18 กิโลเมตร


 

วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม               ร้อยเอ็ด

   พระมหาเจดีย์ชัยมงคลนั้นได้เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2528 มีเนื้อที่ 2,500 ไร่ โดยมีพระเทพวิสุทธิ
   มงคล หรือหลวงปู่ศรีมหาวีโร ซึ่งเป็นศิษย์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์ใหญ่สาย
   วิปัสสนากรรมฐานเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการฝึกอบรม
   ในด้านการบำเพ็ญปฏิบัติสมถวิปัสสนากรรมฐานแก่พระภิกษุสงฆ์และพุทธศาสนิกชน โดยการ
   ปฏิบัติจริงบนสถานที่จริงในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้









 

วัดสระทอง          ร้อยเอ็ด

   ตั้งอยู่ในตัวเมือง ถนนหายโศรก เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระสังกัจจายน์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่
   ชาวร้อยเอ็ดเคารพสักการะสร้างในสมัยใดไม่ปรากฏ เมื่อปี พ.ศ. 2325 พระยาขัติยะวงษา
   (ทน)เจ้าเมืองร้อยเอ็ดคนแรก ได้พบพระองค์นี้เห็นว่ามีความเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์มาก จึงได้นำมา
   ประดิษฐานที่วัดสระทองและยกให้เป็นพระคู่บ้านคู่เมือง ในอดีตข้าราชการทุกคนต้องมาสาบาน
   ตนต่อหน้าหลวงพ่อว่าจะซื่อสัตย์ต่อบ้านเมืองเป็นประจำทุกปี









 

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด              ร้อยเอ็ด

   ตั้งอยู่ใกล้กับบึงพลาญชัย มีลักษณะเป็นอาคาร 2อาคารเชื่อมต่อกัน อาคารแรกประกอบด้วย
   ห้องโถง ห้องบรรยาย ห้องนิทรรศการ สำนักงาน ห้องจำหน่ายบัตรและของที่ระลึก ส่วนอาคารที่
   2 เป็นส่วนแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ประกอบด้วยตู้ปลาน้ำจืดขนาดเล็ก จำนวน 24 ตู้ และตู้ปลาขนาด
   ใหญ่ 8x 16 เมตร บรรจุน้ำจืด 400 ลูกบาศก์เมตร มีระบบบำบัดแบบกรองชีวภาพ (BIO
   FILLER)จำนวน 1ตู้ จุดเด่นของอาคารนี้ได้แก่ อุโมงค์ลอดใต้ตู้ปลาขนาดใหญ่ สามารถชมความ
   เคลื่อนไหวของสัตว์น้ำได้รอบทิศทาง

   เปิดให้เข้าชมทุกวันเว้นวันจันทร์-อังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30 - 16.30 น.

   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 4351 1286


 

 

สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดี            ร้อยเอ็ด

   เป็นโครงการสวนพฤกษศาสตร์ในวรรณคดีประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ในบริเวณป่า
   สงวนแห่งชาติดงมะอี่ ตำบลผาน้ำย้อย ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 85 กิโลเมตร มีเนื้อที่
   ประมาณ 1,000 ไร่ เป็นเนื้อที่สำหรับปลูกต้นไม้แบ่งตามวรรณคดี เช่น เรื่องพระเวสสันดร ขุนช้าง
   ขุนแผน ลิลิตพระลอ ลิลิตตะเลงพ่าย ลานพุทธประวัติ ฯลฯ

   นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรแยกตามสรรพคุณ บริเวณสวนมีสภาพภูมิประเทศสวยงาม







 

สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด              ร้อยเอ็ด

   เป็นสวนสาธารณะกลางเมือง อยู่หน้าศาลากลางจังหวัด เปิดเมื่อปี พ.ศ. 2529 มีเนื้อที่ประมาณ
   225 ไร่ ตกแต่งบริเวณด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ และต้นไม้น้อยใหญ่เพื่อให้ความร่มรื่น จุด
   เด่นของสวนแห่งนี้อยู่ที่น้ำพุบริเวณใจกลางสวน มีหอนาฬิกากลางเมืองสวยเด่นเป็นสง่าแก่เมือง
   ร้อยเอ็ด มีอาคารอ่านหนังสือไว้สำหรับบริการประชาชน สถานที่แห่งนี้ใช้เป็นสถานที่จัดงาน
   เทศกาล และพิธีการต่าง ๆ ของจังหวัด









 

สวนสาธารณะพุทธประวัติเวสสันดรชาดก                 ร้อยเอ็ด

   ตั้งอยู่บ้านน้อยหัวฝาย หมู่ที่ 8 ตำบลรอบเมือง สร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว สถานที่พักผ่อน
   และออกกำลังกายของประชาชน พื้นที่สวนล้อมรอบด้วยบึงขนาดใหญ่ ประกอบด้วยรูปปั้นที่สวย
   งามของพระเวสสันดรชาดกทั้ง 13 กัณฑ์ สามารถนำรถยนต์วิ่งรอบ ๆ บริเวณได้











 

สิมวัดจักรวาลภูมิพินิจ (วัดหนองหมื่นถ่าน)                   ร้อยเอ็ด

   ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านหนองหมื่นถ่าน ตำบลหนองหมื่นถ่าน สิมวัดจักรวาฬภูมิพินิจ มีลักษณะทาง
   ศิลปกรรมแบบพื้นเมืองอีสาน ประเภทสิมทึบ หน้าบันหรือรังผึ้งมีลวดลายแกะสลักไม้ หลังคาทำ
   จากกระเบื้องไม้ ภายนอกมี ฮูปแต้ม เป็นภาพพุทธประวัติตอนมารผจญ ภาพขุมนรก และภาพพระ
   พุทธองค์ขณะปลงพระเกศามีพระอินทร์มารับนำไปประดิษฐานยังเจดีย์จุฬามณี ภายในโบสถ์มี
   ภาพวรรณคดีพื้นเมืองเรื่องสังข์ศิลป์ชัย สันนิษฐานว่ามีอายุในราวสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

   






การเดินทาง จากอำเภอเมือง เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 2043 ถึงอำเภออาจสามารถเดินทางต่อไปอีก 10 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวเข้าทางบ้านหนองหมื่นถ่าน 2 กิโลเมตร

 

อนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน)                 ร้อยเอ็ด

   อนุสาวรีย์พระขัติยะวงษา (ทน) ตั้งอยู่กลางวงเวียนห้าแยกสายน้ำผึ้งใกล้วิทยาลัยนาฏศิลป์
   ร้อยเอ็ด พระขัติยะวงษา (ทน) เป็นบุตรท้าวจารย์แก้ว ได้รับการสถาปนาเป็นเจ้าเมืองร้อยเอ็ดคน
   แรก เมื่อ พ.ศ. 2318 ในรัชสมัยพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นผู้นำในการสร้างบ้านแปงเมือง โดย
   อพยพผู้คนจากเมืองท่งมาตั้งรกรากที่เมืองกุ่มร้าง หรือเมืองร้อยเอ็ด ถือได้ว่าท่านเป็นผู้มีความ
   สามารถในการปกครอง ได้รวบรวมผู้คนบูรณะฟื้นฟูและทะนุบำรุงเมืองร้อยเอ็ดจนเป็นปึกแผ่น
   เจริญรุ่งเรืองในที่สุด








 

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์                    ร้อยเอ็ด

   ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 151,242ไร่โดยสภาพพื้นที่จะเป็นเทือกเขาหินทรายสูงชันและสลับซับ
   ซ้อน ประกอบด้วยป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่าที่พบ
   ในพื้นที่ป่าแห่งนี้ ได้แก่ หมูป่า เก้ง สุนัขจิ้งจอก ลิง กระรอก กระแต เป็นต้น จุดท่องเที่ยวที่น่า
   สนใจในบริเวณเขตห้ามล่าฯ คือ ผาภูไท เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น และผาหมอกมิวาย เป็นจุดชม
   พระอาทิตย์ตก

   นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ 2 เส้นทาง ระยะทาง 2 กิโลเมตร และ 3 กิโลเมตร นัก
   ท่องเที่ยวสามารถเดินเองได้ บริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ มีบริการบ้านพักและสถาน
   ที่สำหรับกางเต็นท์ หากต้องการเข้าพักเป็นหมู่คณะ และต้องการเจ้าหน้าที่นำทางต้องทำ
   หนังสือติดต่อล่วงหน้าถึงหัวหน้าสวนพฤกษศาสตร์และวรรณคดีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

   เขตห้ามล่าสัตว์ป่าผาน้ำทิพย์ ตู้ ปณ.1ตำบลบึงงาม อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด 45210ผา
   หมอกมิวาย อยู่ภายในบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าผาน้ำทิพย์ เป็นจุดที่มองเห็นวิวทิวทัศน์ธรรมชาติอันสวยงาม และมีหมอกปกคลุมตลอดทั้งปี เนื่องจากมีความอุดมสมบูรณ์ และความชื้นสูงจึงทำให้บริเวณดังกล่าวมีความร่มรื่น เหมาะสำหรับผู้ที่นิยมท่องเที่ยวแบบเดินป่าศึกษาธรรมชาติ

การเดินทาง จากกรุงเทพฯ ถึงขอนแก่น ใช้ทางหลวงหมายเลข 2จากขอนแก่น-หนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด ใช้ทางหลวงหมายเลข 209และ 2116จากอำเภอหนองพอกถึงบ้านท่าสะอาด ระยะทาง 9กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายจากบ้านท่าสะอาดถึงสำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าผาน้ำทิพย์ 13 กิโลเมตร

 

แหลมพยอม              ร้อยเอ็ด

   เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ อยู่บริเวณทิศตะวันออกของบึงโพนทอง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำกว้างใหญ่
   มีเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอโพนทองไปทางทิศตะวันออก (ถนนสาย
   อำเภอโพนทอง-อำเภอหนองพอก) ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร










 

การเดินทางไปจังหวัดร้อยเอ็ด

 

รถยนต์:

                จากกรุงเทพฯ ไปลงที่จังหวัดขอนแก่น แล้วต่อรถยนต์โดยสารเข้าจังหวัดร้อยเอ็ด ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง

มีรถไฟออกจากสถานีหัวลำโพงไปขอนแก่นทุกวัน สอบถามรายละเอียดได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร.1690 เว็บไซต์ www.railway.co.th

 

รถประจำทาง:

จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านสระบุรี นครราชสีมา แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 23 ผ่านมหาสารคาม จนถึงจังหวัดร้อยเอ็ด รวมระยะทาง 512 กิโลเมตร

 

รถไฟ:

                จากกรุงเทพฯ ไปลงที่จังหวัดขอนแก่น แล้วต่อรถยนต์โดยสารเข้าจังหวัดร้อยเอ็ด ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง

มีรถไฟออกจากสถานีหัวลำโพงไปขอนแก่นทุกวัน สอบถามรายละเอียดได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร.1690 เว็บไซต์ www.railway.co.th

 

เครื่องบิน :

                สายการบินโซล่าร์แอร์ให้บริการเที่ยวบินกรุงเทพฯ-ร้อยเอ็ด สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 2535 2455-6 เว็บไซต์ www.solarair.co.th

 

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในจังหวัดร้อยเอ็ด

 

ตำรวจทางหลวง ส.ทล. กก.6 จ.ร้อยเอ็ด  โทร. (043) 569091

ททท.สนง.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 3 จ.ขอนแก่น  โทร. (043) 244498-9

ไปรษณีย์จังหวัด  โทร. (043) 511306

สถานีขนส่งจังหวัด  โทร. (043) 511466

สถานีตำรวจภูธร อ.เมือง  โทร. (043) 511766

โรงพยาบาลเกษตรวิสัย   โทร. (043) 589073-4

โรงพยาบาลจตุรพักตร์พิมาน  โทร. (043) 561073-4

โรงพยาบาลธวัชบุรี   โทร. (043) 514294

โรงพยาบาลปทุมรัตน์  โทร. (043) 587073-4

โรงพยาบาลพนมไพร  โทร. (043) 591321

โรงพยาบาลโพธิ์ชัย  โทร. (043) 567073-4

โรงพยาบาลโพนทราย  โทร. (043) 595073-4

โรงพยาบาลโพนทอง  โทร. (043) 571321

โรงพยาบาลเมยวดี   โทร. (043) 577073-4

โรงพยาบาลเมืองสรวง   โทร. (043) 597074-5

โรงพยาบาลร้อยเอ็ด  โทร. (043) 511754, 511205

โรงพยาบาลสุวรรณภูมิ  โทร. (043) 581323

โรงพยาบาลเสลภูมิ  โทร. (043) 551322

โรงพยาบาลหนองพอก  โทร. (043) 579073-4

โรงพยาบาลอาจสามารถ   โทร. (043) 599073-4

 

อขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พื้นที่ขอนแก่น, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, กาฬสินธุ์

@ ค้นหาที่พัก รีสอร์ท โรงแรม และร้านอาหาร ทั่วประเทศที่  http://www.resortdd.com/


      20 ก.ย. 2555   เวลา :    14:40   จำนวนผู้อ่าน :    7642   

 
ร้านอาหารแนะนำ