resort, รีสอร์ท, ที่พัก
 
 
 
 
 
 
 


ที่พักภาคเหนือ
เชียงราย
เชียงใหม่
กำแพงเพชร
ตาก
นครสวรรค์
น่าน
พะเยา
พิจิตร
พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
แพร่
แม่ฮ่องสอน
ลำปาง
ลำพูน
สุโขทัย
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กาฬสินธุ์
ขอนแก่น
ชัยภูมิ
นครพนม
นครราชสีมา
บุรีรัมย์
บึงกาฬ
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุบลราชธานี


ที่พักภาคกลาง
กรุงเทพมหานคร
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นนทบุรี
ปทุมธานี
ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
เพชรบุรี
ราชบุรี
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สระแก้ว
สระบุรี
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
อยุธยา
อ่างทอง


ที่พักภาคตะวันออก
ชลบุรี, พัทยา
ระยอง
จันทบุรี
ตราด


ที่พักภาคใต้
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา
พัทลุง
ภูเก็ต
ยะลา
ระนอง
สงขลา
สตูล
สุราษฎร์ธานี

Link เพื่อนบ้าน
หอพัก
หอพัก
ห้องพัก





โอนิซึกะ, onitsuka, onitsuka tiger
Bangkok Dating, Thailand Matchmaker, Thailand Dating, Bangkok Matchmaker, dating bangkok, dating thailand, thai dating, online dating, single thai girls, thai women, dating service, speed dating, บริการหาคู่, บริษัทจัดหาคู่, หาคู่, หาแฟน, หาเพื่อน, จัดหาคู่, จับคู่, แม่สื่อ, ธุรกิจหาคู่
ถุงจัมโบ้, พาเลท

แนะนำรีสอร์ท, ห้องพัก, ที่พัก, บ้านพัก สำหรับพักผ่อนยามท่องเที่ยว


ResortDD.com จังหวัดหนองคาย (Nongkhai ) ที่พักจังหวัดหนองคาย โรงแรมจังหวัดหนองคาย รีสอร์ทจังหวัดหนองคาย เกสเฮ้าส์จังหวัดหนองคาย สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย ท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย ศูนย์รวมรีสอร์ทจังหวัดหนองคาย แหล่งรวมที่พักจังหวัดหนองคาย Thailand Nongkhai Hotel Resort Guesthouse

วีรกรรมปราบฮ่อ หลวงพ่อพระใส สะพานไทย – ลาว

 

                จังหวัดหนองคายเป็นจังหวัดชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขงที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะเป็นประตูสู่เมืองเวียงจันทน์ เมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นที่ตั้งของสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งแรก ที่เชื่อมโยงประเทศไทย-ลาวเข้าด้วยกัน ทำให้หนองคายในวันนี้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญเมืองหนึ่ง โดยเฉพาะเป็นจุดชมบั้งไฟพญานาคในวันออกพรรษาที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกและด้วยความที่เป็นเมืองสงบเงียบ เรียบง่าย เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งศาสนา วัฒนธรรมประเพณี และวิถีชีวิตพื้นบ้าน ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัวและมีเสน่ห์ ทั้งยังอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ หลากหลายไปด้วยอาหารการกินและสินค้านานาชนิด มีโรงแรมที่พักมากมาย และการคมนาคมสะดวกสบาย เมืองริมโขงแห่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่นักเดินทางไม่ควรพลาดมาเยี่ยมเยือน

                จังหวัดหนองคายมีเนื้อที่ประมาณ 7,332 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 4.58 ล้านไร่ เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 27 ของประเทศ และมีพื้นที่ติดแม่น้ำโขงมากที่สุดเป็นระยะทาง 320 กิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นที่ราบสูง มีพื้นที่เป็นคลื่นลอนชันและป่าธรรมชาติอยู่บ้าง และมีพื้นที่ราบบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ส่วนทางทิศตะวันตกบริเวณเทือกเขาต่างๆ เป็นภูเขาสูงชันจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์เมืองหนองคายเริ่มขึ้นเมื่อกว่า 200 ปีมาแล้ว จากชุมชนเมืองเล็กๆ 4 เมืองริมฝั่งแม่น้ำโขง คือ เมืองพรานพร้าว เมืองเวียงคุก เมืองปะโค และเมืองไผ่ (บ้านบึงค่าย) ซึ่งปัจจุบันยังพบซากโบราณสถานของเมืองต่างๆ เหล่านี้ได้ตามวัดต่างๆ บนเส้นทางเลียบริมแม่น้ำโขงสายท่าบ่อ-ศรีเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2369 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เจ้าอนุวงศ์ผู้ครองนครเวียงจันทน์ได้ตั้งตนเป็นกบฏ ไม่ยอมขึ้นกับไทย และได้ยกทัพมากวาดต้อนผู้คนในเขตแดนไทยกลับไปเป็นเชลย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาราชเทวียกทัพไปตีเมืองเวียงจันทน์ โดยมีท้าวสุวอธรรมา (บุญมา) เจ้าเมืองยโสธร และพระยาเชียงสา เป็นกำลังสำคัญในการช่วยทำศึกปราบกบฏจนได้รับชัยชนะ และสามารถจับกุมตัวเจ้าอนุวงศ์ลงมายังกรุงเทพฯ ได้สำเร็จต่อมาใน พ.ศ. 2370 รัชกาลที่ 3 จึงพระราชทานบำเหน็จให้ท้าวสุวอธรรมาสร้างเมืองขึ้นที่บ้านไผ่ เรียกชื่อว่า “เมืองหนองคาย” ตามชื่อของหนองน้ำใหญ่ทางทิศตะวันตกของเมือง และโปรดเกล้าฯ ให้ท้าวสุวอธรรมาขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองคนแรกของเมืองหนองคายใน พ.ศ. 2434 เมืองหนองคายได้เป็นสถานที่ตั้งของมณฑลลาวพวน และใน พ.ศ. 2436 เมื่อไทยเสียดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงให้กับฝรั่งเศส จึงได้มีการย้ายที่ทำการมณฑลไปตั้งที่บ้านหมากแข้ง ต่อมาในปี พ.ศ. 2443 ได้จัดตั้งมณฑลอุดรขึ้นที่บ้านหมากแข้ง เมืองหนองคายจึงมีฐานะเป็นเมืองหนึ่งของมณฑลอุดรจนถึงปี พ.ศ. 2476 ได้มีการยกเลิกการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล เมืองหนองคายจึงได้แยกตัวออกมาจากมณฑลอุดร และมีฐานะเป็น “จังหวัดหนองคาย” นับแต่นั้นมาปัจจุบัน

                จังหวัดหนองคายอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ  615  กิโลเมตร  แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ 4 กิ่งอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองหนองคาย อำเภอท่าบ่อ อำเภอบึงกาฬ อำเภอพรเจริญ อำเภอโพนพิสัย อำเภอโซ่พิสัย อำเภอศรีเชียงใหม่ อำเภอสังคม อำเภอเซกา อำเภอปากคาด อำเภอบึงโขงหลง อำเภอศรีวิไล อำเภอบุ่งคล้า กิ่งอำเภอสระใคร กิ่งอำเภอเฝ้าไร่ กิ่งอำเภอรัตนวาปี และกิ่งอำเภอโพธิ์ตาก

 

 

สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่น

 

ตลาดท่าเสด็จ                      หนองคาย

   ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ในเขตเทศบาลเมือง เป็นแหล่งรวมสินค้าที่ในแถบอินโดจีนและยุโรปตะวัน
   ออกมีทั้งผลิตภัณฑ์อาหารแห้ง อาหารแปรรูป และข้าวของเครื่องใช้ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า
   นาฬิกา เครื่องครัว

   เปิดจำหน่ายทุกวันเวลา 07.00-18.30 น. มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้
   ความสนใจเดินทางมาเที่ยวชมและเลือกซื้อสินค้ามากมาย นอกจากนี้ท่าเสด็จยังเป็นด่าน
   สำหรับคนท้องถิ่นข้ามไปยังฝั่งลาว ส่วนนักท่องเที่ยวทั่วไปต้องใช้ด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว






 

ตลาดลาว                   หนองคาย

   เป็นตลาดนัดของบึงกาฬมีเฉพาะวันอังคารและวันศุกร์ ที่เรียกว่าตลาดลาวเนื่องจากมีแม่ค้าจาก
   ฝั่งลาวนำของมาขายจำนวนมาก ทั้งพืชผัก อาหารแห้ง อาหารสดต่าง ๆ











 

น้ำตกธารทอง               หนองคาย

   อยู่ในเขตบ้านผาตั้ง หมู่ที่ 1 ตำบลผาตั้ง น้ำตกธารทองมีลักษณะเป็นธารน้ำไหลไปตามลานหิน
   มีแอ่งน้ำให้เล่นน้ำได้ ก่อนจะลดระดับเกิดเป็นชั้นน้ำตกเล็ก ๆ เป็นระยะลดหลั่นกันไปประมาณ 30
   เมตรและไหลลงสู่ลำน้ำโขงในที่สุด ช่วงเวลาที่มีน้ำมากเหมาะแก่การมาเที่ยวชม คือระหว่าง
   เดือนมิถุนายน-ตุลาคม บริเวณโดยรอบเป็นสวนรุกขชาติมีป่าไม้ขึ้นอยู่หนาแน่น

  








การเดินทาง  ใช้เส้นทางหนองคาย-ศรีเชียงใหม่-สังคม (ทางหลวงหมายเลข 211) ผ่านบ้านไทยเจริญ แล้วต่อไปบ้านผาตั้ง (ทางหลวงหมายเลข 2186) บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 74 ก่อนถึงตัวอำเภอประมาณ 11 กิโลเมตร น้ำตกธารทองจะอยู่ริมทางด้านขวามือ ส่วนด้านซ้ายมือของถนนเป็นบริเวณลานจอดรถ

 

น้ำตกธารทิพย์                หนองคาย

   เป็นน้ำตกที่สูงและสวยงามท่ามกลางป่าเขียวขจี แบ่งออกเป็น 3 ชั้น ด้านล่างเป็นน้ำตกชั้นแรก
   สูงประมาณ 30 เมตร ไหลจากหน้าผาเป็นสายยาวสีขาวสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ชั้นที่ 2 สูงประมาณ
   100 เมตร ต้องปีนขึ้นไปตามเส้นทางที่ทำไว้ และชั้นที่ 3 สูงประมาณ 70 เมตร มีน้ำไหลอยู่
   ตลอดปี และจะมีน้ำมากในฤดูฝน








 

การเดินทาง  ไปตามทางหลวงหมายเลข 211 ถึงบริเวณกิโลเมตรที่ 97-98 มีป้ายบอกทางเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร (ห่างจากอำเภอสังคมไปประมาณ 9 กิโลเมตร) เมื่อถึงลานจอดรถเดินเท้าไปอีก 100 เมตร

 

น้ำตกวังน้ำมอก                   หนองคาย

   อำเภอสังคมประมาณ 28 กิโลเมตร ก่อนถึงวัดหินหมากเป้ง 20 เมตร  จะมีทางแยกซ้ายเข้าสู่
   บ้านวังน้ำมอก ระยะทางจากทางแยกเข้าสู่น้ำตกประมาณ 7 กิโลเมตร รถยนต์สามารถเข้าถึงตัว
   น้ำตกได้โดยไม่ต้องเดินเท้า บริเวณน้ำตกมีแนวสันภูเป็นผาหินลักษณะแปลกตา มีธารน้ำไหลลด
   หลั่นกันไป ตอนล่างเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่และลานหิน สามารถลงเล่นน้ำได้ ช่วงเวลาที่มีน้ำ
   ได้แก่ เดือนมิถุนายน- ตุลาคม เป็นช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวที่สุด

   นักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวสามารถพักค้างคืนแบบโฮมสเตย์และเที่ยวเดินป่า รวมทั้งยังร่วมพิธี
   บายศรีสู่ขวัญ และซุมข้าวข้าวแลง (กินข้าวเย็นด้วยกัน) ซึ่งเป็นประเพณีของชาวบ้านวังน้ำมอ
   กในการต้อนรับคนแปลกถิ่นที่มาเยือน จึงสร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือนเป็นอย่างดี อาหาร
   พื้นบ้านที่ท่านจะได้ลิ้มรส ได้แก่ แกงหน่อไม้ ตำสับปะรด ปลาทอดสมุนไพรกรอบ ฯลฯ

   สนใจการท่องเที่ยวบ้านวังน้ำมอกไปจนถึงการเที่ยวป่า ติดต่อคุณติณณภพ โทร. 08 6232  
   5300

 

บึงโขงหลง                    หนองคาย

   บึงโขงหลง  เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาตินิเวศ และแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ มีเนื้อที่
   ประมาณ 8,064 ไร่ เมื่อปี พ.ศ 2520 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้กรมชล
    ประทานพิจารณาโครงการเก็บกักน้ำเพื่อการเกษตรในฤดูแล้ง

    ดำเนินแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2523 และได้ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง เมื่อปี พ.ศ.
   2525 บึงโขงหลงได้ขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับนานาชาติอันดับที่ 1,098 ของโลก
   (Wetland of International Importance) ในปี พ.ศ. 2544 มีพื้นที่กว่า 22 ตารางกิโลเมตร ยาว
   13 กิโลเมตร กว้าง 2 กิโลเมตร เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ และพืชน้ำนานาชาติ เช่น นกน้ำกว่า
   100 ชนิดที่หาดูได้ยาก มีปลาชนิดที่หาดูได้ยาก คือ ปลาบู่แคระ




 

พระธาตุบังพวน                 หนองคาย

   ตั้งอยู่ในวัดพระธาตุบังพวน บ้านดอนหมู ตำบลพระธาตุบังพวน พระธาตุบังพวนเป็นเจดีย์เก่าแก่
   บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ   เป็นที่เคารพสักการะของชาวหนองคายมาช้านาน ตัวองค์พระธาตุเดิม
   สร้างด้วยอิฐเผา ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบท้องถิ่น เป็นสถูปแบบอินเดียรุ่นเดียวกับองค์พระ
   ปฐมเจดีย์ ต่อมาได้พังทลายลงเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2513 เนื่องจากฐานทรุด เจดีย์องค์
   ปัจจุบันได้รับการบูรณะขึ้นใหม่โดยกรมศิลปากร เป็นรูปปรางค์สี่เหลี่ยมต่อกันเป็นบัวปากระฆัง 
   มีฐานทักษิณ 5 ชั้น กว้าง 17.20 เมตร ชั้นที่ 6 เป็นรูประฆังคว่ำ ชั้นที่ 7 เป็นรูปดาวปลี เหนือขึ้น
   ไปเป็นที่ตั้งฉัตร สูงจากพื้นดิน 34.25 เมตร

   ชาวหนองคายจัดงานนมัสการพระธาตุในวันขึ้น 11 ค่ำ เดือนยี่ ของทุกปี ภายในบริเวณวัดมี
   โบราณสถานอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง ได้แก่ สัตตมหาสถาน หรือ สถานที่สำคัญ 7 แห่งใน
   พุทธประวัติหลังจากที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้แล้วและได้เสด็จประทับเสวยวิมุติ
   สุขแห่งละ 7 วัน และสระปัพพฬนาค หรือสระพญานาค  ซึ่งในสมัยโบราณเมื่อมีการแต่งตั้งเจ้า
   เมือง ก็จะนำน้ำจากสระนี้ไปสรงเพื่อเป็นสิริมงคล

การเดินทาง  พระธาตุบังพวนอยู่ห่างจากตัวเมือง 23 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 2 (หนองคาย-อุดรธานี) ประมาณ 11 กิโลเมตร แล้วแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 211 ทางไปท่าบ่อ ถึงกิโลเมตรที่ 10 วัดอยู่ด้านขวามือ

 

พระธาตุหนองคาย หรือ พระธาตุกลางน้ำ                หนองคาย

   เป็นพระธาตุที่หักพังอยู่กลางลำน้ำโขง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุฝ่าพระบาทเก้าพระองค์ตาม
   ตำนานอุรังคธาตุ (พระพนม) จากการสำรวจใต้น้ำของหน่วยโบราณคดีภาค 7 พบว่าองค์พระธาตุมี
   ฐานกว้างด้านละ 17.2 เมตร ย่อมุมที่ฐาน และมีความสูงประมาณ 28.5 เมตร หักออกเป็น 3 ท่อน
   สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างในราวพุทธศตวรรษที่ 20–22

   เนื่องจากมีรูปร่างคล้ายพระธาตุบังพวนมากที่สุด หนังสือประชุมพงศาวดารภาค 70 บันทึกไว้ว่า
   “พระธาตุเมืองหนองคายได้เพ (พัง) เมื่อวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ปีพุทธศักราช 2390” และตลิ่งได้ถูก
   น้ำเซาะจนมองเห็นพระธาตุอยู่เกือบกึ่งกลางลำน้ำโขงในปัจจุบัน





 

ภูทอก                หนองคาย

   ภูทอกในภาษาอีสานแปลว่า ภูเขาที่โดดเดี่ยว อยู่ในเขตบ้านคำแคน ตำบลนาสะแบง เป็นภูเขา
  หินทรายโดดเด่นมองเห็นได้แต่ไกล ประกอบด้วย ภูทอกใหญ่ และภูทอกน้อย  แต่ก่อนบริเวณนี้
   เคยเป็นป่าทึบ มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่มากมาย พระอาจารย์จวน  กุลเชฏโฐ ได้เริ่มเข้ามาจัดตั้งเป็น
   แหล่งบำเพ็ญเพียร เพื่อให้พุทธศาสนิกชนปฏิบัติธรรม เนื่องจากเป็นสถานที่เงียบสงบ

   ภูทอกน้อยเป็นที่ตั้งของวัดเจติยาคีรีวิหาร (วัดภูทอก) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการเดินเท้าขึ้นสู่ยอดภู
   ทอก โดยต้องเดินไปตามสะพานไม้เวียนวนรอบเขาสูงชันจนถึงยอด สะพานไม้สร้างขึ้นด้วยแรง
   ศรัทธาจากเหล่าพระ เณร และชาวบ้าน เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2512 ใช้เวลาในการก่อสร้างนาน
   ถึง5 ปี บันไดที่ทอดขึ้นสู่ยอดภูทอกนี้เปรียบเสมือนเส้นทางธรรมที่น้อมนำสัตบุรุษให้พ้นโลกแห่ง
   โลกียะสู่โลกแห่งโลกุตระหรือโลกแห่งการหลุดพ้นด้วยความเพียรพยายามและมุ่งมั่น ภูทอกยังคง
   เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและปฏิบัติศาสนกิจของชุมชน ดังนั้นผู้ที่มาเยือนสถานที่แห่งนี้ควรอยู่ใน
   ความสงบและเคารพสถานที่ บันไดขึ้นภูทอกแบ่งออกเป็น 7  ชั้น แตกต่างกันดังนี้

ชั้นที่ 1-2 เป็นบันไดสู่ชั้นที่ 3 ซึ่งเริ่มเป็นสะพานเวียนรอบเขา สภาพเป็นป่าเขามืดครึ้ม มีโขดหิน ลานหิน สุดทางชั้นที่ 3 มีทางแยกสองทาง ทางซ้ายมือเป็นทางลัดไปสู่ชั้นที่ 5 ได้เลย ซึ่งเป็นทางชันมาก ผ่านหลืบหินที่มีลักษณะเหมือนอุโมงค์ ทางขวามือเป็นทางขึ้นสู่ชั้นที่ 4

ชั้นที่ 4 เป็นสะพานลอยไต่เวียนรอบเขา มองไปเบื้องล่างจะเห็นเนินเขาเตี้ย ๆ สลับกัน เรียกว่า “ดงชมพู” ทิศตะวันออกจดกับภูลังกา เขตอำเภอเซกา ซึ่งมีสภาพเป็นป่าดงดิบ บนชั้นที่ 4 นี้ จะเป็นที่พักของแม่ชี รอบชั้นมีระยะทางประมาณ 400 เมตร มีที่พักผ่อนระหว่างทางเป็นระยะ ๆ

ชั้นที่ 5  มีศาลาและกุฏิที่อาศัยของพระ ตามช่องทางเดินจะมีถ้ำอยู่หลายถ้ำ ตลอดเส้นทางสู่ชั้นที่ 6 มีที่พักเป็นลานกว้างหลายแห่ง มีหน้าผาชื่อต่าง ๆ กัน เช่น ผาเทพนิมิตร ผาหัวช้าง ผาเทพสถิต เป็นต้น ถ้ามาทางด้านเหนือจะเห็นสะพานหินธรรมชาติทอดสู่พระวิหาร อันเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ด้วย มองออกไปจะเห็นแนวของภูทอกใหญ่อย่างชัดเจน ผู้คนส่วนใหญ่มักหยุดการเดินทางเพียงแค่นี้ เพราะจากชั้นที่ 6 สู่ชั้นที่ 7 เป็นสะพานไม้เวียนรอบเขายาว 400 เมตร เกาะติดอยู่ริมหน้าผาสูงชันดูน่าหวาดเสียวอันตราย มีความยาว 400 เมตร สุดทางที่ชั้น 7 เป็นป่าไม้ร่มครึ้ม

การเดินทาง อยู่ห่างจากตัวเมืองหนองคายประมาณ 185 กิโลเมตร จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 212 ผ่านอำเภอโพธิ์ชัย อำเภอปากคาด และอำเภอบึงกาฬ แล้วเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 222 ถึงอำเภอศรีวิไล จากอำเภอศรีวิไลมีทางแยกซ้ายผ่านบ้านนาสิงห์ บ้านสันทรายงาม สู่บ้านนาคำแคน ถึงภูทอกเป็นระยะทางอีก 30 กิโลเมตร

 

วัดถ้ำศรีมงคล (วัดถ้ำดินเพียง)                  หนองคาย

   มีสถานที่สำคัญซึ่งเป็นที่มาของชื่อวัด ถ้ำดินเพียง มาหลายคนได้เล่าขานกันมาว่า เป็นถ้ำที่พระ
   ธุดงค์ประเทศลาวเดินทางข้ามมาโดยไม่ได้ผ่านมาทางเรือแต่เป็นการเดินทางผ่านถ้ำนี้ ซึ่งผู้ที่จะ
   เห็นเส้นทางภายในถ้ำต้องเป็นผู้บำเพ็ญศีลภาวนา หรือเป็นพระอภิญญา ลักษณะถ้ำดินเพียงนี้
   คล้ายเมืองบาดาลของพญานาคตามความเชื่อของชาวบ้าน ภายในถ้ำจะมีความชื้น และมีน้ำไหล
   ตลอดปี มีก้อนหินเป็นแท่งตั้งวางอย่างจงใจ บางก้อนเป็นโลงศพ มีส่วนเว้าโค้งของหินภายในถ้ำ
   ที่สวยงาม การเดินทางเข้าถ้ำควรมีผู้นำทางเพราะถ้าไปเองอาจทำให้หลงทางและเป็นอันตราย
  ได้

  




การเดินทาง จากจังหวัดหนองคายไปตามทางหลวงหมายเลข 211 เรียบแม่น้ำโขง ระยะทางประมาณ 96 กิโลเมตร ถึงบ้านดงต้อง ตำบลผาตั้ง จะมีป้ายทางซ้ายมือบอกเส้นทางไปวัดถ้ำศรีมงคล 14 กิโลเมตร

 

วัดผาตากเสื้อ                 หนองคาย

   เป็นวัดที่มีทิวทัศน์สวยงามมาก มองจากบนผาลงมาเห็นความเป็นอยู่ของชาวไทยและลาว ภาย
   ในวัดมีธรรมชาติที่สมบูรณ์ สามารถเดินเลาะตามหน้าผาเพื่อชมธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงาม
   ได้

   








การเดินทาง จากจังหวัดหนองคายไปตามทางหลวงหมายเลข 211 เรียบแม่น้ำโขง ระยะทางประมาณ 96 กิโลเมตร ถึงบ้านดงต้อง ตำบลผาตั้ง จะมีป้ายทางซ้ายมือบอกเส้นทางไปวัดผาตากเสื้อ 7 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางมาโดยรถประจำทาง บขส. (หนองคาย-เลย)ผ่านอำเภอสังคมใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 06.00- 16.00 น. และต่อรถสองแถวซึ่งออกวันละ 1 เที่ยวเท่านั้น เพื่อเข้าไปชมวัดถ้ำดินเพียง และวัดผาตากเสื้อ

นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลผาตั้ง โทร. 0 4290 1013

 

วัดสว่างอารมณ์                     หนองคาย

   ตั้งอยู่บริเวณลานหินเนินเขา ร่มรื่นด้วยต้นไม้และลำธารเล็ก ๆ ไหลผ่าน บริเวณใต้โขดหินใหญ่
   ประดิษฐานพระนอนให้ผู้คนสักการะบูชา บนโขดหินมีอุโบสถ ทรงระฆังคว่ำ หากขึ้นไปถึงด้านบน
   สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ไกลจนถึงฝั่งลาว

   









การเดินทาง จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 212   ถึงอำเภอปากคาด มีทางแยกขวาเข้าวัดไปอีก 500 เมตร

 

วัดหินหมากเป้ง                    หนองคาย

   ตั้งอยู่ที่บ้านไทยเจริญ ตำบลพระพุทธบาท บริเวณวัดมีพื้นที่กว้างขวาง ร่มรื่นด้วยพรรณไม้
   สะอาด เรียบร้อยและเงียบสงบ พื้นที่ด้านหนึ่งติดกับลำน้ำโขงซึ่งมองเห็นทัศนียภาพสวยงาม   
   แต่เดิมเคยเป็นที่ปฏิบัติธรรมของหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี เกจิอาจารย์ชื่อดังของภาคอีสาน ซึ่งเป็น
   ผู้ริเริ่มจัดตั้งให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของภิกษุสงฆ์ แม่ชี และผู้แสวงบุญทั้งหลาย หลังจาก
   ท่านมรณภาพ มีการก่อสร้างเจดีย์ เพื่อบรรจุอัฐิของท่าน  ภายในมีรูปปั้นของหลวงปู่เทสก์ พร้อม
   จัดแสดงเครื่องอัฐบริขารและชีวประวัติของท่านอีกด้วย

   






การเดินทาง วัดหินหมากเป้งอยู่ห่างจากตัวเมือง 75 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 211 (หนองคาย-ศรีเชียงใหม่) ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 2186 วัดจะอยู่ทางด้านขวามือ

 

วัดอรัญบรรพต พระสุธรรมเจดีย์                  หนองคาย

   ตั้งอยู่ริมถนนสายศรีเชียงใหม่-สังคม ตำบลบ้านหม้อ  เป็นทั้งพิพิธภัณฑ์และเจดีย์บรรจุพระบรม
   สารีริกธาตุ ก่อสร้างโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเพื่อถวายหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
   เกจิอาจารย์ที่มีศิษยานุศิษย์มากมาย มีการจัดงานบุญใหญ่ในเดือนมกราคมของทุกปี










 

วัดอาฮงศิลาวาส                  หนองคาย

   ตั้งอยู่ที่บ้านอาฮง ตำบลไคสี อำเภอบึงกาฬ  ริมแม่น้ำโขงติดกับแก่งอาฮง ห่างจากตัวอำเภอ
   บึง กาฬ 21 กิโลเมตร บริเวณวัดกว้างขวางและสวยงาม ประดิษฐาน“พระพุทธคุวานันท์ศาสดา”
   หล่อด้วยทองเหลือง ลักษณะคล้ายกับพระพุทธชินราช สถานที่แห่งนี้ซึ่งมีเรื่องเล่าขานเป็น
   ตำนานเกี่ยวพันกับพระพุทธศาสนา และบั้งไฟพญานาค










 

วัดโพธิ์ชัย              หนองคาย

   เป็นพระอารามหลวง ตั้งอยู่ที่ถนนโพธิ์ชัย ในเขตเทศบาลเมือง เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระใส
   ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ชาวเมืองหนองคายนับถือกันมาก หลวงพ่อพระใสเป็น
   พระพุทธรูปขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสีสุก มีลักษณะงดงาม ตำนานเล่าว่า พระ
   ธิดา 3 องค์ของกษัตริย์ล้านช้างได้หล่อพระพุทธรูปขึ้น 3 องค์และขนานนามพระพุทธรูป
   ตามพระนามของตนเอง คือ พระเสริมประจำพี่ใหญ่ พระสุกประจำคนกลาง และพระใสประจำน้อง
   สุดท้อง เดิมประดิษฐานที่กรุงเวียงจันทน์

   ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้อัญเชิญพระพุทธรูปทั้งสามลงเรือข้ามฝั่งมายังเมืองหนองคาย แต่
   เกิดพายุพัดพระสุกจมน้ำหายไป ส่วนพระเสริมและพระใสได้ถูกอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่
   หนองคาย จนในสมัยรัชกาลที่ 4 จึงได้อัญเชิญพระเสริมลงมาประดิษฐานที่กรุงเทพฯ ส่วนพระใส
   ยังคงประดิษฐานอยู่ที่วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย ทุกปีในวันเพ็ญกลางเดือน 7 ชาวเมือง
   หนองคายจะมีงานประเพณีบุญบั้งไฟบูชาพระใสที่วัดโพธิ์ชัยเป็นประจำ

 

ศาลาแก้วกู่ หรือ วัดแขก               หนองคาย

   ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองหนองคาย 3 กิโลเมตร ตามเส้นทางไปโพนพิสัย อยู่ด้านขวามือ ปัจจุบัน
   อยู่ในความดูแลของพุทธมามกะสมาคมจังหวัดหนองคาย สถานที่ซึ่งคล้ายพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง
   แสดงรูปปั้นทางศาสนาแห่งนี้ เกิดจากแรงบันดาลใจของหลวงปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ ซึ่งได้สร้าง
   สถานที่แห่งนี้เมื่อราวปี พ.ศ. 2521 ตามความเชื่อว่าหลักคำสอนทุกศาสนา สามารถนำมาผสม
   ผสานได้  มีทั้งพระพุทธรูปปางต่าง ๆ รูปเทพฮินดูต่าง ๆ รูปปั้นเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ รูปปั้นเล่า
   เรื่องรามเกียรติ์และตำนานพื้นบ้าน

   เปิดให้เข้าชมทุกวัน ระหว่างเวลา 07.00–17.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 10 บาท

 

 


 

ศูนย์วิจัยพืชสวนหนองคาย                    หนองคาย

   ตั้งอยู่ที่ถนนหนองคาย-บึงกาฬ (ทางหลวงหมายเลข 212) ประมาณ 63 กิโลเมตร มีป้ายบอก
   ทางแยกขวาที่บ้านนายางเข้าไปอีก 200 เมตร เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำโขงจึงทำให้เป็น
   เขตที่มีความชุ่มชื้นสูงหลากหลายไปด้วยพันธุ์ไม้ที่ทดลองปลูก

  ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินชมได้ทั่วบริเวณ ได้แก่ แปลงไม้ผล มีทุเรียน มังคุด ลองกอง มะม่วง
  หิมพานต์ รวมทั้งพันธุ์ไม้พื้นบ้านที่ได้อนุรักษ์ไว้ เช่น ต้นมะเกี๋ยงที่นำไปทำไวน์ และน้ำมะเกี๋ยง
  แปลงผักพื้นบ้านที่ชาวอีสานนิยมนำไปจิ้มน้ำพริก แนมลาบ เช่น กระเจียว ผักกาดย่า ส้มโมง ผัก
  หวานป่า  แปลงรวบรวมพันธุ์ไม้หอมกว่า 100 ชนิด และสมุนไพรพื้นถิ่นภาคอีสาน  ในช่วงฤดู
  หนาวมีการปลูกไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวสีสันสวยงามด้วย นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร
  ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง

  สอบถามรายละเอียด โทร. 0 4242 1257


 

สะพานมิตรภาพไทย-ลาว                 หนองคาย

   ห่างจากตัวเมืองบึงกาฬประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ พื้นที่เกือบ 20,000 ไร่ มี
   ความหลากหลายทางชีวภาพประกอบด้วยสัตว์น้ำกว่า  250  สายพันธุ์    และเป็นที่อาศัยของนก
   อพยพและนกประจำถิ่นหลายชนิด ด้วยความอุดมสมบูรณ์ดังกล่าวจึงได้ขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่ม
   น้ำสำคัญระดับโลก หรือ แรมซาร์ไซท์ เป็นอันดับที่ 11 ของประเทศไทย




 

 

 

 

หนองกุดทิง                หนองคาย

   ห่างจากตัวเมืองบึงกาฬประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ พื้นที่เกือบ 20,000 ไร่ มี
   ความหลากหลายทางชีวภาพประกอบด้วยสัตว์น้ำกว่า  250  สายพันธุ์    และเป็นที่อาศัยของนก
   อพยพและนกประจำถิ่นหลายชนิด ด้วยความอุดมสมบูรณ์ดังกล่าวจึงได้ขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่ม
   น้ำสำคัญระดับโลก หรือ แรมซาร์ไซท์ เป็นอันดับที่ 11 ของประเทศไทย










 

หลวงพ่อพระใหญ่ วัดโพธาราม                    หนองคาย

   ตั้งอยู่ที่บ้านท่าไคร้ หมู่ที่ 5 ตำบลบึงกาฬ อำเภอบึงกาฬ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สูง
   ประมาณ 2 เมตร เป็นพระพุทธรูปที่อยู่คู่ชาวบึงกาฬมาตั้งแต่โบราณ ชาวบึงกาฬจัดงานสมโภช
   ช่วงวันเพ็ญเดือน 3 และช่วงเทศกาลสงกรานต์











 

หาดจอมมณี               หนองคาย

   อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 2 กิโลเมตร ตามถนนเลียบแม่น้ำโขง เป็นหาดทรายริมแม่น้ำโขงที่
   เกิดขึ้นเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ชายหาดมีความยาวประมาณ 200 เมตร ช่วงที่เหมาะในการไป
   เที่ยวคือเดือนเมษายน ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวในจังหวัดและจากบริเวณจังหวัดใกล้เคียง เดินทาง
   ไปท่องเที่ยวพักผ่อนเป็นจำนวนมาก จนได้รับการเรียกขานว่าเป็น “พัทยาอีสาน”  อีกทั้ง
   ทิวทัศน์ในบริเวณหาดทรายยังสามารถมองเห็นบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ได้อย่าง
   ชัดเจน







 

อนุสาวรีย์ปราบฮ่อ                    หนองคาย

   ตั้งอยู่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดหลังเก่า เป็นที่บรรจุอัฐิของผู้ที่เสียชีวิตในการปราบกบฏฮ่อ
   เมื่อปี ร.ศ. 105  (พ.ศ. 2429) เสด็จในกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมซึ่งเป็นแม่ทัพปราบกบฏฮ่อใน
   ครั้งนั้นรับสั่งให้สร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนความดีของผู้ที่ได้เสียสละชีวิตเพื่อชาติบ้านเมือง ที่
   อนุสาวรีย์ทั้ง 4 ทิศ มีคำจารึกภาษาไทย จีน ลาว และอังกฤษ มีการจัดงานบวงสรวงและฉลอง
   อนุสาวรีย์ในวันที่ 5 มีนาคม ของทุกปี








 

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว                หนองคาย

   ตั้งอยู่บ้านดอนจิก เลยอำเภอบุ่งคล้า 3 กิโลเมตรและเลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร เขต
   รักษาพันธุ์สัตว์ป่ามีเนื้อที่ประมาณ 186 ตารางกิโลเมตร หรือ 116,562 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ใน     
   เขตอำเภอบึงกาฬ อำเภอบุ่งคล้า อำเภอเซกา และอำเภอบึงโขงหลง เกือบติดพรมแดนประเทศ
   ลาว มีความสูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ยประมาณ 150-300 เมตร สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าเต็งรัง
   ป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้น บางส่วนเป็นสันเขาหินทราย ลานหินและทุ่งหญ้า








สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจได้แก่

น้ำตกถ้ำฝุ่น  อยู่ในบริเวณบ้านภูสวาท ตำบลหนองเดิ่น ตามทางหลวงหมายเลข 212 ก่อนถึงอำเภอบุ่งคล้า 7 กิโลเมตรมีทางแยกขวาไปน้ำตกประมาณ 4 กิโลเมตร รอบ ๆ เป็นป่าโปร่งที่มีทิวทัศน์สวยงามทางตอนเหนือของภูวัว ทางเดินไปน้ำตกผ่านลานหินทรายกว้างขวาง จนมาสุดทางที่น้ำตกที่ไหลมาจากหน้าผาหินทรายที่มีลักษณะเป็นร่องแคบ มองเห็นสายน้ำตกมาเป็นทางยาว มีน้ำเฉพาะในฤดูฝน

 น้ำตกเจ็ดสี  ตั้งอยู่บ้านดอนเสียด ตำบลบ้านต้อง อำเภอเซกา  น้ำตกเจ็ดสีเป็นน้ำตกที่สวยงามมากโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน เกิดจากธารน้ำของห้วยกะอามไหลมาตามหน้าผาหินทรายสูงและแผ่กว้างเป็นทางยาว สายน้ำตกกระทบหินเบื้องล่างเกิดเป็นละอองไอน้ำยามเมื่อกระทบกับแสงแดดทำให้เกิดสีต่างๆ ขึ้น จึงเรียกว่า น้ำตกเจ็ดสี

การเดินทาง เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 212 ก่อนถึงบุ่งคล้า 12 กิโลเมตรมีทางแยกขวาที่บ้านชัยพร ผ่านบ้านภูเงิน บ้านดอนเสียดไปถึงน้ำตกเป็นระยะทาง 28 กิโลเมตร หรือหากเดินทางจากภูทอกใช้เส้นทางที่ผ่านบ้านนาต้อง บ้านดอนเสียด รวมระยะทางจากภูทอก 14 กิโลเมตร

 

แก่งอาฮง                หนองคาย

   ตั้งอยู่ที่บ้านอาฮง ตำบลไคสี อำเภอบึงกาฬ  เป็นแก่งในแม่น้ำโขงบริเวณหน้าวัดอาฮงศิลาวาส
   ห่างจากตัวอำเภอบึงกาฬ 21 กิโลเมตร สามารถมองเห็นแก่งได้ในช่วงหน้าแล้งราวเดือนมีนาคม
   – พฤษภาคมของทุกปี  แต่ในช่วงฤดูน้ำหลากกระแสน้ำจะไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่ เชื่อกัน
   ว่าบริเวณแก่งอาฮงเป็น "สะดือแม่น้ำโขง” หรือจุดลึกที่สุดของแม่น้ำโขง








 

 

การเดินทางไปจังหวัดหนองคาย

 

รถยนต์:

                จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จนถึงจังหวัดสระบุรี แล้วแยกขวาเข้าใช้ทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ผ่านนครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี ไปจนถึงหนองคาย

 

รถประจำทาง:

มีรถโดยสารปรับอากาศของบริษัท ขนส่ง จำกัด และของเอกชน สายกรุงเทพฯ-หนองคาย ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต 2) ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490www.transport.co.th

ปัจจุบันบริษัท ขนส่ง จำกัด ได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์แล้ว ติดต่อได้ที่ www.thaiticketmajor.com นอกจากนี้ยังสามารถซื้อตั๋วออนไลน์ได้ที่ไทยรูท ดอทคอม www.thairoute.com

 

รถไฟ:

                การรถไฟแห่งประเทศไทยมีบริการรถไฟออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ไปยังจังหวัดหนองคายทุกวัน ทั้งรถเร็วและรถด่วน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 12 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690 หรือ www.railway.co.th

 

 

หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญในจังหวัดหนองคาย

 

ตำรวจทางหลวง   โทร. (042) 420093

ททท.สนง.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 5 จ.อุดรธานี   โทร. (042) 325406-7

ประชาสัมพันธ์จังหวัด  โทร. (042) 412110

ไปรษณีย์จังหวัด  โทร. (042) 411521

สถานีขนส่งจังหวัด  โทร. (042) 411612

สถานีตำรวจภูธร อ.เมือง   โทร. (042) 411021, 411071

โรงพยาบาลเซกา   โทร. (042) 489099

โรงพยาบาลท่าบ่อ  โทร. (042) 431015

โรงพยาบาลบึงกาฬ  โทร. (042) 491162-3

โรงพยาบาลบึงโขงหลวง   โทร. (042) 489008

โรงพยาบาลปากคาด  โทร. (042) 481099-100

โรงพยาบาลพรเจริญ   โทร. (042) 487099

โรงพยาบาลโพนพิสัย  โทร. (042) 471204-5

โรงพยาบาลศรีเชียงใหม่   โทร. (042) 451125

โรงพยาบาลศรีวิไล  โทร. (042) 497099

โรงพยาบาลสังคม   โทร. (042) 441051

โรงพยาบาลหนองคาย   โทร. (042) 411360, 411366

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พื้นที่หนองคาย, อุดรธานี

@ ค้นหาที่พัก รีสอร์ท โรงแรม และร้านอาหาร ทั่วประเทศที่  http://www.resortdd.com/


      20 ก.ย. 2555   เวลา :    14:42   จำนวนผู้อ่าน :    2876   

 
ร้านอาหารแนะนำ