resort, รีสอร์ท, ที่พัก
 
 
 
 
 
 
 


ที่พักภาคเหนือ
เชียงราย
เชียงใหม่
กำแพงเพชร
ตาก
นครสวรรค์
น่าน
พะเยา
พิจิตร
พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
แพร่
แม่ฮ่องสอน
ลำปาง
ลำพูน
สุโขทัย
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กาฬสินธุ์
ขอนแก่น
ชัยภูมิ
นครพนม
นครราชสีมา
บุรีรัมย์
บึงกาฬ
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุบลราชธานี


ที่พักภาคกลาง
กรุงเทพมหานคร
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นนทบุรี
ปทุมธานี
ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
เพชรบุรี
ราชบุรี
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สระแก้ว
สระบุรี
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
อยุธยา
อ่างทอง


ที่พักภาคตะวันออก
ชลบุรี, พัทยา
ระยอง
จันทบุรี
ตราด


ที่พักภาคใต้
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา
พัทลุง
ภูเก็ต
ยะลา
ระนอง
สงขลา
สตูล
สุราษฎร์ธานี

Link เพื่อนบ้าน
หอพัก
หอพัก
ห้องพัก





โอนิซึกะ, onitsuka, onitsuka tiger
Bangkok Dating, Thailand Matchmaker, Thailand Dating, Bangkok Matchmaker, dating bangkok, dating thailand, thai dating, online dating, single thai girls, thai women, dating service, speed dating, บริการหาคู่, บริษัทจัดหาคู่, หาคู่, หาแฟน, หาเพื่อน, จัดหาคู่, จับคู่, แม่สื่อ, ธุรกิจหาคู่
ถุงจัมโบ้, พาเลท

แนะนำรีสอร์ท, ห้องพัก, ที่พัก, บ้านพัก สำหรับพักผ่อนยามท่องเที่ยว


ที่พักชัยภูมิ ที่พักจังหวัดชัยภูมิ โรงแรมชัยภูมิ โรงแรมจังหวัดชัยภูมิ รีสอร์ทชัยภูมิ รีสอร์ทจังหวัดชัยภูมิ เกสเฮ้าส์จังหวัดชัยภูมิ RESORT CHAIYAPHUM สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดชัยภูมิ ท่องเที่ยวจังหวัดชัยภูมิ ศูนย์รวมรีสอร์ทจังหวัดชัยภูมิ แหล่งรวมที่พักจังหวัดชัยภูมิ THAILAND CHAIYAPHUM HOTEL

จังหวัดชัยภูมิ ( CHAIYAPHUM )

 

ชัยภูมิทิวทัศน์สวย รวยป่าใหญ่ มีช้างหลาย

ดอกไม้งาม ลือนามวีรบุรุษ สุดยอดผ้าไหม พระใหญ่ทวาราวดี

 

                ดินแดนแห่งทุ่งดอกกระเจียวงาม สายน้ำตกชุ่มฉ่ำยามหน้าฝน ผืนป่าอันกว้างใหญ่อุดมที่ภูเขียวแหล่งรวมความหลากหลายของธรรมชาติ ความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นอย่างมอหินขาวเรียกได้ว่าจังหวัดชัยภูมิเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพทางการท่องเที่ยวเด่นล้ำไม่น้อยหน้าใครในภาคอีสาน

                จังหวัดชัยภูมิตั้งอยู่บนสันขอบที่ราบสูงอีสาน ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับภาคกลางและภาคเหนือ มีเนื้อที่ประมาณ 7,986,429ไร่ หรือ 12,778.3 ตารางกิโลเมตร ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 7 ของประเทศ ลักษณะภูมิประเทศประกอบด้วยป่าไม้และเทือกเขาร้อยละ 50 ของพื้นที่จังหวัด เทือกเขาตั้งเรียงรายจากทิศตะวันออกสู่ทิศตะวันตก ประกอบด้วยเทือกเขาสำคัญ ได้แก่ ภูอีเฒ่า ภูแลนคา และภูพังเหย อันเป็นต้นกำเนิดแม่น้ำชี นอกนั้นเป็นที่ราบสูง ส่วนบริเวณตอนกลางของจังหวัดเป็นพื้นที่ราบด้านประวัติศาสตร์ ชัยภูมิมีอารยธรรมซ้อนทับกันหลายสมัย ตั้งแต่สมัยทวารวดี สมัยขอม จนถึงอิทธิพลลาวล้านช้าง มีการค้นพบโบราณสถานและโบราณวัตถุมากมายในหลายพื้นที่ของจังหวัด ต่อมาปรากฏชื่อเป็นเมืองหน้าด่านในสมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยมีฐานะเป็นเมืองขึ้นของเมืองนครราชสีมา คู่กับเมืองบุรีรัมย์ ภายหลังจึงร้างไปชัยภูมิมาปรากฏชื่ออีกครั้งในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ตรงกับสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โดยมีชาวเมืองเวียงจันทน์ ที่มีนายแลเป็นหัวหน้า พากันมาตั้งหลักปักฐานในบริเวณที่เรียกว่าโนนน้ำอ้อม และคงใช้ชื่อเมืองตามเดิมว่าชัยภูมิในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. 2369 เจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ก่อการกบฏยกกองทัพเข้ามาตีเมืองนครราชสีมาและหัวเมืองรายทาง นายแล เจ้าเมืองชัยภูมิจึงยกไพร่พลไปสมทบกับกำลังของคุณหญิงโม ตีทัพของเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์แตกพ่ายไป พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คุณหญิงโมเป็นท้าวสุรนารี และให้นายแลเป็นพระยาภักดีชุมพล เจ้าเมืองชัยภูมิคนต่อมาที่สืบเชื้อสายมาจากพระยาภักดีชุมพล (แล) ก็ยังคงใช้ราชทินนามว่าพระยาภักดีชุมพล

                จังหวัดชัยภูมิอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ  342  กิโลเมตร  แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 16  อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองชัยภูมิ อำเภอบ้านเขว้า อำเภอคอนสวรรค์ อำเภอเกษตรสมบูรณ์ อำเภอหนองบัวแดง อำเภอจัตุรัส อำเภอภูเขียว อำเภอบำเหน็จณรงค์ อำเภอบ้านแท่น อำเภอแก้งคร้อ อำเภอคอนสาร อำเภอเทพสถิต อำเภอหนองบัวระเหว อำเภอภักดีชุมพล อำเภอเนินสง่า และอำเภอซับใหญ่

 

สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดชัยภูมิ

 

กู่แดง               ชัยภูมิ

   ตั้งอยู่ในวัดกุดยาง ตำบลตลาดแร้ง เป็นโบราณสถานสมัยขอม ปัจจุบันคงเหลือเพียงฐานรูปสี่
   เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม ก่อสูงด้วยศิลาแลง มีร่องรอยบันไดทางขึ้นทั้ง 4 ด้าน ผนังก่ออิฐแต่หักพังหมด
   คงเหลือเสากรอบประตูทั้ง 4 ด้าน พบทับหลังสลักเป็นภาพพระกฤษณะประลองกำลังกับช้าง ส่วน
   ทางด้านเหนือถูกดัดแปลงโดยทางวัดได้สร้างพระพุทธรูปประทับนั่งพร้อมบันไดทางขึ้นครอบ
   อาคารเดิม โบราณสถานแห่งนี้ประมาณอายุจากลวดลายทับหลังอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 16
   ตรงกับศิลปะเขมรแบบบาปวน









การเดินทาง จากตัวเมืองชัยภูมิ ใช้ทางหลวงหมายเลข 225 ผ่านอำเภอบ้านเขว้าจนถึงบ้านหลุมโพธิ์ประมาณ 30 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาไปบ้านกุดยางอีก 8 กิโลเมตร

 

จุดชมวิวเทือกเขาพังเหย      ชัยภูมิ

   จุดชมทิวทัศน์เขาพังเหย อยู่ริมทางหลวงหมายเลข 225 (ชัยภูมิ-นครสวรรค์) ประมาณกิโลเมตร
   ที่ 70 เป็นที่แวะจอดพักรถยนต์และชมทิวทัศน์ข้างทาง มีร้านขายของท้องถิ่นของชาวชนบท จะ
   เห็นทิวทัศน์ช่วงยามเย็นอาทิตย์อัสดง

                นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินเท้าศึกษาธรรมชาติสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาน้อยได้เดิน
   ชมทุ่งบัวสวรรค์ขนาดเล็ก ๆ และเดินศึกษาธรรมชาติเองอีกด้วย







 

ตำหนักเขียว             ชัยภูมิ

   ตำหนักเขียว ตั้งอยู่ภายในบริเวณจวนผู้ว่าราชการชัยภูมิ สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2493 เดิมเป็นที่ตั้ง
   ของจวนผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ต่อมาใช้เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
   รัชกาลที่ 9 เมื่อคราวเสด็จเยี่ยมราษฎรจังหวัดต่างๆ ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อวันศุกร์
   ที่  4 พฤศจิกายน 2498  ปัจจุบันตำหนักเขียว เปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจทั่วไปเข้าชม
   โดยมีการจัดแสดงเป็น 2    ส่วน ชั้นล่าง จัดแสดงผ้ามัดหมี่ ซึ่งผ้าบางชิ้นมีอายุมากกว่า 100 ปี
   ส่วนที่สอง ชั้นบน จัดแสดงห้องต่างๆที่เคยใช้เป็นที่ประทับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
   รัชกาลที่ 9 เช่น ห้องพระสุธารส   ห้องเสด็จประพาส ห้องเจ้าเมือง ห้องเครื่อง รวมทั้งพระฉายา
   ลักษณ์ที่เก็บรวบรวมไว้เพื่อการศึกษา


   ตำหนักเขียว เปิดให้เข้าชมทุกวันยกเว้นวันหยุดราชการ เวลา 10.00 น. - 12.00 น. และ
   14.00 น. - 16.00 น.
   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยภูมิ โทร. 0-4481-1574

 

ถ้ำแก้ว             ชัยภูมิ

   ถ้ำแก้ว ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดถ้ำแก้ว ลักษณะของถ้ำคล้ายห้องโถงลึกลงไปในภูเขา บรรยากาศ
   เย็นและชื้นตลอดเวลา มีไฟฟ้าให้แสงสว่างภายในถ้ำ จากปากถ้ำมีทางเดินลงลึกไปถึงด้านล่าง
   ซึ่งมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ และมีหินย้อยอยู่ตามผนังถ้ำ เมื่อต้องแสงเกิดเป็นประกายแวววาว
   สวยงาม








การเดินทาง จากอำเภอภักดีชุมพลไปทางทิศเหนือ 9 กิโลเมตร ตามทางหลวง 2359 ถึงบ้านซับเจริญมีทางเลี้ยวซ้ายไปอีก 5 กิโลเมตร

                จุดชมทิวทัศน์เขาพังเหย อยู่ริมทางหลวงหมายเลข 225 (ชัยภูมิ-นครสวรรค์) ประมาณกิโลเมตรที่ 70 เป็นที่แวะจอดพักรถยนต์และชมทิวทัศน์ข้างทาง มีร้านขายของท้องถิ่นของชาวชนบท จะเห็นทิวทัศน์ช่วงยามเย็นอาทิตย์อัสดง นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินเท้าศึกษาธรรมชาติสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาน้อยได้เดินชมทุ่งบัวสวรรค์ขนาดเล็ก ๆ และเดินศึกษาธรรมชาติเองอีกด้วย

 

น้ำตกเทพประทาน                 ชัยภูมิ

   ตั้งอยู่ตำบลบ้านไร่ อยู่ก่อนถึงที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดกลาง
   ลักษณะค่อนข้างแบน มีหินขนาดใหญ่เป็นลานกว้างลดหลั่นกันลงไปเป็นชั้นเตี้ย ๆ และมีดอนที่
   สูงชันอยู่แห่งหนึ่ง มีน้ำมากในช่วงฤดูฝน










 

น้ำตกเทพพนา     ชัยภูมิ

   อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของที่ทำการอุทยานฯ ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร  เป็นน้ำตกขนาด
   กลาง เกิดจากลำห้วยกระโจนที่ไหลจากเทือกเขาพังเหย  แบ่งเป็นสามชั้นลดหลั่นกัน ชั้นบนสุด
   มีความสูงประมาณ 2-3 เมตร  ชั้น 2 สูงประมาณ 2-3 เมตร  และชั้นสุดท้ายมีความสูงประมาณ 6
   เมตร จะมีน้ำเฉพาะในช่วงฤดูฝน









 

บึงแวง                   ชัยภูมิ

   บึงแวง  เป็นบึงน้ำหน้าที่ว่าการอำเภอคอนสวรรค์ มีเนื้อที่ประมาณ 350 ไร่ มีถนนตัดรอบบึง เป็น
   พื้นที่ซึ่งประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เนื่องจากในช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายน-เดือน
   เมษายน จะมีนกเป็ดน้ำอพยพจากที่อื่นมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนนับหมื่นตัว ยามเย็นเวลาโพล้เพล้
   นกเป็ดน้ำจะโผบินขึ้นเป็นฝูงๆ เต็มท้องฟ้า ตัดกับแสงอาทิตย์อัสดงสวยงามมาก บริเวณรอบบึงมี
   การสร้างหอสูงสำหรับดูนกอยู่เป็นระยะ เหมาะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ









การเดินทาง  ใช้ทางหลวงหมายเลข 202 (ชัยภูมิ-บัวใหญ่) ถึงบ้านลาดใหญ่ เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2054 ไปอำเภอคอนสวรรค์ รวมระยะทางจากตัวเมือง 38 กิโลเมตร หรือเดินทางไปตามทางหลวง 201  (ชัยภูมิ-แก้ง

คร้อ) ประมาณ 30 กิโลเมตร และเลี้ยวขวาทางไปอำเภอคอนสวรรค์อีก 14 กิโลเมตร

 

ปรางค์กู่                 ชัยภูมิ                 

   ตั้งอยู่ที่บ้านหนองบัว ตำบลในเมือง ปรางค์กู่เป็นปราสาทหินสมัยขอมที่มีแผนผังและลักษณะ
   เช่นเดียวกับปราสาทอื่นที่เป็น อโรคยาศาล หรือสถานพยาบาลที่สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 18
   นั่นคือ มีปรางค์ประธานอยู่ตรงกลาง 1 องค์ วิหารหรือบรรณาลัยด้านหน้า 1 หลัง ล้อมรอบด้วย
   กำแพงศิลาแลง นอกกำแพงตรงมุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีสระน้ำ 1 สระ ปรางค์ประธานมีผัง
   เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 5 เมตร ย่อมุมไม้สิบสอง ด้านหน้ามีประตูเข้าออกทำเป็นมุขยื่นออก
   มา ผนังปรางค์อีก 3 ด้านเป็นประตูหลอก เหนือประตูหลอกด้านทิศเหนือยังคงมีทับหลังติดอยู่
   จำหลักภาพตรงกลางเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งปางสมาธิเหนือหน้ากาล ซึ่งจับท่อนพวงมาลัยไว้
   ด้วยมือทั้งสองข้าง ด้านหน้ามีทับหลังเช่นกันแต่ลบเลือนไปมาก ที่ช่องประตูหลอกด้านทิศ
   เหนือมีพระพุทธรูปศิลาปางสมาธิ ศิลปะแบบทวารวดี สูง 1.75 เมตร ประดิษฐานอยู่ โดยเคลื่อน
   ย้ายมาจากที่อื่น ชาวชัยภูมิให้ความเคารพสักการะ มีการจัดงานประจำปีในช่วงกลางเดือน 5
   ของทุกปี

   
การเดินทาง จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 202 (ชัยภูมิ-บัวใหญ่) ประมาณ 1 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าปรางค์กู่ตามทางหลวง 2158 เป็นระยะทางอีก 2 กิโลเมตร

 

ผาเกิ้ง         ชัยภูมิ

   เป็นส่วนหนึ่งของภูแลนคา หากเดินทางมาตามเส้นทางชัยภูมิ-หนองบัวแดง จะเห็นหน้าผาสูงริม
   ทางคล้ายพระจันทร์เสี้ยวยื่นออกมา ชาวบ้านจึงเรียกว่า ผาเกิ้ง ซึ่งหมายถึงพระจันทร์ในภาษา
   อีสาน บนเขามีวัดผาเกิ้งหรือวัดชัยภูมิพิทักษ์ตั้งอยู่ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปชัยภูมิพิทักษ์ ซึ่ง
   เป็นพระพุทธรูปปางประทับยืนองค์ใหญ่สูง 14 เมตร ด้านหน้าองค์พระเป็นจุดชมวิวที่สวยงามมอง
   เห็นทัศนียภาพของทุ่งนาได้กว้างไกล นอกจากนี้ในบริเวณวัดยังมีพระบรมธาตุผาเกิ้งและ
   พิพิธภัณฑ์วัตถุโบราณให้นักท่องเที่ยวได้ชมด้วย ผาเกิ้งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 36
   กิโลเมตร ริมหลวงหมายเลข 2159 (ชัยภูมิ-หนองบัวแดง)






 

พระธาตุหนองสามหมื่น          ชัยภูมิ

   ตั้งอยู่บ้านแก้ง เป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญและน่าสนใจมากแห่งหนึ่งของชัยภูมิ พระธาตุ
   หนองสามหมื่น เรียกชื่อตามหนองน้ำ ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของวัด เป็น
   พระธาตุที่มีลักษณะสวยงาม และสมบูรณ์ที่สุดองค์หนึ่ง ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่
   จากลักษณะทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมที่ปรากฏเกิดจากการผสมผสานกันระหว่าง
   ศิลปะล้านนา ล้านช้าง และอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 21-22 ในสมัยพระ
   ไชยเชษฐาธิราชแห่งราชอาณาจักรลาว

                พระธาตุหนองสามหมื่นมีลักษณะเป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง ตั้งอยู่บนฐานเขียงรูปสี่
   เหลี่ยมจัตุรัส มีความสูงประมาณ 45.30 เมตร มีบันไดทางขึ้นทั้งสี่ด้าน เหนือฐานเขียงเป็นฐานบัว
   คว่ำบัวหงายรองรับองค์พระธาตุ ซึ่งมีซุ้มทั้งสี่ทิศ ประดิษฐานพระพุทธรูปปางรำพึง และปางลีลา
   ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า รูปแบบดังกล่าวอาจเปรียบเทียบได้
   กับพระธาตุอื่น ๆ ทั้งในนครเวียงจันทน์และในเขตไทย เช่น พระธาตุวัดเทพพล เมืองเวียงคุก จังหวัดหนองคาย พระธาตุศรีเมือง นครเวียงจันทน์ เป็นต้น

                จากหลักฐานทางโบราณคดีพบว่าบริเวณนี้เคยเป็นเมืองโบราณขนาดใหญ่สมัยทวารวดี อายุราวพุทธศตวรรษที่ 12-16 ปรากฏร่องรอยของคูน้ำ คันดิน และโคกเนินโบราณสถานหลายแห่ง โบราณวัตถุสำคัญที่พบทั้งในและนอกเขตคูเมืองหลายชิ้นได้นำมาเก็บรักษาไว้ที่วัด เช่น กลุ่มใบเสมาหินทราย บางแผ่นก็มีจารึกอักษรปัลลวะภาษาสันสกฤต อายุราวพุทธศตวรรษที่ 12-14 และมีแผ่นหนึ่งนำไปตั้งเป็นหลักเมืองประจำอำเภอภูเขียวด้วย นอกจากนี้ยังมีประติมากรรมรูปเคารพอีก 2 ชิ้น สภาพชำรุดชิ้นหนึ่งคล้ายเศียรพระพุทธรูปนาคปรกในศิลปะขอมแบบบายน อายุราวพุทธศตวรรษที่ 18

การเดินทาง จากตัวเมืองชัยภูมิเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 201 ผ่านอำเภอภูเขียวไปจนถึงบ้านหนองสองห้องระยะทาง 80 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2055 ประมาณ 9 กิโลเมตร ถึงบ้านแก้งเลี้ยวซ้ายไปวัดพระธาตุหนองสามหมื่นระยะทาง 5 กิโลเมตร

 

พระธาตุกุดจอก            ชัยภูมิ

   พระธาตุกุดจอก ตั้งอยู่บ้านยางน้อย ตำบลบ้านยาง พระธาตุกุดจอกประกอบด้วยเจดีย์ก่ออิฐ 2 องค์
   องค์แรกมีเรือนธาตุกลวง ภายในมีพระพุทธรูปหินปูนขนาดใหญ่ และพระพุทธรูปหินทรายปาง
   มารวิชัย ยอดเจดีย์พังลงมาส่วนใหญ่ ธาตุเจดีย์องค์ที่สอง เป็นธาตุทำเป็นรูปสอบปลายแหลม
   คล้ายพระธาตุพนม ธาตุเจดีย์องค์นี้มีฐานสูงประมาณ 5 ชั้น เป็นมุขยื่นและเป็นมุมอย่างสวยงาม
   ลักษณะธาตุเจดีย์ทั้งสององค์เป็นสถาปัตยกรรมแบบลาว มีอายุอยู่ในลาวพุทธศตวรรษที่ 19-20
   ปัจจุบันมีสำนักสงฆ์อยู่ในบริเวณพระธาตุ การเดินทาง จากอำเภอเกษตรสมบูรณ์ ไปบ้านยางน้อย
   ประมาณ 2 กิโลเมตร และจากบ้านยางน้อยไปพระธาตุประมาณ 1 กิโลเมตร อยู่ห่างจากเมือง
   ชัยภูมิประมาณ 78 กิโลเมตร

   



    

พระพุทธรูปใหญ่สมัยทวารวดี         ชัยภูมิ

   อยู่ที่วัดคอนสวรรค์ ห่างจากตัวอำเภอคอนสวรรค์ 5 กิโลเมตร เป็นพระพุทธรูปหินแกะสลักปาง
   ประทับยืนองค์ใหญ่ศิลปะทวารวดี สร้างด้วยศิลาแลงเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองนครกาหลงมา
   แต่โบราณ สูงประมาณ 3 เมตร 1 องค์ กับองค์เล็กขนาดครึ่งหนึ่งขององค์ใหญ่อีก 2 องค์
   สันนิษฐานว่าคงจะสร้างขึ้นในสมัยขอมเรืองอำนาจ ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อใหญ่” ประดิษฐาน
   ในวิหารหลังเล็ก ๆ ให้ผู้คนได้สักการะ มีใบเสมาหินทรายขนาดใหญ่จำหลักภาพชาดกเก็บรักษา
   อยู่ด้วยหลายชิ้น รวมทั้งจารึกอักษรมอญ ศตวรรษที่ 14 ด้านนอกยังมีเสมาทั้งที่มีและไม่มีลวด
   ลายวางเรียงรายอยู่อีกจำนวนมาก






 

ภูกุ้มข้าว                ชัยภูมิ

   อยู่ที่บ้านโนนมะค่า ตำบลกุดเลาะ ภูกุ้มข้าวมีลักษณะคล้ายกุ้มข้าวขนาดใหญ่และภูเขาไฟขนาด
   เล็ก มีพระธาตุไม้และพระพุทธรูปอยู่บนยอดเขา ภูกุ้มข้าวเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมและศูนย์รวม
   แห่งความสามัคคีของชุมชนในตำบลกุดเลาะ และชาวอำเภอเกษตรสมบูรณ์ ในวันแรม 8 ค่ำ เดือน
   5 ของทุกปี จะมีชาวบ้านมาทำบุญโดยไม่ได้นัดหมายสืบสานกันมาตั้งแต่อดีตจนจึงปัจจุบัน เรียก
   ว่า “เอาบุญภูกุ้มข้าว”







 

ภูคิ้ง        ชัยภูมิ

   ตั้งอยู่ที่บ้านโนนหนองไฮ ตำบลโนนทอง บนยอดเขาเขียว มีความสูง 1,167 เมตร จากระดับน้ำ
   ทะเล สูงเป็นอันดับ 5 ของภาคอีสาน อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตวืป่าภูเขียว มีอากาศหนาวเย็นตลอด
   ปี เป็นแหล่งกำเนิดของดอกไม้ป่าและกล้วยไม้นานาชาติ ทิศเหนือเป็นหน้าผาสูงชันสามารถมอง
   เห็นทัศนียภาพของภูกระดึง ภูแลนคา เขื่อนห้วยกุ่ม และลำน้ำพรม 









แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจบนภูคิ้ง ได้แก่

                แหลหินเงิบ  เป็นหินขนาดใหญ่ซ้อนทับกันคล้ายหินเพิงหมาแหงนบนลานหิน ห่างจากยอดภูคิ้งไปทางทิศตะวันตกประมาณ 2 กิโลเมตร บริเวณโดยรอบจะพบหม้อข้าวหม้อแกงลิง

                แหลหินจ้อง ห่างจากแหลหินเงิบไปทางทิศตะวันตกประมาณ 3 กิโลเมตร จะพบกับแท่งหินมหึมาขนาด 20 ตัน โดยมีจุดรับน้ำหนักเป็นก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นเท่านั้น

                น้ำตกห้วยใหญ่  ห่างจากยอดภูคิ้งประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นธารน้ำธรรมชาติไหลผ่านโขดหินกลายเป็นน้ำตก มีความยาวประมาณ 500 เมตร

การเดินทาง  ห่างจากอำเภอเกษตรสมบูรณ์ประมาณ 20 กิโลเมตร ตามเส้นทางเกษตรสมบูรณ์ – โนนทอง ทางขึ้นภูคิ้งอยู่ที่บ้านโนนหนองไฮ ตำบลโนนทอง นักท่องเที่ยว

สามารถสอบถามข้อมูล การบริการมัคคุเทศก์นำทาง และที่พักแบบโฮมสเตย์ได้ที่ที่ว่าการอำเภอเกษตรสมบูรณ์ โทร. 0 4486 9115 หรือองค์การบริหารส่วนตำบลโนนทอง โทร. 0 4482 2926

 

มอหินขาว                            ชัยภูมิ

   สโตนจ์เฮนจ์เมืองไทย ตั้งอยู่ที่บ้านวังคำแคน หมู่ที่ 9 ตำบลท่าหินโงม ห่างจากตังเมืองชัยภูมิ
   ไปทางทิศเหนือประมาณ 40 กิโลเมตร  ในพื้นที่ของเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูแลนคา ด้านทิศ
   เหนือ เป็นเนินเขาที่มีหินทรายสีขาว ขนาดมหึมา 5 แท่ง ตั้งตระหง่านโพล่พ้นต้นหญ้า ยามต้อง
   แสงแดดในเวลากลางวันและช่วงเวลาหลังฝนตกไม่นานจะมองเห็นก้อนหินสีขาวเด่นชัดจากระยะ
   ไกล เป็นที่สะดุดตาแก่ผู้พบเห็น จากหลักฐานจากกรมทรัพยากรธรณีร่วมกับจังหวัดชัยภูมิเริ่ม
   สำรวจเมื่อปี 2545 พบว่าการเรียงลำดับชั้นหินและอายุที่ได้จากซากดึกดำบรรพ์ต่าง ๆ มีอายุ
   ระหว่าง 195-175 ล้านปี เพราะการสะสมของตะกอนทราย แป้ง และดินเหนียวหลังจาก 65 ล้าน
   ปีผ่านมา เกิดการเคลื่อนไหวของเปลือกโลกและแรงบีบด้านข้างทำให้มีการคดโค้ง แตกหัก ผุพัง
   และการกัดเซาะ ทั้งในแนวตั้งและแนวนอน ก่อให้เกิดลักษณะของเสาหินและแท่งหินอย่างที
   เห็น   ในปัจจุบัน ลักษณะด้านกายภาพของพื้นที่มอหินขาว ประกอบด้วยกลุ่มหินแบบเสาหิน
   แท่นหิน และลานหิน ซึ่งมีรูปร่างและลักษณะแตกต่างกันออกไปตามจินตนาการของผู้พบเห็น
   ลักษณะเป็นก้อนหินใหญ่แปลกตา หาดูยาก รูปร่างคล้ายเห็ด เรือ ช้าง เต่า และเจดีย์ กระจายอยู่ทั่งไปบนเนินเขาสูง

นอกจากนี้ยังมีเสาหินใหญ่ตั้งเรียงรายเป็นแถว มอหินขาวจัดเป็นจุดชมวิวที่สวยงามแห่งหนึ่งของจังหวัดชัยภูมิ รวมทั้งบริเวณรอบ ๆ นั้นยังเป็นพื้นที่ศึกษาสังคมของพันธุ์พืชต่าง ๆ สัตว์ป่าขนาดเล็ก แมลง และเป็นแหล่งป่าต้นน้ำลำธารภูแลนคา ซึ่งชาวบ้านทำฝายกั้นน้ำกักเก็บไว้ใช้

การเดินทาง จากจังหวัดชัยภูมิใช้ทางหลวงหมายเลข 2051 ตามเส้นทางชัยภูมิ-น้ำตกตาดโตน ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร แยกเลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทางตาดโตน-ท่าหินโงม เป็นทางลาดยางขึ้นเขาประมาณ 12 กิโลเมตร เข้าทางลูกรังสายแจ้งเจริญ-โสกเชือก 6.5 กิโลเมตร ผ่านบ้านวังคำแคน แล้วแยกเข้าทางลูกรังสำหรับขนพืชไร่อีกประมาณ 3.5 กิโลเมตร

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ผู้ใหญ่บ้านวังคำแคน นายเจริญ เจสันเทียะ โทร. 08 7960 1853, 0 8 1976 0486

 

วัดป่าสุคะโต        ชัยภูมิ

   ตั้งอยู่หมู่ 8 บ้านใหม่ไทยเจริญ ตำบลท่ามะไฟหวาน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2519 เป็นวัดที่มีความ
   ร่มรื่นไปด้วยแมกไม้นานาชนิด คงสภาพธรรมชาติของป่าไม้สมบูรณ์ เหมาะที่จะปฏิบัติธรรมและ
   ศึกษาธรรมชาติ โดยมีหลวงพ่อคำเขียน สุวณโณ เป็นเจ้าอาวาส การเดินทาง จากจังหวัดชัยภูมิ
   ใช้ทางหลวงหมายเลข 201 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง 2353 บ้านท่ามะไฟหวานประมาณ 35
   กิโลเมตร หากไม่มีรถยนต์ส่วนตัวสามารถเช่าสองแถวที่สถานีขนส่งได้ ราคาแล้วแต่จะตกลงกัน








 

วัดพระพุทธบาทภูแฝด                      ชัยภูมิ

   วัดพระพุทธบาทภูแฝด ตั้งอยู่ที่ ตำบลนาเสียว ห่างจากตัวเมืองประมาณ 23 กิโลเมตร เส้นทาง
    เดียวกับวัดศิลาอาสน์ ภูพระ โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 201 (ชัยภูมิ-แก้งคร้อ)เป็นเนินเขา
   เตี้ยๆมีรอยพระพุทธบาทในก้อนหินคล้ายพระพุทธบาทที่จังหวัดสระบุรี ทางเข้าวัดทั้งสองข้าง
   ทางมีต้นไม้เรียงรายตลอดแนวดูแล้วร่มรื่นยิ่งนัก








 

วัดศิลาอาสน์ ภูพระ           ชัยภูมิ

   ตั้งอยู่ที่บ้านนาไก่เซา ตำบลนาเสียว ภายในบริเวณวัดมีเพิงผาหินซึ่งมีภาพจำหลักกลุ่มพระพุทธ
   รูป อันเป็นที่มาของชื่อ ภูพระ และเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านมาช้านาน ปัจจุบันมีการสร้าง
   หลังคาครอบไว้ ประกอบด้วยพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร หน้าตักกว้าง 5 ฟุต
   สูง 7 ฟุต พระหัตถ์ขวาวางอยู่ที่พระเพลา พระหัตถ์ซ้ายพาดอยู่ที่พระชงฆ์ (พระหัตถ์อยู่ในท่าตรง
   ข้ามกับปางมารวิชัย) เรียกกันว่า พระเจ้าองค์ตื้อ มีพระพุทธรูปหินทรายขนาดเล็กสูง 7 นิ้วลักษณะ
   เดียวกันอีก 1 องค์ตั้งวางอยู่ด้านหน้า ใกล้กันมีพระพุทธรูปอีก 7 องค์จำหลักรอบเสาหินทราย
   ประทับนั่งเรียงแถว ปางสมาธิ 5 องค์ ปางเดียวกับพระเจ้าองค์ตื้อ 2 องค์ พระพุทธรูปเหล่านี้มี 
   พุทธลักษณะเป็นแบบพระพุทธรูปอู่ทอง มีอายุอยู่ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 18-19 ร่วมสมัยอยุธยา
   ตอนต้น ทุกปีมีงานนมัสการพระพุทธรูปที่ภูพระปีละ 2 ครั้ง ๆ ละ 3 วัน ในช่วงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 3
   และวันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 5

   

             การเดินทาง จากตัวเมืองชัยภูมิไปตามทางหลวงหมายเลข 201 (ชัยภูมิ-แก้งคร้อ) ประมาณ 15 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตามทางนาเสียว-ห้วยชันประมาณ 5 กิโลเมตร และเลี้ยวซ้ายเข้าวัดอีก 1 กิโลเมตร

 

วัดเขาประตูชุมพล             ชัยภูมิ

หมู่ 2 บ้านไร่ เทพสถิต ชัยภูมิ 36230 วัดเขาประตูชุมพล เป็นอีกที่หนึ่งทีผู้คนนิยมแวะไปเที่ยวชม เพราะอยู่บริเวณก่อนถึงอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม (หรือทุ่งดอกกระเจียวนั่นเอง) ภายในบริเวณวัดมี ศาลาปฏิบัติธรรม หอระฆังสูงตระหง่านซึ่งมีลักษณะที่โดดเด่นเป็นลักษณะเฉพาะ (ทราบภายหลังว่าคุณสรพงศ์ ชาตรี เป็นผู้มาดำเนินการสร้างเพื่อถวายวัดนี้) ซุ้มประตูชุมพลที่เมื่อไปถึงแล้วต้องไปรอดซุ้มประตูเพื่อเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง และลานหินที่มีโขดหินน้อยใหญ่มากมาย คงความเป็นธรรมชาติภายในวัดอยู่อย่างมาก บรรยากาศภายในวัดยังคงเป็นแบบวัดป่า ร่มรื่นด้วยแมกไม้นานาพันธ์ พร้อมสัตว์หลายชนิดที่พระ และชีท่านเลี้ยงไว้ภายในบริเวณวัด เหมาะสำหรับการไปปฏิบัติธรรม การไปพักใจ หรือเดินเล่นเพื่อสงบจิต และสูดอากาศบริสุทธิ์ได้เป็นอย่างดี

                สามารถใช้เส้นทางมุ่งหน้าไปยังอุทยานแห่งชาติป่าหินงามได้ โดยก่อนถึงอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ประมาณ 30 เมตร ด้านซ้ายมือ จะมีทางเข้าวัดเขาประตูชุมพล

 

ศาลเจ้าพ่อพระยาแล          ชัยภูมิ

    ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิประมาณ 4 กิโลเมตร ตามเส้นทางชัยภูมิ-บ้านเขว้า (ทางหลวงหมายเลข
   225) เลี้ยวขวาเข้าหนองปลาเฒ่า เป็นที่สถิตดวงวิญญาณของพระยาภักดีชุมพล (แล) และเป็น
   ศูนย์กลางที่ยึดเหนี่ยวจิตใจชาวเมืองชัยภูมิ ทุกปีมีงานสักการะศาลเจ้าพ่อในช่วงเดือน 6 ก่อนวัน
   วิสาขบูชา และมีพิธีเซ่นไหว้รำผีฟ้าถวายเจ้าพ่อเป็นประจำ

 








ศูนย์รวมไม้ดัดบ้านแข้      ชัยภูมิ

   อยู่ริมทางหลวงหมายเลข 201 ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิ 76 กิโลเมตร หรือก่อนถึงอำเภอภูเขียว
   ประมาณ 1 กิโลเมตร สองข้างทางจะเป็นแหล่งจำหน่ายไม้ดัด รูปร่างลักษณะต่าง ๆ มากมาย
   หลายขนาด เหมาะที่จะนำไปปลูกตกแต่งสวน การทำไม้ดัดเป็นอาชีพของชาวบ้านแข้โดยเฉพาะ
   โดยนำไม้ประเภทข่อย มะสัง ตะโกที่มีอยู่มากในบริเวณนี้มาดัดและตัดแต่งให้เป็นรูปทรงที่สวย
   งาม และจำหน่ายในราคาที่ย่อมเยา








 

อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล (แล)       ชัยภูมิ

   ตั้งอยู่กลางวงเวียนศูนย์ราชการ ในตัวเมือง ชาวชัยภูมิได้ร่วมกันสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2518 เพื่อเป็น
   อนุสรณ์แด่เจ้าเมืองคนแรกของชัยภูมิ ซึ่งชาวชัยภูมิทั้งหลายเรียกท่านว่า “เจ้าพ่อพระยาแล” ตาม
   ประวัติเล่าว่า ในปี 2360 ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 2 นายแล ซึ่งเป็นข้าราชสำนักเจ้าอนุวงศ์
   เวียงจันทน์ ได้อพยพครอบครัวและบริวารข้ามลำน้ำโขงมาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านน้ำขุ่น บริเวณ
   อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมาในปัจจุบัน ต่อมาได้ย้ายชุมชนมาตั้งใหม่ที่โนนน้ำอ้อม บ้านชี
   ลอง ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิ 6 กิโลเมตร ได้ส่งส่วยต่อเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์ ต่อมาจึงย้ายชุมชน
   มาอยู่ที่บ้านหลวง ในเขตอำเภอเมืองปัจจุบัน และได้หันมาขึ้นตรงต่อเมืองนครราชสีมา ส่งส่วยแก่
   รัชกาลที่ 3 ไม่ขึ้นแก่เจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์อีกต่อไป จึงโปรดเกล้าฯ ยกบ้านหลวงเป็นเมืองชัยภูมิ
   และแต่งตั้งขุนภักดีชุมพล (แล) เป็นเจ้าเมืองคนแรกของชัยภูมิ

   ครั้น พ.ศ. 2369 เจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์ก่อการกบฏ ยกทัพเข้าตีเมืองนครราชสีมา ขุนภักดี
   ชุมพลพร้อมเจ้าเมืองใกล้เคียงยกทัพไปสมทบกับคุณหญิงโม ตีกระหนาบทัพเจ้าอนุวงศ์จนแตกพ่าย เจ้าอนุวงศ์เกิดความแค้นจึงย้อนกลับมาจับขุนภักดีชุมพลประหารชีวิตที่บริเวณใต้ต้นมะขามริมหนองปลาเฒ่า ด้วยความดีที่ขุนภักดีชุมพลมีต่อแผ่นดินไทยจึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระยาภักดีชุมพล (แล)

                ศาลเจ้าพ่อพระยาแล ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิประมาณ 4 กิโลเมตร ตามเส้นทางชัยภูมิ-บ้านเขว้า (ทางหลวงหมายเลข 225) เลี้ยวขวาเข้าหนองปลาเฒ่า เป็นที่สถิตดวงวิญญาณของพระยาภักดีชุมพล (แล) และเป็นศูนย์กลางที่ยึดเหนี่ยวจิตใจชาวเมืองชัยภูมิ ทุกปีมีงานสักการะศาลเจ้าพ่อในช่วงเดือน 6 ก่อนวันวิสาขบูชา และมีพิธีเซ่นไหว้รำผีฟ้าถวายเจ้าพ่อเป็นประจำ

 

อุทยานแห่งชาติตาดโตน          ชัยภูมิ

   ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนาฝาย ตำบลท่าหินโงม ตำบลห้วยต้อน และตำบลนาเสียว อำเภอเมือง
   จังหวัดชัยภูมิ เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูแลนคา มีพื้นที่ทั้งหมด 135,737.50 ไร่ หรือประมาณ
   217 ตารางกิโลเมตร และเป็นส่วนหนึ่งของต้นน้ำลำธารที่สำคัญของจังหวัดชัยภูมิ คือ ลำปะทาว
   และต้นน้ำชี มีน้ำตกที่สวยงามหลายแห่ง ได้แก่ น้ำตกตาดโตน น้ำตกตาดฟ้า และน้ำตกผาเอียง
   ด้วยสภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน มีด้านลาดทางทิศใต้ และเป็นแนวสันเขายาวตั้งแต่
   ปราจีนบุรีผ่านเขาใหญ่ ชัยภูมิผ่านไปถึงเลย ลักษณะเช่นนี้จึงทำให้บริเวณอุทยานแห่งชาติตาด
   โตนเป็นแนวอับฝน อากาศจึงค่อนข้างร้อน แต่เนื่องจากสภาพโดยทั่วไปยังเป็นป่าที่มีสภาพ
   สมบูรณ์พอสมควร จึงทำให้อุทยานแห่งชาติค่อนข้างเย็นสบาย พรรณไม้ที่สำคัญประกอบด้วยป่า
   เต็งรัง และป่าดิบแล้ง ชนิดไม้ในป่า มีเต็ง รัง พลวง กระบก กระโดน พะยอม รัก ประดู่ มะค่า ยาง
   กระบาก ตะเคียน ฯลฯ และไม้พื้นล่างส่วนใหญ่เป็นหญ้าเพ็ก สัตว์ป่ามี เก้ง หมูป่า พังพอน กระต่าย
   กระรอก กระแต ไก่ป่า และนกชนิดต่าง ๆ การเดินทาง จากตัวเมืองทางหลวงหมายเลข 2159 และเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2051 ระยะทางจากตัวเมืองถึงที่ทำการอุทยานฯ ระยะทางประมาณ 21 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยางตลอดสาย สถานที่ท่องเที่ยวในเขตอุทยานฯ ได้แก่

น้ำตกตาดโตน เป็นน้ำตกที่สวยงามใกล้ที่ทำการอุทยานฯ มีน้ำไหลตลอดปี โดยเฉพาะในฤดูฝนจะสวยงามเป็นพิเศษ มีความสูงประมาณ 6 เมตร และกว้าง 50 เมตร ด้านบนเป็นธารน้ำไหลผ่านลานหินสองฝั่งธารร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ เหมาะที่จะนั่งพักผ่อนชมธรรมชาติและเล่นน้ำ บริเวณน้ำตกมี ศาลเจ้าพ่อตาดโตน (ศาลปู่ด้วง) อีกด้วย

การเดินทาง จากตัวเมืองตามทางหลวงหมายเลข 2159 และเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2051 ระยะทางจากตัวเมืองถึงที่ทำการอุทยานฯ ระยะทางประมาณ 21 กิโลเมตร  หรืออาจใช้เส้นทางหมายเลข 201 ทางไปอำเภอภูเขียว จะมีเส้นทางแยกซ้ายอีก 21 กิโลเมตรไปน้ำตกตาดโตนได้เช่นกัน สำหรับผู้ที่เดินทางโดยรถโดยสาร สามารถใช้บริการรถสองแถวสายชัยภูมิ-ท่าหินโงม ลงที่ด่านเก็บค่าธรรมเนียมแล้วเดินเท้าอีก 1 กิโลเมตร

 

อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม                ชัยภูมิ

   อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ตั้งอยู่บนเทือกเขาพังเหย ภูมิประเทศเป็นเนินเขาสลับซับซ้อน ระดับ
   ความสูงประมาณ 300-846 เมตร จากระดับน้ำทะเล ปกคลุมด้วยป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง และป่า
   เบญจพรรณ มีความหลากหลายของระบบนิเวศ  และมีไม้ดอกจำพวกดุสิตา เอนอ้าและกล้วยไม้
   ขึ้นอยู่จำนวนมาก และมีสัตว์ป่านานาพันธุ์ มีนกกว่า 56 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 21 ชนิด สัตว์
   เลื้อยคลาน 10 ชนิด








จุดท่องเที่ยวในเขตอุทยานฯได้แก่

                ลานหินงาม เป็นบริเวณที่มีโขดหินใหญ่รูปร่างแปลก ๆ กระจายอยู่เต็มไปหมดในเนื้อที่กว่า 10ไร่ เกิดจากการกัดเซาะของเนื้อดินและหินเป็นรูปลักษณ์แตกต่างกัน สามารถจินตนาการเป็นรูปต่าง ๆ เช่น ตะปู  เรด้าร์  แม่ไก่ เป็นต้น

                ทุ่งดอกกระเจียว หรือทุ่งบัวสวรรค์ กระเจียวเป็นพืชล้มลุกจำพวกขิง-ข่า พบขึ้นกระจายอยู่ทั่วไปตั้งแต่ลานหินงามไปจนถึงจุดชมวิวสุดแผ่นดิน เหมาะมาเที่ยวชมในช่วงฤดูฝนประมาณเดือนมิถุนายน-สิงหาคม ของทุกปีสุดแผ่นดิน  เป็นหน้าผาสูงชันและเป็นจุดสูงสุดของเทือกเขาพังเหย ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 2 กิโลเมตร มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 846 เมตร เป็นแนวหน้าผาซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างภาคกลางและภาคอีสาน ที่จุดชมวิวสุดแผ่นดินจะมองเห็นทิวทัศน์สันเขาสลับซับซ้อน และมีสายลมพัดเย็นสบายตลอดวัน

                น้ำตกเทพพนา อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของที่ทำการอุทยานฯ ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร  เป็นน้ำตกขนาดกลาง เกิดจากลำห้วยกระโจนที่ไหลจากเทือกเขาพังเหย  แบ่งเป็นสามชั้นลดหลั่นกัน ชั้นบนสุดมีความสูงประมาณ 2-3 เมตร  ชั้น 2 สูงประมาณ 2-3 เมตร  และชั้นสุดท้ายมีความสูงประมาณ 6 เมตร จะมีน้ำเฉพาะในช่วงฤดูฝน

                น้ำตกเทพประทาน  ตั้งอยู่ตำบลบ้านไร่  อยู่ก่อนถึงที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดกลาง ลักษณะค่อนข้างแบน มีหินขนาดใหญ่เป็นลานกว้างลดหลั่นกันลงไปเป็นชั้นเตี้ย ๆ และมีดอนที่สูงชันอยู่แห่งหนึ่ง มีน้ำมากในช่วงฤดูฝน

                พระพุทธบาทเขายายหอม ตั้งอยู่บริเวณลานหินบนยอดภูเขาหอม เทือกเขาพังเหย ดงพญาเย็น ในบริเวณวัดพระพุทธบาทเขายายหอม ตำบลนายางกลัก  มีลักษณะเป็นรอยพระพุทธบาทข้างซ้ายสีแดง ประทับลึกลงไปในลานหิน ขนาดความกว้าง 75 เซนติเมตร ยาว 180 เซนติเมตร และลึก 45 เซนติเมตร ล้อมรอบด้วยบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ 3 บ่อ พระพุทธบาทเขายายหอมห่างจากที่ว่าการอำเภอไปทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 65 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 63 กิโลเมตร แต่ถ้าหากจะเริ่มต้นจากที่ว่าการอำเภอซับใหญ่ไปทางทิศเหนือก็จะห่างเพียง 8 กิโลเมตรเท่านั้น          

                อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว

                สอบถามรายละเอียดได้ที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ตู้ ปณ.2 ปทจ.เทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ 36230 โทร. 0 4489 0105  หรือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760  www.dnp.go.th

 การเดินทาง อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 270 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านจังหวัดสระบุรีไปสามแยกพุแค เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 21 จากนั้นไปตามทางหลวงหมายเลข 205 จากบ้านลำนารายณ์ไปประมาณ 48 กิโลเมตร ก่อนถึงที่ว่าการอำเภอเทพสถิตประมาณ 1 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 2354 (ทางไปอำเภอหนองบัวระเหว) ประมาณ 15 กิโลเมตร ถึงทางแยกซ้ายมือเข้าบ้านไร่ประมาณ 14 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ  สำหรับรถโดยประจำทาง สามารถเดินทางโดยรถสายกรุงเทพฯ-เทพสถิต-ชัยภูมิ ลงที่แยกบ้านไร่ แล้วเหมาจักรยานยนต์รับจ้างไปยังที่ทำการอุทยานฯ หรือเดินทางโดยรถสายกรุงเทพฯ-ชัยภูมิ และใช้บริการรถสองแถวซึ่งจอดรับส่งนักท่องเที่ยวอยู่ที่ปากทางบริเวณบ้านวะตะแบกเข้าไปยังตลาดใกล้ ที่ทำการอุทยานฯ ในช่วงเทศกาลดอกกระเจียวบาน มีบริการรถสองแถววิ่งรับส่งนักท่องเที่ยวตามจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ภายในบริเวณอุทยานฯ ด้วย

 

อุทยานแห่งชาติภูแลนคา                  ชัยภูมิ

   อุทยานแห่งชาติภูแลนคา มีพื้นที่ 148 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ คือ อำเภอเมือง
   บ้านเขว้า หนองบัวแดง และเกษตรสมบูรณ์ ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน สภาพป่ามี
   ทั้งป่าทึบและป่าโปร่ง เป็นต้นน้ำลำธารของลำห้วยที่ไหลลงสู่แม่น้ำชี มีจุดเด่นทางธรรมชาติ
   หลากหลายทั้งหน้าผาสันเขา ลานหินและก้อนหินรูปร่างแปลก ๆ รวมทั้งพืชพรรณที่น่าสนใจ
   เหมาะมาเที่ยวชมในระหว่างเดือนพฤษภาคม-ธันวาคม ทางอุทยานฯได้จัดทำเส้นทางเดินศึกษา
   ธรรมชาติผ่าน







สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ของอุทยานฯ ได้แก่

ป่าหินงามจันทร์แดง  เป็นลานหินกว้างที่มีก้อนหินรูปร่างลักษณะแปลกพิสดารต่าง ๆ จำนวนมาก โดยมี        ต้นจันทร์แดงเจริญเติบโตบนโขดก้อนหินใหญ่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ การเดินทางต้องเดินเท้าเข้าไปและใช้เวลามาก

ภูคี  เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติภูแลนคา เชื่อมต่อกันระหว่างอำเภอเกษตรสมบูรณ์กับอำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,038 เมตร เป็นยอดภูที่สูงที่สุดของพื้นที่อุทยานฯ ซึ่งสามารถมองเห็นภูมิประเทศและบรรยากาศภูหยวก ภูตะเภา เทือกเขาภูเขียว อำเภอเกษตรสมบูรณ์ อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ และมีสภาพภูมิอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี รวมทั้งพื้นที่ที่มีพันธุ์ไม้ป่าและสัตว์ป่าเป็นจำนวนมาก

ภูเกษตร เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติภูแลนคา มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 966 เมตร เป็นยอดภูที่สูงเป็นอันดับสองรองจากภูคีของพื้นที่อุทยานภูแลนคา ซึ่งสามารถมองเห็นภูมิประเทศและบรรยากาศของภูคี

ภูอ้ม ภูคล้อ ภูกลาง เทือกเขาภูเขียว อำเภอเกษตรสมบูรณ์ และอำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ เป็นพื้นที่ที่มีภูมิประเทศหนาวเย็นและแห้งแล้ง เพราะสภาพพื้นที่ป่าไม้บนยอดภูถูกทำลายจากการบุกรุกพื้นที่ของราษฎร และกลายเป็นไร่ร้างที่มี พื้นที่กว้างใหญ่บนเทือกเขาภูแลนคา

ทุ่งดอกกระเจียวบริเวณป่าหินงามทุ่งโขลงช้าง เป็นพื้นที่ป่าเต็งรังที่มีต้นกระเจียวขึ้นอยู่ตามซอกหินสลับกับต้นไม้นานาชนิด มีทั้งดอกสีชมพูและดอกสีขาวนอกจากนี้ยังมีก้อนหินใหญ่คล้ายช้าง เหมาะมาเที่ยวชมในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม

จุดชมวิวลานหินร่องกล้า  เป็นลานหินกว้างใหญ่ และหินแตกเป็นร่องลึกจำนวนมาก พร้อมกับเกิดขึ้นเป็นผาหินเด่นชัด สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 700-800 เมตร

จุดชมวิวป่าหินปราสาท  มีก้อนหินขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างคล้ายปราสาทเป็นลักษณะเด่นในพื้นที่และเป็นจุดชมวิวทางธรรมชาติ

ผาแเพ  เป็นผาหินขนาดใหญ่ที่เกิดจากการยกตัวสูงขึ้นของชั้นหินและการไหลเลื่อนของหินแร่ ซึ่งปรากฏเห็นเป็นเนื้อสีหินแร่ที่แตกต่างกันอย่างเด่นชัด และบริเวณโดยรอบถูกปกคลุมด้วยพรรณไม้นานาชนิด และในการเดินทางต้องเดินทางด้วยทางเท้า

ประตูโขลง  (ซุ้มประตูหินธรรมชาติ) เป็นก้อนหินขนาดใหญ่รูปร่างคล้ายประตูหิน บริเวณโดยรอบยังมีก้อนหินลักษณะแปลกพิศดารจำนวนมากสลับกับป่าเต็งรัง

ผากล้วยไม้  เป็นหน้าผาสูงลดหลั่นตามลำดับ โดยทอดตัวยาวติดต่อกัน มีพันธุ์กล้วยไม้หายากหลายชนิดขึ้นเป็นจำนวนมากตลอดผา

ถ้ำพระและถ้ำเกลือ เป็นลักษณะถ้ำหินทรายขาวที่เกิดขึ้นจากการกัดเซาะของน้ำที่ไหลลอดไปตามซอกหิน และเกิดปฏิกิริยาทางเคมีเป็นเวลานาน ประกอบกับการผันแปรและการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติของชั้นหินทราย จนเกิดโพรงขนาดใหญ่และสามารถเดินเข้าไปในถ้ำได้ ซึ่งแต่ละถ้ำจะมีลักษณะเด่นแตกต่างกันตามสภาพการผันแปร

น้ำตกตาดโตนน้อย  เป็นน้ำตกที่เกิดขึ้นจากลำห้วยน้อยใหญ่ไหลมารวมกัน  ซึ่งมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาภูเกษตร  และเป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดปี

เขาขาดและแม่น้ำชี เป็นลักษณะที่เกิดขึ้นทางธรรมชาติของเทือกเขา โดยเกิดขึ้นจากการยุบตัวและยกตัวของเทือกเขาภูแลนคากับเทือกเขาพังเหย กลายเป็นช่องเขาขาด และมีตำนานเล่าสืบต่อกันมานาน ส่วนแม่น้ำชีเป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัดชัยภูมิ ที่ไหลผ่านพื้นที่บางส่วนของอุทยานแห่งชาติภูแลนคา เป็นผลให้เกิดทัศนียภาพทางธรรมชาติและทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำชี

                นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ซึ่งมีก้อนหินแปลก ๆ อีกหลายแห่ง ได้แก่ ป่าหินงามปราสาท ป่าหินงามหงส์ฟ้า และแนวหน้าผาซึ่งเป็นจุดชมวิวสวยงาม

                อุทยานฯ มีบ้านพักรับรองและสถานที่สำหรับให้นักท่องเที่ยวกางเต็นท์พักแรม สอบถามรายละเอียดได้ที่อุทยานแห่งชาติภูแลนคา ตำบลห้วยต้อน อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ โทร. 0 4481 0902-3  หรือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร.  0 2562 0760 หรือ www.dnp.go.th

การเดินทาง จากตัวเมืองชัยภูมิเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 2051 ประมาณ 6 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง หมายเลข 2159 ทางไปหนองบัวแดงอีก 26 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนด้านซ้ายมือ มีรถสองแถวสายชัยภูมิ-หนองบัวแดง วิ่งผ่านหน้าที่ทำการอุทยานฯ

 

อุทยานแห่งชาติไทรทอง                   ชัยภูมิ

   อุทยานแห่งชาติไทรทอง  ครอบคลุมพื้นที่ป่าบนเทือกเขาพังเหย ในอำเภอหนองบัวระเหว เทพ
   สถิต ภักดีชุมพล และหนองบัวแดง มีเนื้อที่ 319 ตารางกิโลเมตร เป็นป่าต้นน้ำลำธารของลำห้วย
   หลายสายซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำชี   สภาพป่าเป็นป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง ผสมกับป่า
   เบญจพรรณ มีต้นไผ่รวกขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดม
   สมบูรณ์สวยงาม 







ภายในอุทยานฯ มีสถานที่น่าสนใจคือ

น้ำตกไทรทอง ห่างจากที่ทำการ 1 กิโลเมตรไปตามทางรถยนต์และเดินเท้าอีก 400 เมตร เป็นน้ำตกชั้นเตี้ย ๆ สูงเพียง 5 เมตรแต่มีความกว้างประมาณ 80 เมตร ด้านหน้าเป็นแอ่งน้ำใหญ่ สามารถลงเล่นน้ำได้เรียกว่า วังไทร เหนือน้ำตกมีวังน้ำขนาดใหญ่เรียกว่า วังเงือก น้ำไหลลงตามความคดเคี้ยวและความลาดชันของลานหินลงสู่น้ำตกไทรทอง มีความยาว  150 เมตร จากน้ำตกไทรทองขึ้นไปถึงน้ำตกชวนชมมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทาง 2 กิโลเมตร  มีจุดเด่นต่าง  ๆ ตามเส้นทาง เช่น ผาพิมใจ ดงเฟิร์นข้าหลวงหลังหลาย น้ำตกบุษบากร เป็นเส้นทางที่ร่มรื่นมีพันธุ์ไม้หลากหลายสวยงามให้ชมตลอดเส้นทาง

น้ำตกชวนชม อยู่เหนือน้ำตกไทรทองไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ 2 กิโลเมตร น้ำตกมีความสูง 20 เมตร รอบบริเวณมีต้นไม้ร่มรื่นทุ่งบัวสวรรค์ หรือทุ่งดอกกระเจียว อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 10 กิโลเมตร บริเวณสันเขาพังเหยด้าน ทิศตะวันตก ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม ต้นกระเจียวจะออกดอกสวยงามเต็มทุ่ง มีทั้งดอกสีชมพูและสีขาว

ผาพ่อเมือง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นแนวหน้าผาตามสันเขาพังเหยด้านตะวันตก ตามเส้นทางขึ้นสู่ทุ่งบัวสวรรค์ ยาวประมาณ 3 กิโลเมตร สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 700-908 เมตร มองลงไปเป็นตัวอำเภอภักดีชุมพลและเทือกเขาพญาฝ่อ ที่กั้นระหว่างชัยภูมิกับเพชรบูรณ์ มีเส้นทางเดินชมธรรมชาติลัดเลาะตามแนวหน้าผาซึ่งมีจุดชมวิวเด่น ๆ อีก 4 จุด คือ ผาเพลินใจ ผาอาทิตย์ อัสดง ผาสวนสวรรค์และผาหำหด ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหน้าผาที่หวาดเสียวที่สุดเมื่อขึ้นไป นั่งบนชะง่อนหินนั้น

                จุดชมทิวทัศน์ผาหำหด เป็นจุดสูงของเทือกเขาพังเหย สูงจากระดับน้ำทะเล 864 เมตร อากาศหนาวเย็นตลอดปี มีสถานที่กางเต็นท์พักแรมเพื่อสัมผัสความหนาวเย็นของอากาศ

                อุทยานฯ มีบ้านพักรับรองและสถานที่กางเต็นท์พักแรม สอบถามรายละเอียดได้ที่อุทยานแห่งชาติ

ไทรทอง ตู้ ปณ. 1 อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ 36250 โทร. 08 9282 3437, 08 1877 8485  หรือ

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร.  0 2562 0760 หรือ www.dnp.go.th

                การเดินทาง จากตัวเมืองชัยภูมิใช้ทางหลวงหมายเลข 225 (ชัยภูมิ-นครสวรรค์) ประมาณ 70 กิโลเมตร (ห่างจากอำเภอหนองบัวระเหว 37 กิโลเมตร) มีป้ายบอกทางแยกขวาบริเวณบ้านท่าโป่งไปที่ทำการอุทยานฯ อีก 7 กิโลเมตร

 

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมัง          ชัยภูมิ

   มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ป่าในเขตอำเภอคอนสาร เกษตรสมบูรณ์ และหนองบัวแดง มีพื้นที่       
   ประมาณ 1,125,000 ไร่ ดูแลด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า การเพาะเลี้ยงและการขยายพันธุ์สัตว์ป่า
   เช่น ไก่ฟ้าพญาลอ นกยูง เก้ง กวาง และเนื้อทราย เป็นต้นโดยปล่อยสัตว์ให้อาศัยอยู่ในพื้นที่
   ธรรมชาติ สามารถสืบพันธุ์และขยายพันธุ์ได้เอง ได้มีการจัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติสำหรับผู้
  สนใจศึกษาธรรมชาติอย่างใกล้ชิด








สถานที่น่าสนใจในเขตรักษาพันธุ์ฯ ได้แก่

ทุ่งกระมัง เป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ใจกลางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว แหล่งอาหารที่สำคัญของสัตว์กินพืช เมื่อปี พ.ศ. 2526 และ พ.ศ. 2535โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ปล่อยสัตว์ป่าคืนถิ่นในบริเวณนี้ เช่น เก้ง กวาง กระจง และนกต่าง ๆ มีการจัดทำดินโป่งในบริเวณทุ่งกะมังเพื่อให้สัตว์มากินดินโป่งและเผาแปลงทุ่งหญ้าเพื่อให้เกิดหญ้าระบัดเป็นอาหารของเก้ง กวางในช่วงฤดูแล้ง บนยอดเนินเหนือบริเวณทุ่งกะมัง มีพระตำหนักที่ประทับอยู่เหนืออ่างน้ำ ทุ่งกระมังเปิดให้เข้าชมเวลา 08.00–15.00 น. และจะไม่เปิดให้เข้าทัศนศึกษาตั้งแต่ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมเป็นเวลา 3 เดือน เนื่องจากสภาพพื้นที่ที่อุดมไปด้วยป่าไม้และสัตว์ป่า การเดินทางเข้ามาในพื้นที่ก็เสมือนการเข้ามารบกวนธรรมชาติ ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าจริง ๆ

ลำน้ำพรม ไหลคดเคี้ยวอยู่ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวทางด้านเหนือ ด้านทิศตะวันออกมีลำห้วยดาดหรือลำโดกเป็นห้วยสายหลักที่ทำให้น้ำพรมตอนล่างจากเขื่อนจุฬาภรณ์ซึ่งผันน้ำลำน้ำพรมเดิมไปผลิตกระแสไฟฟ้า ไหลออกสู่พื้นที่บริเวณลำสุ มีน้ำไหลตลอดปี บนลำน้ำพรมมีลานจันทร์ซึ่งประกอบด้วยลานหิน วังน้ำลึกที่คดเคี้ยว ดูสงบ ร่มรื่น

ลานจันทร์และตาดหินแดง ลานจันทร์มีลักษณะเป็นลานหินกว้างในลำน้ำพรม มีน้ำไหลผ่านตลอดปี เป็นบริเวณร่มรื่นไปด้วยพันธุ์ไม้ใหญ่น้อย เพราะมีป่าดิบขึ้นอยู่รอบ ๆ มีพวกมอส เฟิร์น หวาย พลู และว่านต่าง ๆ หลายชนิด ถ้าเดินเรียบไปตามลำน้ำจะพบหินสีแดง ซึ่งเป็นบริเวณที่เรียกว่า ตาดหินแดง ทั้งลานจันทร์และตาดหินแดง เหมาะสำหรับพักผ่อนร่มรื่นและสวยงาม

บึงแปน มีเนื้อที่ประมาณ 4,000 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ย 900 เมตร สภาพภูมิประเทศทุ่งหญ้าคล้ายทุ่งกะมัง แต่มีลักษณะเป็นทุ่งราบเรียบและอยู่ในที่ลุ่มต่ำ มีน้ำเจิ่งนองในฤดูฝน ในฤดูแล้งมีหนองน้ำอยู่กลางทุ่ง บึงแปนตั้งอยู่กลางพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตวป่าภูเขียวค่อนไปทางตะวันตกเฉียงใต้ เป็นบริเวณที่มีสัตว์ป่าชุกชุม สังเกตได้จากมีร่องรอยด่านสัตว์มากมาย

น้ำตกตาดคร้อ เป็นน้ำตกสูงใหญ่อยู่ทางทิศใต้ของทุ่งกะมัง ใกล้กับศูนย์พิทักษ์ป่าภูเขียวที่อำเภอหนองบัวแดง น้ำจากน้ำตกจะไหลลงสู่ลำน้ำสะพุง

น้ำตกห้วยหวาย อยู่ห่างจากบึงแปน 6 กิโลเมตร เป็นน้ำตก 3 ชั้น สูงชั้นละ 20 เมตร ตรงบริเวณช่องเขาขาด อยู่ระหว่างเขาภูน้อย และเขาภูเขียวใหญ่

น้ำตกนาคราช อยู่ระหว่างทางจากศาลาพรมไปทุ่งกะมัง บริเวณกิโลเมตรที่ 11 เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางในป่าอีก 300 เมตร ความกว้างของน้ำตกนาคราชประมาณ 5 เมตร มีความสูงต่างระดับถึง 3 ชั้น ชั้นแรกสูง 14 เมตร ชั้นที่ 2 สูง 10 เมตร ชั้นที่ 3 สูง 6 เมตร บริเวณน้ำตกมีว่านพญานาคราชขึ้นอยู่จำนวนมากจึงตั้งชื่อว่า “น้ำตกนาคราช”

ผาเทวดา เป็นภูเขาหลายเทือกติดต่อกัน ยาวประมาณ 6 กิโลเมตร ยอดผาสูงประมาณ 1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล ทางทิศตะวันตกและทิศตะวันออกเป็นเทือกเขายาว หินผาเทวดามีสีขาวคล้ายหินปูน มีน้ำไหลผ่านเรียกว่า “ชีผุด” เป็นต้นน้ำของแม่น้ำชี มีความกว้างประมาณ 10-15 เมตร ไหลทะลุออกมาทางทิศใต้ของเขาเทวดาแล้วไหลลงชีใหญ่ที่บ้านโหล่น ลำชีจะไหลจากเหนือไปใต้ สองข้างฝั่งมีลักษณะเป็นหินกรวดก้อนเล็ก ๆ ชีผุดมีน้ำที่ใสมากถึงประมาณ 1 เมตร สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ได้แก่ กระทิง หมี เม่น กวาง และช้างป่า ตรงหุบเหวและเทือกเขาเทวดาเป็นป่าค่อนข้างแน่นทึบเรียกว่า ป่าครอบ มีลำชีไหลผ่านกลางป่าและมุดเข้าไปในเชิงเขาเรียกว่า ชีดั้นและชีผุดมีถึง 3 ชั้น ชีดั้นแห่งแรกคือ เขาถ้ำครอบ ลำน้ำไหลหายเข้าไปในถ้ำประมาณ 500 เมตร แล้วผุดออกไปประมาณ 300 เมตร จึงหายเข้าไปในเขา ไกลถึง 8 กิโลเมตร สุดท้ายหายเข้าไปในเขาไกลอีก 1 กิโลเมตร จึงผุดออกมาที่ทับกกเดื่อซึ่งอยู่ห่างจากบ้านโหล่นประมาณ 10 กิโลเมตร พันธุ์ไม้ส่วนใหญ่เป็นตะเคียน ยาง พะยอม ไผ่ ไม้พื้นล่างมี หวาย ตาว สัตว์ป่า เช่น ช้าง หมี เสือ กวาง เม่น และมีนกกาฮังอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ในบริเวณป่าครอบนี้มีน้ำตก 7 ชั้นอยู่บนเทือกเขาเทวดา เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวไหลลาดลงตามทางยาว แต่ละชั้นสูง 15-20 เมตร รวมทั้งสิ้นสูงประมาณ 200 เมตร กว้างประมาณ 20-25 เมตร

                การเข้ามาทัศนศึกษาในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามีสองกรณีคือ หากเข้าชมแบบไป-กลับวันเดียว สามารถขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่บริเวณด่านตรวจปางม่วง ค่าธรรมเนียมในการเข้าชม ผู้ใหญ่คนละ 20 บาท นักเรียนคนละ 10 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท รถยนต์คันละ 30 บาท จักรยานคันละ 10 บาท จักรยานยนต์คันละ 20 บาท รถหกล้อ 100 บาท

                กรณีพักค้างแรมต้องทำหนังสือขออนุญาตล่วงหน้า 15–30 วัน ถึง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ตู้ ปณ. 3 ปทจ.ชุมแพ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น 40130 โทร. 08 4334 0043,08 0199 9212 หรือผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ 10900 สอบถามข้อมูล โทร. 0 2561 4292-3 ต่อ 711

                การเดินทาง ไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวใช้เส้นทางเดียวกับเขื่อนจุฬาภรณ์ ก่อนถึงเขื่อน 3 กิโลเมตร มีทางเลี้ยวซ้ายจากด่านตรวจ (ปางม่วง) ไปยังที่ทำการเขตฯ อีก 24 กิโลเมตร

 

เขื่อนจุฬาภรณ์/ เขื่อนน้ำพรม         ชัยภูมิ

   เขื่อนจุฬาภรณ์  (เขื่อนน้ำพรม) ตั้งอยู่ที่ตำบลทุ่งพระ สร้างปิดกั้นลำน้ำพรมบนเทือกเขาขุนพาย
   บริเวณที่เรียกว่า ภูหยวก ลักษณะเขื่อนเป็นเขื่อนหินถม แกนกลางเป็นดินเหนียวบดอัดทับแน่น
   ด้วยหินและกรวด ตัวสันเขื่อนยาว 700 เมตร ความสูงจากฐานราก 70 เมตร กว้าง 8 เมตร เป็น
   ลักษณะเขื่อนเอนกประสงค์ในความดูแลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยใช้
   ประโยชน์ในการผลิตพลังงานไฟฟ้าและยังอำนวยประโยชน์ในด้านชลประทาน ช่วยระบายน้ำเพื่อ
   การเพาะปลูกในฤดูแล้ง ในพื้นที่การเกษตร นอกจากนี้ในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนยังเป็นแหล่งเพาะ
   พันธุ์ปลาน้ำจืดอีกด้วย

   บริเวณเขื่อนมีทิวทัศน์ที่งดงาม อากาศเย็นสบายตลอดปี จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
   แห่งหนึ่งของจังหวัดชัยภูมิ ภายในบริเวณเขื่อนมีบ้านพัก ร้านอาหารไว้รับรองนักท่องเที่ยว เรือ
   สำหรับให้ล่องชมอ่างเก็บน้ำ มีจุดชมวิวทิวทัศน์เหนือเขื่อน ศูนย์ทดลองพืชเมืองหนาว และหอดูดาว ติดต่อบ้านพักรับรองของการไฟฟ้าฝ่ายผลลิต โทร. 0 4486 1669 บ้านพักสถานีทดลองและฝึกอบรมเขื่อนจุฬาภรณ์ (ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น) โทร. 0 4338 4969 ต่อ 2787

สถานที่ท่องเที่ยวภายในเขื่อนจุฬาภรณ์ ได้แก่

พระพุทธสิริสัคคราชจำลอง (หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์) พระพุทธรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานที่บริเวณหัวเขื่อนฝั่งซ้าย ตรงข้ามสวนเขื่อนจุฬาภรณ์

                สวนเขื่อนจุฬาภรณ์ ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 41 ไร่ ตกแต่งเป็นป่าอนุรักษ์ มีไม้ป่านานาชนิดพร้อมศาลาพรมพิสมัยสำหรับนั่งพักผ่อน ทางเดินภายในสวนปูพื้นด้วยหินธรรมชาติ

                พืชโบราณ 325 ล้านปี เป็นพืชตระกูลหญ้ามี 2 สายพันธุ์ คือ สนสามร้อยยอด และสนหางม้าหรือหญ้าถอดปล้อง

                ศาลาชมวิวหลุบควน  เป็นจุดชมวิวอยู่ที่ระดับความสูงมากกว่า 800 เมตร

 สนามริมน้ำข้างพระตำหนัก บรรยากาศสงบร่มรื่น สามารถมองเห็นสันเขื่อนและทิวทัศน์ของอ่างเก็บน้ำโดยรอบ

                การเดินทาง  จากตัวเมืองชัยภูมิ ใช้เส้นทางชัยภูมิ-ชุมแพ (ทางหลวงหมายเลข 201) ถึงทางแยกหนองสองห้อง เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 2055 (อำเภอคอนสาร) รวมระยะทาง 120 กิโลเมตร หรือหากเดินทางมาตามเส้นทางหล่มสัก-ชุมแพ (ทางหลวงหมายเลข 12) เมื่อถึงบริเวณอำเภอคอนสารมีทางแยกไปเขื่อนจุฬาภรณ์ ระยะทาง 40 กิโลเมตร

 

เขื่อนลำปะทาว                    ชัยภูมิ

   เขื่อนลำปะทาว  ตั้งอยู่บ้านหลุบช้างพลาย ตำบลเก่าย่าดี  เป็นเขื่อนดินกั้นลำปะทาว ประกอบ
   ด้วยเขื่อน 2 แห่ง คือ เขื่อนบนขนาดความจุน้ำ 44 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนล่างความจุ 14
   ล้านลูกบาศก์เมตร ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าจ่ายให้กับพื้นที่อำเภอแก้งคร้อ และอำเภอคอนสวรรค์ 
   นอกจากนี้ยังจ่ายน้ำที่กักเก็บไว้ให้กับพื้นที่การเกษตรอำเภอแก้งคร้อ อำเภอเมือง รวมทั้งจ่ายน้ำ
   ไปยังเขตน้ำตกตาดโตน และส่งไปผลิตน้ำประปาของจังหวัดชัยภูมิ เขื่อนลำปะทาวนับเป็นแหล่ง
   ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจอีกแห่งหนึ่งของชาวชัยภูมิ

 

 

 

 

แหล่งทอผ้าขิตบ้านโนนเสลา          ชัยภูมิ

   ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลหนองตูม เป็นแหล่งทอผ้าขิตแหล่งใหญ่ที่สุดของชัยภูมิ ชาวบ้านโนนเสลา
   สืบทอดการทอผ้าขิตมาแต่ครั้งปู่ย่าตายาย โดยทอผ้าใช้เองแทบทุกครัวเรือน มีการตั้งกลุ่มแม่
   บ้านขึ้นเมื่อปี 2521 และได้พัฒนาลวดลาย สีสัน ผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของ
   ตลาด มีจำหน่ายทั้งผ้าฝ้ายมัดหมี่ ผ้าขิตไหม ผ้าคลุมไหล่ ผ้าปูโต๊ะ กระเป๋าผ้า และหมอนขิต

                การเดินทาง จากอำเภอภูเขียวใช้ทางหลวงหมายเลข 2037 ทางไปเกษตรสมบูรณ์
   ประมาณ 8 กิโลเมตร เลี้ยวขวา 3 กิโลเมตร

 

 

 

 

ใบเสมาบ้านกุดโง้ง              ชัยภูมิ

   เก็บรักษาอยู่ภายในบริเวณโรงเรียนวัดกุดโง้ง ตำบลกุดตุ้ม เป็นใบเสมาหินทรายศิลปะทวารวดี
   อายุราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 ที่พบเป็นจำนวนมากในบริเวณรอบ ๆ หมู่บ้านได้ถูกนำมารวบรวม
   ไว้ในอาคารอย่างเป็นระเบียบ ส่วนมากมีลักษณะเป็นแผ่นใหญ่ ด้านหน้าจำหลักลายและบางแผ่น
   มีจารึกอยู่ที่ด้านหลังด้วย ลวดลายที่ปรากฏเป็นเรื่องราวทางพุทธศาสนาเล่าเรื่องชาดกตอนต่าง
   ๆ หรือเป็นภาพรูปเคารพ เช่น ภาพพระโพธิสัตว์ประทับยืนบนดอกบัว ภาพพระพุทธเจ้าประทับนั่ง
   บนบัลลังก์ใต้ต้นโพธิ์ นับเป็นกลุ่มเสมาที่สวยงามแห่งหนึ่งในอีสาน นอกจากนี้ใบเสมาบางแผ่น
   ปรากฏมีจารึกอักษรปัลลวะของอินเดียใต้อีกด้วย

                การเดินทาง จากตัวเมืองชัยภูมิไปตามทางหลวงหมายเลข 202 ประมาณ 12 กิโลเมตร
   เลี้ยวขวาไปอีก 3 กิโลเมตรถึงบ้านกุดตุ้ม แล้วเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางกุดตุ้ม-บุ่งคล้าอีก 4 กิโลเมตร



 

การเดินทางไปจังหวัดชัยภูมิ

 

รถยนต์:

 

รถยนต์  จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑ (ถนนพหลโยธิน) ถึงสระบุรี แยกขวาไปตามทางหลวงหมายเลข ๒ (ถนนมิตรภาพ) แล้วแยกซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๒๐๑ ที่อำเภอสีคิ้ว ผ่านอำเภอด่านขุนทด อำเภอจัตุรัส เข้าสู่จังหวัดชัยภูมิ รวมระยะทางประมาณ ๓๓๐ กิโลเมตร                 อีกเส้นทางหนึ่ง คือ จากกรุงเทพฯ เดินทางไปตามถนนพหลโยธิน ผ่านสระบุรี ถึงแยกพุแค แยกเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๑ ถึงอำเภอชัยบาดาล จากนั้นเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข ๒๐๕ ผ่านอำเภอเทพสถิต อำเภอจตุรัส เข้าสู่จังหวัดชัยภูมิ 

 

รถประจำทาง:

มีรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศของบริษัท ขนส่ง จำกัด และของเอกชน สายกรุงเทพฯ-ชัยภูมิ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่ง

สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490www.transport.co. บริษัท แอร์ชัยภูมิ โทร. 0 4481 1556 นครชัยแอร์ โทร. 0 4481 1739 ชัยภูมิจงเจริญ โทร. 0 4481 1780 ชัยภูมิทัวร์ โทร. 0 4481 6012

ปัจจุบันบริษัท ขนส่ง จำกัด ได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์แล้ว ติดต่อได้ที่ www.thaiticketmajor.com นอกจากนี้ยังสามารถซื้อตั๋วออนไลน์ได้ที่ไทยรูท ดอทคอม www.thairoute.com

 

รถไฟ:

                มีรถไฟออกจากสถานีหัวลำโพงไปยังชัยภูมิทุกวัน โดยต้องขึ้นรถขบวนที่เดินทางไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ขบวนกรุงเทพฯ-หนองคาย แล้วลงที่สถานีบัวใหญ่ จากนั้นต่อรถโดยสารประจำทางไปอีก 51กิโลเมตร

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690 www.railway.co.th

 

เครื่องบิน :

 

                เครื่องบิน  บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ยังไม่มีบริการเที่ยวบินไปจังหวัดชัยภูมิ หากประสงค์จะเดินทางโดยเครื่องบินจะต้องลงที่จังหวัดขอนแก่น จากนั้นสามารถต่อรถโดยสารจากจังหวัดขอนแก่นย้อนกลับเข้าชัยภูมิ ระยะทางประมาณ ๑๕๐ กิโลเมตร  สอบถามรายละเอียด โทร. ๑๕๖๖, ๐ ๒๓๕๖ ๑๑๑๑, ๐ ๒๓๕๖, ๑๑๑๑, ๐ ๒๒๘๐ ๐๐๖๐, ๐ ๒๖๒๘ ๒๐๐๐ หรือ www.thaiairways.com

 

หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญในจังหวัดชัยภูมิ

 

ตำรวจทางหลวง ส.ทล.4 กก.1 ปากช่อง  โทร. (044) 311557

ททท.สนง.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 1 จ.นครราชสีมา  โทร. (044) 213666, 213030

ที่ว่าการอำเภอเมือง  โทร. (044) 822004

ไปรษณีย์จังหวัด  โทร. (044) 811080

สถานีขนส่งจังหวัด   โทร. (044) 811344

สถานีตำรวจภูธร อ.เมือง  โทร. (044) 811242

โรงพยาบาลเกษตรสมบูรณ์   โทร. (044) 811936

โรงพยาบาลแก้งคร้อ  โทร. (044) 881076

โรงพยาบาลคอนสวรรค์  โทร. (044) 889022

โรงพยาบาลคอนสาร  โทร. (044) 887013

โรงพยาบาลจัตุรัส   โทร. (044) 851499

โรงพยาบาลชัยภูมิ   โทร. (044) 811016

โรงพยาบาลเทพสถิต   โทร. (044) 857022

โรงพยาบาลบ้านเขว้า   โทร. (044) 821746

โรงพยาบาลบ้านแท่น  โทร. (044) 811796

โรงพยาบาลบำเหน็จ-ณรงค์  โทร. (044) 859099

โรงพยาบาลภูเขียว  โทร. (044) 861050

โรงพยาบาลหนองบัวแดง  โทร. (044) 811916

โรงพยาบาลหนองบัวระแหว   โทร. (044) 821505

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พื้นที่ชัยภูมิ, นครราชสีมา

@ ค้นหาที่พัก รีสอร์ท โรงแรม และร้านอาหาร ทั่วประเทศที่  http://www.resortdd.com/


      22 ต.ค. 2555   เวลา :    11:23   จำนวนผู้อ่าน :    7655   

 
ร้านอาหารแนะนำ