resort, รีสอร์ท, ที่พัก
 
 
 
 
 
 
 


ที่พักภาคเหนือ
เชียงราย
เชียงใหม่
กำแพงเพชร
ตาก
นครสวรรค์
น่าน
พะเยา
พิจิตร
พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
แพร่
แม่ฮ่องสอน
ลำปาง
ลำพูน
สุโขทัย
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กาฬสินธุ์
ขอนแก่น
ชัยภูมิ
นครพนม
นครราชสีมา
บุรีรัมย์
บึงกาฬ
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุบลราชธานี


ที่พักภาคกลาง
กรุงเทพมหานคร
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นนทบุรี
ปทุมธานี
ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
เพชรบุรี
ราชบุรี
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สระแก้ว
สระบุรี
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
อยุธยา
อ่างทอง


ที่พักภาคตะวันออก
ชลบุรี, พัทยา
ระยอง
จันทบุรี
ตราด


ที่พักภาคใต้
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา
พัทลุง
ภูเก็ต
ยะลา
ระนอง
สงขลา
สตูล
สุราษฎร์ธานี

Link เพื่อนบ้าน
หอพัก
หอพัก
ห้องพัก





โอนิซึกะ, onitsuka, onitsuka tiger
Bangkok Dating, Thailand Matchmaker, Thailand Dating, Bangkok Matchmaker, dating bangkok, dating thailand, thai dating, online dating, single thai girls, thai women, dating service, speed dating, บริการหาคู่, บริษัทจัดหาคู่, หาคู่, หาแฟน, หาเพื่อน, จัดหาคู่, จับคู่, แม่สื่อ, ธุรกิจหาคู่
ถุงจัมโบ้, พาเลท

แนะนำรีสอร์ท, ห้องพัก, ที่พัก, บ้านพัก สำหรับพักผ่อนยามท่องเที่ยว


ResortDD.com จังหวัดลำปาง ( Lampang) ที่พักจังหวัดลำปาง โรงแรมจังหวัดลำปาง รีสอร์ทจังหวัดลำปาง เกสเฮ้าส์จังหวัดลำปาง สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง ท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง ศูนย์รวมรีสอร์ทจังหวัดลำปาง แหล่งรวมที่พักจังหวัดลำปาง Thailand Lampang Hotel Resort Guesthouse

ถ่านหินลือชา รถม้าลือลั่น เครื่องปั้นลือนาม งามพระธาตุลือไกล ฝึกช้างใช้ลือโลก



                จังหวัดลำปางเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในภาคเหนือตอนบน สภาพภูมิประเทศเป็นขุนเขาทอดยาวจากเหนือจรดใต้ ตอนกลางของจังหวัดเป็นแอ่งที่ราบลุ่มลำน้ำวัง เป็นที่ตั้งของเวียงเล็กเวียงน้อย ทับซ้อนกันกว่า 1,300 ปีแล้ว หรือเกิดร่วมยุคร่วมสมัยกับเมืองหริภุญไชย หรือจังหวัดลำพูน ในยุคปัจจุบัน จากสภาพภูมิประเทศ ของจังหวัด ประกอบกับเป็นเมืองเก่าแก่มาร่วม 1,300 ปี จึงทำให้จังหวัดลำปางเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ให้นักท่องเที่ยวได้มาศึกษาหาความรู้ และมาพักผ่อนหย่อนใจ ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และแหล่งท่องเที่ยวทางด้าน โบราณสถาน โบราณวัตถุ โดยแหล่งท่องเที่ยวทาง ธรรมชาติจะมีทั้งป่าไม้ ขอบเขตอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญ ที่รักษาระบบนิเวศวิทยา และหล่อเลี้ยงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจังหวัดลำปาง มาตราบเท่าทุกวันนี้  มีถ้ำ น้ำตก น้ำพุร้อนและขุนเขา ที่ยืนตระหง่านรอให้ นักท่องเที่ยวได้เข้ามา ศึกษาและเยี่ยมชม ในส่วนของแหล่งท่องเที่ยว ทางด้านโบราณสถาน และโบราณวัตถุจังหวัดลำปาง มีหลายแห่งซึ่งหลากหลาย โดยแต่ละแห่งจะแสดง ถึงประวัติศาสตร์และความเป็นอยู่ ของชาวจังหวัด ลำปางในแต่ละยุค แต่ละสมัย ทั้งวิถีชีวิตขนบธรรมเนียมประเพณี ตลอดจน ศิลปวัฒนธรรมที่สืบทอด กันมายาวนานจนถึงปัจจุบัน เช่นวัดพระธาตุ ลำปางหลวง วัดไหล่หิน และวัดที่มีการผสมผสานของศิลปะแบบล้านนา กับสถาปัตยกรรม ของพม่าจนได้ชื่อว่าเป็นดินแดนที่มีวัด และอาคารบ้านเรือน ตามแบบสถาปัตยกรรมพม่ามากที่สุดในประเทศไทย เป็นต้น

              นอกจากนี้จังหวัดลำปางยังคงความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น โดยนำรถม้า เป็นพาหนะในการรับส่งผู้โดยสารมากว่า 80 ปีแล้ว ปัจจุบันยังคงใช้เป็นพาหนะ ให้บริการนำนักท่องเที่ยวนั่งเยี่ยมชมสถานที่สำคัญของจังหวัดลำปาง ในบรรยากาศย้อนยุคที่หลงเหลือ มาตราบเท่าทุกวันนี้.

              ลำปางเป็นเมืองในหุบเขารูปแอ่งกระทะรายล้อมด้วยเทือกเขาสูงชัน บางส่วนผุดเป็นแนวหินแกรนิตบนเทือกเขาผีปันน้ำด้านตะวันตก ในบางยุคเกิด  การเคลื่อนตัวของเปลือกโลกอย่างรุนแรงจนทำให้เกิดแอ่งที่ราบ ขนาดใหญ่และทิวเขามากมายทับซ้อนกัน เมื่อผ่านกาลเวลามายาวนานส่วนที่เป็นแอ่งก็กลายเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ เกิดการทับถมของตะกอนดินและซากพืชซากสัตว์จนเป็นผืนดินที่ราบ แหล่งน้ำมัน และถ่านหินลิกไนต์แทรกตัวอยู่ในอำเภอแม่เมาะ บริเวณตอนกลางของเมืองลำปาง

               บริเวณที่ราบภูเขาสูงและที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำอันเป็นที่ราบดินตะกอนเก่า ผืนดินมีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง และมีแม่น้ำวังไหลผ่านทำให้บริเวณตอนกลางของจังหวัด อำเภอแม่พริก อำเภอเถิน และบางส่วนของอำเภอสบปราบเป็นแหล่งทำเกษตรกรรมตลอดทั้งปี ส่วนบริเวณอำเภอเมือง อำเภอเกาะคา อำเภอแม่ทะ อำเภองาว อำเภอห้างฉัตร และบริเวณตอนกลางของอำเภอแจ้ห่มจะเป็นที่ราบสูงและภูเขาสลับซับซ้อน บริเวณตอนบนและพื้นที่โดยรอบจังหวัด ด้านอำเภอวังเหนือ อำเภอแจ้ห่ม อำเภองาว และบริเวณตอนใต้ของอำเภอแจ้ห่มส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง ปกคลุมด้วยผืนป่าอุดมสมบูรณ์อันเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของเมืองลำปาง

               ด้วยลักษณะพื้นที่ซึ่งเป็นแอ่งก้นกระทะดังกล่าว จึงทำให้มีอากาศอบอ้าวแบบฝนเมืองร้อนเฉพาะฤดู โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ จึงมีอากาศแตกต่างกันมากตามฤดูกาล ฤดูหนาวค่อนข้างหนาวจัด ฤดูร้อนยาวนาน

               ลำปางมีอาณาเขตทิศเหนือติดต่อเชียงรายและพะเยา ทิศใต้ติดต่อสุโขทัยและตาก ทิศตะวันออกติดต่อแพร่  และทิศตะวันตกติดต่อเชียงใหม่และลำพูน รวมเนื้อที่ทังหมด 12,533 ตารางกิโลเมตร

               จังหวัดลำปาง เป็นจังหวัดที่มีอายุเก่าแก่ไม่น้อยกว่า 1,300 ปี มีชื่อเรียกขานกันหลายชื่อ ซึ่งปรากฏหลักฐานตามตำนานต่าง ๆ รวม 11 ชื่อ ได้แก่ กุกกุฏนคร ลัมภกับปะนคร ศรีนครชัย นครเวียงคอกวัว เวียงดิน เขลางค์นคร นครลำปางคำเขลางค์ อาลัมภางค์ เมืองลคร และเมืองนครลำปาง จากการที่เรียกขานกันว่า “ กุกกุฏนคร ” แปลว่าเมืองไก่ ดังนั้น ตราประจำจังหวัดลำปาง คือ “ ไก่ขาว ”
 จากหนังสือพงศาวดารโยนกกล่าวว่า จังหวัดลำปาง สร้างเมื่อ พ.ศ.1223โดยมี “ สุพรหมฤาษี ” สร้างเมืองเพื่อให้ เจ้าอนันตยศ โอรสพระนางจามเทวี ครองคู่กับเมืองหริภุญชัย (ลำพูน) ให้ชื่อเมืองว่า “ นครเขลางค์ ” ต่อมาเปลี่ยนเป็น “ นครอัมภางค์ ” และเปลี่ยนชื่อเป็น “ นครลำปาง ” ในภายหลัง

               ในสมัยโยนกเชียงแสน นครลำปางเคยตกอยู่ภายใต้อำนาจของขอม เคยเป็นเมืองประเทศราชของพม่าและเมืองเชียงใหม่ ในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี “ เจ้าทิพย์ช้าง ” สามารถขับไล่พวกพม่าออกจากเมืองลำปางได้สำเร็จ จึงได้รับการสถาปนาเป็น “ พระยาสุวลือไชยสงคราม ” ขึ้นครองนครลำปางในปี พ.ศ.2279

              ในปี พ.ศ.2307 “ เจ้าแก้วฟ้า ” พระโอรสของเจ้าทิพย์ช้างได้ขึ้นครองนครลำปาง และเป็นต้นตระกูล ณ ลำปาง ณ ลำพูน รวมทั้ง ณ เชียงใหม่ ในเวลาต่อมา และมี “ เจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต ” เป็นผู้ครองนครลำปางองค์สุดท้าย

               จังหวัดลำปางได้ประกาศจัดตั้งเป็นจังหวัด ในปี พ.ศ.2435 (สมัยรัชกาลที่ 5) โดยขึ้นอยู่กับมณฑลพายับสมัยหนึ่ง (พ.ศ.2443) ต่อมาแยกเป็นมณฑลมหาราษฎร์ ในปี พ.ศ.2458 ซึ่งในเวลาต่อมาได้มีประกาศยกเลิกมณฑลทั่วราชอาณาจักร ลำปางจึงมีฐานะเป็น “ จังหวัดลำปาง ” ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการอาณาจักรสยาม พ.ศ.2476



สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดลำปาง


อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน        ลำปาง

   อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมสูง และเป็นแหล่งที่
   ดำเนินงานตามแนวพระราชดำรัสในการใช้พลังงานน้ำ ธรรมชาติมาประยุกต์ การดำเนินงานอย่าง
   สอดคล้อง เป็นประโยชน์และเพื่อเป็นการส่งเสริมการอนุรักษ์และการรักษาสภาพแวดล้อมให้คง
   อยู่ อย่างยั่งยืน มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอวังเหนือ อำเภอแจ้ห่ม อำเภอเมืองปาน
   อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง มีสภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีเนื้อที่ประมาณ
   768 ตารางกิโลเมตร ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2531 เป็น
   แนวแบ่งเขตระหว่างลำปางและเชียงใหม่ ฤดูที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวและมีอากาศเย็น
   สบาย คือช่วงเดือน พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์






ชมเมืองบนรถม้า              ลำปาง

   นับเวลาย้อนหลังไปช่วง 80 ปีที่แล้ว สมัยของเจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิตซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5
   การคมนาคมขนส่งทางรถยนต์ยังพัฒนาไม่ถึงนครลำปาง รถม้าเป็นพาหนะชนิดเดียวที่ได้รับความ
   นิยมในการเดินทางสูงสุด และสามารถใช้บรรทุกของหรือสินค้า รถม้าคันแรกได้ถูกซื้อมา
  จากกรุงเทพฯ ขณะนั้นทางกรุงเทพฯ มีรถยนต์ใช้มากขึ้น บทบาทของรถม้าลากในกรุงเทพฯ จึงลด
  น้อยลง รถม้าจึงได้ถูกนำมาใช้ที่นครลำปางและยังได้กระจายไปสู่เมืองหลักของภาคต่างๆ ได้แก่
  นครราชสีมาของอีสาน นครศรีรรมราชของภาคใต้ นครเชียงใหม่ เมืองเชียงราย เมืองแพร่ เมือง
  น่าน เมืองแม่ฮ่องสอนของทางภาคเหนือ แต่ด้วยเหตุใดไม่ปรากฏ ผู้ประกอบการรถม้าในเมืองดัง
  กล่าวจึงเลิกกิจการไป คงเหลือแต่เฉพาะจังหวัดลำปางแห่งเดียวที่ยังคงใช้รถม้าอยู่ตราบจน
  กระทั่งทุกวันนี้





วัดศรีชุม            ลำปาง

   เป็นวัดพม่าที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาวัดพม่าที่มีอยู่ในประเทศไทยทั้งหมด 31 วัด สร้างในปี พ.ศ.
   2433 โดยคหบดีพม่าชื่อ อูโย ซึ่งติดตามชาวอังกฤษเข้ามาทำงานป่าไม้ในประเทศไทย เมื่อตน
   เองมีฐานะดีขึ้นจึงต้องการทำบุญโดยสร้างวัดศรีชุมขึ้นในเขตตำบลสวนดอก
  จุดเด่นของวัดนี้เดิมอยู่ที่ พระวิหาร ซึ่งเป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ที่มีศิลปะการตกแต่งแบบล้านนา
   และพม่า หลังคาเครื่องไม้ยอดแหลมแกะสลักเป็นลวดลายสวยงามมาก แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าได้
   เกิดเหตุเพลิงไหม้พระวิหารทั้งหลัง เมื่อตอนเช้าตรู่ของวันที่ 16 มกราคม 2535 คงเหลือเพียงไม้
   แกะสลักตรงซุ้มประตูทางขึ้นวิหารเท่านั้น เป็นลวดลายพรรณพฤกษาฉลุโปร่ง ปัจจุบันวัดได้รับ
   การบูรณะขึ้นใหม่และยังมีชิ้นส่วนเครื่องประดับอาคาร ที่ถูกไฟไหม้ไปจัดแสดงไว้ด้านหลังวิหาร 
   วัดศรีชุมได้รับการจดทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปี พ.ศ. 2524




การเดินทาง วัดศรีชุมตั้งอยู่ที่ถนนศรีชุม-แม่วะ ตำบลศรีชุม จากถนนพหลโยธินเมื่อถึงโรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัยแล้ว เลี้ยวซ้ายตรงสี่แยกเข้าถนนศรีชุมไปประมาณ 100 เมตร จะพบทางเข้าวัดอยู่ทางด้านขวามือ


ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย และ สวนป่าทุ่งเกวียน               ลำปาง

   ตั้งอยู่ที่บ้านทุ่งเกวียน ตำบลเวียงตาล อยู่ในความดูแลของฝ่ายอุตสาหกรรมป่าไม้ภาคเหนือ
   องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) แต่เดิม ออป. เป็นศูนย์ฝึกลูกช้างซึ่งเป็นแห่งแรกและแห่ง
   เดียวในโลก โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2512 เป็นสถานที่เลี้ยงและฝึกลูกช้างเพื่อให้เชื่อ
   ฟังคำสั่ง และมีความชำนาญในการทำไม้ขณะที่แม่ช้างไปทำงานในป่า และเนื่องจากมีนโยบาย
   ปิดป่าซึ่งทำให้ช้างต้องว่างงาน ศูนย์ฝึกลูกช้างจึงถูกปรับมาเป็นสถานที่ดูแลช้างแก่และเจ็บ
   ป่วย และที่นี่ยังเป็นสถานที่ตั้งของโรงพยาบาลช้างด้วย
   ออป.จึงได้ก่อตั้งศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยขึ้นเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2535 และจัดกิจกรรมท่อง
   เที่ยวเชิงนิเวศน์ ได้แก่ การแสดงของช้างในวันธรรมดา มี 2 รอบ เวลา 10.00 น. และ 11.00 น.
   สำหรับวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพิ่มรอบ 13.30 น. มีการอาบน้ำช้างก่อนเวลาการ
   แสดง เวลา 09.45 น. สำหรับวันธรรมดา และเวลา 13.15 น. ในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุด
   นักขัตฤกษ์ มีบริการนั่งช้างรอบบริเวณซึ่งเป็นสวนป่า บริการอาหารเครื่องดื่มและร้านขายของที่
   ระลึก ค่าเข้าชมสำหรับ ชาวไทยและชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท ส่วนช้างแท็กซี่ หรือบริการนั่งช้างชมธรรมชาติรอบ ๆ ศูนย์ฯ มีทุกวัน เวลา 08.00-15.30 น. นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการได้หลายเส้นทาง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 5422 7871-6


อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล             ลำปาง

   เป็นเทือกเขากั้นเขตแดน ระหว่างจังหวัดลำพูนที่ตำบลท่าปลาดุก อำเภอแม่ทา และตำบลบ้าน
   เอื้อมอำเภอเมืองลำปาง ตำบลเวียงตาล ตำบลวอแก้ว อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปางที่อำเภอ
   ห้างฉัตรและอยู่กึ่งกลางเส้นทางคมนาคมทางรถไฟ ระหว่างลำปาง-ลำพูน ประกาศเป็นอุทยาน
   แห่งชาติเมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2518 มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 159,556 ไร่ ดอยขุนตาลประกอบด้วย
   ป่าไม้หลายลักษณะ มีทั้ง ป่าดงดิบ และป่าสน มี 4 ยอดเขา จากเชิงดอยถึงยอดสูงสุดต้องเดิน
   เท้าประมาณ 7 กิโลเมตร

   สภาพป่าของดอยขุนตาล แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ตามระดับความสูงของพื้นที่เหนือระดับน้ำทะเล





วัดพระธาตุลำปางหลวง               ลำปาง


   วัดพระธาตุลำปางหลวง เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองลำปางมาแต่โบราณ ตามตำนานกล่าวว่ามีมาตั้งแต่
   สมัยพระนางจามเทวี ในราวพุทธศตวรรษที่ 20 ตอนปลาย เป็นวัดไม้ที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของ
   ไทย งดงามด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่มากมายได้แก่ พระธาตุลำปางหลวง เป็นพระธาตุประจำปี
   เกิดของคนปีฉลู ด้วยเริ่มสร้างในปีฉลูและเสร็จในปีฉลูเช่นกัน ฐานเป็นบัวลูกแก้ว ส่วนองค์เป็นทรง
   กลมแบบล้าน ภายนอกบุด้วยทองจังโก ยอดฉัตรทำด้วยทองคำ มีลายสลักดุน เป็นลวดลาย
   ประจำยามแบบต่าง ๆ ลักษณะเจดีย์แบบนี้ได้ส่งอิทธิพลต่อพระธาตุหริภุญไชย และพระบรมธาตุ
   จอมทอง








วัดเจดีย์ซาวหลัง               ลำปาง


   ตั้งอยู่ที่ตำบลต้นธงชัย ห่างจากตัวเมือง 1.5 กิโลเมตร ตามถนนสายลำปาง - แจ้ห่ม คำว่า ซาว
   แปลว่า ยี่สิบ คำว่า หลัง แปลว่า องค์ ฉะนั้น วัดเจดีย์ซาวหลัง จึงแปลได้ว่าวัดที่มีเจดีย์ 20 องค์
   จากหลักฐานการขุดพบพระเครื่องสมัยหริภุญไชยที่องค์พระเจดีย์ ทำให้สันนิษฐานได้ว่าวัดนี้สร้าง
   มานานกว่าพันปี
   จุดเด่นของวัดคือ องค์พระธาตุเจดีย์ซาว ที่มีศิลปะล้านนาผสมศิลปะพม่า เชื่อกันว่าหากใครนับได้
   ครบ 20 องค์ถือว่าเป็นคนมีบุญ ข้างหมู่พระเจดีย์มีวิหารหลังเล็ก ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดปาง
   สมาธิ ศิลปะเชียงแสน ชาวบ้านเรียกว่า พระพุทธรูปทันใจ พระอุโบสถหลังใหญ่ ประดิษฐานพระ
   ประธานปางมารวิชัยที่มีพุทธลักษณะงดงาม บานประตูทั้งสามเป็นของโบราณ เขียนลวดลายรด
   น้ำละเอียดสวยงาม เสาซุ้มประตูหน้าต่างประดับลวดลายกระจกสีเป็นลักษณะศิลปะสมัยใหม่ และ
   ที่ศาลาการเปรียญเรือนไม้ชั้นเดียว ด้านหลังพระอุโบสถเป็นพิพิธภัณฑสถานเขลางค์นคร แสดง
   โบราณวัตถุที่ชาวบ้านนำมาถวาย เมื่อปี พ.ศ. 2526 ชาวบ้านได้ขุดพบพระพุทธรูปทองคำบริสุทธิ์
   หนัก 100 บาทสองสลึง มามอบให้แก่ทางวัดซึ่งพระพุทธรูปองค์นี้ชื่อว่า พระแสนแซ่ทองคำ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสมัยล้านนา อายุราวพุทธศตวรรษที่ 21 ขนาดหน้าตักกว้าง 9 นิ้วครึ่ง สูง 15 นิ้ว เป็นพระพุทธรูปทองคำองค์แรกที่ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุแห่งชาติ


วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม                ลำปาง


   ตั้งอยู่ที่ถนนสุชาดา ตำบลเวียงเหนือ เป็นวัดเก่าแก่และสวยงาม มีอายุนับพันปี เคยเป็นที่
   ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 1979 เหตุที่วัดนี้ได้ชื่อว่า
   วัดพระแก้วดอนเต้า มีตำนานกล่าวว่า พระมหาเถระแห่งวัดนี้ได้พบแก้วมรกตในแตงโม (ภาษา
   เหนือเรียกว่า หมากเต้า) และนำมาแกะสลักเป็นพระพุทธรูป แต่ต่อมาจึงได้อัญเชิญไป
   ประดิษฐานที่วัดพระธาตุลำปางหลวงจนถึงปัจจุบัน








สะพานรัษฎาภิเศก              ลำปาง


   หรือ สะพานขาว ตั้งอยู่ที่ถนนรัษฎา เจ้าผู้ครองนครเป็นผู้ที่ตั้งชื่อจากพิธีเฉลิมฉลอง รัษฎาภิเศก
   สมัยรัชกาลที่ 5 สะพานรัษฎาเป็นสะพานร่วมสมัยกับยุคอารยธรรมรถไฟมีอายุผ่านสงครามโลก
   ครั้งที่ 1 และ 2 มาแล้ว และรอดพ้นจากการโจมตีทิ้งระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรมาได้ด้วยการ
   ทาสีพรางตา และด้วยการอ้างว่าสะพานแห่งนี้ไม่มีประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ของนางลูซี สคาร์ลิง
   อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนวิชชานารี ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของกองทัพสัมพันธมิตรในขณะนั้น เป็น
   สะพานไม้เสริมเหล็กที่ชำรุดผุพัง จึงมีการก่อสร้างใหม่เมื่อเดือนมีนาคม 2460 เป็นสะพาน
   คอนกรีตเสริมเหล็กที่มีความคงทนมากกว่าสะพานรุ่นเดียวกัน ที่ไม่เหลืออยู่แล้วในปัจจุบัน ที่
   บริเวณสะพานมีเครื่องหมายไก่ขาว และครุฑหลวงประดับไว้ตรงหัวสะพาน และก่อนถึงสะพานรัษ
  ฎาภิเศกมีตลาดรัษฎาเป็นตลาดเช้าที่ใหญ่ที่สุดในลำปาง




บ่อน้ำแร่บ่อน้ำร้อน                 ลำปาง


   ตั้งอยู่หมู่ 1 บ้านโป่งร้อน ตำบลใหม่พัฒนา ห่างจากตัวอำเภอเกาะคา 12 กิโลเมตร ตามถนนสาย
   เกาะคา-ห้างฉัตร มีเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ น้ำร้อนอุณหภูมิสูงสามารถต้มไข่สุกได้ อยู่ในความดูแล
   ของ อบต. มีการจัดระบบสิ่งแวดล้อมและปรับปรุงภูมิทัศน์สวยงาม บริการห้องอาบน้ำแร่และห้อง
   แช่น้ำร้อน เป็นสัดส่วนถูกสุขลักษณะ เปิดเวลา 08.00 - 20.00 น. ห้องอาบน้ำแร่ 1 ห้อง อาบได้
   จำนวน 5 คน ราคา 40 บาท









อ่างเก็บน้ำแม่มอก             ลำปาง


   ตำบลเวียงมอก ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร จากปากทางแยกที่อำเภอเถิน เป็นอ่างเก็บน้ำ
   ขนาดใหญ่ในโครงการพระราชดำริ มีเนื้อที่ 10,000 ไร่ กว้าง 2 กิโลเมตร สันเขื่อนยาว 1.9
   กิโลเมตร บรรยากาศเป็นธรรมชาติร่มรื่นเขียวชอุ่มด้วยต้นไม้ตลอดทาง อ่างเก็บน้ำแม่มอกเป็น
   เขื่อนทำนบดินส่งน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภคแก่อำเภอทุ่ง
   เสลี่ยม จังหวัดสุโขทัยและอำเภอเถิน บริเวณอ่างเก็บน้ำฯ มีบ้านพักรับรองไว้บริการนักท่องเที่ยว
   ผู้สนใจติดต่อ โครงการชลประทานลำปาง โทร. 0 5422 7211-2 หรือ สำนักงานจังหวัดลำปาง
   โทร. 0 5426 5014 โทรสาร. 0 5426 5070








อุทยานแห่งชาติแม่วะ            ลำปาง

   อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเถินประมาณ 19 กิโลเมตร ประกาศจัดตั้งเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน
   พ.ศ. 2543 เป็นต้นกำเนิดของน้ำตกแม่วะ มีเนื้อที่ประมาณ 366,875 ไร่ หรือ 587 ตาราง
   กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ตำบลต่าง ๆ ในอำเภอเถิน อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง อำเภอสามเงา
   อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก
   ภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนติดต่อกัน โดยมีดอยตาจี่เป็นยอดเขาสูงสุด มีความสูง
   ประมาณ 1,027 เมตร จากระดับน้ำทะเล สภาพป่าแตกต่างกันไปตามระดับความสูงของพื้นที่
   เป็นป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าสนเขา และดิบแล้ง สัณฐานของเทือกเขาในอุทยานฯ เป็นที่ราบ
   แนวยาวไปตามสันเขา มีต้นไม้ขนาดใหญ่และพืชสมุนไพรอุดมสมบูรณ์ รวมทั้งกล้วยไม้และ
   ดอกไม้นานาชนิด ที่นี่ยังมีความหลากหลายทางกายภาพ ทั้งชนิดของดิน และสภาพป่าทำให้พืช
   และสัตว์ ต่าง ๆ อาศัยอยู่หลายชนิด แต่ที่น่าสนใจคือกิ้งก่าบิน ปัจจุบันพบเห็นได้ยาก ระหว่าง
   เดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน เป็นช่วงที่ป่างามมากที่สุด เต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้ป่า ยอดเขามี
   หมอกปกคลุม น้ำตกและลำห้วยมีน้ำไหลแรง


อุทยานแห่งชาติดอยจง               ลำปาง

   อุทยานแห่งชาติดอยจง มีพื้นที่ประมาณ 207,500 ไร่ อยู่ในท้องที่อำเภอสบปราบ อำเภอเถิน
   อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง และอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน หากผ่านไปตามทางหลวงแผ่นดิน
   หมายเลข 106 ช่วงรอยต่อระหว่างอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง กับอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน นักเดิน
   ทางจะมีโอกาสชื่นชมกับป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณที่ปกคลุมหนาแน่นสองฟากถนน ยิ่งช่วง
   ปลายฤดูหนาว ป่าผืนนี้จะยิ่งงดงามด้วยต้นไม้ที่พากันเปลี่ยนสีก่อนทิ้งใบร่วงในหน้าแล้ง ป่าผืนนี้
   เป็นป่าผลัดใบที่ยังคงความสมบูรณ์มากที่สุดอีกแห่งหนึ่ง เป็นที่ราบกว้างซึ่งมีป่าสนเขาขึ้น
   กระจายเป็นกลุ่ม ๆ และมีหน้าผาเป็นจุดชมทิวทัศน์อยู่หลายแห่งสามารถชมทิวทัศน์ได้ ทั้ง
   ยามดวงอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าในยามเช้าและลับขอบฟ้าในยามเย็น นอกจากนี้บนดอยจงยังพบ
   กล้วยไม้จำนวนมาก โดยเฉพาะ กล้วยไม้ฟ้ามุ่ย ซึ่งมีสีงดงามแปลกกว่าฟ้ามุ่ยในพื้นที่อื่น โดยจะ
   ออกดอกในช่วงเดือนตุลาคม-มกราคม จากที่ทำการอุทยานแห่งชาติมีเส้นทางเดินขึ้นสู่ยอดดอย
   จงระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร สภาพทางค่อนข้างชัน ใช้เวลาเดินขึ้นราวครึ่งวัน ผู้สนใจต้อง
   ติดต่อเจ้าหน้าที่ช่วยนำทาง



วัดพระธาตุจอมปิง                  ลำปาง


   ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 บ้านจอมปิง ตำบลนาแก้ว อำเภอเกาะคา อยู่ห่างจากอำเภอเมืองลำปางไปทาง
   ทิศตะวันตกเฉียงใต้ 26 กิโลเมตร ตามตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าติโลกราชแห่ง
   อาณาจักรล้านนาไทย วัดพระธาตุจอมปิงเป็นวัดโบราณ วัดนี้มีความมหัศจรรย์ของการเกิดเงา
   สะท้อนเป็นภาพสีธรรมชาติขององค์พระธาตุ ผ่านรูเล็กบนหน้าต่างมาปรากฏบนพื้นภายในพระ
   อุโบสถตลอดเวลาที่มีแสงสว่างทั้งกลางวันและกลางคืน และทางวัดยังจัดที่สำหรับแสดง
   โบราณวัตต่าง ๆ ที่ขุดพบในบริเวณนี้ด้วย และภายในวัดมีพิพิธภัณฑ์วัดพระธาตุจอมปิง จัดแสดง
   เศียรพระพุทธรูป กำไลลูกปั้นหิน ชามตราไก่ ถ้วยที่ทำจากกระดูกสัตว์

  



การเดินทาง นั้นใช้เส้นทางเดียวกันกับวัดพระธาตุลำปางหลวง แต่แยกซ้ายตรงที่ว่าการอำเภอไปอีก 17 กิโลเมตร


วัดเสลารัตนปัพพตาราม (วัดไหล่หินหลวงแก้วช้างยืน)                 ลำปาง


   ตั้งอยู่ที่ตำบลไหล่หิน อำเภอเกาะคา มีพระวิหารเก่าแก่ฝีมือช่างเชียงตุงเป็นศิลปะแบบล้านนา
   ไทย ประดับลวดลายงดงามทั้งหลัง โดยเฉพาะส่วนหน้าบัน และซุ้มประตูที่มีการก่ออิฐถือปูน
   ประดับรูปปั้นสัตว์ศิลปะล้านนาแท้ ภายในวิหารนอกจากจะมีพระประธานแล้วยังมี รูปปั้นพระมหา
   เกสระปัญโญภิกขุขนาดเท่าตัวจริงซึ่งปั้นด้วยฝีมือของท่านเอง พระเจดีย์ของวัดไหล่หินก่อ
   สร้างแบบศิลปะล้านนา ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คันทวยที่โรงธรรม
   เป็นแบบล้านนา คือเป็นรูปคล้ายแผ่นไม้สามเหลี่ยมขนาดใหญ่แล้วฉลุลายให้โปร่งลอยตัวเป็น
   รูปต่าง ๆ กันออกไป เช่น รูปนาค รูปหนุมาน รูปลายเครือเถา
   นอกจากนั้นทางวัดได้จัด หอพิพิธภัณฑ์โบราณล้านนาวัดไหล่หิน เป็นที่เก็บหอพระแก้ว ซุ้มพระ
   พิมพ์ อาวุธโบราณ และที่โรงธรรมมีใบลานเก่าแก่ของล้านนาไทยมีอายุเกินกว่า 500 ปี จาร
   (การใช้เหล็กแหลมเขียน) เป็นภาษาบาลีด้วยอักษรไตเหนือ




การเดินทาง จากที่ว่าการอำเภอเกาะคาเข้าทางเดียวกับวัดพระธาตุลำปางหลวง 1 กิโลเมตร และแยกซ้ายอีก 6 กิโลเมตร


วัดปงยางคก                ลำปาง


   ตั้งอยู่ที่ตำบลปงยางคก มีวิหารพระแม่เจ้าจามเทวีซึ่งเป็นวิหารไม้เก่าแก่ ภายในประดิษฐาน
   มณฑปปราสาทเก่าที่มีตำนานสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยพระนางจามเทวี เมื่อ พ.ศ. 1253

  









การเดินทาง จากอำเภอเมืองเข้าสู่ถนนสายห้างฉัตร-เกาะคา ประมาณ 5 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายไปประมาณ 100 เมตร


น้ำตกวังแก้ว                ลำปาง


   เป็นแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งในอุทยานแห่งชาติดอยหลวงซึ่งได้รับการประกาศให้เป็นอุทยาน
   แห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2533 ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดพะเยา เชียงราย
   และลำปาง รวมเนื้อที่ประมาณ 731,250 ไร่ สภาพภูมิประเทศเป็นเขาสูงทอดตัวแนวเหนือ-ใต้ มี
   ดอยหลวงเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด ประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าดิบชื้นและป่าเต็งรังปะปนกัน มี
   สัตว์ป่าและนกหลายชนิด ที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่ที่บริเวณน้ำตกวังแก้ว
   น้ำตกวังแก้ว เป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุดของจังหวัดลำปาง เกิดจากการทับถมของหินปูนที่ปนมา
   กับน้ำ มีชั้นน้ำตกประมาณ 102 ชั้น แต่เป็นชั้นใหญ่ 9 ชั้น เมื่อขึ้นไปถึงชั้นบนสุดของน้ำตกจะพบ
   หมู่บ้านชาวเขาเผ่าเย้าที่บ้านป่าคาหลวง และบ้านส้านซึ่งมีทางขึ้นค่อนข้างชัน ที่น้ำตกวังแก้ว
   ยังมี เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทางประมาณ 1.4 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวต้องติดต่อเจ้า 
   หน้าที่เพื่อนำทาง นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงยังมี น้ำตกวังทอง ซึ่งมีลักษณะคล้ายน้ำตกวังแก้ว
   ค่าธรรมเนียมเข้าชม เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท สามารถกางเต็นท์ได้แต่ต้องเตรียมอาหารไป
  เอง


วัดอักโขชัยคีรี               ลำปาง


   ตั้งอยู่ที่ตำบลวิเชตนคร บนเนินเขาริมถนนสายลำปาง-แจ้ห่ม เส้นทางหลวงหมายเลข 1035
   บริเวณกิโลเมตรที่ 50-51 ด้านซ้ายมือ มีทางขึ้น 2 ทางคือ ทางเดินขึ้นบันไดด้านหน้าหรือขับรถ
   ขึ้นทางถนนด้านหลัง โบสถ์และเจดีย์เป็นแบบล้านนาอยู่ใกล้เคียงกัน ที่วัดนี้มีปรากฏการเงา
   สะท้อนพระเจดีย์เป็นภาพสีเช่นเดียวกับวัดพระธาตุจอมปิง เงาพระเจดีย์จะปรากฏอยู่ตรงที่เดิมไม่
   เคลื่อนย้ายตลอดทั้งวัน ตราบเท่าที่ยังมีแสงสว่างนอกจากนี้ภายในโบสถ์ยังเป็นที่ประดิษฐาน
   พระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่เรียกว่า พระศากยะมุณีคีรีอักโข มีความสูง 5 วา 2 ศอก เป็นพระพุทธรูป
   เก่าแก่ เป็นที่นับถือของชาวแจ้ห่มมาก โบสถ์เปิดเวลา 07.00-17.00 น. หากใครสนใจงาน
   ศิลปะท้องถิ่นมีสัตตภัณฑ์ไม้ไผ่พุทธศตวรรษที่ 25 สำหรับจุดเทียนบูชาพระประธาน และธรรม
   มาสน์ไม้ไผ่ศิลปะล้านนา ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังโบสถ์





ศูนย์ศิลปะชุมชนเมืองงาว หรือ บ้านจ้างหลวง              ลำปาง


   (ช้างหลวง) ตั้งอยู่ที่ 33 หมู่ 9 บ้านข่อย ตำบลบ้านร้อง ก่อตั้งโดย ครูคำอ้าย เดชดวงตา เป็นที่
   รวบรวมงานไม้แกะสลักซึ่งเป็นผลงานของผู้ก่อตั้ง เรือนเก็บงานแกะสลักเป็นเรือนไม้หลังใหญ่ดู
   คล้ายช้าง แทบทุกส่วนของอาคารออกแบบตกแต่งด้วยศิลปะที่กลมกลืน และเคยใช้เป็นที่จัด
   แสดงผลงานไม้แกะสลักของครูคำอ้าย แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ปัจจุบันอาคารหลังนี้ได้ถูกไฟไหม้
   ไป ทำให้ผลงานถูกไหม้ไฟไปประมาณ 50-60 ชิ้น
    ครูคำอ้ายตั้งใจจะใช้ที่นี่เป็นโรงเรียนฝึกอบรมและสอนงานศิลปะ โดยเฉพาะงานประติมากรรมไม้
   แกะสลัก เพื่อสร้างอาชีพให้คนในท้องถิ่น โดยศูนย์ได้รับการอนุญาตให้จัดตั้งเป็นสถาบัน
   จากกระทรวงศึกษาธิการ ผู้สนใจติดต่อ โทร. 08 1507 5782, 08 6420 4096 



การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 สายงาว-พะเยา เลยตัวอำเภองาวไปประมาณ 20 กิโลเมตร ศูนย์ฯ อยู่ทางขวามือ หากเดินทางจากตัวเมืองลำปางประมาณ 103 กิโลเมตร


อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท                 ลำปาง


   อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท มีเนื้อที่ประมาณ 758,750 ไร่ ลักษณะเป็นภูเขาสลับซับซ้อนปกคลุม
   ด้วยผืนป่าอุดมสมบูรณ์ในอำเภอต่าง ๆ ได้แก่ อำเภอเมือง งาว แม่เมาะ และแจ้ห่ม จุดสูงสุดอยู่ที่
   ยอดดอยแม่ขวัญซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,253 เมตร พื้นที่อุทยานฯ
   นี้ยังเป็นทางน้ำไหลลง ทางด้านตะวันตกสู่แม่น้ำวัง ทางด้านตะวันออกไหลลงสู่แม่น้ำงาว ซึ่ง
   ไหลไปสมทบแม่น้ำยมทางตอนเหนือของอำเภอสอง จังหวัดแพร่ มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 26
   องศาเซลเซียส อากาศเย็นที่สุดในเดือนมกราคม ฝนตกหนักในเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม พบนก
   จำนวนมากกว่า 50 ชนิด เช่น นกปีกลายสก๊อต นกเขาเขียว นกเขาเปล้าธรรมดา นกเขาเปล้า
   หางเข็มทางภาคเหนือ เหยี่ยวขาว ฯลฯ มีแมลงหลากชนิด เช่น ผีเสื้อกลางวัน ด้วงหนวดยาว
   กว่างดาว ด้วงดีด เป็นต้น





ค่ายฝึกการรบพิเศษประตูผา                   ลำปาง


   เป็นหน่วยทหารซึ่งจัดนำเที่ยวเดินป่าเชิงอนุรักษ์ในพื้นที่ค่ายและบริเวณใกล้เคียง มีการจัดฝึก
   อบรมวิชาการเดินป่า แนะนำการดำรงชีวิตในป่า การไต่หน้าผาจำลอง การตั้งค่ายพักแรม การ
   เดินชมทิวทัศน์บนยอดเขา และยังมีวิทยากรนำชมแหล่งโบราณคดีค่ายประตูผา สอบถามราย
   ละเอียดได้ที่ โทร. 0 5424 7712, 0 5422 5941 ต่อ 3387 หรือ ตู้ ปณ. 1 อำเภอเมือง จังหวัด
   ลำปาง 52000









แหล่งโบราณคดีค่ายประตูผา                ลำปาง


   อยู่บริเวณเดียวกับศาลเจ้าพ่อประตูผา เส้นทางลำปาง-งาว กิโลเมตรที่ ๔๘ ครอบคลุมพื้นที่
   บริเวณหน้าผาเทือกเขาหินปูนด้านทิศตะวันออก อันเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าพ่อประตูผา มีภาพเขียน
   สีที่กล่าวกันว่ายาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อายุกว่า ๓,๐๐๐ ปี แบ่งเป็น ๗ กลุ่ม ภาพบาง
   ส่วนค่อนข้างลบเลือนหมดแล้ว หลงเหลือพอให้เห็นได้เพียง ๑,๘๗๒ ภาพ ส่วนมากเป็นภาพมือ
   คน สิ่งของ เครื่องใช้ สัตว์ พืช และภาพเชิงสัญลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีการขุดพบหลุมศพ โครง
   กระดูกมนุษย์โบราณ ภาชนะดินเผา ซึ่งปัจจุบันได้มีการปรับทางเดินเท้าให้นักท่องเที่ยวสามารถ
   ขึ้นไปชมได้ พื้นที่ใกล้เคียงเป็นที่ตั้งของค่ายฝึกการรบพิเศษประตูผา







ศาลเจ้าพ่อประตูผา                ลำปาง

   อยู่ห่างจากตัวจังหวัดลำปางตามเส้นทางสายลำปาง - งาว ประมาณ 50 กิโลเมตร ระหว่างหลัก
   กิโลเมตรที่ 649 - 650 ศาลตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ด้านขวามือ เป็นศาลเล็กๆ ก่ออิฐถือปูน ภายในมีรูป
   ปั้นเจ้าพ่อประตูผาและเครื่องบูชามากมาย บริเวณใกล้เคียงมีศาลพระภูมิเล็กๆ มากมายเรียง
   รายอยู่ ศาลเจ้าพ่อประตูผานี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ที่สัญจรไปมาบนเส้นทางนี้มักแวะนมัสการ
   และจุดประทัดถวายเจ้าพ่อประตูผาเดิมชื่อ พญาข้อมือเหล็ก เป็นผู้อยู่ยงคงกระพัน เป็นทหารเอก
   ของเจ้าผู้ครองนครลำปาง ครั้งหนึ่งได้ทำการต่อสู้กับพม่าที่ช่องประตูผาจนกระทั่งถูกรุมแทงตาย
   ในลักษณะถือดาบคู่ยืนพิงเชิงเขา ทหารพม่ากลัวจึงไม่กล้าบุกเข้าไปตีนครลำปาง ด้วยเหตุนี้เอง
   ชาวบ้านจึงเกิดศรัทธาและเคารพสักการะโดยตั้งศาลขึ้นบูชาเป็นที่นับถือของชาวลำปาง





เหมืองลิกไนต์                    ลำปาง


   เป็นแหล่งถ่านหินซึ่งค้นพบเมื่อ พ.ศ. 2460 มีปริมาณถึง 630 ล้านตัน และมีอายุประมาณ 40
   ล้านปี พื้นที่เหมืองทั้งหมดเป็นของกรมป่าไม้ มีประมาณ 20,000 ไร่ สามารถใช้ได้อีกประมาณ
   50 ปี บริเวณเหมืองมีโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินชนิดนี้เป็นเชื้อเพลิงตั้งอยู่หลายโรง ถึงแม้นักท่อง
   เที่ยวจะไม่ได้รับอนุญาตให้ลงไปบริเวณขุดเจาะถ่านหินเพราะมีอันตรายจาก
   วัตถุระเบิดที่ใช้ทำเหมือง แต่ กฟผ. ได้จัดทำจุดชมวิวซึ่งเป็นสวนหย่อม ตกแต่งปลูกไม้ดอก ไม้
   ประดับต่าง ๆ บริเวณด้านหลังอาคารพิพิธภัณฑ์ และด้านหลังอาคารนันทนาการ สามารถมอง
   เห็นการทำงานของรถขุดตักแร่ซึ่งอยู่ห่างออกไปเบื้องล่างได้เป็นมุมกว้าง







ชุมชนท่ามะโอ            ลำปาง


   ตั้งอยู่ทางฝั่งเหนือของสะพานข้ามแม่น้ำวัง บริเวณสะพานเขลางค์ ถนนราษฎร์พัฒนา เป็นชุมชน
   เก่าแก่ของเมือง มีมาตั้งแต่สมัยที่ชาวพม่าเข้ามาทำการค้าไม้สักกับชาวอังกฤษในจังหวัด
   ลำปาง ในช่วงเวลานั้นได้สร้างบ้านเรือนมากมาย บ้านหลังหนึ่งในจำนวนนั้น คือ บ้านเสานัก










พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย                    ลำปาง

 
   ตั้งอยู่ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาลำปาง ถนนฉัตรไชย รวบรวมข้อมูลทาง
   ประวัติศาสตร์ด้านการเงินการธนาคาร อาคารพิพิธภัณฑ์นี้ในอดีต เคยเป็นบริษัทแบงก์สยามกัมมา
   จล ทุนจำกัด สาขาลำปาง สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้คัดเลือกให้อาคารนี้เป็น
   อาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2540 ธนาคารไทยพาณิชย์ จึงได้ปรับปรุงอาคารดังกล่าวเป็น
   พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทยขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานอันเอื้อประโยชน์ในการเผยแพร่ความรู้ประวัติการ
   ก่อกำเนิดธนาคาร
   ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และ ชั้นล่าง ได้จัดแสดงสิ่งของต่าง ๆ ที่ใช้ในธนาคารในยุคเริ่มก่อตั้ง
  อาทิ สมุดบัญชีเงินฝาก เคาน์เตอร์ธนาคาร และเครื่องพิมพ์บัญชี ชั้นบน เป็นห้องพักของ ม.ร.ว. คึก
   ฤทธิ์ ปราโมช สมัยเป็นผู้จัดการสาขาที่นี่ ผู้สนใจต้องเข้าชมเป็นหมู่คณะโดยติดต่อที่ โทร. 0
   5422 5062, 0 5421 7064, 0 5421 7251




วัดไชยมงคล                 ลำปาง


   ตั้งอยู่ที่ถนนสนามบิน ตำบลหัวเวียง เยื้องกับวัดป่าฝาง มีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า วัดจองคา พุทธสถาน
   ที่เด่นของวัดคือ วิหารเป็น อาคารสีขาว หลังคาเครื่องไม้แบบพม่า หน้าบันประดับกระจกเป็นรูป
   เทวดา เสาประดับด้วยลวดโลหะสีทองขดเป็นลายเครือเถา ประดับกระจกสีสวยงาม ม่านและ
   ระเบียงโดยรอบทำด้วยแผ่นไม้ฉลุฝีมือประณีต ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสำริด มีลักษณะงด
   งามสร้างจากเมืองมัณฑะเลย์ สหภาพพม่า








วัดป่าฝาง                ลำปาง


   หรือ วัดศาสนโชติการาม ตั้งอยู่ที่ถนนสนามบิน ตำบลหัวเวียง สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยชาว
   พม่าที่มาประกอบอาชีพการป่าไม้ในจังหวัดลำปาง งดงามด้วยพระเจดีย์ใหญ่สีทองสุกปลั่งบรรจุ
   พระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากพม่า เมื่อประมาณ พ.ศ. 2449 วิหารเป็นเรือนไม้ทั้งหลังขนาด
   ใหญ่ หลังคาซ้อนกันเป็นชั้นๆ แบบพม่า และพระอุโบสถขนาดเล็กหลังคาเครื่องไม้แบบพม่า มี
   ลวดลายเครือเถาปูนปั้นเหนือประตูสวยงาม วัดนี้มีพระสงฆ์พม่าจากเมืองมัณฑะเลย์มาเป็นเจ้า
   อาวาสอยู่เสมอ







วัดศรีรองเมือง                  ลำปาง


   ตั้งอยู่ที่บ้านท่าคร่าวน้อย ตำบลสบตุ๋ย ในเขตเทศบาลเมืองด้านทิศตะวันตก เป็นวัดพม่าที่สร้าง
   ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยคหบดีที่ร่ำรวยจากการทำไม้สมัยที่ลำปางเป็นศูนย์กลางการค้าขาย
   และการทำป่าไม้ สถาปัตยกรรมที่สำคัญได้แก่ วิหารไม้ซึ่งมีหลังคาจั่วซ้อนกันเป็นชั้นเล็กชั้น
   น้อย มียอดแหลม 9 ยอด แบบศิลปะพม่า เพดานเป็นลายไม้แกะสลัก และเสากลมใหญ่จำหลัก
   ลวดลายประดับด้วยกระจกสี ฝีมือประณีต วิจิตรสวยงาม









สถานีรถไฟนครลำปาง                ลำปาง


   สถานีแห่งนี้เปิดรับขบวนรถไฟโดยสารครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 6 เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.
   2459 ซึ่งตรงกับวันปีใหม่ไทยในยุคนั้น สมัยนั้นมีเจ้ากรมรถไฟเป็นวิศวกรชาวเยอรมัน เมื่อแรก
   เริ่มมีรถไฟสายเหนือ สถานีรถไฟนครลำปางคือจุดสิ้นสุดของเส้นทาง สถานีนี้ตั้งอยู่สุดถนน
   สุเรนทร์ บริเวณสี่แยกบ้านสบตุ๋ย อันเป็นจุดเชื่อมต่อกับถนนสามสายแรกในภาคเหนือของ
   ประเทศไทย ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลง พื้นที่นาบริเวณชานเมืองมาเป็นพื้นที่เมืองอย่างรวดเร็ว
   เพื่อรองรับความเจริญที่เพิ่มทวีมากขึ้น เมื่อมีการพัฒนาเส้นทางรถไฟด้วยการขุดเจาะอุโมงค์ขุน
   ตาลผ่านภูเขา และไปถึงนครเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2464 นครลำปางจึงเป็นศูนย์กลางการขนถ่าย
   สินค้าจากกรุงเทพฯ ไปยังภาคเหนือ
      






บ้านสวนเซรามิค                 ลำปาง


   บรรยากาศร่มรื่นตกแต่งบ้านเป็นสถานที่แสดงสินค้า ผนังด้านนอกและด้านในประดับด้วย
   ผลิตภัณฑ์ศิลาดล หากต้องการเข้าชมขั้นตอนการผลิต ต้องติดต่อล่วงหน้ากับ คุณเมธี โกสุมภ์
   โทร. 0 5433 6957, 08 1883 6349









การเดินทาง จากตัวเมืองใช้ถนนลำปาง-กรุงเทพฯ ก่อนถึงสถานีตำรวจทางหลวง ใช้ถนนเลียบคลองส่งน้ำชลประทาน จนเจอทางแยกให้เลี้ยวซ้าย แล้วตรงไปเจอสะพานเขลางค์ วัดบ้านหมอสม แล้วเลี้ยวซ้ายเจอป้ายสีเขียวด้านขวามือ ตรงไปอีก 100 เมตร จะพบบ้านสวนเซรามิค


อ่างเก็บน้ำวังเฮือ                 ลำปาง


   อยู่ห่างจากตัวเมือง 18 กิโลเมตร บนถนนสายลำปาง-เด่นชัย แล้วเลี้ยวขวาตามถนนเข้าตัวเมือง
   อีกราว 300 เมตร อ่างเก็บน้ำอยู่ริมถนน เหมาะแก่การแวะพักผ่อนหย่อนใจ ริมอ่างเก็บน้ำเป็นทิว
   เขา มีทิวทัศน์สวยงามโดยเฉพาะยามพระอาทิตย์ตกดิน











สวนสาธารณะหนองกระทิง                ลำปาง


   ตั้งอยู่ที่ตำบลบ่อแฮ้ว จากตัวเมืองข้ามลำน้ำวังไปตามเส้นทางสายลำปาง- ห้างฉัตร ประมาณ 3
   กิโลเมตร เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ใกล้ตัวเมือง ชาวลำปางนิยมมาทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น 
   ว่ายน้ำ เล่นเรือถีบ และมีสวนหย่อมสำหรับ พักผ่อน มีร้านอาหารและเครื่องดื่มบริการ เปิดบริการ
   ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น.











เขื่อนกิ่วลม                    ลำปาง


   อยู่ที่ตำบลบ้านแลง ห่างจากตัวเมืองไป 38 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายลำปาง -งาว โดยแยก
   ซ้ายตรงหลักกิโลเมตรที่ 623 - 624 เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก 14 กิโลเมตร เขื่อนกิ่วลมอยู่ในพื้นที่
   อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท แต่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมชลประทาน มีความสูง 26.50 เมตร ยาว
   135 เมตร สันเขื่อนกว้าง 5.35 เมตร กักเก็บน้ำได้ 3,600 ลูกบาศก์เมตร/วินาที บริเวณเหนือเขื่อน
   เป็นอ่างเก็บน้ำเหมาะแก่การล่องเรือหรือแพ เพราะมีทัศนียภาพสวยงาม การล่องแพใช้เวลาอย่าง
   น้อยครึ่งวัน มีสถานที่น่าสนใจ เช่น แหลมชาวเขื่อน ผาเกี๋ยง ผางาม ทะเลสาบสบพุ หมู่บ้านชาว
   ประมงบ้านสา ฯลฯ ติดต่อบริการล่องแพได้ที่บริเวณเขื่อน
   หน่วยงานราชการสามารถเข้าพักที่บ้านพักรับรองของกรมชลประทาน โดยมีหนังสือแจ้งล่วงหน้า
   อย่างน้อย 15 วัน สอบถามรายละเอียดติดต่อโครงการบริหารเขื่อนกิ่วลม โทร. 0 5422 3772
   หรือ www.rid.go.th
 

สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปหากต้องการพักค้างคืนสามารถทำได้สองลักษณะ คือ
1. ล่องแพไปพักที่แพชาวเขื่อน-กิ่วลมรีสอร์ท ซึ่งมีที่พักเป็นบังกะโลตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลสาบ โทร. 0 9263 6897, 0 5433 4393 (หลัง 18.00 น.), 0 5422 3772 ต่อ 120 (ค่าเช่าเรือทั้งวัน 2,000 บาท จุได้ 10 คน)
2. ล่องแพและค้างคืนบนแพวังแก้ว ซึ่งเป็นแพติดเครื่องยนต์ หรือค้างคืนที่เกาะวังแก้วรีสอร์ท ติดต่อได้ที่ โทร. 0 5422 3733, 0 5421 9355, 08 9854 1293
รถประจำทาง ขึ้นรถประจำทางได้ที่ท่ารถประตูชัยโดยรถเข้าไปจอดถึงในตัวเขื่อน ค่าโดยสารคนละ ๓๐ บาท หรือหากจะต้องเช่าเหมามาจากอำเภอเมืองลำปาง ราคา ๓๐๐-๔๐๐ บาท


พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ                ลำปาง


   ตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดลำปาง อยู่ใกล้กับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ตั้งอยู่หน้าศาลากลาง
   จังหวัดลำปาง อยู่ใกล้กับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ประดิษฐานอยู่ในมณฑปทรงไทยแบบจตุรมุข 
   ตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดลำปาง อยู่ใกล้กับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง พระพุทธรูปสร้างด้วยโลหะ
   ผสมรมดำทั้งองค์ ปางสมาธิ ชาวบ้านเรียก หลวงพ่อดำ จัดสร้างโดยกรมการรักษาดินแดนเมื่อปี
   พ.ศ. 2511 มี 4 องค์ เพื่อนำไปประดิษฐานไว้ 4 ทิศของประเทศ โดยทางทิศเหนือได้นำมา
   ประดิษฐานไว้ ณ จังหวัดลำปาง นับเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง เป็นที่เคารพสักการะของ
   ประชาชน ปัจจุบันพระพุทธรูปองค์นี้ปิดทองเกือบทั้งองค์โดยสาธุชนที่มานมัสการ






วัดพระธาตุเสด็จ             ลำปาง


   ตั้งอยู่ที่บ้านเสด็จ ตำบลเสด็จ ห่างจากตัวเมืองไปตามเส้นทางลำปาง-งาว ประมาณ 19
   กิโลเมตร แยกซ้ายตรงกิโลเมตรที่ 617-618 เข้าไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร วัดพระธาตุเสด็จเป็น
   โบราณสถานอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดลำปาง มีตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นในสมัยพระนางจามเทวี
   อุโบสถและวิหารต่าง ๆ เช่น วิหารโคมคำ (วิหารพระพุทธ) วิหารจามเทวี ซึ่งเป็นโบราณสถานที่
   เก่าแก่ ได้รับการบูรณะใหม่ทั้งหมดแต่ยังคงสภาพศิลปะโบราณให้เห็นได้อยู่จนปัจจุบัน กรม
   ศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนไว้เป็นโบราณสถานของชาติแล้ว
   พุทธสถานที่สำคัญคือ องค์พระธาตุเสด็จ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เป็นเจดีย์แบบล้านนา ลักษณะ
   คล้ายพระธาตุลำปางหลวงแต่องค์เล็กกว่า นอกจากนี้ยังมีวิหารใหญ่ เรียกว่า “วิหารกลาง”
   ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดปางลีลาองค์ใหญ่มีพุทธลักษณะงดงามนามว่า “หลวงพ่อห้ามญาติ”
   วิหารหลวง เรียกว่า “วิหารจามเทวี” ประดิษฐานพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสน และ
   วิหารพระพุทธประดิษฐาน “พระเจ้าดำองค์อ้วน” พระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย
นอกจากนี้ภายในวัดมีพิพิธภัณฑ์วัดพระธาตุ จัดแสดงพระพุทธรูปสมัยต่าง ๆ พระคำภีร์ใบลาน


วัดม่อนพญาแช่ หรือพระยาแช่                     ลำปาง


   ตั้งอยู่ที่ตำบลพิชัย บนเส้นทางสายลำปาง-งาว ห่างจากตัวเมือง 5 กิโลเมตร ไปตามทางหลวง
   หมายเลข 1 และเลี้ยวขวาตรงหลักกิโลเมตรที่ 605 เข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตร มีพระเจดีย์ตั้ง
   อยู่บนเนินเขาที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ ของจังหวัดลำปางได้อย่างชัดเจน ทางวัดได้พัฒนา
   เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและร่วมกับสำนักงานป่าไม้เขต ลำปางจัดให้เป็น วนอุทยานม่อน
   พญาแช่ อยู่ก่อนถึงวัดม่อนพญาแช่ 1 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งที่ทำการวนอุทยานฯ เป็นจุดชมวิว และ
   เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางอุทยานได้จัดให้มี เส้นทางศึกษาธรรมชาติ บริเวณรอบ
   อ่างเก็บน้ำห้วยโจ้จัดเฉพาะในช่วงฤดูฝนเท่านั้น ระยะทาง 1 กิโลเมตร จะพบเฟริน์ชนิดต่าง ๆ
   และสามารถพักแรมได้ แต่ต้องไปเป็นหมู่คณะ โดยติดต่อล่วงหน้าที่ โทร. 0 5422 6828







สถานปฏิบัติธรรม-มณฑป หลวงพ่อเกษม เขมโก สำนักสุสานไตรลักษณ์               ลำปาง


   ตั้งอยู่ชานเมืองลำปาง ตามทางสายลำปาง - แจ้ห่ม ประมาณ 1 กิโลเมตร ไปเส้นทางเดียวกับ
   วัดเจดีย์ซาวหลัง แต่ถึงก่อนประมาณ 500 เมตร เมื่อไปถึงจะพบรูปปั้นหลวงพ่อเกษมขนาดใหญ่
   ที่สังเกตเห็นได้จากถนน ภายในบริเวณมีมณฑปลักษณะเป็นอาคารทรงไทยประยุกต์ มีรูปปั้น
   หุ่นขี้ผึ้งของหลวงพ่อเกษม เขมโก เกจิอาจารย์ ซึ่งมีผู้เคารพนับถือเป็นจำนวนมาก นั่งขัดสมาธิ
   ขนาดเท่ารูปจริง เพื่อให้ประชาชนเคารพสักการะ และบริเวณหน้ามณฑปมีสถานที่เช่าพระเครื่อง
   ส่วนกุฏิของหลวงพ่อเกษมอยู่ด้านข้างมณฑป








วัดประตูป่อง              ลำปาง


   วัดประตูป่อง ตั้งอยู่ที่ถนนป่าไม้ ตำบลเวียงเหนือ เจดีย์วิหารสร้างเมื่อ พ.ศ. 2409 โดยเจ้าญาณ
   รังษี ผู้ครองนครลำปาง โบสถ์เป็นฝีมือช่างสิบสองปันนา มีศิลปะลายจีนผสม วัดนี้มีสิ่งสำคัญทาง
   ประวัติศาสตร์ คือ ประตูเมืองโบราณ (ประตูป่อง) มีซากหอรบสมัยพระยากาวิละครองนครลำปาง
   เป็นปราการต่อสู้ทัพพม่าครั้งสำคัญ เมื่อ พ.ศ.2330 ในฝั่งเมืองด้านเหนือนี้เป็นที่ตั้งค่ายพม่าที่ยก
   พลมาล้อมเมือง ห่างจากที่ตั้งเมืองประมาณ 8 กิโลเมตร








ถนนตลาดเก่า หรือ ถนนตลาดจีน               ลำปาง


   ถนนตลาดเก่า หรือ ถนนตลาดจีน หรือ กาดกองต้าถนนคนเดิน เป็นตลาดตรอกท่าน้ำวัง ในสมัย
   รัชกาลที่ 5 ตลาดมีความรุ่งเรืองมาก ชุมชนที่เข้ามาทำธุรกิจ เช่น อังกฤษ พม่า และจีน โดย
   เฉพาะชาวจีนทำการค้ามากที่สุดจนกลายเป็นชุมชนชาวจีนขนาดใหย่ จึงมีชื่อเรียกว่า ถนน
   ตลาดจีน ร้านค้าบริเวณสองฝั่งแม่น้ำมีรูปแบบสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างยุโรป และจีน ทั้ง
   อาคารไม้และอาคารตึกปนไม้ที่สวยงามยังคงสภาพสมบูรณ์อยู่








บ้านเสานัก             ลำปาง


   ตั้งอยู่ที่เลขที่ 6 ถนนป่าไม้ เป็นบ้านไม้ที่มีเสาไม้สักมากถึง 116 ต้น จึงเรียกว่าบ้านเสานัก (ตาม
   ภาษาพื้นเมือง นัก มีความหมายว่า มาก) สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2438 โดยหม่องจันโอง ต้นตระกูล
   จันทรวิโรจน์ ลักษณะศิลปะพม่าผสมล้านนาเป็นบ้านไม้สักทรงไทย หลังคาและดครงสร้างเป็ฯ
   แบบล้านนา ส่วนพาไลย์ (ระเบียง) รอบบ้านแสดงความเป็นพม่า ประกอบด้วยเรือนใหญ่ ซึ่งเป็น
   เรือนหมู่ มีเสาไม้สักรองรับน้ำหนักบ้านถึง 116 ต้น หน้าบ้านมีต้นสารภี อายุ 140 ปี แต่เดิมบ้าน
   เสานักเป็นสถานที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง และใช้เป็นสถานที่จัดขันโตกและงานพิธีมงคล
   ปัจจุบันเปิดให้เข้าชมบ้านและของสะสมต่าง ๆ ให้เข้าชมได้ทุกวัน เวลา 09.00 - 17.00 น. ค่า
   เข้าชมพร้อมเครื่องดื่ม 30 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5422 4636, 0 5422 7653, 08
   6910 7428 หรือที่ http://www.baansaonak.com/




ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง             ลำปาง

   ตั้งอยู่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดลำปางด้านตะวันตกเฉียงใต้ หลักเมืองทำด้วยไม้สัก
   สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีมาแล้ว โดยหลักที่หนึ่งสร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2400 หลัก
   ที่สอง พ.ศ. 2416 และหลักที่สาม พ.ศ. 2429 ต่อมาในปี พ.ศ. 2440 เมื่อสร้างศาลากลางจังหวัด
   ขึ้น ได้นำหลักเมืองมาไว้ที่บริเวณหน้าศาลากลาง และได้มีการสร้างมณฑปครอบหลักเมืองทั้ง
   สามในปี พ.ศ. 2511 เปิดทุกวันเวลา 06.00 - 17.00 น.










การเดินทางไปจังหวัดลำปาง



รถยนต์

จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถึงกิโลเมตรที่ 52 แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านสิงห์บุรี ชัยนาท เข้านครสวรรค์ แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านกำแพงเพชร ตาก ตรงเข้าสู่จังหวัดลำปาง รวมระยะทางทั้งสิ้น 599 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง หรือจะใช้เส้นทางสายใหม่จากพิษณุโลกเข้าเด่นชัยแล้วเดินทางเข้าจังหวัดลำปาง

 รถไฟ   

การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดบริการรถด่วน รถเร็วและรถธรรมดา จากกรุงเทพฯ ไปลำปางทุกวัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หน่วยบริการเดินทาง โทร. 1690, 0 2220 4334, 0 2220 4444 และที่สถานีรถไฟลำปาง โทร. 0 5421 7024 หรือ www.railway.co.th

รถโดยสารประจำทาง    

    บริษัท ขนส่ง จำกัด จัดบริการรถโดยสารธรรมดาและปรับอากาศ ไปลำปางทุกวัน รายละเอียดติดต่อที่ โทร. 0 2936 2852-66 หรือ www.transport.co.th สถานีขนส่งลำปาง โทร. 0 5422 7410 นอกจากนี้ ยังมีบริษัทเอกชนบริการรถประจำทางไป-กลับ ระหว่างกรุงเทพฯ-ลำปาง ได้แก่ บริษัท วิริยะทัวร์  กรุงเทพฯ โทร. 0 2936 2827 สาขา ลำปาง โทร. 0 5421 7373 บริษัท นิววิริยะทัวร์ กรุงเทพฯ โทร. 0 2936 2205-6 ลำปาง โทร. 0 5422 5889, 0 5422 7106 บริษัท สมบัติทัวร์ โทร. 0 2936 2495-6 บริษัท อินทรา โทร. 0 2936 2492-3 บริษัท ทันจิตต์ทัวร์ โทร. 0 2936 3213-4 บริษัท พรพิริยะทัวร์  กรุงเทพฯ 0 2936 2939,         0 2936 3554 ลำปาง โทร. 0 5422 8706, 0 5421 8199     

    จากสถานีขนส่งลำปางที่ถนนพหลโยธินมีรถโดยสารธรรมดาและปรับอากาศไปยังจังหวัด เชียงราย แพร่ นครสวรรค์ และน่าน นอกจากนี้ยังมีรถจากเชียงใหม่วิ่งผ่านลำปาง ไปยังจังหวัดในภาคเหนือ เช่น แพร่ พิษณุโลก แม่สาย แม่สอด และบางจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี นครราชสีมา เป็นต้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถานีขนส่งลำปาง โทร. 0 5422 7410

เครื่องบิน    

สายการบิน พีบีแอร์ บริการเที่ยวบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ลำปาง  สำรองที่นั่ง โทร. 0 2261 0220-9 ลำปาง โทร. 0 5422 6238 หรือ www.pbair.com


หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญในจังหวัดลำปาง



    ททท. สำนักงานเชียงใหม่ (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง) โทร. 0 5324 8604
    สำนักงานจังหวัดลำปาง โทร. 0 5421 8800
    เทศบาลนครลำปาง โทร. 0 5421 9211-7,0 5421 7035
    ตำรวจท่องเที่ยว โทร. 1155
    ตำรวจทางหลวง โทร. 1193
    สถานีตำรวจภูธร อ.เมืองลำปาง โทร. 0 5422 3339
    โรงพยาบาลเขลางค์นคร โทร. 0 5422 5100-3
    โรงพยาบาลเทศบาลเมืองลำปาง โทร. 0 5422 3625-31
    ไปรษณีย์ลำปาง โทร. 0 5422 4069
    ศูนย์การท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง โทร. 0 5421 6919, 0 5431 2254
    สมาคมท่องเที่ยวนครลำปาง โทร. 0 5422 1813, 0 5431 8809

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

@ ค้นหาที่พัก รีสอร์ท โรงแรม และร้านอาหาร ทั่วประเทศที่  http://www.resortdd.com/


      14 ส.ค. 2555   เวลา :    14:33   จำนวนผู้อ่าน :    5412   

 
ร้านอาหารแนะนำ