resort, รีสอร์ท, ที่พัก
 
 
 
 
 
 
 


ที่พักภาคเหนือ
เชียงราย
เชียงใหม่
กำแพงเพชร
ตาก
นครสวรรค์
น่าน
พะเยา
พิจิตร
พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
แพร่
แม่ฮ่องสอน
ลำปาง
ลำพูน
สุโขทัย
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กาฬสินธุ์
ขอนแก่น
ชัยภูมิ
นครพนม
นครราชสีมา
บุรีรัมย์
บึงกาฬ
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุบลราชธานี


ที่พักภาคกลาง
กรุงเทพมหานคร
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นนทบุรี
ปทุมธานี
ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
เพชรบุรี
ราชบุรี
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สระแก้ว
สระบุรี
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
อยุธยา
อ่างทอง


ที่พักภาคตะวันออก
ชลบุรี, พัทยา
ระยอง
จันทบุรี
ตราด


ที่พักภาคใต้
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา
พัทลุง
ภูเก็ต
ยะลา
ระนอง
สงขลา
สตูล
สุราษฎร์ธานี

Link เพื่อนบ้าน
หอพัก
หอพัก
ห้องพัก





โอนิซึกะ, onitsuka, onitsuka tiger
Bangkok Dating, Thailand Matchmaker, Thailand Dating, Bangkok Matchmaker, dating bangkok, dating thailand, thai dating, online dating, single thai girls, thai women, dating service, speed dating, บริการหาคู่, บริษัทจัดหาคู่, หาคู่, หาแฟน, หาเพื่อน, จัดหาคู่, จับคู่, แม่สื่อ, ธุรกิจหาคู่
ถุงจัมโบ้, พาเลท

แนะนำรีสอร์ท, ห้องพัก, ที่พัก, บ้านพัก สำหรับพักผ่อนยามท่องเที่ยว


ที่พักเพชรบูรณ์ ที่พักจังหวัดเพชรบูรณ์ โรงแรมเพชรบูรณ์ โรงแรมจังหวัดเพชรบูรณ์ รีสอร์ทเพชรบูรณ์ รีสอร์ทจังหวัดเพชรบูรณ์ เกสเฮ้าส์จังหวัดเพชรบูรณ์ RESORT Phetchabun สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์ ท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์ ศูนย์รวมรีสอร์ทจังหวัดเพชรบูรณ์ แหล่งรวมที่พักจังหวัดเพชรบูรณ์ ร้านอาหารจังเพชรบูรณ์ THAILAN PHETCHABUN HOTEL

จังหวัดเพชรบูรณ์ ( Phetchabun )

เมืองมะขามหวาน อุทยานน้ำหนาว ศรีเทพเมืองเก่า เขาค้ออนุสรณ์ นครพ่อขุนผาเมือง



             จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่ติดต่อกับทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง โดยมีพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดต่างๆคือ ทิศเหนือ ติดต่อกับ จังหวัดเลย   ทิศใต้ ติดต่อกับ จังหวัดลพบุรีทิศตะวันออก ติดต่อกับ จังหวัดขอนแก่นและชัยภูมิ  ทิศตะวันตก ติดต่อกับ จังหวัดพิษณุโลก นครสวรรค์ และพิจิตร

              สภาพพื้นที่ของจังหวัดเพชรบูรณ์ มีภูเขาล้อมเป็นรูปเกือกม้าเป็นเนื้อที่ประมาณ ร้อยละ 40 ของพื้นที่ทั้งหมด อยู่ทางตะวันออก ทางเหนือและทางตะวันตก มีพื้นที่ราบอยู่ตอนกลางและอำเภอด้านใต้ของจังหวัด มีแม่น้ำป่าสัก เป็นแม่น้ำสายสำคัญที่สุดของจังหวัด ไหลผ่านตอนกลางของจังหวัดจากทิศเหนือไปทิศใต้ ยาวประมาณ 350 กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากภูเขาผาลาในจังหวัดเลย มีห้วยลำธารหลายสายเกิดจากภูเขาเพชรบูรณ์ แม่น้ำป่าสักไหลผ่านอำเภอหล่มเก่า หล่มสัก เมืองเพชรบูรณ์ หนองไผ่ บึงสามพัน วิเชียรบุรี และศรีเทพ จากการที่พื้นที่จังหวัดอยู่ในหุบเขา จึงทำให้อากาศร้อนจัดในฤดูร้อน หนาวจัดในฤดูหนาว โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอน้ำหนาว เขาค้อ และหล่มเก่า จะมีอากาศหนาวที่สุด และพื้นที่บนภูเขาจะมีอากาศเย็นตลอดทั้งปี จังหวัดเพชรบูรณ์จึงมีแหล่งท่องเที่ยวบนยอดดอย ชมทิวทัศน์ สัมผัสอากาศหนาว ที่มีชื่อเสียงอยู่หลายแห่ง

               ครั้งที่ในประเทศไทยเกิดการแตกแยกทางความคิด มีการสู้รบของคนไทยกันเอง ระหว่าง พคท.กับฝ่ายรัฐบาล พื้นที่บนเทือกเขาหลายแห่งในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง เช่นภูหินร่องกล้า เขาค้อ ถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการของ พคท.และมีเหตุการณ์สู้รบใหญ่เกิดขึ้นหลายครั้ง ปัจจุบันสถานที่เหล่านั้นกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์

               เพชรบูรณ์เป็นชุมชนเก่าแก่ มีร่องรอยประวัติศาสตร์การก่อสร้างเมืองตั้งแต่สมัยขอม เช่นที่ปรากฏอยู่ที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ หลักฐานความเป็นมาของเมืองแห่งนี้ค่อนข้างขาดความต่อเนื่องชัดเจน แต่พอจะเรียงร้อยเรื่องราวจากหลักฐานที่มีอยู่ได้รู้ว่า เมืองนี้สร้างมาตั้งแต่ยุคขอมเรืองอำนาจ และต่อมาก็มีความเกี่ยวพันกับอาณาจักรไทยมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน เมื่อครั้งที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีจอมพล ป.พิบูลย์สงครามเป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งนั้นกรุงเทพฯได้รับผลกระทบจากสงครามมาก จึงได้มีแนวคิดสร้างเมืองหลวงสำรองไว้ที่เพชรบูรณ์ มีการดำเนินการไปได้ระยะหนึ่งแล้วต้องล้มเลิกไป เพราะกฏหมายตั้งเมืองหลวงสำรองไม่ผ่านสภา แต่ก็ทำให้เมืองเพชรบูรณ์เจริญรุดหน้ามาจนถึงปัจจุบัน

 

สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดเพชรบูรณ์


เสาหลักเมืองเพชรบูรณ์ (ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง)     เพชรบูรณ์

   เป็นเมืองวัฒนธรรมแบบทวารวดี และขอม สันนิฐานว่ามีอายุตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 11-12 ลงมา
   ถึงพุทธศตวรรษที่ 17-18 เสาหลักเมืองเพชรบูรณ์ จึงถือว่าเป็นเสาหลักเมืองที่เก่าแก่ที่สุดใน
   ประเทศไทย ประดิษฐานอยู่ที่ศาลเทพารักษ์หลักเมือง บริเวณใจกลางเมืองเพชรบูรณ์ ใกล้กับ
   ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ ประมาณ 200 เมตร










วัดมหาธาตุ          เพชรบูรณ์

   วัดมหาธาตุ มีพระเจดีย์ ทรงพุ่ม ข้าวบิณฑ์แบบสุโขทัย สูง ประมาณ 4 วาเศษ สมเด็จกรมพระยา
   ดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่า วัดนี้คงสร้างมา ตั้งแต่สมัยสุโขทัย เมื่อปี พ.ศ. 2510 ทางกรม
   ศิลปกรได้บูรณะพระเจดีย์องค์นี้ ได้ขุดพบลานทองจารึกใน พระเจดีย์องค์ใหญ่ หลังพระอุโบสถ
   และได้นำ โบราณวัตถุที่บรรจุเจดีย์นั้นขึ้นมาด้วย มีสิ่งหนึ่งที่ได้มาพร้อมกับพระเครื่อง พระบูชา
   เป็นรูปช้าง รูปหมู ในท้องหมูมีลานทองจาลึกอยู่ 3 แผ่น มีข้อความตามจารึกว่า "พระเจ้าเพชรบุ
   รเป็นลูกพระญาอนรงปรดิสถาแล" เขียน เป็นคำปัจจุบันได้ "พระ เจ้าเพชรบุรเป็นลูก พระยาอันรง
   ประดิษฐานไว้"จึงทำให้เราทราบว่า"เพชรบูรณ์"แต่เดิมนั้นเป็น "เพชรบุร"
   ตั้งอยู่ถนนนิกรบำรุง ในเขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดเพชรบูรณ์






วัดไตรภูมิ          เพชรบูรณ์

   เป็นวัดเก่าแก่ และเป็นที่ ประดิษฐานพระพุทธมหาธรรมราชา พระพุทธรูปคู่บ้าน คู่เมือง ของ
   จังหวัดเพชรบูรณ์ พระพุทธมหา ธรรมราชาเป็นพระพุทธรูป ทรงเครื่องสมัยลพบุรี ชาวบ้านพบใน
   แม่น้ำป่าสักที่หน้าวัด จึงได้อันเชิญมาประดิษฐานที่วัดไตรภูมิ อีกทั้งวัดนี้ยังเป็น สถานที่จัด
   ประเพณีอุ้มพระดำน้ำอีกด้วย
   วัดไตรภูมิตั้งอยู่ที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ ตั้งอยู่บนถนน เพชรรัตน์









อ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดง          เพชรบูรณ์

   เป็นอ่างเก็บน้ำที่มีทัศนียภาพสวยงาม เงียบสงบ เย็นสบาย เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ และ
   อนุญาตให้นักท่องเที่ยวตกปลาได้ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารตามสั่งบริการนักท่องเที่ยวหลาย
   ร้าน อาหารที่น่าสนใจ กุ้งเต้น ปลาเผาชนิดต่างๆ บ้านป่าแดง ตำบลป่าเลา อำเภอเมือง จังหวัด
   เพชรบูรณ์









การเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว จากตัวเมืองเพชรบูรณ์ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 21 ถึงสี่แยกไฟแดง (มีป้ายบอกไปอ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดง) ให้เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 8 กิโลเมตร จะพบสามแยกให้เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 500 เมตร จะถึงสี่แยกเล็กๆ ให้เลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 800 เมตร ก็ถึงอ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดง นำรถยนต์ขึ้นไปบนสันเขื่อนทางด้ายซ้ายได้ และจอดรถหน้าร้านค้าได้
รถโดยสารประจำทาง นั่งรถสายเพชรบูรณ์ - ป่าแดง แล้วเดินเข้าไปอ่างเก็บน้ำประมาณ 500 เมตร 


อ่างเก็บน้ำห้วยเฉลียงลับ        เพชรบูรณ์

   เป็นอ่างเก็บน้ำที่มีทัศนียภาพสวยงาม เงียบสงบ เย็นสบาย เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ และ
   อนุญาตให้นักท่องเที่ยวตกปลาได้ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารตามสั่งบริการนักท่องเที่ยว
   อ่างเก็บน้ำเฉลียงลับ เป็นอ่างเก็บน้ำชลประทาน แนวสันเขื่อนยาวประมาณ 2 กิโลเมตร สร้างกั้น
   ลำห้วยเฉลียงลับ ในเขต ตำบลเฉลียงลับ อำเภอเมือง เพชรบูรณ์ อยู่ห่างจากทางขึ้นน้ำตกตาด
   หมอกประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นอ่างเก็บน้ำที่อยู่บนที่สูง มีสัตว์น้ำมากมาย เหมาะสำหรับเป็นที่ตก
   ปลา พักผ่อน ออกกำลังกายในช่วงเย็นๆ
   ที่ตั้งบ้านเฉลียงลับ ตำบลเฉลียงลับ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์






อุทยานแห่งชาติตาดหมอก          เพชรบูรณ์

    อุทยานแห่งชาติตาดหมอก สังกัดหน่วยงานส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักงานอนุรักษ์ทรัพยากร
   ธรรมชาติ กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งอยู่ หมู่ที่ 6 ตำบลนาป่า อำเภอเมือง
   เพชรบูรณ์ พื้นที่มีพรรณไม้ และสัตว์ป่าหลากหลายชนิด และยังเป็นแหล่งต้นน้ำ ที่สำคัญของแม่น้ำ
   ป่าสัก แม่น้ำชี โดยได้ทำการสำรวจเพื่อจัดเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อกลางปี พ.ศ.2532 และได้รับ
   ประกาศจัดตั้งเป็น อุทยานแห่งชาติ

   โดยทั่วไปแล้วลักษณะภูมิประเทศ ส่วนใหญ่จะเป็นภูเขาชันสลับชับซ้อน สภาพป่าส่วนใหญ่จะ
   เป็นป่าดงดิบ ขึ้นปกคลุมบริเวณยอดเขา ทำให้เกิดเป็นแหล่งน้ำ เช่น น้ำตกตาดหมอก น้ำตกสอง
   นาง ลำด้วยบง ลำห้วยน้ำน้อย ห้วยน้ำเลา ห้วยอีมาย ฯลฯ อ่านต่อ>>





ศาลหลักเมืองนครบาลเพชรบูรณ์          เพชรบูรณ์

   หลักเมืองนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2487 สมัยที่รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชกำหนด ระเบียบบริหาร
   นครบาลเพชรบูรณ์ พ.ศ.2487 เป็นหลักเมืองที่ทำด้วยซีเมนต์ จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายยก
   รัฐมนตรีในสมัยนั้น ได้เป็นประธานกระทำพิธีฝัง เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2487 ซึ่งปัจจุบันหลักฐานที่
   แสงว่า จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นประธานกระทำพิธีฝังหลักเมืองก็ยังมีอยู่ที่ศาลหลักเมือง โดยมี
   ภาพถ่ายของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ขณะที่กำลังจะทำพิธีฝังหลักเมือง และมีข้อความเขียน
   บรรยาย บอกไว้ว่า "จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธาน กระทำพิธีฝัง เมื่อวันที่
   23 เมาายน 2487" ปัจจุบันหลักเมืองนี้ ได้สร้างเป็นศาลหลักเมืองนครบาลเพชรบูรณ์ อ่านต่อ>>






อนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง             เพชรบูรณ์

   ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกพ่อขุนผาเมือง (สี่แยกหล่มสัก) บ้านน้ำชุน อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์
   ห่างจากที่ว่าการอำเภอหล่มสัก ประมาณ 3 กิโลเมตร พระรูปทำด้วยโลหะ ประดิษฐานในอิริยาบท
   ยืน พระหัตถ์ขวาทรงดาบปักดิน พระหัตถ์ซ้ายชี้ลงพื้น เป็นที่เคารพสักการะ ของชาวเพชรบูรณ์ และ
   ผู้ที่เดินทางผ่านไปมา ในเส้นทางดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง อ่านต่อ>>










วนอุทยานน้ำตกธารทิพย์            เพชรบูรณ์

   วนอุทยานน้ำตกธารทิพย์ ตั้งอยู่ตำบลบุ่งน้ำเต้า อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์"น้ำตกธารทิพย์"  
   หรือชื่อเรียกอีกนัยหนึ่งว่า "น้ำตกหมูบูด" เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของคน
   ทั่วไป และชาวเพชรบูรณ์ โดยเฉพาะสภาพตัวน้ำตก เป็นน้ำตกชั้นเดียว สูงประมาณ 26 เมตร กว้าง
   ราว 30 เมตร มีน้ำไหลตลอดทั้งปี สวยงามตระการตา และยังเป็น ต้นน้ำของห้วยน้ำคล้าอีกด้วย
   นอกจากนี้ยังทำให้เกิดธารน้ำไหล จนกลายเป็นน้ำตก ชั้นเล็กๆ ลดหลั่นไป ตลอดสาย ขณะเดียว
   กันตามลำธารดังกล่าว ยังเต็มไปด้วย ตาดน้ำ แก่งหิน ลดหลั่นกันไปเป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร
   จนแลดูสวยงาม และเต็มไปด้วยบรรยากาศ ของกลิ่นไอธรรมชาติ ที่ร่มรื่น โดยชื่อ "น้ำตกธารทิพย์"
   นั้น ถูกตั้งขึ้นตามชื่อ หมู่บ้านธารทิพย์ โดยแต่ก่อนนั้น หมู่บ้านแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า บ้านหมูบูด ส่วน
   สาเหตุที่มีชื่อเรียกเช่นนี้ก็ จากที่มีเรื่องเล่าว่า มีหญิงสาวของ หมู่บ้านนี้ แต่งงานกับ หนุ่มบ้านอื่น
   โดยมีการเตรียม จัดงานเลี้ยงรื่นเริงกัน และมีการฆ่าหมูฆ่าไก่มา เตรียมทำอาหารรับประทานกัน
   แต่ปรากฎว่าสาวบ้านนี้ รอเท่าไหร่ หนุ่มก็ไม่มากระทั่งเวลา ผ่านเลยไปจนหมูที่เตรียมไว้ทำ
   อาหารเกิด อาการบูดเสียขึ้น จนกลายเป็นที่มาของชื่อ หมู่บ้านและน้ำตกแห่งนี้ อ่านต่อ>>

ถ้ำฤาษีสมบัติ              เพชรบูรณ์

   ถ้ำนี้มีรูปปั้นฤาษี จึงได้ชื่อว่า ถ้ำฤาษี ถ้ำนี้จึงมีความน่าสนใจในเชิงประวัติศาสตร์ เพราะในสมัย
   จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้สั่งให้เคลื่อนย้ายทองคำแท่ง จำนวนมากจากกระทรวงการคลัง
   กรุงเทพฯ นำมาเก็บซ่อนไว้ที่นี้ ลักษณะของถ้ำเป็นถ้ำเขาหินปูน บริเวณทางเข้ามีบันไดพญานาค
   ขนาบทั้งสองข้าง นอกถ้ำมีซากป้อมปืนใหญ่ตั้งอยู่ในดงไม้ เพื่อป้องกันทรัพย์สมบัติที่ย้ายมา
   จากกระทรวงการคลัง ภายในถ้ำมีไฟฟ้า สว่างพอที่จะเห็นร่องรอยที่เก็บช่อนสมบัติ และมีรูปปั้น
   ฤาษีและพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่  ถ้ำฤษีสมบัติ ตั้งอยู่ที่บ้านถ้ำสมบัติ ตำบลบุ่งน้ำเต้า อำเภอ
   หล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ อยู่ห่างจากอำเภอหล่มสัก ประมาณ 20 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเส้น
   ทางหลวงหมายเลข 21 (สระบุรี-หล่มสัก) ประมาณ 2 กิโลเมตร ในปัจจุบันสิ่งก่อสร้างที่เป็น
   อาคารไม่ปรากฏ นอกจากถ้ำซึ่งมองเห็นเป็นรอยก่อสร้างมั่นคงในสมัยนั้น




อำเภอเขาค้อ              เพชรบูรณ์

   เขาค้อ ขอต้อนรับทุกท่านผ่านประตูสู่แหล่งท่องเที่ยว ตามธรรมชาติที่สวยงามจนได้ชื่อว่า สวิส
   เซอร์แลนด์ เมืองไทย ณ เขาค้อ สถานที่แห่งนี้ มีมนต์เสน่ห์ที่เราอยากให้ท่านมาเยือน และมาชื่น
   ชมกับความงามตามธรรมชาติ น้ำตกที่สวยงาม ประวัติศาสตร์ที่คนไทยทุกคนต้องจารึกอนุสาวรีย์
   และซากอดีตแห่งความความขัดแย้ง ของลัทธิการเมือง พระตำหนักเขาค้อ ภูหินร่องกล้า อุทยาน
   แห่งชาติทุ่งแสลงหลวง สัมผัสทุ่งหญ้าสวัลนา ในเมืองไทย ทะเลสายหมอก ความงดงามเหล่านี้
   คุณสามารถแสวงหาได้ทุกฤดูกาล มีทัศนียภาพอันสวยงาม อากาศเย็นสบายตลอดปี เหมาะ
   สำหรับการ พักผ่อน และท่องเที่ยว ทัศนียภาพและความงดงามไม่แพ้เมืองตากอากาศในประเทศ
   สวิตเซอร์แลนด์





เนินมหัศจรรย์           เพชรบูรณ์
 
   มีลักษณะเป็นทางขึ้นเนินเมื่อ จอดรถดับเครื่อง และปล่อยเกียร์ว่าง รถจะไหลขึ้นเนินสูงอย่างน่า
   อัศจรรย์ ไปเองประมาณ 10 เมตร และจากการพิสูจน์ ปรากฏการณ์ดังกล่าว เกิดจากภาพลวงตา
   เนื่องจากวัดระดับ ความสูงของเนินจะมี ระดับต่ำกว่า ช่วงที่เป็นทางขึ้นเนิน ดังนั้นรถจึงถอยหลัง
   ตามแรงโน้มถ่วงของโลก









การเดินทาง
จากเพชรบูรณ์ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 21 (เพชรบูรณ์-หล่มสัก) ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร ถึงสามแยกนางั่ว เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 2258 เริ่มหลักกิโลเมตรที่ 0 เนินมหัศจรรย์ จะอยู่ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 17-18
จากทางหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) เมื่อได้เที่ยวเขาค้อเต็มอิ่มแล้ว เมื่อมาถึงสามแยกสะเดาะพง เพื่อจะกลับเพชรบูรณ์ ในเส้นทางหลวงหมายเลข 2258 มายังสามแยกนางั่ว เนินมหัศจรรย์ จะอยู่ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 17-18 หยุกรถทดสอบได้ ช่วงเทศกาลท่องเที่ยวจะมีรถจอดทดสอบมาก มาถึงช่วงนี้ต้องระวังให้มากๆ


พระตำหนักเขาค้อ            เพชรบูรณ์

   พระตำหนักเขาค้อ เป็นจุดสูงสุดของเขาค้อ สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,050 เมตร เมื่อยืนอยู่
   บริเวณพระตำหนัก จะมองเห็นทัศนียภาพสวยงามมาก เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว
   ได้เสด็จฯ มาทรงทำการเปิดอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ ได้ทรงปรารภว่า บริเวณเขาย่า มีพื้นที่
   สวยงาม น่าจะจัดทำโครงการ อะไรสักอย่างหนึ่งเพื่ออนุรักษ์ป่า ดังนั้นพระตำหนักเขาค้อ จึงได้
   สร้างขึ้น เมื่อเดือน กรกฎาคม 2527 จากความร่วมมือ ของหลาย ๆ ฝ่าย เพื่อนำขึ้นน้อมเกล้าฯ  
   ถวายแด่ องค์พระบาท สมเด็จพระเจ้า อยู่หัว สำหรับใช้ประทับแรมในโอกาส ที่พระองค์ท่าน
   เสด็จฯ มาทรงเยี่ยม งานในโครงการพระราชดำริ และทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ และจังหวัดใกล้
   เคียง พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ มาทรงทำพิธีเปิด พระตำหนักเขาค้อ เมื่อวันที่ 25
   กุมภาพันธ์ 2528





หอสมุดนานาชาติเขาค้อ               เพชรบูรณ์

   ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 4 ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ ตรงข้ามทางแยกขึ้นอนุสรณ์เขาค้อ มีพื้นที่ประมาณ
   10 ไร่ เป็นหอสมุดขนาดใหญ่ ออกแบบอย่างสวยงาน เป็นรูปเพชรคว่ำ สร้างด้วย กระจกสะท้อน
   แสง ด้านหน้าจัดทำเป็นส่วนดอกไม้ นานาพันธ์ ส่วนมากเป็นไม้เมืองหนาว ออกดอกสวยงาม มีพระ
   เจดีย์บรรจุพระพรมสารีริกธาตุ อันเชิญมาจาก ประเทศศรีลังกา และมีหลวงพ่อทบ ขนาดเท่าของ
   จริงเกจิอาจารย์ ที่นับถือของชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ประดิษฐาน บริเวณหอสมุดนานาชาติเขาค้อ
   ภายในแบ่งหอสมุดแบ่งพื้นที่บริการเป็น 3 ส่วน อ่านต่อ>>






พระบรมสารีริกธาตุเขาค้อ               เพชรบูรณ์

   เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ยอดเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ ที่ได้อัญเชิญมาจาก
   ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2536 สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แต่พระบาท
   สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวโรกาส ทรงครองราชย์ 50 ปี และเป็นที่สักการะบูชาของพุทธ
   ศาสนิกชน ตลอดนักท่องเที่ยว ในวันสำคัญทางศาสนา จะมีประชาชน และนักท่องเที่ยวร่วมกัน
   ประกอบพิธี ทางศาสนาเป็นประจำ เช่น พิธีเวียนเทียน มีหลวงพ่อทบขนาดเท่าของจริงเกจิ
   อาจารย์ ที่นับถือของชาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ประดิษฐานใกล้กับเจดีย์
   ตั้งอยู่ที่บ้านกองเนียม หมู่ที่ 4 ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ ตรงข้ามทางแยกขึ้นอนุสรณ์ อยู่ติดกับ
   หอสมุด นานาชาติเขาค้อ





การเดินทาง จากสี่แยกสะเดาะพง ไปตามทางหลวงหมายเลข 2196 ประมาณ 2 กิโลเมตร จะเห็นทางเข้าหอสมุด ให้เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 500 เมตร จะถึงที่จอดรถ แล้วเดินเท้าผ่านแปลงดอกไม้ ไปหอสมุดติดกันทางด้านขวา คือ เจดีย์พระบรมสารีริกธาตุเขาค้อ


พิพิธภัณฑ์อาวุธ (ฐานอิทธิ)               เพชรบูรณ์

   พิพิธภัณฑ์อาวุธ (ฐานอิทธิ) ตั้งชื่อตาม พันเอก อิทธิ สิมารักษ์ ผู้มีบทบาทสำคัญในการต่อสู้ยึด
   พื้นที่เขาค้อคืนจาก ผกค.ในปี พ.ศ.2524 บริเวณนี้เคยเป็นฐานปืนใหญ่ ยิงสนับสนุนการ สู้รบ
   ปัจจุบันจัดให้ เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง มีอาวุธยุทโธปกรณ์ ที่ใช้ในการสู้รบตั้งอยู่มากมาย เช่น
   เครื่องบินขับไล่ เอฟ 5 รถสายพานลำเลียงพล ปืนใหญ่ ปืนใหญ่ขนาด 105 มม. จำนวน 2 กระบอก
   ปืนใหญ่ ขนาด 155 มม. ยิงได้ไกล 11 กิโลเมตร 1 กระบอก ฯลฯ
   ภายในอาคารมีห้องบรรยายสรุปเกี่ยวกับเหตุการณ์ ในยุทธภูมิเลือดเขาค้อ มีห้องจัดนิทรรศการ
   เกี่ยวกับอุปกรณ์ เครื่องใช้ เสื้อผ้า อาวุธของคอมมิวนิสต์ ส่วนด้านนอกอาคารยังมีฐานอาวุธ จัด
   แสดงอาวุธยุทโธปากรณ์ เช่น ซากปืนใหญ่ รถถัง รถแทรกเตอร์ บังเกอร์หลบภัย แต่ละจุดมีป้าย
   ประวัติพร้อมคำอธิบายประกอบ   เปิดเวลา 07.00 – 17.00 น. ค่าเข้าชม 10 บาท
   กรณีมาเป็นหมูคณะ จะจัดเจ้าหน้าที่บรรยายสรุปและฉายวีดีโอ การต่อสู้ที่เขาค้อให้ชม
   ตั้งอยู่บนเขาค้อ บริเวณฐานอิทธิ บ้านสิมารักษ์ หมู่ที่ 3 ตำบลทุ่งเสมอ อำเภอเขาค้อ


การเดินทาง จากสี่แยกสะเดาะพง ไปตามทางหลวงหมายเลข 2196 ถึงสามแยกรื่นฤดี ให้เลี้ยวซ้าย ขึ้นเขาไปประมาณ 3 กิโลเมตร ช่วงนี้ทางจะชันมาก จะเห็นพิพิธภัณฑ์ อยู่ทางด้านขวา


อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ             เพชรบูรณ์

   อนุสรณ์สถานแห่งนี้ พลเอก อาทิตย์ กำลังเอก ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์  
   ทั่วไป ได้มาทำพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อ วันที่ 17 กันยายน 2526 โดยสร้างขึ้นด้วยเงินบริจาค ของ
   ประชาชนและ ข้าราชการทุกฝ่าย และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระ
   บรมราชินีนาถฯ ได้เสด็จฯ มาเป็นองค์ประธานประกอบ เปิดอนุสรณ์แห่งนี้ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์
   2527 เพื่อเตือนใจคนไทยทั้งชาติว่า "ยามใดที่คนไทยขัดแย้งกัน จะต้องมีการสูญเสียอย่างผู้กล้า
   หาญ 1,171 ชีวีต ที่จารึกไว้กับองค์อนุสรณ์ จงอย่าให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก" ทางจังหวัด
   เพชรบูรณ์ ได้กำหนดวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ของทุกปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 เป็นต้นมา ให้เป็นวัน
   สมโภช อนุสรณ์สถาน ผู้เสียสละเขาค้อแห่งนี้
   ด้านตรงข้ามเป็นฐานกรุงเทพ เป็นเนินเตี้ยๆ มีหลุมหลบภัย มีฐานยิงปืนใหญ่สนับสนุนการสู้รบกับ
   ผกค. ในอดีดเป็นฐานแห่งแรกที่ทหารไทยยึดคืนมาได้จาก ผกค. และเป็นจุดวางแผนในการปฎิ
   บัติงานวางแผนในการสู้รบ เมื่อยืนอยู่ที่ฐานกรุงเทพ สามารถมองเห็นเส้นทางคดเคี้ยว ที่เชื่อมต่อ
  กัน เห็นทัศนียภาพของอำเภอเขาค้อ ได้ชัดเจนที่สุด เหมาะสำหรับการถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึก..


พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก            เพชรบูรณ์

   ที่ยอดเจดีย์ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จากประเทศศรีลังกา ที่ได้รับพระราชทานจากพระบาท
   สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยส่วนราชการ พลเรือน และ
   ประชาชนชาวไทย ได้ร่วมจัดสร้างน้อมเกล้าถวาย เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี
   ในปี พ.ศ.2539 และเฉลิมพระเกียรติเนื่องใน วโรกาสมหามงคล เฉลิมพระชนพรรษา 6 รอบ ในวัน
   ที่ 5 ธันวาคม 2542 โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน และทรง
   ประกอบพิธีเปิด เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2543
   พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก ออกแบบ ให้มีเอกลักษณ์ ศิลปพุทธสถานทางภาคเหนือ และ
   เป็นสถาบัตยกรรม สมัยสุโขทัย และรัตนโกสินทร์ ประยุกต์ ที่ผนังของฐานด้านล่าง เป็นแบบย่อ
   มุม ไม้สิบสอง ซึ่งมีการใช้ตั้งแต่สมัยอยุธยา ฐานชั้นบน มีผนังเป็น 8 เหลี่ยม เป็นลักษณะที่มีการ
   ใช้ตั้งแต่ สมัยทวารวดี บริเวณเหนือซุ้มคูหา ตอนบนของ องค์เจดีย์ เป็บกลีบบัวรับองค์ ระฆังทรง
   กลม แบบสมัย อยุธยา ถัดขึ้นไปตอนบนเป็นบัลลังค์รับบัวกลุ่ม 5 ชั้น ทางคติมีความหายถึงพระเจ้า 5 พระองค์
การเดินทาง
จากสี่แยกสะเดาะพง ไปตามทางหลวงหมายเลข 2196 ผ่านที่ว่าการอำเภอเขาค้อไป ประมาณ 2 กิโลเมตร จะเห็นพระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก อยู่ติดถนนด้านขวา


อ่างเก็บน้ำรัตนัย               เพชรบูรณ์

   อยู่บนทางหลวงหมายเลข 2325 เลยหลักกิโลเมตรที่ 5 ไปประมาณ 100 เมตร จะเห็นทางเข้า
   อ่างเก็บน้ำทางด้านซ้ายมือ เข้าไปตามทางเดินอีกประมาณ 400 เมตร อยู่ใกล้กับ ที่ทำการ
   อำเภอเขาค้อ
   อ่างเก็บน้ำรัตนัย เป็นโครงการชลประทานขนาดเล็กตามพระราชดำริ เก็บน้ำความจุประมาณ
   2,020,000 ลูกบาศก์เมตร บนเนื้อที่ 1,600 ไร่ มีอาคารระบายน้ำล้นกว้าง 15 เมตร พร้อมทำนบ
   ดินสูง 15 เมตร ยาว 250 เมตร ก่อสร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2530 ประโยชน์เพื่ออุปโภค บริโภคและ
   เกษตรกรรม ในบริเวณอ่างเก็บน้ำจะมีลักษณะคล้ายกับทะเลสาบ เหมาะสำหรับการเป็นที่พักผ่อน
   หย่อนใจ ของนักท่องเที่ยว และเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของอำเภอเขาค้อ





น้ำตกศรีดิษฐ์                เพชรบูรณ์
 
   เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีน้ำไหลตลอดปี เป็นน้ำตกชั้นเดียว สายน้ำไหลผ่านหน้าผาหินกว้าง มอง
   เห็นคล้ายม่านน้ำ ตกลงสู่เบื้องล่างกระทบหินน้ำกระเซ็นสวยงาม ในช่วงฤดูฝนน้ำจะมีปริมาณมาก
   ในฤดูร้อนน้ำจะไหลเอื่อยๆแต่ไม่แห้งขอด มีลานกว้าง สำหรับเล่นน้ำ
   บริเวณใกล้ ๆ น้ำตกมาเล็กน้อยมีบ้านที่ทำด้วยไม้ไผ่ที่ใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการของ ผกค. และครก
   กระเดื่องตำข้าว โดยใช้พลังน้ำ อยู่บริเวณเชิงสะพานไม้ ทางเดินเข้าน้ำตก ซึ่งเมื่อก่อนพวกผู้ก่อ
   การร้ายคอมมิวนิสต์ เคยใช้ตำข้าวมาก่อน อาศัยพลังน้ำช่วยผลักให้กังหันไม่หมุน ทำให้สากไม้
   กระดก และเสียงน้ำตกจะช่วยกลบเสียงครกตำข้าวได้เป็นอย่างดี

  




การเดินทาง จากสามแยกหนองแม่นา บ้านหนองแม่นา ให้เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 2325 ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร จะเห็นป้ายทางเข้าน้ำตกศรีดิษฐ์ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร ก็ถึงลานจอดรถ เดินเข้าไปประมาณ 100 เมตร จะถึงตัวน้ำตก


สวนสัตว์เปิดเขาค้อ             เพชรบูรณ์

   เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รับผิดชอบโดยกองอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ มีสัตว์
   ป่าเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์หลายชนิด เช่น กระทิง กวาง ละมั่ง กระจง หมู่ป่า ลิง เม่น นกนานา
   ชนิด และ จามรี ที่เพิ่งจะได้รับมาจากประเทศจีน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง ที่เป็นสภาพ
   ป่าตาม ธรรมชาติ เส้นทางเข้า-ออก เชื่อมติดต่อกับสถานีทดลองเกษตรที่สูงเขาค้อ









การเดินทาง เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 2325 ทางเข้าจะอยู่ระหว่างบ้านรัตนัย-บ้านป่าแดง (น้ำตกศรีดิษฐ์) โดยอยู่ห่างจาก น้ำตกศรีดิษฐ์ประมาณ 6 กิโลเมตร


ไร่ บี.เอ็น.              เพชรบูรณ์

   เป็นไร่ที่ผลิตพืช ผัก ผลไม้ และดอกไม้เมืองหนาว 1,000 กว่าไร่ ได้เริ่มบุกเบิกมาตั้งแต่ปี
   พ.ศ.2512 โดยคุณบรรเจิด คุ้นวงศ์ ผู้ซึ่งสั่งสมประสบการณ์ เชิงวิชาการแผนใหม่ ปัจจุบันมี
   ทายาทเข้ามาดูแลแทน คือ นายจุลพงษ์ คุ้นวงษ์ (บุตรชาย)
   เริ่มจากการทำสวนลิ้นจี่เป็นอย่างแรก และได้พัฒนาปรับปรุงสายพันธ์มาตลอดตลอด ซึ่งทางไร่
   ยังนำพันธุ์ไม้ผลต่าง ๆ มาปลูกเพิ่มหลายชนิด เช่น มะม่วง อโวคาโด พลับ ลำใย น้อยหน่า
   ออสเตรเลีย ปี่แป๊ และในช่วงการรอคอยการเก็บเกี่ยว ไม้ผล ได้ปลูกพืชผักพันธุ์ต่าง ๆ ควบคู่ไป
   ด้วย ระยะแรกปลูกพืชผักท้องถิ่น พวกกะกล่ำปลี กระหล่ำดอก ผักกาดขาว ผักกาดหัว ถั่วแขก ถั่ว
   ลันเตา ฯลฯ ซึ่งการตลาดไม่แน่นอน จึงหันมาปลูกพืชผักที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ในกรุงเทพฯ ต้องการ
   เช่น ผักกาดแก้ว แครอท บีทรูธ แรดิช มะเขือม่วง บร็อคโคลี่ แตงกวาญี่ปุ่น เพราะมีตลาดที่แน่
   นอน ส่วนประเภทดอกไม้ที่ปลูก เช่น เบร์ดออฟพาราไดซ์ ลิลลี่ แกลดิโอลัส ดาหลา ตระกูลเอลิโก
   เนีย ฯลฯ ภายในไร่ จะมีการจำหน่าย ผัก ผลไม้ และดอกไม้ต่าง ๆ มากมายตามฤดูกาล
   ตั้งอยู่ริมถนนสายแคมป์สน-สะเดาะพงษ์ หมู่ที่ 11 ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ


อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง (หนองแม่นา)            เพชรบูรณ์

   สภาพภูมิประเทศทั่วไป มีลักษณะเป็นภูเขาคล้ายหลังเต่าสูง ๆ ทางด้านตะวันตกเป็นเทือกเขา
   หินปูนทอดเป็นแนวยาวเหนือใต้ ตอนกลาง ประกอบด้วยเทือกเขาสูงหลายแห่ง มีจุดสูงสุด คือ
   บริเวณเขาแค สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,028 เมตร อันเป็น ต้นน้ำลำธารหลาย
   สาย เช่น ห้วยเข็กใหญ่ ห้วยเข็กน้อย ลำน้ำทุ้ม คลองชมพู และคลองวังทอง มีสภาพธรรมชาติ
   ทิวทัศน์ และเอกลักษณ์ ทางธรรมชาติ ที่สวยงามอันเป็นทุ่งหญ้าธรรมชาติ แบบสะวันนาสลับป่า
   สน และป่าดิบชื้น ที่สมบูรณ์ที่สุดอีกแห่งของประเทศไทย







ทุ่งแสลงหลวง (หนองแม่นา)                เพชรบูรณ์

   เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนา อยู่ห่างจากที่ทำการฯ หนองแม่นาประมาณ 25 กิโลเมตร ตามเส้น
   ทางจะตัด ผ่านป่า เบญจพรรณ จากสภาพที่เป็นพื้นที่ ทุ่งหญ้าโล่งกว้างใหญ่ มีภูเขาสูงเป็นฉาก
   หลัง มีพันธุ์ไม้ดอกต่าง ๆ และต้นสนสองใบขนาดใหญ่ ขึ้นแทรกอยู่มากมาย











ทุ่งนางพญา             เพชรบูรณ์

   อยู่ทางทิศใต้ของที่ทำการฯ หนองแม่นาประมาณ 15 กิโลเมตร สภาพทั่วไปเป็นทุ่งหญ้าแบบสะ
   วันนา ล้อมรอบด้วย ป่าสนเขา และป่าดิบเขา ต้นสนที่ขึ้นอยู่ในป่าแห่งนี้มีขนาดสูงใหญ่มากกว่าที่
   ใด ๆ ในประเทศไทย ตามกิ่งสน จะพบป่าไม้อิงอาศัย ที่หาชมได้ยาก นั่นคือเอื้องชะนี และเอื้อง
   คำปากไก










ทุ่งโนนสน           เพชรบูรณ์

   เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนาสลับกับป่าสนเขา ตั้งอยู่ใจกลางอุทยาน บนยอดเขาโคกสน ลักษณะ
   คล้ายทุ่งแสลงหลวง และทุ่งนางพญา ในช่วงปลายฝนต้นหนาวจะมีดอกไม้หลายชนิด ผลัดกัน
   เบ่งบานสะพรั่ง เช่น ดุสิตา เอื้องม้าวิ่ง กระดุมเงิน กระดุมทอง เอื้องนวลจันทร์ ยี่โถปีนัง หงอน
   นาค หม้อข้าวหม้อแกงลิง หยาดน้ำค้าง ฯลฯ เหมาะแแก่การเดินป่า และพักแรม โดยเดินทาง จาก
   ที่ทำการฯ หนองแม่นา ประมาณ 31 กิโลเมตร เป็นทางรถยนต์ประมาณ 17 กิโลเมตร เดินเท้า
   14 กิโลเมตร








แก่งวังน้ำเย็น            เพชรบูรณ์

   ห่างจากที่ทำการฯ หนองแม่นาประมาณ 7 กิโลเมตร อยู่ระหว่างเส้นทางเดียวกับทุ่งโนนสน
   ระหว่างเส้นทาง นั้นสภาพ ป่าจะค่อยๆ เปลี่ยนไป จากทุ่งหญ้าป่าเต็งรัง สลับด้วยป่าสนและป่า
   เบญจพรรณ ส่วนบริเวณป่าดิบชื้นริมลำธารน้ำตก จะมีความหลากหลาย ของพืชพรรณไม้ใหญ่ที่
   พื้นป่าก็มีพรรณไม้แปลกตาขึ้นอยู่มากมาย อย่างพืชจำพวกเฟิร์นและบอนต่าง ๆ









อุทยานน้ำหนาว             เพชรบูรณ์

   อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ป่าน้ำหนาวเป็นเขตกั้นระหว่างภาคอีสานและภาคเหนือสภาพพื้นที่ทั่ว
   ไป เป็นเทือกเขาสูงทอดยาวผ่านจังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยเฉพาะภูผาจิต ภูกุ่ม
   ข้าว และเทือกเขาโดยรอบประกอบขึ้นเป็นป่าต้นน้ำลำธาร ต้นกำเนิดของลำธารสายยาว เช่น แม่
   น้ำป่าสัก แม่น้ำพอง แม่น้ำเลย ห้วยขอนแก่น ห้วย น้ำเขิญ ซึ่งไหลลงสู่เขื่อนอุบลรัตน์ และเขื่อน
   จุฬาภรณ์
   โดยทั่วไปอากาศหนาวเย็นในตอนดึกและตอนเช้า ส่วนใหญ่ตอนกลางวันอากาศเย็นสบาย จึง
   กล่าวได้ว่า อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวมีอากาศหนาวเย็นตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 25 องศา
   เซลเซียส ในฤดูฝนจะมีฝนตกชุกระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคม ส่วนใหญ่ฤดูหนาว อากาศหนาว
   เย็นมาก จนบางครั้งน้ำค้างจะกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง อากาศจะหนาวเย็นที่สุดในเดือนธันวาคม
   และมกราคม ซึ่งในบางปีอุณหภูมิจะลดต่ำถึงศูนย์องศาเซลเซียส




ถ้ำผาหงษ์(จุดชมพระอาทิตย์ตก)            เพชรบูรณ์

   ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 39 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ) ระยะทางเดินเท้า
   ประมาณ 300 เมตร มีลักษณะเป็นเขาสูง มีทางเท้าเดินขึ้นยอดเขาประมาณ 200 เมตร เพื่อชม
   ทิวทัศน์และชมพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม











สวนสนบ้านแปก (ดงแปก)           เพชรบูรณ์

   ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 49 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ) ระยะทางเดิน
   เท้าประมาณ 5 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นป่าสนสองใบขึ้นอยู่เป็นกลุ่มใหญ่เพียงชนิดเดียวตาม
   ธรรมชาติ ต้นไม้พื้นล่างประกอบด้วยทุ่งหญ้าและหญ้าเพ็กเป็นจำนวนมาก มีความสวยงาม










สวนสนภูกุ่มข้าว              เพชรบูรณ์

   ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 53 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ) มีทางลูกรัง
   มาตรฐานจากแยกกิโลเมตรที่ 53 ถึงสวนสนภูกุ่มข้าว ระยะทาง 15 กิโลเมตร เป็นป่าสนสามใบ มี
   ต้นสนขนาดใหญ่มีความสูงตั้งแต่ 30-40 เมตร ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ อย่างหนาแน่นแทบไม่มีไม้อื่น
   ปะปนอยู่ มีพื้นที่ประมาณ 10 ตารางกิโลเมตร ไม้พื้นล่าง ประกอบด้วยทุ่งหญ้าคา หญ้าเพ็กจำนวน
   มากเช่นเดียวกัน ในฤดูแล้ง ทุ่งหญ้าใต้ต้นสนจะค่อยๆ เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีน้ำตาลแก่ พอถึงฤดู
   ฝนใหม่ทุ่งหญ้าเหล่านี้ก็จะกลับเขียวอีกครั้งหนึ่ง เป็นเช่นนี้เรื่อยๆ ไป โดยเฉพาะฤดูฝนตาม ทุ่ง
   หญ้าจะมีพันธุ์ไม้หลากสี นานาพรรณขึ้นอยู่ อย่างสวยงามมาก บริเวณสวนสนนี้ มีเนินเขาเตี้ยๆ ลูก
   หนึ่ง เรียกว่า “ภูกุ่มข้าว” สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 880 เมตร เป็นเนินเขาที่เป็นจุด 
   เด่นจุดหนึ่ง ท่ามกลางสวนสน เมื่อขึ้นไปยืนบนเนินเขาภูกุ่มข้าว จะเห็นแนวยอดสนอยู่ในระดับสาย
   ตา สามารถมองเห็นแนวยอดสนเป็นแนวติดต่อกันทั้งสี่ด้านของภูกุ่มข้าว ดูแล้วจะเห็นคล้ายๆ ท้อง
   ทะเลของยอดสน เมื่อมองไปทางทิศใต้จะเห็นอ่างเก็บน้ำเขื่อนจุฬาภรณ์ (น้ำพรม) ที่กว้างใหญ



น้ำตกเหวทราย           เพชรบูรณ์

   ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 67 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ) ระยะทางเดินเท้า
   1 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยสนามทราย ซึ่งมีต้นน้ำที่ป่าดงดิบ ไหลผ่านป่าซำผักคาว
   ลำห้วยสนามทรายนี้ เป็นแนวธรรมชาติที่แบ่งเขตแดนระหว่างกิ่งอำเภอน้ำหนาว จังหวัด
   เพชรบูรณ์ กับอำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ น้ำตกเหวทราย เป็นน้ำตกที่มีความสูงประมาณ 20
   เมตร บริเวณด้านใต้น้ำตกมีแอ่งน้ำลึกสามารถลงเล่นน้ำ และใต้น้ำตกมีชะง่อนหินขนาดใหญ่ เป็น
   เพิงสามารถพักแรมหลบฝนได้ บรรยากาศบริเวณลำห้วยน่าเดินเล่น มีต้นไม้ปกคลุมตลอด ในฤดู
   ฝนน้ำตกมีปริมาณน้ำมากและสวยงามมาก






น้ำตกทรายทอง              เพชรบูรณ์

   เป็นน้ำตกที่อยู่ห่างจากน้ำตกเหวทรายประมาณ 500 เมตร มีความกว้างที่สุดประมาณ 30 เมตร
   สูง 4 เมตร มีบรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การนั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจ โดยเฉพาะในฤดูฝน น้ำตกมี
   ประมาณน้ำมากตกลงมาเป็นหน้ากว้าง 30 เมตร สวยงามมากเช่นเดียวกัน
   กิจกรรม : ดูผีเสื้อ - เดินป่าศึกษาธรรมชาติ - เที่ยวน้ำตก








ถ้ำใหญ่น้ำหนาว (ภูน้ำริน)             เพชรบูรณ์

   ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 60 ทางหลวงสายบ้านห้วยสนามทราย-อำเภอหล่มเก่า บ้านหินลาด มี
   ทางลูกรังรถยนต์เข้าถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติถ้ำใหญ่ถ้ำน้ำหนาวประมาณ 3 กิโลเมตร มี
   ลักษณะเป็นเขาหินปูนสูงประมาณ 955 เมตร ทำให้เกิดเป็นถ้ำ น้ำหนาว เป็นถ้ำใหญ่มีความงาม
   วิจิตรพิศดารโดยธรรมชาติ มีหินงอกหินย้อยและที่แปลกที่สุดคือ มีน้ำไหลหรือน้ำรินออกจากปาก
  ถ้ำ ภายในถ้ำยังเป็นที่อาศัยของค้างคาวจำนวนมากอีกด้วย

   กิจกรรม : เดินป่าศึกษาธรรมชาติ - เที่ยวถ้ำ/ธรณีวิทยา






อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ            เพชรบูรณ์

   ชื่อเมืองศรีเทพปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในเอกสารนิทานโบราณคดีโดยมีข้อมูล ว่าสมเด็จกรม
   พระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จตรวจ ราชการมณฑลเพชรบูรณ์เมื่อ พ.ศ.2447 ทรงตั้งพระทัยสืบ
   หาโดยที่เคยพบชื่อเมืองศรีเทพในทำเนียบเก่าบอกรายชื่อหัวเมือง และในสมุดดำเล่ม หนึ่งว่ามี
   เส้นทางหนึ่งไปยังสระบุรีเมืองชัยบาดาล เมืองศรีเทพ และเมืองเพชรบูรณ์ ทรงตั้งสมมุติฐานว่า
   เมืองศรีเทพคงอยู่ ในลุ่มแม่น้ำป่าสัก ระหว่าง เมืองชัยบาดาลกับเมืองเพชรบูรณ์และ พบว่าในป่า
   แดงใกล้เมืองวิเชียรบุรี มีเมืองโบราณ ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งชื่อเมืองี่ อภัยสาลีซึ่งเป็นชื่อที่พระ
   ธุดงค์ และชาวบ้านเรียกขานกันตาม ตำนานนิทานพื้นบ้านเมื่อเสด็จมาสำรวจ เมืองอภัยสาลีได้
   พบโบราณวัตถี่ ุโบราณสถานต่าง ๆ มากมายได้สันนิษฐานว่า เมืองโบราณแห่งนี้คงจะเป็นเมือง
   เดียวกับ เมืองศรีเทพี่ ที่ปรากฏชื่อ อยู่ในเอกสาร นับได้ว่า สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
   ทรงเรียกชื่อเมืองแห่งนี้ว่า เมืองศรีเทพเป็นพระองค์แรก และมีการเรียกขานชื่อนี้มาจนถึงปัจจุบัน
   เมืองศรีเทพ สร้างขึ้นในสมัยยุคขอมเรืองอำนาจ ซึ่งคาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี โดยดูจาก
   หลักฐาน ทางสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และวัฒนธรรมที่ตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมี
   เอกลักษณ์ เฉพาะตัว และมีความเจริญสูงสุดทางด้านสถาปัตยกรรม และศิลปกรรม ซึ่งสันนิษฐานว่า จะอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11 ถึง 18 เป็นดินแดนแห่งตำนานที่เคยเป็นมหานคร ที่เจริญรุ่งเรือง มาก่อนเช่นเดียวกับเมืองที่ ดงศรีมหาโพธิ์ ในจังหวัดปราจีนบุรีมีอายุมากกว่า 1,000 ปี มีเนื้อที่ 2,889 ไร่ คาดว่าจะมีคนในยุคก่อนประวัติศาสตร์ อาศัยอยู่ก่อนแล้ว มีการพัฒนาต่อเนื่องขึ้นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งจะเป็นชุมชนที่ใหญ่ขึ้น และ กลายเป็นเมืองศรีเทพ ที่มีการรับทั้งศาสนาพุทธและฮินดูเข้ามาในช่วงต่างๆ อ่านต่อ>>

สถานที่ท่องเที่ยวในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ

โบราณสถานเขาคลังใน         เพชรบูรณ์

   เป็นโบราณสถานที่มีลักษณะทางสถาปัตยกรรม ผังพื้นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศ
   ตะวันออก ใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุหลัก มีฐานมีปูนปั้นรูปบุคคล และสัตว์ประดับ เป็นศิลปะ
   แบบทวารดีลักษณะผังเมือง จะเห็นว่าเขาคลังในตั้งอยู่เกือบกลางเมือง เช่นเดียวกับเมืองทวาร
   ดี หรือเมืองอื่นๆ เช่น นครปฐมโบราณ เมืองคูบัว ราชบุรี และจากรายละเอียดปูนปั้น บุคคลและ
   ลวดลาย มีลักษณะศิลปะแบบเดียวกับ ที่พบที่เมืองคูบัว โบราณสถาน บ้านโคก ไม้เดน จังหวัด
   นครสวรรค์ และวัดนครโกษา จังหวัดลพบุรี อายุสมัยการก่อสร้างประมาณพุทธศตวรรษที่ 11 –
  12






ปรางค์ศรีเทพ              เพชรบูรณ์

   เป็นสถาปัตยกรรมแบบศิลปะเขมร หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ลักษณะของปรางค์สร้างด้วยอิฐ
   และศิลาแลง ส่วนฐานล่างก่อด้วยศิลาแลง เป็นฐานบัวลูกฟักแบบเดียวกับ สถาปัตยกรรมเขมร
   ทั่ว ๆ ไป เรือนธาตุก่อด้วยอิฐ ในการขุดค้นบริเวณนี้ พบชิ้นส่วนทับหลังรูปลาย สลักราวพุทธ
   ศตวรรษที่ 16 –17 ซึ่งน่าจะเป็นการสร้างเพิ่มหลังจากโบราณ สถานเขาคลังใน ต่อมาประมาณ
   พุทธศตวรรษที่ 18 มีการพยายามจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใหม่ แต่ไม่สำเร็จ โดยได้พบชิ้นส่วน
   ทิ้งกระจัดกระจาย








ปรางค์สองพี่น้อง              เพชรบูรณ์

   ลักษณะเป็นปรางค์ 2 องค์ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงขนาดใหญ่ หันหน้าไปทางทิศตะวันตก เช่น
   เดียวกับปรางค์ศรีเทพ มีประตูทาง เข้าทางเดียว จากการขุดแต่งทางโบราณคดี พบทับหลังที่มี
   จำหลักเป็นเป็นรูปพระอิศวรอุ้มนางปารพตี ประทับนั่งอยู่เหนือโคอศุภราช ซึงมีลักษณะของทับ
   หลัง และเสาประดับกรอบประตู เป็นสิ่งกำหนดอายุของปรางค์ ซึ่งอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 16
   –17 เป็นศิลปะขอมแบบ บาปวน ต่อนครวัด และได้มีการสร้างปรางค์องค์เล็กเพิ่มโดยพบร่องรอย
   การสร้างทับกำแพงแก้ว ล้อมรอบปรางค์องค์ใหญ่ ซึ่งอยู่ใต้ ปรางค์องค์เล็ก และยังมีการก่อปิด
   ทางขึ้น โดยเสริมทางด้านหน้าให้ยื่นออกมา และก่อสร้างอาคารขนาดเล็กทางทิศเหนือเพิ่มขึ้น
   นอกจากนี้ระหว่างตัวปราสาททั้งสองแห่ง คือปรางค์สองพี่น้องและปรางค์ศรีเทพ มีกำแพงล้อม
   รอบ และมีอาคารประรำพิธีขนาดเล็ก กระจัดกระจาย อยู่ทั่วไป แสดงให้เห็นถึงลักษณะการวางผัง
   ในรูปของศาสนสถานศิลปะเขมรแบบเดียวกับ ที่พบในภาคอีสานของประเทศไทย



สระแก้วสาระขวัญ               เพชรบูรณ์

   สระแก้วจะอยู่ทางทิศเหนือด้านนอกเมือง ส่วนสระขวัญอยู่ภายในบริเวณเมือง สระน้ำทั้งสองสระ
   จะมีน้ำขังอยู่ตลอด เป็นน้ำที่เชื่อกันว่า ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งในอดีตได้นำน้ำจากสระทั้งสอง ไปประกอบ
   พิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา










โบราณสถานอื่น ๆ

นอกจากโบราณสถานหลักแล้วยังมีโบราณสถานย่อย ๆ กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป เช่น ทิศใต้ของเขาคลังใน พบโบสถ์ก่อด้วยศิลาแลง พบใบเสมาหิน บริเวณใกล้หลุมขุดค้นมีโบราณสถาน รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสสมัยทวารวดี และมาก่อสร้างทับในระยะที่มีการ รับเอาศาสนา พราหมณ์เข้ามา จึงเห็นได้ว่าบริเวณเมืองชั้นเดิม น่าจะเป็นเมืองแบบทวารวด และมีการสร้างสถาปัตยกรรมเขมร ในระยะหลังเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ทางทิศใต้ยังอาคารมณฑปแบบทวารวดี ขนาดใหญ่และมีการพยายามเปลี่ยนแปลง ให้เป็นเทวาลัยประมาณต้นศตวรรษที่ 18 แต่ไม่สำเร็จ เช่นเดียวกับปรางค์ศรีเทพ

    
ภูทับเบิก        เพชรบูรณ์

   ตั้งอยู่ที่บ้านทับเบิก ตำบลวังบาล ห่างจากอำเภอหล่มเก่า 40 กิโลเมตร ตามเส้นทางจากหล่ม
   เก่าไปภูหินร่องกล้า หรือห่างจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ 90 กิโลเมตร ภูทับเบิกมีความสูง
   จากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร เป็นจุดที่สูงที่สุดของเพชรบูรณ์ มีสภาพภูมิประเทศที่
   สวยงามด้วยธรรมชาติแบบทะเลภูเขา มีอากาศบริสุทธิ์ สภาพภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี เนื่อง
   จากร่องลมเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยและอยู่บนที่สูง จึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล
   โดยช่วงเช้าจะมองเห็นกลุ่มเมฆ และทะเลหมอกตัดกับยอดเทือกเขาเพชรบูรณ์ นอกจากนี้ภูทับ
   เบิกยังเป็นสถานที่ที่สำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ คือเป็นจุดรองรับน้ำฟ้ากลางหาว (เมื่อวันที่ 9
   กันยายน 2542) เพื่อนำไปรวมเป็นน้ำเพชรน้อมเกล้าถวายเป็นน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ในพระ
   ราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2542
   ปัจจุบันภูทับเบิกเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ซึ่งได้อพยพมาอาศัยอยู่ที่บ้านทับ
   เบิก หมู่ที่ 14 และหมู่ที่ 16 โดยอยู่ในความดูแลของศูนย์พัฒนาสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัด
   เพชรบูรณ์ ประกอบด้วยอาชีพทำการเกษตรแบบขั้นบันไดตามเชิงเขา ในช่วงปลายฝนต้นหนาวจะพบเห็นไร่กะหล่ำปลีอยู่สองข้างถนนสู่ทับเบิกสวยงาม ในราวเดือนธันวาคม-มกราคม จะมีดอกซากุระหรือนางพญาเสือโครงสีชมพูบานสะพรั่งไปทั้งภูเขา นอกจากนี้ในยามค่ำคืนยังมองเห็นแสงไฟระยิบระยับจากบ้านเรือน ในอำเภอหล่มสักที่อยู่เบื้องล่าง เปรียบได้กับ “ดาวบนดิน” จากสภาพดังกล่าว ทำให้ภูทับเบิกเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และดึงดูดนักท่องเที่ยวที่นิยมสัมผัสบรรยากาศที่หนาวเย็น วิถีชีวิตชาวเขา และแหล่งธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ภายใต้คำกล่าวที่ว่า “นอนทับเบิก สัมผัสความหนาว ดูดาวบนดิน” สิ่งอำนวยความสะดวก บริเวณหมู่บ้านทับเบิกและจุดชมวิว มีบ้านพัก เต็นท์ และร้านอาหารเปิดบริการแก่นักท่องเที่ยว

การเดินทาง สู่ภูทับเบิก จากเพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ประมาณ 40 กิโลเมตร ถึงสี่แยกหล่มสัก ตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 203 อีก 13 กิโลเมตร พบป้ายบอกทางไปอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตามทางหลวง 2011 และทางหลวงหมายเลข 2331 อีก 40 กิโลเมตร ถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียมของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จากตรงนี้มีทางแยกขวาเข้าหมู่บ้านทับเบิกไปอีก 6 กิโลเมตร เส้นทางจากหล่มเก่ามาภูทับเบิกจะสูงชันและคดเคี้ยวมาก รถบัสไม่สามารถขึ้นได้ ผู้ที่ใช้รถยนต์หรือรถตู้ ควรขับรถด้วยความระมัดระวังอีกเส้นทางหนึ่งใช้เส้นทางด้านอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ผ่านอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เลยที่ทำการอุทยานฯมาประมาณ 24 กิโลเมตร จะถึงภูทับเบิก หากขับรถต่อไปจะมาบรรจบกับเส้นทางที่จะลงไปยังอำเภอหล่มเก่า



การเดินทางไปยังเพชรบูรณ์



รถยนต์

    เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถึงจังหวัดสระบุรีเลยไปจนถึงสวนพฤกษศาสตร์พุแค ตรงกิโลเมตรที่ 125 แยกขวามือเข้าทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านอำเภอชัยบาดาล อำเภอศรีเทพ อำเภอวิเชียรบุรี ต่อไปอีกประมาณ 221 กิโลเมตร ถึงจังหวัดเพชรบูรณ์ รวมระยะทางประมาณ 346 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง

    เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1ถนนพหลโยธิน ถึงอำเภอวังน้อยแล้วแยกเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท เข้านครสวรรค์แล้วใช้เส้นทางหมายเลข 117 ตรงเข้าจังหวัดพิษณุโลก จากนั้นใช้ทางหมายเลข 12เส้นพิษณุโลก-หล่มสัก ผ่านเขาค้อ-หล่มสัก เข้าจังหวัดเพชรบูรณ์ รวมระยะทาง 547 กิโลเมตร


รถโดยสารประจำทาง

    บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการเดินรถปรับอากาศชั้น 2 และรถธรรมดากรุงเทพฯ-เพชรบูรณ์-หล่มสัก ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 2936 2852–66 สาขาเพชรบูรณ์ โทร. 0 5672 1581 นอกจากนี้ยังมีบริษัทเอกชนบริการเดินรถปรับอากาศชั้น 1 ในเส้นทางเดียวกัน ได้แก่ เพชรทัวร์ โทร. 0 2936 3230 สาขาเพชรบูรณ์ โทร. 0 5672 2818 และถิ่นสยามทัวร์ โทร. 0 2936 0500, 0 2513 9077 (จากกรุงเทพฯ มีรถประมาณ 8 เที่ยวตั้งแต่เวลา 09.30 น.- 23.30 น.) สาขาเพชรบูรณ์ โทร. 0 5672 1913 สาขาหล่มสัก โทร. 0 5670 1613 (จากหล่มสักมีรถประมาณ 7 เที่ยว ตั้งแต่เวลา 08.30 น. - 24.00 น.)



หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญในจังหวัดเพชรบูรณ์



    ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. 0 5672 1733
    สถานีตำรวจภูธร อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ โทร. 0 5672 2065
    โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ โทร. 0 5671 2235-9
    โรงพยาบาลเพชรรัตน์ โทร. 0 5672 0680-4
    โรงพยาบาลเมืองเพชรบูรณ์ โทร. 0 5674 8030-40
    สถานีเดินรถ บ.ข.ส.(อ.เมือง) โทร. 0 5672 1581

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

@ ค้นหาที่พัก รีสอร์ท โรงแรม และร้านอาหาร ทั่วประเทศที่  http://www.resortdd.com/


      22 ต.ค. 2555   เวลา :    11:26   จำนวนผู้อ่าน :    5097   

 
ร้านอาหารแนะนำ