resort, รีสอร์ท, ที่พัก
 
 
 
 
 
 
 


ที่พักภาคเหนือ
เชียงราย
เชียงใหม่
กำแพงเพชร
ตาก
นครสวรรค์
น่าน
พะเยา
พิจิตร
พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
แพร่
แม่ฮ่องสอน
ลำปาง
ลำพูน
สุโขทัย
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กาฬสินธุ์
ขอนแก่น
ชัยภูมิ
นครพนม
นครราชสีมา
บุรีรัมย์
บึงกาฬ
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุบลราชธานี


ที่พักภาคกลาง
กรุงเทพมหานคร
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นนทบุรี
ปทุมธานี
ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
เพชรบุรี
ราชบุรี
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สระแก้ว
สระบุรี
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
อยุธยา
อ่างทอง


ที่พักภาคตะวันออก
ชลบุรี, พัทยา
ระยอง
จันทบุรี
ตราด


ที่พักภาคใต้
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา
พัทลุง
ภูเก็ต
ยะลา
ระนอง
สงขลา
สตูล
สุราษฎร์ธานี

Link เพื่อนบ้าน
หอพัก
หอพัก
ห้องพัก





โอนิซึกะ, onitsuka, onitsuka tiger
Bangkok Dating, Thailand Matchmaker, Thailand Dating, Bangkok Matchmaker, dating bangkok, dating thailand, thai dating, online dating, single thai girls, thai women, dating service, speed dating, บริการหาคู่, บริษัทจัดหาคู่, หาคู่, หาแฟน, หาเพื่อน, จัดหาคู่, จับคู่, แม่สื่อ, ธุรกิจหาคู่
ถุงจัมโบ้, พาเลท

แนะนำรีสอร์ท, ห้องพัก, ที่พัก, บ้านพัก สำหรับพักผ่อนยามท่องเที่ยว


ResortDD.com จังหวัดสมุทรสงคราม (Samutsongkhram) ที่พักจังหวัดสมุทรสงคราม โรงแรมจังหวัดสมุทรสงคราม รีสอร์ทจังหวัดสมุทรสงคราม เกสเฮ้าส์จังหวัดสมุทรสงคราม สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม ท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม ศูนย์รวมรีสอร์ทจังหวัดสมุทรสงคราม แหล่งรวมที่พักจังหวัดสมุทรสงคราม Thailand Samutsongkhram Hotel Resort Guesthouse

เมืองหอยหลอด ยอดลิ้นจี่ มีอุทยาน ร. 2 แม่กลองไหลผ่าน นมัสการหลวงพ่อบ้านแหลม

 

                จังหวัดสมุทรสงครามตั้งอยู่ในเขตภาคกลางตอนล่างติดทะเลอ่าวไทย เป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กที่สุด และมีประชากรน้อยเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากจังหวัดระนอง เป็นเมืองที่มีความสำคัญทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ และที่โดดเด่นคือ วิถีชีวิตแบบไทยดั้งเดิมสมุทรสงครามมีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวมากมายหลายแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอยากไปสัมผัส อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร และมีการคมนาคมสะดวก จึงเป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญอีกจังหวัดหนึ่งในภูมิภาค และมีนักท่องเที่ยวนิยมไปมากในปัจจุบัน

                สมุทรสงคราม เป็นจังหวัดเล็กๆที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงกว่าก็ถึง  หากใครชอบการท่องเที่ยวที่ได้สัมผัสกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นอาชีพการทำสวนผักผลไม้ การเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าว หรือ เที่ยวชมตลาดน้ำท่าคาที่ยังคงสภาพตลาดนัดแบบชาวบ้านชาวสวนของชุมชนริมคลอง จังหวัดสมุทรสงครามจึงเป็นจังหวัดที่น่าไปเยี่ยมเยือนสำหรับผู้สนใจการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรม เมืองสมุทรสงครามสร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐาน  เดิมเข้าใจว่าเป็นแขวงหนึ่งของราชบุรี เรียกว่า “สวนนอก” ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาต่อเนื่องกับสมัยกรุงธนบุรี จึงแยกจากราชบุรี เรียกว่า  “เมืองแม่กลอง ” สมุทรสงครามมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในช่วงที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี  พม่าส่งกองทัพผ่านเข้ามาถึงบริเวณตำบลบางกุ้ง  พระเจ้าตากสินมหาราชทรงรวบรวมผู้คนสร้างค่ายป้องกันทัพพม่าจนข้าศึกพ่ายแพ้ไป ณ บริเวณค่ายบางกุ้ง  นับเป็นการป้องกันการรุกรานของพม่าเข้ามายังไทยครั้งสำคัญในช่วงเวลานั้น

จังหวัดสมุทรสงครามอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ ๗๒ กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ ๔๑๖ ตารางกิโลเมตร   แบ่งการปกครองออกเป็น ๓ อำเภอ ได้แก่อำเภอเมืองฯ อำเภออัมพวาและอำเภอบางคนที

 

สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม

 

ดอนหอยหลอด                  สมุทรสงคราม

   สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นสันดอนตั้งอยู่ปากแม่น้ำแม่กลอง
   เกิดจากการตกตะกอนของดินปนทราย หรือ ที่ชาวบ้านเรียกว่า ทรายขี้เป็ด










ตลาดน้ำดอนมะโนรา        สมุทรสงคราม

   ตลาดน้ำดอนมะโนรา เป็นตลาดน้ำที่คงความเป็นธรรมชาติตามวิถีชีวิตของชาวบ้าน มีที่มาจาก
   การนัดหมายเพื่อแลกเปลี่ยนข้าวของหรือค้าขายสินค้ากันในวันขึ้นและแรม 2 ค่ำ 7 ค่ำ และ 12 ค่ำ
   ปฏิบัติกันเรื่อยมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งยังคงสภาพวิถีชีวิต และสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติแบบนั้น
   ไว้ แต่สิ่งที่น่าประทับใจคือภาพของเหล่าแม่ค้าที่พายเรือมารวมอยู่ด้วยกันเป็นจำนวนมาก จน
   แน่นเต็มคลองดอนมะโนรา ซึ่งเป็นสิ่งที่ปฏิบัติกันมาจนถึงปัจจุบันนี้

                หากใครต้องการเยี่ยมชมตลาดน้ำโบราณแห่งนี้ ต้องมากันแต่เช้าตรู่ เพราะที่นี่เปิดขาย
   กันตั้งแต่ หกโมงเช้า และตลาดจะวายประมาณแปดโมงครึ่ง ถ้าหากมาสายล่วงเลยจากเวลานี้ จะ
   เห็นแต่ภาพลำคลองที่ว่างเปล่า เพราะบรรดาเรือแม่ค้าจะทยอยพากันพายไปขายของต่อที่คลาด
   ท่าอื่น ๆ ต่อไป



ต้องชิมต้องลอง

                ข้าวโพดคั่วสูตรโบราณ ก๋วยเตี๋ยวเรือที่ขายอยู่บนเรือจริง ๆ ผลไม้จากสวนนานาชนิด เช่น มะพร้าว ชมพู่ ฝรั่ง แตงโม มะม่วง ส้ม สัปปะรด หรือจะเป็นของหวานแบบไทย ๆ เช่น ข้าวเหนียวตัดหน้ากะทิ ข้าวเหนียวสังขยา ขนมหม้อแกง หรือข้าวเหนียวมูลทานกับมะม่วงสุก เป็นต้น

                ในเรือพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่จะขายพืชผัก ผลไม้ ดังนั้น ผู้แวะเข้ามาเยือนจะได้วัตถุดิบกลับไปประกอบอาหารที่บ้านอย่างแน่นอน และอย่าลืมของหวานหรือผลไม้ต่าง  ๆ ซึ่งความเป็นพิเศษนั้นมาจากการที่ได้ซื้อขายกันบนเรือจากตลาดน้ำเก่าแก่แห่งนี้นี่เอง

                ตลาดน้ำดอนมะโนรา เปิดเวลา 06.00-08.30 น. ในวันขึ้นและแรม 2 ค่ำ 7 ค่ำ และ 12 ค่ำ ของทุกเดือน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลดอนมะโนรา โทร. 0 3476 9406

                การเดินทาง

จากจังหวัดนครปฐมมุ่งหน้าสู่ถนนสายเพชรเกษมไปทางจังหวัดราชบุรี พอเลยจากนครปฐมไปได้ 30 กิโลเมตร จะเห็นสหกรณ์หนองโพ พอเลยมาได้ 10 กิโลเมตรจะถึงแยกบางแพ แยกบางแพจะเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างถนนเพชรเกษมกับถนนสมุทรสงคราม-บางแพ ซึ่งผ่านตลาดน้ำดำเนินสะดวก จากตลาดน้ำดำเนินสะดวกไปถึงตลาดน้ำดอนมะโนรา 8 กิโลเมตร จุดสังเกต คือพอขับรถไปสมุทรสงครามจะมีป้ายเขียนว่าเขตจังหวัดราชบุรี ตรงข้ามวัดอบเจริญให้ลดความเร็วลง ตลาดน้ำดอนมะโนราจะอยู่ระหว่างสะพานคลองเม็งฝั่งหนึ่งเป็นอำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม อีกฝั่งหนึ่งเป็นอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เลี้ยวซ้ายเข้าไปจะมีป้ายเขียนว่าวัดดอนมะโนรา เลี้ยวเข้าไปได้ประมาณครึ่งกิโลเมตร จะถึงทางแยกที่มีปั๊มน้ำมันบางจาก ซึ่งซ้ายมือมีป้ายวัดดอนมะโนรา เลี้ยวขวาไป 1 กิโลเมตร ถึงตลาดน้ำดอนมะโนรา

ตลาดน้ำท่าคา               สมุทรสงคราม

   ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าคา เป็นตลาดนัดทางน้ำที่ยังคงความเป็นธรรมชาติของวิถีชีวิตชาวบ้านซึ่งมี
   อาชีพทำสวนปลูกพืชชนิดต่าง ๆ ชาวบ้านจะพายเรือนำผลผลิต พืชผักและผลไม้จากสวน เช่น
   พริก หอม กระเทียม น้ำตาลมะพร้าว ฝรั่ง มะพร้าว ชมพู่ ส้มโอมาขาย-แลกเปลี่ยนกัน









ตลาดน้ำบางนกแขวก        สมุทรสงคราม

   ตลาดน้ำบางนกแขวก เคยเป็นแหล่งการค้าในที่คึกคักในอดีต ริมฝั่งมีเรือนแถวไม้เก่าแก่กว่า 100
   ปีปลูกติดต่อกัน นับเป็นตลาดริมน้ำที่ยาวที่สุดของสมุทรสงคราม ร่องรอยของอดีตหาชมได้ที่ร้าน
   ขายยาจีนตงซัวฮึ้ง ปั๊มน้ำมันเก่าแก่ริมแม่น้ำ บ้านนายกังวาน "เจ้าพ่อบางนกแขวก" บ้านอภิเดช
   ศิษย์หิรัญ นักมวยไทยฉายาจอมเตะแห่งบางนกแขวก มีตรอกเล็ก ๆ ทางเข้าตลาดที่เดิมเคยเป็น
   ทางเดินไปโรงสูบฝิ่น สำหรับอาหารน่าชิมได้แก่ ก๋วยเตี๋ยวปู ผัดไทยกุ้งสด ก๋วยเตี๋ยวกะลา หอย
   เชลล์อบเนย อิ่วก้วยไส้เค็มและไส้หวาน สละลอยแก้ว ฯลฯ

                จากตลาดมีบริการเรือนำเที่ยว ล่องไปทางราชบุรี ชมบ้านทรงบาหลี ให้อาหารปลาหน้า
   วัด และชมต้นไม้โบราณ มะม่วงหาวมะนาวโห่

   ตลาดน้ำบางนกแขวก เปิดตลาดในวันเสาร์ อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 8.00- 17.00 น.



ตลาดน้ำบางน้อย                สมุทรสงคราม

   ตลาดน้ำบางน้อย ตั้งอยู่ที่ปากคลองบางน้อย (วัดเกาะแก้ว) ตำบลกระดังงา อยู่ห่างจากอุทยาน
   ร.2 อำเภออัมพวาประมาณ 5 กิโลเมตร ชุมชนปากคลองบางน้อยหรือบางน้อยนอกเคยเป็นย่าน
   การค้าทางน้ำที่สำคัญมากจุดหนึ่งในลุ่มน้ำแม่กลอง เมื่อประมาณ 40 ปีก่อน มาถึงวันนี้ ตลาดน้ำ
   บางน้อยได้เปิดขายของในวันแรมและขึ้น 4, 8 และ 03 ค่ำ และในวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา
   06.00 น. เป็นต้นไป สินค้าที่จำหน่ายมีทั้งผลผลิตทางการเกษตรจากชาวสวน ผลไม้ต่างเช่น
   ลิ้นจี่ มะม่วง ส้มโอ มะเฟือง ชมพู่ รวมทั้งอาหารคาวหวานอันขึ้นชื่อของสมุทรสงคราม อย่างกะปิ
   คลองโคลนและมะนาวดองที่ชาวตลาดจะซื้อมะนาวจากชาวสวนมาดองเอง หรือจะเป็นโรตีแต้จิ๋ว
   เจ๊เรณูเจ้าเดียวที่ยังเหลืออยู่ในตลาดน้ำบางน้อย สามารถเดินเลียบคลองชมบรรยากาศบ้านไม้
   เก่าแก่และร้านค้าต่างๆที่เรียงรายริมคลองบางน้อยได้อย่างเพลิดเพลิน





ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา                   สมุทรสงคราม

   ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา  เป็นตลาดริมคลอง ตั้งอยู่ใกล้วัดอัมพวันเจติยาราม (จอดรถที่วัดอัมพวัน
   เจติยารามได้) ทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์  ในช่วงเวลาเย็นตั้งแต่ช่วงเวลา 02.00-20.00 น. ใน
   คลองอัมพวาจะมีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือขายอาหารและเครื่องดื่ม เช่น หอยทอด ก๋วยเตี๋ยว กาแฟ
   โอเลี้ยง ขนมหวานต่างๆ  และมีรถเข็นขายของบนบกด้วย บรรยากาศสบายๆ มีเพลงฟัง จาก
   เสียงตามสายของชาวชุมชน ประชาชนสามารถเดินเที่ยวชมตลาดหาซื้ออาหารรับประทานและ
   เช่าเรือไปเที่ยวชมดูหิงห้อยในยามค่ำคืนได้

                 ในปี 2550 ชุมชนริมคลองอัมพวา ได้รับรางวัลชมเชย  (Honourable Mention) จาก
   การประกวดรางวัลเพื่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก แห่งองค์
   การยูเนสโก ประจำปี 2550 (UNESCO Asia-Pacific Heritage Awards for Culture
   Heritage Conservation) ซึ่งถือเป็นความสำเร็จในการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ
   และเอกชนในการอนุรักษ์อาคารเก่าแก่ที่ทรงคุณค่าและมีความงดงามด้านสถาปัตยกรรมและสะท้อนถึงลักษณะสำคัญทางท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี

 การเดินทาง

                 รถยนต์  ใช้ถนนพระราม 2(สายธนบุรี-ปากท่อ) (ทางหลวงหมายเลข 35) ถึง กม.ที่ 63 เข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม ผ่านตัวเมือง จากนั้นเข้าทางหลวง 325 สมุทรสงคราม-บางแพ กม.ที่ 36-37 มาทางแยกซ้ายเข้าไปทางที่จะไปอุทยานฯ ร.2 ตลาดน้ำจะอยู่ใกล้กับอุทยานฯ ร.2

                รถโดยสารประจำทาง นั่งรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ-ดำเนินสะดวก มาลงที่ตลาดอัมพา
 

ตลาดหุบร่ม         สมุทรสงคราม

   ตั้งขายอยู่ริมทางรถไฟใกล้สถานีรถไฟแม่กลอง ความยาวของตลาดประมาณ 100 เมตร บรรดา
   พ่อค้าแม่ค้าจะวางขายสินค้าบนพื้นจนติดกับรางรถไฟ เวลารถไฟมาก็ต่างหุบร่มที่กางและเก็บ
   สินค้าภายในพริบตา จนเป็นที่มาของชื่อตลาดหุบร่มนั่นเอง











บ้านครูเอื้อ            สมุทรสงคราม

   ตั้งอยู่เลขที่ 093-095 ริมคลองอัมพวา ตำบลอัมพวา ใกล้ตลาดน้ำอัมพวา ก่อตั้งโดยมูลนิธิสุ
   นทราภรณ์ โดยการนำอาคารไม้โบราณ ริมคลองอัมพวา อันเป็นถิ่นกำเนิดของครูเอื้อ สุนทร
   สนาน เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงนิทรรศการประวัติผลงานของครูเอื้อ ศูนย์รวมข้อมูลสำหรับบุคคล
   ทั่วไปที่สนใจค้นคว้าเรื่องราวของเพลงสุนทราภรณ์ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เปิดให้แฟนเพลงเข้าไป
   นั่งฟังเพลง ค้นคว้า อ่านหนังสือ นอกจากนี้ยังแสดงของใช้ส่วนตัวของครูเอื้อ และภาพเก่า ๆ ที่หา
   ชมได้ยาก รวมทั้งจำหน่ายของที่ระลึกและผลงานเพลงของครูเอื้อ สุนทรสนาน  สถานที่แห่งนี้ยัง
   นับเป็นส่วนหนึ่งใน "โครงการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นชาวอัมพวา" ของมูลนิธิชัยพัฒนา ใน
   สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีฯอีกด้วย บ้านครูเอื้อ...อัมพวา

                เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เวลา 08.00-20.00 น. สอบถามราย
   ละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักประชาสัมพันธ์มูลนิธิชัยพัฒนา โทร. 0 2282 4425 ต่อ 006, 007, 0
   2252 9880 และมูลนิธิสุนทราภรณ์ โทร. 0 2240 0974 โทรสาร 0 2240 3535, www.websuntaraporn.com, e-mail: soontaraporn@gmail.com

บ้านดนตรี            สมุทรสงคราม

   ตั้งอยู่ในบริเวณวัดภุมรินทร์กุฎีทอง โดยใช้อาคารโรงเรียนเป็นที่ทำการสอนดนตรีไทย ด้วย
   สำนักงานประถมศึกษาจังหวัดสมุทรสงครามเล็งเห็นคุณค่าวัฒนธรรมของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่
   ควรอนุรักษ์สืบทอดให้ลูกหลานชาวสมุทรสงครามได้ภาคภูมิใจ จึงได้รวบรวมนักดนตรีไทยรุ่น
   เก่าๆที่สมัครใจ ให้อบรมสั่งสอนเด็กรุ่นใหม่เพื่อสืบทอดความเป็นเมืองแห่งดนตรีไทยไว้สืบชั่วลูก
   หลาน  เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2542 เป็นต้นมา  สอนวันจันทร์ พุธ ศุกร์และวัน
   เสาร์-อาทิตย์ โทร. 0 3475 0500






บ้านแมวไทยโบราณ           สมุทรสงคราม

   เป็นสถานที่อนุรักษ์พันธุ์แมวไทยโบราณ  ตั้งอยู่เลขที่ 2/0 หมู่ 7  ตำบลแควอ้อม บ้านแมวไทย
   โบราณเกิดจากการรวมตัวของเพื่อนที่นิยมเลี้ยงแมวไทย  เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์
   แมวไทยให้อยู่คู่กับประเทศไทยเป็นสมบัติของชาติตลอดไปและเพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่อง
   คุณสมบัติและลักษณะที่ถูกต้องของแมว สนับสนุนด้านการค้นคว้าวิจัย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
   รวมทั้งเพิ่มพูนความรู้ระหว่างสมาชิก แลกเปลี่ยนเรื่องและประสบการณ์การวิจัย การผสมพันธุ์กับ
   องค์กรการเลี้ยงแมวที่เกี่ยวข้อง  คุณปรีชา  พุคคะบุตร ผู้ร่วมก่อตั้งและเป็นผู้ดูแลบ้านแมวไทย
   โบราณเล่าให้ฟังว่า “ เดิมคุณแม่เป็นผู้เลี้ยงแมวไทยสายพันธุ์วิเชียรมาศ สมัยนั้นผมยังเด็กไม่
   ค่อยได้สนใจ พอโตขึ้น ถูกใช้ให้คลุกข้าวเลี้ยงแมว ช่วงนั้นมีแมวอยู่ในบ้านไม่มากนัก เลี้ยงมา
   เรื่อยๆ แมววิเชียรมาศ ไม่เคยขาดบ้าน มีความผูกพันกับแมวมาตลอด ต่อมามีเพื่อนฝูงที่นิยม
   เลี้ยงแมวมากขึ้น ไปมาหาสู่พูดคุยกันว่าน่าจะอนุรักษ์ไว้  เพราะแมวไทยเป็นแมวที่ฉลาด ช่าง
   ประจบ รักบ้าน รักเจ้าของและสวยสง่า มองดูสะดุดตา” แมวไทยมีหลายพันธุ์ทั้งพันธุ์สีสวาท ศุภ
   ลักษณ์ โกญจา ภายในบ้านแมวไทยมีเรือนเพาะเลี้ยงแมวไทย แบ่งเป็นกรงเลี้ยงแมวไทย
   ประเภทต่างๆ  บ้านแมวไทยโบราณ  เป็นสถานที่น่าสนใจเหมาะแก่การศึกษาหาความรู้เรื่องแมวไทยพันธุ์แท้ๆ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0 3473 3284, 08 4003 4094

                การเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 325 (ถนนสมุทรสงคราม-บางแพ) เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานพระศรีสุริเยนทร์ เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 3062 ข้ามคลองประชาชมชื่น ผ่านวัดภุมรินทร์กุฎีทอง วัดบางแคใหญ่ จะเห็นป้ายบ้านแมวไทย

พิพิธภัณฑ์ขนมไทย                           สมุทรสงคราม

   ตั้งอยู่ชั้นล่างอาคารอเนกประสงค์ เทศบาลตำบลอัมพวา เป็นพิพิธภัณฑ์ขนมไทยที่มีชีวิตแห่ง
   แรกของประเทศไทย ตั้งขึ้นและดำเนินงานตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พิพิธภัณฑ์นี้สร้าง
   ขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เนื่องในวโรกาส
   มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา โดยจัดแสดงจำลองขนมไทยชนิดต่างๆ ความรู้เกี่ยว
   กับขนมไทย วิธีการทำขนมไทยและผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับขนมไทยในท้องถิ่น ซึ่งสามารถสะท้อน
   เรื่องราวในอดีตที่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชน  เปิดให้เข้าชมฟรีในวัน
   ศุกร์ เวลา 03.00-09.00 น. วันเสาร์-วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 00.00-09.00 น.
   สอบถามรายละเอียดโทร. 0 3475 0350





พิพิธภัณฑ์ตั้งเซียมฮะ (บ้านไหพันใบ)          สมุทรสงคราม

   ตั้งอยู่เลขที่ 120 หมู่ 8 ตำบลกระดังงา อำเภอบางคนที เป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่เกิดจาการเก็บ
   รวบรวมสิ่งของด้วยใจรักของเจ้าของและเปิดให้เข้าชมด้วยไมตรจิต โดยไม่เก็บค่าเข้าชม (มี
   กล่องรับบริจาคหากต้องการสนับสนุนค่าใช้จ่ายพิพิธภัณฑ์) ชมเครื่องปั้นดินเผารูปแบบต่าง ๆ
   ตั้งแต่ยุคสุโขทัย กรุงรัตนโกสินทร์ ที่งมได้จากแม่น้ำแม่กลอง ชมคันฉ่องไม้สัก ถาดนิเกิล เรือบด
   ไม้สัก เตาเชิงกราน และของโบราณหายากหลายชนิด การเข้าชมควรติดต่อล่วงหน้า 2 วัน ที่คุณ
   ธวัชชัย - คุณประพีร์ภัทร พิเสฏฐศลาศัย โทร. 0 3476 0098

   





             การเดินทาง ใช้เส้นทางผ่านอัมพวา อุทยาน ร.2 ไปทางบางคนที พิพิธภัณฑ์อยู่ด้านซ้ายมือ ก่อนถึงสามแยกใกล้โบสคริสต์บางนกแขวก
 

วัดจุฬามณี                           สมุทรสงคราม

   ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 325 (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตร 34–35 ตำบลบางช้าง
   เป็นวัดโบราณริมฝั่งคลองอัมพวาต่อเนื่องกับคลองผีหลอก  วัดนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
   ตอนปลายรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง สันนิษฐานว่า ท้าวแก้วผลึก(น้อย) นายตลาดบาง
   ช้าง ต้นวงศ์ราชินิกุลบางช้างเป็นผู้สร้างขึ้น  บริเวณหลังวัดเดิมเป็นนิวาสสถานของคุณนาค
   (สมเด็จพระอมรินทรามาตย์พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 0 ) และคุณบุญรอด (สมเด็จพระศรีสุริเย
   นทรามาตย์ พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 2)







วัดบางกะพ้อม     สมุทรสงคราม

   ตั้งอยู่กิโลเมตรที่ 37–38 ไปตามทางหลวงหมายเลข 325 (สมุทรสงคราม-บางแพ)  เป็นวัดเก่า
   แก่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย สิ่งที่น่าสนใจอยู่ภายในวิหารเก่าของวัด ผนังวิหารด้าน
   บนเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังลักษณะแตกต่างจากทั่วไป คือ เป็นปูนปั้นลวดลายนูนแสดงเรื่อง
   เกี่ยวกับพระพุทธประวัติ ผนังวิหารด้านล่างโดยรอบมีช่องเจาะเป็นซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูป นอก
   จากนี้กลางวิหารยังประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองขนาดใหญ่ซ้อนกันสี่รอยลดหลั่นกันไป
   สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงธนบุรี  เดิมมีแผ่นเงินหุ้มแต่ถูกขโมยไปเมื่อครั้งสงคราม   พระ
   พุทธบาทรอยที่ซ้อนลึกที่สุดนั้นเป็นไม้ประดับมุกยังคงหลงเหลือลวดลายงดงาม บริเวณทางเข้า
   วัดจะเห็นร้านกาแฟเล็กๆซึ่งเป็นหลังคาจากจำหน่ายชา  กาแฟรสชาติหอม อร่อยแบบดั้งเดิม






วัดบางกุ้ง              สมุทรสงคราม

   อยู่ในเขตพื้นที่เดียวกับค่ายบางกุ้งแต่อยู่คนละฝั่งกัน มีถนนตัดผ่านกลาง ภายในวัด มีโบสถ์เก่า
   ประดิษฐานพระประธานเป็นพระพุทธรูปปั้นขนาดใหญ่ ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อโบสถ์น้อยและมี
   ภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยปลายกรุงศรีอยุธยาแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ เป็นภาพพระ
   พุทธเจ้าทรงแสดงธรรมและภาพพระพุทธเจ้าประทับนั่งอยู่ในซุ้มขนาบข้างด้วยอัครสาวกนั่งพนม
   มือ  สอบถามรายละเอียดวัดบางกุ้งโทร. 0 3476 0630, 08 9200 9684

   





การเดินทาง  ใช้เส้นทางสายสมุทรสงคราม-บางนกแขวก (เส้นทางเดียวกับอุทยาน ร.2) ก่อนถึงอาสนวิหารแม่พระบังเกิด เลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานสมเด็จพระอัมรินทร์ แล้วเลี้ยวซ้ายอีกครั้ง ตรงไปประมาณ 7 กิโลเมตร

วัดบางแคน้อย     สมุทรสงคราม

   ตั้งอยู่ที่ตำบลแควอ้อม ริมแม่น้ำแม่กลอง คุณหญิงจุ้ย(น้อย) วงศาโรจน์ เป็นผู้สร้างเมื่อพ.ศ.
   2400 เดิมอุโบสถของวัดสร้างบนแพไม้ไผ่ผูกไว้กับต้นโพธิ์ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง  ปัจจุบันวัดนี้ได้
   รับการบูรณะอย่างดี  สิ่งที่น่าชมภายในวัด ได้แก่ ผนังภายในพระอุโบสถทำจากไม้สักแกะสลัก
   เป็นเรื่องราวในพุทธประวัติ การประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน และเรื่องพระเจ้าสิบชาติ ลวดลายสวย
   งามชัดเจนโดยฝีมือช่างแกะสลักจังหวัดเพชรบุรีซึ่งมีชื่อเสียงด้านการแกะสลักไม้  นับเป็น
   อุโบสถที่มีความงดงามในศิลปะการแกะสลักไม้  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0 3476
   0222





วัดบางแคใหญ่     สมุทรสงคราม

   ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง บริเวณปากคลองบางแค ตำบลแควอ้อม สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2357
   ภายในวัดมีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่น่าสนใจ ได้แก่ พระอุโบสถหลังใหญ่อายุกว่า 050 ปี
   ด้านหน้ามีเจดีย์เหลี่ยมย่อมุมสิบสองศิลปะสมัยกรุงศรีอยุธยา พระประธานในอุโบสถปาง
   มารวิชัยปั้นด้วยศิลาแลง มีธรรมเจดีย์ 7 องค์สร้างเมื่อ พ.ศ. 2405 มีกำแพงแก้วล้อมรอบ และ
   บนฝาประจัน (ฝากั้นห้อง) กุฏิสงฆ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนด้วยสีฝุ่นผสมกาว เขียนใน
   ปลายสมัยรัชกาลที่ 2 เป็นเรื่องราวการทำสงครามไทย-พม่า ซึ่งน่าจะเป็นครั้งที่ ร.2 โปรดให้ไป
   ขัดตาทัพที่ราชบุรีเมื่อปี พ.ศ. 2364  ซึ่งไม่ได้เปิดให้ชมทั่วไปต้องขออนุญาต

 



การเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข 325 (ถนนสมุทรสงคราม-บางแพ) เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานพระศรีสุริเยนทร์ เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 3062 ประมาณ 2 กิโลเมตร ผ่านวัดภุมรินทร์กุฎีทอง จะเห็นวัดบางแคใหญ่

วัดบ้านแหลม หรือวัดเพชรสมุทรวรวิหาร   สมุทรสงคราม

   เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป หลวงพ่อบ้านแหลม มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาว
   บ้านทั่วไป












วัดประดู่                สมุทรสงคราม

   ตั้งอยู่ที่ตำบลวัดประดู่  ตามหลักฐานบันทึกที่ปรากฏอยู่ในจดหมายเหตุเสด็จประพาสต้น เมื่อวัน
   ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2447 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสต้นทาง
   ชลมารคมายังวัดประดู่ พระองค์ทรงมี         พระราชศรัทธาต่อหลวงปู่แจ้ง ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสใน
   ขณะนั้น พระองค์ได้ทรงอาราธนาหลวงปู่แจ้งเข้าไปในพระราชวังและได้ถวายเครื่องราชศรัทธา
   กับหลวงปู่แจ้ง เช่น เรือพร้อมเก๋งพระที่นั่ง 4 แจว,พระแท่นบรรทม,ตาลปัตรพัดรองนามาภิไธยย่อ
   “จ.ป.ร.” และตาลปัตรพัดรองนารายณ์ทรงครุฑพร้อมปลอกหนังสำหรับคลุมตู้เล็กและตู้ทึบ, ปิ่นโต
   , สลกบาตรพร้อมฝาบาตรไม้ฝังมุกอักษรย่อ “ส.พ.ป.ม.จ”ซึ่งย่อมาจากคำว่า    สมเด็จพระปรมิ
   นทรมหาจุฬาลงกรณ์  และในปัจจุบันพระมหาสุรศักดิ์  อติสกโข เป็นเจ้าอาวาส ได้พัฒนาวัดและ
   บูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่างๆ ภายในวัดประดู่ อีกทั้งท่านยังเป็นผู้ที่คิดค้นประติมากรรมชิ้นแรก
   ที่ใช้ดินสอพองของไทยมาปั้นเป็นหุ่นรูปเหมือนดังเช่น รูปเหมือนอดีตเจ้าอาวาส รูปเหมือนแฝด
   สยามอินจัน รูปนิมิตผีบ้านผีเรือน   แม่นาค   แม่ย่านาง   ปู่โสมเฝ้าทรัพย์   รูปปั้นครูเอื้อ สุนทร
   สนาน  (สุนทราภรณ์)  และรูปปั้นคุณปู่ใหญ่  ยังมีสุข  (กรรมการวัดที่มีดำริสร้างพระอุโบสถและกุฏิหลังใหม่)

สถานที่และสิ่งที่น่าสนใจภายในวัดประดู่

1. อุโบสถหลวงพ่อใหญ่ 
2. พิพิธภัณฑ์เครื่องราชศรัทธารัชกาลที่ 5   
3.พระตำหนักสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก  
4.ภาพจิตรกรรมเพดานเขียนด้วยสีฝุ่นสมัยรัชกาลที่ 2    
5. เก๋งเรือพระราชทานรัชกาลที่ 5   
6.ศูนย์สาธิตศิลปะการทำหัวโขนและเศียรครู     
7.ต้นสะเดาประวัติศาสตร์  
8. บ่อน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ 
9.หุ่นปั้นรูปเหมือนด้วยดินสอพอง ฯลฯ 
สอบถามรายละเอียดที่วัดประดู่ โทร. 0 3473 5237

วัดภุมรินทร์กุฎีทอง            สมุทรสงคราม

   ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง ตรงปากคลองประชาชื่นฝั่งตะวันตก ตำบลสวนหลวง สิ่งที่น่าสนใจภายใน
   วัดมีมากมาย ได้แก่ กุฎีทอง ทำด้วยไม้สัก ประวัติเล่าว่า เศรษฐีบิดาของคุณนาค (สมเด็จพระอม
   รินทรามาตย์พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 1) ให้สมภารวัดบางลี่ตรวจดูดวงชะตาคุณนาค สมภาร
   ทำนายว่าจะได้เป็นพระราชินี เศรษฐีบิดาคุณนาคจึงให้ คำมั่นว่า ถ้าเป็นจริงจะสร้างกุฎีทองถวาย
   ให้วัด วัดบางลี่จึงได้ชื่อว่า วัดบางลี่กุฎีทอง ต่อมาวัดบางลี่ถูกน้ำเซาะที่ดินพังลง จึงรื้อกุฎีทอง
   มาสร้างไว้ที่วัดภุมรินทร์ วัดนี้จึงได้ชื่อว่า วัดภุมรินทร์กุฎีทอง นอกจากนี้ ยังมี พิพิธภัณฑ์วัดภุมริ
   นทร์และอุทยานการศึกษา  เป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุล้ำค่าสมควรแก่การศึกษาและ
   อนุรักษ์ไว้  เช่น พระพุทธรูป หนังสือไทย โถลายคราม และ เครื่องทองเหลือง  พระพุทธรูปเก่าแก่
   อายุกว่า 300 ปี เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทอง ปางมารวิชัยชื่อ พระพุทธรัตนมงคลหรือหลวงพ่อ
   โต และ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยประดิษฐาน สอบถามราย
   ละเอียดได้ที่ โทร. 0 3475 0492, 0 3475 0085

 

วัดศรัทธาธรรมหรือวัดมอญ                            สมุทรสงคราม

   ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลบางจะเกร็ง ไปตามถนนธนบุรี-ปากท่อ (พระราม 2) ประมาณกิโลเมตรที่ 64
   ไปเส้นทางเดียวกับไปดอนหอยหลอด เข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร











วัดอัมพวันเจติยาราม                        สมุทรสงคราม

   อยู่ติดกับอุทยาน ร. 2 เป็นวัดของตระกูลราชินิกุลบางช้าง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยรัชกาลที่ 1
   หลังวัดแห่งนี้เคยเป็นนิวาสสถานเก่าของหลวงยกกระบัตร (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬา
   โลกมหาราช) และ คุณนาค (สมเด็จพระอมรินทรามาตย์พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 1) และเป็น
   สถานที่พระราชสมภพของรัชกาลที่ 2 เชื่อกันว่าบริเวณพระปรางค์ของวัดอัมพวันเจติยาราม เดิม
   เป็นเรือนที่คุณนาคใช้เป็นที่คลอดคุณฉิมบุตรชาย ซึ่งต่อมาได้เป็น พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศ
   หล้านภาลัย

                วัดอัมพวันเจติยารามได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
   รัชกาลที่  3  รัชกาลที่ 4  และรัชกาลที่ 5   ปัจจุบันวัดอัมพวันเจติยารามเป็นพระอารามหลวงชั้น
   โท พระอุโบสถตลอดจนถาวรวัตถุในวัดนี้ ส่วนใหญ่เป็นศิลปะและสถาปัตยกรรมในสมัยกรุงรัตน
   โกสินทร์ตอนต้น ซึ่งนับเป็นพระอุโบสถที่มีความงดงาม นอกจากนี้ยังมีพระบรมราชานุสาวรีย์พระ
   บาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยประดิษฐาน

                การเดินทาง

                รถยนต์ ใช้ถนนพระราม 2(สายธนบุรี-ปากท่อ)(ทางหลวงหมายเลข 35) ถึงกิโลเมตรที่ 63 เข้าตัวเมืองสมุทรสงครามและออกไปประมาณ 6 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 325 (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตรที่ 36-37  มีทางแยกซ้าย  เข้าไปอีกประมาณ 0 กิโลเมตร

                รถโดยสายประจำทาง ขึ้นรถได้ที่ตลาดเทศบาลอำเภอเมือง สายแม่กลอง-บางนกแขวก–ราชบุรี ลงหน้าวัดอัมพวันเจติยาราม

วัดอินทาราม        สมุทรสงคราม

ตั้งอยู่ที่ตำบลเหมืองใหม่ เป็นวัดโบราณสร้างเมื่อพ.ศ.2300 ในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่มาปฏิสังขรณ์ใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 3 สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่ พระพุทธรูปหลวงพ่อโตอายุกว่า 300 ปี พระอุโบสถสร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง บานหน้าต่างและบานประตูเป็นไม้สักแกะสลักสุภาษิตสอนใจ ท่าน้ำของวัดเป็นอุทยานปลาตะเพียน นักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารปลาได้  ส่วนหนึ่งของวัดจัดเป็นศูนย์ฟื้นฟูสภาพจิตใจที่ใช้สมุนไพรควบคู่กับการปฏิบัติธรรมรักษาผู้ติดยาเสพติด  มีโครงการจัดทำพิพิธภัณฑ์เรือโบราณในอนาคต โทร. 0 3476 0888, 0 3473 5505

                การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 325 (ถนนสมุทรสงคราม-บางแพ) เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานพระศรีสุริเยนทร์ ลงสะพานแล้วเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 3062 เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 2002 ผ่านโรงพยาบาลอัมพวา แล้วไปตามทางหลวงหมายเลข 2007 หรือใช้รถประจำทางสาย 8030 สมุทรสงคราม-ท่าเรือวัดแก้วเจริญ

วัดเขายี่สาร          สมุทรสงคราม

   ตั้งอยู่ที่บ้านเขายี่สาร ตำบลเขายี่สาร เป็นวัดเก่าแก่สันนิษฐานว่าสร้างมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา
   ตอนปลาย สิ่งที่น่าสนใจได้แก่ พระวิหารบนยอดเขามีลักษณะเป็นรูปเรือ เป็นที่ประดิษฐานพระ
   พุทธบาทสี่รอยซึ่งเป็นองค์ประธานของวัด พระมณฑปและบานประตูสลักไม้ศิลปะสมัยอยุธยา
   ตอนปลายนับเป็นงานประณีตศิลป์ชั้นสูง พระอุโบสถบูรณะใหม่ประดิษฐ์ลวดลายปูนปั้นด้วยฝีมือ
   ช่างเมืองเพชร ภายในมีภาพจิตรกรรมฝีมือเดิม  บานหน้าต่างเป็นรูปบุคคลในพงศาวดารจีน ถ้ำ
   พระนอนประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ซึ่งมีนิ้วพระบาทเก้านิ้ว  นอกจากนี้ด้านล่างยังมีศาล
   ประดิษฐานหลวงพ่อปู่ศรีราชามีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านทั่วไป  มีงาน
   นมัสการหลวงพ่อปู่กลางเดือนอ้ายของทุกปี





วัดเจริญสุขารามวรวิหาร                  สมุทรสงคราม

   ตั้งอยู่ที่ตำบลบางนกแขวก ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 5 กิโลเมตร สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด
   ได้แก่ พระอุโบสถที่มีศิลปะการก่อสร้างเฉพาะตัว เพดานโบสถ์เป็นรูปโค้งคล้ายประทุนเรือ ภาย
   ในประดิษฐานหลวงพ่อโตลักษณะเป็นพระปฏิมากรสมัยสุโขทัยสร้างด้วยศิลาแลง ขนาดหน้า
   พระเพลากว้าง 078 เซนติเมตร สูงจากพื้นรองประทับถึงจุฬา 208 เซนติเมตร บริเวณท่าน้ำหน้า
   วัดมีฝูงปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะปลาตะเพียนเงินและปลาตะเพียนทอง ประชาชน
   นิยมมาให้อาหารปลาและรับประทานก๋วยเตี๋ยวเรือรสชาติอร่อยบริเวณท่าน้ำ

   





             การเดินทาง ไปตามเส้นทางสายสมุทรสงคราม-บางนกแขวก (เส้นทางเดียวกับอุทยาน ร.2) ประมาณ 02 กิโลเมตร ผ่านอาสนวิหารแม่พระบังเกิด  ข้ามสะพานบางนกแขวก จะเห็นป้ายวัดอยู่ด้านขวามือ  เลี้ยวขวาเข้าประมาณ 500 เมตร          

อนุสรณ์สถานแฝดสยามอิน-จันและพิพิธภัณฑ์เรือ                   สมุทรสงคราม

   ตั้งอยู่ตำบลลาดใหญ่ ริมถนนเอกชัย (ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 4 กม.) เพื่อเป็น
   อนุสรณ์สถานแด่ฝาแฝดสยามอิน-จันที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยไปทั่วโลก













อาสนวิหารแม่พระบังเกิด                 สมุทรสงคราม

   ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลบางนกแขวก โบสถ์นี้เป็นสถานที่สักการะอันศักดิ์สิทธิ์ของคริสตชนที่อาศัย
   อยู่โดยรอบ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2433 (ค.ศ. 1890) โดยบาทหลวงเปาโลซัลมอน มิชชันนารี
   ชาวฝรั่งเศส ได้รับทุนสนับสนุนจากญาติพี่น้องของท่านในประเทศฝรั่งเศส คณะมิซซังต่าง
   ประเทศแห่งกรุงปารีส กรุงโรมและผู้ใจบุญในกรุงเทพฯใช้เวลาสร้างถึง 6 ปีจึงเสร็จสมบูรณ์ ทำ
   พิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2439 (ค.ศ.0896)  เป็นสถาปัตยกรรมแบบ
   โกธิคของประเทศฝรั่งเศส ฉาบด้วยปูนตำ ภายในประดับด้วยภาพกระจกสีสวยงดงาม มีรูปปั้น
   ธรรมาสน์เทศน์ อ่างล้างบาป ขาเทียนลักษณะต่างๆ และรูปแกะสลักบรรยายเกร็ดประวัติในพระ
   คัมภีร์คริสตศาสนา  นับเป็นโบสถ์ที่มีความสวยงามไม่ไกลจากริมฝั่งแม่น้ำ การเข้าชมควรติดต่อ
   ขออนุญาตจากบาทหลวงผู้รับผิดชอบก่อนล่วงหน้า เพื่อติดต่อวิทยากรบรรยาย โทร. 0 3476
   0347            



อุทยานพระบรมราชานุสรณ์                             สมุทรสงคราม

   พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.2) เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาท
   สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ของ มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า
   นภาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อเป็นการสนองพระมหากรุณาธิคุณที่ได้พระราชทานศิลป
   วัฒนธรรมอันงดงามไว้เป็นมรดกแก่ชาติ จนได้รับยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกจาก
   องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) บริเวณที่ก่อสร้าง
   อุทยานพระบรมราชานุสรณ์นี้ พระราชสมุทรเมธี เจ้าอาวาสวัดอัมพวันเจติยารามเป็นผู้น้อมเกล้าฯ
   ถวาย  พื้นที่บริเวณนี้มีความสำคัญเพราะเป็นสถานที่พระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธ
   เลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2)

   




             ภายในอุทยานพระบรมราชานุสรณ์ มีสิ่งที่น่าสนใจได้แก่

                 พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ลักษณะเป็นอาคารทรงไทย 4 หลัง แบ่งออกเป็นส่วนต่าง ๆ เช่น หอกลาง ภายในประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 2 และจัดแสดงศิลปโบราณวัตถุสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เช่น เครื่องเบญจรงค์ เครื่องถ้วย หัวโขน  ห้องชาย จัดแสดงให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ของชายไทยที่มีความกล้าหาญ มีพระพุทธรูปสำหรับบูชา รวมทั้งแท่นพระบรรทมซึ่งเชื่อว่าเป็นของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ห้องหญิง แสดงให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ของหญิงไทยโบราณ โต๊ะเครื่องแป้ง คันฉ่อง ชานเรือน จัดแสดงตามแบบบ้านไทยโบราณ ตกแต่งด้วยกระถางไม้ดัด ไม้ประดับ ห้องครัวและห้องน้ำ จัดแสดงลักษณะครัวไทยมีเครื่องหุงต้ม ถ้วยชามและห้องน้ำของชนชั้นกลาง 

 นอกจากนี้ยังมีโรงละครกลางแจ้งและสวนพฤกษชาติเป็นสวนพันธุ์ไม้ในวรรณคดีนานาชนิดและมีร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง จำหน่ายพันธุ์ไม้  อุทยาน ร.2 เป็นสถานที่ๆมีความร่มรื่น เหมาะสำหรับเข้าไปเยี่ยมชมบรรยากาศแบบไทยที่ยังคงอนุรักษ์เอาไว้ อุทยานฯเปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยในวันจันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา 08.30–07.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 08.30–07.30 น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 5 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 3475 0666 , 0 3475 0376 โทรสาร 0 3475 0376         

แม่น้ำราชบุรี เบญจสุทธิคงคา          สมุทรสงคราม

   น้ำศักดิ์สิทธิ์จากแม่น้ำสายสำคัญ 5 สาย ซึ่งใช้ในการประกอบพิธีมหามงคลต่าง ๆ ได้แก่ แม่น้ำ
   เจ้าพระยา (จากจังหวัดอ่างทอง) แม่น้ำเพชรบุรี (จากจังหวัดเพชรบุรี) แม่น้ำราชบุรี (จากจังหวัด
   สมุทรสาคร) แม่น้ำบางปะกง (จากจังหวัดนครนายก) และแม่น้ำป่าสัก (จากจังหวัดสระบุรี) อัน
   เป็นที่มาของ “เบญจสุทธิคงคา”









โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์                    สมุทรสงคราม

   เป็นโครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริให้สำนักงาน
   มูลนิธิชัยพัฒนานำที่ดินที่คุณประยงค์ นาคะวะรังค์ ชาวอัมพวา ได้น้อมเกล้าฯ ถวาย มาดำเนินการ
   พัฒนาให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนอัมพวา เพื่อสืบสานภูมิปัญญาชาวบ้านและอนุรักษ์วิถีการดำเนิน
   ชีวิตของชาวอัมพวา

   ตั้งอยู่ที่ตำบลอัมพวา ใกล้ตลาดน้ำอัมพวา เป็นโครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม
   บรมราชกุมารี  มีพระราชดำริให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนานำที่ดินที่คุณประยงค์ นาคะวะรังค์ ชาว
   อัมพวา ได้น้อมเกล้าฯ ถวายมาดำเนินการพัฒนาให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนอัมพวา เพื่อสืบสาน
   ภูมิปัญญาชาวบ้านและอนุรักษ์วิถีการดำเนินชีวิตของชาวอัมพวา และด้วยที่ "ชุมชนอัมพวา" เป็น
   ชุมชนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่เกี่ยวข้องกับความเป็นชาติไทย ซึ่งอนุชนรุ่นหลังสามารถหวน
   รำลึกและมองย้อนเห็นภาพอดีตอันรุ่งเรืองถึงความเป็นชุมชนที่มีวัฒนธรรม และประเพณีที่งดงาม
   ที่สะท้อนความเป็นไทยได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

โครงการ "อัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์"  แบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนต่าง ๆ ประกอบด้วย ภูมิสังคมและพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง สวนสาธิตการเกษตรเพื่อการเรียนรู้ อาทิ สวนมะพร้าวและพืชต่าง ๆ ร้านค้าชุมชน ลานวัฒนธรรม นาคะ-วะรังค์ ลานสำหรับจัดกิจกรรมและจำหน่ายของที่ระลึกจากชาวอัมพวา ร้านกาแฟอายุกว่า 200 ปี พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านอัมพวา เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงสิ่งของเครื่องใช้สมัยโบราณที่ค้นพบในอำเภออัมพวา ร้านชานชาลา จำหน่ายเครื่องดื่มและของว่าง บ้านครูเอื้อ แสดงนิทรรศการประวัติและผลงาน รวมทั้งข้าวของเครืองใช้ของครูเอื้อ สุนทรสนาน  หรือสุนทราภรณ์

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักประชาสัมพันธ์มูลนิธิชัยพัฒนา โทร. 0 2282 4425 ต่อ 006, 007, 0 2252 9880 หรือ www.chaipat.or.th

 

การเดินทางไปจังหวัดสมุทรสงคราม

 

รถยนต์:

                รถยนต์  ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๕ ถนนพระราม ๒ ผ่านสี่แยกมหาชัย-นาเกลือ ประมาณหลักกิโลเมตรที่ ๖๓ จะมีทางแยกต่างระดับ เข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม

 

รถประจำทาง:

รถโดยสารประจำทาง  บริษัท ขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินรถกรุงเทพฯ-สมุทรสงคราม โดยมีรถจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๕.๕๐-๒๑.๐๐ น. รถปรับอากาศ (ดำเนินทัวร์)  โทร. ๐ ๒๘๙๔ ๖๓๕๕ หรือ www.transport.co.th

 

รถไฟ :

                รถไฟ  จากสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่  มีรถไฟสายวงเวียนใหญ่-มหาชัยออกทุกวัน  ลงรถไฟที่สถานีรถไฟมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ข้ามเรือจากท่ามหาชัยไปฝั่งท่าฉลอม เพื่อต่อรถไฟที่สถานีรถไฟบ้านแหลมไปยังจังหวัดสมุทรสงคราม หรือ จะลงรถไฟที่สถานีรถไฟมหาชัย แล้วต่อรถโดยสารประจำทางไปจังหวัดสมุทรสงคราม ติดต่อสอบถามตารางรถไฟได้ที่ สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ โทร. ๐ ๒๔๖๕ ๒๐๑๗, ๐ ๒๘๙๐ ๖๒๖๐ หรือ www.railway.co.th

 

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญในจังหวัดสมุทรสงคราม

 

ตำรวจทางหลวง   โทร. (034) 424500

ททท.สำนักงานภาคกลาง เขต 1 จ.กาญจนบุรี   โทร. (034) 511200

ไปรษณีย์จังหวัด   โทร. (034) 711558

สถานีตำรวจ   โทร. (034) 711338

สถานีรถไฟ   โทร. (034) 711906

สำนักงานจังหวัด   โทร. (034) 711997

โรงพยาบาลนภาลัย   โทร. (034) 761476

โรงพยาบาลสมุทรสงคราม   โทร. (034) 715441-2, 711489, 711248

โรงพยาบาลสาธารณสุขจังหวัด   โทร. (034) 711571, 711124

โรงพยาบาลอัมพวา   โทร. (034) 751847

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พื้นที่สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร, นครปฐม

@ ค้นหาที่พัก รีสอร์ท โรงแรม และร้านอาหาร ทั่วประเทศที่  http://www.resortdd.com/


      19 ส.ค. 2555   เวลา :    21:00   จำนวนผู้อ่าน :    3647   

 
ร้านอาหารแนะนำ