resort, รีสอร์ท, ที่พัก
 
 
 
 
 
 
 


ที่พักภาคเหนือ
เชียงราย
เชียงใหม่
กำแพงเพชร
ตาก
นครสวรรค์
น่าน
พะเยา
พิจิตร
พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
แพร่
แม่ฮ่องสอน
ลำปาง
ลำพูน
สุโขทัย
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กาฬสินธุ์
ขอนแก่น
ชัยภูมิ
นครพนม
นครราชสีมา
บุรีรัมย์
บึงกาฬ
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุบลราชธานี


ที่พักภาคกลาง
กรุงเทพมหานคร
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นนทบุรี
ปทุมธานี
ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
เพชรบุรี
ราชบุรี
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สระแก้ว
สระบุรี
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
อยุธยา
อ่างทอง


ที่พักภาคตะวันออก
ชลบุรี, พัทยา
ระยอง
จันทบุรี
ตราด


ที่พักภาคใต้
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา
พัทลุง
ภูเก็ต
ยะลา
ระนอง
สงขลา
สตูล
สุราษฎร์ธานี

Link เพื่อนบ้าน
หอพัก
หอพัก
ห้องพัก





โอนิซึกะ, onitsuka, onitsuka tiger
Bangkok Dating, Thailand Matchmaker, Thailand Dating, Bangkok Matchmaker, dating bangkok, dating thailand, thai dating, online dating, single thai girls, thai women, dating service, speed dating, บริการหาคู่, บริษัทจัดหาคู่, หาคู่, หาแฟน, หาเพื่อน, จัดหาคู่, จับคู่, แม่สื่อ, ธุรกิจหาคู่
ถุงจัมโบ้, พาเลท

แนะนำรีสอร์ท, ห้องพัก, ที่พัก, บ้านพัก สำหรับพักผ่อนยามท่องเที่ยว


ResortDD.com จังหวัดสมุทรสาคร (Samutsakhon) ที่พักจังหวัดสมุทรสาคร โรงแรมจังหวัดสมุทรสาคร รีสอร์ทจังหวัดสมุทรสาคร เกสเฮ้าส์จังหวัดสมุทรสาคร สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสาคร ท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสาคร ศูนย์รวมรีสอร์ทจังหวัดสมุทรสาคร แหล่งรวมที่พักจังหวัดสมุทรสาคร Thailand Samutsakhon Hotel Resort Guesthouse

เมืองประมง ดงโรงงาน ลานเกษตร เขตประวัติศาสตร์

 

                จังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัดเล็กๆ ในเขตพื้นที่ตอนล่างของภาคกลาง บริเวณปากแม่น้ำท่าจีน ตั้งอยู่ห่างจากทะเลอ่าวไทยเพียง 2 กิโลเมตร เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรสัตว์น้ำ โดยเฉพาะสัตว์น้ำทะเล จึงมีการประกอบอาชีพด้านการประมงอย่างกว้างขวาง มีเรือประมงที่ทันสมัยนับพันลำ และสามารถจับสัตว์น้ำได้เป็นปริมาณที่มากที่สุดของประเทศ อีกทั้งยังเป็นจังหวัดที่มีนาเกลือมากที่สุดด้วยในด้านประวัติศาสตร์ สมุทรสาครเป็นเมืองที่มีบันทึกไว้ในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา เมื่อคราวพระเจ้าเสือเสด็จประพาสชลมารค จึงกำเนิดเป็นเรื่องราวของพันท้ายนรสิงห์ผู้ซื่อสัตย์ จงรักภักดี และรักษาระเบียบวินัยยิ่งชีวิต เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองในปัจจุบันรู้จักสมุทรสาครสมุทรสาครมีเนื้อที่ประมาณ 872.34 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 545,216 ไร่ จัดเป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 72 ของประเทศไทย ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตอนล่างของภาคกลาง บริเวณปากแม่น้ำท่าจีน ห่างจากทะเลอ่าวไทยเพียง 2 กิโลเมตร ภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเล สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1-2 เมตร มีแม่น้ำท่าจีนไหลผ่านตอนกลางของจังหวัดตามแนวเหนือใต้ และไหลลงสู่อ่าวไทยที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร รวมระยะทางที่ไหลผ่านจังหวัดสมุทรสาครประมาณ 70 กิโลเมตรพื้นที่ตอนบนในเขตอำเภอบ้านแพ้วและอำเภอกระทุ่มแบนมีความอุดมสมบูรณ์ของดิน และมีโครงข่ายแม่น้ำลำคลองเชื่อมโยงถึงกันกระจายอยู่ทั่วพื้นที่กว่า 170 สาย จึงเหมาะสำหรับการเพาะปลูกพืชนานาชนิด และบางส่วนเป็นย่านธุรกิจ อุตสาหกรรม และที่อยู่อาศัย ส่วนพื้นที่ตอนล่างของจังหวัดในเขตอำเภอเมืองสมุทรสาคร อยู่ติดชายฝั่งทะเลยาว 41.8 กิโลเมตร จึงเหมาะกับการประกอบอาชีพประมงทะเล เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง และทำนาเกลือสมุทรสาคร เดิมเรียกกันว่า “ท่าจีน” เพราะเป็นตำบลใหญ่อยู่ติดอ่าวไทย มีชาวต่างประเทศโดยเฉพาะชาวจีนนำสำเภาเข้ามาจอดเทียบท่าค้าขายกันมาก จึงเรียกติดปากว่า “ท่าจีน” จนกระทั่งปี พ.ศ. 2091 ในสมัยของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิแห่งกรุงศรีอยุธยา โปรดให้ยกบ้านท่าจีนขึ้นเป็นเมือง “สาครบุรี” เพื่อเป็นหัวเมืองสำหรับเรียกระดมพลเวลาเกิดสงครามกับพม่า และเป็นเมืองหน้าด่านป้องกันผู้รุกรานทางทะเลต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้โปรดให้เปลี่ยนชื่อเมืองสาครบุรีเป็นเมือง “สมุทรสาคร” ในปี พ.ศ. 2456 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระบรมราชโองการให้ทางราชการเปลี่ยนคำว่า “เมือง” เป็น “จังหวัด” ทั่วทั้งประเทศ เมืองสมุทรสาครจึงได้เปลี่ยนเป็น “จังหวัดสมุทรสาคร” มาจนถึงทุกวันนี้ ส่วนคำว่า “มหาชัย” ที่คนชอบเรียกกันนั้น เป็นชื่อคลองที่สมเด็จพระสรรเพชญที่ 8 แห่งกรุงศรีอยุธยา โปรดให้ขุดขึ้นเพื่อตัดความคดเคี้ยวของคลองโคกขามแต่เดิม ลัดจากเมืองธนบุรีเป็นแนวตรงไปออกปากน้ำแทน แต่ยังไม่ทันเสร็จก็ทรงสวรรคตเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระสรรเพชญที่ 9 (ขุนหลวงท้ายสระ) จึงได้โปรดให้ขุดคลองต่อจนแล้วเสร็จ และได้พระราชทานนามว่า “คลองมหาชัย” ซึ่งต่อมา บริเวณฝั่งซ้ายของปากคลองได้เกิดชุมชนขนาดใหญ่ชื่อว่า “มหาชัย” ขึ้น จึงเป็นที่นิยมเรียกขานกันจนติดปากตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา          

                จังหวัดสมุทรสาคร  อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ  33   กิโลเมตร  แบ่งการปกครองออกเป็น  3 อำเภอ คือ อำเภอเมืองสมุทรสาคร อำเภอกระทุ่มแบน และอำเภอบ้านแพ้ว    
  

สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสาคร

 

คลองโคกขาม      สมุทรสาคร
 

   เป็นคลองที่มีความคดเคี้ยวมาก ลักษณะเป็นโค้งข้อศอก กระแสน้ำเชี่ยวมากยากต่อการเดินเรือ 
   ทำให้ครั้งที่พระเจ้าเสือ หรือสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 เสด็จประพาสต้นไปตามลำคลองโคกขาม
   ด้วยเรือพระที่นั่งเอกชัยได้เกิดอุบัติเหตุเรือพระที่นั่งชนกิ่งไม้ทำให้โขนเรือหัก พันท้ายนรสิงห์จึง
   ถูกประหารชีวิต  บริเวณที่ประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์ พระเจ้าเสือทรงโปรดให้ขุดคลองลัดตัดทาง
   คดเคี้ยวของคลองโคกขามให้ตรง  โดยให้เจ้าพระยาราชสงครามเป็นแม่กองคุมไพร่พลจำนวน
   3,000 คน ขุดคลองตัดจากคลองโคกขามตั้งแต่ปี พ.ศ. 2248  ตรงมาเชื่อมกับแม่น้ำท่าจีน ขนาด
   คลองกว้าง 5 วา ลึก 6 ศอก เสร็จในปี พ.ศ.2252 ในสมัยของพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ เมื่อขุดเสร็จ
   จึงได้พระราชทานนามว่า “คลองสนามไชย “ ต่อมาเปลี่ยนเป็น “ คลองมหาชัย” แต่บางทีชาวบ้าน
   ก็เรียกว่า  “คลองถ่าน” และที่ปากคลองมหาชัยติดกับคลองโคกขามจะมีศาลพันท้ายนรสิงห์อีก
   ศาลหนึ่ง


 

ตลาดบ้านแพ้ว    สมุทรสาคร
 

   เป็นตลาดชุมชนริมน้ำที่เคยมีในสมัยที่มีการสัญจรทางน้ำเป็นหลัก มีอาคารบ้านเรือนริมน้ำให้เดิน
   ชมวิถีชีวิตชาวบ้าน ตลาดแห่งนี้มีร้านรวงในห้องแถวไม้แบบเก่า หันหน้าออกสู่คลองดำเนิน
   สะดวก แม้บรรยากาศความคึกคักจะเทียบไม่ได้กับเมื่อหลายสิบปีก่อน บางร้านปิดตัวเองไป แต่ก็
   มีบางร้านยังเปิดอยู่ อย่างร้านขายยาจีน ที่ภายในร้านยังคงตกแต่งแบบร้านเครื่องยาจีนต่างๆ มี
   ตาชั่งไว้ชั่งน้ำหนักยา และเครื่องหั่นยาจีนแบบโบราณที่ยังใช้อยู่จนถึงทุกวันนี้ ตลาดบ้านแพ้ว
   เป็นที่ตั้งของท่าเรือมาลี มีเรือโดยสารไปหลักสี่ หลักห้า และสถานที่ต่างๆ ในคลองดำเนินสะดวก
   ในเขตจังหวัดราชบุรี หากเดินข้ามสะพานไปยังฝั่งตรงข้าม จะเป็นท่าเรือกำนันเผอิญ มีเรือโดยสาร
   ไปหลักสอง และตลาดหลักหนึ่ง ท่าเรือทั้งสองแห่งมีบริการเหมาไปเที่ยวในคลองดำเนินสะดวก
   เช่น สวนผมไม้ดวง จินดา วัดหลักสี่ราษฏร์สโมสร



 

ตลาดมหาชัย, ท่าเรือเทศบาล                           สมุทรสาคร
 

   ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ใกล้กับป้อมวิเชียรโชฎกและศาลหลักเมือง ห่างจากศาลากลางจังหวัด
   ประมาณ 200 เมตร เป็นแหล่งขายอาหารทะเลสด-แห้ง และเป็นศูนย์กลางการค้าการคมนาคม
   ของสมุทรสาคร  ตลาดมหาชัยมีท่าเรือที่มีเรือเมล์ไปสู่ตำบลต่าง ๆ หลายแห่ง  นอกจากนั้นยัง
   สามารถเช่าเรือหางยาวไปเที่ยวคลองโคกขามได้





 

 

ถนนถวาย            สมุทรสาคร
 

   เป็นถนนที่ประชาชนตำบลท่าฉลอม  สร้างขึ้นเพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่
   หัว  เป็นถนนเรียงอิฐสลับฟันปลา พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนิน ทรงเปิดถนนเมื่อวันที่ 18
   มีนาคม พ.ศ. 2448 และได้พระราชทานนามให้ว่า “ถนนถวาย”





 

 

นาเกลือ                 สมุทรสาคร
 

   จังหวัดสมุทรสาครมีชายฝั่งที่เหมาะกับการทำนาเกลือหลายแห่งโดยเฉพาะที่ตำบลกาหลง   
   ตำบลนาโคก ตำบลบ้านบ่อ ตำบลบางโทรัด ตำบลโคกขาม ตำบลพันท้ายนรสิงห์ และบริเวณ
   สองข้างทางสายพระรามที่ 2 ต่อเขตจังหวัดสมุทรสงคราม  จะเห็นนาเกลือ มีนกหลายชนิดบิน
   ผ่านไปมาและกังหันวิดน้ำเข้านาเกลือหมุนแล่นลม  และมีเกลือวางขายเรียงราย  เป็นทัศนียภาพ
   ที่สวยงาม





 

บ้านศิลาสุวรรณ                  สมุทรสาคร
 

   ตั้งอยู่เลขที่ 678 ถนนฉลอม เป็นเรือนไม้สองชั้น สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง สถาปัตยกรรมเรือน
   ไทยประยุกต์แบบเรือนขนมปังขิง  หลังคาทรงจั่วมนิลา ฉลุลายลูกไม้ มียอดหน้าจั่ว ครีบหน้าจั่ว
   และช่องลมหน้าจั่วมีเสากลึงข้างบนเสี้ยมปลายแหลมด้านล่าง มีลายฉลุเป็นครีบขนาบสองข้าง
   เสาทอดมาตามส่วนของปั้นลม  ภายในบ้านจัดแบ่งเป็นห้องต่าง ๆ 5 ห้อง ได้แก่ ห้องพลังจิต
   ประทาน ห้องอธิษฐานบารมี ห้องบุพการีญาณ ห้องวิมานคณาวร ห้องพรสนองอุทัย ภายในห้อง
   แต่ละห้องประดับตกแต่งด้วยโบราณวัตถุที่ล้ำค่าและสวยงาม  ผู้เข้าชมจะต้องติดต่อล่วงหน้าเพื่อ
   ขออนุญาตจากเจ้าของบ้านก่อน

 



การเดินทาง  ตามถนนพระราม 2  เลยสี่แยกเข้าอำเภอสมุทรสาครไปประมาณ 3 กิโลเมตร ข้ามสะพานแม่น้ำท่าจีน แล้วแยกเข้าตำบลท่าฉลอมถึงบ้านศิลาสุวรรณ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร

ป้อมวิเชียรโชฎก                  สมุทรสาคร
 

   ตั้งอยู่ตำบลมหาชัย ห่างจากศาลากลางจังหวัด 200 เมตร สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2371 สมัยพระบาท
   สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่ เนื่องจากในสมัยนั้นได้เกิดกรณีพิพาทกับญวณเรื่องเจ้าอนุวงศ์เมือง
   เวียงจันทน์   รัชกาลที่ ๓ ทรงเกรงว่าญวณจะยกกำลังมารุกรานไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
   ให้พระยาโชฎึกราชเศรษฐี (ทองจีน) เป็นแม่กองสร้างป้อมเพื่อรักษาปากน้ำท่าจีนที่เมือง
   สมุทรสาคร และพระราชทานนามว่า “ป้อมวิเชียรโชฎก” ลักษณะของป้อมก่อด้วยอิฐถือปูน ไม่ 
   ป้อมยามมีแต่หอรบ ตามช่องของกำแพงมีปืนใหญ่ไว้สำหรับป้องกันข้าศึกที่มาทางปากน้ำ





 

พระโพธิสัตว์กวนอิม         สมุทรสาคร
 

   รูปหล่อพระโพธิสัตว์กวนอิมปางเมตตา หล่อจากทองเหลืองปิดด้วยทองคำเปลวขนาดใหญ่









 

พื้นที่ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวมหาชัย       สมุทรสาคร
 

   ตั้งอยู่ตำบลบางหญ้าแพรก บริเวณปากแม่น้ำท่าจีนฝั่งขวา เป็นแหล่งศึกษา ค้นคว้า และวิจัยด้าน
   ธรรมชาติวิทยาของระบบนิเวศป่าชายเลนและปากแม่น้ำท่าจีน  และบริเวณที่ทำการศูนย์มีที่  
   สำหรับกางเต็นท์พักแรม สำหรับผู้ที่สนใจจะร่วมกิจกรรมปลูกป่าชายเลนได้ด้วย

 








วัดท่าไม้                                สมุทรสาคร
 

   ตั้งอยู่ปากคลองไหหลำ บ้านท่าไม้ หมู่ที่ 11 ตำบลท่าไม้  ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจคือเป็นที่ตั้ง
   ของเทียนพรรษาเล่มแรกที่ใหญ่ที่สุดในโลก วัดฐานได้ 44 นิ้ว สูง 4 เมตร 9 นิ้ว มีพญามุจรินทร์ 7
   เศียร เป็นซุ้มสีมาบูรพาหน้าอุโบสถ มีสวนศาสดาแสดงพุทธประวัติปางผจญมาร,แม่พระธรณี,ท่าน
   ท้าวสหัมบดีพรxxxู่ริมแม่น้ำ มีแผ่นแกรนิตจารึกปฐมธรรมเทศนา







 

วัดนางสาว                           สมุทรสาคร
 

   ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าไม้ เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 35 (ธนบุรี-ปากท่อ) แยกเข้าทางหลวง
   หมายเลข 3091 ประมาณ 5 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวเข้าซอยวัดนางสาว 2 ประมาณ 1 กิโลเมตร

                ประวัติความเป็นมาของวัดมีเรื่องเล่ากันว่า เมืองสาครบุรี คือ เมืองชายทะเลตอนใต้
   ของกรุงศรีอยุธยา เมื่อเกิดสงครามในพม่าชาวไทยกลุ่มหนึ่งได้อพยพหนีมาตามริมแม่น้ำท่าจีน คน
   ชราและผู้หญิงได้พากันไปหลบซ่อนในโบสถ์เก่า  ต่อมาคนไทยได้ช่วยกันต่อสู้กับทหารพม่าจน
   ได้รับชัยชนะ  และผู้ที่อพยพมาได้ตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณนั้น ในกลุ่มนี้มีสองพี่น้องที่เคยอาศัย
   โบสถ์หลบหนีภัย ทั้งสองมีความคิดที่จะบูรณะโบสถ์ใหม่ แต่พี่สาวเห็นว่าโบสถ์ทรุดโทรมมากจึง
   ไปสร้างวัดใหม่แทน น้องสาวต้องการทำตามสัจจาธิษฐานของตนว่าถ้ารอดตายจะบูรณะซ่อม
   แซมโบสถ์ จึงดำเนินการบูรณะจนเสร็จและตั้งชื่อว่า “วัดพรหมจารีย์” ต่อมาชาวบ้านเรียกว่า”วัด
   น้องสาว” จนปัจจุบันเพี้ยนมาเป็น “วัดนางสาว” โบราณสถานที่สำคัญของวัดนี้ คือโบสถ์ที่มีฐาน
   โค้งเป็นรูปเรือสำเภาก่ออิฐ  มีประตูเข้าออกเพียงประตูเดียวชาวบ้านเรียกว่า “โบสถ์มหาอุด”   หลังคามุงกระเบื้องดินเผาแบบเก่า ขื่อข้างบนใช้ไม้ซุงทั้งต้น มีเสมาคู่เป็นหินทรายขนาดเล็กอยู่รอบ ๆ โบสถ์ นอกจากนี้บริเวณหน้าวัดซึ่งติดกับแม่น้ำท่าจีน ยังมีอุทยานมัจฉาประกอบด้วยฝูงปลาสวายจำนวนมากอาศัยอยู่ นักท่องเที่ยวนิยมมาให้อาหารแก่ฝูงปลาและเที่ยวชมอยู่เสมอ

วัดบางปลา                           สมุทรสาคร
 

   ตั้งอยู่ตำบลบ้านเกาะ ริมแม่น้ำท่าจีนเดินทางจากมหาชัยไปตามถนนสายเศรษฐกิจประมาณ 5 
   กิโลเมตร  แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางเดียวกับวัดป่าชัยรังสีประมาณ 4 กิโลเมตร วัดบางปลาเป็นวัดที่
   สำคัญของคนมอญในจังหวัดสมุทรสาคร ตามธรรมเนียมมอญจะต้องมีวัด ๆ หนึ่งที่เป็นหลักของ
   ชุมชน   เมื่อมีเทศกาลสำคัญ เช่น วันปวารณาออกพรรษา  พระสงฆ์จากวัดอื่น ๆ ในเมืองจะต้องมา
   ร่วมกันทำพิธี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เคยเสด็จพระราชดำเนินมายังวัดบาง
   ปลา  เมื่อครั้งหลวงปู่เฒ่าเก้ายอดเป็นเจ้าอาวาส นอกจากนี้กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ยังทรง
   สร้างซุ้มศาลายาว เชิงชายแกะสลักอย่างงดงามไว้ตรงทางเดินของวัดไว้อีกด้วย




 

วัดป่าชัยรังสี                        สมุทรสาคร
 

   ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ตำบลบ้านเกาะ จากมหาชัยเดินทางไปตามถนนเศรษฐกิจ (ทางหลวงหมาย
   เลข 3091) ประมาณ 5 กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 16 (ตรงข้ามสถานีไฟฟ้า
   ย่อย) เข้าไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาประมาณ 200 เมตร วัดป่าชัยรังสีสร้างขึ้นเมื่อปี
   พ.ศ. 2525 สิ่งที่น่าสนใจคือ รูปแบบสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคล้ายกับปราสาทหิน
   ทางภาคอีสาน 







 

วัดสุทธิวาตวราราม หรือ วัดช่องลม    สมุทรสาคร


    ตั้งอยู่ตรงปากอ่าวสมุทรสาคร  ตำบลท่าฉลอม ตรงข้ามกับตัวเมือง เดินทางโดยทางหลวงหมาย
   เลข 35 เลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 35 เข้าถนนสุทธิวาตวิถีประมาณ 3 กิโลเมตร วัดช่องลมเป็น
   พระอารามหลวงได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม ด้านหน้าวัดมีพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาท
   สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประดิษฐานอยู่ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติที่พระองค์เสด็จ
   พระราชดำเนินท่าฉลอม  และทรงตั้งเป็นสุขาภิบาลแห่งแรกของประเทศไทย  นอกจากนี้บริเวณ
   วัดยังมีพระโพธิสัตว์กวนอิม ที่ชาวสมุทรสาครสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้า
   อยู่หัว  เนื่องในวโรกาสที่ฉลองสิริราชสมบัติครบรอบ 50 ปี





 

วัดหลักสี่ราษฏร์สโมสร    สมุทรสาคร
 

   ตั้งอยู่ตำบลยกกระบัตร ภายในประดิษฐานหลวงพ่อโต ตามประวัติหลวงพ่อโตวัดหลักสี่เป็นพระ
   พุทธรูปหินทรายแดงปางมารวิชัย สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอู่ทอง พระพักตร์ค่อนข้างกลม มีพระ
   ขนงติดกันยาวเป็นปีกกา พระเนตรปูดโปน พระโอษฐ์ยิ้มเล็กน้อย ถือเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่
   ชาวดำเนินสะดวกให้ความเคารพศรัทธามาหลายชั่วคน








 

วัดเจษฎาราม       สมุทรสาคร
 

   ตั้งอยู่ถนนเจษฎาวิถี  เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี สร้างเมื่อใดไม่ปรากฏ บริเวณวัดเดิมเคยเป็นที่ตั้ง
   ของพระอุโบสถ ต่อมาในปี พ.ศ.2401 พระอาจารย์น่วม จากวัดแสมดำ คหบดี และชาวบ้านตำบล
   มหาชัยได้ร่วมกันจัดสร้างขึ้นใหม่ และได้ขนานนามวัดว่า “วัดธรรมสังเวช”  ชาวบ้านนิยมเรียกว่า
   “วัดกระเจ็ด” เมื่อปี พ.ศ. 2439 เจ้าจอมมารดาโหมด ในรัชกาลที่ 5 (พระมารดาของกรมหลวงชุม
   พรเขตรอุดมศักดิ์) ได้มาพักแรมอยู่บริเวณวัด ได้ขนานนามให้วัดใหม่ว่า “วัดเจษฎาราม” ภายในวัด
   มีสิ่งสำคัญได้แก่ พระประธานในพระอุโบสถปางมารวิชัย  พระพุทธรูปยืนปางถวายเนตรหน้าพระ
   อุโบสถ  รอยพระพุทธบาทจำลอง ต้นศรีมหาโพธิ์ และรูปหล่อพระครูชัยบริรักษ์ (หลวงปุ่เชย) อดีต
   เจ้าอาวาสซึ่งเป็นที่เคารพของชาวมหาชัยและตำบลใกล้เคียง ทางวัดจัดให้มีงานเป็นประจำทุกปี
   ในวันแรม 11 ค่ำ เดือน 5



 

วัดโกรกกราก                       สมุทรสาคร
 

   ตั้งอยู่ที่ 188 ถนนธรรมคุณากร ตำบลโกรกกราก ฝั่งมหาชัย ในเขตเทศบาลนครสมุทรสาคร เป็น
   วัดเก่าแก่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างมาแต่สมัยใด สมัยก่อนเป็นชุมชนชาวจีน เรียกว่า “ก๊กกั๊ก” ต่อ
   มาเพี้ยนไปตามสำเนียงไทยว่า “โกรกกราก” สิ่งที่น่าแปลกของวัดนี้ คือ พระประธานในโบสถ์ ซึ่ง
   เป็นพระพุทธรูปศิลาแลงปางมารวิชัย ศิลปะสมัยสุโขทัยตอนปลายสวมแว่นตาดำ  มีตำนานที่เล่า
   ต่อกันมามีความว่า ชาวบ้านได้อัญเชิญพระลงเรือล่องมาตามแม่น้ำ จนท้ายที่สุดมีเหตุให้ต้อง
   อัญเชิญขึ้นเป็นพระประธานในอุโบสถมาไว้ที่วัดโกรกกรากจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเล่าต่อ ๆ กันมาว่า
   สมัยหนึ่งเกิดโรคตาระบาดทั่วทั้งตำบล ผู้นำชุมชน จึงมาบนบานว่า ถ้าหายจากโรคตาจะนำแว่น
   ตามาถวาย ปรากฏว่า โรคตาหายระบาดไปจนหมดสิ้น จนเป็นที่เคารพบูชาของชาวสมุทรสาคร
   จนถึงปัจจุบัน


 

วัดโคกขาม           สมุทรสาคร
 

   ตั้งอยู่ริมคลองโคกขาม เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 35 เลี้ยวซ้ายเข้าทางวัดพันท้าย
   นรสิงห์ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่ สิ่งที่น่าสนใจในวัดนี้  คือพระอุโบสถหลังเก่ามีใบ
   เสมารอบ ๆ ด้านหน้ามีพระเจดีย์ที่ได้รับการบูรณะซ่อมแซม  เป็นสถาปัตยกรรมแบบอยุธยา ลวด
   ลายการแกะสลักไม้ที่หน้าบันนั้นงดงาม  นอกจากนั้นยังมีศาลพันท้ายนรสิงห์ซึ่งเป็นศาลเพียงตา
   เดิม และเป็นที่เก็บโบราณวัตถุที่เล่ากันว่าเกี่ยวพันกับเรื่องของพันท้ายนรสิงห์  เช่น  ชิ้นส่วนของ
   เรือพระที่นั่งเอกชัย  และบุษบก  เป็นต้น






 

วัดใหญ่จอมปราสาท          สมุทรสาคร
 

   ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าจีน ห่างจากตัวจังหวัด 4 กิโลเมตร สามารถเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 35
   (ถนนธนบุรี-ปากท่อ) บริเวณกิโลเมตรที่ 31 เชิงสะพานท่าจีน เป็นวัดเก่าแก่มีอายุประมาณ 400 ปี
   สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ  ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้รับ
   พระราชทานนามว่า “วัดใหญ่สาครบุรี” รวมทั้งได้พระราชทานพระไตรปิฎก และยกฐานะเป็นพระ
   อารามหลวง  ภายในวัดมีโบราณสถานที่สำคัญ  คือ พระวิหารเก่าแก่ก่ออิฐถือปูนฐานแอ่นโค้ง
   คล้ายท้องเรือสำเภา  ที่ซุ้มประตูและหน้าต่างมีการประดับลวดลายปูนปั้น  นอกจากนี้ยังมีงานแกะ
   สลักไม้ที่บานประตูและหน้าต่างของพระอุโบสถ เป็นลายพันธุ์พฤกษา ต้นไม้ ภูเขา รูปสัตว์ และ
   บุคคล เป็นศิลปะแบบจีน ซึ่งเป็นลวดลายแกะสลักลึกเข้าไปในเนื้อไม้ที่งดงามมาก  กรมศิลปากร
  ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติเมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๔๗๙ 



 

ศาลเจ้าพ่อกวนอู                สมุทรสาคร
 

   ในทุก ๆ ปีของช่วงเดือนเมษายนมีงานฉลองวันเกิด เดือนกรกฏาคมมีงานประจำปีวันเกิดเจ้าพ่อ
   กวนอู เดือนสิงหาคมมีงานวันเกิดเทพเจ้า 5 พระองค์ และเดือนธันวาคมมีงานเผ่งอั่งฮี่










 

ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร                    สมุทรสาคร
 

   ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับป้อมวิเชียรโชฎก  เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งประชาชนเคารพนับถือ  และเป็นศูนย์
   รวมจิตใจของชาวประมงในจังหวัด  โดยก่อนออกเรือเพื่อไปหาปลาทุกครั้งชาวประมงจะต้องไป
   ทำพิธีสักการะบูชา  และจุดประทัดบริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเพื่อเป็นสิริมงคล







 

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาจังหวัดสมุทรสาคร                   สมุทรสาคร
 

   ตั้งอยู่ตำบลโคกขาม ห่างจากวัดโคกขามประมาณ 1 กิโลเมตรขึ้นอยู่กับสำนักบริหารงานการ
   ศึกษานอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2540 ในเนื้อที่กว่า 18 ไร่  ภายใน
   อาคารจัดแสดงเกี่ยวกับเรื่องดาราศาสตร์และอวกาศ ในหัวข้อโลกและระบบสุริยะ การสำรวจดวง
   จันทร์ ชีวิตของดาวฤกษ์ มีเครื่องฉายดาวภายในโดมขนาดเล็ก ประกอบการบรรยาย Mini
   Theater  และมีชุดนิทรรศการเรื่อง “มนุษย์กับการวัดและการนับ” เล่าถึงประวัติของการ
   พัฒนาการวัดมาอย่างยาวนาน   ภายนอกอาคารจัดเป็นสวนวิทยาศาสตร์ เช่น สวนธรณีวิทยา สวน
   สุขภาพ สวนสนุกของเครื่องเล่นเชิงฟิสิกส์ และยังมีฐานเกษตรธรรมชาติและสวนสมุนไพร ซึ่งการ
   จัดกิจกรรมจะผสมกลมกลืนกับสภาพภูมิทัศน์เดิมที่มีอยู่ตามธรรมชาติ




 

สะพานปลา          สมุทรสาคร
 

    เป็นสะพานปลาที่ใหญ่ และทันสมัยแห่งหนึ่งรองจากกรุงเทพฯ อยู่ในเขตเทศบาลเมือง
   สมุทรสาคร มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ทันสมัยที่ใช้ในการลำเลียงขนถ่ายผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ
   ทางทะเลทุกอย่างเป็นจำนวนมาก เป็นศูนย์กลางการค้าส่งปลาทะเล








 

หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี              สมุทรสาคร
 

   ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลดอนไก่ดี โดยเมื่อประมาณ พ.ศ 2525 กลุ่มชาวบ้านในหมู่บ้านส่วนมากเป็น
   กลุ่มลูกจ้างของโรงงานเสถียรภาพ หรือเรียกอีกชื่อว่าโรงชามไก่ จึงทำให้เกิดภูมิความรู้ และ
   ทักษะขั้นตอนการผลิต ตลอดจนการเขียนเครื่องลายคราม แต่ต่อมาโรงงานได้ปิดกิจการทำให้
   กลุ่มลูกจ้างที่ทำงานเกิดการว่างงานจึงมีการรวมกลุ่มกัน เพื่อที่จะทำการผลิตถ้วยชามที่เป็นลาย
   คราม การผลิตถ้วยชามในรูปแบบเดิม ๆ นั้น ปริมาณความต้องการของตลาดมากขึ้น จึงได้มีการ
   พัฒนาต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เกิดเครื่องเบญจรงค์มาจนทุกวันนี้ หมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดีได้รับ
   รางวัลสินค้า OTOP ระดับ 5 ดาว เมื่อปี พ.ศ.2546 รางวัลชุมชนดีเด่นทางด้านการท่องเที่ยว เมื่อ
   ปี พ.ศ.25550 และรางวัลอื่นๆอีกมากมาย จึงเป็นสิ่งที่รับประกันถึงคุณภาพของเครื่องเบญจรงค์
   และหมู่บ้านแห่งนี้เป็นอย่างดี

 

อุทยานประวัติศาสตร์พันท้ายนรสิงห์           สมุทรสาคร
 

   ตั้งอยู่ตำบลพันท้ายนรสิงห์ ณ บริเวณสถานที่ซึ่งเคยเกิดเหตุการณ์หัวเรือพระที่นั่งของพระเจ้าเสือ
   หัก  สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่พันท้ายนรสิงห์ ซึ่งเป็นชาวบ้านนรสิงห์ (ปัจจุบันคืออำเภอป่า
   โมกข์ จังหวัดอ่างทอง) รับราชการเป็นนายท้ายเรือพระที่นั่งเอกชัยของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8
   (พระเจ้าเสือ) แห่งกรุงศรีอยุธยา  ในคราวที่คัดท้ายเรือพระที่นั่งเอกชัย เมื่อเรือพระที่นั่งถึงบริเวณ
   คลองโคกขาม คลองคดเคี้ยวมากเป็นเหตุให้หัวเรือชนกิ่งไม้ใหญ่ริมคลองโคกขาม ทำให้โขนเรือ
   หักตกลงในน้ำ  พันท้ายนรสิงห์กราบบังคมทูลพระเจ้าเสือให้ประหารชีวิตตามกฎมณเฑียรบาล 
   พระเจ้าเสือทรงจำฝืนพระทัยตามพระราชกำหนดที่วางไว้จึงมีรับสั่งให้ประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์ 
   และให้ทำศาลขึ้นสูงเพียงตา  แล้วนำศีรษะพันท้ายนรสิงห์กับหัวเรือพระที่นั่งเอกชัยที่หักขึ้น
   พลีกรรมไว้บนศาล  เพื่อเป็นอนุสรณ์ที่แสดงถึงความซื่อสัตย์จงรักภักดี   ภายในอุทยานเป็นที่ตั้ง
   ของศาลพันท้ายนรสิงห์  ซึ่งต่อมากรมศิลปากรได้สร้างศาลขึ้นใหม่แทนหลังเก่าที่พังลงมา  ภาย
   ในศาลมีรูปปั้นของพันท้ายนรสิงห์ขนาดเท่าคนจริงอยู่ในท่าถือท้ายคัดเรือ เป็นที่นับถือของชาว
   บ้านเป็นอย่างมาก และบริเวณใกล้เคียงสามารถเยี่ยมชมหอพระ  ศาลแม่ศรีนวล (ภรรยาของพันท้ายนรสิงห์)  รวมทั้งไม้ตะเคียนซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นหลักประหารเก่า  ในบริเวณอุทยานยังมีเส้นทางเดินศึกษาสภาพป่าชายเลนที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้  มีซากเรือโบราณที่ขุดพบบริเวณหมู่ 6

โรงเจมูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร    สมุทรสาคร
 

    ทุกปีเมื่อถึงเทศกาลกินเจชาวไทยเชื้อสายจีนในฝั่งมหาชัยก็จะมาร่วมปฏิบัติธรรมในเทศกาลกิน
    เจ








 

โรงเจเชงเฮียงตั๊ว                 สมุทรสาคร
 

   ในทุก ๆ ปีของช่วงเดือนตุลาคมมีงานประเพณีถือศีลกินเจ 10 วัน









 

 

การเดินทางไปจังหวัดสมุทรสาคร

 

รถยนต์:

                จากกรุงเทพฯ สามารถไปได้หลายเส้นทาง ดังนี้

1. จากแยกบางปะแก้ว ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (ธนบุรี-ปากท่อ หรือถนนพระรามที่ 2) ผ่านที่ทำการเขตบางขุนเทียน ด่านชั่งน้ำหนักเอกชัย ถึงสี่แยกมหาชัย ประมาณกิโลเมตรที่ 28 เลี้ยวซ้ายเข้าตัวเมืองสมุทรสาคร รวมระยะทางประมาณ 29 กิโลเมตร

2. จากดาวคะนอง ใช้ถนนเอกชัย ผ่านสะพานบางขุนเทียน วัดสิงห์ แยกบางบอน ตำบลคอกกระบือ ด่านชั่งน้ำหนักเอกชัย เคหะชุมชนมหาชัย เข้าสู่ตัวเมืองสมุทรสาคร รวมระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร

3. จากสี่แยกท่าพระ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ถึงหนองแขม แยกซ้ายเข้าซอยเพชรเกษม 81 ถึงแยกถนนเอกชัย เลี้ยวขวาไปตามถนนเอกชัย เข้าสู่ตัวเมืองสมุทรสาคร รวมระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร

หรือใช้ถนนเพชรเกษม เลยบางแคแล้วแยกซ้ายเข้าถนนวงแหวนรอบนอก จนไปพบกับถนนเอกชัย วกรถกลับเข้าถนนเอกชัย หรือตรงไปเข้าถนนธนบุรี-ปากท่อ เข้าสู่ตัวเมืองสมุทรสาคร

4. จากสะพานพระปิ่นเกล้า ใช้ถนนบรมราชชนนี แล้วตัดเข้าสู่ถนนเพชรเกษมได้ 3 ทาง คือ ถนนพุทธมณฑลสาย 2 ถนนพุทธมณฑลสาย 4 และถนนพุทธมณฑลสาย 5 จากนั้นเลือกใช้ได้ 2 เส้นทาง คือ จากถนนพุทธมณฑลสาย 2 เลี้ยวขวาเข้าถนนเอกชัยสู่ตัวเมืองสมุทรสาคร ระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร หรือใช้ถนนพุทธมณฑลสาย 4 และถนนพุทธมณฑลสาย 5 เข้าถนนเศรษฐกิจ 1 ที่แยกอ้อมน้อย ผ่านอำเภอกระทุ่มแบน สู่ตัวเมืองสมุทรสาคร ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถนนวงแหวนรอบนอก ซึ่งตัดผ่านถนนเอกชัยและถนนธนบุรี-ปากท่อได้อีกด้วย

 

รถประจำทาง:

มีรถประจำทางปรับอากาศสายกรุงเทพฯ-สมุทรสาคร ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ทุกวัน วันละหลายเที่ยว สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร. 1490www.transport.co.th

ปัจจุบันบริษัท ขนส่ง จำกัด ได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์แล้ว ติดต่อได้ที่ www.thaiticketmajor.com

 

รถไฟ :

                การรถไฟแห่งประเทศไทยมีบริการรถไฟสายแม่กลอง ออกจากสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ ไปยังจังหวัดสมุทรสาคร (สถานีมหาชัย) ทุกวัน ระยะทาง 33กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1ชั่วโมง

                นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางและราคาตั๋วโดยสารของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทางเว็บไซต์ www.railway.co.th และจองตั๋วรถไฟก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 3 วัน ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2220-4444 ทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.

 

หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญในจังหวัดสมุทรสาคร

 

ตำรวจทางหลวง  โทร. (034) 424500

ททท.สำนักงานภาคกลาง เขต 1 จ.กาญจนบุรี  โทร. (034) 511200

ไปรษณีย์จังหวัด  โทร. (034) 711558

สถานีตำรวจ   โทร. (034) 711338

สถานีรถไฟ   โทร. (034) 711906

สำนักงานจังหวัด  โทร. (034) 711997

โรงพยาบาลนภาลัย  โทร. (034) 761476

โรงพยาบาลสมุทรสงคราม  โทร. (034) 715441-2, 711489, 711248

โรงพยาบาลสาธารณสุขจังหวัด  โทร. (034) 711571, 711124

โรงพยาบาลอัมพวา   โทร. (034) 751847

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พื้นที่สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร, นครปฐม

@ ค้นหาที่พัก รีสอร์ท โรงแรม และร้านอาหาร ทั่วประเทศที่  http://www.resortdd.com


      19 ส.ค. 2555   เวลา :    21:17   จำนวนผู้อ่าน :    7773   

 
ร้านอาหารแนะนำ