resort, รีสอร์ท, ที่พัก
 
 
 
 
 
 
 


ที่พักภาคเหนือ
เชียงราย
เชียงใหม่
กำแพงเพชร
ตาก
นครสวรรค์
น่าน
พะเยา
พิจิตร
พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
แพร่
แม่ฮ่องสอน
ลำปาง
ลำพูน
สุโขทัย
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กาฬสินธุ์
ขอนแก่น
ชัยภูมิ
นครพนม
นครราชสีมา
บุรีรัมย์
บึงกาฬ
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุบลราชธานี


ที่พักภาคกลาง
กรุงเทพมหานคร
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นนทบุรี
ปทุมธานี
ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
เพชรบุรี
ราชบุรี
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สระแก้ว
สระบุรี
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
อยุธยา
อ่างทอง


ที่พักภาคตะวันออก
ชลบุรี, พัทยา
ระยอง
จันทบุรี
ตราด


ที่พักภาคใต้
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา
พัทลุง
ภูเก็ต
ยะลา
ระนอง
สงขลา
สตูล
สุราษฎร์ธานี

Link เพื่อนบ้าน
หอพัก
หอพัก
ห้องพัก





โอนิซึกะ, onitsuka, onitsuka tiger
Bangkok Dating, Thailand Matchmaker, Thailand Dating, Bangkok Matchmaker, dating bangkok, dating thailand, thai dating, online dating, single thai girls, thai women, dating service, speed dating, บริการหาคู่, บริษัทจัดหาคู่, หาคู่, หาแฟน, หาเพื่อน, จัดหาคู่, จับคู่, แม่สื่อ, ธุรกิจหาคู่
ถุงจัมโบ้, พาเลท

แนะนำรีสอร์ท, ห้องพัก, ที่พัก, บ้านพัก สำหรับพักผ่อนยามท่องเที่ยว


ที่พักฉะเชิงเทรา ที่พักจังหวัดฉะเชิงเทรา โรงแรมฉะเชิงเทรา โรงแรมจังหวัดฉะเชิงเทรา รีสอร์ทฉะเชิงเทรา รีสอร์ทจังหวัดฉะเชิงเทรา เกสเฮ้าส์จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา ( CHACHOENGSAO ) สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา ท่องเที่ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา ศูนย์รวมรีสอร์ทจังหวัดฉะเชิงเทรา แหล่งรวมที่พักจังหวัดฉะเชิงเทรา RESORT CHACHOENGSAO ร้านอาหารจังหวัดฉะเชิงเทรา THAILAND CHACHOENGSAO HOTEL ResortDD.com

จังหวัดฉะเชิงเทรา ( CHACHOENGSAO )

 

แม่น้ำบางปะกงแหล่งชีวิต พระศักดิ์สิทธิ์หลวงพ่อโสธร

พระยาศรีสุนทรปราชญ์ภาษาไทย อ่างฤๅไนป่าสมบูรณ์

 

                ฉะเชิงเทรา หรือที่หลายคนมักเรียกว่าเมืองแปดริ้ว คือจังหวัดใกล้กรุงที่ยังดกดื่นร่มรื่นด้วยสวนผลไม้ โดยเฉพาะมะม่วงพันธุ์ดี นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยการเป็นเมืองเก่าแก่ริมน้ำบางปะกง ซึ่งมีวัดหลวงพ่อโสธร หรือวัดโสธรวรารามวรวิหาร เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนแหล่งธรรมชาติในฉะเชิงเทรานั้น นับว่าอุดมด้วยสรรพชีวิตไม่น้อยหน้าใคร ผืนป่าสำคัญของที่นี่คือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยสุดท้ายของจระเข้น้ำจืดในเมืองไทย ส่วนในแม่น้ำบางปะกง ช่วงปากอ่าว ก็เป็นแหล่งชมโลมาหลายสายพันธุ์ที่ว่ายเวียนเข้ามาทุกปีในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม ด้วยเหตุนี้ ฉะเชิงเทราซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไม่ถึง 100 กิโลเมตร จึงเป็นอีกจังหวัดที่น่าเที่ยว น่าชม เพราะที่นี่ยังมีของดีซุกซ่อนอยู่มากมายชนิดที่หลายคนก็คาดไม่ถึง

                ฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลาง มีพื้นที่ประมาณ 5,351 ตารางกิโลเมตร เป็นดินแดนเก่าแก่ซึ่งไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าถือกำเนิดขึ้นเมื่อไร แต่จากการสำรวจและขุดค้นตามแหล่งอารยธรรมสำคัญโดยนักโบราณคดี ทำให้รู้ว่าพื้นที่นี้เคยเป็นที่อยู่ของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในช่วงหลายพันปีที่ผ่านมา สันนิษฐานว่า ในยุคนั้น ฉะเชิงเทราเป็นดินแดนสำคัญแห่งหนึ่งทางด้านชายฝั่งทะเลตะวันตะวันออกชื่อฉะเชิงเทราปรากฏเป็นครั้งแรกในพระราชพงศาวดารสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่รัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ มีฐานะเป็นเมืองจัตวา หรือหัวเมืองชั้นใน จนถึงรัชสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระองค์ทรงใช้ฉะเชิงเทราเป็นที่รวบรวมไพร่พล นอกจากนี้ยังทรงใช้เป็นเมืองหน้าด่านอีกด้วยครั้นล่วงมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ฉะเชิงเทราก็เป็นเมืองที่ขึ้นอยู่ในสังกัดกรมพระกลาโหม และย้ายมาอยู่ในสังกัดกรมมหาดไทย จนกระทั่งถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองแผ่นดิน ฉะเชิงเทราจึงเปลี่ยนฐานะเป็นเมืองเมืองหนึ่งในมณฑลปราจีนบุรี ร่วมกับเมืองนครนายก พนมสารคาม พนัสนิคม ชลบุรี และบางละมุง จนถึง พ.ศ. 2459 ก็ได้ยกรับการฐานะขึ้นเป็นจังหวัดจากยุคก่อนประวัติศาสตร์ล่วงเลยมาจนถึงทุกวันนี้ ฉะเชิงเทรานับว่าเป็นดินแดนแห่งการเพาะปลูก เพราะมีดินตะกอนอันสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุ รวมทั้งอุดมด้วยแหล่งน้ำ โดยมีแม่น้ำบางปะกงเป็นดั่งเส้นเลือดใหญ่ของจังหวัด ชาวบ้านส่วนใหญ่ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำและริมลำคลองสาขาย่อย โดยประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่สำหรับชื่อ “ฉะเชิงเทรา” นั้น สันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากภาษาเขมร ซึ่งเคยมีอำนาจการปกครองในพื้นที่นี้ในช่วงอาณาจักรลพบุรี โดยมาจากคำว่า “สตรึงเตรา” แปลว่า “คลองลึก” แต่ก็มีข้อสันนิษฐานอื่นว่า น่าจะมาจากชื่อเมือง “แสงเซรา” หรือ “แซงเซา” ที่สมเด็จพระบรมราชาธิราชแห่งอาณาจักรอยุธยา เสด็จไปตีเมืองได้ตามที่ปรากฏในพระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐส่วนชื่อ “แปดริ้ว” คาดว่าน่าจะมาจากขนาดตัวอันใหญ่โตของปลาช่อน ที่เมื่อนำมาแล่แล้วได้จำนวนถึง 8 ริ้ว มากกว่าปลาช่อนในพื้นที่อื่นที่แล่ได้แค่ 4-6 ริ้วเท่านั้น อีกที่มาหนึ่ง เล่าว่าชื่อแปดริ้วได้มาจากนิทานพื้นบ้านเรื่อง “พระรถ-เมรี” ที่ยักษ์ฆ่านางสิบสองแล้วชำแหละศพเป็นชิ้นๆ รวม 8 ริ้ว ก่อนนำไปทิ้งในลำน้ำท่าลาดจังหวัดฉะเชิงเทรา

                จังหวัดฉะเชิงเทราอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ  82  กิโลเมตร  แบ่งการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา อำเภอบางคล้า อำเภอบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบางปะกง อำเภอบ้านโพธิ์ อำเภอพนมสารคาม อำเภอสนามชัยเขต อำเภอแปลงยาว อำเภอราชสาส์น อำเภอท่าตะเกียบ และอำเภอคลองเขื่อน

                 

สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา

 

ตลาดคลองสวน 100 ปี     ฉะเชิงเทรา
 

   ตลาดคลองสวน ก่อนจะแล่นเข้าสู่ประตูน้ำ (วังสระปทุม) กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
   วิถีชีวิตของชาวคลองสวนทั้งชาวไทยจีน ชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิม ผสมผสานวัฒนธรรม การ
   ดำรงชีวิตประจำวันอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ซึ่งจะเห็นได้จากสิ่งก่อสร้าง เช่น โรงเจ วัด สุเหร่า
   จะตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน และตลาดแห่งนี้จะเป็นแหล่งนัดพบของผู้คนมานั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติ
   อันได้แก่ ร้านกาแฟ สำหรับผู้ที่สนใจจะชมบรรยากาศของวิถีชีวิตร่วมสมัยย้อนยุคกว่า 100 ปี ชิม
   อาหารอร่อยทั้งอาหารคาวที่มีสูตรเฉพาะ ขนมหวาน กาแฟสูตรโบราณดั้งเดิม ชมของเก่าและ
   สถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า สามารถแวะชมได้ที่ตลาดคลองสวน 100 ปีแห่งนี้แห่งเดียว (วันเสาร์
   และอาทิตย์จะมีพ่อค้าแม่ค้านำสินค้ามาขายมากกว่าวันธรรมดา)

                สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เทศบาลตำบลคลองสวน โทร. 0 2739 3329,
   0 2739 3253 บริเวณตลาดมีเรือล่องคลองใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าโดยสาร 50 บาท

                การเดินทาง จากกรุงเทพฯ สามารถไปได้ทางถนนบางนา-ตราด กิโลเมตรที่ 35 เลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางไป Thai Country Club  ประมาณ 15 กิโลเมตร จนเจอถนนหมายเลข ฉช 3001 เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 2 กิโลเมตร ทางเข้าตลาดอยู่กิโลเมตรที่ 9-10   

                หรือ กิโลเมตรที่ 10-11 หรือ จากถนนมอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี แยกซ้ายตามป้ายเข้าถนนอ่อนนุช ไปตามทางหมายเลข ฉช 3001 อีกประมาณ 15 กิโลเมตร ทางเข้าตลาดอยู่กิโลเมตรที่ 9-10 หรือ กิโลเมตรที่ 10-11 ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

                หรือ จากฉะเชิงเทราไปตามทางหลวงหมายเลข 314 (ฉะเชิงเทรา-บางปะกง) กิโลเมตรที่ 14-15 แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหมายเลข ฉช 3001 ทางเข้าตลาดอยู่กิโลเมตรที่ 9-10 หรือ กิโลเมตรที่ 10-11

รถโดยสารประจำทาง นั่งรถประจำทางสายฉะเชิงเทรา-ลาดกระบัง ลงหน้าทางเข้าตลาด แล้วเดินต่อเข้าไปประมาณ 200 เมตร

ตลาดน้ำบางคล้า        ฉะเชิงเทรา

   ตลาดน้ำบางคล้า  อยู่ห่างจากตัวเมืองฉะเชิงเทราประมาณ 30 กิโลเมตร ตั้งอยู่หลังสถานีตำรวจ
   ภูธรอำเภอบางคล้า  เป็นตลาดริมแม่น้ำบางปะกง มีทั้งตลาดนัดบนบกและร้านค้าบนแพยาวคลุม
   หลังคาริมฝั่งแม่น้ำ   มีเรือพ่อค้าแม่ค้าพายมาจอดเทียบขายสินค้าการเกษตรพื้นบ้านหลายชนิด
   ตามฤดูกาล เหมาะสำหรับเดินเลือกซื้อและรับประทานอาหารหลากหลายทั้งคาวหวาน อาทิ
   ก๋วยเตี๋ยว หอยทอด ไอศกรีม เฉาก๊วย สินค้าที่ระลึกและสินค้าโอท็อปของจังหวัด ฯลฯ   นอกจาก
   นี้ยังมีบริการเรือท่องเที่ยวล่องไปตามลำน้ำบางปะกงเพื่อชมทิวทัศน์สองฝั่งน้ำ ค่าบริการ
   ประมาณคนละ 60 บาท เปิดทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ระหว่างเวลา 8.00-18.00 น.



 

ตลาดบ้านใหม่ ตลาดริมน้ำร้อยปี     ฉะเชิงเทรา

   ตลาดริมน้ำร้อยปี ตั้งอยู่ที่ถนนศุภกิจ (ทางไปอำเภอบางน้ำเปรี้ยว) เป็นตลาดโบราณริมฝั่งแม่น้ำ
   บางปะกงอายุกว่า 100 ปีที่สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตผู้คนกับชุมชนที่อยู่ริมแม่น้ำมาเก่าแก่ตั้งแต่
   ก่อนสมัยรัชกาลที่ 5 และเพื่อเป็นการอนุรักษ์วิถีชีวิตแบบนี้เอาไว้และสร้างอาชีพให้ชาวชุมชน
   จึงเกิด “ชมรมรักษ์ตลาดบ้านใหม่” ในตลาดจะมีสินค้าต่างๆ จำหน่ายทั้งอาหาร ข้าวแกง
   ก๋วยเตี๋ยวเป็ด กาแฟโบราณ เครื่องดื่มโบราณ สมุนไพร ขนมทั้งไทย จีน ของเล่นโบราณ ของฝาก
   ของที่ระลึกต่างๆ วันเสาร์และอาทิตย์จะมีพ่อค้าแม่ค้านำสินค้ามาขายมากกว่าวันธรรมดา ระหว่าง
   เวลา 09.00–1700 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ชมรมรักษ์ตลาดบ้านใหม่โทร. 0 3881 7336,
   08 6148 4513, 08 9881 7161, 08 9666 4266




ตลาดโบราณนครเนื่องเขต               ฉะเชิงเทรา

   ตลาดโบราณนครเนื่องเขต  เป็นตลาดริมสองฟากฝั่งคลองนครเนื่องเขตที่มีมาตั้งแต่สมัยพระ
   บาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ลักษณะเป็นบ้านเรือนไม้และตลาดของชุมขน
   ไทย-จีนขนานไปกับริมคลองและมีทางเดินเท้าและสะพานเชื่อมถึงกัน  เทศบาลตำบลนครเนื่อง
   เขตได้ฟื้นฟูภาพวิถีชีวิตของชุมชนชาวตลาดริมคลองขึ้นมาใหม่ โดยจัดให้มีการจำหน่ายสินค้า
   พื้นบ้านอาหารพื้นเมืองนานาชนิด อาทิ  ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว ขนม กาแฟโบราณ ผลไม้ และพืชผัก
   มีทั้งร้านค้าบนบกและเรือพายขายอาหารในลำคลอง  นอกจากนี้ผู้มาเที่ยวชมยังได้สักการะสิ่ง
   ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชน ได้แก่ ศาลเจ้าไท่จือเอี้ย และศาลเจ้าปุนเถ้ากงอีกด้วย 

   ร้านค้าจะเปิดจำหน่ายเฉพาะในวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.





ป้อมเมืองฉะเชิงเทรา          ฉะเชิงเทรา

   อยู่ที่ถนนมรุพงษ์ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 ในปีพ.ศ. 2337 โดยมีกรมหลวงรณเรศเป็นแม่กองก่อ
   สร้าง เพื่อป้องกันข้าศึกศัตรูมารุกราน ในสมัยรัชกาลที่ 5 ใช้เป็นที่ตั้งมั่นกองทัพในการปราบกบ
   ฎอั้งยี่ ซึ่งเป็นพ่อค้าฝิ่นเถื่อนชาวจีนที่ก่อความวุ่นวายปล้นสะดมก์ชาวเมือง บริเวณหน้าป้อมจัด
   เป็นสวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ชมทิวทัศน์แม่น้ำบางปะกง มีปืนใหญ่ตั้งอยู่ตามแพง
   เมือง








พิพิธภัณฑ์ล้อต๊อก      ฉะเชิงเทรา

   ตั้งอยู่ที่ตำบลบางเล่า ในบริเวณบ้านสวนของล้อต๊อก หรือ นายสวง ทรัพย์สำรวย ศิลปินนักแสดง
   ตลกผู้มีชื่อเสียงและเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาการแสดง ประจำปี พ.ศ. 2537 ภายในบ้านสวนซึ่ง
   ใช้เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ดัมเบลล์ รวมทั้งข้อมูลเอกสารที่ 
   เกี่ยวข้องกับล้อต๊อก และรูปปั้นล้อต๊อกในชุดลายสก๊อต (เส้นทางการเดินทางเข้าไม่ค่อยสะดวก)









วัดจีนประชาสโมสร (วัดเล่งฮกยี่)                  ฉะเชิงเทรา

   วัดจีนประชาสโมสร (วัดเล่งฮกยี่) ตั้งอยู่ที่ถนนศุภกิจ ตำบลบ้านใหม่ ห่างจากศาลากลางจังหวัด
   1 กิโลเมตร เป็นวัดจีนในพุทธศาสนาฝ่ายมหายานที่ขยายมาจากวัดเล่งเน่ยยี่ในกรุงเทพฯ  สร้าง
   ในสมัยรัชกาลที่ 5 พ.ศ. 2449 เมื่อครั้งเสด็จประพาสมณฑลปราจีนบุรี เพื่อเปิดทางรถไฟ
   สายกรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา ได้ทรงพระราชทานนามวัดว่า “วัดจีนประชาสโมสร”   ส่วนชื่อภาษาจีน
   ของวัด คำว่า “ฮก แปลว่า วาสนา โชคลาภ ความมั่งมีศรีสุข   เล้ง หรือ เล่ง หมายถึง มังกร จึงมีผู้
   เรียกวัดนี้ ว่า มังกรวาสนา หรือ มังกรแห่งโชค”  ตามหลักฮวงจุ้ยจีนกล่าวว่า วัดนี้ถือเป็นตำแหน่ง
   ท้องมังกร ส่วนตำแหน่งหัวมังกรอยู่ที่วัดเล่งเน่ยยี่ จังหวัดกรุงเทพฯ และหางมังกรนั้นอยู่ที่วัด
   เล่งฮัวยี่ จังหวัดจันทบุรี ทั้งสามตำแหน่งของมังกรพาดผ่านดินแดนของความมั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์ 
   เยาวราชดินแดนแห่งการค้าขาย เมืองแปดริ้วดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์
   ธัญญาหารและจังหวัดจันทบุรี เมืองแห่งอัญมณีพลอย ภายในวัดจีนประชาสโมสรมีสิ่งที่น่าสนใจ
   มากมาย เช่น ท้าวจัตุโลกบาลขนาดใหญ่ 4 องค์ทำจากกระดาษที่ประตูทางเข้า  พระประธาน 3
   องค์และองค์ 18 อรหันต์ ทำด้วยกระดาษนำมาจากเมืองจีน  รูปหล่อเทพเจ้าแห่งโชคลาภ(ไฉ่เซ่งเอี้ย) ที่อยู่ด้านขวาขององค์พระประธานและยังมีเทพเจ้าอีกหลายองค์ตามคติจีน  ระฆังใบใหญ่น้ำหนักกว่า 1 ตัน ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ใบในโลกที่รอบระฆังมีอักษรมหาปรัชญาปารมิตราสูตรถือกันว่าผู้ได้ใดตีระฆังก็เหมือนกับการสวดมนต์ซึ่งได้บุญกุศล    นอกจากนี้ยังมีวิหารศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เช่น   วิหารบูรพาจารย์  วิหารเจ้าแม่กวนอิม  วิหารตี่จั๊งอ๊วงและสระนทีสวรรค์ เป็นต้น

วัดชมโพธยาราม                ฉะเชิงเทรา

   ตั้งอยู่ที่ตำบลโสธร  ภายในบริเวณวัดจำลองสังเวชนียสถานทั้ง 4  คือ สถานที่ประสูติ ตรัสรู้
   แสดงธรรมและปรินิพพาน คล้ายกับที่ประเทศอินเดีย เพื่อให้คนสักการะบูชา  ภายในสังเวชนีย
   สถานประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวัน

                การเดินทาง จากตัวเมืองฉะเชิงเทราไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 314 ก่อนถึงแยก
   ไปพนมสารคาม  จะเห็นเจดีย์เหลี่ยมสีขาวด้านขวามือ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าวัด







วัดพยัคฆอินทาราม (วัดเจดีย์)        ฉะเชิงเทรา

   ตั้งอยู่ตำบลบ้านใหม่ จากหลักฐานจารึกแผ่นเงินที่พบบริเวณรอยแตกตรงคอระฆังของเจดีย์
   องค์ใหญ่ภายในวัดทำให้ทราบว่าวัดนี้สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้า
   อยู่หัว โดยนายเสือ หรือ พระเกรียงไกรกระบวนยุทธ ปลัดเมืองฉะเชิงเทรากับภรรยาชื่ออิน 
   แรกเริ่มสร้างเจดีย์ก่อนเมื่อปีพ.ศ.2416  แล้วเสร็จในปีพ.ศ.2418  ส่วนวัดนั้นสร้างเสร็จภาย
   หลังในราวปีพ.ศ.2424  นับว่าเป็นวัดเก่าแก่ ทางกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณ
   สถานเมื่อวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2525    สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ได้แก่ เจดีย์องค์ใหญ่ 1
   องค์ เจดีย์องค์เล็ก 2 องค์ วิหารพระพุทธบาท อุโบสถและหอระฆัง







วัดพระธาตุวาโย (วัดห้วยน้ำทรัพย์)              ฉะเชิงเทรา

   วัดพระธาตุวาโย (วัดห้วยน้ำทรัพย์) ตั้งอยู่หมู่ 2 ตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต ใช้เส้นทาง
   หลวงหมายเลข 3259 (สายสนามชัยเขต–ท่าตะเกียบ) ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 9 กิโลเมตร

   ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ เช่น หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปขนาดใหญ่ปางประทานพร หน้าตักกว้าง
   17 เมตร สูง 19 เมตร ฐานสูง 5 เมตร  พระมหาธาตุเจดีย์ เจดีย์ทรงระฆังประดับด้วยกระจกสีเหลือง
   น้ำเงิน ขาว สูง 50 เมตร ฐานรอบเจดีย์กว้าง 45 เมตร   เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกาตุของ
   องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

   ภายในองค์เจดีย์มีพระพุทธรูปจำนวนมากและภาพเขียนสีน้ำมันแสดงเรื่องราวในพุทธประวัติ มี
   บันไดขึ้นไปด้านบนได้หลายชั้น ชั้นบนสุดจะมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบและอ่างเก็บน้ำลาดกระทิง
   ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังมี อนุสาวรีย์ท่านพ่อขุน อนุสาวรีย์สมเด็จพ่อแสนคำฟ้า
   และวิหารพระนอน  สภาพโดยรอบวัดคงความเป็นธรรมชาติเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ เปิดระหว่างเวลา 08.00-17.00 น.

วัดสัมปทวนนอก                ฉะเชิงเทรา

   ตั้งอยู่ถนนศุภกิจ  เดิมชื่อวัดสวนพริก (นอก) สร้างขึ้นปลายสมัยกรุงธนบุรี  โดยพระภิกษุอินและชาว
   บ้าน  มีตำนานเกี่ยวกับหลวงพ่อพุทธโสธรที่ลอยทวนน้ำในแม่น้ำบริเวณหน้าวัด มาเป็นชื่อเรียกวัด
   และสถานที่แห่งนี้ว่า “สามพระทวน” และกลายเป็น “สัมปทวน” ในที่สุด  สิ่งที่น่าชมคือ พระอุโบสถ
   ที่มีลายปูนปั้นอยู่บนชายคาระเบียงโบสถ์แสดงภาพพระเวสสันดรชาดก อีกด้านหนึ่งเป็นภาพวิถี
   ชีวิตชาวแปดริ้วในอดีต ที่สร้างขึ้นในสมัยพระพุทธิรังษีมุนีวงศ์ (ฮ้อ พรหมโชโต) เป็นเจ้าอาวาส 
   หน้าวัดมีหอพระงดงาม บริเวณท่าน้ำจะมองเห็นเขื่อนทดน้ำบางปะกง







วัดหงษ์ทอง          ฉะเชิงเทรา

   ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 ตำบลสองคลอง อำเภอบางปะกง มีการสร้างเจดีย์ที่บรรจุพระธาตุในทะเลใช้ชื่อว่า
   พระธาตุคงคามหาเจดีย์ปรีชาประภากรณ์ปราชญ์ศรนิลอนุสรณ์ เป็นที่บรรจุพระธาตุอรหันต์ใน
   ทะเลซึ่งเป็นแห่งแรกของโลก










วัดอุภัยภาติการาม (วัดซำปอกง)    ฉะเชิงเทรา

   วัดอุภัยภาติการาม (วัดซำปอกง) ตั้งอยู่บนถนนศุภกิจ ใกล้กับบริเวณตลาดบ้านใหม่  เดิมเป็นวัด
   จีนแต่ปัจจุบันแปรสภาพเป็นวัดญวนในลัทธิมหายาน ภายในวัดมีวิหารลักษณะเหมือนศาลเจ้า เป็น
   ที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโต (พระไตรรัตนนายก) หรือที่ชาวจีนเรียกว่า  “เจ้าพ่อซำปอกง” ใน
   ประเทศไทยมีเพียง 3 องค์เท่านั้น ประดิษฐานอยู่ที่วัดกัลยาณมิตร(ฝั่งธนบุรี) จังหวัดกรุงเทพฯ 
   วัดพนัญเชิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและวัดอุภัยภาติการาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ทุกวันเสาร์และ
   อาทิตย์ จะมีนักท่องเที่ยวจากฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวัน มานมัสการอยู่เป็นประจำ






วัดเขาดิน              ฉะเชิงเทรา

   วัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนเขาหินแกรนิตลูกเล็ก ๆ ริมเส้นทางมอร์เตอร์เวย์ บริเวณตำบลเขาดิน อำเภอ
   บางปะกง










วัดเมือง (วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์)                  ฉะเชิงเทรา

   อยู่ตำบลหน้าเมือง เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ในปี พ.ศ. 2377  พร้อมๆ กับการสร้าง
   ป้อมและกำแพงเมือง  โดยช่างฝีมือจากเมืองหลวง มีรูปแบบสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับพระ
   ปรางค์วัดพระศรีรัตนศาสดารามที่กรุงเทพมหานคร ต่างกันเพียงรายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้น วัดนี้
   เดิมเรียกว่า “วัดเมือง” ต่อมาในปี พ.ศ. 2451 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  เสด็จ
   ประพาสจังหวัดฉะเชิงเทราและได้พระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์” แปลว่าวัด
   ที่ลุงของพระเจ้าแผ่นดินทรงสร้าง







วัดแจ้ง                   ฉะเชิงเทรา

   ตั้งอยู่บริเวณตลาดบางคล้า มีพระอุโบสถที่งดงาม เป็นศิลปแบบไทยผสมจีน มีรูปปั้นยักษ์ข้าง
   โบสถ์ ไม่ปรากฏว่าสร้างในปีใด ชาวบ้านเล่าต่อๆกันมาว่า ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า
   จุฬาโลกมหาราชยกทัพไปตีเขมร พระองค์เดินทัพมาจนสว่างที่บริเวณนี้ จึงได้สร้างวัดแห่งนี้และ
   ขนานนามว่า “ วัดแจ้ง ”









วัดโพธิ์บางคล้า    ฉะเชิงเทรา

   อยู่ห่างจากตัวเมืองฉะเชิงเทรา 23 กิโลเมตร  มีเนื้อที่ประมาณ 31 ไร่  ชื่อว่า “วัดโพธิ์”
   สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในราวปี พ.ศ. 2310-2325 สมัยพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นศิลปะอยุธยา
   กับรัตนโกสินทร์ พระวิหารจตุรมุข ก่ออิฐฉาบปูน หลังคาทรงจั่วมุงกระเบื้องเกล็ดเต่าทำจากดิน
   เผา ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์  บริเวณวัดจะเห็นค้างคาวแม่ไก่เกาะอยู่
   ตามต้นไม้ ค้างคาวแม่ไก่เป็นค้างคาวสายพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หน้าตาเหมือนสุนัขจิ้งจอกคือ
   มีดวงตาโต จมูกและใบหูเล็ก ขนสีน้ำตาลแกมแดง และมีเล็บที่แหลมคมสามารถเกาะกิ่งไม้ได้  มี
   ปีกสีดำ บินได้เร็วและไกลเหมือนนก กางปีกกว้างประมาณ 3 ฟุต แม่ค้างคาวให้กำเนิดลูกได้ครั้ง
   ละ 1 ตัว ในเวลากลางวันจะอยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่เกาะกิ่งไม้ห้อยหัวลงมา ยามพลบค่ำก็จะออกบิน
   ไปหากิน  อาหารของค้างคาวจะเป็นพวกผลไม้และใบไม้อ่อนเช่น ใบโพธิ์ ใบมะม่วง ใบมะขาม
   เป็นต้น เคยมีผู้เฝ้าสังเกตการหากินของค้างคาวที่นี่พบว่าค้างคาวบินไปหากินตามเขตชายแดน
   ไทยหรือฝั่งประเทศกัมพูชา หากล่องเรือชมทัศนียภาพตามลำน้ำบางปะกงจะผ่านวัดนี้  นักท่อง
   เที่ยวสามารถแวะขึ้นชมวัดได้จากท่าน้ำของวัด

                การเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข 304 (สายฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี) ประมาณ 17 กิโลเมตร แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3121 เข้าตัวอำเภอบางคล้าไปประมาณ 6 กิโลเมตร  ผ่านศาลและอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชแล้วเลี้ยวซ้ายประมาณ 500 เมตร

ศาลมณฑลปราจีนบุรี          ฉะเชิงเทรา

   ตั้งอยู่ที่ถนนมรุพงษ์ ใกล้กับศาลากลางจังหวัดหลังเก่า  ในอดีตเป็นที่ตั้งของศาลมณฑลปราจีน
   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุ
   ยเดชมหาราช ขณะทรงเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอฯ ได้เสด็จประทับเป็นองค์ประธานคณะผู้
   พิพากษา เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ.2489  ปัจจุบันใช้เป็นอาคารพุทธสมาคมฉะเชิงเทรา
   กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ.2539 
   ถัดจากศาลมณฑลปราจีนบุรี เป็นตึกแถวเก่าบริเวณถนนพานิชซึ่งเป็นย่านร้านค้าที่อนุรักษ์
   สถาปัตยกรรมแบบเก่าไว้ และทางจังหวัดได้ปรับปรุงทาสีให้มีความสวยงามโดดเด่นยิ่งขึ้น







ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช                ฉะเชิงเทรา

   สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่ได้รับชัยชนะในการสู้รบกับพม่า
   บริเวณปากน้ำโจ้โล้ ทรงใช้เมืองฉะเชิงเทราเป็นเส้นทางเดินทัพผ่านในการกอบกู้เอกราช หลัง
   เหตุการณ์เสียกรุง เล่ากันว่าก่อนหน้านั้น สถานที่นี้เคยเป็นที่ตั้งของเจดีย์อนุสรณ์ชัยชนะของ
   พระองค์คราวสู้รบกับพม่าในบริเวณนี้ ภายหลังเจดีย์ได้พังทลายลงในปี พ.ศ. 2484 โดยไม่ทราบ
   สาเหตุ แต่ยังคงเล่าเรื่องราวสืบต่อกันมา และได้สร้างศาลพร้อมอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช
   นี้ขึ้นใหม่ เมื่อปีพ.ศ. 2531








ศาลหลักเมือง      ฉะเชิงเทรา

   เป็นศาลที่สร้างขึ้นใหม่ตั้งอยู่ถนนมรุพงษ์ ตำบลหน้าเมือง เป็นอาคารสถาปัตยกรรมไทยหลังคา 
   ทรงจตุรมุข ส่วนบนเป็นยอดปรางค์  ภายในศาลมีเสาหลักเมือง 2 เสา เสาหนึ่งเป็นเสาหลัก 
   เมืองเก่าสร้างเมื่อพ.ศ.2377 สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3  อีกเสาหนึ่ง
   เป็นเสาหลักเมืองปัจจุบันสร้างเมื่อพ.ศ. 2438 สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
   รัชกาลที่ 5  นอกจากนั้นยังมีศาลเจ้าพ่อหลักเมืองอยู่ในบริเวณเดียวกัน เปิดให้เข้าชมเวลา
   07.00 – 17.00 น.







สถานที่ท่องเที่ยวปราสาททราย       ฉะเชิงเทรา

   เป็นงานแสดงประติมากรรมทรายในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก บนพื้นที่กว่า 12 ไร่  นับจากการจัด
   งาน "มหกรรมปั้นทรายโลก" เพื่อร่วมฉลองปีมหามงคลเฉลิมพระชนมายุ 80 พรรษา พระบาท
   สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2550 ซึ่งได้ระดมนักปั้นระดับโลกกว่า 70 คน
   จากฮอลแลนด์ เบลเยี่ยม เชคโกสโลวาเกีย ไอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกาและไทย ร่วมโชว์
   ประติมากรรมทรายสุดยอดความมหัศจรรย์กว่า 30 ผลงาน ทำให้มหกรรมปั้นทรายนานาชาติ
   ครั้งนี้ได้รับความสนใจมากและปัจจุบันได้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวถาวร  

               



การจัดแสดงแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ

      ส่วนที่ 1 จัดแสดงประติมากรรมทรายเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชจริยาวัตรและพระราชกรณียกิจต่างๆ ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้แก่ พระนารายณ์ทรงครุฑ ล้อมรอบด้วยทวยเทพ กังหันชัยพัฒนา กำแพงวัดพระแก้วและสระบัว เรือไมโครมด เขื่อนภูมิพลโครงการฝนหลวง วงดนตรีแจ๊ซ สวนแม่ฟ้าหลวงและพระตำหนักดอยตุง โครงการหลวง

      ส่วนที่ 2 จัดแสดงประติมากรรมทราย ในด้านวัฒนธรรมและประติมากรรมของไทย รวมทั้งตัวละครต่างๆ ในวรรณคดีของไทย โดยเป็นลักษณะการแสดงแบบมืด ซึ่งจะมีแสง สีและเสียง ประกอบในการแสดง  ได้แก่ ยักษ์และวัดพระแก้ว วัดโสธรวรารามวรวิหาร จตุคามรามเทพ การยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรฯ กินรี หนุมาน ตัวละครในวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณี

      ส่วนที่ 3 จัดแสดงประติมากรรมทรายนานาชาติ จุดเด่นของแต่ละประเทศ ประกอบด้วย ประตูแบรนด์แดนเบิร์ก หอไอเฟล ทหารองครักษ์และหอนาฬิกาบิ๊กเบน รูปปั้นเทพีเสรีภาพ ภาพวาดแวนโก๊ะและกังหันลม โคลีเซียมและนักสู้เสือ นักเต้นฟลามิงโกและนักสู้วัวกระทิง ภูเขาไฟฟูจิ เกอิชา จิงโจ้ หมีโคอาล่า โรงละครโอเปร่า โบสถ์เซนต์นิโคลัส พีระมิดกับสฟิงซ์ สุสานตุตันคาเมน กำแพงเมืองจีน มังกรและรูปปั้นหินกองทัพราชวงศ์ชิง

                เปิดบริการทุกวัน ระหว่างเวลา 09.00-18.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 40 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3851 5120-1www.thaisandcity.com

                การเดินทาง ตั้งอยู่บริเวณถนนศรีโสธรตัดใหม่ ห่างจากวัดโสธรวรารามวรวิหาร (วัดหลวงพ่อโสธร) ประมาณ 800 เมตร ติดกับห้างคาร์ฟูร์ อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา

สวนปาล์มฟาร์มนก           ฉะเชิงเทรา

   สวนปาล์มฟาร์มนก  ตั้งอยู่เลขที่ 25 หมู่ 6 ถนนวนภูติ 6 ตำบลบางตลาด ห่างจากตัวเมือง
   ฉะเชิงเทราประมาณ 20 กิโลเมตร จากบางคล้าผ่านอนุสรณ์สถานพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระเจ้า
   ตากสินมหาราช ผ่านตำบลบางตลาด  ไปประมาณ 1 กิโลเมตร อยู่ตรงข้ามป้อมตำรวจอำเภอคลอง
   เขื่อน บนพื้นที่กว่า 100 ไร่  ภายใต้บรรยากาศของปาล์มประดับนานาชนิด  เป็นแหล่งรวบรวมสาย
   พันธุ์นกแก้วไว้มากที่สุด เพาะพันธุ์และจำหน่วยนกแก้วมาคอร์ (พันธุ์บลูแอนด์โกลด์, สกาเล็ต, กรี
   นวิง, ไฮยาซิน) นกกระตั้ว  สุนัขพันธุ์ต่างประเทศ (พันธุ์เฟรนช์ มาสทีฟ) และต้นปาล์มมากกว่า 10
   สายพันธุ์ เช่น ตาลฟ้า มูลิไอ วิคตอเรีย โคราช ฟ็อกซ์เทล ริเวอร์  อินทผลัมโคราช อ้ายหมีมาโค
   เป็นต้น มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและให้ความรู้แก่ผู้สนใจในการเลี้ยงนกแก้วอย่างถูกต้อง   รวมทั้ง
   การอนุรักษ์นกแก้วหลายสายพันธุ์เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็นและเรียนรู้กระบวนการผลิตลูกนก
   แก้วอย่างใกล้ชิด   นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเที่ยวชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ในสวนได้  ค่าเข้าชม
   เด็ก 50 บาท ผู้ใหญ่ 100 บาท  เปิดเวลา 9.30-17.00 น. หากเข้าชมเป็นหมู่คณะติดต่อล่วงหน้า
   ได้ที่ โทร. 08 1218 8223, 08 1372 1196, 08 1868, 1174 www.suanpalmfarmnok.com

สวนมะม่วง          ฉะเชิงเทรา

   ฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดที่มีการปลูกมะม่วงมากที่สุดของประเทศ มีพื้นที่ประมาณ 86,000 ไร่
   อำเภอที่ปลูกมากที่สุดคือ อำเภอบางคล้าและอำเภอแปลงยาว มะม่วงที่นิยมปลูกได้แก่ แรด เขียว
   เสวย น้ำดอกไม้ เจ้าคุณทิพย์ และทองดำ เป็นต้น มะม่วงจะเริ่มออกในเดือนมีนาคม ทางจังหวัดได้
   จัดงานมะม่วงและของดีเมืองแปดริ้วเป็นประจำทุกปี

   สำหรับผู้ที่สนใจจะเที่ยวชมสวนมะม่วง ติดต่อที่สำนักงานเกษตรอำเภอบางคล้า โทร. 0 3854
   1003 หรือ คุณมานพ แก้ววงษ์นุกูล ประธานชมรมสวนมะม่วงฉะเชิงเทรา โทร.0 3858 3734, 08
   9938 9097





สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฉะเชิงเทรา       ฉะเชิงเทรา
 

   ตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัด บนเนื้อที่ประมาณ 90 ไร่ เป็นสวนสาธารณะที่มีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่
   กลางสวน มีทางเดินโดยรอบสระและต้นไม้ขึ้นร่มรื่น เหมาะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ











หมู่บ้านน้ำตาลสด              ฉะเชิงเทรา

   ตั้งอยู่ที่บ้านปากน้ำ หมู่ที่ 11 ถนนวนะภูติ ตำบลปากน้ำ เป็นแหล่งผลิตน้ำตาลสดพร้อมดื่มแห่ง
   เดียวในภาคตะวันออก ชมขั้นตอนการผลิตน้ำตาลสดจากต้นตาลโตนด และสัมผัสวิถีชีวิตของ 
   เกษตรกรที่ผลิตน้ำตาลสด ชมกระบวนการผลิตน้ำตาลสด เริ่มด้วยการปีนต้นตาลสูงระฟ้าเพื่อรอง
   น้ำตาลยามเช้าและเย็น ต่อด้วยขบวนการต้มน้ำตาลสด ก่อนที่จะส่งไปขายทั่วประเทศ การทำ
   น้ำตาลปึก และชิมน้ำตาลสดหอมหวาน ก่อนเดินทางกลับเลือกซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์
   เป็นของฝากกลับบ้าน เช่น น้ำตาลสดพร้อมดื่ม น้ำตาลปึก หมวกกุ้ยเล้ย งวงตาลตัวผู้ที่ชาวบ้าน
   เชื่อว่ารักษาโรคเบาหวานได้

                สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา  โทร. 0 3851 1635
   หรือ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว หมู่บ้านน้ำตาลสด ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า ตั้งอยู่ริมถนนสาย
   บางคล้า-คลองเขื่อน
 

อนุสรณ์สถานพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช                   ฉะเชิงเทรา

   ตั้งอยู่บริเวณปากน้ำโจ้โล้ (คลองท่าลาด) ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า หลังจากที่พระเจ้าตากสิน
   ตีฝ่าวงล้อมของพม่าออกจากกรุงศรีอยุธยาได้เดินทัพผ่านจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรีและปะทะกับ
   พม่าบริเวณปากน้ำโจ้โล้  ด้วยพระปรีชาสามารถของพระเจ้าตากสินมหาราช  พระองค์รบชนะพม่า
   ซึ่งมีกำลังเหนือกว่าและได้พักทัพบริเวณนี้ พระองค์จึงสร้างพระเจดีย์เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะใน
   การสู้รบกับพม่า แต่บริเวณดังกล่าวถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนพระเจดีย์พังทลายเมื่อประมาณ
   พ.ศ.2491 ต่อมามีการสร้างพระสถูปเจดีย์พระเจ้าตากสินมหาราชขึ้นใหม่บริเวณเดิม  นักท่องเที่ยว
   สามารถเดินทางมาสักการะอนุสรณ์หรือนั่งพักผ่อนชมภูมิทัศน์ริมแม่น้ำซึ่งจะสามารถมองเห็นเกาะ
   ลัดอยู่ฝั่งตรงข้าม




อ่างเก็บน้ำคลองสียัด         ฉะเชิงเทรา

   ตั้งอยู่หมู่ 2 ตำบลท่าตะเกียบ ห่างจากตัวจังหวัดฉะเชิงเทราไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้             
   ประมาณ 90 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 3259 กิโลเมตรที่ 36 (เลยจากอำเภอท่า
   ตะเกียบไปประมาณ 4 กิโลเมตร) ทางเข้าอ่างเก็บน้ำตรงข้ามองค์การบริหารส่วนตำบลคลองตะเก
   รา   เป็นเขื่อนดินเก็บกักน้ำเพื่อการเกษตร ภูมิทัศน์ โดยรอบมีความสวยงาม มีร้านอาหารบริการริม
   อ่างเก็บน้ำ เหมาะเป็นสถานที่พักผ่อนทานอาหารชมธรรมชาติ ใกล้บริเวณอ่างเก็บน้ำมีศาลเจ้าพ่อ
   เขากา เป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านบริเวณนั้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ สำนักชลประทานที่
   9 โทร. 0 3850 8242






เกาะนก                  ฉะเชิงเทรา

   เกาะขนาดเล็กในอำเภอบางปะกง มีพื้นที่ประมาณ 125 ไร่ เป็นศูนย์รวมของนกสายพันธุ์ต่างๆ เช่น
   นกกาน้ำ นกกระยาง ค้างคาวและนกปากห่างซึ่งเป็นพันธุ์นกที่มีจำนวนมากที่สุดบนเกาะนก  ภาย
   ในเกาะจะมีทางเดินโดยรอบและหอดูนก 2 จุด ซึ่งสามารถขึ้นไปชมทัศนียภาพในมุมสูงได้โดย 
   รอบบริเวณซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์และนกนานาชนิด อาทิ นกกาน้ำ นกแสก นกกระยาง นก
   นางนวล นกกระเต็น ค้างคาวแม่ไก่และลิงแสม เป็นต้น








เกาะลัด                  ฉะเชิงเทรา

   เกาะในแม่น้ำบางปะกง มีบริการล่องเรือรอบเกาะลัดซึ่งเป็นเกาะกลางน้ำ มีเนื้อที่กว่า 2,800 ไร่ 
   ชมวิถีชีวิตริมน้ำ บ้านเรือนที่ปลูกสร้างอย่างสวยงามบนเกาะลัด ผ่านพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระเจ้า
   ตากสินมหาราช วัดโพธิ์บางคล้าซึ่งมีค้างคาวแม่ไก่จำนวนมากเกาะอยู่บนต้นไม้ในบริเวณวัด ใช้
   เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง นักท่องเที่ยวสามารถแวะขึ้นชมได้ และระหว่างล่องเรือสามารถเลือก
   สั่งอาหารลงไปรับประทานบนเรือได้เช่นกัน

                ราคาเหมาลำตั้งแต่ 300-1,500 บาท (10-40 คน) นอกจากนี้ยังมีตลาดน้ำบางคล้า
   เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์

                สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและเช่าเรือได้ที่สวนอาหารแม่น้ำ (อยู่ตรงข้ามสถานีตำรวจภูธร
   อำเภอบางคล้า) โทร. 0 3854 1909 มีแพให้เช่าราคา 3,000 บาท(100 คน)


เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน                ฉะเชิงเทรา

   เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ครอบคลุมพื้นที่ 683,750 ไร่ ตั้งอยู่ใจกลางของพื้นที่ป่าผืนใหญ่รอยต่อ 5
   จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรีและสระแก้ว  เป็นป่าลุ่มต่ำที่ไม่ผลัดใบที่อยู่ใกล้
   กรุงเทพมหานครมากที่สุด  ป่าดงดิบส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบแล้ง มีเพียงเล็กน้อยที่เป็นป่าดงดิบ
   ชื้น ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรังและทุ่งหญ้า เป็นผืนป่าอุดมสมบูรณ์ผืนสุดท้ายของภาคตะวันออก มี
   ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างมาก   เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของแม่น้ำบางปะกงทางด้าน
   จังหวัดฉะเชิงเทรา  คลองตะโหนดจังหวัดจันทบุรีและแม่น้ำประแสร์ในจังหวัดระยอง สภาพ
   ภูมิประเทศทั่วไปมีความลาดชันไม่มากนัก มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ
  30-802 เมตร  ยอดเขาสูงสุดอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเขตรักษาพันธุ์ฯ คือ เขาสิบห้าชั้น มี
   ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 802 เมตร 

   พื้นที่ป่าปกคลุมเป็นบริเวณกว้างใหญ่  มีสัตว์ป่านานาชนิด เช่น ช้าง กระทิง กวาง เก้ง วัวแดง
   ชะนีมงกุฎ เม่น  และนกพันธุ์ต่างๆ อาศัยอยู่มากมาย เช่น ไก่ฟ้าพญาลอ นกกก นกแต้วแล้วธรรมดา นกเขาใหญ่ เหยี่ยวขาว เป็นต้น  และในพื้นที่สำนักงานเขตรักษาพันธุ์ฯยังเป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยสัตว์ป่าแห่งแรกของภาคตะวันออกและเป็นแหล่งที่สองของประเทศไทย รองจากสถานีวิจัยสัตว์ป่านางรำที่ห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี บริเวณหุบเขาร่มรื่นและเย็น   ในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม สามารถชมผีเสื้อได้  เช่น ผีเสื้อสะพายฟ้า ผีเสื้อหางกระดิ่งแววมยุรา ผีเสื้อเจ้าป่า เป็นต้น

นอกจากนั้นยังมี น้ำตกอ่างฤาไน หรือ น้ำตกบ่อทอง อยู่ที่หน่วยพิทักษ์ป่าน้ำตกบ่อทอง เกิดจากคลองหมากบนเขาอ่างฤาไน เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดปี ห่างจากที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนประมาณ 40 กิโลเมตร มีทางเข้าจากบริเวณบ้านหนองคอก เส้นทางต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ   ตัวน้ำตกอยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ป่าน้ำตกบ่อทองประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้ศึกษาธรรมชาติอย่างแท้จริง และ น้ำตกเขาตะกรุบ ขึ้นอยู่กับหน่วยพิทักษ์ป่าเขาตะกรุบ เลยจากที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนประมาณ 30 กิโลเมตร

ค่าเข้าเขตรักษาพันธุ์ฯ มีบริการบ้านพัก ค่าเข้าชมชาวไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท  การเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าควรปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ผู้ที่มีความประสงค์จะเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จะต้องทำจดหมายขออนุญาตล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน เรียน ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2561 4292 ต่อ 658, 659 หรือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน โทร. 0 3850 2001

การเดินทาง จากกรุงเทพฯใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง

รถยนต์ จากตัวเมืองฉะเชิงเทราใช้เส้นทางสายฉะเชิงเทรา-พนมสารคาม  จากอำเภอพนมสารคามไปตามทางหลวงหมายเลข 3245 (พนมสารคาม-สนามชัยเขต) จากนั้นใช้เส้นทางหมายเลข 3259 ผ่านอำเภอท่าตะเกียบสู่บ้านหนองคอก ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร  แล้วไปตามเส้นทางบ้านหนองคอก-อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว อีกประมาณ 20 กิโลเมตร จะถึงสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนและสถานีวิจัยสัตว์ป่าฉะเชิงเทราซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน

รถโดยสารประจำทาง นั่งรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ-พนมสารคาม แล้วต่อรถโดยสารประจำทางสายฉะเชิงเทรา-คลองหาด ลงหน้าสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน

เขาหินซ้อน          ฉะเชิงเทรา

   ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 304 (ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี) กิโลเมตรที่ 53 อยู่ห่างจากตัวเมือง
   ฉะเชิงเทรา 53 กิโลเมตร เป็นภูเขาที่มีความสูงไม่มากนัก ประกอบด้วยก้อนหินขนาดใหญ่น้อยรูป
   ทรงต่างๆ เรียงรายอยู่ตามธรรมชาติ บริเวณเขาหินซ้อนจัดเป็น “สวนรุกขชาติสมเด็จพระปิ่น
   เกล้าฯ” และเป็นที่ตั้งของศาลสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติและน้อม
   รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ พระอนุชาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว   พระ
   บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดศาลนี้เมื่อปี พ.ศ. 2522 
   ด้านหลังของศาลเป็นที่ตั้งของวัดเขาหินซ้อน






เขื่อนทดน้ำบางปะกง           ฉะเชิงเทรา

   ตั้งอยู่บริเวณบ้านไผ่เสวก ตำบลบางแก้ว ห่างจากตัวเมืองไปตามลำน้ำบางปะกง ประมาณ 6
   กิโลเมตร ใช้เส้นทางฉะเชิงเทรา-บางคล้า เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำบางปะกง  เป็น
   เขื่อนป้องกันน้ำเค็ม ใช้อุปโภคบริโภค และจัดสรรน้ำเพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม
   ในภาคตะวันออก

 








เจ้าแม่กวนอิมลอยน้ำ(มูลนิธิสว่างศรัทธาธรรม)        ฉะเชิงเทรา

   ประดิษฐานอยู่ที่สมาคมสงเคราะห์การกุศลฉะเชิงเทรา (หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา) ถนนศุภกิจ
   ตำบลหน้าเมือง เป็นรูปยืนองค์ลอย สูงประมาณ 119 เซนติเมตร น้ำหนัก 40 กิโลกรัม ทำจากซีนี
   ก้า ด้านในหล่อเต็มองค์ เนื้อองค์สีออกเหลือง ในมือของเจ้าแม่กวนอิมถือคัมภีร์ กล่าวได้ว่าเป็น
   ปางถือคัมภีร์ โปรดสั่งสอนมนุษย์ทุกชนชั้นวรรณะ มีผู้พบลอยน้ำมาติดฝั่งบริเวณสะพานข้ามแม่
   น้ำบางปะกงเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ.2540 ชาวแปดริ้วจึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ ณ
   ที่แห่งนี้  มีผู้ศรัทธาเลื่อมใสเดินทางไปสักการะเป็นประจำ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 038
   5013 0946






 

การเดินทางไปจังหวัดอ่างทอง

 

รถยนต์:

จากกรุงเทพฯ ไปฉะเชิงเทราได้ 3 เส้นทาง คือ

1. ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 304 (กรุงเทพฯ-มีนบุรี-ฉะเชิงเทรา) ระยะทาง 75 กิโลเมตร

2. ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 34 (บางนา-ตราด) จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 314 (บางปะกง-ฉะเชิงเทรา) ระยะทาง 90 กิโลเมตร

3. ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3 (สมุทรปราการ-บางปะกง) จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 314 (บางปะกง-ฉะเชิงเทรา) ระยะทาง 100 กิโลเมตร


รถประจำทาง:

มีรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศ สายกรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวัน วันละหลายเที่ยว

รถที่ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือมีทั้งรถที่ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ ซึ่งใช้เวลาเดินทางน้อยกว่า และรถที่ไม่ได้ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ สามารถขึ้นรถได้ตามรายทางที่รถแล่นผ่าน คือ

สาย 907 เส้นทางถนนลาดพร้าว-บางกะปิ-มีนบุรี-ฉะเชิงเทรา

สาย 94 เส้นทางถนนพหลโยธิน-รามอินทรา-มีนบุรี-ฉะเชิงเทรา

สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490www.transport.co.th สถานีขนส่งสายเหนือ โทร. 0 2936 2852–66 ต่อ 311, 442 บริษัทฉะเชิงเทรา ขนส่ง จำกัด โทร. 0 2936 4041

นอกจากนี้ ยังมีรถโดยสารออกจากสถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย) ทุกวัน สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัทฉะเชิงเทรา ขนส่ง จำกัด โทร. 0 2712 1018 สถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย) โทร. 0 2391 2504 หรือสถานีขนส่งจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร. 0 3851 4482

ปัจจุบันบริษัท ขนส่ง จำกัด ได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์แล้ว ติดต่อได้ที่ www.thaiticketmajor.com


รถไฟ :

มีรถไฟออกจากสถานีหัวลำโพงทุกวัน วันละ 11 เที่ยว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690, 0 2220 4334, 0 2220 4444 หรือ www.railway.co.th สถานีรถไฟฉะเชิงเทรา โทร. 0 3851 1007

 

หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญในจังหวัดฉะเชิงเทรา

 

ตำรวจท่องเที่ยว  โทร. 1155

ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.3 บางปะกง  โทร. (038) 531221

ททท. สำนักงานภาคกลางเขต 8 จ.นครนายก  โทร. (037) 312282, 312284

ที่ว่าการอำเภอเมือง  โทร. (038) 511129

สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมือง  โทร. (038) 511115

สถานีรถไฟ  โทร. (038) 511007

สำนักงานจังหวัด  โทร. (038) 512520

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พื้นที่ สมุทรปราการ, กรุงเทพมหานคร, ฉะเชิงเทรา, นนทบุรี, ปทุมธานี

@ ค้นหาที่พัก รีสอร์ท โรงแรม และร้านอาหาร ทั่วประเทศที่  http://www.resortdd.com/


      22 ต.ค. 2555   เวลา :    08:05   จำนวนผู้อ่าน :    11119   

 
ร้านอาหารแนะนำ