resort, รีสอร์ท, ที่พัก
 
 
 
 
 
 
 


ที่พักภาคเหนือ
เชียงราย
เชียงใหม่
กำแพงเพชร
ตาก
นครสวรรค์
น่าน
พะเยา
พิจิตร
พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
แพร่
แม่ฮ่องสอน
ลำปาง
ลำพูน
สุโขทัย
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กาฬสินธุ์
ขอนแก่น
ชัยภูมิ
นครพนม
นครราชสีมา
บุรีรัมย์
บึงกาฬ
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุบลราชธานี


ที่พักภาคกลาง
กรุงเทพมหานคร
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นนทบุรี
ปทุมธานี
ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
เพชรบุรี
ราชบุรี
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สระแก้ว
สระบุรี
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
อยุธยา
อ่างทอง


ที่พักภาคตะวันออก
ชลบุรี, พัทยา
ระยอง
จันทบุรี
ตราด


ที่พักภาคใต้
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา
พัทลุง
ภูเก็ต
ยะลา
ระนอง
สงขลา
สตูล
สุราษฎร์ธานี

Link เพื่อนบ้าน
หอพัก
หอพัก
ห้องพัก





โอนิซึกะ, onitsuka, onitsuka tiger
Bangkok Dating, Thailand Matchmaker, Thailand Dating, Bangkok Matchmaker, dating bangkok, dating thailand, thai dating, online dating, single thai girls, thai women, dating service, speed dating, บริการหาคู่, บริษัทจัดหาคู่, หาคู่, หาแฟน, หาเพื่อน, จัดหาคู่, จับคู่, แม่สื่อ, ธุรกิจหาคู่
ถุงจัมโบ้, พาเลท

แนะนำรีสอร์ท, ห้องพัก, ที่พัก, บ้านพัก สำหรับพักผ่อนยามท่องเที่ยว


ResortDD.com Resort จังหวัดสระบุรี (Saraburi) ที่พักจังหวัดสระบุรี โรงแรมจังหวัดสระบุรี รีสอร์ทจังหวัดสระบุรี เกสเฮ้าส์จังหวัดสระบุรี สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสระบุรี ท่องเที่ยวจังหวัดสระบุรี ศูนย์รวมรีสอร์ทจังหวัดสระบุรี แหล่งรวมที่พักจังหวัดสระบุรี Thailand Saraburi Hotel Guesthouse

พระพุทธบาทสูงค่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ฐานผลิตอุตสาหกรรม เกษตรนำล้ำแหล่งเที่ยว

หนึ่งเดียวกะหรี่ปั๊บนมดี ประเพณีตักบาตรดอกไม้งาม เหลืองอร่ามทุ่งทานตะวัน ลือลั่นเมืองชุมทาง

 

                จังหวัดสระบุรีตั้งอยู่ในบริเวณรอยต่อระหว่างภาคกลางและภาคอีสาน เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีทรัพยากรการท่องเที่ยวที่สำคัญ ทั้งด้านพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ ประเพณี และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร สามารถเดินทางไปกลับได้ภายในวันเดียว และมีกิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปในแต่ละฤดู ทำให้สามารถท่องเที่ยวได้ทั้งปี ปัจจุบันจึงมีนักท่องเที่ยวนิยมไปท่องเที่ยวที่สระบุรีกันมาก

จังหวัดสระบุรีมีเนื้อที่ประมาณ 3,576.5 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 2,235,304 ไร่ จัดเป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 56 ของประเทศไทย สภาพพื้นที่โดยทั่วไปทางตอนเหนือ ตะวันออก และตอนกลางของจังหวัดเป็นป่า มีเนินเขาสลับที่ราบสูง เหมาะสำหรับการปลูกพืชไร่ ส่วนทางตอนใต้และตะวันตกเป็นพื้นที่ราบเหมาะสำหรับการทำนา มีคลองที่สำคัญหลายสาย เช่น คลองรพีพัฒน์ คลองเริงราง คลองวิหารแดง และคลองเพรียว แต่มีแม่น้ำสำคัญที่นับเป็นเส้นเลือดใหญ่ของจังหวัดเพียงสายเดียว คือแม่น้ำป่าสัก ไหลผ่านจังหวัดสระบุรี รวมความยาวประมาณ 105 กิโลเมตร โดยผ่านท้องที่อำเภอมวกเหล็ก อำเภอแก่งคอย อำเภอเมืองฯ อำเภอเสาไห้ แล้วไปบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาบริเวณที่เป็นจังหวัดสระบุรีในปัจจุบัน สันนิษฐานว่าเคยมีการตั้งชุมชนอยู่มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เนื่องจากพบเครื่องมือเครื่องใช้และภาพเขียนยุคก่อนประวัติศาสตร์ ที่อำเภอพระพุทธบาทและอำเภอเมืองฯ นอกจากนี้ยังพบศิลปกรรมสมัยทวารวดี คือ ภาพสลักนูนต่ำบนผนังถ้ำ ที่ถ้ำเขาวง อำเภอพระพุทธบาท ด้วยเมืองสระบุรีคาดว่าตั้งขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2092 ในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิแห่งกรุงศรีอยุธยา โดยพระองค์โปรดให้แบ่งพื้นที่เขตเมืองลพบุรีกับเมืองนครนายกบางส่วนมารวมกัน แล้วตั้งขึ้นเป็นเมืองสระบุรี เพื่อต้องการให้เป็นศูนย์ระดมพลในยามศึกสงคราม เนื่องจากเมืองมีทำเลที่ตั้งที่สะดวกต่อการเดินทัพขึ้นไปทางภาคตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือ และยังเคยเป็นเส้นทางที่พวกขอมเคยใช้เดินทางมาก่อนแล้วด้วย ในประวัติศาสตร์จึงปรากฏว่าเมืองสระบุรีมีบทบาทสำคัญในด้านการศึกสงครามตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นต้นมาสำหรับที่มาของชื่อเมืองนั้น อาจเป็นเพราะทำเลที่ตั้งของเมืองมีบึงอยู่ใกล้ๆ คือ บึงหนองโง้ง เมื่อตั้งเมืองขึ้นจึงได้นำเอาคำว่า “สระ” (บึง) มารวมกับคำว่า “บุรี” (เมือง) กลายเป็นชื่อเมือง “สระบุรี” ในปี พ.ศ. 2439 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดให้สร้างทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือผ่านมาทางจังหวัดสระบุรี เมื่อทางรถไฟเสร็จแล้ว ภายในจังหวัดสระบุรีจึงมีถนนเกิดขึ้นตามมาหลายสาย เช่น ถนนฝรั่งส่องกล้อง จากท่าเรือถึงพระพุทธบาท เป็นถนนสายแรกที่สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2149 ถนนสายหนองโดน-พระพุทธบาท และถนนพิชัยรณรงค์สงคราม เป็นต้น ทำให้จังหวัดสระบุรีมีการคมนาคมที่สะดวกขึ้น และเจริญขึ้นเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

               จังหวัดสระบุรีอยู่ห่างจาก กทม. ประมาณ  107  กิโลเมตร   แบ่งการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ คือ อำเภอเมืองสระบุรี อำเภอแก่งคอย อำเภอหนองแค อำเภอวิหารแดง อำเภอหนองแซง อำเภอมวกเหล็ก อำเภอบ้านหมอ อำเภอพระพุทธบาท อำเภอเสาไห้ อำเภอหนองโดน อำเภอดอนพุด อำเภอวังม่วง และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ

 

สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดสระบุรี

ถ้ำดาวเขาแก้ว     สระบุรี

   ตั้งอยู่ที่ตำบลพญากลาง ห่างจากอำเภอมวกเหล็กประมาณ 38 กิโลเมตร หรือจากตัวอำเภอเมืองไป
   ประมาณ 75 กิโลเมตร ไปทางเดียวกับน้ำตกเจ็ดสาวน้อยอยู่เลยไปอีกประมาณ 30 กิโลเมตร มีป้ายบอก
   ทางตลอด จากทางหลวงหมายเลข 2224 มีทางแยกซ้ายเข้าไปเป็นลูกรังประมาณ 5 กิโลเมตร ผู้ที่จะ
   ชมถ้ำต้องปีนบันไดจากเชิงเขาไปถึงปากถ้ำประมาณ 100 เมตร ลักษณะแปลกของถ้ำนี้ คือ มีจุดสีแดง สี
   ดำ และสีน้ำตาลอยู่ที่เพดานถ้ำ มีหินงอก หินย้อย และมีฝูงค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก







ถ้ำพระธาตุเจริญธรรมหรือถ้ำบ่อปลา           สระบุรี

   “ถ้ำบ่อปลา” มีปลาว่ายน้ำเข้ามาในบริเวณถ้ำเป็นจำนวนมาก ห้องที่ 2 ชื่อว่า “ถ้ำท้องพระโรง” มีหิน 
   งอกหินย้อยสวยงาม มีรูปร่างคล้ายเจ้าแม่กวนอิม และฮก ลก ซิ่ว ส่วนห้องที่ 3 ได้แบ่งซอยเป็นห้องเล็ก
   ๆ มีจุดเด่นอยู่ที่หินงอกหินย้อยหลายรูปแบบ มีรูปร่างคล้ายหินปะการังซึ่งจะเข้าได้ในช่วงฤดูแล้ง  นอก
   จากนั้นทางด้านหลังยังมีถ้ำขนาดใหญ่อีก 2 ถ้ำ ได้แก่ ถ้ำสามเขา และถ้ำเทพประทาน  ถ้ำจะปิดในวัน
   ธรรมดา

   เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-18.00 น. ภายในถ้ำเป็นที่ประดิษฐานของ หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูป
   ปูนปั้นลงรักปิดทอง ปางมารวิชัยสมัยอยุธยา

   การเดินทาง  สามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง เส้นทางแรก ได้แก่ จากตัวเมืองสระบุรีไปตามถนนมิตรภาพ ทางไปจังหวัดนครราชสีมา ประมาณ 12 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าตัวอำเภอแก่งคอย ผ่านตลาดแล้วข้ามสะพานอดิเรกสารซึ่งทอดข้ามแม่น้ำป่าสักไปอีกประมาณ 8 กิโลเมตร ก็ถึงถ้ำพระธาตุเจริญธรรม เส้นทางที่สอง จากสระบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ทางไปจังหวัดลพบุรีประมาณ 15 กิโลเมตร ถึงหน้าโรงเรียนพุแควิทยา ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนจะมีถนนสายพุแค-แก่งคอย เข้าไปประมาณ 10 กิโลเมตร

ถ้ำพระโพธิสัตว์            สระบุรี      

    ตั้งอยู่ในบริเวณวัดถ้ำพระโพธิสัตว์ ตำบลทับกวาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 32 กิโลเมตร ที่ผนังมี
   ภาพจำหลักนูนต่ำเป็นรูปพระพุทธเจ้ากำลังแสดงธรรม และภาพเทพเจ้าในศาสนาฮินดู และภายในผนัง
   ถ้ำมีรอยแกะสลักภาพจำหลัก  มีหินงอก หินย้อย บริเวณภายนอกถ้ำมีต้นไม้นานาพรรณ  นอกจากนั้นยัง
   พบรอยจารึกพระปรมาภิไธยย่อ จปร. เมื่อทรงเสด็จทอดพระเนตรน้ำตก ถ้ำธรรมทัศน์ ถ้ำลุมพินี สวนหิน
   และถ้ำสงัดเจดีย์

    การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ ทางไปจังหวัดนครราชสีมาไปประมาณ 15
   กิโลเมตร หากไปจากสระบุรีวัดจะอยู่ทางด้านขวามือ มีป้ายบอกไปวัดถ้ำพระโพธิสัตว์อีกประมาณ 11
   กิโลเมตร



ถ้ำศรีวิไล             สระบุรี

   ตั้งอยู่บริเวณวัดถ้ำศรีวิไล ตำบลหน้าพระลาน ห่างจากตัวเมือง ประมาณ 22กิโลเมตร ภายในถ้ำมีพระ
   พุทธเนาวรัตน์ ศิลปะสมัยเชียงแสน มีหินงอก หินย้อย นอกจากนั้นยังสามารถเที่ยวชมวิวทิวทัศน์ของ
   ธรรมชาติ มองเห็นภูเขาสลับซับซ้อนสวยงาม

   การเดินทาง จากตัวเมืองสระบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 1ประมาณ 17กิโลเมตร ถึงสามแยกหนอง
   จานมีทางแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3385ไปประมาณ 1กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางโรง
   ปูนอีกครั้งหนึ่ง






ทุ่งทานตะวัน     สระบุรี

   ตั้งอยู่ที่บริเวณเขตติดต่อระหว่างจังหวัดลพบุรี และสระบุรี ตามเส้นทางสายพัฒนานิคม-วังม่วง มีการ
   ทำไร่ทานตะวันกันมาก ในช่วงฤดูหนาวราวเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ริมฝั่งถนนจะสะพรั่งไปด้วยสี
   เหลืองของดอกทานตะวัน เป็นที่สะดุดตาแก่ผู้ผ่านมาบริเวณนี้เป็นอย่างมาก
   สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอวังม่วง (ในเวลาราชการ) โทร. 0 3635 9021

   ทานตะวันเป็นพืชตระกูลถั่ว ประเภทเดียวกับเบญจมาศ คำฝอย ดาวเรือง บัวตอง ซึ่งเป็นพืชล้มลุก
   ชอบแสงแดดจัด ทนต่อความแห้งแล้งได้ดี ต้องการน้ำน้อย และเป็นพืชอายุสั้น นิยมปลูกหลังฤดูฝน
   ประมาณเดือนกันยายนเป็นต้นไป จึงเหมาะแก่การปลูกทดแทนข้าวนาปรังหรือพืชชนิดอื่นๆ  
   ทานตะวันเป็นพืชเศรษฐกิจที่นอกจากจะได้ประโยชน์จากการเก็บเกี่ยวแล้ว ยังนำมาซึ่งรายได้จาก
   การท่องเที่ยว เพราะเมื่อดอกทานตะวันบานนับพันนับหมื่นไร่ กลายเป็นท้องทุ่งดอกไม้สีทองอร่ามที่
   งดงามกว้างไกลสุดสายตา สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวนับแสนคนจากทั่วประเทศให้เดินทางมาเที่ยวชมและถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทานตะวันมีอยู่หลายอย่าง อาทิ เมล็ดทานตะวันอบแห้ง คุกกี้ทานตะวัน ข้าวเกรียบ ข้าวตังทานตะวัน น้ำผึ้งดอกทานตะวัน เกสรผึ้ง นมผึ้ง และเครื่องจักสานใบลานที่ขึ้นชื่อ เป็นต้น

บ่อพรานล้างเนื้           สระบุรี        

   ตั้งอยู่บริเวณใกล้กับวัดพระพุทธบาท มีลักษณะเป็นบ่อหินขนาดย่อมต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงการ
   ก่อสร้างปากบ่อขึ้น และที่บริเวณปากบ่อมีรอยเข่าคน ใกล้กับบริเวณบ่อมีหินลาดและมีหลุมลึกลงไป
   มีขนาดเท่ากระป๋องนม น้ำที่ไหลจากหลุมนี้ถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ มีประวัติเล่ากันว่าพรานบุญผู้พบ
   รอยพระบาทเป็นผู้ที่นำเนื้อมาล้างที่บ่อ โดยคุกเข่าและก้มลงล้างเนื้อในบ่อ ส่วนหลุมขนาดกระป๋อง
   นมคือ รอยปักหอกของพรานบุญ มีน้ำไหลออกมาไม่ขาด






ผาเสด็จ          สระบุรี

   ตั้งอยู่ริมทางรถไฟ ตำบลทับกวาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 30 กิโลเมตร ไปตามถนนมิตรภาพ
   ทางหลวงหมายเลข 2 ประมาณ 25 กิโลเมตร ระหว่างกิโลเมตรที่ 132-133 หากไปจากสระบุรีให้
   เลี้ยวซ้ายตรงบริเวณโรงเรียนบ้านซับบอนไปประมาณ 3 กิโลเมตร ผาเสด็จอยู่เลยจากสถานีรถไฟ
   ไปประมาณ 50 เมตร เป็นหน้าผาที่รัชกาลที่ 5 แลสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จมาประทับเมื่อ
   คราวสร้างทางรถไฟสายกรุงเทพนครราชสีมา เมื่อ พ.ศ. 2438 ทั้งสองพระองค์ได้ทรงจารึกพระ
   ปรมาภิไธย จปร. และ สผ. ไว้ ณ หน้าผาแห่งนี้







ฟาร์มจระเข้ และสวนสัตว์          สระบุรี   

   ตั้งอยู่ตำบลหนองปลาไหล ห่างจากตัวเมืองสระบุรี 12 กิโลเมตรไปตามถนนพหลโยธิน กิโลเมตรที่
   101 (ใช้เส้นทางเดียวกับเส้นทางเข้าวัดพระพุทธฉาย) เป็นสถานที่เลี้ยง ศึกษา ค้นคว้าวิจัยและเพาะ
   พันธุ์จระเข้ นอกจากนั้นยังมีสัตว์ชนิดต่าง ๆ ได้แก่ กวาง ลิง หมูป่า เม่นและนกพันธุ์ต่างๆ

   เปิดให้เข้าชมทุกวัน วันธรรมดา ระหว่างเวลา 08.30-18.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์ ระหว่างเวลา
   08.00-18.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท สอบถามรายละเอียดโทร 0 3622 5253 

 



ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค
            
สระบุรี

   ตั้งอยู่ที่ถนนมิตรภาพ ทางเข้าอำเภอมวกเหล็ก เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2550
   เป็นต้นไป เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และจุดเรียนรู้ด้านโคนมอย่างครบวงจรสำหรับ
   ประชาชนที่สนใจทั่วไป









วัดพระพุทธฉาย              สระบุรี

   ตั้งอยู่เชิงเขาปถวี (ปฐวี) ตำบลหนองปลาไหล เข้าทางเดียวกับอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น
   เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธฉาย หรือ รอยพระพุทธรูป อยู่บนแผ่นหินซึ่งตั้งอยู่บนชะง่อนผา มีการสร้าง
   มณฑปครอบไว้ มีบันไดจากบริเวณวัดด้านล่างขึ้นไปยังมณฑป และต่อไปยังหน้าผาซึ่งอยู่เหนือ
   มณฑปขึ้นไป

   นอกจากนี้ยังมีภาพเขียนลายเส้นยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่บริเวณเชิงผา ได้แก่ ภาพสัตว์ลายเส้นคล้าย
   ตัวกวาง บริเวณข้างประตูเข้าพระพุทธฉาย พบภาพมือคน และภาพสัญลักษณ์ บริเวณจากถ้ำฤาษีไป
   ทางพระพุทธฉายทางทิศตะวันตก พบภาพเขียนรูปไก่ ภาพพระพุทธรูป และภาพสัญลักษณ์ และ
   บริเวณหน้าผา จปร. พบภาพลายเส้นขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อน คล้ายภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์
   ที่เคยถูกค้นพบที่ผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี เขียนด้วยยางไม้มีอายุเก่าแก่ประมาณ 3,000 ปี โดยเขียนสัญลักษณ์ใช้สื่อความหมายให้เข้าใจในหมู่เดียวกัน และอาจจะเป็นสื่อทางพิธีกรรม และความเชื่อของคนในยุคนั้น

และยังพบ รอยพระพุทธบาทเบื้องขวา เมื่อ พ.ศ. 2537 กรมศิลปากรได้ทำการซ่อมมณฑปบนภูเขาบริเวณวัดพระพุทธฉาย และเมื่อรื้อพื้นซีเมนต์พบรอยพระพุทธบาทเบื้องขวาอยู่ใต้ทรายปรากฏเห็นเป็นรูปรอยประทับในหิน

วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร        สระบุรี

   ตั้งอยู่ที่ตำบลขุนโขลน ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 28 กิโลเมตร มีทางเลี้ยวซ้ายก่อนถึงอำเภอพระ
   พุทธบาทเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2167 ในรัช
   สมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ปูชนียสถานที่สำคัญคือ "รอยพระพุทธบาท" ที่ประทับไว้บนแผ่นหิน
   เหนือไหล่เขาสุวรรณบรรพต หรือเขาสัจจพันธคีรี รอยพระบาทมีความกว้าง 21 นิ้ว ยาว 60 นิ้ว ลึก 11
   นิ้ว ค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม พระองค์ทรงเห็นว่าเป็นรอยพระบาทตามลักษณะ 108 ประการ จึง
   โปรดเกล้าฯ ให้สร้างมณฑปชั่วคราวครอบรอยพระพุทธบาทไว้ ต่อมาได้มีการสร้างต่อเติมกันอีก
   หลายสมัย และยังพบรอยจารึกพระปรมาภิไธยย่อ จปร. ที่ก้อนหินขนาดใหญ่ สูงจากพื้น 160
   เซนติเมตร เมื่อครั้นเสด็จนมัสการรอยพระพุทธบาท

   ลักษณะของพระมณฑป เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ประกอบเครื่องยอดรูปปราสาท 7 ชั้น มุงกระเบื้องเคลือบสีเขียว มีซุ้มบันแถลงประดับทุกชั้น มีเสาย่อมุมไม้สิบสอง ปิดทองประดับกระจกโดยรอบ ฝาผนังด้านนอกปิดทองประดับกระจกเป็นรูปเทพพนม พุ่มข้าวบิณฑ์ บานประตูพระมณฑปเป็นงานศิลปกรรมประดับมุกชั้นเยี่ยมของเมืองไทย พื้นภายในปูด้วยเสื่อเงินสาน ทางขึ้นพระมณฑปเป็นบันไดนาคสามสาย ซึ่งหมายถึง บันไดเงิน บันไดทอง และบันไดแก้ว ที่ทอดลงจากสวรรค์ หัวนาคที่เชิงบันไดหล่อด้วยทองสำริด เป็นนาค 5 เศียร บริเวณรอบมณฑปมีระฆังแขวนเรียงราย เพื่อให้ผู้ที่มานมัสการได้ตีเป็นการแผ่ส่วนกุศลแก่เพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย ส่วนพระอุโบสถและพระวิหารต่าง ๆ ที่อยู่รายรอบ ล้วนสร้างตามแบบศิลปกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยา และตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์

                นอกจากนี้ ในบริเวณวัดยังมี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระพุทธบาท (วิหารหลวง) ซึ่งเป็นที่เก็บรวบรวมศิลปวัตถุอันมีค่า อาทิ เครื่องทรงสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เครื่องลายครามสังคโลก เครื่องทองสำริดโบราณ ศาสตราวุธโบราณ รอยพระพุทธบาทจำลอง ยอดมณฑปพระพุทธบาทเก่า พัดยศของพระสมัยต่าง ๆ และท่อประปาสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช วิหารหลวงจะเปิดให้ชมเฉพาะช่วงที่มีงานเทศกาลนมัสการพระพุทธบาท ซึ่งปกติจัดให้มีปีละ 2 ครั้ง คือขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 จนถึงแรม 1 ค่ำ และขึ้น 8 ค่ำ เดือน 4 จนถึงแรม 1 ค่ำ อัตราค่าเข้าชม คนไทย ไม่เสียค่าเข้าชม ชาวต่างประเทศ คนละ 30 บาท

วัดเขาแก้ววรวิหาร      สระบุรี

   ตั้งอยู่ที่ตำบลต้นตาล ทางฝั่งขวาของแม่น้ำป่าสัก ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 6 กิโลเมตร ใน
   สมัยที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จประพาสหัวเมือง เมื่อถึงอำเภอเสาไห้ ได้โปรด
   เกล้าฯ บูรณะปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้ และสถาปนาเป็นพระอารามหลวง มีคำเล่าลือกันว่าวันดีคืนดีจะเห็น
   ดวงแก้วสุกสว่างเหนือวิหารวัดเขาแก้ว ถือว่าเป็นการแสดงปาฏิหาริย์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุในองค์
   พระเจดีย์ ในเจดีย์ปรางค์ห้ายอดองค์เล็กซึ่งตั้งอยู่ระหว่างหอระฆังและเจดีย์องค์ใหญ่เป็นที่
   ประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่อง พระพุทธรูปปางป่าเลไลก์ และพระพุทธบาทซึ่งล้วนมีลักษณะงด
   งาม





ศูนย์การทหารม้า            สระบุรี

   ปัจจุบันแหล่งท่องเที่ยวทางทหารของจังหวัดสระบุรีได้จัดทำสถานที่ท่องเที่ยวทางทหารขึ้น ซึ่งใน
   แต่ละส่วนของพื้นที่มีกิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวรวมทั้งผู้ที่สนใจเข้ามาเยี่ยมชมและร่วม
   กิจกรรม ส่วนกิจกรรมท่องเที่ยวทางทหารที่ได้รับความนิยมได้แก่ จักรยานเสือภูเขา การไต่เขา และ
   เดินป่า เป็นต้น ซึ่งแต่ละกองทัพกิจกรรมจะแตกต่างกันทำให้นักท่องเที่ยวได้รับความรู้ที่เป็น
   ประโยชน์อีกด้วย

   สถานที่น่าสนใจภายในศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร ถนนมิตรภาพ ตำบลปากเพรียว อำเภอเมือง
   ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ทหารม้า เปิดในวันราชการ เวลา 08.30-16.00 น., วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุด
   นักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-15.00 น. สอบถามข้อมูล โทร. 0 3621 2058-9 ต่อ 64232

   การขี่ม้าเพื่อการท่องเที่ยว แบ่งเป็นชมการสาธิตการขี่ม้า หลักสูตรขี่ม้าเบื้องต้น การขี่ม้าภายในประเทศ เปิดในวันราชการ เวลา 16.30-18.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 07.00-09.00 น., 16.00-18.00 น. สอบถามข้อมูล โทร. 0 3621 2058-9 ต่อ 64360

ยานรบในอดีต (รถถังโบราณ) ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและนั่งยานรบในอดีต นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปโดยนั่งอยู่ในตัวรถถังได้ เปิดให้เข้าชมในวันและเวลาราชการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 3621 2058-9 ต่อ 64309

สนามยิงปืนค่ายอดิศร เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น. สอบถามข้อมูล โทร. 0362 3023

กิจกรรมทางทหาร มีให้เลือกหลากหลาย ได้แก่ เดินป่า พักแรม วอล์คแรลลี่ การทดสอบกำลังใจ การไต่หน้าผา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 3621 2547

สวนรุกขชาติมวกเหล็ก            สระบุรี

   สวนรุกชาติมวกเหล็ก  และน้ำตกมวกเหล็ก อยู่ห่างจากสระบุรีประมาณ 37 กิโลเมตร ไปตามถนน
   มิตรภาพ ทางเข้าซ้ายมือตรงข้ามกับร้านขายผลิตภัณฑ์ขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่ง
   ประเทศไทย (อ.ส.ค.) สวนรุกขชาตินี้มีเนื้อที่ 375 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ระหว่างอำเภอมวกเหล็ก
   จังหวัดสระบุรี กับอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีลำธารซึ่งมาจากต้นน้ำในอุทยานแห่งชาติ
   เขาใหญ่ ไหลผ่านลงสู่แม่น้ำป่าสัก ซึ่งเป็นเส้นกั้นเขตระหว่างสองจังหวัดดังกล่าว ในลำธารมีแก่งหิน
   ลดหลั่น เป็นน้ำตกชั้นเล็ก ๆ บริเวณสองฟากของลำธารมีสะพานแขวน และพันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับ
   ต่าง ๆ






สำนักปฏิบัติธรรม          สระบุรี                  

   นมัสการหลวงปู่ย้า มโนธรรม ณ วัดถ้ำเขาแก้ว และบูชาปี่เซี๊ยะ สัตว์มงคลในตำนานจีน ตามความ
   เชื่อที่ว่า ปี่เซี๊ยะ เป็นสัตว์มงคล ที่มีอำนาจในทางด้านการกำจัดสิ่งชั่วร้าย










สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก      สระบุรี

   ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาโปร่งปราบ ตำบลขุนโขลน ห่างจากตัวเมืองสระบุรีไปตามเส้นทางถนน
   พหลโยธิน ประมาณ 25 กิโลเมตร หากไปจากตัวเมืองสระบุรี วัดจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ทางเข้าอยู่
   ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 132-133 เป็นสถานที่รักษาคนไข้ติดยาเสพติดที่มีชื่อเสียง สำนักสงฆ์ถ้ำ
   กระบอกนี้ แม่ชีเมี้ยน ปานจันทร์ เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2500 ต่อมาเมื่อแม่ชีเมี้ยนเสียชีวิตลง
   หลวงพ่อจำรูญ ปานจันทร์ ซึ่งเป็นหลานได้เป็นผู้ปฏิบัติภารกิจสืบต่อมา และได้รับรางวัล "แมกไซ
   ไซ" เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2518





หมู่บ้านทำไม้ขุดล้อม       สระบุรี  

   ตำบลชะอม อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ซึ่งชาวบ้าน 17 หมู่บ้าน กว่า 290 ครัวเรือนในตำบล
   ชะอมแห่งนี้ทำการปลูกขายไม้ขุดล้อมกันเป็นอาชีพหลัก










อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น     สระบุรี

   อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น เดิมชื่อ อุทยานแห่งชาติพระพุทธฉาย หรือ อุทยานแห่งชาติเขา
   สามหลั่น มีพื้นที่ครอบคลุม 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง แก่งคอย หนองแค และวิหารแดง มีเนื้อที่
   ประมาณ 44 ตารางกิโลเมตร หรือ 27,856 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน
   พ.ศ. 2524 ประมาณเดือนตุลาคม-มกราคม  เป็นช่วงที่อากาศหนาวเย็นเหมาะสำหรับการเดินทาง
   ไปท่องเที่ยวพักผ่อน

                อุทยานฯ ประกอบด้วยภูเขาน้อยใหญ่ มีที่ราบในหุบเขา ยอดที่สูงที่สุดคือ เขาครก สูง
   ประมาณ 329 เมตร เป็นจุดชมวิวที่อยู่สูงที่สุดสามารถมองเห็นภูมิทัศน์ที่สวยงามรอบ ๆ ตัวเมือง
   สระบุรี และอำเภอใกล้เคียงได้อย่างชัดเจน ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นใช้เป็นที่
   ส่องกล้องดูความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม สภาพพื้นที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ
   สัตว์ป่าที่พบมีอยู่หลายชนิด เช่น ไก่ฟ้า ไก่ป่า เก้ง ลิง หมูป่า และนกชนิดต่าง ๆ  เช่น เขียวคราม
   กระรางหัวหงอก โพระดก บั้งรอกใหญ่ รวมทั้งผีเสื้อนานาชนิด

 ภายในบริเวณอุทยานฯ มีน้ำตกหลายแห่ง ได้แก่ น้ำตกสามหลั่น เป็นลานหินกว้างเรียงซ้อนกันเป็นสามชั้นมองดูคล้ายบันได ซึ่งเป็นที่มาของชื่อน้ำตก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 300 เมตร น้ำตกโพธิ์หินดาษ ห่างจากที่ทำการประมาณ 300 เมตร เป็นน้ำตกชั้นเดียวเตี้ยๆ สามารถลงเล่นน้ำได้ บริเวณน้ำตกเป็นลานหินกว้าง มีต้นโพธิ์แผ่กิ่งก้านสาขา และต้นน้ำที่ไหลมายังน้ำตกโพธิ์หินดาดยังไหลไปสู่ น้ำตกโตนรากไทร ซึ่งห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 400 เมตร เป็นน้ำตกชั้นเดียวตกลงมาจากหน้าผาหินสูง 7 เมตร สู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง รอบ ๆ แอ่งน้ำมีโขดหินน้อยใหญ่ใช้เป็นที่นั่งชมน้ำตกได้  ทางอุทยานฯ ได้ทำเส้นทางเดินเท้าเชื่อมโยงระหว่างน้ำตกเหล่านี้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง โดยไม่ต้องย้อนกลับเส้นทางเดิม   น้ำตกจะมีความสวยงามมากที่สุดในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม-ต้นเดือนตุลาคม

สถานที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้แก่

 อ่างเก็บน้ำเขารวก เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก  มีความจุประมาณ 50,000 ลูกบาศก์เมตร อยู่ระหว่างเขารวก และเขาแดง สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2523 มีที่สำหรับนั่งชมทิวทัศน์ และประกอบกิจกรรมนันทนาการต่าง ๆ เช่น พายเรือคยัค ปั่นเรือถีบ เล่นน้ำ เป็นต้น

 อุโมงค์รถไฟพระพุทธฉาย ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นอุโมงค์รถไฟชนิดทางเดียวกว้าง 7 เมตร สูง 7 เมตร ยาว 1,197 เมตร สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2537 เป็นอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทยโดยฝีมือคนไทย อยู่บริเวณเขาช่องลิง รอยต่อระหว่างตำบลเจริญธรรม อำเภอวิหารแดง และตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี

 อนุสรณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ของกองทัพญี่ปุ่น (เขาแดง) ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ซึ่งในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นได้ยึดครองบริเวณเขาแดงเป็นฐานทัพ และใช้เป็นสถานที่กักขังเชลยด้วย ยังมีร่องรอยของหลุมระเบิดที่ทหารญี่ปุ่นทิ้งไว้   สิ่งปลูกสร้างที่ทหารญี่ปุ่นสร้างไว้ ได้แก่ อุโมงค์บัญชาการ สนามเพลาะตลอดแนวเขา ห้องผู้บัญชาการ ห้องเก็บสมบัติ แนวบังเกอร์

 ซากเจดีย์โบราณบนยอดเขาเรดาร์ คาดว่าเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ถูกฟ้าผ่าเสียหาย ปัจจุบันก็ยังพอมีร่องรอยให้เห็นอยู่ ความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกอย่างหนึ่งคือ ทหารญี่ปุ่นได้ใช้เขาเรดาร์นี้เป็นที่ตั้งปืนใหญ่ด้วย

                นอกจากนั้นยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ 3 เส้นทาง ได้แก่ 1) เส้นทางเขาแดง ระยะทาง 1.6 กิโลเมตร 2) เส้นทางสามหลั่น-โตนรากไทร ระยะทาง 3.2 กิโลเมตร 3) เส้นทางสามหลั่น-ซับปลากั้ง ระยะทาง 4.5 กิโลเมตร เส้นทางสุดท้ายนี้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปพักค้างแรมได้  ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทราบก่อนใช้เส้นทางทุกเส้นทาง

                ที่พัก และสิ่งอำนวยความสะดวก ทางอุทยานฯ มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว จำนวน 3 หลัง ราคา 600-     2,400 บาท ค่ายพักแรม พักได้ค่ายละ 60 คน ราคา 6,000 บาท/คืน และสำหรับนักท่องเที่ยวที่นำเต็นท์ไปเอง อุทยานฯ ได้จัดเตรียมที่กางเต็นท์ไว้บริการ นอกจากนี้ยังมีเรือถีบ และเรือแคนูให้เช่า สอบถามรายละเอียดได้ที่ ที่ทำการอุทยานฯ โทร. 0 3622 5171-2 หรือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทร.  0 2562 0760 หรือ www.dnp.go.th

การเดินทาง อุทยาน ฯ อยู่บนเส้นทางสายกรุงเทพฯ-สระบุรี ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนมิตรภาพ ห่างจากตัวเมืองสระบุรีลงมาทางใต้ประมาณ 16 กิโลเมตร หากมาจากกรุงเทพฯ ให้เลี้ยวขวากลับรถ  ก่อนถึงกิโลเมตรที่ 102 เข้าทางหลวงหมายเลข 3042 และ 3046 ตามลำดับ  เป็นถนนลาดยางประมาณ 8 กิโลเมตร

อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย      สระบุรี                      

   อยู่ในเขตตำบลมวกเหล็ก  ทางเข้าทางเดียวกับน้ำตกมวกเหล็ก เป็นทางลาดยางต่อไปอีก 9
   กิโลเมตร จัดตั้งเป็น “วนอุทยานน้ำตกเจ็ดสาวน้อย” เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2523 อยู่ในท้องที่
   อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี และอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา
   สลับซับซ้อนสลับกับที่ราบ ลักษณะพื้นที่ค่อนข้างแห้งแล้งมีหน้าดินตื้น   อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ด
   สาวน้อยมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางอยู่ระหว่าง 180-402 เมตร  จุดสูงสุดของพื้นที่อยู่
   บริเวณโชคชัยพัฒนา มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 402 เมตร บริเวณเชิงเขาด้านทิศตะวัน
   ออกและทิศเหนือของพื้นที่ติดคลองมวกเหล็กซึ่งมีน้ำไหลผ่านตลอดปี และไหลลงสู่แม่น้ำป่าสักที่
   อำเภอวังม่วง ส่วนบริเวณตอนกลางของพื้นที่มีลำห้วยเล็กๆ ไหลผ่าน ได้แก่

                ห้วยแล้ง ซึ่งเป็นลำห้วยที่มีน้ำไหลเฉพาะในช่วงฤดูฝนเท่านั้น   สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่า
   ปลูก เนื่องจากแต่เดิมเป็นพื้นที่ที่ถูกบุกรุกทำลายมาก่อนและได้รับการปลูกป่าฟื้นฟู   พื้นที่บางส่วน
  อยู่ในเขตสวนป่าหลังเขา-ท่าระหัด จังหวัดสระบุรีและพื้นที่แปลงปลูกป่าตามโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50  บางพื้นที่เป็นป่าที่ฟื้นตัวตามธรรมชาติ  พื้นที่โดยรอบทั้งหมดเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและที่อยู่อาศัย มีถนนล้อมรอบ  บริเวณที่เป็นป่าดงดิบธรรมชาติจะพบเฉพาะบริเวณที่อยู่ติดกับลำห้วยเหล็กและกระจายเป็นหย่อมๆตามแนวลำน้ำ  ส่วนป่าเบญจพรรณพบอยู่บริเวณตอนกลางของพื้นที่ สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าที่ฟื้นตัวเองตามธรรมชาติ
น้ำตกเจ็ดสาวน้อย เป็นน้ำตกชั้นเตี้ยๆ มี 7 ชั้น แต่ละชั้นมีความสูงประมาณ  2-5 เมตร ไหลลดหลั่นกันมาตามแนวลำธารเป็นแอ่งน้ำกว้าง  บรรยากาศร่มรื่น มีบริเวณสำหรับเล่นน้ำ
ลำน้ำมวกเหล็ก เป็นลำห้วยที่มีน้ำไหลตลอดปี ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร มีเกาะแก่งที่ไม่สูงมากนัก ลดหลั่นกันไป
น้ำตกซับเหว      ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2273 ตรงสู่แยกไปโป่งเก้งเขต อำเภอมวกเหล็ก แล้วเลี้ยวขวาไปประมาณ 5 กิโลเมตร จะพบที่ทำการหมู่บ้านซับเหว ม.5 ก่อนที่จะผ่านทุ่งทางตะวันกว่า 1,800 ไร่ น้ำตกซับเหวมีความสูงกว่า 30 เมตร จากจุดเริ่มต้นเข้าไปสู่น้ำตกด้วยระยะทางประมาณ 800 เมตร เป็นลักษณะผาดินสูงประมาณ 30 เมตร ล้อมรอบด้วยหุบเขา มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ให้ลงเล่นน้ำได้ ด้านขวาของน้ำตกมีทางเดินขึ้นไปชมโพลงถ้ำขนาดเล็กซึ่งมีหินงอก หินย้อยภายในถ้ำ การเดินทางเข้าไปที่น้ำตกค่อนข้างลำบาก
ถ้ำดาวเขาแก้ว  ตั้งอยู่ที่ตำบลพญากลาง ห่างจากอำเภอมวกเหล็กประมาณ 38 กิโลเมตร หรือจากตัวอำเภอเมืองไปประมาณ 75 กิโลเมตร ไปทางเดียวกับน้ำตกเจ็ดสาวน้อยอยู่เลยไปอีกประมาณ 30 กิโลเมตร มีป้ายบอกทางตลอด จากทางหลวงหมายเลข 2224 มีทางแยกซ้ายเข้าไปเป็นลูกรังประมาณ 5 กิโลเมตร ผู้ที่จะชมถ้ำต้องปีนบันไดจากเชิงเขาไปถึงปากถ้ำประมาณ 100 เมตร ลักษณะแปลกของถ้ำนี้ คือ มีจุดสีแดง สีดำ และสีน้ำตาลอยู่ที่เพดานถ้ำ มีหินงอก หินย้อย และมีฝูงค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

อุโมงค์ต้นไม้   สระบุรี

   เป็นบริเวณทางโค้งที่ต้นไม้สองฝั่งถนนโน้มเข้าหากันทำให้ดูคล้ายอุโมงค์ และให้ความร่มรื่นสวย
   งามมีความยาวประมาณ 200 เมตร นักท่องเที่ยวมักจอดรถแวะถ่ายรูปเป็นประจำ











อุโมงค์รถไฟพระพุทธฉาย       สระบุรี       

   ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น ประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นอุโมงค์รถไฟชนิดทาง
   เดียวกว้าง 7 เมตร สูง 7 เมตร ยาว 1,197 เมตร สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2537 เป็นอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุด
   ในประเทศไทยโดยฝีมือคนไทย อยู่บริเวณเขาช่องลิง รอยต่อระหว่างตำบลเจริญธรรม อำเภอวิหาร
   แดง และตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี









เจดีย์พระคุณแม่           สระบุรี 

   ตั้งอยู่ที่วัดคลองใหม่ ตำบลหนองหมู ระยะทางห่างจากจังหวัดประมาณ 42 กิโลเมตร ใช้เส้นทาง  
   หลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน มุ่งสู่กรุงเทพฯ ผ่านหินกองและตลาดหนองแค ก่อนข้ามสะพานรพี
   พัฒน์จะมีทางแยกซ้ายมือเลียบคลองชลประทานบอกทางเข้าวัดคลองใหม่ แล้วเลี้ยวซ้ายผ่านที่ว่า
   การอำเภอหนองแคไปประมาณ 5 กิโลเมตร ก็จะถึงเจดีย์พระคุณแม่เป็นเจดีย์รูปทรงคล้ายพระปฐม
   เจดีย์

   ภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง องค์เจดีย์ล้อมรอบด้วยพระประจำวัน เจดีย์แห่งนี้สร้าง
   ขึ้นเพื่อให้กุลบุตรกุลธิดาระลึกถึง และตอบแทนพระคุณแม่





เนินพิศวง      สระบุรี  

   เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายมวกเหล็ก-วังม่วง ถัดจากอุโมงค์ต้นไม้มาเล็กน้อย เป็นบริเวณที่เกิด
   ภาพลวงตามองเห็นรถเคลื่อนที่จากที่ต่ำไปที่สูงได้











เสาร้องไห้ วัดสูง     สระบุรี         

   ตั้งอยู่ในศาลนางตะเคียนทอง ณ วัดสูง ตำบลเสาไห้ ห่างจากที่ว่าการอำเภอเสาไห้ประมาณ 500
   เมตร ริมทางหลวงหมายเลข 3041เป็นเสาไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ โดยถือกันว่าเป็นเจ้าแม่ เพราะ
   สิ่งของที่นำไปบูชาล้วนเป็นของสตรีทั้งสิ้น มีตำนานเล่ากันว่า เมื่อครั้งสร้างกรุงเทพฯ เป็นราชธานี
  ได้มีการเกณฑ์เสาจากหัวเมืองต่าง ๆ

   เพื่อคัดเลือกเสาที่มีลักษณะงดงาม เพื่อจัดเป็นเสาเอก ทางเมืองสระบุรีได้จัดส่งเสาต้นหนึ่งที่มี
   ลักษณะงดงามมากล่องลงมาตามลำน้ำป่าสัก แต่มาถึงกรุงเทพฯ ช้าไปเล็กน้อย และได้มีการคัด
   เลือกเสาเอกไปก่อนแล้ว จึงได้เป็นเสารอง ซึ่งถ้าเสาต้นนี้มาทันเวลาก็ต้องได้เป็นเสาเอกอย่างแน่
   นอน เพราะมีลักษณะใหญ่ และสวยงามมากด้วยความยาว 13 เมตร กว้าง 0.75 เมตร เสาต้นนี้จึง
   เกิดความเสียใจลอยทวนน้ำกลับขึ้นมาจมลง ณ ตำบลแห่งนี้อยู่ประมาณ 100 กว่าปี เมื่อปี พ.ศ.
   2501

ได้มีชาวบ้านนำขึ้นจากน้ำไปไว้ที่ศาลหน้าพระอุโบสถวัดสูงจนถึงปัจจุบันนี้ พอตกเวลากลางคืนชาวบ้านมักได้ยินเสียงร้องไห้ จึงได้ให้ชื่อตำบลนี้ว่า ตำบลเสาร้องไห้ และได้กลายเป็น "อำเภอเสาไห้" ในปัจจุบัน และในวันที่ 23 เมษายนจะมีประเพณีสรงน้ำนางตะเคียน ทุกปี ณ บริเวณหน้าอุโบสถวัดสูง

แม่น้ำป่าสัก เบญจสุทธิคงคา           สระบุรี

   น้ำศักดิ์สิทธิ์จากแม่น้ำสายสำคัญ 5 สาย ที่ไหลผ่านบริเวณอำเภอเสาไห้ได้ถูกนำมาใช้เป็นน้ำในพิธี
   ถือน้ำพิพัฒสัตยาอันศักดิ์สิทธิ์ ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จวบจนถึง
   ปัจจุบัน เมื่อครั้นเสด็จประพาสทางชลมารคได้แวะลงสรงน้ำ ณ ท่าราช ทรงพอพระราชหฤทัยสาย
   น้ำที่เย็น ลึกและนิ่ง จึงมีพระราชประสงค์ให้นำน้ำบริเวณนี้ไปทำพิธีพุทธาภิเษกที่วัดพระพุทธบาท
   ก่อนจะนำไปใช้พระราชพิธีพระบรมราชาภิเษกรวมถึงพิธีศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ในพระราชวัง โดยกำหนด
   ให้นำน้ำจากแม่น้ำ 5 สาย ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา (จากจังหวัดอ่างทอง) แม่น้ำเพชรบุรี (จาก
   จังหวัดเพชรบุรี) แม่น้ำราชบุรี (จากจังหวัดสมุทรสาคร) แม่น้ำบางปะกง (จากจังหวัดนครนายก)
   และแม่น้ำป่าสัก (จากจังหวัดสระบุรี) อันเป็นที่มาของ “เบญจสุทธิคงคา”





ไร่ปภัสรา           สระบุรี      

   เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ตั้งอยู่บนถนนสายมวกเหล็ก-วังม่วง อำเภอวังม่วง ใกล้เขื่อนป่าสัก
   ชลสิทธิ์ มีพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ มีแปลงองุ่นพันธุ์ดีบนเนินเขา ฟาร์มม้า ฟาร์มนกกระจอกเทศ

   สอบถามโทร. 0 3636 4475









ไร่ยานา            สระบุรี     

   ตั้งอยู่ 116 หมู่2 ตำบลวังม่วง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของอำเภอวังม่วง ที่นักท่องเที่ยว
   สามารถเข้าเยี่ยมชมฟาร์ม มีเลี้ยงสัตว์ประเภทต่าง ๆ เช่น แพะ แกะ กวาง นกกระจอกเทศ ฯลฯ และ
   มีผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จำหน่ายที่หน้าฟาร์มเวลาเปิด 8.00-20.00น   สอบถามโทร 036 364353









ไร่องุ่นคุณมาลี    สระบุรี

   ไร่องุ่นคุณมาลี อยู่บนเนินสูงชมเถาองุ่นเลื้อยและตัดผลองุ่นสุก ทั้งมีเมล็ดและไร้เมล็ดที่มีรสหวาน
   เจี๊ยบ ปลอดสารพิษ และซื้อน้ำองุ่นรสเข้มข้นเป็นของฝากกลับบ้าน โทร.0 3622 7056-7,
   0 3634 1159










ไร่องุ่นอำเภอมวกเหล็ก      สระบุรี

   อำเภอมวกเหล็กยังมีไร่องุ่นที่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ตลอดทั้งปี คือ ชิมองุ่นสด ผลิตภัณฑ์แปร
   รูปจากองุ่น เช่น ไวน์ องุ่นไร้เมล็ด น้ำองุ่น องุ่นหยี แยมองุ่น องุ่นอบแห้ง องุ่นกวน เป็นต้น หรือ
   จะร่วมกิจกรรมเก็บองุ่นก็ได้







 



 

การเดินทางไปจังหวัดสระบุรี

 

รถยนต์:

  จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ผ่านอำเภอวังน้อย อำเภอหนองแค ตำบลหินกอง ถึงสี่แยกสะพานต่างระดับสระบุรี ให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ตรงไปจนถึงตัวเมืองสระบุรี

 

รถประจำทาง:

มีรถประจำทางปรับอากาศสายกรุงเทพฯ-สระบุรี ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ หมอชิต 2 ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวัน วันละหลายเที่ยว สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490www.transport.co.th

ปัจจุบันบริษัท ขนส่ง จำกัด ได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์แล้ว ติดต่อได้ที่ www.thaiticketmajor.com

 

รถไฟ :

การรถไฟแห่งประเทศไทยมีบริการรถไฟออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ไปยังจังหวัดสระบุรีทุกวัน ทั้งรถธรรมดา รถเร็ว รถด่วน รถด่วนพิเศษ และรถพิเศษชานเมือง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง

นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางและราคาตั๋วโดยสารของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทางเว็บไซต์ www.railway.co.th และจองตั๋วรถไฟก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 3 วัน ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2220-4444 ทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.

 

หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญในจังหวัดสระบุรี

 

ตำรวจทางหลวง ส.ทล.2 กก.1 หินกอง   โทร. (036) 371222, 371970

ททท.สำนักงานภาคกลาง เขต 6 จ.พระนครศรีอยุธยา  โทร. (035) 246076-7

ไปรษณีย์จังหวัด  โทร. (036) 223490

สถานีตำรวจ   โทร. (036) 211014

สถานีรถไฟ  โทร. (036) 211091

โรงพยาบาลแก่งคอย  โทร. (036) 244611, 377300

โรงพยาบาลบ้านหมอ  โทร. (036) 201171, 201381

โรงพยาบาลพระพุทธบาท   โทร. (036) 266166, 266111

โรงพยาบาลมวกเหล็ก    โทร. (036) 341560

โรงพยาบาลสระบุรี   โทร. (036) 223811, 211624

โรงพยาบาลหนองแค  โทร. (036) 371260, 371575

โรงพยาบาลหนองแซง    โทร. (036) 221080

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรี สระบุรี  สิงห์บุรี

@ ค้นหาที่พัก รีสอร์ท โรงแรม และร้านอาหาร ทั่วประเทศที่  http://www.resortdd.com/


      20 ส.ค. 2555   เวลา :    08:48   จำนวนผู้อ่าน :    6882   

 
ร้านอาหารแนะนำ