resort, รีสอร์ท, ที่พัก
 
 
 
 
 
 
 


ที่พักภาคเหนือ
เชียงราย
เชียงใหม่
กำแพงเพชร
ตาก
นครสวรรค์
น่าน
พะเยา
พิจิตร
พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
แพร่
แม่ฮ่องสอน
ลำปาง
ลำพูน
สุโขทัย
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กาฬสินธุ์
ขอนแก่น
ชัยภูมิ
นครพนม
นครราชสีมา
บุรีรัมย์
บึงกาฬ
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุบลราชธานี


ที่พักภาคกลาง
กรุงเทพมหานคร
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นนทบุรี
ปทุมธานี
ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
เพชรบุรี
ราชบุรี
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สระแก้ว
สระบุรี
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
อยุธยา
อ่างทอง


ที่พักภาคตะวันออก
ชลบุรี, พัทยา
ระยอง
จันทบุรี
ตราด


ที่พักภาคใต้
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา
พัทลุง
ภูเก็ต
ยะลา
ระนอง
สงขลา
สตูล
สุราษฎร์ธานี

Link เพื่อนบ้าน
หอพัก
หอพัก
ห้องพัก





โอนิซึกะ, onitsuka, onitsuka tiger
Bangkok Dating, Thailand Matchmaker, Thailand Dating, Bangkok Matchmaker, dating bangkok, dating thailand, thai dating, online dating, single thai girls, thai women, dating service, speed dating, บริการหาคู่, บริษัทจัดหาคู่, หาคู่, หาแฟน, หาเพื่อน, จัดหาคู่, จับคู่, แม่สื่อ, ธุรกิจหาคู่
ถุงจัมโบ้, พาเลท

แนะนำรีสอร์ท, ห้องพัก, ที่พัก, บ้านพัก สำหรับพักผ่อนยามท่องเที่ยว


ResortDD.com จังหวัดพะเยา (Nakhonsawan ) ที่พักจังหวัดพะเยา โรงแรมจังหวัดพะเยา รีสอร์ทจังหวัดพะเยา เกสเฮ้าส์จังหวัดพะเยา สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา ท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา ศูนย์รวมรีสอร์ทจังหวัดพะเยา แหล่งรวมที่พักจังหวัดพะเยา Thailand Phayao Hotel Resort Guesthouse

กว๊านพะเยาแหล่งชีวิต ศักดิ์สิทธิ์พระเจ้าตนหลวง บวงสรวงพ่อขุนงำเมือง งามลือเลื่องดอยบุษราคัม


                 พะเยา เป็นเมืองที่มีประวัติเก่าแก่ยาวนานเมืองหนึ่งในแถบลานนาไทย เดิมมีชื่อว่า ภูกามยาว หรือ พยาว เริ่มปรากฏหลักฐานตามตำนานเล่าว่า เมื่อ พ.ศ.1602 (จุลศักราช 421) พ่อขุนเงินหรือลาวเงิน กษัตริย์ผู้ครองนครเงินยางเชียงแสน ดำริให้พระราชโอรส 2 องค์ คือ ขุนชิน ให้อยู่ในราชสำนักครองนครเงินยางเชียงแสน และ ขุนจอมธรรม โอรสองค์ที่ 2 ให้ปกครองเมืองภูกามยาว ซึ่งอยู่ในฐานะเป็นหัวเมืองฝ่ายใต้ กระทั่งสมัยของพ่อขุนงำเมือง ซึ่งเป็นกษัตริย์เมืองพะเยาองค์ที่ 9 นับจากพ่อขุนจอมธรรม พระองค์เป็นศิษย์ร่วมสำนักกับพระร่วงเจ้าแห่งกรุงสุโขทัย ศึกษาศิลปศาสตร์ร่วมครูอาจารย์เดียวกันเป็นสหายกัน สนิทสนมผูกไมตรีต่อกันอย่างแน่นแฟ้น

               พ่อขุนงำเมืองไว้ทรงเป็นกษัตริย์ที่ศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ไม่ชอบสงคราม ปกครองบ้านเมืองด้วยความเที่ยงธรรม ผูกไมตรีจิตต่อประเทศราช และเพื่อนบ้าน ขุนเม็งรายเคยคิดยกทัพเข้าบดขยี้เมืองพะเยา แต่ด้วยวิเทโสบายที่มุ่งในทางสงบแทนที่จะยกทัพเข้าต่อต้าน กลับสั่งให้เปิดเมืองต้อนรับ เชิญขุนเม็งรายเสวยพระกระยาหารและเลี้ยงกองทัพให้อิ่ม ขุนเม็งรายจึงเลิกการทำสงคราม แต่นั้นมา ฝ่ายพระยาร่วงซึ่งเป็นสหายคนสนิทได้มีโอกาสรู้จักขุนเม็งรายทั้ง 3 องค์ ได้ชอบพอเป็นสหายกัน เคยหันหลังเข้า พิงกันกระทำสัจจปฏิญาณแก่กัน ณ ริมฝั่งแม่น้ำขุนภู ว่าจะไม่ผูกเวรแก่กัน จะเป็นมิตรสหายกัน กรีดโลหิตออกรวมกันขันผสมน้ำ ทรงดื่มพร้อมกัน (ภายหลังแม่น้ำนี้ได้ชื่อว่า แม่น้ำอิง) ในสมัยนี้บ้านเมืองสงบสุข เจริญรุ่งเรืองสูงสุดในทุกๆด้าน

                จากนั้นมา นครรัฐแห่งนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ตามอิทธิพลของอาณาจักรต่างๆ ที่ผลัดกันมีอำนาจในแถบนี้ ทั้งเชียงแสน ล้านนา อยุธยาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พยาวเปลี่ยนชื่อเป็นพะเยา และรวมอยู่กับจังหวัดเชียงราย และในวันที่ 28 สิงหาคม 2521 ได้รับการจัดตั้งขึ้นเป็นจังหวัดที่ 72 ของประเทศไทย

                 ในบรรดาจังหวัดท่องเที่ยวในภาดเหนือนั้น พะเยาอาจจะยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก พะเยาเป็นเหมือนเมืองผ่าน ที่นักท่องเที่ยวมักมองข้ามและเลยไปเที่ยวจังหวัดเชียงรายเสียมากกว่า แต่พะเยาก็เป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวสวยงามและมีชื่อหลายแห่ง โดยเฉพาะป่าเขาพนาไพรที่ยังคงสมบูรณ์ ดูร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ยังเต็มพื้นที่ของจังหวัด มีอุทยานแห่งชาติถึง 3 แห่งที่มีความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว เช่น อุทยานแห่งชาติดอยภูนาง ที่มีนกยูงมากที่สุดในภาคเหนือ  อุทยานแห่งชาติภูซาง มีน้ำตกน้ำอุ่น เพียงแห่งเดียวในภาคเหนือ  มีกว๊านพะเยาทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ ที่ดูพระอาทิตย์ตกยามเย็นได้สวยงาม มีผลไม้รสดีหลายชนิด มีวัดวาอารามที่งดงาม วิถีชีวิตที่เรียบง่าย อันเป็นเสน่ห์เมืองพะเยาที่ไม่ได้ด้อยกว่าใครในล้านนา

 

สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา
 

อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง             พะเยา

   อดีตกษัตริย์ผู้ปกครองเมืองภูกามยาวลำดับที่ 9 ระหว่างปี พ.ศ. 1801 - 1841 เป็นยุคที่เจริญ
   รุ่งเรืองมาก ประดิษฐานอยู่ที่สวนสาธารณะเทศบาลเมืองพะเยา (สวนสมเด็จย่า 90) หน้ากว๊าน
   พะเยา เป็นพระสหายร่วมน้ำสาบานกับพ่อขุนเม็งรายแห่งเมืองเชียงราย และพ่อขุนรามคำแหง
   แห่งกรุงสุโขทัย ซึ่งทั้งสามพระองค์ได้กระทำสัตย์ต่อกัน ณ บริเวณแม่น้ำอิง ซึ่งปัจจุบันอยู่บริเวณ
   สถานีประมงน้ำจืดพะเยา พ่อขุนงำเมืองเป็นผู้ทรงอิทธิฤทธิ์กล่าวกันว่าเมื่อพระองค์เสด็จไปทาง  
   ไหน แดดก็บ่อฮ้อน ฝนก็บ่อฮำ จักให้แดดก็แดด จักให้บดก็บด จึงได้พระนามว่างำเมือง







วัดพระเจ้านั่งดิน              พะเยา

   อยู่ในตำบลเวียง ไปตามทางหลวง 1148 ห่างจากตัวอำเภอ 4 กิโลเมตร เป็นวัดที่องค์พระประธาน
   ของวัดไม่มีฐานชุกชีรองรับเหมือนกับพระประธานองค์อื่นๆ เคยมีราษฎรสร้างฐานชุกชีเพื่ออัญเชิญ
   พระประธานขึ้นประดิษฐาน แต่ปรากฏว่าพยายามยกเท่าไรก็ยกไม่ขึ้น จึงเรียกสืบต่อกันมาว่า พระนั่ง
   ดิน










วัดนันตาราม              พะเยา

   อยู่ที่บ้านดอนไชย ไม่ปรากฎว่าสร้างเมื่อไร เป็นวัดที่มีศิลปะแบบไทยใหญ่ ตัววิหารสร้างด้วยไม้สัก
   ทั้งหลังตกแต่งลวดลายฉลุไม้อย่างสวยงามตามส่วนประกอบต่างๆ เช่น หน้าต่าง หน้าบัน ระเบียง
   เป็นต้น ภายในวัดมีพิพิธภัณฑ์ธนบัตรเก่า เครื่องใช้โบราณ ผ้าลายโบราณ ภาพวาดโบราณเป็นเรื่อง
   ราวเกี่ยวกับการเทศน์มหาชาติแต่ละตอน เปิดให้เข้าชมเวลา 08.00 - 18.00 น.









วัดแสนเมืองมา               พะเยา

   สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 ราว พ.ศ.2351 สร้างโดยชาวเมืองมาง มณฑลยูนานที่ถูกเจ้าเมืองน่านกวาด
   ต้อนมาจนกระทั่งมาตั่งถิ่นฐานที่อำเภอเชียงคำนี้ จุดเด่นของวัดอยู่ที่หลังคาวิหารที่ซ้อนลดกันหลาย
   ชั้น ไม่นิยมทำหลังคาสูง ตรงหลังคาประดับด้วยช่อฟ้า ซึ่งทำเป็นรูปหงษ์แกะสลัก หรือตัวนาคคาบ
   แก้ว นอกนั้นมีการประดับประดาด้วยไม้แกะสลัก ตกแต่งด้วยสีต่างๆดูงดงามตา ส่วนบานประตูทำด้วย
   ไม่แกะสลักทุกบาน ประตูเข้าสู่พระวิหารจะทำเป็นสามมุข มุขแต่ละทิศทำเป็นสัตว์สามอย่างที่เชื่อว่า
   จะช่วยปกป้องคุ้มครองศาสนา ได้แก่ พญานาค เสือ และ สิงห์ และภายในฝาผนังมีจิตรกรรมฝาผนังที่
   วาดเกี่ยวกับวิถีชีวิตชาวไทลื้อ และพระประธานเป็นพระพุทธรูปสมัยเชียงแสน






วัดอนาลโยทิพยาราม          พะเยา

   ตั้งอยู่บนดอยบุษราคัมห่างจากตัวจังหวัด 20 กิโลเมตร ไปทางทิศเหนือตามทางหลวงหมายเลข 1
   (พะเยา - เชียงราย) ประมาณ 7 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1127 - 1193 อีก 9
   กิโลเมตร ทางลาดยางตลอดสาย บริเวณดอยบุษราคัม และม่อนพระนอน ประกอบด้วยพระพุทธรูป
   ศิลปสุโขทัยลักษณะงดงามมาก และยังมีพระพุทธรูปปางต่างๆ อีกหลายองค์ อาทิ พระพุทธไสยาสน์  
   พระพุทธรูปปางลีลา พระพุทธรูปปางนาคปรก สร้างด้วยความประณีตสวยงามแบบศิลปไทย รัตน
   เจดีย์ เป็นศิลปะแบบอินเดียพุทธคยา เก๋งจีนประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม หอพระแก้วมรกตจำลอง จาก
   ยอดเขาสามารถชมทัศนียภาพของกว๊านพะเยาและเมืองพะเยาได้อย่างสวยงาม ขึ้นได้ 2 ทาง คือ
   ทางบันไดและทางรถยนต์ มีที่พักแบบรีสอร์ทบนวัด




วัดศรีโคมคำ                   พะเยา

   เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี และวัดพัฒนาตัวอย่าง ประชาชนทั่วไปนิยมเรียกว่า วัดพระเจ้าตนหลวง
   ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศิลปเชียงแสนองค์ใหญ่ที่สุดในล้านนาไทย ขนาดหน้าตักกว้าง 16 เมตร สูง 18
   เมตร สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2034 - 2067 พระเจ้าตนหลวง หรือ พระเจ้าองค์หลวง มิใช่เป็นแต่
   เพียงพระพุทธรูปคู่เมืองพะเยาเท่านั้น แต่ถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอาณาจักรล้านนาไทยด้วย
   วันวิสาขบูชามีงานนมัสการพระเจ้าตนหลวงเป็นประจำทุกปีเรียกว่า งานประเพณีนมัสการพระเจ้า
   องค์หลวงเดือนแปดเป็ง บริเวณวัดยังมีพระอุโบสถกลางน้ำตั้งอยู่ริมกว๊านพะเยา ภายในมีจิตรกรรม
   ฝาผนัง ลวดลายวิจิตรสวยงาม วาดโดย อ.อังคาร กัลยาณพงศ์ ศิลปินแห่งชาติ
  



 
กว๊านพะเยา               พะเยา

   กว๊านพะเยา กว๊าน หมายถึง หนองน้ำหรือบึงน้ำขนาดใหญ่ คำนี้มีใช้ในท้องถิ่นล้านนาเฉพาะที่
   จังหวัดพะเยาแห่งเดียวเท่านั้น กว๊านพะเยา เป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ รูปพระจันทร์เสี้ยวเกือบครึ่งวงกลม
   แหว่งทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลกเมื่อประมาณ ๗๐ ล้านปีมา
   แล้ว โอบล้อมดอยแม่ใจซึ่งเป็นภูเขาสูงยาว เป็นแอ่งน้ำที่รวบรวมของลำห้วยต่างๆ ๑๘ สาย ต่อมา
   ในปี ๒๔๗๘ กรมประมงได้ตั้งสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดพะเยาขึ้นบริเวณต้นแม่น้ำอิง และสร้างฝาย
   กั้นน้ำทำให้เกิดเป็นบึงขนาดใหญ่ มีความลึกเฉลี่ย ๑.๕ เมตร กว๊านพะเยาเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญที่สุด
   ของจังหวัดพะเยา เป็นทั้งแหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญที่สุดของภาคเหนือตอนบน และเป็นสถานที่
   ท่องเที่ยวของจังหวัดพะเยา มีเนื้อที่ประมาณ ๑๒,๘๓๑ ไร่ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาชนิดต่างๆ เช่น
   ปลากราย ปลาสวาย ปลาเทโพ ปลาจีน ปลาไน รวมทั้งปลานิล อันลือชื่อของจังหวัดพะเยา
   ทัศนียภาพโดยรอบกว๊านพะเยา มีความร่มรื่น สามารถมองเห็นแนวทิวเขาสลับซับซ้อน งดงามมาก
   บริเวณริมกว๊านมีร้านอาหารและจัดเป็นสวนสาธารณะเหมาะที่จะไปนั่งเล่น พักผ่อนหย่อนใจในยาม
   เย็น ชมพระอาทิตย์ตกริมกว๊านเป็นภาพที่สวยงามมาก


หมู่บ้านทำผลิตภัณฑ์จากผักตบชวา                       พะเยา
 
   อยู่ที่บ้านสันป่าม่วงใช้เส้นทางเดียวกับทางไปหมู่บ้านทำครกและโม่หิน ห่างกันประมาณ 2
   กิโลเมตร ชาวป่าม่วงได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มขึ้นทำเป็นงานอดิเรก ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผักตบชวา
   ได้แก่ หมวก กระเป๋า จานรองแก้ว และของประดับตกแต่งต่างๆ











หอวัฒนธรรมนิทัศน์                   พะเยา

   อยู่ใกล้กับวัดศรีโคมคำ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีรูปแบบการตกแต่งสวยงามจัดแสดงโบราณวัตถุ เอกสาร
   ข้อมูลสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดพะเยา และเรื่องราวความเป็นมาทั้งด้านวรรณกรรม
   ภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรมประเพณี และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวพะเยา เปิดให้เข้าชมทุกวัน
   เวลา 09.00-16.00 น. ค่าเข้าชม ชาวต่างชาติ 40 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท
   โทร. 054 41 0058-9








ศูนย์วัฒนธรรมไทยลื้อ                       พะเยา

   ตั้งอยู่ที่วัดหย่วนในอำเภอเชียงคำ ในปี พ.ศ. 2399 เจ้าสุริยพงษ์ ผริตเดช ผู้ครองนครน่านได้อพยพ
   มามาอยู่ที่บ้านท่าฟ้าเหนือและท่าฟ้าใต้อำเภอเชียงม่วน หลังจากนั้นมีบางส่วนได้อพยพมาอยู่ที่
   อำเภอเชียงคำ ชาวไทลื้อมีอุปนิสัยรักสงบ ขยันอดทน นอกจากนั้นยังเป็นผู้ที่อนุรักษ์วัฒนธรรมและ
   ขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมไว้อย่างดี เช่น วัฒนธรรมการแต่งกาย เป็นต้น








สถานีประมงน้ำจืดพะเยา และพระตำหนักกว๊านพะเยา                   พะเยา

   ตั้งอยู่ถนนพหลโยธินระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 734-735 เป็นสถานีเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด มีพิพิธภัณฑ์
   ปลาบึก แสดงเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์ปลาบึกครั้งแรกของโลก โดยใช้พ่อแม่พันธุ์ที่เลี้ยงไว้ในบ่อดิน
   ปลาบึกเป็นปลาน้ำจืดไม่มีเกล็ด ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โตเต็มที่ยาว 3 เมตร น้ำหนัก 250
   กิโลกรัม อาศัยอยู่ในแม่น้ำโขง นอกจากนั้นยังเป็นที่เพาะพันธุ์ปลาเพื่อแจกจ่ายแก่เกษตรกรได้แก่ 
   ปลานิล ปลาไน ปลาตะเพียนขาว ปลายี่สกเทศ ภายในพิพิธภัณฑ์ยังจัดแสดงพันธุ์ปลาสวยงามที่หา
   ดูยากไว้หลายชนิด เปิดให้ชมทุกวันเวลา 8.30–16.30 น. นอกจากนั้นยังมีเรือนประทับสมเด็จพระ
   ศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อครั้งเสด็จมาทรงงานที่จังหวัดพะเยาอยู่ในบริเวณเดียวกัน บริเวณ
   รอบตำหนักจะมีดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 5443 1251





อุทยานแห่งชาติภูซาง                   พะเยา

   อุทยานแห่งชาติภูซาง เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาดอยผาหม่น อยู่ในเขตกิ่งอำเภอภูซาง อำเภอ
   เชียงคำ จังหวัดพะเยา และอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย มีอาณาเขตติดต่อกับสาธารณรัฐ  
   ประชาธิปไตยประชาชนลาวเป็นแนวเขตยาวประมาณ 30 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 178,049 ไร่
   พื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณ พันธุ์ไม้ที่มีค่า ได้แก่ ไม้ยาง ไม้ตะเคียน
   จำปีป่า ยมหอม ประดู่ สัก และรัง เป็นต้น พื้นที่มีลักษณะเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน มียอดเขา
   ดอยผาหม่น ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำลาว น้ำเปื่อย น้ำบง และน้ำญวณ เพื่อใช้หล่อเลี้ยงพื้นที่
   เกษตรกรรมของอำเภอเชียงคำ กิ่งอำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา และอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
   นอกจากธรรมชาติที่สมบูรณ์ บริเวณอุทยานฯ ยังมีเต่าปูลู ซึ่งเป็นเต่าพันธุ์ที่หายากและใกล้สูญพันธ์
   มีขนาดเล็ก ตัวเตี้ย หางยาว และด้วยเป็นเต่าพันธุ์หัวโต ขาทั้ง 4 ข้างและหางไม่สามารถหดเข้า
   กระดองได้ เวลามีศัตรูหรือภัยมา โดยเฉพาะเวลาเกิดไฟไหม้ป่าจะพบเต่าปูลูถูกไฟไหม้ตายเป็น
   ประจำ เต่าปูลูจึงถูกนำมาเป็นสัญลักษณ์ในการป้องกันไฟป่าของเมืองไทย เต่าปูลูเป็นเต่าที่ชอบ
   อยู่ในป่าอุดมสมบูรณ์บนภูเขาสูงใกล้น้ำตก หรือลำห้วยที่มีน้ำใสไหลผ่านตลอดเวลา สามารถชมเต่าพันธุ์นี้ได้ในเวลากลางคืนขณะ กำลังออกหากิน อุทยานมีสถานที่น่าสนใจ ได้แก่


น้ำตกภูซาง                  พะเยา

   เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีน้ำตลอดปี สูง 25 เมตร เป็นน้ำตกที่เป็นน้ำอุ่น ๓๓ องศาเซลเซียส น้ำใส ไม่
   มีกลิ่นของกำมะถัน น้ำตกนี้ตั้งอยู่ริมถนนอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยาน 300 เมตร ฝั่งตรงข้ามน้ำตกมี
   ร้านสวัสดิการสามารถนั่งพักผ่อนและรับประทานอาหารได้










บ่อน้ำซับอุ่น                    พะเยา

   เป็นบ่อซับอุ่นตามธรรมชาติอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส เป็นต้นกำเนิดของน้ำตกภูซาง
   ด้านบนของน้ำตกภูซางสภาพป่าโดยรอบเป็นป่าดิบชื้นและป่าพรุที่สมบูรณ์











ถ้ำผาแดง                  พะเยา

   เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ ลึก 450 เมตร เป็นถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยสวยงาม อยู่ห่างจากอุทยานฯ 48
   กิโลเมตร การเดินเที่ยวชมถ้ำต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง และควรแจ้งล่วงหน้า











ถ้ำน้ำลอด                  พะเยา

   เป็นถ้ำหินขนาดเล็กอยู่เชิงดอยผาแดง ห่างจากถ้ำผาแดงประมาณ 10เมตร ถ้ำลึก 250เมตร มีธาร
   น้ำไหลผ่านตลอดทั้งถ้ำ ระดับน้ำลึก 50–100เซนติเมตร การเที่ยวชมภายในถ้ำต้องเดินลุยน้ำ
   ตลอด และต้องมีคนนำทาง











ดอยผาดำ                        พะเยา

   เป็นภูเขาที่มีหน้าผาขนาดใหญ่เป็นปฎิมากรรมของธรรมชาติ ที่มีความสวยงามอีกรูปแบบหนึ่ง มี
   ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 1,096เมตร ดอยผาดำตั้งตระหง่านอยู่เหนือหน่วย
   พิทักษ์อุทยานแห่งชาติภูซางที่ 1 (ผาแดง) อยู่ในพื้นที่ตำบลร่มเย็น อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา
  อยู่ห่างจากอุทยานฯ 47กิโลเมตร การเดินเที่ยวชมต้องใช้เวลา 3-4ชั่วโมง และควรมีเจ้าหน้าที่นำ
   ทาง








ถ้ำหลวง                   พะเยา

   เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ ลักษณะถ้ำกว้างแต่ไม่ลึก ประมาณ 200 เมตร เป็นที่ตั้งของหน่วย
   พิทักษ์อุทยานที่ 2 (ห้วยสา) ห่างจากหน่วยพิทักษ์ฯ 500 เมตร และห่างจากที่ทำการอุทยาน 32
   กิโลเมตร การเดินเข้าชมถ้ำต้องปีนเขาบ้างเล็กน้อย และควรมีเจ้าหน้าที่นำทางถ้ำน้ำดัง เป็นถ้ำ
   ขนาดใหญ่มีน้ำตก ภายในมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามมาก เคยเป็นที่ซ่อนของ ผกค.

   เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ อุทยานฯ มี 3 เส้นทาง ระยะทาง 1,400 เมตร (เส้นห้วยเมี่ยง ) ระยะ
   ทาง 1,700 เมตร (เส้นน้ำตกภูซาง) และระยะทาง 2,400 เมตร (เส้นห้วยสา) แต่ละเส้นทางใช้
   เวลาเดินประมาณ 2 ชั่วโมง จะมีป้ายสื่อความหมายสามารถเดินเองได้





สิ่งอำนวยความสะดวก
อุทยานมีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ และร้านค้าสวัสดิการบริการนักท่องเที่ยว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติภูซาง ตำบลภูซาง กิ่งอำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา 56110 โทร. 0 5440 1099

การเดินทาง
รถยนต์ อุทยานฯ อยู่ห่างจากจังหวัดพะเยา 90 กิโลเมตร ไปตามเส้นทางสายพะเยา-ดอกคำใต้ –จุน-เฃียงคำ และห่างจากอำเภอเชียงคำไปตามทางหลวงหมายเลข 1093 ประมาณ 20กิโลเมตร จากเชียงคำก่อนถึงโรงเรียนภูซางวิทยาคมเลี้ยวขวาเข้ามาผ่านที่ว่าการกิ่งอำเภอภูซาง หรือเดินทางจากจังหวัดเชียงราย-เทิง-เชียงคำ ระยะทาง 100 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข1021
 

วนอุทยานภูลังกา                     พะเยา

   สัมผัสทะเลหมอก ดอกไม้ป่า พิชิตภูลังกา ภูนม ชมอาทิตย์ขึ้นลง เข้าดงก่อโบราณ กังวาลเสียง
   นก น้ำตกสวยใส ประทับใจดอกโคลงเคลงดอยภูลังกา ภาษาชาวเขาเผ่าเมี่ยน เรียกว่า "ฟินจา
   เบาะ" หมายความว่า "ภูเทวดา" เป็นยอดดอยที่สวยงามมีความสูง 1,720 เมตร จากระดับน้ำ
   ทะเลปานกลาง สูงที่สุดในเทือกเขาสันปันน้ำ ไทย-ลาว ด้านทิศเหนือ มีพื้นที่ประมาณ 7,800 ไร่
   ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลผ่าช้าง อ.ปง จ.พะเยา สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นป่าดิบเขา เป็นต้นกำเนิด
   ของแม่น้ำยม มีต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวนมากชมทะเลหมอกดวงอาทิตย์ขึ้นลง และดอกไม้ป่าสวย
   งาม โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาว มีถ้ำหลบภัยของ ผกค.ในอดีต มีน้ำตกสวยงาม
   นอกจากนี้ยังมีพันธุ์ไม้หายากเช่น ต้นชมพูภูพาน เนียมแดง เอื้องสีตาล เทียนธารา สัตฤาษี เป็น
   ต้น สำหรับสัตว์ป่ามีจำนวนมากกว่า 100 ชนิด เช่น เสือโคร่ง หมี กวาง เก้ง หมูป่า งูจงอาง ผีเสื้อ
   เป็นต้น สำหรับนกป่าประจำถิ่นและนกอพยพ ซึ่งสวยงามมีมากกว่า 200 ชนิด เช่น นกพญาไฟ นก
   เป้า เป็นต้น จึงเป็นแหล่งดูนกที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ลักษณะภูมิอากาศในช่วงฤดูหนาวอากาศเย็น อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด 7 องศา สูงสุดเฉลี่ย 35 องศามีฝนตกชุกในช่วงฤดูฝน
แหล่งท่องเที่ยว ในวนอุทยานภูลังกา
ยอดดอยภูลังกา มีความสูงประมาณ 1,720 เมตร สามารถเฝ้าชมวิวทะเลเมฆและทะเลหมอก ดอกไม้ป่า ชมอาทิตย์ขึ้นลงท่ามกลางทะเลภูเขาสวยงามมาก นอกจากนี้ยังสามารถสัมผัสอากาศสดชื่นเย็นสบายตลอดปี

ยอดดอยภูนม มีความสูงประมาณ 1,600 เมตร สามารถชมวิวได้ 360 องศา นอกจากนี้สามารถใช้มุมมองในลักษณะรูปร่างจินตนาการได้ถึง 3 มิติ คือคล้ายกำแพงเมืองจีนคล้ายลิงกอริลล่าและคล้ายนมสาว

ทุ่งดอกโคลงเคลง ต้นเอนอ้า หรือบานอ้า ภาษาคำเมืองเรียก ต้นดอกข้าวจี่ ภาษาม้ง เรียกว่า จื๋อจั่วท้ง ภาษาเย้า เรียก ต้นกงุ้งซัง เป็นไม้พุ่มดอกสีม่วง มีลักาณะสวยงามออกดอกบานสะพรั่ง ในช่วงปลายฝนต้นหนาว และช่วงเทศกาลสงกรานตขึ้นรวมกันเป็นทุ่งกว้าง และกระจัดกระจายทั่วไปในวนอุทยานภูลังกา การใช้ประโยชน์ รากของต้นโคลงเคลงมีรสขม มีสรรพคุณบำรุงกำลัง บำรุงธาตุ บำรุงดี บำรุงตับและไต แก้อ่อนเพลีย

ข่าดอกสีแดง ออกดอกบานสะพรั่งในช่วงเดือนกรกฎาคม โดยขึ้นกระจายทั่วไปบนดอยภูลังกาและดอยภูนม ลักษณะช่อดอกทรงกระบอกยาวประมาณ 30 ซม.
น้ำตกภูลังกา เป็นน้ำตกน้ำใสเย็นมี 2 ชั้น โดยชั้นที่ 1 มีความสูง 30 เมตร และชั้นที่ 2 สูง 20 เมตร มีความสวยงามในช่วงฤดูฝน

ลานหินล้านปี มีสภาพเป็นลานหินบนสันดอยภูลังกา มีมอสเกาะตามหินโดยมีดอกไม้ป่า ขึ้นกระจัดกระจาย เช่น ต้นบีโกเนีย กล้วยไม้ป่า ชมพูพูพาน โคลงเคลง เทียนป่า และตาเหินไหว เป็นต้น สวยงามมากข่วงปลายฝนต้นหนาว

หินแยงฟ้า เป็นแท่งหินยื่นโผล่ขึ้นไปบนฟ้าอยู่ปลายสุดของยอดดอยภูลังกา

ป่าก่อโบราณ เป็นสภาพป่าดิบเขาที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีพันธุ์พืชสมุนไพรและต้นก่อขนาดใหญ่จำนวนมาก นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมพันธุ์พืชดอกไม้ป่ากล้วยไม้ป่า และชมนกได้อย่างสนุกตื่นเต้นโดยเฉพาะช่วยปลายฝนต้นหนาว

ร่องรอยตำนาน ผกค.ในอดีต ดอยภูลังกาในอดีตเป็นฐานที่มั่นของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์มีสนามเพลาะ, หลุมระเบิด และถ้ำหลบภัยหลงเหลือให้ได้ดูชม
ห้องเรียนธรรมชาติ
- ได้จัดให้มีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติจำนวน 2 เส้นทาง ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร
- จัดแสดงสงวนพันธุ์พืชสมุนไพร ไว้ให้ได้ศึกษาหาความรู้
- สวนว่านตามตำราโบราณให้ได้ศึกษาหาชมซึ่งปัจจุบันหาชมได้ยากยิ่ง เดือนมิถุนายน-สิงหาคมเป็นช่วงที่ว่านมีความสวยงาม
- สวนพันธุ์ไม้ในวรรณคดีไทย
- สวนพันธุ์ไม้ประจำวันเกิด
- สวนพันธุ์กล้วยไม้ป่าของไทย พันธุ์แท้สลับกันออกดอกตลอดทั้งปี
ห้องเรียนธรรมชาติของวนอุทยานภูลังกา จะเป็นที่ศึกษาหาความรู้ของต้นพันธุ์ไม้ต้นจริงที่ไม่ใช่ในรูปภาพ หรือจินตนาการจากข้อเขียนตามหนังสือ อันจะทำให้ผู้ที่ต้องการศึกษาพันธุ์พืชของจริงได้ดูชม และเกิดความรักต้นไม้รักธรรมชาติ พันธุ์ไม้ป่าหายาก ตามเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติในวนอุทยาน จะพบความแปลกกับพันธุ์ไม้หายาก ที่ขึ้นตามธรรมชาติ เช่น ต้นชมพูภูพาน เนียมแดง เหมือดคนแดง สัตฤาษี เทียนธารา ตาเหินไหว ผักเผ็ดข้าวก่ำ เป็นต้น
ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก วนอุทยานภูลังกามีบ้านพัก, ลานกางเต็นท์, เส้นทางปั่นจักรยาน, เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ชมนก ชมป่าธรรมชาติ สำหรับที่พักและลานกางเต็นท์ มีจำนวนจำกัด ควรติดต่อกับวนอุทยานภูลังกาล่วงหน้าก่อนตั้งโปรแกรมการเดินทาง

วนอุทยานภูลังกา ต.ผาช้างน้อย อ.ปง จ.พะเยา โทร. 0 1883 0307
สำนักบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 ถ.สิงหไคล ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย 57000 โทร. 0 5371 1402
ข้อจำกัดของวนอุทยานภูลังกา
1. เส้นทางรถยนต์ในเขตวนอุทยานเป็นทางดินแดงขึ้นเขาสูงแคบชั้นโค้งคดเคี้ยว ขึ้นได้เฉพาะกับรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น
2. รถยนต์ธรรมดาสามารถขึ้นได้ถึงห้องเรียนธรรมชาติของวนอุทยานภูลังกาและสามารถเดินป่า ตามเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ
3.ในเขตวนอุทยานไม่มีไฟฟ้าควรจัดเตรียมอุปกรณ์ส่องสว่างให้พร้อม
4. ในเขตวนอุทยานห้ามทิ้งขยะนักท่องเที่ยวต้องนำขยะกลับออกไปทิ้งที่บ้าน
5. อาหารและอุปกรณ์พักแรมควรเตรียมไปให้พร้อม
6.วนอุทยานภูลังกาเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ถึง 18.00 น.

การเดินทาง
จากจังหวัดพะเยา เดินทางมาตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1021 ผ่านอำเภอดอกคำใต้ อำเภอจุน และจนถึงอำเภอเชียงคำ เปลี่ยนเส้นทางไปใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1148 ระยะการเดินทางจากจังหวัดพะเยาถึงวนอุทยานภูลังกาประมาณ 120 กิโลเมตร
จากจังหวัดเชียงราย เดินทางมาตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1020 ผ่านอำเภอเทิง มาจนถึงอำเภอเชียงคำ เปลี่ยนเส้นทางไปใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1148 ระยะการเดินทางประมาณ 140 กิโลเมตร
การเดินทางขึ้นไปวนอุทยานภูลังกา จากอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1148 ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร จะถึงเส้นทางแยกเข้าวนอุทยานภูลังกา เดินทางขึ้นเขาอีกประมาณ 10 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการสำนักงานวนอุทยานภูลังกา
- ยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทาง ควรเป็นรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ถึงจะขึ้นถึงยอดดอยภูลังกาได้สะดวกปลอดภัย
- ผู้ที่ไม่มีรถขับเคลื่อน 4 ล้อ สามารถขึ้นได้โดยจ้างเหมารถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ของชุมชนได้ตรงปากทางขึ้นวนอุทยานภูลังกา


ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า                    พะเยา

   เริ่มดำเนินงานเมื่อ พ.ศ.2530 ในเขตหมู่บ้านปางค่า ต.ผาช้างน้อย เพื่อส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรมี
   รายได้เพิ่มขิ้นและป้องกันปัญหาการบุกรุกทำลายป่า ตลอดจนส่งเสริมคุณภาพชีวิตของราษฎรให้
   ดีขึ้น พื้นที่เป็นภูเขาและเนินเขา อุณหภูมิเฉลี่ย 25.8 องศาเซลเซียส ประชากรประกอบด้วยชนเผ่า
   ม้ง และเผ่าเย้า ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า ได้จัดทำแปลงสาธิต เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้า
   เยี่ยมชมกิจกรรมภายในศูนย์ฯ ประกอบด้วยชมแปลงสาธิตพืชผัก ไม้ดอก ไม้ผล ภายในโครงการฯ
   มีบริการบ้านพัก 3 ห้อง ราคา 800 บาท ติดต่อจองห้องพักได้ที่ แผนกประขาสัมพันธ์ มูลนิธิ
   โครงการหลวง โทร. 0 5381 0765-8 ต่อ 108 ดูข้อมูลเกี่ยวกับมูลนิธิโครงการหลวงได้ที่
   http://www.doikham.com
   การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 1148 ถนนสายเชียงคำ-น่าน และเลี้ยวซ้ายที่ กม. 90 ตรงไป
   ตามถนน รพช.ประมาณ 5 กิโลเมตร

 

การเดินทางไปจังหวัดพะเยา



รถยนต์ สามารถเดินทางได้หลายเส้นทาง

    ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเซีย) ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี นครสวรรค์ เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1 ที่นครสวรรค์ ผ่านอำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร ตาก ผ่านอำเภอเถิน อำเภอสบปราบ อำเภองาว จังหวัดลำปาง เข้าสู่ตัวเมืองพะเยา ระยะทาง 969 กิโลเมตร
    ใข้ทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเซีย) ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี นครสวรรค์ เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 117 จนถึงพิษณุโลก แยกซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 12 ไปจนถึงสุโขทัย เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 101 ผ่านอำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 103 ผ่านอำเภอร้องกวาง เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านอำเภองาว เข้าสู่ตัวเมืองพะเยา ระยะทาง 782 กิโลเมตร
    สามารถเดินทางเป็นวงรอบได้โดยใช้เส้นทางกรุงเทพฯ -นครสวรรค์-พิษณุโลก-สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-เด่นชัย-แพร่-ร้องกวาง-พะเยา ระยะทาง 782 กิโลเมตร ขากลับใช้เส้นทางพะเยา-เชียงราย-แม่สรวย-เวียงป่าเป้า-ดอยสะเก็ด-เชียงใหม่— ลำปาง-ตาก-กรุงเทพฯ ระยะทาง 966 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง

รถไฟ    

จากสถานี รถไฟหัวลำโพงสามารถนั่งรถไฟสายเหนือลงที่ลำปาง หรือเชียงใหม่ แล้วต่อรถโดยสารไปจังหวัดพะเยา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร.1690, 0 2223 7010, 0 2223 7020 หรือ www.railway.co.th

รถโดยสารประจำทาง    

บริษัท ขนส่ง จำกัด มีรถโดยสารปรับอากาศและรถธรรมดาออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ ถนนกำแพงเพชร 2 สอบถามได้ที่ โทร. 0 2537 8055, 0 2936 2852-66 หรือwww.transport.co.th บริษัท ขนส่ง จำกัด พะเยา โทร. 0 5443 1363 สำหรับรถเอกชนติดต่อบริษัท สยามเฟิร์สทัวร์ โทร. 0 2954 3601, 0 5443 1865 สมบัติทัวร์ โทร. 0 2936 2495-9, 0 5424 6503จากเชียงใหม่มีรถโดยสารประจำทางทั้งธรรมดา และปรับอากาศไป-กลับพะเยาทุกวัน ตั้งแต่ 06.00-17.30 น. รถออกทุกๆ ครึ่งชั่วโมง สอบถามได้ที่บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด โทร. 0 5324 6503

เครื่องบิน    

บริษัท การบินไทย จำกัด ไม่มีเครื่องบินบินตรงไปจังหวัดพะเยา ต้องใช้เที่ยวบินกรุงเทพฯ -เชียงราย หรือกรุงเทพฯ – แพร่ จากนั้นต้องเช่าเหมารถมายังจังหวัดพะเยา สอบถามเที่ยวบินได้ที่ 1566, 0 2280 0060, 0 2628 2000, 0 2356 1111 หรือwww.thaiairways.com
หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญในจังหวัดพะเยา

    ตำรวจทางหลวง โทร. 1193
    ที่ว่าการอำเภอเมือง โทร. 0 5443 1390
    เทศบาลเมือง โทร. 0 5443 1350
    ประชาสัมพันธ์จังหวัด  โทร. 0 5448 1704, 0 5441 1428
    หอการค้าจังหวัด โทร. 0 5448 3903
    สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว โทร. 0 5441 2699
    โรงพยาบาลพะเยา โทร. 0 5441 0501-11
    สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมือง โทร. 0 5443 1143, 0 5443 1888
    ตำรวจท่องเที่ยวเชียงราย  โทร. 0 5371 7779, 0 5371 7796, 1155
    สถานีขนส่งจังหวัด โทร. 0 5443 1488

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

@ ค้นหาที่พัก รีสอร์ท โรงแรม และร้านอาหาร ทั่วประเทศที่  http://www.resortdd.com/

 


      9 ส.ค. 2555   เวลา :    15:14   จำนวนผู้อ่าน :    3299   

 
ร้านอาหารแนะนำ