resort, รีสอร์ท, ที่พัก
 
 
 
 
 
 
 


ที่พักภาคเหนือ
เชียงราย
เชียงใหม่
กำแพงเพชร
ตาก
นครสวรรค์
น่าน
พะเยา
พิจิตร
พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
แพร่
แม่ฮ่องสอน
ลำปาง
ลำพูน
สุโขทัย
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กาฬสินธุ์
ขอนแก่น
ชัยภูมิ
นครพนม
นครราชสีมา
บุรีรัมย์
บึงกาฬ
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุบลราชธานี


ที่พักภาคกลาง
กรุงเทพมหานคร
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นนทบุรี
ปทุมธานี
ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
เพชรบุรี
ราชบุรี
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สระแก้ว
สระบุรี
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
อยุธยา
อ่างทอง


ที่พักภาคตะวันออก
ชลบุรี, พัทยา
ระยอง
จันทบุรี
ตราด


ที่พักภาคใต้
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา
พัทลุง
ภูเก็ต
ยะลา
ระนอง
สงขลา
สตูล
สุราษฎร์ธานี

Link เพื่อนบ้าน
หอพัก
หอพัก
ห้องพัก





โอนิซึกะ, onitsuka, onitsuka tiger
Bangkok Dating, Thailand Matchmaker, Thailand Dating, Bangkok Matchmaker, dating bangkok, dating thailand, thai dating, online dating, single thai girls, thai women, dating service, speed dating, บริการหาคู่, บริษัทจัดหาคู่, หาคู่, หาแฟน, หาเพื่อน, จัดหาคู่, จับคู่, แม่สื่อ, ธุรกิจหาคู่
ถุงจัมโบ้, พาเลท

แนะนำรีสอร์ท, ห้องพัก, ที่พัก, บ้านพัก สำหรับพักผ่อนยามท่องเที่ยว


ที่พักเชียงราย ที่พักจังหวัดเชียงราย โรงแรมเชียงราย โรงแรมจังหวัดเชียงราย รีสอร์ทเชียงราย รีสอร์ทจังหวัดเชียงราย เกสเฮ้าส์จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงราย ( CHIANGRAI ) สถานที่ท่องเที่ยวเชียงราย ท่องเที่ยวเชียงราย ศูนย์รวมรีสอร์ทจังหวัดเชียงราย แหล่งรวมที่พักจังหวัดเชียงราย RESORT CHIANGRAI ร้านอาหารเชียงราย THAILAND CHIANGRAI HOTEL RESORTDD.COM

จังหวัดเชียงราย  ( CHIANGRAI )

เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา ล้ำค่าพระธาตุดอยตุง



                 จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ทางด้านเหนือสุดของไทย สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงในทวีปตอนเหนือ (North Continental Highland) พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา ป่าไม้และเทือกเขาสูง มีพื้นที่ราบสูงเป็นหย่อมๆ ในเขตอำเภอแม่สรวย เวียงป่าเป้า และเชียงของ บริเวณเทือกเขาจะมีความสูงประมาณ 1,500 - 2,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล ถือเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของภาคเหนือ ซึ่งได้แก่ แม่น้ำสาย แม่น้ำคำ แม่น้ำกก แม่น้ำลาว และแม่น้ำปิง จังหวัดเชียงรายได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมจากทะเลน้อยมาก  และยังอยู่ใกล้ทางตอนใต้ของจีนเป็นผลให้ฤดูร้อนกับฤดูหนาวมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก คือ ประมาณเดือนธันวาคมของทุกปีอุณหภูมิจะต่ำมาก เฉลี่ยประมาณ 8.7 องศาเซลเซียส และในเดือนเมษายนจะมีอุณหภูมิค่อนข้างสูง โดยใน พ.ศ. 2541 มีอุณหภูมิสูงถึง 36.4 องศาเซลเซียส

               จังหวัดเชียงราย มีพื้นที่เป็นป่าไม้ประมาณร้อยละ 32 อยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติ 3 แห่ง วนอุทยาน 27 แห่ง ติดต่อกับแม่น้ำโขงเป็นระยะทาง 90 กิโลเมตร มีสถานที่สวยงามตามธรรมชาติ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างชื่อเสียงให้เชียงราย มากมายหลายแห่ง เช่น อุทยานแห่งชาติขุนแจ มีเส้นทางเดินป่าที่ ดอยมด ดอยผาโง้ม โดยเฉพาะที่ ดอยลังกา พบกับป่าดิบเขาที่อุดมสมบูรณ์ มีต้นกุหลาบพันปีที่จะออกดอกบานสะพรั่ง ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม  น้ำตกแม่โถ น้ำตกขุนแจ ก็มีความสวยงามน่าเที่ยวชม อุทยานแห่งชาติดอยหลวง  มีเส้นทางเดินป่าดอยหนอกใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 10 ชั่วโมง เพื่อไปชมโบราณสถานที่ครูบาศรีวิชัยเป็นผู้สร้างไว้ ชมพันธุ์ไม้ กล้วยไม้ป่า ที่หายาก นก ผีเสื้อ และแมลงต่างๆ ชมทิวทัศน์บริเวณกว๊านพะเยา และชมดวงอาทิตย์ขึ้นยามเช้าในสภาพอากาศที่หนาวเย็นปกคลุมด้วยม่านหมอก มีน้ำตกสวยๆหลายแห่ง  อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามทั้งน้ำตก บ่อน้ำร้อน และทัศนียภาพที่สวยงามของลำน้ำกก และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติสำหรับผู้ที่สนใจในบริเวณวนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์

                ที่ เชียงราย บริเวณที่ราบลุ่มของแม่น้ำกก เป็นศูนย์กลางที่สำคัญของชนชาติไทยและอารยธรรมไทย ตั้งแต่ก่อนพ.ศ. 1800 ร่องรอยที่เป็นรูปธรรมของสังคมและอารยธรรมไทยลุ่มน้ำกก ได้แก่ ซากเมืองโบราณ ที่มีอยู่บนสองฝั่งแม่น้ำกก เท่าที่ค้นพบในปัจจุบันมีซากเมืองโบราณถึง 27 เมือง ตั้งแต่อำเภอฝางซึ่งเป็นต้นแม่น้ำกก จนถึงเมืองเชียงแสน เป็นหลักฐานว่าได้มีชนชาติไทยชุมนุมกันตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณแม่น้ำกกอย่างหนาแน่น และได้ขยายตัวมีการสร้างบ้านแปงเมืองกันมาตลอด ทุกวันนี้เชียงรายจึงมีโบราณสถาน ศาสนสถาน ที่บ่งบอกถึงร่องรอยอารยธรรมแต่เก่าก่อนปรากฎอยู่หลายแห่งด้วยกัน เช่นพระธาตุดอยตุง วัดพระแก้ว วัดพระธาตุผาเงา วัดพระธาตุจอมกิตติ วัดพระบาทดอยทอง  ในขณะที่สถานที่สำคัญที่สร้างขึ้นในยุคหลังๆ ก็มีความสวยงามน่าสนใจ พระตำหนักดอยตุง วัดร่องขุ่น ไร่แม่ฟ้าหลวง พิพิธภัณฑ์อูบคำ สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง ด้วยความพร้อมของทรัพยากรท่องเที่ยวของเชียงราย ทำให้เชียงราย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของไทย จะมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวเชียงรายกันทุกวัน ยิ่งในช่วงหน้าหนาว เชียงรายจะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว ที่มาสัมผัสความหนาวเย็น และชมธรรมชาติที่สวยงาม ที่เมืองเจียงฮายแห่งนี้



ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดเชียงราย



วัดร่องขุ่น

   ตั้งอยู่ในเขตตำบลคลองลานพัฒนา ตำบลคลองน้ำไหล ตำบลโป่งน้ำร้อน และตำบลสักงาม อยู่ห่างจาก
   ตัวจังหวัด ประมาณ 65 กม. ออกแบบและก่อสร้าง โดยอาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เมื่อ พ.ศ. 2540
   โดย บนพื้นที่เดิมของวัด 3 ไร่ และขยายออกเป็น 12 ไร่ อุโบสถ ประดับกระจกสีเงินแวววาววิจิตรงด
   งามแปลกตา ภายในอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง โดยเฉพาะภาพพระพุทธองค์หลังพระประธานซึ่งเป็น 
   ภาพที่ใหญ่งดงามมาก อ่านต่อ








หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ

   หอฝิ่นอุทยานสามเหลี่ยมทองคำ ตั้งอยู่ในพื้นที่ประมาณ 250 ไร่ ห่างจากอำเภอเชียงแสนประมาณ
   10 กิโลเมตร ตัวอาคารล้อมรอบด้วยสวนอันสวยงาม เป็นศูนย์นิทรรศการแสดงประวัติความเป็นมาของ
   ฝิ่น เมื่อสมัยที่มีการใช้กันอย่างถูกกฏหมายและผลกระทบของการเสพติดฝิ่น อีกทั้งยังทำหน้าที่ศูนย์
   ข้อมูลเพื่อการค้นคว้าวิจัยและการศึกษาต่อเนื่อง ในหัวข้อฝิ่น สารสกัดจากฝิ่นในรูปแบบต่างๆและยา
   เสพติดอื่นๆ

    หอฝิ่นจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ ระหว่างเวลา 08.30-16.00 น. ค่าเข้า
    ชมบุคคลทั่วไป ต่างชาติ 300 บาท คนไทย 200 บาท ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 50 บาท เด็กอายุ12-18
   ปี 50 บาท (เฉพาะคนไทย)เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ฟรี รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ อุทยานสามเหลี่ยม
   ทองคำ โทร. 0 5378 4444-6 เว็บไซต์ http://www.goldentrianglepark.com


วัดพระธาตุเจดีย์หลวง

   ตั้งอยู่ติดกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน สร้างโดยพระเจ้าแสนภูเมื่อประมาณกลางพุทธ
   ศตวรรษที่ 19 โบราณสถานประกอบด้วย เจดีย์ประธานทรงระฆังแบบล้านนา เป็นเจดีย์ใหญ่ที่สุดใน
   เชียงแสน นอกจากนี้ยังมีพระวิหารที่เก่ามากซึ่งพังทลายเกือบหมดแล้ว และเจดีย์รายแบบต่างๆ 4
   องค์








ทะเลสาบเชียงแสน หรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย

   มีเนื้อที่ทั้งหมด 2,711 ไร่ ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เมื่อปี พ.ศ. 2528 เดิมเป็นเพียงหนองน้ำ
   ขนาดเล็ก จนมีการสร้างฝายกั้นทางน้ำ ทำให้น้ำเอ่อล้น จนเกิดเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ ในฤดู
   หนาวจะมีอากาศเย็นสบายและหมอกลอยปกคลุมทั่วไป ทะเลสาบเขียงแสนยอังเป็นแหล่งดูนกที่มี
   ชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะนกเป็ดน้ำที่ย้ายถิ่นเข้ามาในช่วงฤดูหนาว หลายชนิดเป็นนกหายาก เช่น
   เป็นแมนดาริน เป็ดเทาก้านดำ เป็ดเบี้ยหน้าเขียว เป็ดหัวเขียว เป็นต้น บริเวณทะเลสาบมีรีสอร์ท
   เอกชนให้พักหลายแห่ง

    การเดินทาง จากตังเมืองเชียงแสน ใช้ทางหลวงหมายเลข 1016 ประมาณ 5 กิโลเมตร เลี้ยวซ้าย
   ที่กิโลเมตรที่ 27 เข้าไปอีก 2 กิโลเมตร หรือนั่งรถโดยสารจากเชียงราย ไปอำเภอเชียงแสนแล้วต่อ
   รถสามล้อเครื่อง


สบรวก (สามเหลี่ยมทองคำ)

   อยู่ห่างจากอำเภอแม่สาย ๒๘ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๑๒๙๐ เป็นบริเวณที่แม่น้ำโขง
   และแม่น้ำรวกมาบรรจบกัน หรือที่เรียกว่า สบรวก เป็นพรมแดนระหว่างประเทศไทย ลาว พม่า
   บริเวณนี้เคยมีการค้าฝิ่น โดยแลกเปลี่ยนกับทองคำ ทิวทัศน์ของแม่น้ำโขงบริเวณนี้มีความงดงาม
   โดยเฉพาะยามเช้าที่ดวงอาทิตย์ขึ้น ท่ามกลางสายหมอกด้านฝั่งพม่า และลาว นักท่องเที่ยวนิยมนั่ง
   เรือเที่ยวชมทิวทัศน์จุดบรรจบของพรมแดนไทย ลาว และพม่า ค่าเช่าเรือประมาณ ๓๐๐–๔๐๐
   บาท นั่งได้ ๖ คน ถ้าต้องการนั่งชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำโขงไปไกลถึงเชียงแสนและเชียงของ ก็
   สามารถหาเช่าเรือได้ แต่ค่าเรือขึ้นอยู่กับระยะทางใกล้ไกล นักท่องเที่ยวที่สนใจล่องแม่น้ำโขงไป
   เที่ยวทางตอนใต้ของประเทศจีน เช่น สิบสองปันนา คุนหมิง สามารถติดต่อกับบริษัทนำเที่ยวใน
   จังหวัดเชียงรายได้ หากต้องการจะชมทิวทัศน์มุมกว้างของสามเหลี่ยมทองคำบริเวณสบรวกและ
   เพื่อนบ้าน ต้องขึ้นไปบนดอยเชียงเมี่ยง ที่อยู่ริมแม่น้ำโขง อ่านต่อ


ดอยผาตั้ง

   เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาดอยผาหม่น ซึ่งเป็นเทือกเขาแนวพรมแดนไทย-ลาว สูง 1,800 เมตร
   จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ดอยผาตั้งถือเป็นเป็นจุดชมวิวไทย-ลาว และทะเลหมอกที่สวยงาม
   ไม่แพ้ภูชี้ฟ้า รถยนต์สามารถขึ้นเกือบถึงจุดชมวิวบริเวณเนินร้อยสามได้ บนจุดชมวิวจะเป็นแนวเขา
   ซึ่งชมวิวได้ตลอดแนว นอกจากนั้นบนดอยยังมีจุดที่น่าสนใจ คือ ผาบ่อง ประตูสยามสู่ลาว เป็น
   ช่องหินขนาดใหญ่คนเดินลอดได้อยู่ในแนวหน้าผา มองเห็นทิวทัศน์ประเทศลาวได้ ช่องเขาขาด
   เป็นช่องเขาที่หินขาดจากกันมองเห็นแม่น้ำโขงพาดผ่านตรงช่องเขาขาดพอดี โดยเฉพาะช่วงเดือน
   ธันวาคมถึงมกราคม ดอกนางพญาเสือโคร่งและดอกเสี้ยวจะบานสะพรั่งงดงาม เป็นที่ตั้งของหมู่
   บ้านชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า โดยเฉพาะจีนฮ่อนั้น อดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของกองพล 93 ซึ่งอพยพเข้า
   มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ดอยผาตั้งนี้ และด้วยอากาศที่หนาวเย็นเหมาะแก่การทำการปลูกพืชเมืองหนาว
   ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนดอยผาตั้งจึงทำอาชีพเกษตร ปลูกบ๊วย ท้อ สาลี่ แอปเปิ้ล และชา ซึ่งจะให้
   ผลผลิตมากในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ทำ
   ให้เกิดการกระจายรายได้แก่ท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี บนดอยผาตั้ง มีที่พัก สถานที่กางเต็นท์และร้านอาหาร สามารถไปเที่ยวได้ตลอดปี

การเดินทาง
จากจังหวัดเชียงราย ใช้เส้นทางเชียงราย-เวียงชัย –พญาเม็งราย –บ้านต้า (ทางหลวงหมายเลข 1233, 1173 และ 1152) 50 กิโลเมตร บ้านต้า-บ้านท่าเจริญ (ทางหลวง 1020 ) 45 กิโลเมตร บ้านท่าเจริญ-เวียงแก่น-ปางหัด (ทางหลวงหมายเลข 1155 ) 17 กิโลเมตร และปางหัด-ดอยผาตั้ง อีก 15 กิโลเมตร สภาพเส้นทางบางช่วงสูงชัน

ดอยแม่สลอง

   ดอยแม่สลอง ตำบลแม่สลองนอกมีลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง มีเทือกเขาสลับซับ 
  ซ้อน และมีที่ราบระหว่างเชิงเขา มีระดับความสูงของสันเขา 950-1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเล
   ปานกลาง ด้วยสภาพที่ตั้งและภูมิประเทศดังกล่าวเป็นปัจจัยเอื้ออำนวยให้มีทรัพยากรธรรมชาติ
   และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมชนเผ่าอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งจีนฮ่อ เย้า อาข่า ลาหู่ ไทยใหญ่
   บริเวณหมู่บ้านสันติคิรี เป็นชุมชนผู้อพยพจากกองพล 93 ซึ่งอพยพจากประเทศพม่าเข้ามาในเขต
   ไทย จำนวนสองกองพันคือ กองพันที่ 3 เข้ามาอยู่ที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และกองพันที่ 5  
   อยู่ที่บ้านแม่สลองนอก ตั้งแต่ปี 2504 ในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ดอกนางพญาเสือโคร่ง
   ซึ่งเป็นซากุระพันธุ์ที่เล็กที่สุด สีชมพูอมขาว จะบานสะพรั่งตลอดแนวทางขึ้นดอยแม่สลอง เป็น
   พันธุ์ไม้ที่หาชมได้ยากในเมืองไทย เพราะจะเจริญเติบโตอยู่แต่เฉพาะในภูมิอากาศหนาวจัดเท่า

   นั้น และที่ดอยแม่สลองนี้ยังเป็นแหล่งปลูกชาจีนที่มีคุณภาพของภาคเหนืออีกด้วย มีทั้งชาอู่หลง
   ก้านอ่อน ชาโสม และชาเขียว

การเดินทาง
อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอแม่ฟ้าหลวงประมาณ 65 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดเชียงรายประมาณ 67 กิโลเมตร
ใช้เส้นทางเชียงราย-แม่จัน เลยจากอำเภอแม่จันไป 1 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายไป 12 กิโลเมตร ถึงศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาเลยจากศูนย์ฯ ไป 11 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านผาเดื่อ ซึ่งเป็นจุดแวะชมและซื้อหัตถกรรมชาวเขา จากนั้นเดินทางจากบ้านเย้าถึงบ้านอีก้อสามแยก ทางขวาไปหมู่บ้านเทอดไทย ส่วนแยกซ้ายไปดอยแม่สลอง ระยะทาง 18 กิโลเมตร รวมระยะทางจากเชียงราย 42 กิโลเมตร เป็นทางลาดยางตลอดสาย และจากดอยแม่สลองมีถนนเชื่อมต่อไปถึงบ้านท่าตอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ระยะทาง 45 กิโลเมตร ในกรณีไม่ได้ขับรถมาเองให้ขึ้นรถประจำทางจากตัวเมืองเชียงรายไปต่อรถสองแถว ที่ปากทางขึ้นดอยแม่สลอง

จุดน่าสนใจและกิจกรรมบนดอยแม่สลอง - ชมไร่ชาและศึกษาวิธีการผลิตชา ขี่ม้าชมทิวทัศน์รอบหมู่บ้านอาข่า (หมู่บ้านเจียงจาใส) และอนุสรณ์ชาวไทยเชื้อสายจีน
ติดต่อ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่สลองนอก โทร. 0 5376 5129

ดอยหัวแม่คำ

   จากเชียงรายใช้เส้นทางเดียวกับทางขึ้นดอยแม่สลอง แต่เมื่อเดินทางถึงบ้านอีก้อสามแยกแล้ว
   แยกเข้าเส้นทางที่ไปบ้านเทอดไทยจากนั้นจะพบทางแยกอีกครั้ง ให้เลี้ยวซ้ายเข้าบ้านห้วยอิ้น
   ระหว่างทางจะผ่านหมู่บ้านชาวเขาซึ่งตั้งอยู่เป็นระยะ บ้านหัวแม่คำอยู่เกือบสุดชายแดนพม่า
   เส้นทางเป็นทางลูกรังคดโค้งไปตามทิวเขา ใช้เวลาเดินทางราว 3 - 4 ชั่วโมง ดอยหัวแม่คำ
   เป็นที่ตั้งหมู่บ้านชาวเขาขนาดใหญ่ ประกอบด้วยเผ่าลีซอ เป็นกลุ่มชนส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังมี
   อีก้อ ม้งและมูเซอ ในช่วงเวลาซึ่งตรงกับตรุษจีนของทุกปี ชาวลีซอจะจัดงานประเพณีกินวอ ซึ่ง
   เปรียบเสมือนวันขึ้นปีใหม่ ในวันนั้นชาวลีซอจะแต่งกายสวยงาม มีการกินเลี้ยง เต้นระบำ เป็น 7
   วัน 7 คืน และในเดือนพฤศจิกายนจะเป็นช่วงที่ดอยหัวแม่คำงดงามไปด้วยดอกบัวตอง สีเหลือง
   สดใสสะพรั่งอยู่ทั่วไปตามแนวเขา นักท่องเที่ยวที่ต้องการพักบนดอยหัวแม่คำ มีบ้านพักและ
   เต็นท์ให้บริการ หรือจะนำเต็นท์มาเองก็ได้ สอบถามข้อมูลติดต่อ เกษตรที่สูงหัวแม่คำ โทร.
   0 5491 8101, 0 1993 0325 อ่านต่อ

พระตำหนักดอยตุงและสวนแม่ฟ้าหลวง

   เชียงราย อารยนครอายุกว่า 700 ปี มีมนต์เสน่ห์ล้ำลึกของวัฒนธรรมล้านนา กลมกลืนกันอยู่ใน
   โอบล้อมของผืนป่า ที่เริ่มคืนความเขียวชะอุ่มภายหลังเกิดโครงการพัฒนาดอยตุงฯ กว่า 30 ปีที่
   ผ่านมาด้วยพระบารมีของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ชาวเขาและชาวพื้นราบใน
   บริเวณรายรอบดอยตุง ยอดสูงสุดของดอยนางนอน พรมแดนไทย-พม่า ได้เปลี่ยนวิถีจากการ
   ปลูกและเสพฝิ่น ถางป่าตัดไม้ และทำไร่เลื่อนลอย หันมาทำเกษตร ปลูกพืชผักเมืองหนาว ทำ
  ไร่กาแฟและแมคคาเดเมีย สร้างผลงานเย็บปักถักทอที่เชื่อมต่อวัตถุดิบพื้นถิ่น และหัตถศิลป์พื้น
  เมืองสู่การใช้งานในชีวิตประจำวันแบบสากล ในขณะที่กลุ่มชน 30 ชาติพันธุ์ ยังคงอาศัยอยู่
  อย่างสงบ ตามไหล่เขาและบนดอยสูง แนบแน่นอยู่กับประเพณีดั้งเดิมของตน โดยไม่ถูก
  วัฒนธรรมเมืองกลืนกิน



พระธาตุดอยตุง

   ตั้งอยู่บริเวณ กม. ที่ 17.5 ของทางหลวงหมายเลข 1149 เป็นที่บรรจุพระรากขวัญเบื้องซ้าย
   (กระดูกไหปลาร้า) ของพระพุทธเจ้า นำมาจากมัธยมประเทศ นับเป็นครั้งแรกที่พระพุทธศาสนา
   ลัทธิลังกาวงศ์ ได้มาประดิษฐานที่ล้านนาไทย เมื่อก่อสร้างพระสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุนี้
   ได้ทำธงตะขาบ (ภาษาพื้นเมืองเรียกว่า ตุง) ใหญ่ยาวถึงพันวา ปักไว้บนยอดดอย ถ้าหากปลาย
   ธงปลิวไปไกลถึงเมืองไหน ก็จะกำหนดเป็นฐานพระสถูป เหตุนี้ดอยซึ่งเป็นที่ประดิษฐานปฐม
   เจดีย์แห่งล้านนาไทย จึงปรากฏนามว่า ดอยตุง พระธาตุดอยตุงเป็นปูชนียสถานที่สำคัญ เมื่อถึง
   เทศกาลนมัสการพระธาตุดอยตุงในวันเพ็ญเดือน 3 จะมีพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและเพื่อน
   บ้านจากประเทศใกล้เคียง เช่น ชาวเชียงตุงในรัฐฉาน ประเทศสหภาพพม่า ชาวหลวงพระบาง
  เวียงจันทน์ เดินทางเข้ามานมัสการทุกปี พระธาตุดอยตุงถือเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิด
  ปีกุน ที่นิยมมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล


วนอุทยานภูชี้ฟ้า

   เป็นส่วนหนึ่งของดอยผาหม่น อยู่ห่างจากดอยผาตั้ง 25 กิโลเมตร เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกและ
   พระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามราวภาพวาด ด้วยทิวทัศน์ของภูเขาสลับซับซ้อนดูกว้างไกล การจะเดิน
   ขึ้นไปชมทะเลหมอกควรจะขึ้นไปยอดภูตั้งแต่ฟ้ายังมืด เพราะเมื่อฟ้าเริ่มสว่างจะทำให้เห็นสาย
   หมอกค่อย ๆ ก่อตัวเป็นภาพต่าง ๆ ดูสวยงามราวกับมีช่างวาดฝีมือมาแต่งแต้ม สร้างความ
   ประทับใจไปอีกนาน ภูชี้ฟ้า มีลักษณะเป็นยอดเขาที่แหลมชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า อยู่สูงจากระดับ
   น้ำทะเลประมาณ 1,628 เมตร โดยมีหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว บนยอดภูชี้
   ฟ้าเป็นทุ่งหญ้ากว้าง แซมด้วยทุ่งโคลงเคลงที่มีดอกสีชมพูอมม่วง ซึ่งจะบานระหว่างเดือน
   กรกฎาคม-เดือนมกราคม การเดินทาง อยู่ห่างจากเชียงราย 111 &






อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช

   อยู่ที่ห้าแยกพ่อขุน พ่อขุนเม็งรายเป็นกษัตริย์องค์ที่ 25 แห่งราชวงศ์ลัวะจังคราช เป็นโอรสของ
   พญาลาวเม็ง และพระนางเทพคำขยาย หรือพระนางอั้วมิ่งจอมเมือง ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ แรม 9
  ค่ำ เดือนอ้าย ปีกุน พุทธศักราช 1782 เสด็จสวรรคตที่เมืองเชียงใหม่ใน พ.ศ.1854 พ่อขุนเม็ง
  รายได้สร้างเมืองเชียงรายขึ้นบนดอยทอง จากรากฐานเดิมที่เคยเป็นเมืองมาก่อน เมื่อ
  พ.ศ.1805 ทรงเป็นปฐมกษัตริย์ แห่งราชวงศ์เม็งราย และรวบรวมบ้านเล็กเมืองน้อยเข้าเป็น
   อาณาจักรล้านนาไทยจนเจริญรุ่งเรืองถึงปัจจุบัน  กู่พระเจ้าเม็งราย ตั้งอยู่หน้าวัดงำเมือง บน
   ดอยงำเมือง กู่นี้เป็นอนุสาวรีย์สำคัญแห่งหนึ่ง เพราะเป็นที่บรรจุอัฐิของพ่อขุนเม็งรายมหาราช
   ตามประวัติกล่าวว่าพระเจ้าไชยสงคราม ราชโอรสพระเจ้าเม็งราย เมื่อได้มอบราชสมบัติให้พระ
  เจ้าแสนภูราชโอรสขึ้นครองนครเชียงใหม่แล้ว พระองค์ได้นำอัฐิพระราชบิดามาประทับอยู่ที่เมือง
  เชียงราย และได้โปรดเกล้าฯ สร้างกู่บรรจุอัฐิของพระราชบิดาไว้ ณ ดอยงำเมืองแห่งนี้  



วัดพระสิงห์ ถนนท่าหลวง ใกล้ศาลากลางจังหวัด เดิมเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์องค์ที่ประดิษฐานอยู่ ณ วิหารลายคำ วัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่ในปัจจุบัน ตามประวัติเล่าว่า เจ้ามหาพรหมพระอนุชาของพระเจ้ากือนา กษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาจากเมืองกำแพงเพชร พระเจ้ากือนาได้โปรดฯ ให้ประดิษฐานไว้ ณ เมืองเชียงใหม่ ต่อมาพระเจ้ามหาพรหมทูลขอยืมพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐานไว้ที่เมืองเชียงรายเพื่อหล่อจำลอง แต่เมื่อสิ้นบุญพระเจ้ากือนาและพระเจ้าแสนเมือง ราชนัดดาของพระองค์ได้เสด็จขึ้นครองเมืองเชียงใหม่ เจ้ามหาพรหมคิดจะชิงราชสมบัติ จึงยกกองทัพจากเชียงรายไปประชิดเมืองเชียงใหม่ แต่เจ้าแสนเมืองก็สามารถป้องกันเมืองได้อีก ทั้งยกทัพตีทัพเจ้ามหาพรหมมาถึงเชียงราย และครั้งนี้เองที่ทรงอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์คืนกลับไปประดิษฐานอยู่ที่วัดพระสิงห์เชียงใหม่สืบมา

สวนรุกขชาติดอยช้างมูบ

    างมูบเป็นชื่อดอยที่สูงที่สุดของเทือกเขานางนอน คือ ประมาณ 1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล
   มีอากาศเย็นสดชื่นตลอดปี พื้นที่บริเวณนี้จึงเคยเป็นดงฝิ่นที่ใหญ่ที่สุดและเป็นการเส้นทาง
   ลำเลียงยาเสพติดหลักในภูมิภาค สภาพป่าจึงถูกทำลายจนหมดสิ้น สมเด็จพระศรีนครินทราบรม
   ราชชนนี ทรงมีพระราชประสงค์ให้ฟื้นฟูผืนป่าแถบนี้ให้อุดมสมบูรณ์อีกครั้ง โครงการพัฒนาดอย
   ตุงฯ จึงพัฒนาพื้นที่ให้เป็นสวนรุกขชาติ รวบรวมพันธุ์ไม้พื้นเมือง และพันธุ์ไม้ป่าหายาก กุหลาบ
   พันปีจากหลายประเทศ ต้นนางพญาเสือโคร่ง กล้วยไม้พื้นเมือง รองเท้านารี ฯลฯ ปลูกอยู่ในสวน
   อย่างเป็นธรรมชาติกลางป่าสน มีเส้นทางการเดินลัดเลาะตามไหล่เขา มีลานสำหรับพักผ่อน ชม
  ทิวทัศน์ได้รอบตัว แลเห็นได้ถึงประเทศเพื่อนบ้าน และลำน้ำ





ถ้ำปุ่ม ถ้ำปลา ถ้ำเสาหินพญานาค

   ตั้งอยู่บนดอยจ้อง หมู่ 11 ตำบลโป่งผา ห่างจากอำเภอแม่สายไปทางทิศใต้ตามทางหลวง
   หมาย  เลข 110 ประมาณ 12 กิโลเมตร มีทางแยกเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ดอยจ้องเป็น
   ภูเขาหินปูนจึงประกอบด้วย ถ้ำหินงอก หินย้อย และทางน้ำไหลมากมาย  ถ้ำปุ่ม อยู่สูงขึ้นไปบน
   ยอดเขา ต้องปืนขึ้นไป ภายในถ้ำมืดมาก ต้องมีผู้นำทาง  ถ้ำปลา เป็นถ้ำหนึ่งที่มีน้ำไหลภายในถ้ำ
   เคยมีปลาชนิดต่าง ๆ ทั้งใหญ่น้อยว่ายออกมาให้เห็นเป็นประจำ ภายในถ้ำยังมีพระพุทธรูปศิลปะ
   พม่า สร้างขึ้นโดยพระภิกษุชาวพม่า ประชาชนทั่วไปเรียกว่า “พระทรงเครื่อง” เป็นที่เลื่อมใสของ
   ประชาชนในแถบนี้ ถ้ำเสาหินพญานาค อยู่ในบริเวณเดียวกัน เดิมต้องพายเรือข้ามน้ำเข้าไปชม
   ภายหลังได้สร้างทางเดินเชื่อมกับถ้ำปลา ระยะทาง 150 เมตร ภายในถ้ำมีหินงอก หินย้อย และ
   ยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมด้วย




พระธาตุดอยจอมทอง

   ตั้งอยู่ ณ วัดดอยทอง ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ระยะทางห่างจากตัวเมืองเชียงราย 
  ๑ กม. พระธาตุดอยจอมทองมีหลักฐานปรากฏในหนังสือพงศาวดารโยนกของพระยาประชากร
   จักรว่า พระเถระชื่อว่าพระพุทธโฆษาได้นำพระบรมสารีริกธาตุทั้ง ๓ ขนาดรวม ๑๖ องค์ ถวายแก่
   เจ้าพังคราชเจ้าโยนกท่านจึงแบ่งเป็นพระธาตุขนาดใหญ่หนึ่ง ขนาดกลางสอง รวม ๓ องค์ ส่งให้
   พญาเรือนแก้ว เจ้าเมืองไชยนารายณ์ พญาเรือนแก้วพร้อมด้วยมหาเถระ ได้รับพระธาตุ และได้  
   สร้างมหาสถูปไว้ท่ามกลาง เมืองไชนารายณ์ ตั้งชื่อว่า พระธาตุดอยจอมทองเป็นมงคลนามของ
   เมือง มีประเพณี สรงน้ำพระธาตุในวันขึ้น ๑๕ค่ำเดือน ๓ (๕ เหนือ)






พระธาตุจอมกิตติ

   ตั้งอยู่ ณ วัดพระธาตุจอมกิตติ ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ระยะทางห่างจาก
   ตัวเมืองเชียงราย ๖๑ กม.

   พระธาตุจอมกิตติ ตั้งอยู่บนเขานอกกำแพงเมืองเชียงแสน ตามพงศาวดารโยนก กล่าวไว้ว่า พระ
   เจ้าพังคราช โปรดให้สร้างเมือง พ.ศ. ๑๔๘๓ สมัยเดียวกับการสร้างพระธาตุดอยจอมทองของ
   เมืองเชียงราย และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้จากพระเถระชาวเมืองสุธรรมาวดี เป็นพระธาตุ
   ย่อเหลี่ยมไม้สิบสองสมัยเชียงแสน ต่อมาพระเจ้าสุวรรณคำล้านนาได้เสริมและปฎิสังขรณ์องค์
   พระธาตุใหม่ มีความสูง ๑๓ เมตร ฐานกว้าง ๖ เมตร





พระธาตุจอมจันทร์

   ตั้งอยู่ ณ วัดจอมจันทร์ ตำบลสันทราย อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ระยะทางห่างจากตัวเมือง
   เชียงราย ๓๘ กม.

   เมื่อครั้งครูบาทิพย์ คันโธ เป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านแหลวนั้น ในคืนหนึ่งท่านเห็นแสงสีเขียวพุ่งขึ้นสู่
   ท้องฟ้าระยิบระยับสวยงามมาก พอรุ่งเช้าท่านได้ไปดูและพบว่าภูมิประเทศเหมาะสมในการสร้าง
   พระธาตุเพราะมีคู หรือร่องน้ำล้อมรอบ โดยการขุดของคนโบราณ จึงได้เริ่มทำการก่อสร้างเมื่อปี
   พ.ศ. ๒๔๕๘ แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๘








พระธาตุจอมสัก

   ตั้งอยู่ที่ วัดพระธาตุจอมสัก ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงรายระยะทางห่างจากตัวเมือง
   เชียงราย ๗ กม.

   เดิมมีชื่อว่า พระธาตุดอยบ้านยาง สร้างขึ้นในสมัยโยนกไชยบุรีศรีเชียงแสน จนถึงสมัยพระเจ้าพัง
   คราช ได้มีพระเถระ ชื่อ พระพุทธโฆษาจารย์ ได้นำเอาพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศลังกามา
   ถวายพระเจ้าพังคราช ได้แบ่งไปประดิษฐานที่ พระธาตุจอมกิตติส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งนำไป
   ประดิษฐานที่พระเจดีย์ดอยบ้านยางต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น พระธาตุดอยจอมสัก







พระธาตุจอมแว่

   ตั้งอยู่ ณ วัดพระธาตุจอมแว่ บนดอยในเขตอำเภอพาน ระยะทางห่างจากตัวเมืองเชียงราย ๔๕
   กม.   สร้างขึ้นโดยพระยางำเมือง เจ้าเมืองภูกามยาว ในราว ร.ศ.๖๕๖ หรือพ.ศ. ๑๘๓๙ เมื่อได้
   เสด็จขึ้นดอยเพื่อตรวจดูเขตเมือง ได้บรรจุพระเกศาธาตุและแก้วแหวนเงินทองเอาไว้ ปัจจุบันพระ
   ธาตุเจดีย์มีฐานกว้าง ๕ วา สูง ๑๗ วา










พระธาตุจอมหมอกแก้ว

   ตั้งอยู่ที่วัดจอมหมอกแก้ว บ้านดงมะเฟือง ตำบลจอมหมอกแก้ว อำเภอแม่ลาว ตามตำนานกล่าว
   ไว้ว่า เมื่อ ๑๐๐ ปีที่แล้ว ชาวบ้าน ได้เข้าไปหาของป่า ได้พบจอมปลวกมีลักษณะคล้าย พระธาตุ
   ตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ย ๆ จึงได้พากันกราบไหว้และเชื่อว่าจอมปลวกนั้นเป็นที่บรรจุอัฐิ ของเชื้อพระ
   วงศ์ในสมัยโบราณ และได้มีการสร้างเจดีย์ขึ้นมาครอบจอมปลวกภายหลัง ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน
   ๖ หรือเดือน ๘ จะมีการสักการะบูชาสรงน้ำพระธาตุ จอมหมอกแก้วทุกปี











พระธาตุจอมแจ้ง

   ตั้งอยู่ที่วัดจอมแจ้ง ต.แม่สรวย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ระยะทางห่างจากตัวเมืองเชียงราย ๕๐
   กม. ตำนานได้กล่าวไว้ว่า พระเถระรูปหนึ่งได้เดินจาริกเทศนาสั่งสอนพระธรรมคำสอนของพระ
   พุทธเจ้า ได้เดินทางมาถึงบริเวณพระธาตุในเวลาสว่างพอดี (ภาษาเหนือเรียกว่า แจ้ง) ก่อนจะไป
   จาริกที่อื่นได้มอบพระบรมสารีริกธาตุให้อุบาสกผู้ปฏิบัติธรรม ต่อมาอุบาสกพร้อมกับ คณะ จึงได้
   สร้างพระธาตุเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และปรากฏนามว่า พระธาตุจอมแจ้ง









พระธาตุจอมจ้อ

   ตั้งอยู่ที่ ต.เวียง อ.เทิง จ.เชียงราย ระยะทางห่างจากตัวเมืองเชียงราย ๖๐ กม พระธาตุจอมจ้อ
   เป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ คู่เมืองเทิงมาแต่โบราณ ประวัติได้กล่าวไว้ว่า เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมา
   สุวรรณภูมิ พระองค์ได้พักอยู่ใต้ต้นอโศกบนดอยใกล้แม่น้ำอิง มีพญานาคตัวหนึ่ง ไปเข้าเฝ้าพระ
   พุทธเจ้า และได้นำจ้อคำสามผืน จ้อเงินสามผืน และจ้อแก้วอีกสามผืน ถวายพระพุทธเจ้า พระ
   อานนท์จึงทูลขอพระธาตุให้ พระพุทธเจ้าเอาพระหัตถ์ลูปพระเศียรได้พระเกศาธาตุหนึ่งเส้นให้พญา
   นาคไว้ พญานาคจึงแจ้งให้เจ้าเมืองสร้างพระธาตุไว้ที่กลางดอย และเรียกขานนามพระธาตุว่าพระ
   ธาตุจอมจ้อ เมื่อถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ เหนือของทุกปี จะมีพิธีสรงน้ำพระธาตุ ถึงกันว่าใครไป
   ร่วมพิธีจะมีกุศลมาก และฝนก็จะตกตามฤดูกาล






พระธาตุจอมผ่อ

   ตั้งอยู่ที่ ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ระยะทางห่างจากตัวเมืองเชียงราย ๘๐ กม. ตาม
   ประวัติไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยใด และเป็นวัดร้างมานาน เมื่อพ.ศ.๒๕๑๐ ได้รับการ
   บูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่ และขาดการดูแลเอาใจใส่ ทำให้เกิดความทรุดโทรม ในพ.ศ.๒๕๒๒ จึงได้มี
   การบูรณะครั้งใหญ่อีกครั้ง ในเดือน ๔ ขึ้น ๑๕ ค่ำของทุกปี จะมีการทำบุญประเพณีสรงน้ำพระธาตุ
   และมีประชาชนผู้เลื่อมใสศรัทธาในองค์พระธาตุ เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก











พระธาตุดอยปูเข้า

   เป็นโบราณสถานอยู่บนดอยเชียงเมี่ยง ริมปากน้ำรวก เมื่อ พ.ศ. 1302 ในสมัยพระยาลาวเก้าแก้ว
   มาเมือง กษัตริย์องค์ที่ 2 แห่งเวียงหิรัญนครเงินยาง โบราณสถานประกอบด้วยพระวิหาร และ
   กลุ่มเจดีย์ที่พังทลาย ก่อด้วยอิฐมีร่องรอยการตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้น มีพระพุทธรูปเสี่ยงทาย
   นอกจากนี้บนดอยเชียงเมี่ยงยังเป็นจุดชมวิว สามารถมองเห็นสามเหลี่ยมทองคำได้ชัดเจน

   การเดินทาง ใช้เส้นทางเชียงแสน-สบรวก แยกซ้ายก่อนถึงสามเหลี่ยมทองคำเล็กน้อย รถยนต์
   สามารถขึ้นไปถึงยอดเขา หรือจะเดินขึ้นบันไดก็ได้







วัดพระธาตุผาเงา

   อยู่ห่างจากอำเภอเชียงแสนไปตามเส้นทางเชียงแสน - เชียงของ ประมาณ 4 กิโลเมตร อยู่ตรง
   ข้ามโรงเรียนสบคำ เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม มีเจดีย์ทรงระฆังขนาดเล็กตั้งอยู่บนหินก้อนใหญ่
   วิหารปัจจุบันสร้างทับซากวิหารเดิม บนยอดเขาข้างหลังวัด เป็นที่ตั้งของพระบรมพุทธนิมิตร
   เจดีย์ที่มองเห็นทิวทัศน์สวยงามได้โดยรอบ











การเดินทางไปยังเชียงราย



รถยนต์  สามารถเดินทางได้ 3 เส้นทาง ได้แก่

    1. เส้นทางนครสวรรค์-ลำปาง-พะเยา-เชียงราย จากรังสิตมาตามถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ที่อำเภอวังน้อย จากนั้นผ่านจังหวัดอยุธยา สิงห์บุรี ชัยนาท นครสวรรค์ กำแพงเพชร ตาก เข้าสู่จังหวัดลำปาง แล้วตรงไปจังหวัดพะเยา จนเข้าสู่เชียงราย รวมระยะทาง 830 กิโลเมตร
    2. เส้นทางนครสวรรค์-พิษณุโลก-แพร่-เชียงราย ใช้เส้นทางเดียวกับเส้นทางที่ 1 เมื่อไปถึงจังหวัดนครสวรรค์ ให้แยกขวามือไปตามทางหลวงหมายเลข 117 (นครสวรรค์-พิษณุโลก) จากนั้นใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 11 (พิษณุโลก-เด่นชัย) จากจังหวัดพิษณุโลก ผ่านจังหวัดอุตรดิตถ์ จนถึงอำเภอเด่นชัย ให้เลี้ยวไปทางจังหวัดแพร่ ตามทางหลวงหมายเลข 101 (แพร่-น่าน) จนถึงอำเภอร้องกวาง เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 103 ไปบรรจบกับถนนพหลโยธินที่อำเภองาว เข้าสู่จังหวัดพะเยา แล้วตรงต่อไปจนถึงเชียงราย ระยะทางประมาณ 804 กิโลเมตร
    3. เส้นทางนครสวรรค์-ลำปาง-เชียงใหม่-เชียงราย ใช้เส้นทางเดียวกับเส้นทางที่ 1 จนไปถึงจังหวัดลำปาง จึงเปลี่ยนไปใช้ทางหลวงหมายเลข 11 (ลำปาง-เชียงใหม่) ผ่านไปจังหวัดลำพูน แล้วเข้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 118 (เชียงใหม่-เชียงราย) ผ่านดอยสะเก็ต แม่ขะจาน เวียงป่าเป้าเข้าสู่เชียงราย รวมระยะทาง 900 กิโลเมตร มีทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านลำพูนมาลำปาง บรรจบกับทางหลวงหมายเลข 1 เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯได้

สามารถเดินทางเป็นวงรอบได้โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 11 จากอำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี  ผ่านตากฟ้า-วังทอง-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-เด่นชัย-แพร่-ร้องกวาง แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 103 ไปอำเภองาว แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านพะเยาไปจังหวัดเชียงราย รวมระยะทางประมาณ 785 กม. ขากลับใช้เส้นทางสายใหม่จากเชียงราย ผ่านอำเภอแม่สรวย-เวียงป่าเป้า-แม่ขะจาน-ดอยสะเก็ด มาเชียงใหม่ ทิวทัศน์สองข้างทางเป็นป่าเขาสวยงาม เมื่อเดินทางมาถึงเชียงใหม่แล้วจะมีทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านลำพูน มาลำปาง บรรจบกับทางหลวงหมายเลข 1 เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ ได้

รถไฟ

จากรถไฟหัวลำโพง มีรถไฟไปลงที่จังหวัดลำปางหรือเชียงใหม่ แล้วเดินทางต่อโดยรถยนต์ ไปจังหวัดเชียงราย สอบถามรายละเอียดได้ที่ หน่วยบริการเดินทาง โทร. 1690, 0 2223 7010, 0 2223 7020 www.railway.co.th

รถโดยสารประจำทาง

มีรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศของ บ.ข.ส. และของเอกชน ไปเชียงรายทุกวัน แบ่งเป็นหลายเส้นทาง ได้แก่ กรุงเทพฯ – เชียงราย, กรุงเทพฯ – แม่สาย, กรุงเทพฯ – เชียงแสน, กรุงเทพฯ – เชียงของ โดยจะมีรถออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ ถนนกำแพงเพชร 2 สอบถามรายละเอียดได้ที่สถานีขนส่งสายเหนือ กรุงเทพฯ โทร. 0 2936 2852-66 สำนักงานเชียงราย โทร. 0 5371 1369 หรือบริษัท สยามเฟิร์สทัวร์ กรุงเทพฯ โทร. 0 2954 3601-7 สำนักงานเชียงราย โทร. 0 5371 1882 บริษัท สมบัติทัวร์ โทร. 0 2936 2495 สำนักงานเชียงราย บริษัท อินทราทัวร์ โทร. 0 2936 2492 สำนักงานเชียงราย โทร. 0 5371 1235 บริษัท คฤหาสน์ทัวร์ โทร. 0 2936 3531 สำนักงานเชียงราย โทร. 0 5371 7083 นอกจากนั้นยังมีรถโดยสารสายเชียงราย–เทิง-เชียงคำ ทั้งรถปรับอากาศและรถพัดลม รถออกจากเชียงรายและเชียงคำ ทุก 30 นาที รถออกตั้งแต่เวลา 06.00 น. และรถโดยสารสายเชียงราย–เทิง–ภูซาง–ภูชี้ฟ้า เป็นรถพัดลม มีรถออกวันละ 2 เที่ยว รถออกจากเชียงราย เวลา 12.30 น. และ 13.30 น. ทุกวัน และรถออกจากภูชี้ฟ้า เวลา 07.30 น. และ 8.30 น. ทุกวัน สนใจสอบถามข้อมูลได้ที่ บริษัท ก.สหกิจเดินรถ จำกัด โทร. 0 2940 9421-2 หรือ 0 1646 7427www.transport.co.th

เครื่องบิน

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปเชียงราย และเที่ยวบินไป-กลับ ระหว่างเชียงราย-เชียงใหม่ ทุกวัน วันละ 2 เที่ยว สอบถามรายละเอียด โทร. 1566, 0 2280 0060, 0 2628 2000, 0 2356 1111 สำนักงานเชียงราย โทร. 0 5371 1179, 0 5371 5207 สำนักงานเชียงใหม่ โทร. 0 5321 0043-5, 0 5321 1044 www.thaiairways.com
สายการบิน วัน-ทู-โก บริการเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-เชียงราย สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 1126 หรือ http://www.fly12go.com
สายการบิน SGA เส้นทางระหว่าง เชียงใหม่-เชียงราย สอบถามรายละเอียดที่ โทร. 0 2664 6099 หรือ http://www.sgaairlines.com
สายการบินไทย แอร์ เอเชีย บริการเที่ยวบิน กรุงเทพฯ -เชียงราย สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 2515 9999 หรือ www.airasia.com
 สายการบิน นกแอร์ บริการเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-เชียงราย สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 1318 หรือ  www.nokair.com



หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญในจังหวัดเชียงราย



    ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. 0 5371 1870
    สถานีตำรวจภูธร โทร. 0 5371 1444
    ตำรวจท่องเที่ยว โทร. 0 5371 7779, 0 5371 7796, 1155
    ท่าอากาศยานเชียงราย โทร. 0 5379 3048
    บริษัท การบินไทย จำกัด โทร. 0 5371 1179
    สถานีขนส่งจังหวัด โทร. 0 5371 1224
    โรงพยาบาลเชียงราย โทร. 0 5371 1300
 

ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

@ ค้นหาที่พัก รีสอร์ท โรงแรม และร้านอาหาร ทั่วประเทศที่  http://www.resortdd.com/

 

 


      21 ต.ค. 2555   เวลา :    20:47   จำนวนผู้อ่าน :    3697   

 
ร้านอาหารแนะนำ