resort, รีสอร์ท, ที่พัก
 
 
 
 
 
 
 


ที่พักภาคเหนือ
เชียงราย
เชียงใหม่
กำแพงเพชร
ตาก
นครสวรรค์
น่าน
พะเยา
พิจิตร
พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
แพร่
แม่ฮ่องสอน
ลำปาง
ลำพูน
สุโขทัย
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กาฬสินธุ์
ขอนแก่น
ชัยภูมิ
นครพนม
นครราชสีมา
บุรีรัมย์
บึงกาฬ
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุบลราชธานี


ที่พักภาคกลาง
กรุงเทพมหานคร
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นนทบุรี
ปทุมธานี
ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
เพชรบุรี
ราชบุรี
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สระแก้ว
สระบุรี
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
อยุธยา
อ่างทอง


ที่พักภาคตะวันออก
ชลบุรี, พัทยา
ระยอง
จันทบุรี
ตราด


ที่พักภาคใต้
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา
พัทลุง
ภูเก็ต
ยะลา
ระนอง
สงขลา
สตูล
สุราษฎร์ธานี

Link เพื่อนบ้าน
หอพัก
หอพัก
ห้องพัก





โอนิซึกะ, onitsuka, onitsuka tiger
Bangkok Dating, Thailand Matchmaker, Thailand Dating, Bangkok Matchmaker, dating bangkok, dating thailand, thai dating, online dating, single thai girls, thai women, dating service, speed dating, บริการหาคู่, บริษัทจัดหาคู่, หาคู่, หาแฟน, หาเพื่อน, จัดหาคู่, จับคู่, แม่สื่อ, ธุรกิจหาคู่
ถุงจัมโบ้, พาเลท

แนะนำรีสอร์ท, ห้องพัก, ที่พัก, บ้านพัก สำหรับพักผ่อนยามท่องเที่ยว


ResortDD.com จังหวัดชัยนาท (Chai Nat) ที่พักจังหวัดชัยนาท โรงแรมจังหวัดชัยนาท รีสอร์ทจังหวัดชัยนาท เกสเฮ้าส์จังหวัดชัยนาท สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดชัยนาท ท่องเที่ยวจังหวัดชัยนาท ศูนย์รวมรีสอร์ทจังหวัดชัยนาท แหล่งรวมที่พักจังหวัดชัยนาท Thailand Chai Nat Hotel Resort Guesthouse

หลวงปู่ศุขลือชา เขื่อนเจ้าพระยาลือชื่อ นามระบือสวนนก ส้มโอดกขาวแตงกวา

 

                จังหวัดชัยนาทเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางตอนบน มีแม่น้ำหลายสายไหลพาดผ่าน ทำให้เมืองนี้มีความอุดมสมบูรณ์มาก อีกทั้งเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัย จึงมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ให้เห็นอยู่เป็นจำนวนมาก

                ปัจจุบันชัยนาทมีชื่อเสียงและมีสินค้าด้านหัตถกรรม การจักสาน การปั้น การทอ การทำเครื่องเบญจรงค์ ที่มีฝีมือประณีต รูปแบบทันสมัย ราคาย่อมเยา มีตลาดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยฝีมือของชาวบ้านกลุ่มต่าง ๆ อีกด้วย

                ชัยนาท แปลตามศัพท์มีความหมายว่าชัยชนะที่มีเสียงบันลือ เป็นเมืองโบราณเมืองหนึ่ง สร้างในสมัยพญาเลอไทแห่งกรุงสุโขทัย ระหว่าง พ.ศ. 1860-1879 ตั้งขึ้นหลังเมืองพันธุมวดี (สุพรรณบุรี) โดยเป็นเมืองหน้าด่านของกรุงสุโขทัย และมีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านทางใต้

                ตัวเมืองเดิมอยู่บริเวณฝั่งขวาแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากคลองแพรกศรีราชา ใต้ปากลำน้ำเก่า จึงได้ชื่อว่าเมืองแพรก หรือเมืองสรรค์ เมื่อกรุงสุโขทัยเสื่อมอำนาจลง เมืองแพรกกลายเป็นเมืองหน้าด่านทางตอนเหนือของกรุงศรีอยุธยา ต่อมาได้เกิดชุมชนใหม่ไม่ไกลจากเมืองสรรค์ มีเจ้าสามพระยา (ซึ่งต่อมาคือสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 แห่งกรุงศรีอยุธยา) เป็นผู้ครองเมือง เมืองที่เกิดขึ้นใหม่นี้เป็นเมืองใหญ่ มีชื่อว่าชัยนาท ที่ได้ชื่อเช่นนี้ก็เพราะชัยนาทเป็นเมืองยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เคยใช้เป็นที่ตั้งทัพรับศึกพม่าหลายครั้ง และมีชัยทุกครั้งไป

                ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงย้ายตัวเมืองจากบริเวณแหลมยางมาตั้งตรงฝั่งซ้ายแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนเมืองสรรค์นั้นเสื่อมลงเรื่อยๆ เพราะผู้คนส่วนใหญ่อพยพไปอยู่ที่ชัยนาท จนในที่สุดก็กลายเป็นเพียงอำเภอหนึ่งของชัยนาท

                จังหวัดชัยนาทมีเนื้อที่ประมาณ 1,543,591 ไร่ หรือประมาณ 2,469.74 ตารางกิโลเมตร หรือเท่ากับร้อยละ 15.5 ของพื้นที่ภาคกลางตอนบน พื้นที่โดยรวมของจังหวัดเป็นพื้นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำน้อย ไหลผ่านพื้นที่ต่างๆ ทั่วทุกอำเภอ

                จังหวัดชัยนาทอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 195  กิโลเมตร  แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองชัยนาท อำเภอหันคา อำเภอมโนรมย์ อำเภอสรรคบุรี อำเภอสรรพยา อำเภอวัดสิงห์ อำเภอหนองมะโมง และอำเภอเนินขาม

 

สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดชัยนาท


พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี           ชัยนาท

   ตั้งอยู่ในบริเวณวัดพระบรมธาตุวรวิหาร เป็นอาคารทรงไทยประยุกต์ 2 ชั้น ชั้นบนจัดแสดงพระ
   พิมพ์สมัยต่างๆ ตั้งแต่สมัยทวาราวดีถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ชั้นล่าง จัดแสดงพระพุทธรูปสังคโลก
   เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องประดับ ตั้งแต่สมัยทวาราวดีถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ศิลปโบราณวัตถุที่จัด
   แสดงส่วนใหญ่ได้รับมอบจากท่านเจ้าคุณพระชัยนาทมุนี (นวม) สุทตฺโต อดีตเจ้าคณะจังหวัด
   ชัยนาท ซึ่งเป็นผู้รวบรวมเก็บรักษาและได้มอบให้กรมศิลปากร ในภายหลังกรมศิลปากรจึงตั้งชื่อ
   พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี เปิดให้ชมทุกวันพุธ-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา09.00-12.00
   น. และ 13.00-16.00 น. เว้นวันจันทร์-วันอังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ค่าเข้าชมชาวไทย 5
   บาท ชาวต่างประเทศ 10 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0 5641 1467 การเดินทาง ใช้เส้น
   ทางเดียวกับวัดพระบรมธาตุวรวิหาร

 

 

 

อนุสาวรีย์ขุนสรรค์            ชัยนาท

   ตั้งอยู่หน้าที่ว่าการอำเภอสรรคบุรี ขุนสรรค์ “วีรบุรุษแห่งลุ่มแม่น้ำน้อย” เป็นหนึ่งในผู้นำชาวบ้าน
   บางระจันที่ต่อสู้กับพม่าด้วยความกล้าหาญ เพื่อรักษาแผ่นดินไทยรบชนะพม่าถึง 7 ครั้ง เป็นไทย
   อาสาป้องกันชาติคนแรกของอำเภอสรคบุรี   เมื่อ 223 ปีก่อน อนุสาวรีย์มีขนาดสูง 2.50 เมตร ใน
   วันที่ 19 มกราคม 2526 เป็นวันกระทำพิธีเปิดพร้อมงานสมโภช อำเภอสรรคบุรีจึง ถือให้วันที่ 19
   มกราคมเป็นวันกระทำพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณขุนสรรค์เป็นประจำทุกปี



 

 

 

 

วัดพระบรมธาตุวรวิหาร                ชัยนาท

   วัดพระบรมธาตุวรวิหารตั้งอยู่ที่บ้านท้ายเมือง ตำบลชัยนาท เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เป็นวัด
   เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ภายในวัดนี้มีเจดีย์พระบรมธาตุรูปแบบ
   สถาปัตยกรรมอู่ทองบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า เป็นที่เคารพนับถือของประชาชน
   ในจังหวัดชัยนาท และจังหวัดใกล้เคียงมีงานเทศกาลสมโภชพระบรมธาตุในวันเพ็ญเดือน 6 เป็น
   ประจำทุกปี

  

 

 

 

สิ่งสำคัญในวัดพระบรมธาตุคือ

• เจดีย์พระบรมธาตุ องค์พระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ องค์เจดีย์เป็นทรงกลมตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสซึ่งต่อมุมขึ้นไปรองรับ ใต้องค์ระฆังมีซุ้มจระนำเล็กๆทั้ง 4 ด้าน ภายในประดิษฐาน พระปรางค์นาคปรกทั้ง 4 ทิศ หน้าบันของซุ้มจระนำมีสองชั้นซ้อนกัน มีปูนปั้นประดับเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิราบเหนือฐานบัวหงาย 4 กลับอยู่ตรงกลาง หน้าตักกว้าง 23 เซนติเมตร สูงจากฐานจรดพระเศียร 31 เซนติเมตร ทรงจีวรแบบห่มตอง หรือห่มเฉียง ผ้าสังฆาฏิพาดลงมาเกือบถึงฝ่าพระบาท ลักษณะของพระเศียรและพระพักต์มีเค้าของศิลปะลพบุหรือหรืออู่ทองรุ่นแรก ระหว่างซุ่มจระนำนี้มีผนังทำเป็นมุมเหลี่ยม ขึ้นไปรองรับองค์ระฆัง และเหนือมุมระหว่างหน้าบันของซุ้มจระนำยังทำเป็นเจดีย์ขนาดเล็ก มีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปอีกหลายองค์เรียงรายอยู่โดยรอบ จากนั้นถึงองค์ระฆังทรงกลมรองรับ ปลีย่อส่วนบนสุดมีลักษณะเป็นโลกประดับ ทำนองเป็นฉัตรประดับอีกต่อหนึ่ง จัดเป็นสถาปัตยกรรมแบบอู่ทอง(อยุธยาตอนต้น)ที่นิยมใช้เจดีย์เล็กๆประดับ

• วิหาร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของวัด สันนิฐานว่าเดิมคงสร้างขึ้นพร้อมเจดีย์พระบรมธาตุ แต่มีร่องการการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในระยะหลัง ปัจจุบันพระวิหารดังกล่าวเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ขนาดกว้าง 13 เมตร ยาว 24 เมตร

• พระอุโบสถ อยู่ทางด้านใต้ติดกับพระวิหาร เชื่อว่าสร้างกับพระวิหาร มีร่องรอยการบูรณะซ่อมแซมหลายครั้ง ขนาดกว้าง 9 เมตร ยาว 24 เมตร มีพระประธานภายในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปแบบสรรคบุรี ลงรักปิดทองขนาดใหญ่ปางมารวิชัย ลักษณะเป็นเอกลักษณ์ของพระพุทธรูปแบบสรรคบุรีโดยเฉพาะ รอบนอกพระอุโบสถมีใยเสมาสลักด้วยหินทราย เป็นศิลปกรรมแบบอยุธยาปรากฏอยู่

• แผ่นศิลาจารึก สมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระซึ่งมีข้อความกล่าวงถึงการฉลองการบูรณปฏิสังขรณ์พระบรมธาตุเจดีย์ ปัจจุบันแผ่นศิลาจารึกนี้ ประดิษฐานอยู่ที่ฝาผนังวิหารด้านหลังติดกับองค์พระธาตุ

การเดินทาง อยู่ห่างจากตัวเมืองชัยนาทประมาณ 4 กิโลเมตร จากอำเภอเมืองใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 340 จนถึงสี่แยกตัดกับเส้นทางหลวงหมายเลข 3183 เลี้ยวซ้ายประมาณ 1 กิโลเมตร หรือรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ – วัดสิงห์


วัดทรงเสวย             ชัยนาท

   ตั้งอยู่ ณ บ้านหนองแค หมู่ที่ 1 ต.หนองน้อย อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ.
   2451(ร.ศ.127) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินตรวจสอบลำน้ำ
   เก่าโดยทางรถไฟถึงจังหวัดนครสวรรค์ แล้วเสด็จประทับเรือพระที่นั่งครุฑเหิรเห็จ เพื่อตรวจลำ
   แม่น้ำมะขามเฒ่า(แม่น้ำท่าจีน)ทรงประทับแรมที่วัดหัวหาด อ.มโนรมย์ ปัจจุบันเรียกวัดนี้ว่าวัด
   พิกุลงาม นับเป็นการเสด็จเมืองชัยนาทเป็นครั้งที่ 3 ต่อจากนั้นวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ.2451
   เสด็จฯ ตามลำน้ำมะขามเฒ่าผ่านตลาดวัดสิงห์ ลำน้ำมะขามเฒ่าสมัยนั้นเต็มไปด้วยผักตบชวา
   และตอไม้ ประชาชนจึงได้ช่วยกันตัดตอไม้ และเก็บผักตบชวา พระองค์ประทับแรมที่หนองแค
   ซึ่งสมัยนั้นขึ้นกับตำบลคลองจันทร์ ปัจจุบันอยู่ในเขตตำบลหนองน้อย อำเภอวัดสิงห์

   ในครั้งนั้น พระอธิการคล้อยเป็นเจ้าอาวาสได้ชักชวนราษฎรสร้างพลับพลารับเสด็จ พระองค์ทรงมี
   พระราชประสงค์เสวยยอดหวายโปง ตาแป้นมรรคนายกวัดหนองแคจึงได้ให้ชาวบ้านไปหายอด
   หวายโปงมาเผาไฟ หยวกกล้วยต้ม น้ำพริกปลามัจฉะ มาถวาย พระองค์ทรงเสวยอย่างเจริญพระ
   กระยาหาร และตรัสกับชาวบ้านว่า ต่อไปนี้ให้เรียกวัดนี้ว่าวัดเสวย แต่ชาวบ้านได้เติมคำว่า “ทรง” ไปด้วย จึงเรียกวัดนี้ว่า “วัดทรงเสวย” จนทุกวันนี้ และที่วัดทรงเสวย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ถวายของที่ระลึกแด่พระอธิการคล้อย เป็นของที่ระลึกงานพระศพของพระเจ้าอุรุพงศ์รัชสมโภช ของที่ถวายได้แก่ บาตร ฝาบาตรมีตราสีทองรูปวงรี มีข้อความว่า ร.ศ. 128 งานพระศพพระเจ้าอุรุพงศ์รัชสมโภช ปิ่นโตขนาดใหญ่ที่ฝาปิ่นโตมีข้อความเช่นเดียวกับฝาบาตร พระขรรค์ ตาลปัตรใบลาน (ปัจจุบันได้สูญหายไป) ตะเกียงลาน เรือสำปั้น ป้านน้ำชา 1 ชุด สิ่งของเหล่านี้ปัจจุบันทางวัดยังเก็บรักษาไว้อย่างดี


 
วัดปากคลองมะขามเฒ่า (วัดหลวงปู่ศุข)                 ชัยนาท

   ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 ตำบลมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์ เป็นวัดที่ตั้งอยู่บริเวณปากคลองมะขามเฒ่า (แม่
   น้ำท่าจีน) แยกจากแม่น้ำเจ้าพระยา สาเหตุที่เรียกว่า“วัดปากคลองมะขามเฒ่า” เนื่องจากเดิมมี
   ต้นมะขามเก่าแก่อยู่ต้นหนึ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าวัด วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่มีทิวทัศน์ที่สวยงามน่า
   รื่นรมย์ และมีชื่อเสียงด้านพระเครื่องด้วยหลวงปู่ศุข แห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงปู่ศุขเป็น
   เกจิ อาจารย์ที่ประชาชนทั่วไปต่างเลื่อมใสศรัทธาท่านในด้านความศักดิ์สิทธิ์ ด้วยตำนานที่ยัง
   เล่าขานกันสืบมาในเรื่องของวิชาอาคมและเครื่องรางของขลัง ความนิยมในพระเครื่องหลวงปู่
   ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่ายังมีอยู่สูงมากในปัจจุบันแม้ว่าท่านจะมรณภาพไปตั้งแต่ปี พ.ศ.
   2466 แต่ความเคารพศรัทธานั้นไม่เคยเสื่อมคลาย หลวงปู่ศุขยังได้สร้างพระเครื่องที่เรียกว่า
   “หลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า” ซึ่งประชาชนนิยมนำไปสักการะบูชา

   หลวงปู่ศุขได้พัฒนาวัดปากคลองมะขามเฒ่าจนมีความเจริญรุ่งเรือง ด้วยความเมตตาของท่าน
   นั้นทำให้มีลูกศิษย์ลูกหาอย่างมากมาย และท่านได้จำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้จนสิ้นอายุขัยด้วยวัย
   76 พรรษา

                ปัจจุบันวัดปากคลองมะขามเฒ่ายังมีกุฏิของท่านเป็นแบบทรงไทยโบราณ ภาพถ่ายและข้าวของเครื่องใช้ รวมทั้งหุ่นขี้ผึ้งและรูปหล่อของหลวงปู่ศุข พร้อมด้วยรูปหล่อกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ไว้ให้เป็นที่สักการะบูชาโดยทั่วกัน สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งของวัดนี้ คือ ภาพเขียนฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ในพระอุโบสถติดอยู่ตามผนังเป็นภาพพุทธประวัติ ที่ทรงวาดร่วมกับข้าราชบริพาร ทั้งหมดเขียนด้วยอักษรขอมผนังด้านใต้มีภาพเขียนบอกเวลาที่เขียนไว้คือปี พ.ศ. 2433 เพื่อถวายหลวงปู่ศุข เมื่อครั้งสร้างพระอุโบสถซึ่งทางวัดยังคงอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี

                ความเชื่อและวิธีการบูชา ชาวจังหวัดชัยนาทและชาวไทยทั่วทุกสารทิศที่ศรัทธาในหลวงปู่ศุข เชื่อกันว่าบารมีของท่านจะช่วยดลบันดาลให้ผู้ที่มากราบไหว้ขอพรถึงวัดปากคลองมะขามเฒ่า มีความสุขสมความปรารถนา มีสิริมงคลต่อชีวิตและแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง และยังเชื่อในการบูชาเครื่องรางของขลังของหลวงปู่ศุข ว่าให้คุณทั้งในด้านโชคลาภ เมตตามหานิยม และแคล้วคลาดอยู่ยงคงกระพัน เปิดให้สักการะทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00-11.00 น. และ 14.00-17.00 น.

การเดินทาง ห่างจากตัวเมืองชัยนาทประมาณ 25 กิโลเมตร ไปทางอำเภอวัดสิงห์ตามทางหลวงหมายเลข 3183 กิโลเมตรที่ 36–37



วัดกรุณา                ชัยนาท

  เป็นวัดที่อยู่ใกล้เขื่อนเจ้าพระยา ตรงข้ามบ้านรับรองเขื่อนเจ้าพระยา ประดิษฐานพระพุทธรูป
   ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวชัยนาทเคารพนับถือมาก คือ พระพุทธมหาศิลา หรือ หลวงพ่อหินใหญ่ เป็นพระ
   พุทธรูปศิลาทรายขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัดชัยนาท

 

 

 

 

 

 

วัดอินทาราม (ตลุก)                ชัยนาท

   วัดอินทราราม (ตลุก) เป็นวัดโบราณตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลตลุก ตั้งอยู่ริมฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้า
   พระยา ต.ตลุกอยู่ห่างจากสายเอเซีย 3 กิโลเมตร สันนิษฐานว่าสร้างเมื่อพ.ศ. 2390 เป็นวัดเก่า
   แก่อายุไม่ต่ำกว่า 100 ปีภายในวัดมีถาวรวัตถุที่ทรงคุณค่าคือ หอระฆังคู่ และหอพระไตรปิฏก
   เป็นศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ กว้าง 8 เมตร ยาว 9เมตร อยู่กลางน้ำ ลักษณะเป็นทรงไทยโบราณ
   ประดับกระจกสี เป็นลวดลายสวยงาม รายรอบไม้ฝาและเชิงชาย ช่อฟ้าหน้าบรรณ เป็นที่เก็บพระ
   ไตรปิฏกทำจากใบลาน จารึกอักษรขอมโบราณจำนวนมาก เป็นสำนักเรียนภาษาบาลีที่มีชื่อ
  เสียงมาแต่อดีต พระอุโบสถ มี 2 หลัง หลังเก่าชำรุดทรุดโทรมมากหลังใหม่มีอายุประมาณ100 ปี
   วิหารเก่า 3 หลัง ประดิษฐานพระพุทธรูปจำนวนมาก พระเจดีย์มีลักษณะ
   เป็นสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง เหนือฐานเป็นซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปแบบอู่ทองปางประทาน
   พร มณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง หอสวดมนต์ เสาหงส์ และศาลาการเปรียญ ซึ่ง
   เป็นเสาไม้ขนาดใหญ่ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2461

   ติดต่อสอบถามได้ที่ : วัดอินทาราม หมู่ 2 ต.ตลุก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท 17150 โทร. 0 5643 3590

การเดินทาง ห่างจากตัวเมืองชัยนาทประมาณ 12 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 311 เลี้ยวซ้ายเลียบคลองชลประทาน กิโลเมตรที่ 48


วัดพระแก้ว                ชัยนาท

   ตั้งอยู่ที่ หมู่ 10 บ้านบางน้ำพระ ตำบลแพรก ศรีราชา อยู่ห่างจากตัวอำเภอมาทางทิศใต้ประมาณ
   2กิโลเมตร เป็นวัดที่สร้างสมัยเดียวกับวัดมหาธาตุ ตั้งแต่ปี พ. ศ.1900 เดิมชื่อวัดป่าแก้ว เป็นที่
   ปฏิบัติธรรมของคณะสงฆ์ฝ่ายอรัญวาสีหรือวิปัสสนาธุระ ต่อมามีคนพบพระพุทธรูปองค์เล็กเท่า
   ปลายนิ้วจากในเจดีย์ สร้างจากแก้วมีหลายสีส่องประกายสวยงามเมื่อต้องแสงไฟ จึงเรียกติด
   ปากกันมาว่าวัดพระแก้วกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานเมื่อวันที่ 8 มีนาคม
   2478

   



            


สถาปัตยกรรมและประติมากรรมที่สำคัญภายในวัดได้แก่

• เจดีย์ ลักษณะเป็นเจดีย์แบบละโว้ทรงสูง ผสมกับเจดีย์ทวารวดีตอนปลาย สร้างแบบสอปูน เป็นเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยม ตั้งอยู่บนฐานไพที ฐานเขียง และฐานเรือนธาตุแบบลดท้องไม้ มีพระพุทธรูปปั้นแบบนูนสูงประดับทั้งสี่ด้าน สันนิษฐานว่าสร้างราวพุทธศตวรรษที่ 18-19 มีอายุประมาณ 600-700 ปี ดูตามลักษณะก่อสร้างจะเห็นว่าคนโบราณได้แฝงคติธรรมไว้กับการก่อสร้าง คือฐาน คือฐานสี่เหลี่ยมหมายถึงพระพุทธศาสนามีอริยสัจสี่เป็นฐาน โดย มีเป้าหมายสูงสุดคือพระนิพานซึ่งแทนด้วยยอดเจดีย์ มีฐานสูงแปดเหลี่ยมหมายถึงอริยมรรคมีองค์แปด ปล้องไฉน 12 ปล้องหมายถึงปฏิจจสมุทปบาท สิ่งที่อาศัยกันเกิดเหมือนลูกโซ่ ความสูง 37 เมตร คือโพธิปักขิยธรรม ธรรมเป็นเครื่องตรัสรู้ 37 ประการ อันประกอบด้วย สติ ปัฏฐาน 4 สัมมัปธาน 4 อิทธิบาท 4 อินทรีย์ 85 พละ 5 โพชฌงค์ 7 และอริยมรรคมีองค์ 8 พระสถูป เจดีย์แต่เดิมมีเจดีย์บริวารรายล้อมอยู่รอบข้างหลายสิบองค์

                • หลวงพ่อฉาย เป็นพระพุทธรูปศิลาแลงสีแดง อยู่ในวิหารด้านหน้าพระเจดีย์สี่เหลี่ยม สันนิษฐานว่ามีอายุประมาณ 800 ปี ด้านหลังหลวงพ่อฉายมี “ ทับหลัง “ ซึ้งแกะสลักติดกับองค์อยู่ชิดกำแพงวิหารมาก เป็นรูปช้างนอนหงายอยู่บนแท่น ส่วนบนสุดเป็นรูปพระอินทร์หรือพระศิวะกำลังหลั่งน้ำมนต์มีทางน้ำมนต์ไหลถึงตัวช้างที่นอนหงายบนแท่น

                • หลวงพ่อพลอย เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น หน้าตักกว้าง 2 เมตร เดิมอยู่วัดทัพย่าน ตำบลเที่ยงแท้ อำเภอสรรคบุรี ซึ่งเป็นวัดร้างประชาชนชาวบางน้ำพระได้ร่วมใจกันอัญเชิญใส่เกวียนมา และใช้แพข้ามแม่น้ำน้อยมาประดิษฐานที่วัดพระแก้ว ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อลอย”

                • วัดพระแก้ว ตั้งอยู่นอกเมืองทางด้านทิศใต้ห่างจากวัดมหาธาตุประมาณ 3 กม. อยู่ติดกับคลองชลประทาน ปัจจุบันวัดพระแก้วอยู่กลางทุ่งนามีพระเจดีย์เหลี่ยมเป็นหลักของวัด ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงสูงตั้งอยู่บนฐานเรือนธาตุแบบลอดท้องไม้ ซึ่งมีพระพุทธรูปปูนปั้นแบบนูนสูง ประดับอยู่ทั้งสี่ด้านมีเจดีย์ทิศต่อจากฐานเรือธาตุ ตอนบนทั้งสี่มุม ต่อจากฐานเรือนธาตุจะถึงฐานเจดีย์เป็นฐานสูงแปดเหลี่ยม มีซุ้มจรนำ 4 ทิศ ต่อจากฐานสูงเป็นบัวลูกแก้วและบัวกลางจนถึงองค์ระฆังลักษณะเด่นขององค์เจดีย์คล้ายเจดีย์สมัยสุโขทัยเมื่อได้พิจารณาดูแล้วจึงเห็นว่าเจดีย์แบนี้น่าจะได้รับอิทธิพลร่วมระหว่างศิลปะสุโขทัยกับศรีวิชัยมาผสมผสานกันเป็นแน่ แม้ในสมัยอยุธยาจะมีเจดีย์ทรงสูง เช่น เจดีย์รายรอบพระวิหารก็มิได้มิลักษณะเช่นนี้ มีพระพุทธรูปประดับทั้ง 4 ด้าน บนฐานชั้นที่ 3 ในซุ้มตรงกลางเป็นพระพุทธรูปปั้นปางถวายเนตรประทับยืน ขนาบทั้งสองข้างด้วยพระพุทธรูปปูนปั้นปางประทานอภัย ลักษณะพระพุทธรูปน่าจะเป็นศิลปะอยุธยาตอนต้นมากกว่าเพราะมีเค้าโครงศิลปะสุโขทัยผสม ที่เห็นได้ชัดคือพระรัศมีเป็นเปลวเพลิงถัดแท่งสี่เหลี่ยมทรงสูงขึ้นไปเป็นแท่งแปดเหลี่ยม มีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปปางถวายพระเนตรประทับยืนทั้งสี่ทิศ แต่ไม่มีพระขนาบข้างคงเป็นองค์เดียวที่เหนือขึ้นไปก็ย่อเหลี่ยมอีกชั้นหนึ่ง บางทีอาจจะมีซุ้มประทับนั่งอยู่ตอนบนด้วยก็ได้ แต่หักพังลงหมดแล้วในปัจจุบัน ความเก่าแก่ของโบราณสถานในจังหวัดชัยนาทที่หลงเหลืออยู่จนถึงทุกวันนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสมบัติอันล้ำค่า และเป็นที่หวงแหนของชาวจังหวัดชัยนาททุก ๆ คนที่            ต้องการที่จะอนุรักษ์และทำนุบำรุงรักษาไว้สืบต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานในอนาคตต่อไป ดังนั้นการท่องเที่ยวโบราณสถานของเมืองชัยนาทควรเป็นการท่องเที่ยวเพื่อการศึกษาความรู้เสียมากกว่าการท่องเที่ยวเพื่อความสนุกสนานและควรท่องเที่ยวอย่างมีจิตสำนึก



วัดมหาธาตุ                ชัยนาท

   ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลแพรกศรีราชา เดิมชื่อว่าวัดพระธาตุ หรือวัดหัวเมือง เป็นวัดเก่าแก่โบราณคู่
   เมืองแพรกหรือเมืองสรรค์ เมื่อ พ.ศ. 2444 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จ
   ประพาสและทรงมีลายพระหัตถ์บันทึกไว้ โบราสถานที่น่าสนใจและมีความสำคัญทางประวัติ
   ศาสตร์ ได้แก่ พระ ปรางค์กลีบมะเฟือง (พูมะเฟือง) สร้างด้วยอิฐถือปูน 3 องค์ พระปรางค์มี
   ลักษณะคล้ายกลีบมะเฟือง ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม (ฐานเขียง) เป็นศิลปะสมัยลพบุรี กรมศิลปากร
   ได้บูรณะปฏิสังขรณ์เมื่อปี พ.ศ. 2526 นอกจากนั้นยังมีพระพุทธรูปซึ่งแบ่งเป็น 2 แบบคือ ศิลปะ
   แบบลพบุรีและแบบอยุธยาตอนต้น ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์ซึ่งเก็บ รักษา  สิ่งของโบราณต่าง ๆ

               

 

 

การเดินทาง อยู่ห่างจากตัวเมืองชัยนาทประมาณ 20 กิโลเมตร จากอำเภอเมือง ใช้ทางหลวงหมายเลข 340 ถึงทางแยกเข้าอำเภอสรรคบุรี จากที่ว่าการอำเภอสรรคบุรี บริเวณหอนาฬิกา เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 500 เมตร


วัดสองพี่น้อง             ชัยนาท

   วัดสองพี่น้องตั้งอยู่เลยวัดมหาธาตุไปประมาณ 300 เมตร ตามประวัติกล่าวว่าเจ้าอ้าย เจ้ายี่ เจ้า
   สามเป็นพี่น้องกัน เจ้าสามยุยงให้เจ้าอ้ายและเจ้ายี่รบกันเพื่อแย่งราชสมบัติ เจ้าอ้ายและเจ้ายี่
   เสียชีวิตทั้งคู่เจ้าสามจึงได้ครองเมือง สร้างปรางค์แด่เจ้าอ้าย สร้างเจดีย์แด่เจ้ายี่ สันนิษฐานว่า
   สร้างก่อนกรุงศรีอยุธยา 600ปี ต่อมากลายเป็นวัดร้าง ชาวบ้านร่วมใจกันบูรณปฏิสังขรณ์ และ
   กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478 ภายในวัดมีปรางค์
   2 องค์ เป็นปรางค์สมัยลพบุรีองค์ใหญ่ด้านทิศตะวันออกค่อนข้างสมบูรณ์ มีลายปูนปั้นประดับ
   ประดางดงามมาก มีสภาพทรุดโทรมเนื่องจากมีรากต้นไม้ใหญ่ชอนไชเข้าไปในฐานเจดีย์
   ปัจจุบันไม้ดังกล่าวถูกตัดโค่นลงปรางค์องค์เล็กอยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงไต้ มีสภาพทรุดโทรม







เขื่อนเจ้าพระยา               ชัยนาท

   เขื่อนเจ้าพระยา เป็นเขื่อนขนาดใหญ่สร้างเป็นแห่งแรกของประเทศ ตั้งอยู่ที่บริเวณคุ้ง
   บางกระเบียนหมู่ที่ 3 ตำบลบางหลวง ลักษณะของเขื่อนมีความยาว237.50 เมตร สูง 16.5 เมตร
   เขื่อนมีช่องระบาย 16 ช่อง มีประตูเรือติดกับเขื่อน ด้านขวากว้าง 14 เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.
   2500 เรือขนาดใหญ่สามารถผ่านเข้าออกได้ บริเวณเขื่อนมีความสวยงามตามธรรมชาติ ช่วง
   เดือนมกราคม จะมีฝูงนกเป็ดน้ำนับหมื่นตัวมาอาศัยหากินอยู่ในแม่น้ำบริเวณเหนือเขื่อน เขื่อนนี้
   ใช้ประโยชน์ทางด้านการชล ประทาน การทดน้ำเพื่อการเกษตร โดยระบายน้ำจากแม่น้ำในภาค
   เหนือสู่ภาคกลางและอ่าวไทย และยังผลิตไฟฟ้าใช้ภายในจังหวัดด้วย นอกจากนี้ บริเวณเขื่อน
   เจ้าพระยา ยังมีบ้านพักรับรองสำหรับนักท่องเที่ยวไว้บริการ ติดต่อล่วงหน้า โทร. 0 5640 5012
   - 6 ต่อ 210

               

 

การเดินทาง จากอำเภอเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 304 และเลี้ยวซ้ายทางไปอำเภอสรรพยา ประมาณ 6 กิโลเมตร หรือรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ – อำเภอวัดสิงห์ จะผ่านบริเวณหน้าเขื่อน รถประจำทางสาย 1061 ชัยนาท-โพธิ์นางตำ และรถประจำทางสาย 110 สิงห์บุรี-ชัยนาท


ฟาร์มจระเข้วัดสิงห์ หรือฟาร์มจระเข้วสันต์                ชัยนาท

    ตั้งอยู่ที่ 121 หมู่ 3 ตำบลมะขามเฒ่า จากอำเภอเมืองชัยนาท มาตามถนนสายชัยนาท-วัดสิงห์
   (ทางหลวงหมายเลข 3183) กิโลเมตรที่ 24 ตั้งอยู่ทางซ้ายมือ

   ในฟาร์มจะมีสัตว์หลายชนิด เช่น จระเข้ เสือ กวาง ปลากระเบน นกชนิดต่าง ๆ ผู้สนใจ
   สามารถเยี่ยมชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 5646 1104

 

 

 

 

 


สวนลิง                 ชัยนาท

    สวนลิง  อยู่ในบริเวณวัดธรรมิกาวาส (วัดค้างคาว) ตำบลโพงาม เป็นวัดที่มีป่ายางสูงสลับซับ
   ซ้อน มีฝูงลิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้บริเวณหน้าวัดมีแม่น้ำน้อยไหลผ่านทำให้
   บรรยากาศร่มรื่น และมีรูปหล่อหลวงพ่อเฒ่า เป็นพระพุทธรูปที่ชาวบ้านเคารพนับถือ สวนลิงอยู่
   ห่างจากที่ว่าการอำเภอสรรคบุรีประมาณ 16กิโลเมตร ตามเส้นทางสายสิงห์บุรี-ชัยนาท เลียบ
   ถนนคลองชลประทาน (สายใน)จะมีทางแยกเข้าวัดธรรมิกาวาส ประมาณ 500 เมตร

 

 

 

 

 

สวนนกชัยนาท                  ชัยนาท

   เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดชัยนาท เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. 2526ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา
   พลอง หมู่ที่ 4 ตำบลเขาท่าพระ ริมถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ก่อนถึงตัวเมือง 4
   กิโลเมตร สวนนกชัยนาท มีพื้นที่ 260 ไร่ มีกรงนกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย ครอบคลุมพื้นทื่
   26ไร่ โดยปล่อยพันธุ์นกต่าง ๆ ให้อยู่อย่างธรรมชาติ นอกจากนั้นยังมีกรงนกขนาดกลางและ
   ขนาดเล็กอีก 63 กรง มีสวนหย่อม สวนงู สวนกระต่าย สวนสัตว์ป่า เช่น ละมั่งเลียงผา กวางดาว
   เนื้อทราย มีศาลากลางน้ำ อาคารจำหน่ายสินค้าของที่ระลึก และมีพิพิธภัณฑ์ปลาน้ำจืดเป็นปลา
   จากแม่น้ำเจ้า พระยา 63 ชนิด เช่นปลาเสือตอ ปลาตองลาย ปลาเสือสุมาตรา ปลากดหิน เป็น
   ต้น

  



นอกจากนี้ยังมี 3 โครงการใหม่ได้ปรับปรุงขึ้นเพื่อให้การท่องเที่ยวภายในสวนนกคุ้มค่ายิ่งขึ้น ได้แก่

1. มีศูนย์ข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวซึ่งใช้ระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนจะได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับด้านประวัติศาสตร์วิถีชีวิต เกษตรกรรม วัฒนธรรม หัตถกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด

2. ศูนย์ผลิตภัณฑ์พื้นเมือง จัดจำหน่ายสินค้า OTOP และสินค้าตามฤดูกาลของชุมชน

3. น้ำตกจำลองที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันดินพังทลาย ตั้งอยู่เชิงเขาพลอง

สวนนกเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น. สำหรับสวนนกชัยนาท เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.00–18.00 น. อัตราค่าเช้าชมชาวไทย ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 15 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท สอบ

 

การเดินทางไปจังหวัดชัยนาท

 

รถยนต์:

จากกรุงเทพฯ ไปตามถนน ระยะทางประมาณ194 กิโลเมตร โดยเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 1 ประมาณกิโลเมตรที่ 50 มีทางแยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านจังหวัดอ่างทอง สิงห์บุรี ประมาณกิโลเมตรที่ 183 มีทางแยกซ้ายมือเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1 ไปยังจังหวัดชัยนาทอีก 10 กิโลเมตร

 

รถประจำทาง:

มีรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศของบริษัท ขนส่ง จำกัด และของเอกชน สายกรุงเทพฯ-ชัยนาท ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต 2) ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง

สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490 www.transport.co.th ชัยนาททัวร์ กรุงเทพฯ โทร. 0 2936 3808 ชัยนาท โทร. 0 5641 2264 รถออกทุก1 ชั่วโมง ให้บริการเป็นรถปรับอากาศชั้น 1 และชั้น 2

 

ปัจจุบันบริษัท ขนส่ง จำกัด ได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์แล้ว ติดต่อได้ที่ www.thaiticketmajor.com

 

หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญในจังหวัดชันนาท

 

ตำรวจท่องเที่ยว   โทร. 1155

ตำรวจทางหลวง ส.ทล.3 กก.1   โทร. (056) 412270

ททท. สำนักงานภาคกลาง เขต 7 ลพบุรี   โทร. (036) 422768-9

สถานีตำรวจภูธร อ.เมือง   โทร. (056) 411734

สำนักงานจังหวัด   โทร. (056) 411181

ชัยนาททัวร์ โทร. 0 5641 2264

บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร. 0 5641 2264

ตำรวจท่องเที่ยว โทร. 1155

โรงพยาบาลชัยนาท โทร. 056-411055

โรงพยาบาลหันคา โทร. 056-451264

โรงพยาบาลวัดสิงห์ โทร. 056-430187-8

โรงพยาบาลสรรพยา โทร. 056-436366

โรงพยาบาลมโนรมย์ โทร. 056-4311376-7

โรงพยาบาลสรรคบุรี โทร. 056-481702

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดชัยนาท โทร. 056-411115

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุพรรณบุรี อ่างทอง ชัยนาท

@ ค้นหาที่พัก รีสอร์ท โรงแรม และร้านอาหาร ทั่วประเทศที่  http://www.resortdd.com/


      15 ส.ค. 2555   เวลา :    19:38   จำนวนผู้อ่าน :    3957   

 
ร้านอาหารแนะนำ