resort, รีสอร์ท, ที่พัก
 
 
 
 
 
 
 


ที่พักภาคเหนือ
เชียงราย
เชียงใหม่
กำแพงเพชร
ตาก
นครสวรรค์
น่าน
พะเยา
พิจิตร
พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
แพร่
แม่ฮ่องสอน
ลำปาง
ลำพูน
สุโขทัย
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กาฬสินธุ์
ขอนแก่น
ชัยภูมิ
นครพนม
นครราชสีมา
บุรีรัมย์
บึงกาฬ
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุบลราชธานี


ที่พักภาคกลาง
กรุงเทพมหานคร
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นนทบุรี
ปทุมธานี
ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
เพชรบุรี
ราชบุรี
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สระแก้ว
สระบุรี
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
อยุธยา
อ่างทอง


ที่พักภาคตะวันออก
ชลบุรี, พัทยา
ระยอง
จันทบุรี
ตราด


ที่พักภาคใต้
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา
พัทลุง
ภูเก็ต
ยะลา
ระนอง
สงขลา
สตูล
สุราษฎร์ธานี

Link เพื่อนบ้าน
หอพัก
หอพัก
ห้องพัก





โอนิซึกะ, onitsuka, onitsuka tiger
Bangkok Dating, Thailand Matchmaker, Thailand Dating, Bangkok Matchmaker, dating bangkok, dating thailand, thai dating, online dating, single thai girls, thai women, dating service, speed dating, บริการหาคู่, บริษัทจัดหาคู่, หาคู่, หาแฟน, หาเพื่อน, จัดหาคู่, จับคู่, แม่สื่อ, ธุรกิจหาคู่
ถุงจัมโบ้, พาเลท

แนะนำรีสอร์ท, ห้องพัก, ที่พัก, บ้านพัก สำหรับพักผ่อนยามท่องเที่ยว


ResortDD.com จังหวัดปราจีนบุรี (Prachinburi) ที่พักจังหวัดปราจีนบุรี โรงแรมจังหวัดปราจีนบุรี รีสอร์ทจังหวัดปราจีนบุรี เกสเฮ้าส์จังหวัดปราจีนบุรี สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดปราจีนบุรี ท่องเที่ยวจังหวัดปราจีนบุรี ศูนย์รวมรีสอร์ทจังหวัดปราจีนบุรี แหล่งรวมที่พักจังหวัดปราจีนบุรี Thailand Prachinburi Hotel Resort Guesthouse

ศรีมหาโพธิ์คู่บ้าน ไผ่ตงหวานคู่เมือง ผลไม้ลือเลื่อง เขตเมืองทวาราวดี

 

                จังหวัดปราจีนบุรีตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของภาคกลาง เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีทรัพยากรในด้านการท่องเที่ยวมากมายและหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะผืนป่ามรดกโลกของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลาน ที่นับเป็นสมบัติล้ำค่าในด้านของทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งของประเทศและของโลก

เดิมปราจีนบุรีเป็นจังหวัดใหญ่ มีพื้นที่กว้างขวางเป็นอันดับ 6 ของประเทศ แต่ภายหลังได้มีการแยกจังหวัดออกจากมณฑลปราจิณ ตั้งเป็นจังหวัดนครนายกและฉะเชิงเทรา และในปี พ.ศ. 2536 ก็ได้มีพระราชบัญญัติแยกพื้นที่บางอำเภอออกจากจังหวัดปราจีนบุรีอีกครั้ง แล้วตั้งเป็นจังหวัดสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรีจึงมีขนาดเท่ากับในปัจจุบันนับแต่นั้นมา

จังหวัดปราจีนบุรีมีเนื้อที่ประมาณ 4,762 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 3,054,449 ไร่ จัดเป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 45 ของประเทศไทย สภาพพื้นที่แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ เขตที่ราบสูงทางตอนบนของจังหวัด ติดเทือกเขาดงพญาเย็น บริเวณรอยต่อของจังหวัดนครนายกและจังหวัดนครราชสีมา มีลักษณะเป็นที่ราบสูงคล้ายภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มียอดเขาสูง 1,326 เมตร พื้นที่ส่วนมากเป็นป่าทึบและเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำหลายสาย และเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำทางตอนล่าง มีแม่น้ำสายสำคัญ คือ แม่น้ำบางปะกง ซึ่งเกิดจากแควหนุมานและแควพระปรง ไหลมาบรรจบกันที่อำเภอกบินทร์บุรี ผ่านอำเภอศรีมหาโพธิ อำเภอประจันตคาม อำเภอเมืองปราจีนบุรี อำเภอบ้านสร้าง แล้วไหลเข้าสู่จังหวัดฉะเชิงเทรา บริเวณแถบนี้เหมาะแก่การเพาะปลูก โดยเฉพาะการทำสวนผลไม้

บริเวณที่ตั้งของจังหวัดปราจีนบุรีในปัจจุบัน พบว่ามีการตั้งถิ่นฐานของชุมชนสมัยโบราณตั้งแต่เมื่อประมาณ 2,000–2,500 ปี มาแล้ว ซึ่งตรงกับสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย และมีอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองตั้งแต่สมัยทวารวดีต่อเนื่องมาจนถึงสมัยลพบุรี ดังปรากฏหลักฐานเป็นซากเมืองโบราณที่เรียกว่า “เมืองศรีมโหสถ” ที่ตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ และทางด้านทิศตะวันออกของเมืองศรีมโหสถ บริเวณบ้านโคกขวาง อำเภอศรีมหาโพธิ ยังพบชุมชนโบราณอายุร่วมสมัยเดียวกันกับเมืองศรีมโหสถ บริเวณซากเมืองโบราณเหล่านี้มีซากโบราณสถานที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและพบโบราณวัตถุต่างๆ ได้แก่ พระพุทธรูป เทวรูป เครื่องปั้นดินเผา เครื่องมือเครื่องใช้ประเภทสำริด กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป

ต่อมาศูนย์กลางความเจริญได้ย้ายมาอยู่ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงเช่นในปัจจุบัน มีชุมชนหนาแน่นจนเกิดเป็นเมืองขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา เรียกว่า “เมืองปราจีน” และในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นเรียกว่า “เมืองปราจิณ” หรือ “มณฑลปราจิณ” ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โปรดให้จัดระเบียบการปกครองแผ่นดินตามแบบต่างประเทศ มณฑลปราจิณถูกยุบเลิก คงมีฐานะเป็นเพียงหัวเมืองเมืองหนึ่ง ต่อมาโปรดให้เปลี่ยนคำว่า “เมือง” เป็น “จังหวัด” จึงมีชื่อเรียกใหม่ว่า “จังหวัดปราจีนบุรี”

ปราจีนบุรีอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 135 กิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ คือ อำเภอเมืองปราจีนบุรี อำเภอบ้านสร้าง อำเภอประจันตคาม อำเภอศรีมโหสถ อำเภอศรีมหาโพธิ อำเภอกบินทร์บุรี และอำเภอนาดี

 

สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดปราจีนบุรี



กลุ่มโบราณสถาน สระมรกต              ปราจีนบุรี

   ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดสระมรกต ตำบลโคกปีบ เป็นกลุ่มโบราณสถานทางพุทธศาสนาขนาด
   ใหญ่ ที่สร้างซ้อนทับกันหลายสมัย เริ่มตั้งแต่ก่อนพุทธศตวรรษที่ 14เป็นต้นมาจนถึงพุทธ
   ศตวรรษที่ 18ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างศิลาแลงและอิฐ ส่วนใหญ่คงเหลือเฉพาะรากฐานอาคาร
   เท่านั้น ระหว่างการขุดแต่งได้ค้นพบ รอยพระพุทธบาทคู่ สลักอยู่บนศิลาแลง ลักษณะเป็นรอย
   เลียนแบบรอยเท้ามนุษย์ กลางฝ่าพระบาทสลักรูปธรรมจักรนูนทั้งสองข้างและมีการสลักรูป
   กากบาท ตรงกลางมีหลุมสำหรับใช้ปักเสา  สันนิษฐานว่ามีไว้เพื่อปักฉัตรหรือร่ม รอยพระ
   พุทธบาทคู่นี้คาดว่าสร้างขึ้นครั้งแรกสมัยทวารวดีถึงสมัยลพบุรี นับเป็นรอยพระพุทธบาทที่ใหญ่
   และเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ใกล้กันมี บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งพบพระพุทธรูปและโบราณวัตถุเป็น
   จำนวนมากภายในบ่อ และเป็นบ่อซึ่งได้นำน้ำขึ้นทูลเกล้าถวายเนื่องในพิธีรัชมังคลาภิเษก

   นอกจากนั้นยังมี สระมรกต เป็นส่วนหนึ่งของโบราณสถานสระมรกตประกอบด้วย อาคารศิลาแลง
   ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว ลักษณะเป็นอโรคยศาล หรือโรงพยาบาลในสมัยโบราณ ส่วนสระมรกต
   เป็นสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขนาดกว้างประมาณ 115 เมตร ยาว 214 เมตร ลึก 3.50 เมตร มีพื้นที่ประมาณ 25 ไร่ สันนิษฐานว่าขุดขึ้นมาเพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำ และได้นำศิลาแลงไปใช้เป็นสถาปัตยกรรม นอกจากสระมรกตแล้วยังมี สระบัวหล้า และ อาคารศรีมโหสถ ศูนย์นิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับโบราณสถานเมืองศรีมโหสถ เปิดให้ชมทุกวัน

การเดินทาง จากตัวเมืองปราจีนบุรีไปตามถนนสุวินทวงศ์ ใช้เส้นทางหมายเลข 319 สายปราจีนบุรี-อำเภอพนมสารคาม ระยะทางประมาณ 23 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 500 เมตร ก็จะถึงกลุ่มโบราณสถานแห่งนี้



วัดแก้วพิจิตร                 ปราจีนบุรี

   ตั้งอยู่ริมฝั่งด้านขวาของแม่น้ำบางปะกง ถนนแก้วพิจิตร ตำบลหน้าเมือง ในเขตเทศบาลเมือง
   ปราจีนบุรี ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออกประมาณ 2กิโลเมตร เป็นวัดนิกายธรรมยุติวัด
   แรกของจังหวัดปราจีนบุรี สร้างเมื่อปี พ.ศ.2422โดยเศรษฐีนีใจบุญชาวปราจีนบุรีชื่อนางประมูล
   โภคา (แก้วประสังสิต)ภรรยาของขุนประมูลภักดี ต่อมาในปี พ.ศ. 2461 เจ้าพระยาอภัยภูเบศร
   (ชุ่ม อภัยวงศ์) ได้สร้างพระอุโบสถหลังใหม่เพื่อทดแทนหลังเก่าที่ชำรุดผุพัง จึงมีลักษณะทาง
   สถาปัตยกรรมและลวดลายประดับอาคารผสมผสาระหว่างศิลปะไทย จีน ยุโรปและเขมร พระ
   ประธานสร้างเมื่อปี พ.ศ.2462 โดยเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้รับพระราชทานนามจากพระบาท
   สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่าหลวงพ่ออภัยวงศ์ หรือ หลวงพ่ออภัย เพื่อเป็นเกียรติแก่ท่าน
   เจ้าพระยาอภัยภูเบศรผู้สร้างภายในพระอุโบสถมีภาพวาดบนแผ่นผ้าเกี่ยวกับเรื่องราวในพระพุทธ
   ศาสนา เช่น ทศชาติชาดก มารผจญ วาดโดยช่างหลวงในรัชกาลที่ 6 ฝาผนังด้านนอกพระ
   อุโบสถมีภาพปูนปั้นเรื่องรามเกียรติ์ ด้วยพระอัฉริยภาพของเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ท่านได้สร้าง
   ปริศนาธรรมแทรกไว้ตามที่ต่าง ๆ เช่น นาฬิกาที่ไม่ยอมเที่ยงอยู่ที่ซุ้มประตูเรือนแก้ว สร้างปริศนาด้านการปกครอง เช่น รูปสิงห์โตตัวผู้เพียงตัวเดียวไว้ที่บานหน้าต่าง ด้านหน้าพระอุโบสถมี อาคารเรียนหนังสือไทย นักธรรมบาลีเป็นอาคารคอนกรีต รูปสถูปโดม ศิลปะกรีกหรือโรมันอยู่หลังหนึ่ง

                นอกจากนั้นภายในวัดแก้วพิจิตรยังมีหอพระไตรปิฎกและศาลาตรีมุข ที่ท่าน้ำ บรรยากาศภายในวัดร่มรื่น เปิดเวลา 08.30-17.00 น.    สอบถามรายละเอียด โทร. 0 3721 2795, 08 1481 1740, 08 1650 0327


โบราณสถานเมืองศรีมโหสถ             ปราจีนบุรี

    ตั้งอยู่ที่บ้านโคกวัด ตำบลโคกปีบ เป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดีขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นรูปไข่
   หรือสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมมน มีเนื้อที่ประมาณ 700ไร่ ลักษณะของเมืองมีคูเมืองและคันดินกำแพง
   เมืองล้อมรอบคูน้ำ ภายในเมืองมีโบราณสถาน เนินดิน สระน้ำ บ่อน้ำกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปกว่า
   100แห่งสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี หลักฐานส่วนใหญ่ที่พบมักจะเกี่ยวเนื่องกับ
   ศาสนาพราหมณ์ หรือ ฮินดู เช่น เทวาลัย เทวรูป ศิวลึงค์โบราณสถานที่สำคัญในเมืองศรีมโหสถ
   ประกอบด้วย กลุ่มโบราณสถานกลางเมือง อายุราวพุทธศตวรรษที่ 18เป็นหมู่เทวาลัย ฐานก่อ
   ด้วยศิลาแลง ด้านบนก่อด้วยอิฐด้านหลังมีบ่อน้ำก่อด้วยศิลาแลง อายุราวพุทธศตวรรษที่ 11-12
   โบราณวัตถุที่ขุดพบ ได้แก่ เทวรูปต่าง ๆ และเศษเครื่องปั้นดินเผา สมัยลพบุรี สุโขทัย อยุธยา
   และรัตนโกสินทร์ ภูเขาทอง เป็นเจดีย์รูปกลม ลักษณะเหมือนโอคว่ำ สมัยทวารวดี โบราณสถาน
   หมายเลขที่ 25 เป็นเทวาลัย รากฐานอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ก่อด้วยศิลาแลง อายุราวพุทธ
   ศตวรรษที่11-12โบราณสถานสระแก้ว ตั้งอยู่นอกเมืองศรีมโหสถไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
   เป็นสระน้ำโบราณขนาดกว้างประมาณ 18 เมตร ขุดลงไปในชั้นของศิลาแลงธรรมชาติ ตัวสระเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ทางด้านทิศตะวันตกมีทางลงทำเป็นขั้นบันไดกว้าง 4เมตร ความยาวทางลง 13.60 เมตร ผนังขอบสระทุกด้านมีการแกะสลักภาพนูนต่ำเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ เช่น รูปช้าง มกร (มะกอน, มะกอระ หรือมะกะระ หมายถึง มังกร) สิงห์ หมู กินรี งูพันเสา สัตว์เหล่านี้เป็นสัตว์ชั้นสูง สันนิษฐานว่าเป็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของกษัตริย์เมืองศรีมโหสถ อายุราวพุทธศตวรรษ ที่ 10-11

การเดินทาง ห่างจากตัวเมืองปราจีนบุรีประมาณ 20กิโลเมตร ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 319 กิโลเมตรที่ 130 เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 3070 อีกประมาณ 1กิโลเมตร เมืองโบราณจะอยู่ทางด้านขวามือ โบราณสถานตั้งอยู่กระจัดกระจาย สามารถเข้าได้หลายทางและสามารถทะลุถึงกันได้


อุทยานแห่งชาติทับลาน               ปราจีนบุรี

   ครอบคลุมพื้นที่ของตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี และอำเภอปักธงชัยอำเภอ
   วังน้ำเขียว อำเภอครบุรี อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ
   2,240ตารางกิโลเมตร หรือ 1,400,000ไร่ ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2524

 

 

 

 

 

ภายใอุทยานฯ มีสถานที่น่าสนใจ ได้แก่

ป่าลานและสวนพักผ่อนหย่อนใจ อยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ เป็นป่าลานที่ขึ้เองตามธรรมชาติแห่งสุดท้ายของประเทศไทย มีต้นตาลเป็นพันธุ์ไม้ดึกดำบรรพ์ใบใหญ่เป็นรูปพัดคล้ายใบลาน จะออกดอกเมื่อต้นมีอายุ 20ปีขึ้นไป ช่วงฤดูออกดอกในราวเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ดอกมีสีเหลืองสดสวยงามมาก หลังออกดอกแล้วต้นลานนั้นจะตายไป สวนพักผ่อนหย่อนใจ อยู่ติดกับที่ทำการอุทยานฯ พื้นที่ประมาณ 20 ไร่ ประกอบด้วยต้นลานและพันธุ์ไม้นานาชนิด ภายในร่มรื่น มีซุ้มสำหรับนั่งพักผ่อน กลางสวนมีสระน้ำขนาดใหญ่นอกจากดงลานแล้ว ภายในพื้นที่อุทยานฯ ยังปกคลุมด้วยป่าเต็งรังและป่าดงดิบที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และนกชนิดต่าง ๆ

น้ำตกทับลานหรือน้ำตกเหวนกกก อยู่ห่างจากบ้านทับลานประมาณ 7 กิโลเมตร เดินเท้าอีกประมาณ 1กิโลเมตร จึงจะถึงตัวน้ำตก เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวยงาม มีความสูง 20 เมตร มีน้ำไหลเฉพาะในช่วงฤดูฝนเท่านั้น

อ่างเก็บน้ำทับลาน อยู่ห่างจากบ้านทับลานประมาณ 1กิโลเมตร เป็นอ่างเก็บน้ำที่สวยงามล้อมรอบไปด้วยภูเขา อากาศเย็นสบายเหมาะแก่การพักผ่อน

หาดชมตะวัน อยู่ห่างจากตัวอำเภอเสิงสาง ประมาณ 17 กิโลเมตร เป็นชายหาดริมอ่างเก็บน้ำของเขื่อนลำปลายมาศ หาดยาวประมาณ 300เมตร บริเวณหาดทรายสามารถเล่นน้ำได้ มีกิจกรรมล่องเรือนำเที่ยวชมทิวทัศน์รอบเขื่อนไป-กลับ นั่งได้ 10 คน ราคา 500 บาท และล่องแพ นั่งได้ 40 คน ราคา 2,000 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านราษฏร์ โทร. 08 1967 1377 เหมาะสำหรับที่จะท่องเที่ยวแบบครอบครัว แบบหมู่คณะ ทางอุทยานแห่งชาติมีบ้านพักรับรอง 1 หลัง ราคา 1,500 บาท มีเต็นท์ให้เช่า พักได้ 2-5 คน ราคา 250-500 บาท ในกรณีที่นำเต็นท์มาเองเสียค่าพื้นที่กางเต็นท์ 30 บาท/คน/คืน

น้ำตกบ่อทอง น้ำตกบ่อทอง อยู่ในท้องที่ตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี ห่างจากเส้นทางหลวงหมายเลข 304 ประมาณ 6 กิโลเมตร และต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 500 เมตร เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมากในช่วงฤดูฝน ประมาณเดือนกรกฎาคม-เดือนกันยายนน้ำจะค่อนข้างน้อย

น้ำตกห้วยคำภู อยู่ในท้องที่ตำบลแก่งดินสอ อำเภอนาดี ประมาณ 20กิโลเมตร ลักษณะเป็นลำธารที่มีน้ำไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้น ๆ ด้านล่างเป็นฝายน้ำล้นเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ

การเดินทาง แยกจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 บริเวณกิโลเมตรที่ 92 เข้าไปประมาณ 20 กิโลเมตร

ลำแปรง อยู่ห่างจากอำเภอครบุรี ประมาณ 35กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีสัตว์ป่านานาชนิด ดูนก สถานที่พัก ทางอุทยานฯ มีเต็นท์ให้เช่า พักได้ 2-5 คน ราคา 250-500 บาท ในกรณีที่นำเต็นท์มาเองเสียค่าพื้นที่กางเต็นท์ 30 บาท/คน/คืน การเดินทาง สามารถไปทางอุทยานแห่งชาติปางสีดาได้

น้ำตกห้วยใหญ่ อยู่ทางทิศตะวันตกของอุทยานฯ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความสวยงาม มีความสูง ประมาณ 50 เมตร กว้าง 30 เมตร ไหลแผ่กว้างเป็นม่านน้ำตก มีน้ำไหลตลอดปี แต่ไม่มีแอ่งน้ำให้เล่น การเดินทาง แยกจากทางหลวงหมายเลข 304 ตรงหลักกิโลเมตรที่ 79 เข้าไปอีก 6 กิโลเมตร อยู่ในเขตอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ในหน้าแล้งนำรถยนต์เข้าได้เกือบถึงตัวน้ำตก

น้ำตกสวนห้อม ห้วยขมิ้น ห้วยใหญ่ใต้ อยู่ในท้องที่ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวันครราชสีมา ห่างจากถนนสาย 304ประมาณ 6กิโลเมตร น้ำตกมีลักษณะเป็นหน้าผา สูงประมาณ 50เมตร กว้างประมาณ 30เมตร น้ำตกมีความสวยงามมากในฤดูฝนประมาณเดือนกรกฎาคม-กันยายน ในฤดูแล้งน้ำจะค่อนข้างน้อย บริเวณใกล้เคียงน้ำตกทางอุทยานแห่งชาติทับลาน ได้จัดสถานที่กางเต็นท์อยู่บนเนินเขาไว้บริการนักท่องเที่ยว ในกรณีที่นำเต็นท์มาเองเสียค่าพื้นที่กางเต็นท์ 30 บาท/คน/คืน เต็นท์ให้เช่า พักได้ 2-5 คน ราคา 250-500 บาท บ้านพักรับรอง 1หลัง ราคา 1,500 บาท จากจุดกางเต็นท์นี้สามารถมองเห็นน้ำตก ทิวทัศน์ที่สวยงามของอุทยานแห่งชาติได้

เขื่อนลำมูลบน อยู่ในเขตอำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา เป็นเขื่อนดินสูง 30เมตร และเป็นต้นน้ำของแม่น้ำมูลที่เกิดจากผืนป่าทับลานบนสันเขื่อนมองเห็นทิวทัศน์สวยงามของอ่างเก็บน้ำ ได้มีการพัฒนาบริเวณของเขื่อนเป็นแหล่งท่องเที่ยวทำเป็นหาดบริเวณท้ายเขื่อน เรียกว่า หาดจอมทอง เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อน นั่งตากอากาศ ลงเล่นน้ำ ล่องแพ และขึ้นไปชมทิวทัศน์บนเขาจอมทอง

สถานที่พัก อุทยานฯ มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว จำนวน 3 หลัง ราคา 1,500 บาท มีเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว พักได้ 2-5 คน ราคา 250-500 บาท หรือจะนำเต็นท์ไปเองโดยเสียค่าพื้นที่คนละ 30บาท/คืน สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติทับลาน 520หมู่ 1ตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี 25220

โทร. 0 3721 9408 หรือ ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทร. 0 2562 0760 หรือ www.dnp.go.th

การเดินทาง รถยนต์ อุทยานฯ อยู่ริมเส้นทางหลวงหมายเลข 304ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 197จากสี่แยกอำเภอกบินทร์บุรีใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 304สายอำเภอกบินทร์บุรี-นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 32กิโลเมตร (ห่างจากจังหวัดปราจีนบุรี ประมาณ 90กิโลเมตร และห่างจากจังหวัดนครราชสีมา ประมาณ 107 กิโลเมตร)รถประจำทาง จากกรุงเทพฯ ขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งหมอชิต ถนนกำแพงเพชร 2สายกรุงเทพฯ-กบินทร์บุรี ลงที่กบินทร์บุรี จากนั้นให้ต่อรถสายกบินทร์บุรี-โคราช ไปอีก 32 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ ซึ่งอยู่ติดกับถนนใหญ่



ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร             ปราจีนบุรี

  อยู่ภายในโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ถนนปราจีนอนุสรณ์ เส้นทางหลวงหมายเลข3069
   ห่างจากตัวเมืองประมาณ 2.5 กิโลเมตร ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นตึกสองชั้นแบบยุโรป สมัย
   เรอเนสซองส์มีมุขด้านหน้า ตรงกลางเป็นโดม ผนังด้านนอกเป็นปูนปั้นลายพฤกษาประดับซุ้ม
   ประตูและหน้าต่าง ภายในตกแต่งแบบตะวันตก เป็นตึกที่เจ้าพระยาอภัยภูเบศรสร้างขึ้นโดย
   ทรัพย์สินส่วนตัวในปี พ.ศ. 2452เพื่อถวายเป็นที่ประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
   เจ้าอยู่หัว หากเสด็จประพาสมณฑลปราจีนอีกครั้ง แต่ไม่ทันได้เสด็จประทับพระองค์ก็เสด็จ
   สวรรคตก่อน เมื่อ พ.ศ.2453  อย่างไรก็ตามที่นี่เคยใช้เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎ
   เกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ.2455 รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์อีกหลายพระองค์ คราเสด็จมณฑล
   ปราจีนบุรี

   โดยที่ท่านเจ้าของตึกนี้ไม่เคยใช้ที่นี่เป็นที่พำนักส่วนตัวเลย ตึกนี้เคยใช้เป็นตึกอำนวยการ ชั้น
   ล่างเป็นห้องตรวจโรค ห้องจำหน่ายยาและห้องผ่าตัด ชั้นบน ทำหน้าที่รับคนไข้หญิง จนถึงปี
   พ.ศ.2512 ที่ตึกอำนวยการหลังปัจจุบันเสร็จ   ปี พ.ศ.2533 กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นโบราณสถาน และได้มีการเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2539  โดยจัดทำเป็น พิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร เป็นศูนย์การรวบรวมอนุรักษ์ตำราไทย สมุนไพรไทย การแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านของจังหวัดปราจีนบุรี อีกทั้งยังเป็นแหล่งการศึกษา ค้นคว้า วิจัยและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น ที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรและการแพทย์ของท้องถิ่น ชั้นล่าง จัดแสดงประวัติตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ตำนานหมอหลวง การแพทย์แผนไทย แพทย์พื้นบ้านและตัวอย่างเครื่องมือเครื่องใช้ทางการแพทย์แผนไทย เช่น ตู้ยา หินฝนยา หินชนวน มีดหมอ ชั้นบน จัดแสดงสมุดข่อย หนังสือและตำรายา หินบดยาในอดีตสมัยทวารวดี

                 เปิดบริการทุกวันเวลา 08.30-17.00 น.

               โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นโรงพยาบาลนำร่องเรื่องการแพทย์แผนไทย ผลงาน “โครงการทัวร์สุขภาพโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร” ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวครั้งที่ 4 ประจำปี 2546 รางวัลดีเด่นประเภทโครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว โดยใช้สมุนไพรบำบัดยารักษาโรค มีการนวด อบ ประคบและฝังเข็ม แปรรูปสมุนไพรไทยเป็นเวชภัณฑ์และเครื่องสำอาง

                สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0 3721 1088 ต่อ 3166 หรือ 0 3721 6164 และยังมีร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรในราคาย่อมเยาชั้นล่างของโรงพยาบาล

                 เปิดทุกวัน เวลา 08.30-20.30 น.หป โทร. 0 3721 1088 ต่อ 3166 หรือ


พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี               ปราจีนบุรี

   ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังของศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี ประมาณ 200 เมตร เป็นพิพิธภัณฑสถาน
   ประเภทประวัติศาสตร์โบราณคดี ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมของโบราณวัตถุในภูมิภาคตะวันออก
   และจังหวัดใกล้เคียง อาทิ  ปราจีนบุรี สระแก้ว นครนายกฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี ตราดและ
   ระยองโดยเน้นการจัดแสดงที่เมืองศรีมโหสถเป็นสำคัญ ภายในแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ชั้นล่าง จัด
   แสดงประวัติศาสตร์โบราณคดีเมืองปราจีนบุรี โบราณคดีเมืองนครนายกและนิทรรศการพิเศษ ชั้น
   บน จัดแสดงศิลปะโบราณคดีในประเทศไทย โบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ในภาคตะวันออก
   โบราณคดีใต้น้ำรวมทั้งเครื่องถ้วยสังคโลกที่พบใต้ทะเลจากบริเวณเกาะคราม จังหวัดชลบุรี และ
   นิทรรศการชั่วคราว โบราณวัตถุส่วนใหญ่ของที่นี่ได้มาจากเมืองโบราณสมัยทวารวดี อาทิ พระ
   พุทธรูป เทวรูปเคารพในศาสนาฮินดู  ศิวลึงค์ ทับหลัง เครื่องใช้สำริด  จัดแสดงศิลปะสมัยต่าง ๆ
   ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ต่อเนื่องจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อประโยชน์
   ในการศึกษาเปรียบเทียบ นอกจากนั้นยังจัดสถานที่ส่วนหนึ่งสำหรับนิทรรศการชั่วคราวใน
   โอกาสต่าง ๆ ด้วย

                พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมวันพุธ-วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ปิดวันจันทร์ วันอังคาร อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างประเทศ 150 บาท ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 3721 1586



วัดโบสถ์                ปราจีนบุรี

    ตั้งอยู่ที่ตำบลวัดโบสถ์ ทางทิศตะวันตกของตัวเมืองปราจีนบุรี ริมฝั่งแม่น้ำปราจีนบุรี (บางปะกง) มี  เนื้อที่ 45 ไร่ สร้างเมื่อ พ.ศ. 1821 ภายในวัดมีพระพุทธรูป 3 องค์ ประดิษฐานเรียงรายไปตามริมแม่น้ำ คือ พระพุทธรูปปางลีลา พระนามว่า “พระสิริมงคลนิมิต” พระพุทธรูปปางประทับนั่งห้อยพระบาทพระนามว่า “พระสรรพสิทธินาวา” พระพุทธรูปปางประทับนอน พระนามว่า “พระมหาชินไสยาสน์” ภายในวัดมีบรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ

                 

 

 

 

การเดินทาง  จากถนนเทศบาลดำริถึงสี่แยกถนนสุวินทวงศ์ เส้นทางหลวงหมายเลข 319แล้วตรงไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3071 ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร

 

วัดสง่างาม              ปราจีนบุรี

   ตั้งอยู่ที่ตำบลบางบริบูรณ์ ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3069กิโลเมตรที่ 7เข้าไปประมาณ
   1กิโลเมตร วัดนี้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 เมษายนพ.ศ.2460เป็นวัดที่
   มีผู้นิยมมาลอดใต้พระอุโบสถ ประวัติ พระอุโบสถนั้นสร้างเมื่อวันที่ 12มีนาคม พ.ศ.2514 และได้
   ทำการซ่อมแซมบูรณะเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545

   โดยทำการยกอุโบสถทั้งหลัง เนื่องจากพื้นที่วัดต่ำลงหลังจากที่มีการถมถนนและจะเกิดน้ำท่วม
   บริเวณกำแพงแก้วรอบอุโบสถเมื่อถึงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคมของทุกปี ทำให้พระภิกษุ
   ทสังฆกรรมลำบาก จึงได้ทำการยกอุโบสถให้สูงขึ้น ระหว่างการบูรณะ ประชาชนที่มีความ
   เลื่อมใสศรัทธาได้เริ่มมาลอดใต้ท้องพระอุโบสถ เพื่ออธิษฐานให้หายจากโรคต่าง ๆ และขอโชค
   ลาภประชาชนที่สมหวังก็พากันบอกต่อ ๆ กันไป จนทำให้มีผู้นิยมมาลอดใต้พระอุโบสถและปิด
   ทองหลวงปู่ผิว (พระครูสีลวิสุทธาจารย์) ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาวาสเพื่อขอพร




ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช                ปราจีนบุรี

   ประดิษฐานอยู่ ณ สี่แยกเนินหอม ตำบลบ้านพระ ปากทางเข้าสู่ตัวเมืองปราจีนบุรี ห่างจากตัว
   เมืองปราจีนบุรีไปทางทิศเหนือ ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 320 ประมาณ 9กิโลเมตร  วงเวียน
   ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจะตั้งอยู่ทางขวามือ หรือจากนครนายกไปตามทางหลวงหมาย
   เลข 33กิโลเมตรที่ 158

    ศาลแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในท่าประทับยืน เหตุที่สร้าง
   ศาลขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระองค์ท่านในคราวกรีฑาทัพจากกรุงศรีอยุธยา เพื่อไปปราบนักพระ
   สัฏฐาแห่งเมืองละแวก กัมพูชา เมื่อ พ.ศ. 2132 ระหว่างการเดินทางทัพได้หยุดพักกองทัพ ณ
   บริเวณเนินหอม (บริเวณที่ตั้งศาลในปัจจุบัน) ประชาชนชาวจังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดใกล้
   เคียงนิยมมาสักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล


 

 

อ่างเก็บน้ำจักรพงษ์             ปราจีนบุรี

   ก่อสร้างเป็นเขื่อนดิน สูงประมาณ 16.50 เมตร ยาว 740 เมตร จากปากทางเข้าอ่างเก็บน้ำให้
   เลี้ยวซ้ายจะมีถนนขึ้นไปจนถึงยอดเขาเพื่อชมทัศนียภาพโดยรอบระยะทางประมาณ 11กิโลเมตร
   ช่วงกิโลเมตรที่ 7-8 จะเป็น น็นน็เนินพิศวง หรือเนินมหัศจรรย์ ยาวประมาณ 150 เมตร ถ้าจอดรถ
   แล้วปล่อยเกียร์ว่างไว้รถจะไหลขึ้นเนินได้ซึ่งเกิดจากภาพลวงตาจากภูมิประเทศโดยรอบ

               

 

 

 

 

การเดินทาง จากสี่แยกเนินหอม แล้วเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 33 ไปอีประมาณ 3 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกให้แยกซ้ายมือ ระหว่างกิโลเมตรที่ 160-161 เลยไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ก็จะถึงอ่างเก็บน้ำจักรพงษ์



น้ำตกเขาอีโต้                 ปราจีนบุรี

   ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านพระ น้ำตกเขาอีโต้เป็นธารน้ำที่ไหลผ่านโขดหินน้อยใหญ่ลดหลั่นเป็นชั้นๆ
   ความสูงไม่มากนัก สภาพบริเวณโดยรอบเป็นป่าโปร่ง มีน้ำมากเฉพาะในช่วงฤดูฝน การเดินทาง
   ใช้เส้นทางเดียวกับอ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ แต่อยู่เลยไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร

 








 


สวนพันธุ์ไผ่                ปราจีนบุรี

   ตั้งอยู่ที่ตำบลเนินหอม มีเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่ อยู่ในความดูแลของกรมราชทัณฑ์ เป็นสถานที่
   รวบรวมพันธุ์ไผ่นานาชนิดปลูกไว้เพื่อการศึกษาและขยายพันธุ์ มีส่วนหนึ่งเป็นที่ตั้งของ
   ทัณฑสถานเปิดบ้านเนินสูงซึ่งใช้เป็นสถานที่ฝึกวิชาชีพของนักโทษชั้นดี มีการตัดต้นไผ่ ปลูกผัก
   สวนครัว ทำเฟอร์นิเจอร์ บริเวณริมถนนด้านหน้าสวนมีพันธุ์ไผ่ เช่น ไผ่หวาน ไผ่ตง ไผ่สีทอง มี
   พันธุ์หน่อไม้จำหน่าย เปิดเวลา 08.00-16.00 น. โทร. 0 3721 9904 โทรสาร 0 3721 2661

            






การเดินทาง จากทางหลวงหมายเลข 33 เลี้ยวซ้ายที่สี่แยกเนินหอม (วงเวียนศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช) ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3077 สายแยกเนินหอม-เขาใหญ่ ซึ่งเป็นถนนไปอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร หรือห่างจากตัวเมืองประมาณ 20 กิโลเมตร


แก่งหินเพิง             ปราจีนบุรี

  ตั้งอยู่ที่ตำบลสะพานหิน อำเภอนาดี เป็นแก่งหินขนาดใหญ่ที่สวยงามอยู่ในลำน้ำใสใหญ่ ซึ่งมี
   ลักษณะทางธรณีวิทยา เป็นชั้นหินทราย อยู่ในเขตความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติเขา
   ใหญ่ ที่9 (ใสใหญ่) อำเภอนาดี เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่เหมาะแก่การล่องเรือยางที่
   ท้าทาย และ สนุกสนาน ในช่วงฤดูฝนราวเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน เป็นช่วงที่มีปริมาณน้ำ
   หลาก ล้นแก่ง และไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ เหมาะสำหรับการล่องแก่งหินเพิง หากพ้นช่วงฤดูฝนไป
  แล้วแก่งหินเพิงนี้จะกลายเป็นลานโขดหินกว้างใหญ่ การล่องแก่งหินเพิงจะผ่านแก่งต่าง ๆ ได้แก่
   แก่งหินเพิง แก่งวังหนามล้อม แก่งวังบอน แก่งลูกเสือ แก่งวังไทร แก่งงูเห่า ใช้แพยางนั่งได้
   ประมาณ 8-10 คน ล่องไปตามลำน้ำใสใหญ่ ผู้ประกอบการจะพานักท่องเที่ยวไปยังบริเวณ
   อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่ 9 (ใสใหญ่) และเดินป่าไปยังต้นน้ำ ระยะทางประมาณ 2.5
   กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที จากนั้นจะเริ่มล่องแก่งมายังจุดสุดท้ายบริเวณ
   ขญ.9 ใช้เวลาล่องแก่งประมาณ 30 นาที นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อบริษัทนำเที่ยวที่จัด
   กิจกรรมในการล่องแก่งหินเพิงและสามารถพักค้างแรมแบบแคมปิง หรือจะพักรีสอร์ทในเขตอำเภอนาดีก็ได้

การเดินทาง ใช้เส้นทางสายอำเภอกบินทร์บุรี-จังหวัดนครราชสีมา เส้นทางหลวงหมายเลข 304 จากปากทางกิโลเมตรที่ 11 เข้าไปประมาณ 25 กิโลเมตร แล้วจอดรถไว้ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ เขาใหญ่ หน่วยความรับผิดชอบที่ 9 และต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 45 นาที ก็จะถึงแก่งหินเพิง

สามารถติดต่อบริษัทตัวแทนในการล่องแก่ง ได้แก่

แก่งหินเพิง แคมปิง 185 หมู่ 12 ตำบลนาดี อำเภอนาดี โทร. 0 3740 5608, 0 3740 5611, 08 1663 2777, 08 1663 2775, 08 1781 6026 (มีกิจกรรมล่องแก่งหินเพิง โรยตัวจากหน้าผาจำลอง กระโดดหอ สกีน้ำ)

แก่งหินเพิง ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท 120 หมู่ 7 ตำบลสำพันตา โทร. 08 1909 6896, 08 9993 4177 (กิจกรรมล่องแก่งหินเพิง โรยตัวจากหน้าผา กระโดดหอ สกีน้ำ)

แคมปิงไซด์ เซ็นเตอร์ 85/46 หมู่ 6 หมู่บ้านบางใหญ่ซิตี้ ถนนกาญจนาภิเษก ตำบลเสาธงหิน บางใหญ่ นนทบุรี โทร. 0 2961 2204-5 (กิจกรรมล่องแก่งหินเพิง)

ชมรมคนพายเรือ 12 หมู่ 1 ตำบลสะพานหิน อำเภอนาดี โทร. 08 1304 6849, 08 9250 0689 (กิจกรรมลองแก่งหินเพิง เดินป่าเขาใหญ่กระโดดหอ โรยตัวจากหน้าผาจำลอง)

บ้านผางาม รีสอร์ท 201 หมู่ 4 ตำบลบุพรหมณ์ อำเภอนาดี โทร. 0 3728 2797 กรุงเทพฯ โทร. 0 2435 6923, 0 2424 3476, 0 2433 4884 www.pangam.com (มีกิจกรรมโรยตัวจากหน้าผาจำลอง, ล่องแก่งหินเพิง, ขี่จักรยานเสือภูเขา, ปีนหน้าผาจำลอง เล่นรอกความเร็วสูงจากหอต่างระดับ และเดินป่า)

บริษัท เนเจอร์ แทรเวลเลอร์ 128/96 ซอยรามคำแหง 24 ถนนรามคำแหง หัวหมาก กรุงเทพฯ โทร. 0 2719 0368-9www.nature-traveler.com (กิจกรรมล่องแก่งหินเพิง ขี่จักรยาน กระโดดหอ โรยตัวจากหน้าผาจำลอง)

พันตา ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท หมู่ 7 ตำบลสำพันตา โทร. 08 1309 6183, 08 1867 1614, 08 9368 8367 กรุงเทพฯ โทร. 0 2511 1937 www.pantariverside.com (กิจกรรมล่องแก่งหินเพิง พายเรือคยัก)

วังตะพาบ รีสอร์ท 44 หมู่ 2 ตำบลสะพานหิน อำเภอนาดี โทร. 0 3745 1204, 08 1663 2656,08 1983 8335 (กิจกรรมล่องแก่งหินเพิง พายเรือแคนู โรยตัวจากหน้าผาจำลอง)

สวนนิรมล 246 หมู่7 ตำบลสะพานหิน โทร. 08 931 5227 ราคา 450 บาท (แพ็กเกจทัวร์ 2 วัน 1 คืน ราคา 900 บาท รวมล่องแก่งหินเพิง)

สวนวนารมย์ 72 หมู่ 5 ตำบลสะพานหิน กรุงเทพฯ โทร. 0 2229 4794, 08 1489 6215 โทร. 0 2229 4456 (กิจกรรมล่องแก่งหินเพิง ขี่จักรยาน โรยตัวจากหน้าผาจำลอง)

สวนศักดิ์สุภา รีสอร์ท 28 หมู่ 4 ตำบลสะพานหิน โทร. 0 3745 1211, 08 1454 0076, 08 1632 6606 กรุงเทพฯ โทร. 0 2249 8093-6 www.saksupha.net (กิจกรรมโรยตัวจากหน้าผาจำลอง กระโดดหอ รอกแม่น้ำ)

ใสใหญ่ รีสอร์ท 252 หมู่ 7 ตำบลสำพันตา โทร. 0 3728 2576, 0 3720 5522, 08 6315 1296, 08 9094 7210 www.saiyai.20m.com (กิจกรรมล่องแก่งหินเพิง โรยตัวจากหน้าผาจำลอง ขี่จักรยานเสือภูเขา พายเรือคยัก)

หินเพิง รีสอร์ท 31 หมู่ 4 ตำบลสะพานหิน โทร. 08 7904 0654, 08 9828 8127 กรุงเทพฯ โทร. 0 2818 3265 (กิจกรรมล่องแก่งหินเพิง พายเรือ ตกปลา ขี่จักรยาน)

หินเพิง ทัวร์ 181 หมู่ 7 ตำบลสำพันตา อำเภอนาดี โทร. 08 1172 5713 (กิจกรรมล่องแก่งหินเพิง)

เหนือฝายแคมป์ 254 หมู่ 1 ตำบลนาดี อำเภอนาดี โทร. 0 3728 9005, 08 1983 2199 (กิจกรรมล่องแก่งหินเพิง ตกปลา ขี่จักรยาน)



นกเป็ดน้ำอุทยานกบินทร์เฉลิมราชย์                ปราจีนบุรี

   อยู่ริมทางหลวงหมายเลข 33 เส้นประจันตคาม-กบินทร์บุรี กิโลเมตรที่ 206-207 เป็นสวน
   สาธารณะและหนองน้ำขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 900ไร่ ในระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือน
   พฤษภาคมของทุกปีจะมีนกเป็ดน้ำจากไซบีเรียมาอาศัยเป็นจำนวนมากนับพันตัว อุทยานฯ

    เปิดระหว่างเวลา 06.00-20.00 น.

 








 
ค้างคาวแม่ไก่วัดบางกระเบา               ปราจีนบุรี

   วัดบางกระเบาตั้งอยู่บนถนนสายบ้านสร้าง-บางแตน ตำบลบางกระเบา ห่างจากที่ว่าการอำเภอ
   บ้านสร้างประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นวัดของพระเกจิอาจารย์ชื่อเสียงโด่งดังคือ หลวงพ่อจาด ภาย
   ใบริเวณวัดบางกระเบา จะมีค้างคาวแม่ไก่จำนวนนับพันตัวอาศัยอยู่ตามต้นไม้






 

 

 


น้ำตกตะคร้อ และน้ำตกสลัดได                    ปราจีนบุรี

    ตั้งอยู่ที่บ้านตะคร้อ ตำบลบุฝ้าย น้ำตกตะคร้อ อยู่ห่างจากด่านตะคร้อ ประมาณ 500 เมตร เป็น
   น้ำตกที่มีลักษณะเป็นแก่งน้ำกว้าง มีสะพานแขวนทอดข้ามน้ำตกตะคร้อ ฝั่งซ้ายของลำธารเป็น
   เนินเขา ส่วนทางด้านฝั่งขวาเป็นป่าโปร่ง เหมาะแก่การพักผ่อน จากน้ำตกตะคร้อมีทางเดินเท้า
   ต่อไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึง น้ำตกสลัดได เป็นน้ำตกที่มีความสวยงาม หากจะเดินทาง
   เข้าไปชมน้ำตกสลัดได ควรติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทางจาก หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขา
   ใหญ่ 10 ที่ตั้งอยู่บริเวณน้ำตกตะคร้อ

               

 

 


การเดินทาง จากตัวเมืองปราจีนบุรีใช้เส้นทางเดียวกับน้ำตกธารทิพย์และส้มป่อย เลยไปตามถนน รพช. จนถึงบริเวณกิโลเมตรที่ 16



น้ำตกธารทิพย์              ปราจีนบุรี

   ตั้งอยู่ที่บ้านเนินหินตั้ง ตำบลหนองแก้ว เป็นธารน้ำที่ไหลผ่านชั้นหินต่างระดับ บางช่วงไหลผ่าน
   ลานหินบริเวณกว้าง บางช่วงเป็นแอ่งน้ำลึก สามารถลงเล่นน้ำได้ มีลานหินสำหรับนั่งพักผ่อน ฝั่ง
   ซ้ายของลำธารลักษณะค่อนข้างสูงชัน สภาพโดยทั่วไปยังเป็นป่าที่คงความอุดมสมบูรณ์ตาม
   ธรรมชาติบรรยากาศร่มรื่น เหมาะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างดี

               

 

 

 

 

การเดินทาง จากตัวเมืองปราจีนบุรีไปตามทางถนนสายปราจีนบุรี-ประจันตคาม เส้นทางหลวงหมายเลข 3452 ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร จากนั้นไปตามทางหลวงหมายเลข 33 จนถึงสี่แยกประจันตคาม หรือ จะใช้เส้นทางสี่แยกเนินหอมแล้วเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 33จนถึงสี่แยกประจันตคาม จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนน รพช. ตรงไปจนถึงบริเวณกิโลเมตรที่ 9 จะเห็นป้ายน้ำตกธารทิพย์ และเข้าไปอีกประมาณ 9 กิโลเมตร


ตลาดบ้านโง้ง บ้านต้น                 ปราจีนบุรี

   ตั้งอยู่ริมถนนสุวรรณศร เส้นทางหลวงหมายเลข 33 กิโลเมตร 172 เป็นตลาดจำหน่ายผลิตภัณฑ์
   และเฟอร์นิเจอร์จากไม้เก่าหรือไม้ไผ่ของชุมชนชาวโพธิ์งาม อำเภอประจันตคาม ตลอดแนวถนน
   สุวรรณศรทั้งสองฝั่ง ชาวบ้านจะนำสินค้าพื้นบ้านที่สรรค์สร้างจากภูมิปัญญาท้องถิ่นบวกกับ
   ความคิดริเริ่มของชุมชนมาผลิตเป็นสินค้าพื้นเมืองจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวที่สัญจรไปมาซื้อเป็น
   ของฝาก หรือรับสินค้าไปจำหน่ายต่อ ส่งผลให้ชาวบ้านตำบลโพธิ์งามมีรายได้เสริม

   






เนื่องจากจังหวัดปราจีนบุรีเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีไผ่ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก หลากหลายสายพันธุ์ชาวบ้านจะใช้หน่อไม้อ่อนสำหรับเป็นอาหาร และไผ่แก่สำหรับจักสาน สร้างบ้านเรือนหรือทำอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ เพื่อสร้างรายได้เสริมและเพิ่มรายได้หลักให้กับครอบครัว ชุมชนจึงได้รวมตัวกันผลิตสินค้าที่ใช้ไม้ไผ่เป็นวัตถุดิบหลักและนำมาจำหน่ายให้ผู้ที่เดินทางไปมา ทั้งเครื่องเรือนเฟอร์นิเจอร์ สำหรับตกแต่งบ้านเรือน เช่น ชุดรับแขก เตียงนอน ซุ้มเรือนไทยมุงหญ้าคา ซุ้มเรือนไม้เก่า เครื่องใช้ในครัวเรือน เช่น ตะแกรง ฝาชีลวดลายต่าง ๆ อุปกรณ์สำหรับจัดสวน เช่น รั้วไม้ กระถางปลูกกล้วยไม้ เป็นต้น



โบราณสถานพานหิน                 ปราจีนบุรี

   ตั้งอยู่ที่บ้านโคกขวาง ตำบลหนองโพรง เป็นโบราณสถาน ที่ก่อด้วยศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
   ขนาดใหญ่ กว้างด้านละ 15.50 เมตร สูง 3.5 เมตร มีมุขยื่นออกไปทั้งสี่ด้าน สันนิษฐานว่า
   ประดิษฐานเทวรูปพระนารายณ์ มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 12-14 ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 1
   แห่งเจนละ ตรงกลางของซากเทวาลัยมีฐานของเทวรูปซึ่งแต่เดิมตะแคงอยู่ลักษณะคล้ายพาน
   จึงเรียกว่า “พานหิน” นอกจากนี้ยังพบศิลาแลงทรงกลม สกัดเป็นรูปฐานเชิง พระบาทสมเด็จพระ
   จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จทอดพระเนตรโบราณสถานแห่งนี้เมื่อปี พ.ศ.2451

      





การเดินทาง  เทวสถานพานหินอยู่เลยจากที่ว่าการอำเภอศรีมหาโพธิไปทางบ้านโคกขวางประมาณ 1 กิโลเมตร แล้วแยกไปอีกประมาณ 600 เมตร
 

ต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ            ปราจีนบุรี

  อยู่ในเขตวัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ ตำบลโคกปีบ ภายในวัดมีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ เก่าแก่ที่สุดใน
   ประเทศไทย สันนิษฐานว่าเป็นหน่อจากต้นพระศรีมหาโพธิ สถานที่ตรัสรู้จากพุทธคยา ประเทศ
   อินเดีย มีอายุกว่า 2,000 ปี ซึ่งนำเข้ามาปลูกเป็นต้นแรก ลำต้นวัดโดยรอบประมาณ 20 เมตร สูง
   ประมาณ 30 เมตรมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 25 เมตร ตามตำนานกล่าวว่า พระเจ้าทวานัมปะยะ
   ดิษฐ์ เจ้าครองเมืองศรีมโหสถในสมัยขอมเรืองอำนาจทรงเลื่อมใสในพุทธศาสนา จึงได้ส่งคณะ
   ทูตเดินทางไปขอกิ่งต้นโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าประทับเมื่อคราวตรัสรู้จากเจ้าผู้ครองนครปาตุลีบุตร
   ประเทศอินเดีย แล้วนำกิ่งโพธิ์นั้นมาปลูกที่วัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ ปัจจุบันใช้เป็นสัญลักษณ์ของ
   จังหวัดปราจีนบุรี ในวันวิสาขบูชาจะมีงานนมัสการต้นพระศรีมหาโพธิ์

     

 

การเดินทาง ห่างจากตัวเมืองปราจีนบุรีประมาณ 22 กิโลเมตร ไปตามถนนสุวินทวงศ์ ใช้เส้นทางสายปราจีนบุรี-พนมสารคาม (ทางหลวงหมายเลข 319)กิโลเมตรที่ 129 แล้วแยกซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตรก็จะถึงวัดแห่งนี้



หลวงพ่อทวารวดี              ปราจีนบุรี

   ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่วิหารหน้าที่ว่าการอำเภอศรีมโหสถ เป็นพระพุทธรูปประทับยืนปาง
   ประทานธรรมสร้างจากหินทรายสีเขียวขนาดสูง 1.63 เมตร อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 12-14
   ขุดพบใน นิคมโรคเรื้อน โรงพยาบาลคามิโลทางทิศใต้นอกเมืองศรีมโหสถ



 

 

 

 

 

การเดินทางไปจังหวัดปราจีนบุรี

 

รถยนต์:

จากกรุงเทพฯ สามารถไปได้หลายเส้นทาง ได้แก่

1. ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ถึงรังสิต แล้วใช้สะพานวงแหวนแยกขวามาเข้าเส้นทางหมายเลข 305 เลียบคลองรังสิต ผ่านอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก แล้วใช้เส้นทางหมายเลข 33 (นครนายก-ปราจีนบุรี) ถึงสามแยกหนองชะอม ประมาณกิโลเมตรที่ 155 แยกขวาเข้าเส้นทางหมายเลข 319 จนถึงตัวจังหวัดปราจีนบุรี รวมระยะทางประมาณ 132 กิโลเมตร

2. ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ผ่านอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถึงแยกหินกอง ประมาณกิโลเมตรที่ 90 แยกขวาใช้เส้นทางหมายเลข 33 ผ่านอำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี และจังหวัดนครนายก ไปจนถึงสามแยกบ้านหนองชะอม ประมาณกิโลเมตรที่ 155 ให้แยกขวาเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 319 จนถึงตัวจังหวัดปราจีนบุรี รวมระยะทางประมาณ 164 กิโลเมตร

3. ใช้ทางหลวงหมายเลข 304 ผ่านเขตมีนบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอพนมสารคาม แล้วเข้าเส้นทางหมายเลข 319 ผ่านอำเภอศรีมโหสถ จนถึงตัวจังหวัดปราจีนบุรี รวมระยะทางประมาณ 158 กิโลเมตร

4. จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 3481 ที่เขตหนองจอก ผ่านอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา จนถึงอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี รวมระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร

 

รถประจำทาง:

มีรถประจำทางปรับอากาศสายกรุงเทพฯ-ปราจีนบุรี ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ หมอชิต 2 ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวัน วันละหลายเที่ยว สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490www.transport.co.th

ปัจจุบันบริษัท ขนส่ง จำกัด ได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์แล้ว ติดต่อได้ที่ www.thaiticketmajor.com

 

รถไฟ :

การรถไฟแห่งประเทศไทยมีบริการรถไฟออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ไปยังจังหวัดปราจีนบุรีทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง

นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางและราคาตั๋วโดยสารของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทางเว็บไซต์ www.railway.co.th และจองตั๋วรถไฟก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 3 วัน ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2220-4444 ทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.

 

หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญในจังหวัดนปราจีนบุรี

 

ตำรวจทางหลวง ส.ทล.5 กก.3 กบินทร์บุรี  โทร. (037) 213498

ททท.สำนักงานภาคกลาง เขต 8 จ.นครนายก  โทร. (037) 312282, 312284

ศาลากลางจังหวัด   โทร. (037) 211013

สถานีขนส่งจังหวัด  โทร. (037) 211292

สถานีตำรวจภูธรเมือง   โทร. (037) 211135, 211058

สถานีรถไฟ    โทร. (037) 211120

สำนักงานจังหวัด    โทร. (037) 211582

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานปราจีนบุรี

@ ค้นหาที่พัก รีสอร์ท โรงแรม และร้านอาหาร ทั่วประเทศที่  http://www.resortdd.com/


      19 ส.ค. 2555   เวลา :    18:44   จำนวนผู้อ่าน :    3879   

 
ร้านอาหารแนะนำ