resort, รีสอร์ท, ที่พัก
 
 
 
 
 
 
 


ที่พักภาคเหนือ
เชียงราย
เชียงใหม่
กำแพงเพชร
ตาก
นครสวรรค์
น่าน
พะเยา
พิจิตร
พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
แพร่
แม่ฮ่องสอน
ลำปาง
ลำพูน
สุโขทัย
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กาฬสินธุ์
ขอนแก่น
ชัยภูมิ
นครพนม
นครราชสีมา
บุรีรัมย์
บึงกาฬ
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุบลราชธานี


ที่พักภาคกลาง
กรุงเทพมหานคร
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นนทบุรี
ปทุมธานี
ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
เพชรบุรี
ราชบุรี
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สระแก้ว
สระบุรี
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
อยุธยา
อ่างทอง


ที่พักภาคตะวันออก
ชลบุรี, พัทยา
ระยอง
จันทบุรี
ตราด


ที่พักภาคใต้
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา
พัทลุง
ภูเก็ต
ยะลา
ระนอง
สงขลา
สตูล
สุราษฎร์ธานี

Link เพื่อนบ้าน
หอพัก
หอพัก
ห้องพัก





โอนิซึกะ, onitsuka, onitsuka tiger
Bangkok Dating, Thailand Matchmaker, Thailand Dating, Bangkok Matchmaker, dating bangkok, dating thailand, thai dating, online dating, single thai girls, thai women, dating service, speed dating, บริการหาคู่, บริษัทจัดหาคู่, หาคู่, หาแฟน, หาเพื่อน, จัดหาคู่, จับคู่, แม่สื่อ, ธุรกิจหาคู่
ถุงจัมโบ้, พาเลท

แนะนำรีสอร์ท, ห้องพัก, ที่พัก, บ้านพัก สำหรับพักผ่อนยามท่องเที่ยว


ที่พักประจวบคีรีขันธ์ ที่พักจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โรงแรมหัวหิน โรงแรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รีสอร์ทหัวหิน รีสอร์ทจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ RESORT PRACHUAP KHIRI KHAN จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ศูนย์รวมรีสอร์ทจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แหล่งรวมที่พักจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร้านอาหารจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เกสเฮ้าส์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ Thailand Prachuap khiri khan Hotel

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ( PRACHUAP KHIRI KHAN )

หัวหิน

เมืองทองเนื้อเก้า  มะพร้าว สับปะรด  สวยสด  หาด  เขา  ถ้ำ  งามล้ำน้ำใจ

 

                จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาไม่ค่อยแน่ชัด เนื่องจากเป็นพื้นที่แคบ ยามมีศึกสงครามยากแก่การป้องกันจึงต้องปล่อยให้เป็นเมืองร้างหรือยุบเมืองเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเพชรบุรี ในอดีตเป็นเพียงเมืองชั้นจัตวาเล็ก ๆ ที่รวมกันอยู่ภายใต้การปกครองของเมืองเพชรบุรี พอถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยจึงได้โปรดเกล้าฯ ตั้งเมือง เมืองบางนางรม ที่ปากคลองบางนางรม แต่ที่ดินไม่เหมาะสมแก่การเพาะปลูกจึงย้ายที่ว่าการเมืองไปตั้งที่เมืองกุย ที่มีความอุดมสมบูรณ์และการตั้งบ้านเรือนหนาแน่นกว่า

                ครั้นสมัยรัชกาลที่ 4 พ.ศ.2398 ทรงโปรดเกล้าฯให้เปลี่ยนชื่อจาก “เมืองกุย” เป็น “เมืองประจวบคีรีขันธ์” โดยรวมเมืองกุย เมืองคลองวาฬ เมืองบางนางรม เข้าด้วยกัน โดยที่ตั้งเมืองยังคงตั้งอยู่ที่เมืองกุย คืออำเภอกุยบุรี ในปัจจุบัน เพื่อให้ชื่อคล้องจองกันกับระหว่างเมืองประจวบคีรีขันธ์ กับ"เมืองประจันตคีรีเขต" ซึ่งเดิมคือเกาะกงที่แยกออกจากจังหวัดตราด

                ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 5 พ.ศ. 2441 จึงย้ายมาอยู่ที่บ้านเกาะหลัก ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงจัดการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล เมืองประจวบคีรีขันธ์ เมืองชั้นจัตวาซึ่งขึ้นตรงกับเมืองเพชรบุรี จึงมีสถานะเป็นเป็นอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ สังกัดเมืองเพชรบุรี ในช่วงนี้เมืองปราณบุรี ซึ่งมีอาณาเขตติดอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ด้านทิศเหนือ ซึ่งเคยมีฐานะเป็นเมืองชั้นจัตวา ขึ้นกับเมืองเพชรบุรี ก็ได้จัดตั้งเป็นอำเภอเมืองปราณบุรี สังกัดเมืองเพชรบุรีด้วย  ส่วนเมืองกำเนิดนพคุณขึ้นตรงกับเมืองชุมพร  ด้วยมีพระราชดำริสงวนชื่อเมืองปราณไว้ (เมืองเก่าที่ตั้งอยู่ที่ปากน้ำปราณบุรี) ต่อมา วันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2449 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีพระบรมราชองการเหนือเกล้าให้รวมเอาอำเภอเมืองปราณบุรี อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธุ์  จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอกำเนิดนพคุณ จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นเมืองชั้นจัตวามาก่อนเข้ารวมเป็นจังหวัดปราณบุรี  ตั้งที่ตำบลเกาะหลัก  ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงได้มีการเปลี่ยนชื่อเมืองปราณบุรีเป็นเมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อป้องกันการสับสนกับเมืองปราณ ที่ปากน้ำปราณบุรี    หลังจากมีการยกเลิกระบบการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล เมืองประจวบคีรีขันธ์จึงไม่ได้ขึ้นตรงกับเมืองเพชรบุรีและมณฑลราชบุรีอีก

                ประจวบคีรีขันธ์มีเนื้อที่ประมาณ 6,367.620  ตารางกิโลเมตร  อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ  284  กิโลเมตร  แบ่งการปกครองออกเป็น  8อำเภอ  คือ  อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์   อำเภอกุยบุรี   อำเภอทับสะแก   อำเภอบางสะพาน     อำเภอบางสะพานน้อย    อำเภอปราณบุรี    อำเภอหัวหิน  และ อำเภอสามร้อยยอด

สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

 

เทวาลัยจตุคามรามเทพนาคปรก  9  เศียรที่ใหญ่ที่สุดในโลก   กุยบุรี    ประจวบคีรีขันธ์

  อยู่ระหว่างทำพีธีก่อสร้าง  โดยมี พล.ต.ท. สรรเพชญ  ธรรมาธิกุล  ผู้สร้างหลักเมืองนครศรี

  ธรรมราช เป็นประธานสร้างเทวาลัยจตุคามรามเทพ  ณ. ริมฝั่งแม่น้ำกุยบุรี  ต. หาดขาม

  อ.กุยบุรี  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  เริ่มสร้าง 16  สิงหาคม 2555

  แผนที่การเดินทาง

 

 

ตลาดน้ำหัวหิน      ประจวบคีรีขันธ์

      ตลาดน้ำหัวหิน  สร้างบนเนื้อที่กว่า  40  ไร่ ล้อมรอบด้วยบึงน้ำสีมรกตขนาดใหญ่ ได้ประยุกต์วิถี
  การดำเนินชีวิตของชุมชนชาวหัวหินในอดีต  ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านเส้นทางทำมาหากินในรูปแบบ
  ของร้านค้าย้อนยุค ที่ต่อยอดมาเป็นธุรกิจท่องเที่ยวในรูปแบบตลาดน้ำ โดยเน้นที่ความโดดเด่น
  ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ ตลาดหัวหิน แปลกใหม่ ยิ่งใหญ่หรูหรา ”  การออกแบบอาคารและสิ่งก่อ
  สร้างภายในตลาดน้ำ จะเป็นสไตล์หัวหินย้อนยุคในสมัยรัชกาลที่ 5  ตัวอาคารจะเป็นการผสมผสาน
  ระหว่างไม้กับตึก  หลังคามุงด้วยกระเบื้องแผ่นเรียบ และใช้เชิงชายฉลุอ่อนช้อยสวยงามเป็นส่วน
  ประกอบ ประดับด้วยโคมไฟสีดำดีไซน์เก๋  ยิ่งช่วงพลบค่ำ  จะมีการเปิดไฟทั่วตลาดน้ำ โดยเฉพาะ
  บริเวณสะพานแสงไฟจะส่องระยับเป็นเงาสะท้อนสีทองในน้ำ  ดูสวยงามยิ่งนัก

     ในส่วนของร้านรวงก็มีมากมายละลานตาไปหมด ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ขนมนมเนยเสื้อผ้า ของที่ระลึก ของตกแต่งบ้าน แต่ละร้านก็ดีไซน์ร้านได้น่ารัก ไม่แพ้กัน นอกจากจะเลือกซื้อสินค้าแล้ว แต่ละร้านยังมีมุมเอาไว้ให้ถ่ายรูปสวยๆ อีกด้วย

     ตลาดน้ำหัวหินมีร้านค้ารวม 140 ร้าน อยู่ในอาคารทั้งหมดจำนวน 17 อาคาร ซึ่งมีการตั้งชื่อตามอำเภอในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และเพชรบุรี และยังมีการเชื่อมต่อการเดินระหว่างอาคารด้วยสะพาน 8 แห่ง ที่ล้วนมีชื่อที่มีความหมายอันเป็นมงคลซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมพายเรือลอดสะพานเพื่อเสริมโชคอีกด้วย

    ถ้าเดินชมตลาดจนเมื่อยแล้ว ก็มีมุมให้พักผ่อนหย่อนใจอีกมาก อาจจะเลือกทำเลดีๆ เพื่อนั่งชมการแสดงแสง สี เสียง หรือเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการล่องเรือชมทัศนียภาพรอบๆ ตลาดน้ำก็ไม่ว่ากัน หรือจะไปให้อาหารแกะและแพะบริเวณอาคารกังหันลมก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบหนึ่ง

    ข้อดีของตลาดน้ำเปิดใหม่อย่างคลาดน้ำหัวหินก็คือ  ทุกสิ่งทุกอย่างจะดูสะอาดเอี่ยมทั้งโซนร้านค้า โซนอาหาร โซนขายของที่ระลึก ลานจอดรถ และมุมถ่ายรูปต่างๆ รวมถึงห้องน้ำด้วย ซึ่งการจะรักษามาตราฐานของความสะอาดและความสวยงามไว้ให้นานๆ นั้น ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของนักท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน

                ตลาดน้ำหัวหิน   เปิดทุกวัน  จันทร์ – พฤหัสบดี  เวลา 09:00 -19.30 น.  ศุกร์ – อาทิตย์ เวลา 09:00 – 21.00 น.

                สถานที่ตั้ง : ซอยหัวหิน 112 กม.ที่ 5 ถนนหัวนา - ทับใต้ (เส้นเลี่ยงเมือง)

                ที่อยู่ :  99/9 ถ.หัวนา-ทับใต้ ซอย หัวหิน 112 ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 77110

                โทรศัพท์ :  032-827888 

                เว็บไซต์  :  www.huahinfloatingmarket.com

                ขอขอบคุณข้อมูลจากคุณชายท้ายวัง วารสาร CAT Club  08 August 2012  บมจ. กสท โทรคมนาคม

เพลินวาน ( PlearnWan )  หัวหิน      ประจวบคีรีขันธ์

      เพลินวาน คือหมู่บ้านย้อนยุคแบบครบวงจร เป็นสิ่งปลูกสร้างเรือนแถว  2  ชั้น เป็นทาง
   ยาวที่โยงถึงกัน เปิดบริการให้เข้าชมฟรีทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 – 24.00 น. เมื่อเข้ามา
   อยู่ในเพลินวาน ก็เหมือนหลุดเข้าสู่ยุคของวันวานยังหวานอยู่ ภายในหมู่บ้าน มีร้านค้ามาก
   มาย  คล้ายกับเป็นตัวแทนของชาวหัวหิน มาบอกเล่าเรื่องราวให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้ผ่าน
   ร้านรวงต่างๆ บริเวณชั้นล่าง จะเป็น “ ห้องเสื้อไฉไล ” เป็นห้องเสื้อเล็กๆ แต่เสื้อผ้าดูดีมี
   สไตล์  เหมาะกับการใส่เดินทางไปชายทะเลดีนักแล  ทันที่ที่ก้าวย่างเข้า  “ ร้านของเล่น
   เพลินวาน ”
ภาพในวัยเด็กกับของเล่นโบราณก็ผุดขึ้นมาในมโนสำนึกทันที ภานในร้านมี
   ของเล่นมากมาย ทั้งตุ๊กตุ่นตุ๊กตา ซึ่งมีทั้งตุ๊กตาไขลาน ของเล่นสังกะสี ของเล่นไม้ที่ทำ
   จากภูมิปัญญาชาวบ้าน และอื่นๆ อีกมากมาย

     ส่วนที่  “ ร้านกาแฟโบราณ ” ก็เป็นที่ดับร้อนผ่อนกระหายในบรรยากาศร้านกาแฟเก่าๆ  ดู
   จากนักท่องเที่ยวที่มายืนอออยู่เต็มร้าน ก็การันตีได้ว่ารสชาติไม่ธรรมดาแน่นอน ส่วน
   “ ร้านแกงร้อยเพลินวาน ”  ก็เป็นที่พึ่งของนักท่องเที่ยวยามท้องหิวได้เป็นอย่างดี นอกจากอาหารอร่อยแล้ว ภาชนะที่ใส่ก็เก๋ไก๋ไม่เบา เพราะเป็นจานชามสังกะสี แบบที่ใช้กันในสังคมชนบทนั่นแหล่ะ ทำให้ได้อรรถรสในการกินอาหารอีกแบบหนึ่ง

       ถ้าอยากลองไอศกรีม เชิญชั้น 2  ที่  “ ร้านเพลินวานไอศกรีม ”  ร้านตกแต่งด้วยสไตล์หวานแหวทีเดียว เหมาะสำหรับคู่รักมานั่งจู๋จี๊กันกินไปสบตาไป   หรือช่วงแดดร่มลมตก อยากจะสรวลเสเฮฮา ก็มี  “ ร้านเหล้าเพลินบาร์ ” ไว้บริการ ซึ่งมีทั้งเหล้าไทย เหล้าเทศ ที่สำคัญยาดองแบบบ้านๆ ก็มีเพียบ

      นอกจากนั้น เพลินวานยังมีสถานที่ต่างๆ ที่สวยงามและคลาสสิก ไว้ให้เราได้ชื่นชม เหมาะที่จะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสถานีจัดรายการ “ เพลินเพลงกับเพลินวาน ”  ที่จะเปิดเพลงสมัยเก่าคลอไปตามเสียงตามสาย หรือมุมหนังไทยที่มีทั้งภาพใบปิด โปสเตอร์หนัง ภาพวาดและภาพถ่ายดาราในดวงใจ พร้อมทั้งมีการฉายหนังกลางแปลงในแบบฉบับงานวัดให้ชมในวันหยุดสุดสัปดาห์อีกด้วย พร้อมทั้งจำหน่ายเทปคลาสเซตที่เป็นเพลงเพราะๆ จากวันวาน หรือวิดีโอหนังไทยย้อนยุค

   “ เพลินวาน ” คือตำนานอันงดงาม จะย้อนกลับมาให้คุณได้หวนระลึกถึง พร้อมเสน่ห์ไม่รู้ลืม ที่จะทำให้คุณดื่มด่ำฉ่ำชื่นไปกับวันวานตราบนานเท่านาน

   ขอขอบคุณข้อมูลจากคุณชายท้ายวัง วารสาร CAT Club  09 September  2009  บมจ. กสท โทรคมนาคม


อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด          ประจวบคีรีขันธ์

   อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด   ตั้งอยู่ในเขตอำเภอกุยบุรีและอำเภอสามร้อยยอดห่างจาก
   หัวหินลงมาทางใต้ประมาณ ๖๓ กิโลเมตร ตามตำนานเล่ากันว่า พื้นที่แถบนี้เคยเป็นทะเลมีเกาะ
   ใหญ่น้อยอยู่มากมาย  ในสมัยนั้นมีขบวนเรือสำเภาจีนแล่นผ่านมาและประสบกับลมพายุมรสุมจน
   เรืออับปาง คนบนเรือที่รอดชีวิต ๓๐๐ คนได้ไปอาศัยอยู่ตามเกาะต่าง ๆ จึงเรียกว่า “เกาะสาม
   ร้อยรอด”  ต่อมาเพี้ยนเป็น  “เขาสามร้อยยอด”  จนทุกวันนี้










สถานีรถไฟหัวหิน         ประจวบคีรีขันธ์

    สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของสถานีรถไฟแห่งนี้คือ พลับพลาพระมงกุฎเกล้าฯเป็นพลับพลาจตุรมุข
   สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเดิมมีชื่อว่า พลับพลาสนามจันทร์ ตั้ง
   อยู่ในบริเวณพระราชวังสนามจันทร์จังหวัดนครปฐมพลับพลานี้มีไว้ในการที่พระบาทสมเด็จพระ
   มงกุฎเกล้าฯเสด็จประทับทอดพระเนตรกองเสือป่าและลูกเสือทั่วประเทศทำการฝึกซ้อม
   ยุทธวิธีเป็นประจำทุกปีหลังจากสิ้นรัชสมัยของพระองค์ การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงได้รื้อ
   ถอนมาเก็บไว้เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ต่อมาในปีพ.ศ. 2511 สมัย
   พันเอกแสง  จุลจาริตต์เป็นผู้ว่าการรถไฟฯได้พิจารณาเห็นว่าควรนำเครื่องอุปกรณ์ก่อสร้างของ
   พลับพลาสนามจันทร์มาปลูกสร้างขึ้นใหม่ที่หัวหินเพื่อเป็นที่ประทับขึ้นและลงรถไฟของพระบาท
   สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวการดำเนินการก่อสร้างนี้ใช้ช่างฝีมือคนไทยและได้มีการทำพิธีเปิดพลับพลา
   ซึ่งได้ตั้งชื่อใหม่ว่า “พลับพลาพระมงกุฎเกล้าฯ”เมื่อวันเสาร์ที่ 6 เมษายน 2517 โดยสมเด็จพระ
   เจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี  สถานีรถไฟแห่งนี้เป็นที่เชิดหน้าชูตาของ
   ชาวอำเภอหัวหินเป็นอย่างมากและยังเป็นที่เก็บหัวรถจักรไอน้ำเก่าที่การรถไฟสั่งซื้อมาจากประเทศอังกฤษหัวรถจักรนี้เคยวิ่งให้บริการในเส้นทางรถไฟก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2

 

เขาช่องกระจก        ประจวบคีรีขันธ์

   เป็นภูเขาขนาดเล็กมีลิงเสนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทางขึ้นอยู่ด้านหลังศาลากลางจังหวัด มี  
   บันได 396 ขั้น ขึ้นไปจนถึงยอดเขาซึ่งมีความสูง 245 เมตรจากระดับน้ำทะเล  และเป็นที่ตั้ง
   ของวัดเขาช่องกระจก ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองและพระบรมสารีริกธาตุซึ่งพระ
   บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาทรงประกอบพิธีบรรจุเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2501และทรง
   ปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์  มีงานฉลองเป็นประจำวันที่ 12 มิถุนายน ของทุกปี ด้านทิศเหนือของ
   ภูเขามีช่องโปร่งทะลุดูคล้ายกับกรอบของกระจกอันเป็นที่มาของชื่อ จากยอดเขาสามารถมอง
   เห็นวิวทิวทัศน์ของตัวเมือง อ่าวทั้งสามและหมู่เกาะต่างๆได้อย่างสวยงาม มีศาลานั่งพักผ่อน
   หย่อนใจ





การเดินทาง รถยนต์ จากทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) กิโลเมตรที่ 320 เลี้ยวซ้ายเข้าตัวเมือง ข้ามทางรถไฟไปประมาณ 2 กิโลเมตร ผ่านสนามกีฬาจังหวัดตรงไปอีก 500 เมตร ถึงวัดธรรมิการาม มีทางขึ้นเขาช่องกระจกอยู่ด้านขวาของวัด

รถโดยสารประจำทาง ลงรถที่ท่ารถ แล้วนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้าง

รถไฟ ลงรถที่สถานีรถไฟประจวบคีรีขันธ์ แล้วต่อรถสามล้อหรือมอร์เตอร์ไซค์รับจ้าง

 

อ่าวมะนาว           ประจวบคีรีขันธ์

   อยู่ในเขตกองบิน 5 กองทัพอากาศ เป็นหาดสะอาด ธรรมชาติสวยงาม เหมาะแก่การเล่นน้ำ
   ตรงข้ามกับหาดเป็นเขาล้อมหมวก ยามน้ำลดจะปรากฏสันทรายทอดยาวให้เดินไปเที่ยวชม
   ได้ บนยอดเขาล้อมหมวกประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง เชิงเขามีศาลเจ้าพ่อเขาล้อมหมวก
   และเป็นที่ตั้งของเขตอนุรักษ์พันธุ์ค่างแว่น   อ่าวมะนาวเคยเป็นยุทธภูมิในสมัยสงครามโลก
   ครั้งที่ 2 ระหว่างกองทัพไทยและกองทัพญี่ปุ่น ปัจจุบันภายในกองบินจะเห็น อนุสาวรีย์วีรชน
   รูปทหารอากาศในชุดนักบินยืนอยู่บนใบพัดเครื่องบินถือธงหันหน้าออกทะเลและยังมี อุทยาน
   ประวัติศาสตร์กองบิน 5 โดยจะเห็นแท่งหินขนาดใหญ่แกะสลักจำลองฉากการต่อสู้ระหว่าง
   กองทัพไทยกับญี่ปุ่น บริเวณอ่าวมะนาว  ทุกปีมีการจัดงานวันรำลึกวีรกรรม 8 ธันวาคม 2484  
   นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปพักผ่อนเล่นน้ำที่ชายหาด มีร้านอาหาร สโมสรและบริการบ้านพัก
   หลายแบบ





อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ             ประจวบคีรีขันธ์

   เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของวงการวิทยาศาสตร์ไทย เนื่องจากพระบาท 
   สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงคำนวณไว้ล่วงหน้าถึง 2 ปี ว่าจะมองเห็นสุริยุปราคา
   เต็มดวงที่หว้ากอแห่งนี้และได้เสด็จมาทอดพระเนตรพร้อมด้วยนักวิทยาศาสตร์และทูตานุทูต
   ชาวต่างประเทศ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411  คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการ
   เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2532 ให้ดำเนินโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้าฯ และใน
   วันที่ 3 พฤษภาคม 2533 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานนามว่า
   “อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้าเจ้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์” เพื่อเทิดพระ
   เกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย กระทรวง  
   ศึกษาธิการได้ประกาศจัดตั้งเป็นสถานศึกษา สังกัดกรมการศึกษานอกโรงเรียน เมื่อวันที่ 16
   มิถุนายน 2536

   ภายในบริเวณอุทยานวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วย อาคารดาราศาสตร์ เป็นอาคาร 3 หลังเชื่อมต่อ 
   กัน คือ อาคารพันทิวาทิต พันพินิจจันทรา ดาราทัศนีย์ มีฐานการเรียนรู้ 11 ฐาน ได้แก่ บันทึกเกียรติยศ, โลกอนาคต, เทคโนโลยีเพื่ออาชีพ, โลกของเด็ก, ฟากฟ้า ณ หว้ากอ, พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย, มนุษย์กับดวงดาว, พระมหากษัตริย์ราชวงศ์ไทยกับดาราศาสตร์, รวมใจชาวประจวบ, ความเป็นไปในจักรวาล และเทคโนโลยีอากาศและเอกภพ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีทั้งปลาทะเล ปลาน้ำจืดและปลาน้ำกร่อย และยังมีอุโมงค์ปลาใต้น้ำ ซึ่งทำให้เราได้เรียนรู้และเห็นถึงความแตกต่างของสิ่งมีชีวิตในแต่ละระดับความลึกของน้ำราวกับอยู่ใต้ท้องทะเลลึก

สวนผีเสื้อ บรรยากาศร่มรื่นของผีเสื้อพันธุ์พื้นเมืองกว่า 20 ชนิด ได้รับความรู้เกี่ยวกับวงจรชีวิตของผีเสื้อ และยังมีตัวอย่างของผีเสื้อที่เก็บรักษาไว้ให้ได้ศึกษา

สำหรับผู้สนใจกิจกรรมค่ายพักแรมทางอุทยานมีการจัด กิจกรรมค่ายหว้ากอ เช่น ค่ายวิทยาศาสตร์ ค่ายสิ่งแวดล้อม ค่ายสอนน้องดูดาว ค่ายปักษี ค่ายสำหรับเด็กพิการ ค่ายอนุรักษ์พลังงาน มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย เช่น ดูนก ดูดาว Walk Rally  กิจกรรมชายหาด


หาดบ้านกรูด         ประจวบคีรีขันธ์

   อยู่ในเขตบ้านกรูด ตำบลธงชัย เป็นชายหาดที่กว้างและสวยงาม แนวหาดยาวประมาณ 12
   กิโลเมตร ขนานไปกับถนนเลียบชายหาด เดิมมีต้นมะกรูดขึ้นมากมาย จึงเป็นที่มาของชื่อ
   บรรยากาศที่นี่สงบ ร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าว ทิวทัศน์สวยงาม มีชุมชนประมงกระจายตัวอยู่
   ตลอดชายหาด นักท่องเที่ยวจะได้พบกับวิถีชีวิตชาวประมงมากมาย เช่น การทำอาชีพ
   ประมงชายฝั่ง การแปรรูปอาหารทะเลแห้ง การจับแมงกระพรุนเพื่อส่งขายต่างประเทศ รวม
   ทั้งยังมีที่พักไว้ให้บริการหลายแห่ง

               





การเดินทาง  รถยนต์ จากทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ประมาณกิโลเมตรที่ 382 เลี้ยวซ้ายไปตามถนนเพชรเกษม-บ้านกรูด ข้ามทางรถไฟไปประมาณ 9 กิโลเมตร ถึงถนนเลียบหาดบ้านกรูด

                รถไฟ ลงรถที่สถานีรถไฟบ้านกรูด แล้วใช้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้าง

                รถโดยสารประจำทาง นั่งรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ-บางสะพานน้อย ลงรถที่ปากทางเข้าบ้านกรูด แล้วต่อรถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือรถสองแถวเข้าไป

 

อ่าวแม่รำพึง       ประจวบคีรีขันธ์

   ห่างจากตัวเมืองประจวบฯประมาณ 120 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชร
   เกษม)แยกเข้าตัวอำเภอบางสะพานไปประมาณ 17 กิโลเมตร  เป็นชายหาดที่สวยงามแห่ง
   หนึ่งหาดทรายขาว มีถนนเลาะเลียบตลอดแนวชายหาด มีร้านอาหารทะเลบริการนักท่อง
   เที่ยวเหมาะสำหรับพักผ่อน










 

เกาะทะลุ เกาะสังข์ เกาะสิงห์     ประจวบคีรีขันธ์

   เป็นเกาะขนาดเล็กอยู่ใกล้ๆกัน เดินทางจากชายฝั่งบ้านหนองเสม็ด ระยะทางประมาณ 7
   กิโลเมตร  ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หากเดินทางโดยเรือเร็ว (สปีดโบ๊ต) ใช้เวลาประมาณ
   15 นาที  เกาะทะลุ มีเนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ ความยาวจากทิศเหนือจรดทิศใต้ประมาณ 2
   กิโลเมตร ภูมิประเทศเป็นชายหาด ภูเขาและสวนมะพร้าวซึ่งยังคงสภาพสวยงามอุดมสมบูรณ์
   หาดทรายขาวสะอาด เช่น อ่าวมุกบรรยากาศเงียบสงบ ทรายขาวละเอียด น้ำทะเลสีสวย
   อ่าวไทรใหญ่เหมาะแก่การดำน้ำดูปะการังพายเรือคยัก เล่นเรือใบ อ่าวเทียนเหมาะแก่การ
   ชมวิวทิวทัศน์ที่นี่มีต้นเทียนอยู่มาก ด้านตะวันออกของเกาะมีสุสานปะการังที่ถูกน้ำทะเลพัด
   มาทับถมจนเต็มหาด ส่วนหัวเกาะด้านทิศเหนือเป็นหน้าผาหินและมีช่องหินขนาดใหญ่ซึ่ง
   เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติของลมและน้ำทะเลที่กัดเซาะจนสามารถมองเห็นทะเลอีกด้าน
   หนึ่งอันเป็นที่มาของชื่อเกาะ บริเวณรอบเกาะทะลุและเกาะสังข์อุดมไปด้วยปะการังน้ำตื้นสีสวย
   เช่น ปะการังเขากวาง ปะการังสมอง ปะการังดอกไม้ หาดทรายขาวสะอาด  เหมาะสำหรับผู้ที่
   ชอบบรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว  นิยมดำน้ำชมปะการัง กัลปังหา ฝูงปลาสวยงาม   อีกทั้งนักท่องเที่ยวยังสามารถพายเรือคยักชมความงามรอบเกาะได้ โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง รวมถึงการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น แคมปิง เดินป่า ปีนเขา นอกจากนี้ทางเกาะจะมีเรือและบ้านพักไว้คอยบริการ นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อเช่าเรือได้ที่ท่าเรือบ้านปากคลอง ใช้เวลาเดินทาง 20 นาที

การเดินทาง จากถนนเพชรเกษมแยกซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 399 ตามเส้นทางบางสะพาน-ชายทะเลไปประมาณ 10 กิโลเมตร ผ่านตลาดท่าเกวียนและตลาดบางสะพาน ถึงตลาดบางสะพานเลี้ยวขวาเข้าถนนบางสะพาน-หนองหัดไท ผ่าน อบต.พงศ์ประศาสน์ ไปอีก 10 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายมือ ตรงข้ามป้อมตำรวจ เข้าไปยังท่าเรือเกาะทะลุ

รถโดยสารประจำทาง ใช้บริการรถโดยสารจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ รถโดยสารปรับอากาศกรุงเทพฯ-บางสะพานน้อย รถจะผ่านหน้าทางเข้าท่าเรือเกาะทะลุ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่ง

 

หลวงพ่อโต วัดตาลเจ็ดยอด       ประจวบคีรีขันธ์

   ตั้งอยู่ที่ตำบลศาลาลัย ชื่อวัดตั้งตามชื่อหมู่บ้าน ตาลเจ็ดยอด  ซี่งน่าจะมีที่มาจากคำว่า “ตาล
   เจ็ดยอด” เป็นชื่อที่มีคนรู้จัก  เดิมทีมีต้นตาลเจ็ดยอด  แต่ถูกตัดไประหว่างการสร้างทางรถไฟ
   สายใต้ก่อนปีพ.ศ. 2500 เพราะตาลต้นดังกล่าวขวางทางรถไฟ  ผู้สร้างทางรถไฟทำให้ต้นตาล
   ตายโดยวิธีธรรมชาติแล้วจึงตัดทิ้ง     สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่วัดตาลเจ็ดยอด คือ รูปหล่อสมเด็จพระพุ
   ฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)  ขนาดหน้าตักกว้าง 11 เมตร สูง 18 เมตร ซึ่งถือว่าเป็น รูปหล่อองค์
   สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต  พรหมรังสี) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก  และด้านหน้าขององค์พระมีการ
   หล่อรูปเหมือนขนาดบูชาเท่าองค์จริงของครูบาอาจารย์หลายรูป อาทิเช่น พระอาจารย์มั่น
   หลวงปู่ทวด หลวงปู่ศุข หลวงปู่สดและพระพุทธรูปอีกหลายองค์    นอกจากนี้มีการปรับปรุงภูมิ
   ทัศน์บริเวณวัดตาลเจ็ดยอดให้มีความร่มรื่นเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของนักท่องเที่ยวที่จะมาเยี่ยม
   เยือนวัด  





หาดบ่อนอก       ประจวบคีรีขันธ์

   ตั้งอยู่ที่ตำบลบ่อนอก หาดทรายขาวมีความยาว  7 กิโลเมตร  น้ำทะเลสะอาด บริเวณชาย
   หาดน้ำไม่ลึก สามารถลงเล่นน้ำได้ มีถนนเลียบขนานไปกับชายหาด ตลอดแนวชายหาดเป็น
   สวนมะพร้าวและฟาร์มเพาะพันธุ์ลูกกุ้ง ตามแนวชายหาดมีเรือและเพิงพักชาวประมงพื้นบ้านอยู่
   เป็นระยะ นับเป็นบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาเหมาะสำหรับผู้ชอบเดินชมชายหาด   โดยเฉพาะใน
   ช่วงพระอาทิตย์ขึ้นจากท้องทะเลตอนเช้าจะมีความงดงามมากกว่าช่วงอื่นๆ   นอกจากนี้ใน
   ช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม  บริเวณหาดบ่อนอกมักมีปลาวาฬลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำให้เห็นบ่อย
   ครั้ง ครั้งละประมาณ 3 ชั่วโมง ซึ่งหากมองจากฝั่งต้องใช้กล้องส่องทางไกล หรือ จะเหมาเรือ
   ประมงของชาวบ้านออกไปชมใกล้ๆก็ได้  ปลาวาฬที่พบเป็นปลาวาฬพันธุ์บลูด้า ลำตัวสีดำกว้าง
   ประมาณ 4 เมตร ยาว 10-12 เมตร  ปากแหลม ใต้คางและท้องสีขาว  อารมณ์ดีและคุ้นเคยกับคน
   มาก มักว่ายน้ำเคียงคู่ไปกับเรือประมงของชาวบ้านที่ผ่านมาพบฝูงของมัน    ปลาวาฬชนิดนี้หา
   กินในเขตร้อน เช่น สหภาพเมียนมาร์ อินเดียและประเทศไทย  ในท้องทะเลอ่าวไทยเขตจังหวัด
   ประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดเพชรบุรี   การที่ปลาวาฬบลูด้ามาหากินบริเวณนี้ อาจกล่าวได้ว่า
   ทะเลบ่อนอกเป็นทะเลที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์มากอีกแห่งหนึ่งของอ่าวไทย


อุทยานแห่งชาติหาดวนกร          ประจวบคีรีขันธ์

   ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2535 เป็นอุทยานแห่งชาติ
   ลำดับที่ 76 และเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลลำดับที่ 18 สภาพป่าเป็นป่าเบญจพรรณสภาพ
   โดยทั่วไปเป็นป่าโปร่งประกอบด้วยไม้ผลัดใบหลายชนิดปะปนได้แก่ ไผ่ป่า ประดู่มะค่าโมง เดิม
   พื้นที่ป่าเป็นป่าปลูกผสมผสานกับป่าธรรมชาติที่ฟื้นตัว พันธุ์ไม้ที่ปลูกได้แก่เสลา ตะแบก สัก
   พะยอม สนทะเลและสนประดิพัทธ์ สัตว์ป่าพบจำนวนน้อยชนิด ส่วนใหญ่จะพบนกชนิดต่างๆได้แก่
   นกขมิ้นท้ายทอยดำ นกยางทะเล นกแซงแซวหางปลา นกตะขาบทุ่งและนกอีกหลายชนิดมาก
   มาย อุทยานครอบคลุมพื้นน้ำประมาณ 15.36 ตารางกิโลเมตร สัตว์น้ำที่พบมีปลาน้ำจืดได้แก่
   ปลาดุก ปลาช่อน ปลาหมอ ปลานิลและปลาทะเลต่างๆ ชายหาดมีความยาวประมาณ 7
   กิโลเมตร เรียงรายด้วยทิวสนทะเลเป็นแนวไปตามชายหาด 

 

 

ภายในบริเวณอุทยานฯ มีสถานที่น่าสนใจคือ              

หาดวนกร หาดทรายขาวสะอาดทอดตัวเป็นแนวยาวสลับกับหัวกรังที่ยื่นลงไปในทะเลเป็นตอนๆ เหนือขึ้นมาบนชายฝั่งมีทิวสนทะเลเป็นแนวยาวขนานไปกับทะเล ตั้งแต่คลองน้ำจืดจนถึงห้วยบ้านยางระยะทาง 7 กิโลเมตร  หาดทรายเมื่อน้ำลงต่ำสุดจะยื่นออกไปในทะเล 150 เมตร

อ่าวมะค่า เป็นบริเวณคุ้งน้ำชายฝั่งทะเลจากบ้านวังด้วนจนถึงปากคลองน้ำจืด ลักษณะเป็นหน้าผาริมทะเล มีโขดหิน ตลิ่งชัน ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของทะเล เกาะจานและเกาะท้ายทรีย์

                เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติหัวกรังและหินจวง ลักษณะเป็นห้องเรียนกลางแจ้งให้ได้เรียนรู้ เข้าใจความสัมพันธ์ของธรรมชาติและสร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาธรรมชาติ แต่ละสถานีแสดงความสัมพันธ์ของชีวิตที่พึ่งพาอาศัยกันในผืนป่าแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ชนิดต่างๆ เช่น ไผ่ มะกอกป่า มะม่วงป่า รังมด จอมปลวกและสิ่งมีชีวิตต่างๆ ในอีกหลายสถานีรวมทั้งหมด 28 สถานี เส้นทางเดินมี 3 เส้นทาง  เส้นทางแรกระยะทาง 2 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เส้นทางที่ 2 ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร ใช้เวลา 3 ชั่วโมง เส้นทางที่ 3 ระยะทาง 6 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง



ค่ายธนะรัชต์         ประจวบคีรีขันธ์

    สถานที่ท่องเที่ยวในเขตทหารที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมประเภทองค์กรส่งเสริมและพัฒนาการ
   ท่องเที่ยว ปี 2002

 

 

 

 

 

 

 

วัดห้วยมงคล            ประจวบคีรีขันธ์

   ตั้งอยู่ที่ตำบลทับใต้ เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อทวด พระนามาภิไธย ส.ก.องค์ใหญ่ หน้าตักกว้าง
   9.9 เมตร สูง 11.5 เมตร ฐานสูง 3 ชั้น  นอกจากนี้ยังมีรูปสลักหลวงพ่อทวดแกะจากไม้ตะเคียน
   ทองขนาดใหญ่ ให้ประชาชนได้สักการะบูชาบริเวณรอบๆองค์พระสามารถมองเห็นทิวเขาล้อม
   รอบและเห็นเทือกเขาตะนาวศรีกั้นพรมแดนไทย-สหภาพเมียนม่าร์ เปิดเวลา 05.00-21.00 น
   ติดต่อสอบถามข้อมูล โทร 03257 6187, 0 3257 6297

  

 

 

 

การเดินทาง จากหัวหินใช้เส้นทางหมายเลข 3218 (หนองพลับ-ป่าละอู) ระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตรถึงตำบลทับใต้เลี้ยวซ้ายที่สี่แยกหนองตะเภาแล้วไปตามทางจนถึงวัดห้วยมงคล


เกาะสิงห์โต           ประจวบคีรีขันธ์

   อยู่ทางด้านทิศตะวันออก จากสวนสนประดิพัทธ์ไปประมาณ 800 เมตร เป็นเกาะเล็กๆ รูปร่าง
   คล้ายสิงห์โตนอนหมอบหันหน้ามาทางทิศเหนือ เหมาะสำหรับตกปลา นักท่องเที่ยวสามารถ
   เช่าเรือได้ที่หมู่บ้านเขาตะเกียบ ราคา 2,500 บาท (5 คน) - 3,500 บาท (10 คน)ใช้เวลาเดิน
   ทางประมาณ 45 นาที

 






 

 

หาดนมสาว (หาดสามร้อยยอด)           ประจวบคีรีขันธ์

   ตั้งอยู่ตำบลเขาแดง เป็นหาดเงียบสงบ มีทัศนียภาพสวยงาม ร่มรื่นด้วยทิวสนทะเล  น้ำทะเลตื้น
   สามารถเล่นน้ำได้ ทางทิศใต้จะเห็นเกาะต่างๆเช่น เกาะโครำ เกาะนมสาว เกาะระวิง เกาะระวาง
   สามารถนั่งเรือไปเที่ยวเกาะ ดำน้ำดูปะการัง บริเวณหาดมีที่พักรีสอร์ทต่างๆให้บริการ การเดิน
   ทาง จากถนนเพชรเกษมเลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 254 (ทางเข้าเขากะโหลก)  เมื่อถึงวัดพุ
   น้อย  เลี้ยวซ้ายตรงศูนย์ป้องกันภัยเขต 4 จะพบทางแยกเล็กๆเข้าสู่ตัวหาด











สวนสนประดิพัทธ์          ประจวบคีรีขันธ์

    อยู่ห่างจากหัวหินไปตามถนนเพชรเกษมประมาณ 9 กิโลเมตร โดยมีทางแยกจากถนนเพชร
   เกษม กิโลเมตรที่  240  เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 500 เมตร  มีรถโดยสารจากหัวหินไปยังสวน
   สนทุก 20 นาทีหากไปทางรถไฟสามารถลงที่ป้ายหยุดรถไฟสวนสนประดิพัทธ์ โดยใช้บริการ
   รถไฟสายธนบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ออกเวลา 13.10 ถึง สวนสน 18.10 น. (รถด่วนและรถเร็วขบวน
   อื่นไม่จอดป้ายนี้) สวนสนประดิพัทธ์อยู่ในความดูแลของศูนย์การทหารราบ ปราณบุรี มีที่พัก
   ลักษณะเป็นโรงแรม บังกะโล เรือนแถวและบ้านพัก สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 3253
   6582-3 โทรสาร 0 3253 6584






 

ชายหาดปราณบุรี            ประจวบคีรีขันธ์

   เป็นชายหาดที่ยาวต่อเนื่องจากชายหาดหัวหิน ประกอบด้วย วนอุทยานปราณบุรี และชายหาด
   ที่สวยงามทอดยาวจรดอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด แม้จะอยู่ใกล้หัวหินแต่เป็นชายหาดที่
   เงียบสงบร่มรื่นมีที่พักหลายแห่งให้บริการ

 









 

หมู่บ้านปากน้ำปราณ             ประจวบคีรีขันธ์

  บริเวณ “ปากน้ำปราณ” คือ บริเวณช่วงที่แม่น้ำปราณบุรีไหลลงสู่ทะเล ชาวบ้านส่วนใหญ่
   ประกอบอาชีพประมง หมู่บ้านแห่งนี้จึงกลายเป็นศูนย์รวมอาหารทะเลจำหน่ายในราคาย่อมเยาว์
   อาหารทะเลที่ขึ้นชื่อของที่นี่ คือ ปลาหมึกสด ปลาหมึกแดดเดียว ปลาหมึกแห้ง กะปิเคย กุ้งแห้ง
   ฯลฯ








 

 

หาดนเรศวร หรือ หาดเขากะโหลก            ประจวบคีรีขันธ์ 

  ชายหาดสะอาดทรายสีน้ำตาลอ่อน บรรยากาศเงียบสงบ

 

 

 






 


เขื่อนปราณบุรี          ประจวบคีรีขันธ์

   เขื่อนปราณบุรีนี้เกิดจากเขื่อนดินสร้างปิดกั้นแม่น้ำปราณบุรี มีวิวทิวทัศน์สวยงาม

 

 

 

 

 

 

 

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี           ประจวบคีรีขันธ์

   สภาพทั่วไปเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน แนวเทือกเขาขวางตัวเหนือ-ใต้ เป็นส่วนหนึ่งของเทือก
   เขาตะนาวศรี สภาพป่าเป็นป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้น




 

 







ศาลหลักเมืองประจวบคีรีขันธ์            ประจวบคีรีขันธ์

   ตั้งอยู่ถนนสละชีพ ตรงข้ามศาลากลางจังหวัด เป็นศิลปะเแบบลพบุรี สร้างขึ้นในสมัย ร.ต.อำนวย
   ไทยานนท์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

 

 

 

 

 


 

วัดอ่าวน้อย หรือ ถ้ำพระนอน          ประจวบคีรีขันธ์

  ในบริเวณวัดมีถ้ำขนาดเล็กประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ตั้งอยู่เชิงเขาบริเวณอ่าวน้อย ก่อนถึงตัว
   เมือง    ประจวบคีรีขันธ์ มีทางเข้าแยกจากถนนเพชรเกษม กิโลเมตรที่ 314 เป็นระยะทาง 3
   กิโลเมตร ในบริเวณวัดมีถ้ำขนาดเล็กประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ในอดีตถ้ำแห่งนี้เป็นสถานที่
   ซึ่งชาวเรือมักเข้ามาอาศัยหลบพายุฝน

 








 

 อ่าวน้อย, อ่าวประจวบคีรีขันธ์         ประจวบคีรีขันธ์

   อยู่หน้าเมืองประจวบฯ มีทิวทัศน์สวยงามเหมาะต่อการออกกำลังกาย เช่น วิ่ง ขี่จักรยานเลียบ    
   ชายทะเลโดยอ่าวน้อยและอ่าวประจวบฯ มีถนนเลียบชายหาดเชื่อมโยงถึงกัน อ่าวน้อย มีทิวสน
   ขนานไปกับถนนอ่าวประจวบฯ มีบาทวิถีให้เดินชมท้องทะเลได้อย่างใกล้ชิด และมีร้านอาหาร
   ทะเลให้เลือกสรรรับประทานหลายแห่ง ะจวบฯ

 

 

 

 


 

หาดบางเบิด          ประจวบคีรีขันธ์

   เป็นเกาะขนาดเล็กอยู่ใกล้ๆกัน เดินทางจากชายฝั่งบ้านหนองเสม็ด ระยะทางประมาณ 7
   กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หากเดินทางโดยเรือเร็ว (สปีดโบ๊ต) ใช้เวลาประมาณ 15
   นาที





 

 

 

 

น้ำตกไทรคู่           ประจวบคีรีขันธ์

   ตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดสุโขทัย ถนนนิกรเกษม ริมแม่น้ำยม เป็นที่เคารพสักการะของชาว
   เมืองสุโขทัย ศาลนี้เป็นที่ประดิษฐานดวงพระวิญญาณของพ่อขุนราม

 

 

 

 

 

 

 

 เขาธงชัย             ประจวบคีรีขันธ์

   เป็นจุดชมวิวที่สำคัญของชายหาดบ้านกรูด จากจุดนี้จะมองเห็นเวิ้งอ่าวและทิวมะพร้าวสุดสาย
   ตา เหมาะสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก บนเขาธงชัยเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธกิตติสิริชัย”
   หรือ ที่ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปปางสมาธิแบบศิลปะคันธาระ(ได้รับอิทธิพลจา
   กกรีกผ่านอินเดีย) หันพระพักตร์ออกทะเล ชาวบางสะพานสร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายสมเด็จ
   พระนางเจ้าสิริกิติ์ฯพระบรมราชินีนาถในวโรกาสที่พระองค์ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบห้ารอบ
   บนเขายังเป็นที่ตั้งของ ตำหนักกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ อันเป็นที่เคารพสักการะยิ่งของชาว
   เรือ จะเห็นตำหนักกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์สวยเด่นเป็นสง่าบนยอดเขาธงชัย เชื่อกันว่ากรม
   หลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์เคยเสด็จมาประทับ ณ ที่แห่งนี้เพื่อพักทอดสมอเรือรบ จึงสร้างสมอเรือ
   จำลองไว้ที่พระตำหนักซึ่งหันหน้าออกทะเล บริเวณรอบๆ มีสวนไม้ดอกไม้ประดับและสำนักสงฆ์
   นอกจากนี้บนเขาธงชัยยังเป็นที่ประดิษฐานของ พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ หรือ พระมหา
   เจดีย์เก้ายอด พระปรางค์จัตุรมุขสูงสามชั้น ชาวบ้านกรูดร่วมใจสร้างเพื่อเฉลิมพระเกียรติใน
   วโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ทรงครองศิริราชสมบัติครบ 50 ปี

 

การเดินทางไปจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

 

รถยนต์:

จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง คือ

1. ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (ธนบุรี-ปากท่อ) ผ่านจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ผ่านจังหวัดเพชรบุรี เข้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมระยะทางประมาณ 280 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง

2. ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ผ่านพุทธมณฑล นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี เข้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมระยะทางประมาณ 320 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง

 

รถประจำทาง:

มีรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศของบริษัท ขนส่ง จำกัด และของเอกชน สายกรุงเทพฯ-ประจวบคีรีขันธ์ ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง

สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490www.transport.co.th บริษัทหัวหิน-ปราณทัวร์ โทร. 0 2894 6057, 0 2884 6191-2 บริษัทพุดตานทัวร์ โทร. 0 2894 6046 บริษัทบางสะพานทัวร์ โทร. 08 1829 7752, 08 1829 8641

 

รถไฟ :

มีรถไฟออกจากสถานีหัวลำโพงทุกวัน โดยรถไฟสายใต้ทุกขบวนต้องผ่านประจวบคีรีขันธ์ และในวันเสาร์ อาทิตย์ รวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์ การรถไฟแห่งประเทศไทยจัดขบวนรถนำเที่ยวสายชายทะเลสวนสนประดิพัทธ์ แบบเช้าไปเย็นกลับ และจากสถานีรถไฟธนบุรี มีขบวนรถธนบุรี-หลังสวน ผ่านประจวบคีรีขันธ์ ทุกวัน

 

สอบถามรายละเอียดได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690 www.railway.co.th

 

หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญในจังหวัดนประจวบคีรีขันธ์

http://www.resortdd.com/

ตำรวจทางหลวง ส.ทล.3 กก.2 จ.ประจวบคีรีขันธ์    โทร. (032) 611276, 602351

ททท.สำนักงานภาคกลางเขต 2 จ.เพชรบุรี  โทร. (032) 471005-6

ที่ว่าการอำเภอเมือง    โทร. (032) 611153

ประชาสัมพันธ์จังหวัด  โทร. (032) 602019

ศนย์บริการข่าวสารการท่องเที่ยว   โทร. (032) 512120

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว   โทร. (032) 611491

สถานีขนส่งอำเภอหัวหิน    โทร. (032) 511230

สถานีตำรวจภูธร อ.เมือง   โทร. (032) 611148

สถานีตำรวจภูธรหัวหิน   โทร. (032) 511027

สถานีรถไฟประจวบคีรีขันธ์   โทร. (032) 611175

สถานีรถไฟหัวหิน   โทร. (032) 511073

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบคีรีขันธ์

@ ค้นหาที่พัก รีสอร์ท โรงแรม และร้านอาหาร ทั่วประเทศที่  http://www.resortdd.com/


      22 ต.ค. 2555   เวลา :    11:37   จำนวนผู้อ่าน :    9867   

 
ร้านอาหารแนะนำ