resort, รีสอร์ท, ที่พัก
 
 
 
 
 
 
 


ที่พักภาคเหนือ
เชียงราย
เชียงใหม่
กำแพงเพชร
ตาก
นครสวรรค์
น่าน
พะเยา
พิจิตร
พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
แพร่
แม่ฮ่องสอน
ลำปาง
ลำพูน
สุโขทัย
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กาฬสินธุ์
ขอนแก่น
ชัยภูมิ
นครพนม
นครราชสีมา
บุรีรัมย์
บึงกาฬ
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุบลราชธานี


ที่พักภาคกลาง
กรุงเทพมหานคร
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นนทบุรี
ปทุมธานี
ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
เพชรบุรี
ราชบุรี
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สระแก้ว
สระบุรี
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
อยุธยา
อ่างทอง


ที่พักภาคตะวันออก
ชลบุรี, พัทยา
ระยอง
จันทบุรี
ตราด


ที่พักภาคใต้
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา
พัทลุง
ภูเก็ต
ยะลา
ระนอง
สงขลา
สตูล
สุราษฎร์ธานี

Link เพื่อนบ้าน
หอพัก
หอพัก
ห้องพัก





โอนิซึกะ, onitsuka, onitsuka tiger
Bangkok Dating, Thailand Matchmaker, Thailand Dating, Bangkok Matchmaker, dating bangkok, dating thailand, thai dating, online dating, single thai girls, thai women, dating service, speed dating, บริการหาคู่, บริษัทจัดหาคู่, หาคู่, หาแฟน, หาเพื่อน, จัดหาคู่, จับคู่, แม่สื่อ, ธุรกิจหาคู่
ถุงจัมโบ้, พาเลท

แนะนำรีสอร์ท, ห้องพัก, ที่พัก, บ้านพัก สำหรับพักผ่อนยามท่องเที่ยว


ResortDD.com จังหวัดนครปฐม (Nakorn Patom) ที่พักจังหวัดนครปฐม โรงแรมจังหวัดนครปฐม รีสอร์ทจังหวัดนครปฐม เกสเฮ้าส์จังหวัดนครปฐม สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครปฐม ท่องเที่ยวจังหวัดนครปฐม ศูนย์รวมรีสอร์ทจังหวัดนครปฐม แหล่งรวมที่พักจังหวัดนครปฐม Thailand Nakorn Patom Hotel Resort Guesthouse

ส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวงาม ข้าวหลามหวานมัน สนามจันทร์งามล้น

พุทธมณฑลคู่ธานี พระปฐมเจดีย์เสียดฟ้า สวยงามตาแม่น้ำท่าจีน

 

                จังหวัดนครปฐมเป็นศูนย์กลางความเจริญตั้งแต่อดีต มีชนชาติต่างๆ อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่เป็นจำนวนมาก ต่อมาเกิดความแห้งแล้งขึ้น เพราะกระแสน้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองเปลี่ยนเส้นทาง ประชาชนจึงอพยพไปตั้งหลักแหล่งอยู่ริมน้ำและสร้างเมืองใหม่ขึ้นชื่อ “นครชัยศรี”  หรือ “ศรีวิชัย”

ในรัฐสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดฯ ให้สร้างพระราชวังขึ้นที่ตำบลสนามจันทร์ เป็นที่เสด็จแปรพระราชฐานและโปรดฯ ให้ตัดถนนเพิ่มขึ้นอีกหลายสาย และสร้างสะพานใหญ่ข้ามคลองเจดีย์บูชาขึ้น ทรงพระราชทานนามว่า “สะพานเจริญศรัทธา” ต่อมาให้เปลี่ยนชื่อนครชัยศรีเป็น “นครปฐม” แต่ชื่อมณฑลยังคงเรียกว่า “มณฑลนครชัยศรี”  อยู่จนกระทั่งยุบเลิกในสมัยรัชกาลที่ 7  ในปัจจุบันนครชัยศรีมีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งขึ้นอยู่กับนครปฐม

นครปฐมอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ  56  กิโลเมตร   มีพื้นที่   2,168,327 ตารางกิโลเมตร     แบ่งเขตการปกครองออกเป็น  7  อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครปฐม  อำเภอกำแพงแสน  อำเภอนครชัยศรี  อำเภอพุทธมณฑล  อำเภอดอนตูม  อำเภอบางเลน  อำเภอสามพราน

 

( ที่มา: บันทึกทั่วไทย 77 จังหวัด แทนไท  ว. ตระกูล เรียบเรียง  สำนักพิมพ์ไพลิน)

 

สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดนครปฐม
 

วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร           นครปฐม

    เป็นพระสถูปเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จังหวัดนครปฐมได้ใช้พระปฐมเจดีย์เป็น    
   ตราประจำจังหวัด พระปฐมเจดีย์ที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้เป็นองค์ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อ
   พ.ศ. 2396 โดยโปรดเกล้าฯให้สร้างครอบพระเจดีย์องค์เดิมซึ่งเป็นเจดีย์เก่าแก่มีฐานแบบโอคว่ำ
   และมียอดปรางค์อยู่ข้างบน สันนิษฐานว่ามีอายุอยู่ในตอนต้นพุทธศตวรรษที่ 4

 

 

 

 

 

 

สวนสามพราน                 นครปฐม

   เป็นสถานที่พักผ่อนตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 32 กิโลเมตร อยู่ติดแม่
   น้ำนครชัยศรีมีเนื้อที่ประมาณ 137.5 ไร่ ผสมผสานความเด่นทางด้านวัฒนธรรมกับธรรมชาติและ
   สุขภาพ หลอมรวมภูมิปัญญาไทยเข้าสู่กระบวนการรักษาลักษณะไทยอย่างดี จนได้รับรางวัล
   แหล่งท่องเที่ยวเพื่อการนันทนาการ ประจำปี 2551 ภายในจัดแต่งเป็นสวนดอกไม้นานาชนิด หมู่
   บ้านไทย และบางส่วนเป็นโรงแรมที่พัก และสนามกอล์ฟ

   นอกจากนี้ในช่วงตั้งแต่เวลา 10.00-12.00 น. มีกิจกรรมวิถีไทย 12 กิจกรรม ให้เลือกทดลองทำ
   ด้วยตัวเอง เช่น การปั้นเครื่องปั้นดินเผา, การร้อยมาลัย, การแกะสลักผลไม้ ฯลฯ ค่าใช้จ่ายคนละ
   200 บาท ส่วนในช่วงบ่ายเป็นการแสดงทางวัฒนธรรมพื้นบ้านให้ชมเป็นประจำทุกวัน สวน
   สามพรานเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. อัตราค่าผ่านประตูเข้าชมสวน ชาวไทย
   ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 60 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 600 บาท เด็ก 350 บาท สอบถามเพิ่มเติม
   ได้ที่ โทร. 0 2295 3261-4, 0 3432 2588-93 หรือที่เว็บไซต์

 

 

วัดธรรมปัญญารามบางม่วง (เฮงเส็งยี่)                 นครปฐม

   วัดธรรมปัญญารามบางม่วง (เฮงเส็งยี่) ตั้งอยู่เลขที่ 108 บ้านบางม่วง ตำบลบางช้าง อำเภอ
   สามพรานจังหวัดนครปฐม 73110  เนื้อที่ของวัดโดยประมาณมีจำนวน  2  ไร่  ด้านหน้าของวัดจะ
   อยู่ติด “แม่น้ำท่าจีน”  หรือ  “แม่น้ำนครชัยศรี”  ด้านหลังติดซอยเทียนดัด-คลองใหม่  ถนนเพชร
   เกษม วัดธรรมปัญญารามบางม่วง (เฮงเส็งยี่ ) ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี  พ.ศ.2548  ถือได้ว่าเป็นวัดที่
   อยู่ในนิกายมหายานแห่งเดียวของจังหวัดนครปฐม  ซึ่งคณะกรรมการบริหารโรงเจได้มีจิตศรัทธา
   และเห็นความสำคัญของพระพุทธศาสนาจึงได้ยกอาคารโรงเจ  พร้อมที่ดินถวายให้กับพระเดชพระ
   คุณ  พระมหาคณานัมธรรมปัญญาธิวัตร  เจ้าคณะใหญ่อนัมนิกายแห่งประเทศไทย  ซึ่งโรงเจแห่ง
   นื้ชื่อว่า  “โรงเจเฮงเส็งตั๊ว”  หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันทั่วไปว่า  “โรงเจบางม่วง  ริมแม่น้ำ”  มีอายุ
   มากว่า  100  ปี  และได้รับการบูรณะมาตลอดจากผู้มีจิตศรัทธา  โรงเจแห่งนี้ได้ยกฐานะจัดตั้งให้
   เป็นวัด  เมื่อวันที่  30  ธันวาคม  พ.ศ.2548  ในนิกายมหายาน  สังกัดคณะสงฆ์อนัมนิกายแห่ง
   ประเทศไทย  ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นที่พึงทางจิตใจ  ของพุทธศาสนิกชนทั่วไป  บริเวณรอบ ๆ
   ของวัดจะเต็มไปด้วยธรรมชาติที่ร่มรื่น  สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของชาวสามพราน  ทั้งสวนผลไม้  สวนกล้วยไม้ และดอกไม้ต่าง  ๆ นานาชนิด  เมื่อท่านใดที่มาเยี่ยมเยือนได้พบก็จะรู้สึกสดชื่น  และสงบยิ่งนัก  ซึ่งต่างจาก  ความวุ่นวายที่ทุกท่านพบเห็นจากตัวเมือง
 


พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์                นครปฐม

   ตั้งอยู่ในบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ด้านทิศใต้เป็นอาคารทรงไทยประยุกต์ 2 ชั้น  โบราณวัตถุที่
   รวบรวมได้ในระยะแรกได้ถูกนำมาเก็บรักษาไว้ที่ระเบียงคตรอบองค์พระปฐมเจดีย์ กระทั่ง พ.ศ.
   2454  จึงได้ย้ายไปไว้ในวิหารตรงข้ามพระอุโบสถ ซึ่งต่อมาเรียกว่า พระปฐมเจดีย์
   พิพิธภัณฑสถาน ( ปัจจุบันยังคงเป็นพิพิธภัณฑสถานในความดูแลของวัดพระปฐมเจดีย์) พ.ศ.
   2477 ได้ยกฐานะเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในความดูแลของกรมศิลปากร  และเมื่อจำนวน
   โบราณวัตถุเพิ่มมากขึ้น อาคารหลังเดิมคับแคบ ต่อมาในปีพ.ศ. 2510 กรมศิลปากรได้รับงบ
   ประมาณให้สร้างอาคารพิพิธภัณฑสถานหลังปัจจุบันขึ้น และเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุจากหลังเดิม
   มาจัดแสดงไว้ที่นี่  โดยโบราณวัตถุส่วนใหญ่เป็นหลักฐานในวัฒนธรรมทวารวดี(พุทธศตวรรษที่
   12-16) 





การจัดแสดงแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้

         ส่วนที่ 1 แนะนำลักษณะทั่วไปของจังหวัดนครปฐม ประวัติความเป็นมาของดินแดนแห่งนี้  การตั้งถิ่นฐานของชุมชนก่อนประวัติศาสตร์  การติดต่อรับพุทธศาสนาและวัฒนธรรมจากอินเดียเข้ามาผสมผสานกับความเชื่อและวัฒนธรรมท้องถิ่น ภาพปูนปั้นรูปชาวต่างประเทศ  ศิลาจารึกที่พบบริเวณเมืองโบราณนครปฐม 

         ส่วนที่ 2 เสนอเรื่องราวด้านศาสนาและความเชื่อของชุมชนทวารวดีที่นครปฐมสะท้อนผ่านงานศิลปกรรมประเภทต่างๆ  โบราณวัตถุที่จัดแสดงในส่วนนี้ประกอบด้วย ชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมและประติมากรรมประเภทต่างๆ เช่น พระพุทธรูป ภาพสลักเล่าเรื่องพุทธประวัติ ภาพปูนปั้นเรื่องชาดกประดับฐานเจดีย์และธรรมจักร

         ส่วนที่ 3  เรื่องราวของนครปฐมหลังความรุ่งเรืองสมัยทวารวดี จนถึงสมัยที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ โปรดเกล้าให้ปฏิสังขรณ์องค์พระปฐมเจดีย์และเป็นงานสำคัญที่สืบเนื่องต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นช่วงที่นครปฐมได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นมณฑลนครชัยศรี  และในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้ก่อสร้างพระราชวังสนามจันทร์ขึ้น เมืองนครปฐมได้รับการพัฒนาเรื่อยมา

         สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3427 0300, 0 3424 2500 โทรสาร 0 3424 2500 พิพิธภัณฑ์เปิดให้บริการทุกวัน ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาท ชาวต่างประเทศ 100 บาท



พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว         นครปฐม

   พระราชวังแห่งนี้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น
   ตั้งแต่ยังทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร เริ่มก่อสร้างในปี
   พ.ศ. 2450







 

 



 

พิพิธภัณฑ์วิถีชีวิตชาวนาไทย                นครปฐม

             
    พิพิธภัณฑ์วิถีชีวิตชาวนาไทย   ตั้งอยู่เลขที่ 9/1 หมู่ 4 บ้านลานแหลม ถนนนครชัยศรี-ดอนตูม
   กิโลเมตรที่ 14–15 ตำบลวัดละมุด ใน  บริเวณบ้านของอาจารย์เริงชัยและคุณป้าพยอม แจ่มนิยม
   ซึ่งใช้บ้านของท่านเป็นที่เก็บรวบรวมและจัดแสดงเครื่องมือ เครื่องใช้ของชาวนาไทยตั้งแต่ปี
   พ.ศ. 2542  เพื่อสนองพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและ
   เล่าขานตำนานวิถีชาวนาไทย  ตัวอาคารเป็นเรือนไทยเครื่องผูก 2ห้อง จัดแสดงวิถีชีวิตชาวนา
   ย้อนไปเมื่อประมาณ 40 ปีก่อน เครื่องมือเครื่องใช้การเกษตร เครื่องมือจับปลา เครื่องมือก่อสร้าง
   บ้านเรือน ผู้สนใจสามารถชมการเกษตรแบบดั้งเดิม การเกษตรแบบพอเพียง สาธิตการผลิต
   ข้าวกล้องข้าวซ้อมมือ การหุงข้าวด้วยหม้อดิน  การผลิตหัตถกรรมจักสานผักตบชวาของอำเภอ
   นครชัยศรี  โดยควรติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-17.00 น. อัตราค่า
   เข้าชม 20 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3429 6086, 08 1991 6084, 08 5186 4404,
   08 7165 1681

 

 

อุทยานแมลงเฉลิมพระเกียรติ               นครปฐม

   อุทยานแมลงฯ อยู่ในความดูแลของศูนย์วิจัยและพัฒนากีฏวิทยาอุตสาหกรรม  สถาบันวิจัยและ
   พัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ดำเนินงานด้านการวิจัยค้นคว้าและพัฒนางานด้าน
   กีฏวิทยา  จัดเป็น 4ส่วน คือ ส่วนที่ 1 และ 2 เป็นนิทรรศการและพิพิธภัณฑ์  จัดอยู่ภายในอาคาร
   ชั้นเดียวประกอบด้วยการจัดแสดงแมลงสตัฟฟ์ แมลงหายาก  ส่วนที่ 3 เป็นอาคารรูปโดม มีพื้นที่
   มากกว่า 1000 ตารางเมตร สูง 15เมตร   จัดแสดงระบบนิเวศวิทยาของแมลงวิจัยพฤติกรรม
   แมลง  การเพาะเลี้ยงแมลงเชิงพาณิชย์  รวบรวมพันธุ์ผีเสื้อและแมลงหายากใกล้สูญพันธุ์เช่น 
  จิ้งหรีด จักจั่น ตั๊กแตน ด้วง  ส่วนที่ 4 เป็นงานพัฒนากีฏผลิตภัณฑ์ปรับปรุงผลิตผลที่เกี่ยวข้องกับ
   แมลงในเชิงพาณิชย์ อาทิ แมงกระชอน แมลงทับ แมลงตับเต่า ภายในจะได้พบเห็นผีเสื้อและ
   แมลงในภูมิภาคตะวันตกและได้เรียนรู้วงจรชีวิตของผีเสื้อและแมลง  เปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา
   08.30-16.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์  ควรติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม  สอบถามรายละเอียดโทร. 
   +66 3428 1066, +66 2942 8010-9 ต่อ 3903  โทรสาร +66 3428 1066




พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย                    นครปฐม

    ตั้งอยู่เลขที่ 43/2 หมู่ 1 ถนนบรมราชชนนี (ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี) กิโลเมตรที่ 31 ตำบลขุนแก้ว
   เป็นสถานที่จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาสซึ่งมีความสวยงามและเหมือนจริงให้ความรู้สึกนุ่มนวล 
   ซึ่งเป็นผลงานสร้างสรรค์ของคุณดวงแก้ว  พิทยากรศิลป์และกลุ่มศิลปินไทยซึ่งใช้เวลาค้นคว้า
   ทดลองกว่า 10 ปี โดยมีวัตถุประสงค์ในอันที่จะส่งเสริม เผยแพร่และอนุรักษ์ไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรม
   และประเพณีของไทย ก่อตั้งโครงการเมื่อปีพ.ศ.2525 เปิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2532

   ภายในอาคารแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ชั้นล่าง จัดเป็นห้องแสดงถาวรจำนวน7 ห้องประกอบด้วยหุ่น
   ชุดต่างๆได้แก่ ชุดพระอริยสงฆ์ ชุดพระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรีและชุดมุมหนึ่ง
   ของชีวิตเป็นการแสดงชุดหมากรุกไทย ชุดครอบครัวไทย ชุดเลิกทาส เป็นต้น ชั้นบน จัดเป็น
   ห้องแสดงนิทรรศการชั่วคราวชุดต่างๆ หมุนเวียนตามความเหมาะสม ปัจจุบันจัดแสดงเรื่องชุดครู
   เพลงไทย  ชุดบุคคลสำคัญของโลก ชุดวรรณคดีไทย พระอภัยมณีของสุนทรภู่  ชุดการละเล่น
   ของเด็กไทย ชุดประวัติศาสตร์ไทย  พิพิธภัณฑ์ฯ เปิดบริการทุกวันไม่เว้นวันหยุด (จันทร์-ศุกร์  เปิดตั้งแต่เวลา 09.00-17.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดเวลา 08.30-18.00 น.) อัตราค่าเข้าชม คนไทย 50 บาท นักศึกษาในเครื่องแบบและพระภิกษุ 20 บาท นักเรียนอนุบาล-ม.6 และ เด็ก(สูงไม่เกิน130 ซม.) 10บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. +66 3433 2061, +66 3433 2607  โทรสาร +66 3433 2061



วัดกลางบางแก้ว และพิพิธภัณฑ์พระพุทธวิถีนายก              นครปฐม

    เป็นวัดโบราณริมแม่น้ำท่าจีน แต่เดิมชื่อวัดคงคาราม ตั้งอยู่ที่ตำบลนครชัยศรี ภายในมีโบสถ์
   วิหาร และพระประธานเก่าแก่ ซึ่งนักโบราณคดีสันนิษฐานว่า สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
   ภายในมีพิพิธภัณฑ์พระพุทธวิถีนายก ก่อตั้งขึ้นโดยพระครูสิริชัยคณารักษ์ เจ้าคณะอำเภอนคร
   ชัยศรีและเป็นเจ้าอาวาสวัดกลางบางแก้วคนปัจจุบัน เพื่อเก็บรักษาโบราณวัตถุและศิลปะวัตถุล้ำ
   ค่าต่างๆ รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ของอดีตเจ้าอาวาส 2 รูป คือ หลวงปู่บุญ หรือ ท่านเจ้าคุณ
   พุทธวิถีนายก(บุญ ขันธโชติ) ซึ่งปกครองวัดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2429–2478 และหลวงปู่เพิ่ม พระพุทธ
   วิถีนายก(เพิ่ม ปุญญวสโน) ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่บุญและสืบตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดต่อ
   มา

 

 


ภายในแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ได้แก่

ชั้นที่หนึ่ง  จัดแสดงประวัติและข้าวของเครื่องใช้ของหลวงปู่บุญและหลวงปู่เพิ่ม เครื่องรางของขลัง วัตถุมงคลและพระบูชาของหลวงปู่ อีกส่วนหนึ่งจัดเป็นเรื่องตัวยาไทย สมุนไพร ยารักษาโรค ปฏิทินโหราศาสตร์เขียนด้วยลายมือหลวงปู่ รูปปั้นและรูปถ่ายของหลวงปู่  นอกจากนี้ยังมีคัมภีร์ใบลาน สมุดข่อย ตำราโหราศาสตร์ ตำรายาไทย  สมุดภาพพระมาลัย

ชั้นที่สอง  จัดแสดงเครื่องถ้วยชามของใช้ แก้วเจียระไน เครื่องทองเหลือง ธรรมาสน์มุกของหลวงปู่บุญ ซึ่งพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา  ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในรัชกาลที่ 8 สร้างถวาย

ชั้นที่สาม  จัดแสดงพระบุเงิน และพระบูชาไม้แกะ  ธรรมาสน์บุษบกเก่าสลักไม้ลงรักปิดทอง และกุฏิเก่าของหลวงปู่ที่นำมาประกอบในลักษณะเดิม เพื่อประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งของหลวงปู่เหมือนกับสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่

พิพิธภัณฑ์เปิดทุกวันพฤหัสบดี - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.  ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 20 บาท เด็กนักเรียน นักศึกษา 10 บาท (เข้าชมเป็นหมู่คณะ ต้องทำหนังสือจดหมายติดต่อล่วงหน้า เรียน เจ้าอาวาสวัดกลางบางแก้ว)  สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3433 1462, 0 3433 2182

 

วัดบางพระ              นครปฐม

   ตั้งอยู่ที่ตำบลบางแก้วฟ้า ไปตามทางหลวงหมายเลข 3233 กิโลเมตรที่ 10-11 ชาวบ้านเรียก
   กันว่าวัดปากคลองบางพระ สร้างขึ้นสมัยอยุธยา ประมาณ พ.ศ. 2220 ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าใคร
   เป็นผู้สร้าง พระอุโบสถหลังเก่ายาวประมาณ 8 วา กว้าง 4 วา ก่ออิฐถือปูน หลังคาลดสองชั้น
   หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินธรรมดา ภายในพระอุโบสถหลังเดิมประดิษฐานพระพุทธปฏิมากรหิน
   ทรายแดงประทับนั่งปางมารวิชัยลงรักปิดทอง หน้าตักกว้าง 30 นิ้ว ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อ
   สิทธิมงคล”  ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนกลาง สีในภาพใช้เพียงสี ขาว
   ดำ แดง และเขียวใบแค มีรูปเทพชุมนุม สลับกับอดีตขององค์พระพุทธเจ้า มีการปฏิสังขรณ์ใน
   สมัยรัชกาลที่ 5 และมี “ภาพมารผจญ” เป็นภาพพระพุทธเจ้าทรงจีวรแดงประทับนั่งบนดอกบัว
   แก้ว แม่ธรณีบีบมวยผม  “เสมาหินครก” สมัยพระเจ้าทรงธรรมกว้าง 37 เซนติเมตร สูง 60
   เซนติเมตร หนา 5 เซนติเมตร  นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองทำด้วยโลหะ
   สร้างเมื่อ พ.ศ. 2496 ขนาดกว้าง 1.10 เมตร ยาว 4.20 เมตร โทร. 0 3438 9333




วัดศรีษะทอง                     นครปฐม

   ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยตะโก สร้างจากการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวลาวที่
   อพยพมาจากเวียงจันทน์ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ในขณะที่มีการขุดดินสำหรับสร้างวัด ได้พบ
   เศียรพระทองจมอยู่ในดิน จึงถือเป็นนิมิตที่ดี เลยได้ตั้งชื่อวัดนี้ว่า “วัดหัวทอง” ตั้งแต่นั้นมา  เจ้า
   อาวาสองค์แรกคือ หลวงพ่อไต เป็นชาวลาวที่มาจากเวียงจันทน์ จากวัดเล็กๆ กลายมาเป็นวัด
   ใหญ่ สืบทอดเจ้าอาวาสมาอีก 6รุ่นจนมาถึง สมัยหลวงพ่อน้อย นาวารัตน์ ซึ่งได้สร้างความเจริญ
   รุ่งเรืองให้แก่วัดและหมู่บ้านเป็นอย่างมาก  ต่อมาทางการได้ขุดคลองเจดีย์บูชา แยกจากแม่น้ำ
   นครชัยศรี  ไปยังองค์พระปฐมเจดีย์เพื่อสะดวกในการเสด็จพระราชดำเนินไปนมัสการองค์พระปฐม
   เจดีย์  คลองนี้ผ่านพื้นที่ทางตอนใต้ของวัดหัวทองและหมู่บ้าน ชาวบ้านจึงอพยพมาอยู่ใกล้คลอง
   เพราะสะดวกในการคมนาคม  วัดนี้จึงย้ายจากที่เดิมมาอยู่ใกล้คลองเจดีย์บูชาและเปลี่ยนชื่อเป็น
  “วัดศีรษะทอง” ต่อมาทางราชการได้ยกขึ้นเป็นตำบลศีรษะทองสืบมาจนถึงทุกวันนี้






สนามแข่งรถไทยแลนด์เซอร์กิต                    นครปฐม

   ตั้งอยู่ที่ตำบลวัดละมุด ไปตามทางหลวงหมายเลข 3233 กิโลเมตรที่ 13-14  เป็นสนามแข่งรถ
   ระดับนานาชาติ บนพื้นที่  20–30 ไร่ มีเกมส์มอร์เตอร์สปอร์ตให้ชมทุกเดือน ทั้งการแข่งรถวิบาก
   และรถจักรยานยนต์วิบาก เปิดทุกวัน

 

 

 

 

 



ตลาดดอนหวาย                นครปฐม

    ตั้งอยู่ที่ตำบลบางกระทึก หลังวัดดอนหวาย เป็นตลาดที่ยังเหลือสภาพตลาดเก่าในอดีตสมัย
   รัชกาลที่ 6ให้เห็นลักษณะตัวอาคารเป็นอาคารไม้เก่า ๆ ที่อยู่ติดริมแม่น้ำท่าจีน มีพ่อค้า แม่ค้า
   พายเรือนำสินค้าและอาหารมาจำหน่ายในบริเวณวัดดอนหวาย  อาหารขึ้นชื่อที่นี่จะเป็นอาหาร
   คาวหวาน เช่น เป็นพะโล้ห่อหมกปลาช่อน ปลาตะเพียนต้มเค็มสามรส ปลาทูต้มเค็มชานอ้อย
   ก๋วยจั๊บนายตือ ขนมตาล ข้าวเม่าคลุก มีตลาดนัดสินค้าทางการเกษตรที่วัดดอนหวายทุกวัน
   ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์จะมีของขายมาก
   นอกจากนั้นที่ตลาดดอนหวายมีบริการเรือล่องแม่น้ำท่าจีนด้วยเรือเอี้ยมจุ้น และเรือกระแชง โดย
   แบ่งออกเป็น 2 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางแรก จากวัดดอนหวาย ผ่านวัดท่าพูด วัดไร่ขิง และวัง
   ปลา ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 15นาที  เส้นทางที่สอง  จากวัดดอนหวาย ผ่านวัดไร่ขิง วังปลา ลอดใต้
   สะพานโพธิ์แก้ว ร.ร.ภปร.ราชวิทยาลัย วัดสรรเพชร วัดเดชานุสรณ์และสวนสามพราน ใช้เวลา 2
   ชั่วโมง  แบ่งออกเป็นรอบๆ





วัดไร่ขิง                     นครปฐม

   ตั้งอยู่ที่ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน บนฝั่งแม่น้ำท่าจีนหรือแม่น้ำนครชัยศรี ห่างจากกรุงเทพฯ  
   ประมาณ 32 กิโลเมตร วัดไร่ขิงนี้ สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรนิเวศ
   วิหารกรุงเทพฯ ทรงพระราชทานนามว่า  "วัดมงคลจินดาราม (ไร่ขิง)" แต่ชาวบ้านเรียกกันเต็ม ๆ
   ว่า "วัดมงคลจินดารามไร่ขิง" จนกระทั่งเหลือแต่ชื่อ วัดไร่ขิง อาณาเขตวัดแบ่งออกเป็น 2 ส่วน
   คือ เขตศาสนสถานและเขตสาธารณสถานซึ่งเป็นพื้นที่ของโรงเรียนและโรงพยาบาลมีถนนตัด
   ผ่านกลาง วัดนี้เป็นวัดราษฎร์ ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างเมื่อใด อาศัยจากคำบอกเล่าว่า สร้าง
   ตั้งแต่ พ.ศ. 2394 สมัยสมเด็จพระพุฒาจารย์(พุก) รัชกาลที่ 4 เป็นต้นมา เมื่อสร้างวัดเสร็จได้
   อัญเชิญพระพุทธรูปมาจากวัดศาลาปูน (ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือช่างสมัยไทยล้านนาและล้าน
   ช้าง ตามตำนานเล่าว่าลอยน้ำมาและอัญเชิญขึ้นไว้ที่วัดศาลาปูน)  ตำบลหอรัตนไชย อำเภอพระ
   นครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยามาประดิษฐานไว้เป็นพระประธานวัด ชาวบ้านเรียกว่า
   “หลวงพ่อวัดไร่ขิง” เป็นพระพุทธรูปเนื้อทองสัมฤทธิ์ ปางมารวิชัยแบบประยุกต์ หน้าตักกว้าง 4
   ศอก 2 นิ้ว สูง 4 ศอก 16 นิ้วเศษ  ลักษณะผึ่งผายคล้ายสมัยเชียงแสน พระหัตถ์เรียวงามตามแบบสุโขทัย  พระพักตร์ดูคล้ายรัตนโกสินทร์ ประดิษฐานเหนือฐานชุกชี พระอุโบสถ เป็นทรงโรง ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น  ฝาผนังก่ออิฐถือปูนหน้าบันเป็นลายพุดตาล ติดช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบสลับสี ซุ้มประตูเป็นลายปูนปั้นเครือเถา บานประตูด้านนอกเป็นลายรดน้ำรูปท้าวจัตุโลกบาล ด้านในเป็นภาพสีรูปอสูรยักษ์ เซี้ยวกาง บานหน้าต่างเป็นลายรดน้ำรูปต้นไม้พร้อมด้วยสิงสาราสัตว์ ด้านในเป็นภาพเขียนสีรูปดอกไม้ ส่วนซุ้มหน้าต่างเป็นรูปปูนปั้นลายเครือเถา รอบพระอุโบสถมีวิหารประจำทิศต่างๆทั้งสี่ทิศ  หน้าบันใช้ปูนปั้นเป็นลายเทพพนม ไม่มีซุ้มประตูหน้าต่าง ศาลาจตุรมุข ตั้งอยู่ด้านหน้าและด้านหลังของอุโบสถเป็นศาลาทรงไทย 4 มุข หน้าบันทั้งสี่ด้านมีภาพปูนปั้นเป็นเรื่องราวพุทธประวัติตั้งแต่ประสูติจนถึงปรินิพพานและการแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ ขอบล่างเป็นรูปปั้นราหูอมจันทร์  ปลายเสาทุกต้นมีบัวหงาย มณฑปกลางสระน้ำ เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง  ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของอุโบสถ

วัดไร่ขิงเป็นวัดที่พุทธศาสนิกชนรู้จักกันดี นิยมเดินทางไปนมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิงกันอยู่เสมอ ทุกวันศุกร์และเช้าอาทิตย์จะมีตลาดนัดอาหารและผลไม้จำหน่าย ที่บริเวณริมแม่น้ำหน้าวัดเป็นเขตอภัยทาน ร่มรื่น มีปลาสวายตัวโตนับพันอาศัยอยู่ นักท่องเที่ยวสามารถซื้อขนมปังเลี้ยงอาหารปลาได้อีกด้วย

 

ลานแสดงช้างและฟาร์มจระเข้สามพราน                นครปฐม

   ลานแสดงช้างและฟาร์มจระเข้สามพราน ตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษม กิโลเมตรที่ 30 อำเภอ
   สามพรานจังหวัดนครปฐม ในเนื้อที่กว่า 130 ไร่ จัดเป็นสถานที่พักผ่อนที่เปิดให้ชมการแสดง
   ระดับนานาชาติตั้งแต่ 08.30 - 17.30 น. ทุกวัน
   ชมการแสดงช้างประกอบเสียง ประเพณีการคล้องช้างอันศักดิ์สิทธิ์ ความผูกพันของช้างกับชาว
   ส่วย ผู้สืบทอดการเลี้ยงช้างมาหลายชั่วอายุคน ช้างเตะฟุตบอล เต้นรำ  สงครามยุทธหัตถีที่ยิ่ง
   ใหญ่ และการแสดงอื่น ๆ อีกกว่า 10 รายการ ด้วยระบบ Sound Track และ Effect ประกอบการ
   แสดง การแสดงจับจระเข้โชว์ด้วยมือเปล่าจากหมอจระเข้ผู้สืบสานตำนานไกรทอง วิธีฝากเงินใน
   ปาก และการหยอดหัวใส่ปากจระเข้ ชม..จระเข้สัตว์ยุคไดโนเสาร์์นับ หมื่นตัว ในฟาร์มที่ได้รับการ
   ยกย่องว่าสะอาดที่สุด และจัดระบบนิเวศน์ได้ลงตัวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก (Accredit by CITES
   1991)
   ที่ตั้ง 117 หมู่ 6 ถนนเพชรเกษม อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73110




พระอนุสาวรีย์พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรณ์             นครปฐม

   ณ กลางสระน้ำ หน้าอาคารบังคับการ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตำบลศาลายา ห่างจากพุทธ
   มณฑลประมาณ 5 กิโลเมตร พระรูปหล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์รมดำสีมันปู  ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อ
   มุมจารึกตราประจำพระองค์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือได้จัดสร้างพระอนุสาวรีย์ของพระองค์ท่าน
   ขึ้นประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ.2546 โดยผู้บัญชาการทหารเรือเป็นประธาน
   ในพิธีเพื่อเป็นที่สักการะบูชาของทหารเรือและประชาชนทั่วไป เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา
   06.00-18.00 น. การเดินทาง  จากสี่แยกพุทธมณฑลสาย 5 - ถนนไทยาวาส ระยะทางประมาณ
   200 เมตร หรือ จากที่ว่าการอำเภอพุทธมณฑลประมาณ 1.5 กิโลเมตร รถโดยสารประจำทาง
   สาย ปอ.515, 547, 124, 125






 

พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย            นครปฐม

  ตั้งอยู่ในสถาบันศิลปกรรม กรมศิลปากร ถนนพุทธมณฑลสาย 5 นครปฐม ในอาคารซึ่งเป็นโรง
   ถ่ายภาพยนตร์จำลอง จัดแสดงประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย  ขบวนการผลิตภาพยนตร์ไทย 
   อุปกรณ์ประกอบฉาก  มีการจัดแสดงหุ่นบุคคลสำคัญในวงการหนังไทยทั้งดาราและผู้สร้างหนัง
   เพื่อยกย่องผู้ร่วมบุกเบิกสร้างสรรค์วงการหนังไทยเช่น หุ่นมิตร ชัยบัญชา นักแสดงที่อยู่ในความ
   ทรงจำของทุกคนโต๊ะทำงานของปยุต เงากระจ่าง ผู้สร้างภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องแรกของไทยคือ
   เรื่องสุดสาคร เปิดวัน
   เสาร์  เวลา  13.00-17.00 น.  ไม่เสียค่าเข้าชม








พุทธมณฑล                 นครปฐม

   เป็นสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา ตั้งอยู่ที่ตำบลศาลายา มีพื้นที่ประมาณ 2,500 ไร่ พุทธ
   มณฑลเป็นสถานที่ซึ่งรัฐบาลและประชาชนชาวไทยร่วมใจกันจัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2500 เนื่อง
   ในโอกาสที่พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมาได้ถึง 2,500 ปี บริเวณจุดศูนย์กลางของพุทธมณฑลเป็น
   ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางลีลา เป็นพระประธานของพุทธมณฑลมีความสูง 2,500 กระเบียด
   (ประมาณ 15.875 เมตร) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานนามว่า “พระศรีศากยะ
   ทศพลญาณประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์” รอบองค์พระประธานเป็นสถานที่จำลองของสังเวชนีย
   สถาน 4 ตำบล คือ ตำบลอันเป็นที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน

   นอกจากนี้ยังมีศาสนสถานที่สำคัญอื่น ๆ ได้แก่ พระวิหารพุทธมณฑล ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช
   และที่พำนักสงฆ์อาคันตุกะ หอประชุมทางกิจการพระพุทธศาสนา ศาลาปฏิบัติกรรมฐาน 
   พิพิธภัณฑ์ทางพุทธศาสนา หอสมุดพระพุทธศาสนา สวนไม้ดอกไม้ประดับต่าง ๆ และในปัจจุบัน
   ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีในวันสำคัญทางศาสนา อาทิ วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วัน
   อาสาฬหบูชา เป็นต้น เปิดเวลา 05.00-19.00 น


สวนศิลป์ มีเซียม ยิบอินซอย               นครปฐม

   ตั้งอยู่เลขที่ 38/1-9 ถนนพุทธมณฑลสาย 7 ตำบลท่าตลาด ทางเข้าอยู่ตรงข้ามโรงเรียน ภปร.
   เข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นที่รวบรวมประติมากรรมของคุณมีเซียม  ยิบอินซอย เพื่อ
   ประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าและจัดสร้างสวนนิทรรศการชั่วคราวในรูปของหอศิลปะและสวน
   ศิลปะกลางแจ้ง เพื่อให้การสนับสนุนศิลปินซึ่งต้องการเผยแพร่ผลงานของตน สามารถเข้าชมได้
   ในวันศุกร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา09.00-17.00 น. (กรุณาติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม) สอบถามเพิ่ม
   เติมได้ที่โทร. 0 2213 2027

 






 

การเดินทางไปจังหวัดนครปฐม

 

รถยนต์:

จากกรุงเทพฯ สามารถไปได้ 2 เส้นทาง คือ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ผ่านอ้อมน้อย อ้อมใหญ่ สามพราน ไปจนถึงจังหวัดนครปฐม หรือใช้ถนนบรมราชชนนี ผ่านพุทธมณฑล นครชัยศรี ไปจนถึงตัวจังหวัดนครปฐม

 

รถประจำทาง:

มีรถประจำทางปรับอากาศสายกรุงเทพฯ-นครปฐม ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ตั้งแต่เวลา 05.30-23.15 น. สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490www.transport.co.th

ปัจจุบันบริษัท ขนส่ง จำกัด ได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์แล้ว ติดต่อได้ที่ www.thaiticketmajor.com

 

รถไฟ :

การรถไฟแห่งประเทศไทยมีบริการรถไฟออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) และสถานีรถไฟธนบุรี ไปยังจังหวัดนครปฐมทุกวัน ทั้งรถธรรมดา รถเร็ว รถด่วน รถด่วนพิเศษ และรถพิเศษชานเมือง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง สามารถขึ้นรถได้ที่สถานีหัวลำโพง สามเสน บางซื่อ และบางบำหรุ

นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางและราคาตั๋วโดยสารของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1690 (ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง) หรือทางเว็บไซต์ www.railway.co.th และจองตั๋วรถไฟก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 3 วัน ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2220-4444 ทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.

 

หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญในจังหวัดนครปฐม

 

ตำรวจภูธรภาค 7 โทร. 0 3424 3751-2, 0 3424 1426

ที่ทำการไปรษณีย์นครปฐม โทร. 0 3425 1986, 0 3424 2356

เทศบาลเมืองนครปฐม โทร. 0 3425 3850-4

โทรศัพท์จังหวัดนครปฐม โทร. 0 3425 1070, 0 3424 2356

ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม โทร. 0 3434 0011-2

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย โทร. 0 3433 2061, 0 3433 2067, 0 3433 2109

โรงพยาบาลศูนย์นครปฐม โทร. 0 3425 4150-4

สถานีเดินรถโดยสารประจำทาง โทร. 0 3425 1155, 0 3451 4438

สถานีตำรวจภูธร จังหวัดนครปฐม โทร. 0 3424 2886, 0 3451 1560

สถานีรถไฟจังหวัดนครปฐม โทร. 0 3424 2305

สำนักงานขนส่งนครปฐม โทร. 0 3424 1378

สำนักงานจังหวัดนครปฐม โทร. 0 3424 3811, 0 3425 8678

ททท. สำนักงานกาญจนบุรี โทร. 0 3451 2500, 0 3462 3691

ศูนย์การท่องเที่ยวกีฬาและนันทนาการ จังหวัดนครปฐม โทร. 0 3434 0065-6

หอการค้าจังหวัดนครปฐม โทร. 0 3425 4231, 0 3425 4647, 0 3421 0230

ตำรวจท่องเที่ยว โทร. 1155

ตำรวจทางหลวง โทร. 1193

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเพชรบุรี (เพชรบุรี ราชบุรี)

@ ค้นหาที่พัก รีสอร์ท โรงแรม และร้านอาหาร ทั่วประเทศที่  http://www.resortdd.com/


      16 ส.ค. 2555   เวลา :    21:35   จำนวนผู้อ่าน :    2382   

 
ร้านอาหารแนะนำ