resort, รีสอร์ท, ที่พัก
 
 
 
 
 
 
 


ที่พักภาคเหนือ
เชียงราย
เชียงใหม่
กำแพงเพชร
ตาก
นครสวรรค์
น่าน
พะเยา
พิจิตร
พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
แพร่
แม่ฮ่องสอน
ลำปาง
ลำพูน
สุโขทัย
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กาฬสินธุ์
ขอนแก่น
ชัยภูมิ
นครพนม
นครราชสีมา
บุรีรัมย์
บึงกาฬ
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุบลราชธานี


ที่พักภาคกลาง
กรุงเทพมหานคร
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นนทบุรี
ปทุมธานี
ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
เพชรบุรี
ราชบุรี
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สระแก้ว
สระบุรี
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
อยุธยา
อ่างทอง


ที่พักภาคตะวันออก
ชลบุรี, พัทยา
ระยอง
จันทบุรี
ตราด


ที่พักภาคใต้
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา
พัทลุง
ภูเก็ต
ยะลา
ระนอง
สงขลา
สตูล
สุราษฎร์ธานี

Link เพื่อนบ้าน
หอพัก
หอพัก
ห้องพัก





โอนิซึกะ, onitsuka, onitsuka tiger
Bangkok Dating, Thailand Matchmaker, Thailand Dating, Bangkok Matchmaker, dating bangkok, dating thailand, thai dating, online dating, single thai girls, thai women, dating service, speed dating, บริการหาคู่, บริษัทจัดหาคู่, หาคู่, หาแฟน, หาเพื่อน, จัดหาคู่, จับคู่, แม่สื่อ, ธุรกิจหาคู่
ถุงจัมโบ้, พาเลท

แนะนำรีสอร์ท, ห้องพัก, ที่พัก, บ้านพัก สำหรับพักผ่อนยามท่องเที่ยว


ที่พักชลบุรี ที่พักจังหวัดชลบุรี โรงแรมชลบุรี โรงแรมจังหวัดชลบุรีพัทยา CHONBURI ที่พักพัทยา PATTAYA รีสอร์ทชลบุรี รีสอร์ทจังหวัดชลบุรี โรงแรมจังหวัดชลบุรีพัทยา Resort จังหวัดชลบุรี (Chonburi) รีสอร์ทดีดี ResortDD.com เกสเฮ้าส์จังหวัดชลบุรี พัทยา สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี พัทยา ท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี พัทยา ศูนย์รวมรีสอร์ทจังหวัดชลบุรี พัทยา แหล่งรวมที่พักจังหวัดชลบุรี พัทยา Thailand Chonburi Hotel Guesthouse

จังหวัดชลบุรี พัทยา ( Chonburi )

 

ทะเลงาม ข้าวหลามอร่อย อ้อยหวาน จักสานดี ประเพณีวิ่งควาย

 

                จังหวัดชลบุรี  หรือที่คนทั่วไปเรียกกันสั้นๆว่า“เมืองชล”อยู่ ห่างจากกรุงเทพมหานครตามเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 34 (ถนนสายบางนา-ตราด)  รวมระยะทางประมาณ 81  กิโลเมตร  นอกจากนี้ยังมีเส้นทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 หรือ Motorway (กรุงเทพฯ-ชลบุรี) ระยะทาง 79 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 45 นาที

                ชลบุรี จังหวัด ชลบุรีแบ่งเขตการปกครองออกแบ่งเป็น  11 อำเภอ  92 ตำบล  687  หมู่บ้าน  การปกครองส่วนท้องถิ่นประกอบด้วย   องค์การบริหารส่วนจังหวัด   เทศบาลนคร  1  แห่ง เทศบาลเมือง  9 แห่ง  เทศบาลตำบล  29  แห่ง องค์การบริหารส่วนตำบล  58  แห่ง  และมีรูปแบบการปกครองพิเศษ 1 แห่ง  คือ  เมืองพัทยา  แยกจากการปกครองของอำเภอบางละมุง  เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ  ซึ่งมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว

                อำเภอทั้ง 11 ของจังหวัดชลบุรี  ได้แก่  อำเภอเมืองชลบุรี  อำเภอพนัสนิคม  อำเภอพานทอง  อำเภอบ้านบึง  อำเภอศรีราชา  อำเภอเกาะจันทร์  อำเภอบ่อทอง  อำเภอหนองใหญ่  อำเภอบางละมุง  อำเภอสัตหีบ  และอำเภอเกาะสีชัง


สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี

 

ศูนย์แสดงเรือพระราชพิธีจำลอง 4 มิติ    พัทยา  ชลบุรี

   มรดกทางวัฒนธรรมแห่งสายน้ำหนึ่งเดียวในโลก แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของประเทศไทย
  
บริษัท ศูนย์แสดงเรือจำลอง 4 มิติ จำกัด ขอนำท่านเดินทางสู่เมืองพัทยา ชมแหล่งท่องเที่ยว
   แห่งใหม่ล่าสุด ที่ปวงชนชาวไทยภาคภูมิใจ..."โครงการศูนย์แสดงเรือพระราชพิธีจำลอง
   Miniature Thai Royal Barge Performance Center" มรดกทางวัฒนธรรมแห่งสายน้ำหนึ่ง
   เดียวในโลก

    ด้วยฝีมือการประดิษฐ์ที่ประณีตงดงาม วิจิตรพิสดารโดยช่างสิบหมู่และทีมงานแสดงแสดงให้
   เห็นถึงเอกลักษณ์ประจำชาติอันเป็นมรดกสืบทอดทางประเพณี วัฒนธรรม อารยธรรม และ
   สถาปัตยกรรม อันทรงคุณค่า พร้อมเนื้อหาสาระทางวิชาการ ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย
   และชาวต่างประเทศตื่นตาตื่นใจกับรูปแบบการนำเสนอโดยใช้ ภาพ แสดง สี เสียง ด้วย
   เทคโนโลยีล้ำสมัยแห่งเดียวในโลก

ภายในศูนย์ฯ นำเสนอจำลองพระราชพิธีกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค ลอยล่องกลางลำน้ำเจ้าพระยายามอรุณเบิกฟ้าฝั่งพระนคร และเคลื่อนลับจากขอบฝั่งธนบุรี พร้อมแสงดาวจากฟากฟ้า และแสงสีกรุงเทพมหานครยามราตรี กับเสียงกาพย์เห่เรือท่วงทำนองความงดงามแห่งภาษาไทย พร้อมพสกนิกรแซ่ซ้องสรรเสริญกังวานก้องทั่วท้องน้ำเจ้าพระยา

 ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสบรรยากาศที่กล่าวมาข้างต้นเสมือนร่วมอยู่เหตุการณ์ด้วย ภาพยนตร์ 4 มิติ ครั้งแรกของเมืองไทย อีกทั้งชมภาพยนตร์จอยักษ์ 360 องศา แสดงประวัติความเป็นมาของเรือไทย ในรูปแบบภาพยนตร์ Animation จากอดีตถึงปัจจุบันซึ่งหาชมไม่ง่ายในปัจจุบัน
 

      ภายในศูนย์ประกอบไปด้วย

      1. สถานที่แสดงเรือจำลองพยุหยาตราทางชลมารคทั้ง 52 ลำ
      2. อุโมงค์แห่งกาลเวลา
      3. ห้องชมภาพยนตร์ 360 องศา
      4. ห้องนิวมัลติมีเดีย
      5. ห้องโถงสำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคน
      6. ร้านค้าของที่ระลึก
      7. ร้านอาหาร
      8. จุดสวย ๆ สำหรับถ่ายรูป

      บริษัท ศูนย์แสดงเรือจำลอง 4 มิติ จำกัด
    353/54 หมู่ 9 ถนนสุขุมวิท อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150
    โทร.081-865-5353 แฟกซ์ 038-489-489
    http://www.miniaturethairoyalbarge.com/

พิพิธภัณฑ์ อาร์ทอินพาราไดซ์พัทยา (Art in Paradise pattaya)   พัทยา  ชลบุรี

    เดิมที พื้นที่กว่า 5,800ตารางเมตร ของ Art in Paradise เคยเป็นไนท์คลับเก่า ชาวเกาหลีผู้ 
   ย้ายครอบครัวมาลงหลักปักฐานที่เมืองไทยอย่าง Mr.Shin Jae Yeoul และหุ้นส่วนจากชาติ
   เดียวกันอีกก 11คน จึงทุ่มเงิน  50ล้านบาท แปลงตึกร้างที่เกือบจะมีวิญญาณสิงห์สถิตย์อยู่แล้ว
   ให้เป็นพื้นที่ทางศิลปะที่ผู้คนสามารถเข้าไปมีส่วนร่วม หรือ Interactive Art Museum

             Mr.Shin เรียนจบมาทางด้านออกแบบ จากมหาวิทยาลัยฮงอิก (Hongik University)
   มหาวิทยาลัยที่มีความโดดเด่นในการเรียนการสอน ด้าน “ศิลปะ”มากที่สุดในประเทศเกาหลีใต้
   และ เคยเป็นผู้จัดการ พิพิธภัณฑ์เพศศึกษา เชจู เลิฟ แลนด์" (Jeju Love Land) ณ เกาะเชจู
   ประเทศเกาหลีใต้

             หลายปีก่อนเขาและผองเพื่อนเคยมีโครงการที่จะมาเปิด พัทยา เลิฟ แลนด์ แต่ไม่ผ่านการ
   พิจารณา หลังจากนั้นจึงให้หุ้นส่วนจำนวน 6 คนที่เป็นศิลปิน กลับไปชักชวนเพื่อนศิลปินที่เกาหลี
   อีก 6 คน มาร่วมช่วยกันวาดภาพขึ้นบนผนัง

              แต่จะเลือกวาดภาพอะไรนั้นศิลปินทุกคนได้ทำการสืบเสาะหาข้อมูลมาก่อน ว่า คนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย จะมีความสุขเมื่อได้ถ่ายภาพกับภาพวาดของศิลปินชื่อดังคนไหน หรือมีภาพวาดอะไรอีกบ้างที่ควรจะวาดเสริมขึ้นมา

              ภาพที่วาดขึ้นทั้งหมดกว่า 140 ภาพ กระจายไปอยู่ตามห้องต่างๆ 10ห้อง ได้แก่

                    1. ห้องแรกลวงตา                                     6. ห้องใต้มหาสมุทร

                    2. ห้องแห่งสัตว์ป่า                                    7. ห้องภาพวาดศิลปินระดับโลก

                    3. ห้องอารยธรรม                                      8. ห้องศิลปะแนวเหนือจริง

                    4. ห้องไดโนเสร์                                        9. ห้องน้ำตก

                    5. ห้องวิวทิวทัศน์                                      10.ห้องนิทรรศกาลศิลปะ

              ซึ่งส่วนสุดท้ายนี้ กันไว้เป็นพื้นที่ของนิทรรศการศิลปะหมุนเวียน สำหรับศิลปินที่สนใจนำผลงานไปจัดแสดง      

               Mr.Shin ได้ให้ข้อมูลว่า ภาพวาด 3 มิติ ที่วาดไว้ ณ Art in Paradise เป็นรูปแบบได้รับมาอิทธิพลมาจากศิลปินชาวฝรั่งเศส แต่พื้นที่ทางศิลปะที่นำเสนอในลักษณะนี้ เคยมีเกิดขึ้นมาแล้วที่ เกาหลี,ญี่ปุ่น และจีน   แต่ที่เมืองไทยแตกต่างตรงที่ ภาพวาดที่นำเสนอมีขนาดที่ใหญ่กว่าและมีเรื่องราวที่หลากหลายกว่า

             ขณะที่ตัวเขาเองก็อยากจะทำให้ที่นี่เป็นมากกว่าพื้นที่ทางพาณิชย์ ศิลป์ เพราะอยากสนับสนุนให้คนทำงานศิลปะได้นำเสนอผลงานของตัวเองด้วย     ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่เลือกเมืองไทยเป็นบ้านหลังที่  2 และมีชื่อเล่นเป็นภาษาไทยว่า “คนไทย”

             เจ้าของสถานที่วัย 44 ปี เชื้อเชิญผู้ที่ยังไม่มีโอกาสแวะไปเยือน Art in Paradise ว่า “อยากให้แวะมา ถ้าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ชื่นชอบใน ศิลปะ และความสนุก”

อาร์ทอินพาราไดซ์ Art in paradise.co.Ltd., 

ที่ตั้ง :  78/34 หมู่ 9 ถนนพัทยาสาย 2 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150

โทร : 038-424-500

แฟ็กซ์ : 038-424-588

ราคาบัตร : ต่างชาติ ผู้ใหญ่ ราคา 500 บาท

เด็ก 300 บาท (ส่วนสูงไม่เกิน 120 ซม.)

คนไทย ผู้ใหญ่ ราคา 150 บาท

เด็ก 100 บาท (ส่วนสูงไม่เกิน 120 ซม.)

เปิดบริการ :  ทุกวัน 09.00 - 21.00 น.   หยุดขายบัตรเวลา 20.00 น.

                จากถนสุขุมวิท เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนพัทยาเหนือ ตรงไปเรื่อย ๆ ผ่านโลตัส และศาลาว่ากลางเมืองพัทยา ไปอีกนิด แล้วเลี้ยวซ้ายตรงทางแยกที่มีป้ายบอกทางไปบิ๊กซีพัทยาเหนือ ขับตรงไปอีก 300เมตร ขวามือ จะมีป้าย ‘โชว์บิ๊กอาย’ จากนั้นก็จะถึง Art in paradise ซึ่งอยู่ถัดไป

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก  http://www.manager.co.th

 

อุทยานหินล้านปีและฟาร์มจระเข้พัทยา        ชลบุรี

   อุทยานหินล้านปีก่อตั้งโดยคุณส่วน พนมวัฒนากุล นักธุรกิจผู้รักธรรมชาติและมุ่งหวังที่จะอนุรักษ์
   ธรรมชาติ และวัฒนธรรมไทย  โดยใช้เวลากว่า 30 ปีเพียรพยายามสะสมสิ่งที่มีค่าในทาง
   ธรรมชาติซึ่งหลายๆสิ่งอาจไม่มีให้ชมแล้ว หรือหาชมได้ยากมากในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นไม้ดัด
   ไทยในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 200 ปี ต้นไม้ที่กลายเป็นหินอายุนับหลาย
   ล้านปี หินลายรุ้ง ฯลฯ โดยหวังว่าวันหนึ่งจะสร้างเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และเปิดให้บุคคลทั่วไป
   ได้เข้าชมเพื่อให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสศึกษาหาความรู้จากสิ่งที่มีอยู่จริง ไม่ใช่จากตำนานเล่า
   ขานหรือรูปภาพ เนื่องจากสิ่งเหล่านั้นได้สาบสูญ หรือสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว

         ปี พ.ศ. 2532-2535 คุณส่วนได้ใช้เวลาทุ่มเทให้กับการควบคุมงาน เพื่อเนรมิตสถานที่แห่งนี้
   ด้วยตนเอง  การจัดวางสิ่งต่างๆ ล้วนไม่มีแบบแปลน เป็นการสร้างจากจินตนาการ และความ
   ชำนาญของคุณส่วนเอง  สำหรับสิ่งก่อสร้างต่างๆ ในอุทยานหินล้านปีนั้นได้รับการออกแบบโดย
รศ.ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์

      ในที่สุด วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 อุทยานหินล้านปี ก็เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเป็นวันแรก นับตั้งแต่นั้น สถานที่แห่งนี้ก็ได้รับการตกแต่งให้
สวยงาม และน่าสนใจอย่างต่อเนื่อง   นอกจากนี้ยังมีการแสดงอันน่าตื่นเต้นหวาดเสียว เช่น การแสดงการต่อสู้กับจระเข้ด้วยมือเปล่า ทำให้อุทยานหิน
ล้านปี เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แห่งหนึ่งของประเทศไทย ในแต่ละปีจะมีบุคคลสำคัญ รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและ
ชาวต่างประเทศ เดินทางมาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มนักเรียนและนักศึกษาจากทั่วโลก เดินทางมาทัศนศึกษาชีวิตสัตว์และธรณี
วิทยา

       และในปี พ.ศ. 2546 มีการชุมนุมลูกเสือโลกที่ จ.ชลบุรี อุทยานหินล้านปีก็เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ต้อนรับ คณะลูกเสือจากต่างประเทศในครั้งนี้ด้วย

                อุทยานหินล้านปีและฟาร์มจระเข้พัทยา

                22/1 หมู่ 1 ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150

                โทร. 0 3824 9347-9, 08 3112 6080, 08 9168 3404

                แฟกซ์. 0 3824 9349

                www.thaistonepark.org

 

พิพิธภัณฑ์เชื่อหรือไม่ของริบลีย์ (Ripley's Believe It or Not Museum)    พัทยา     ชลบุรี

   แหล่งสันทนาการที่มีชื่อเสียงของเมืองพัทยา สถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว
   และ สมาชิกทุกคนในครอบครัว กับรูปแบบที่หลากหลายเต็มไปด้วยสาระ ความรู้ และความ
   บันเทิงมากมายภายในโลกแห่งความสนุกสนานใบนี้ อันประกอบไปด้วย

          Ripley's Believe It or Not!  ความจริงที่ต้องพิสูจน์ด้วยตาคุณเอง

          พิพิธภัณฑ์ ริบลีส์ เชื่อหรือไม่! หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ ที่มีชื่อเสียงของโลกต้นกำเนิดจากประเทศ
   สหรัฐอเมริกา หนึ่งเดียวที่รวบรวมความมหัศจรรย์จากทั่วทุกมุมโลกที่มีทั้งความลี้ลับพิสดาร
   ความงดงามที่น่าประทับใจ พบและสัมผัสของจริงกว่า 350 ประเภทที่คุณต้องตื่นตะลึง เช่น
   หน้ากากหนังมนุษย์ หัวคนย่อส่วนเหลือ 3 นิ้ว เรือจำลองไททานิคจากไม้ขีดไฟมากกว่า
   1,000,000 ก้าน ชายผู้มีลูกตาดำ 4 ลูกตา และอื่นๆ อีกมากมาย “ประสบการณ์ที่คุณจะไม่มีวัน
   ลืม เชื่อหรือไม่!

         Motion Master 4D  โรงภาพยนตร์แห่งอนาคตในระบบ 4 มิติ ที่สุดของความระทึกใจ

         โรงภาพยนตร์แห่งอนาคตในระบบ 4 มิติ ที่สุดของความระทึกใจ ครั้งแรก...แห่งเดียวในประเทศไทย เขย่าทุกความมันส์ ตื่นเต้นเร้าใจแบบทะลุมิติ ด้วยที่นั่งไฮ-เทค พิเศษ เคลื่อนไหวได้ 8 ทิศทาง จอภาพยักษ์ 70 มม. พร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง และเอฟเฟคส์พิเศษ ที่จะนำผู้ชมเข้าถึงและสัมผัสกับการผจญภัยพร้อมไปกับหนัง เสมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง ไม่ว่าจะเป็น ฝนตก ฟ้าร้อง ลมพายุพัด หิมะตก หรือแม้กระทั่งหนูที่กำลังวิ่งผ่านขา “ถ้าร่างกายและจิตใจคุณพร้อม เราท้าให้พิสูจน์”

        Haunted Adventure   เมื่อฝันร้าย . . . กลายเป็นจริง!

        ผจญภัยในโกดังเก็บโลงศพที่ใหญ่ที่สุดในจำนวน 5 แห่งในโลก ที่มีตำนานอันน่ากลัวและความหฤโหดที่ถูกกล่าวขานมากว่า 80 ปี . . . พบกับภูตผีปีศาจและแขกไม่ได้รับเชิญจากอีกภพ พร้อมสัมผัสกับ “เอฟเฟค” พิเศษ และเทคนิคต่างๆ อันทันสมัยล่าสุดจากอเมริกา ในแต่ละห้องกว่า 20 ห้อง ซึ่งแฝงไว้ด้วยความสยอง ที่จะทำให้หวาดผวาทุกฝีก้าวและขนหัวลุกจนก้าวสุดท้าย! คำเตือน . . . ไม่เหมาะสำหรับคนขวัญอ่อน

      Infinity Maze   มหัศจรรย์เขาวงกต . . . ที่สุดของความตระการตา

      เปิดโลกแห่งจินตนาการ . . . ที่สุดของความบันเทิงที่ต้องพิสูจน์ด้วยสายตา ตลอด 20 นาที ของการเดินทางใน “อินฟินนิตี้” (Infinity) พบความอัศจรรย์ของแสง-สี-เสียง และ “เอฟเฟค” พิเศษอันทันสมัยถึง 16 ห้อง ที่จะนำพาทุกท่านได้เพลิดเพลิน ผ่อนคลายในความสวยงามของมิติพิศวง และภาพลวงตาในจักรวาลที่ไม่มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด . . . กว้างใหญ่ จนสุดลูกหู ลูกตา . . . ไม่ว่าจะเดินทางเพียงคนเดียวหรือเป็นกลุ่ม ประสบการณ์ความตื่นเต้น อลังการใน “อินฟินนิตี้” จะตรึงตราประทับใจแบบไม่รู้ลืม ยากเกินกว่าคำบรรยายใดๆ จนไม่สามารถ อดใจที่จะร้อง . . . “ว๊าว!” เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว

      Loius Tussaud's Wax Museum  

      ทุกครั้งที่คุณย่างเท้าเข้ามาเยี่ยมหลุยส์ ทุสโซด์ส แว๊กซ์เวิร์คส์ พัทยาก็เสมือนกับได้เดินอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ หรือเดินคล้องแขนอยู่กับซุปเปอร์สตาร์ตัวเป็น ๆ 
      หลุยส์ ทุสโซด์ส แว็กซ์เวิร์ค พัทยา ความอัศจรรย์ ที่คุณต้องตะลึง เป็นสาขาที่ 5ของโลก และครั้งแรกของประเทศไทย สำหรับพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งที่จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งเสมือนจริงของบุคคลสำคัญและคนดังระดับโลกทั้งไทยและเทศที่ยังมีชีวิตอยู่และเสียชีวิตไปแล้วรวมทั้งสิ้น 68  ตัว

      Scream in The Dark!

      Scream in the Dark  เครื่องเล่นใหม่ล่าสุด ของ Ripley World Pattaya  เครื่องเล่นสุดมันส์ อันดับที่ 6ที่จะมาต้อนรับ เหล่าบรรดา คนรักความท้าทาย แบบสยองขวัญ
      Scream in the Dark  เป็นสวนสนุกที่โด่งดังมากในอดีด แต่จู่ๆก็ปิดตัวลงไม่ทราบสาเหตุ บ้างก็ว่า พบวิญญาณตัวตลก ล่องลอย ตอนกลางคืน หรือไม่ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องในความมืด ไม่มีใครกล้าพิสูจน์ จน Ripley World Pattaya อยากจะชวนคุณมาพิสุจน์ด้วยกัน กับการเดินทางสุ้เส้นทางมรณะสายนี้ ทางเดียวที่คุณจะรอดพ้นออกไปจาก....สวนสนุกสุดสยอง...แห่งนี้ได้ คือความแม่นยำในการยิงปืนของคุณและเสี่ยงกรีดร้องเท่าที่คุณจะร้องให้ดังได้

                พิพิธภัณฑ์เชื่อหรือไม่ของริบลีย์   เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา  11.00 – 23.00 น.
                อยู่บนชั้น 3 ของอาคารศูนย์การค้ารอยัลกการ์เด้น พลาซ่า   ถนนเลียบชาดหาด
                ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20260
                โทรศัพท์. 66(38)710-294-8
                โทรสาร. 66(38)710-487
                http://www.ripleysthailand.com/

 

บ้านสุขาวดี   อ. บางละมุง  ชลบุรี

   “ผมเอาไว้เป็นบ้าน เพื่อให้คนไทยใช้อ้างอิงได้ในโลกนี้ว่านี่เป็นบ้านของคนไทย ”  
                                                ดร.ปัญญา โชติเทวัญ

       บ้านสุขาวดีเปิดกว้างขึ้นด้วยเจตนารมณ์ที่ต้องการให้ผู้มีโอกาสได้มาสัมผัสเป็นเจ้าของร่วม
   กัน และได้ค้นพบถึงสัจธรรมในการดำเนินชีวิต พร้อมทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายที่ควรสักการะ อาทิ
   เช่น พระพุทธเจ้าปางประสูติ , พระแม่กวนอิม , พระเจ้าตากสินมหาราช , รัชกาลที่ ๕ , กรมหลวง
   ชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือพระบิดาแห่งราชนาวีไทย เป็นต้น  ทุกสิ่งทุกอย่างในสถานที่แห่งนี้ถูก
   กำหนดขึ้นอย่างมีดีไซน์ ประกอบด้วยศาสตร์ และศิลป์อย่างลงตัว  สมดุล และมีเหตุมีผล ด้วย
   บรรยากาศเงียบสงบ แวดล้อมด้วยพันธุ์ไม้ และภูมิทัศน์ที่งดงาม และยังมีอาคารโดดเด่นด้วย
   สถาปัตยกรรม  ด้วยอำนาจของความรัก ความเมตตา ของผู้สร้างซึ่งไม่เคยยอมแพ้และไม่ยอมให้
   ความจนเป็นข้อจำกัดในชีวิต ขอให้สิ่งเหล่านี้เป็นกำลังใจ หรือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแง่คิดที่จะ
   นำพาท่านไปสู่จุดหมาย

      บ้านสุขาวดี เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี 2543บนเนื้อที่ 12ไร่  ติดถนนสุขุมวิท หลักกิโลเมตรที่ 129ห่างจากที่ว่าการอำเภอบางละมุง ประมาณ 1 กิโลเมตร  มีชายหาดยาว 400  เมตร ปัจจุบันมีเนื้อที่กว่า 80ไร่

      สุขาวดีเกิดมาจากสติปัญญาและการทำงานเป็นทีม ของผู้คนบนพื้นฐานของความรัก ความสามัคคี จึงทำให้งานที่ออกมามีคุณค่า สง่างามและมีความสำคัญเท่าเทียมกัน ประกอบด้วยอาคารหลัก ๆ ดังนี้

                1.  อาคารพระแม่กวนอิม (Main building & Goddess of Mercy)
                2.  อาคารโดมพระ (Buddha tower) อาคารโดมพระ (Buddha tower)
                3.  ศาลหลักเมือง (Sukhawadee?s Pillar Shrine)
                4. ความลับสวรรค (Yin - Yang Zone)
                5. อาคารพุทธบารมี (Buddhabaramee/Convention Hall) / เวที่เฉลิมพระเกียรติ (Royal Chalermprakiet stage)
                6. โดมละหมาด (Salah Dome ) / อาคารไอริสโซเฟีย (Airis Sophia?s souvenir shop )
                7. สหฟาร์มสเตชั่น (Saha Farm Station) สหฟาร์มสเตชั่น (Saha Farm Station)
                8. จุดบริการอาหารและเครื่องดื่ม ( Saha Farm Kitchen & Restaurant)
                9. อาคารสโมสร (Club House) อาคารสโมสร (Club House)
               10. อาคารสัจธรรม (Hall of Truth)

                บ้านสุขาวดี เปิดให้บริการทุกวัน  เวลาตั้งแต่  08.00 – 18.00 น.
                โทร. 038-703189, 038-703184
                ที่มาข้อมูล :  http://www.sukhawadee.com/index.php

 

อ่างศิลาและสะพานปลา     ชลบุรี

   อ่างศิลา   เป็นหมู่บ้านประมงริมทะเลอยู่ห่างจากตัวเมืองชลบุรีประมาณ 5 กิโลเมตร ปัจจุบัน
   เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงหอยนางรมและหอยแมลงภู่ และเป็นแหล่งทำครกหิน ซึ่งริเริ่มโดยชาวจีน
   แต้จิ๋วที่อพยพเข้ามาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2โดยได้นำหินเนื้อละเอียดที่มีอยู่มากมายแถบอ่าง
   ศิลามาแกะสลัก จนปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เป็นสินค้าของใช้ของตกแต่งบ้านมากมาย

   นอกจากนี้อ่างศิลายังเคยเป็นสถานตากอากาศชายทะเลยอดนิยมของชาวตะวันตกและคน
   บางกอก จากชื่อดั้งเดิม “อ่างหิน” เมื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวก็เริ่มเปลี่ยนชื่อเป็น อ่างศิลา เพื่อให้
   ดูคลาสสิคและดูเป็นสากลมากขึ้น

   ที่นี่มีตำหนักที่ประทับริมทะเลสมัยรัชกาลที่ 5 สถาปัตยกรรมแบบยุโรปให้เห็นอยู่ รวมทั้งเป็น
   ย่านร้านอาหารทะเลอร่อยๆ มากมาย ตลาดอ่างศิลาเริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2419 จนถึงปัจจุบันนับเป็น
   เวลา 133 ปีแล้ว เทศบาลตำบลอ่างศิลา และชุมชนชาวอ่างศิลาได้ร่วมกันพัฒนาตลาดอ่างศิลา
   เพื่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดชลบุรี

      สะพานปลา อ่างศิลา

      เมื่อเดินทางเข้าเขตบ้านอ่างศิลา โค้งแรกที่มองเห็นทะเลนั้น ตรงเข้าไปจะเห้นสะพานปลา ที่มีเรือประมงจอดอยู่มากมาย นั่นก็คือ ตลาดอ่างศิลา
หรือสะพานปลาอ่างศิลานั่นเอง ได้เริ่มก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 2499ตามข้อเรียกร้องของชาวประมง จังหวัดชลบุรี ด้วยเหตุที่ว่าจังหวัดชลบุรีนั่นไม่มีที่จอด
เรือสาธารณะ

      สะพานปลาแห่งนี้เป้นที่พ่อค้า แม่ค้า นิยมมารับซื้อกุ้ง หอย ปู ปลา เพื่อนำไปขายต่อ นอกจากนี้ริมทะเลในบ้านอ่างศิลายังมีการเลี้ยงหอยนางรม
และหอยแมงภู่ในกระชัง นำมาขายต่อในราคาย่อมเยาว์

      สำหรับนักท่องเที่ยวที่แวะมาเยี่ยมเยือนที่ตลาดแห่งนี้ และต้องการรับประทานอาหารทะเลสดๆ ในราคาที่ไม่แพง ที่ตลาดแห่งนี้ก็มีร้านรับปิ้งอาหารทะเลให้สดๆ พร้อมน้ำจิ้มเด็ดๆ ให้อีกด้วย

      ทางรถยนต์จาก กรุงเทพฯ มาชลบุรีและเข้าอ่างศิลา ได้หลายเส้นทาง

           1.    ทางหลวงพิเศษ (Motor Way) กรุงเทพฯ – ชลบุรี – พัทยา ก่อนถึงด่านพานทอง ให้ชิดซ้าย (ทางออกจันทบุรี) รอสัญญาณไฟให้เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 344ตรงไป ก่อนที่จะเข้าถนนสุขุมวิท (ทางหลวงหมายเลข 3 )  ให้สังเกตป้ายบ้านเสม็ด -อ่างศิลา ให้เลี้ยวซ้าย ตรงไปอีก 4กิโลเมตร เมื่อเห็นห้างบิ๊กซี ให้ชิดขวา รอสัญญาณไฟและเลี้ยวขวา ตามป้ายบ้านเสม็ด-อ่างศิลา (ทางหลวงหมายเลข 3134 ) ตรงไป 5กิโลเมตร ถึง ถนน อบต.บ้านเสม็ด เมื่อเจอสามแยกไฟแดง รอสัญญาณไฟ ให้เลี้ยวซ้าย ตรงไปจะพบวัดอ่างศิลา ให้นำรถไปจอดที่วัดก็ได้ หรือ ขับตรงไปจอดที่ โรงเรียนชลราษฎรอำรุง2หรือตามโค้งถนนไปจอดที่บริเวณสะพานปลาอ่างศิลา

           2.   ใช้เส้นทางสายบางนา-ตราด ทางหลวงหมายเลข 34 เข้าสู่จังหวัดชลบุรี เข้าถนนสุขุมวิท (ทางหลวงหมายเลข 3 ) และเลี้ยวขวาเข้า ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3134 ตำบลเสม็ด – อ่างศิลา – เขาสามมุข

 

วัดใหญ่อินทาราม        ชลบุรี

   วัดใหญ่อินทาราม เดิมชื่อ “วัดหลวง” เป็นวัดสำคัญเก่าแก่คู่เมืองชลบุรี  สันนิษฐานว่าสร้างมา
   ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย ในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างชั้นครูที่งดงามมาก สมเด็จฯ
   เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์  ทรงตรัสชมว่า  “ฝีมืองามมาก  อย่าให้ซ่อมแซมเป็นอันขาด” 
   โดยเฉพะภาพจิตรกรรมฝาผนังเหนือขอบหน้าต่างเป็นภาพเทพชุมนุม  ส่วนที่ผนังสองด้านเขียน
   เรื่องทศชาติชาดก  พระเวสสันดรชาดกและยังมีพลับพลาตรีมุขสร้างด้วยไม้ประดิษฐานพระพุทธ
   รูปหล่อสำริดทรงเครื่องกษัตริย์  เรียกกันว่า “หลวงพ่อเฉย”  ถ้าเป็นไปได้ ควรไปเที่ยวชมวัดนี้ใน
   วันพระเพราะถ้าเป็นวันธรรมดาต้องติดต่อขอกุญแจโบสถ์จากเจ้าอาวาส  นอกจากนี้ยังมีพระนัวิชา
   การพานำชมและอธิบายให้ความรู้ด้วย

   อยู่กลางเมืองชลบุรี  จากถนนสุขุมวิทเลี้ยวเข้าตัวเมืองชลฯที่สี่แยกเฉลิมไทยเข้าสู่ถนนโพธิ์
   ทอง  แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเจตน์จำนงค์  วัดอยู่ทางด้านซ้ายมือก่อนถึงสี่แยกตัดกับถนนอัคร
   นิวาส (สี่แยกท่าเกวียน)  หน้าวัดมีลานจอดรถกว้างขวาง

การเดินทาง : ถ้าไม่มีรถยนต์ส่วนตัว  สามารถขึ้นรถสองแถวสายรอบเมืองชลบุรีได้

เวลาทำการ : เที่ยวชมได้ตั้งแต่เวลาประมาณ  08.00-17.00 น.

ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม

ติดต่อ : โทร. 0-3827-5844


หาดบางแสน           ชลบุรี


   เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวไทยมาช้านาน  มีถนนตัดเลียบหาดเคียงคู่ไปกับทิว
   มะพร้าวถัดเข้าไปมีร้านอาหารร้านขายของที่ระลึกและที่พักเรียงรายอยู่จำนวนมาก  นักท่องเที่ยว
   นิยมไปนั่งพักผ่อนชมทิวทัศน์ทะเลกันบนเก้าอี้ผ้าใบบนชายหาด  พร้อมมีบริการห่วงยางให้เช่า
   ว่ายน้ำมีเรือบานาน่าโบ๊ต  จักรยานให้เช่าและห้องอาบน้ำจืด ทุกวันหยุดหาดบางแสนจะคึกคัก
   ไปด้วยนักท่องเที่ยว  เนื่องจากเป็นชายหาดขนาดใหญ่ที่ใกล้กรุงเทพฯมากที่สุดจึงสามารถเดิน
   ทางแบบไปเช้า-เย็นกลับได้

    บางแสนเริ่มเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2486  จนถูกขนานนามว่า “บางแสน
   ดินแดนสุขี”  มีผู้เดินทางมาเยือนเป็นจำนวนมากจนครั้งหนึ่งบางแสนเคยทรุดโทรมผิดกับ
   ปัจจุบันที่ได้รับการดูแลจัดระเบียบอย่างดี  จึงกลายเป็นชายหาดที่สะอาดน่าเที่ยวในทุกฤดู
   กาล  โดยหาดบางแสนนี้มีความยาวต่อเนื่องกันถึง 4.5กิโลเมตร  แบ่งออกเป็น 3ส่วน  คือ  หาด
   บางแสนเป็นช่วงกลางของหาดและเป็นจุดที่นิยมลงเล่นน้ำกัน  ถัดมาคือ  แหลมแท่นเป็นช่วงเหนือสุดของหาดมีโขดหินสวยงามลงเล่นน้ำไม่ได้และส่วนสุดท้ายคือหาดวอนนภาเป็นชายหาดตอนใต้สุดบรรยากาศเงียบสงบมีหมู่บ้านประมงพื้นถิ่นเล็กๆ กระจายอยู่ห่างๆ กัน

ที่ตั้ง : อยู่ห่างจากตัวเมืองชลบุรี 14กิโลเมตร  ที่ตำบลแสนสุข  แยกขวาจากถนนสุขุมวิท   ตรงหลัก กม. 104เข้าไปอีกประมาณ 3กิโลเมตร

การเดินทาง : ถ้าไม่มีรถยนต์ส่วนตัว  สามารถขึ้นรถสองแถวได้ที่ตลาดหนองมนเข้าสู่หาดบางแสน  มีรถวิ่งตลอดวัน

เวลาทำการ :  เที่ยวชมได้ตลอดเวลา

ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม


เขาสามมุข             ชลบุรี

   เป็นจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงควบคู่กับหาดบางแสน  เป็นทั้งที่ตั้งของศาลเจ้าแม่สามมุขอัน
   ศักดิ์สิทธิ์  และเป็นจุดชมวิบนยอดเขาสูงที่มีฝูงลิงอาศัยอยู่จำนวนมาก  นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่
   ไปเล่นน้ำที่หาดบางแสน  ก่อนกลับบ้าน มักจะแวะเที่ยวที่นี่เช่นกัน อีกทั้งยังเป็นบริเวณที่มีร้าน
   อาหารทะเลอร่อยๆอยู่หลายร้าน

    ศาลเจ้าแม่สามมุข  เป็นศาลเจ้าจีนที่ตั้งอยู่ภายใต้หลืบผาหิน  บริเวณเชิงเขาสามมุขด้านทิศ
   เหนือหันหน้าออกสู่ทะเล  โดยย้ายมาจากบริเวณด้านตะวันตกของเขาสามมุข  ศาลแห่งนี้มักมีผู้
   คนแวะมากราบไหว้ขอพร  และบนบานกันอยู่เสมอ  โดยผู้ที่ได้รับผลสำเร็จตามคำขอจะแก้บน
   โดยการจุดประทัด  และซื้อสร้อยมุขมาถวายแด่รูปปั้นเจ้าแม่  นับเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยว
   ชาวจีน  ฮ่องกง  และไต้หวัน  นิยมปฏิบัติกันมาก  ชั้นบนของศาลเจ้าแม่ฯ เป็นวิหารพระพุทธรูป
   และพระโพธิสัตว์ให้สักการะ  บริเวณหน้าวิหารมีระเบียงชมวิวทะเลด้วย

จุดเด่นอีกอย่าง คือ  ฝูงลิงป่า ที่อาศัยอยู่บนเขาหินลูกนี้มาแต่เดิมพวกมันมักจะออกมาอวดโฉมเพื่อขออาหารกันอยู่ตลอดวันลิงป่าที่นี่มีจำนวนนับพันตัว และบางตัวค่อนข้างดุจึงต้องระวังด้านความปลอดภัยด้วย

ที่ตั้ง : อยู่บริเวณแหลมสามมุข  จากอ่างศิลาไปตามทางหลวงหมายเลข 3134อีกราว 3กิโลเมตร  พบป้ายบอกทางไปเขาสามมุขเลี้ยวขวาไปตาป้ายอีก 1กิโลเมตรจนถึงศาลเจ้าแม่สามมุข  หรือถ้ามาจากหาดบางแสนใช้ถนนเส้นเลียบหาดมุ่งตรงสู่แหลมแท่นจะมีป้ายบอกทางไปตลอดห่างจากหาดบางแสนราวๆ 2กิโลเมตร

การเดินทาง : เขาสามมุขไม่มีรถสองแถวผ่าน  จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลักหรือไม่ต้องเช่ารถสองแถวจากตลาดหนองมนให้ไปส่ง  แล้วรอรับกลับก็ได้

เวลาทำการ : เขาสามมุขเป็นพื้นที่สาธารณะ  จึงผ่านไปชมได้ตลอดเวลาแต่กลางคืนค่อนข้างเปลี่ยวนักท่องเที่ยวนิยมไปเยือนและกราบไหว้ศาลเจ้าแม่สามมุขในเวลากลางวันจนถึงเวลาประมาณ 18.00น.

ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม


สวนสัตว์เปิดเขาเขียว        ชลบุรี


   เป็นป่าแห่งเดียวของชลบุรีดำเนินงานโดยองค์การสวนสัตว์นักท่องเที่ยวจะได้ชมสัตว์มากถึง
   300ชนิด  ทั้งสัตว์ของไทยและจากต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นช้าง  กระทิง  วัวแดง 
   ฮิปโปโปเตมัส  ชะนี  ค่าง  ลิงลม (นางอาย)  ม้าลาย  ยีราฟ  นกกระจอกเทศ  ไฮยีน่า  เสือ 
   สิงโต  กวางดาว  ละมั่ง  แพะภูเขา  เลียงผา  หมี  นกยูง  นกกระเรียน  นกเงือก  ฯลฯ  ซึ่งสัตว์ส่วน
   ใหญ่จะอยู่ในพื้นที่กว้างขวาง มีการจัดสภาพแวดล้อมให้เป็นธรรมชาติเหมาะแก่อุปนิสัยของสัตว์
   นั้นๆและสามารถให้นักท่องเที่ยวเดินชมได้อย่างใกล้ชิดแต่ก็ยังมีบางส่วนอยู่ในกรงเพื่อกันการ
   หลบหนีและเพื่อความปลอดภัยของตัวนักท่องเที่ยวเอง

    สวนสัตว์เปิดเขา เขียวจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2517  โดยฟื้นฟูสภาพป่าเขาเขียวที่เสื่อมโทรมขึ้นมา
   ใหม่  จากนั้นได้นำสัตว์บางส่วนจากสวนสัตว์ดุสิตมาปล่อยเลี้ยงไว้ตามสภาพธรรมชาติแล้วเริ่ม
   เปิดให้คนเข้าชมเมื่อปี พ.ศ. 2521  ปัจจุบันมีเนื้อที่กว่า 5,000ไร่  นับเป็นสวนสัตว์เปิดที่มีเนื้อที่
   มากที่สุดในโลก  แบ่งออกเป็นส่วนวิจัยและศึกษาพันธุ์สัตว์ป่าหายาก   

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของที่นี่ คือ  “สวนนก”  ซึ่งสร้างขึ้นด้วยโครงเหล็กขนาดใหญ่คลุมด้วยตาข่าย  กินพื้นที่ถึง 5ไร่   ภายในมีเส้นทางเดินขึ้นไปเนินเขา  แล้ววนกลับลงมา  ที่นี่มีนกหลายชนิดส่งเสียงร้องและบินไปมาอยู่ทั่วสวน  อาทิ  นกฟลามิงโก้  นกเขียวคราม  นกกางเขนดง  นกแต้วแล้ว  นกขมิ้น  ไก่ฟ้า  เป็ดก่า  และอื่นๆ  นอกจากนี้ทุกวันยังมีการจัดกิจกรรมชมสัตว์ในเวลากลางคืนNight Safari)  แก่บุคคลทั่วไปอีกด้วย

ที่ตั้ง : บริเวณเชิงเขาเขียว  ห่างจากตัวเมืองศรีราชาเข้าไป 25กิโลเมตร

การเดินทาง :

-รถยนต์ส่วนตัว จาก ถนนสุขุมวิทบริเวณตลาดบางพระ  เดินทางไปตามป้ายบอกทางสวนสัตว์เปิดเขาเขียว  ที่มีอยู่อย่างชัดเจนเป็นระยะๆ  ถนนจะลัดเลาะไปตามขอบอ่างเก็บน้ำบางพระ  ผ่านสนามกอล์ฟบางพระ  ขึ้นสะพานข้ามทางหลวงหมายเลข 7 (กรุงเทพฯ-พัทยา)  จากนั้นตรงต่อไปอีก 7กิโลเมตร  จนถึงปากทางเข้าสวนสัตว์ฯ  สามารถขับรถวนภายในสวนสัตว์  และจอดแวะชมตามจุดต่างๆได้โดยสะดวก

-รถสองแถว  คิวอยู่ในถนนไปอ่างเก็บน้ำบางพระ  ตรงข้ามศาลเจ้า  จะรอให้คนเต็มหรือจะเหมาไปก็ได้

เวลาทำการ : 08.00-18.00น.  ส่วนบริการ Night Safari มี 2รอบ  คือเวลา 19.00น. และ 20.00น.

ค่าเข้าชม : ชาวไทย  ผู้ใหญ่ 100บาท  เด็ก 50บาท  ชาวต่างชาติ  300บาท

ติดต่อ : โทร. 0-3829-8270, 0-3829-8195  โทรสาร. 0-3829-8272


พัทยา    ชลบุรี

   เป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศและเป็นที่รู้จักกันไปทั่ว
   โลก  โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางน้ำ  จุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวเริ่มจากทหาร
   อเมริกันได้แวะขึ้นฝั่ง  แล้วเช่าบ้านพักตากอากาศที่พัทยาเป็นประจำทุกสัปดาห์ต่อมาพัทยาจึง
   ได้พัฒนาขึ้นจากหมู่บ้านชายทะเลอันเงียบสงบกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตากอากาศระดับ
   นานาชาติดังที่ปรากฏในปัจจุบัน

    หาดพัทยา  เป็นหาดทรายที่มีความยาวต่อเนื่องประมาณ 3 กิโลเมตรเศษ  โดยแบ่งเป็นพัทยา
   เหนือ  พัทยากลาง  และพัทยาใต้  โดยที่หาดพัทยาใต้นั้นถือเป็นศูนย์รวมความเจริญและแสงสี
   ยามค่ำคืนมีการปิดถนนเป็น Walking Street ให้นักท่องเที่ยวเดินช็อปปิ้งได้โดยสะดวก  ส่วน
   บริเวณชายหาดก็ร่มรื่นแถวๆหาดพัทยาเหนือเป็นบริเวณที่สงบกว่าส่วนอื่น  นักท่องเที่ยวที่ต้อง
   การความเป็นส่วนตัวนิยมไปเล่นน้ำพักผ่อนหรือเล่นกีฬาทางน้ำต่างๆ  ส่วนชายหาดพัทยากลาง
   ไปถึงพัทยาใต้จะคึกคักคับคั่งกว่าเพราะเป็นย่านธุกิจ  ร้านค้า  โรงแรม  ห้างสรรพสินค้า  ร้านขายของที่ระลึก  และแหล่งบันเทิงครบวงจร

ที่ตั้ง : อยู่ห่างจากอำเภอเมืองชลบุรีประมาณ 50 กิโลเมตร  และห่างจากกรุงเทพฯ 140 กิโลเมตร  ช่วงระหว่างอำเภอบางละมุงและอำเภอสัตหีบ

การเดินทาง :

-รถยนต์ส่วนตัว  จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนสุขุมวิทเข้าสู่เมืองพัทยา  มี 3 เส้นทางหลัก  ได้แก่  สุขุมวิท-พัทยาเหนือ (หลัก กม. 144) สุขุมวิท-พัทยากลาง (หลัก กม. 145-156) และสุขุมวิท-พัทยาใต้ (หลัก กม. 147)  ทั้งสามสายจะไปพบกันที่ถนนเลียบหาดพัทยา  โดยถนนที่ใช้ท่องเที่ยวย่านเมืองพัทยา  คือ  ถนนนาเกลือ  ผ่านหาดวงอำมาตย์ปราสาทสัจธรรมถนนเลียบชายหาดเป็นวันเวย์ผ่านพัทยาเหนือ  พัทยากลาง  และพัทยาใต้  ถนนพัทยาสาย 2  จะผ่านแหล่งบันเทิง  ที่กินที่พักมากมาย  ถนนเขาพระบาทเป็นทางไปเที่ยวชมวิวบนเขาพระบาทและต่อไปยังหาดจอมเทียนได้หรือจากกรุงเทพฯใช้ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (Motorway) สายกรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา  เริ่มต้นจากด่านพระราม 9 ไปออกที่อำเภอบางละมุง  แล้วตรงสู่พัทยา  ระยะทาง 124 กิโลเมตร

-รถโดยสารประจำทาง  จากกรุงเทพฯ ขึ้นได้ที่สถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย)  และสถานีขนส่งหมอชิตใหม่  มีรถออกตลอดวัน

สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2391-2504, 0-231-9829  หรือติดต่อบริษัทรุ่งเรืองโค้ช  จำกัด โทร. 0-2271-2962

-รถไฟ  มีสายกรุงเทพฯ-พัทยา-พลูตาหลวง  ออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพง  วันละ 1 เที่ยว  เวลา 06.55 น. ถึงสถานีพัทยาเวลา 10.45 น. (รวมเวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง 40 นาที)  สถานีรถไฟพัทยาอยู่นอกเมืองพัทยาเยื้องกับทางเข้าถนนพัทยานอก  โทร. 1690, 0-2223-7010, 0-2223-7020

ติดต่อ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  ภาคกลาง  เขต 3 โทร. 0-3842-7667, 0-3842-8750


สวนเสือศรีราชา            ชลบุรี

   เป็นสถานที่จัดแสดงเสือโคร่งพันธุ์เบงกอลกว่า 200 ตัว  รวมทั้งยังมีจระเข้อีกกว่า 100,000 ตัว 
   และสัตว์อื่นๆอีกนานาชนิด  นักท่องเที่ยวจะได้ชมการอยู่ร่วมกันของเสือกับหมูและสุนัขมีการ
   แสดงจับจระเข้  การแสดงหมูวิ่งแข่ง  ราชินีแมงป่อง  ฯลฯ  สวนเสือศรีราชาจัดตั้งขึ้นบนพื้นที่กว่า
   250 ไร่ เมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2540 โดยดำเนินงานอย่างมีมาตรฐานเพื่อพัฒนาพันธุ์สัตว์ 
   อีกทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และนันทนาการ   พร้อมให้ความรู้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน

    ความโดดเด่นอีกอย่าง หนึ่งของที่นี่ คือ โชว์ละครสัตว์ “Amazing Circus” เป็นการแสดงความ
   สามารถของสัตว์  ประกอบด้วยการแสดงของเสือโคร่ง  หมี  ลิงชิมแพนซี  โจ๊กเกอร์โชว์  ชม
   ความสามารถของเสือโคร่งพันธุ์เบงกอลที่สามารถลอดบ่วงไฟเดินบนสะพานเชือกทำตามคำสั่ง
   ของครูฝึก  และอีกหลายความสามารถ  โดยโรงละครสัตว์นี้สามารถบรรจุผู้ชมได้มากถึง 1,500
   คน


ที่ตั้ง : เลขที่ 341 หมู่ 3 กม. 20  ทางหลวงสาย 7 (ชลบุรี-พัทยาสายใหม่)  ตำบลหนองขาม  อำเภอศรีราชา

การเดินทาง : อยู่ห่างจากตลาดศรีราชา (ทางไปโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา)  ไปตามทางหลวงหมายเลข 3241 ประมาณ 10 กิโลเมตร

เวลาทำการ : เปิดให้เข้าชมทุกวัน  ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.

ค่าเข้าชม : คนไทย  ผู้ใหญ่ 100 บาท  เด็ก  50 บาท  ชาวต่างชาติ  ผู้ใหญ่ 250 บาท  เด็ก 150 บาท

ติดต่อ : โทร. 0-3829-6556-8, 0-293-47841, 0-2934-6259  โทรสาร  0-3829-6559


เกาะสีชัง              ชลบุรี

   เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่มีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งของชลบุรี  เป็นที่จอดเรือสินค้านานาชาติและเป็น
   เกาะน่าท่องเที่ยวในบรรยากาศท้องถิ่น  ซึ่งสามารถแวะท่องเที่ยวในวันเดียวหรือพักค้างคืนก็ได้ 
   ชุมชนเกาะสีชังอยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะและเป็นพื้นที่ตั้งท่าเรือเทววงศ์ (ท่าล่าง)  รวมทั้ง
   ยังเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางด้วยรถสามล้อเครื่องหรือสกายแล็ปไปสู่จุดท่องเที่ยวต่างๆ บนเกาะ









จุดท่องเที่ยวสำคัญบนเกาะสีชัง  ได้แก่

ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ตั้งอยู่บนเขาคยาศิระ  ห่างจากท่าเรือเทววงศ์ไปทางด้านเหนือของเกาะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะสีชังให้ความเคารพนับถือ  ลักษณะเป็นถ้ำซึ่งดัดแปลงเป็นศาสนสถานที่ผสมผสานด้วยสถาปัตยกรรมจีนและไทย  ภายในมีศาลเจ้าพ่อเฮ่งเจีย  ศาลเจ้าแม่กวนอิม  วิหารพระสังกัจจายน์  ฯลฯ  ช่วงเทศกาลตรุษจีนจะมีผู้คนมาบวงสรวงกันอย่างเนืองแน่น  เชื่อกันว่าถ้าใครได้มาไหว้ครบ 3 ครั้งใน 3 ปี จะร่ำรวย  จากบริเวณศาลสามารถมองเห็นทิวทัศน์บ้านเรือนด้านหน้าเกาะได้อย่างชัดเจน

รอยพระพุทธบาท  อยู่บนยอดเขาเหนือศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่  จำลองขึ้นจากรอยพระพุทธบาทที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชเมื่อปี พ.ศ. 500  มีความยาวศอกเศษทำจากหินชนวน  สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงนำมาจากวัดพุทธคยา  ประเทศอินเดียแล้วอัญเชิญไปประดิษฐานไว้บนยอดเขา  นอกจากนี้ยังมีพระบรมสารีริกธาตุให้สักการบูชาอีกด้วย  จุดชมวิวยอดเขาพระพุทธบาทสามารถชมอาทิตย์อัสดงได้งดงามมาก  เพราะจะมองเห็นตัวเกาะสีชังทั้งเกาะรวมถึงเกาะขามใหญ่และทัศนียภาพทะเลโดยรอบ

ช่องเขาขาด และหาดหินกลม  ตั้งอยู่ด้านหลังเกาะ  ชาวบ้านจึงเรียกกันติดป่าว่า  “หลังเกาะ” หากนั่งเรือผ่านจะเห็นเป็นช่องเขา  ในบริเวณนี้มีสะพานสำหรับเดินชมทิวทัศน์ซึ่งมองเห็นพระอาทิตย์อัสดงได้อย่างงดงาม  นอกจากนี้ยังมีหาดหินกลมที่เต็มไปด้วยก้อนหินขนาดต่างๆมากมาย ในอดีตหาดหินกลมเคยเป็นสถานที่ตั้งพลับพลาที่ประทับชมทิวทัศน์ของรัชกาลที่ 5

 ศิลาจารึก  ตั้งอยู่ข้างสนามฟุตบอลโรงเรียนเกาะสีชัง  เป็นแผ่นหินขนาดใหญ่จารึกเรื่องการสร้างพระราชฐานบนเกาะสีชัง

เก๋งจีน  ลักษณะเป็นศาลาโบราณ  มีรูปมังกรและนกยูงประดับอยู่ตามยอด  เคยเป็นที่ประทับชั่วคราวของรัชกาลที่ 5 ครั้งพระองค์เสด็จประพาส  ปัจจุบันได้รับการบูรณะขึ้นใหม่  จนกลับคืนความงามดังเดิม

พระจุฑาธุชราชฐาน  อยู่ห่างจากท่าเรือเทววงศ์ลงมาทางใต้ของเกาะ  สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นที่ประทับฤดูร้อน  ภายในบริเวณมีภูมิทัศน์สวยงาม  ด้านหน้าเป็นชายหาดท่าวัง  ถัดขึ้นไปเป็นตึกวัฒนา  พระตำหนักทรงปั้นหยา  เรือนไม้ลวดลายขนมปังขิง  ตึกผ่องศรีหรือศาลาแปดเหลี่ยม  ตึกเขียว (เรือนมรกตสุทธิ์)  ตึกอภิรมย์  และวัดอัษฎางค์นิมิตบนยอดเขา  ซึ่งก่อสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมไทยผสมตะวันตก  ส่วนพระราชวังทำด้วยไม้สักได้รื้อไปก่อสร้างเป็นพระที่นั่งวิมานเมฆที่ กรุงเทพฯ

หาดเขาถ้ำพัง  อยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะ  เป็นชายหาดกว้าง  สะอาด  และสวยงาม  เม็ดทรายละเอียด  น้ำใสสะอาดเหมาะแก่การลงเล่นน้ำ

วัดจุฑาทิศธรรมสภารามวรวิหาร  เป็นพระอารามหลวงซึ่งรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2435  เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จฯ  เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก  ในวาระที่ประสูติ ณ เกาะสีชัง  วัดนี้ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาคยาศิระ  มีโบสถ์  หอระฆัง  พระพุทธบาทจำลอง  และพระประธานปางมารวิชัยที่งดงาม

ที่ตั้ง : อยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลอำเภอศรีราชาประมาณ 12 กิโลเมตร

การเดินทาง : เดินทางโดยเรือเมล์จากศรีราชา  ใช้เวลาประมาณ 45 นาที  โดยขึ้นเรือได้ที่ท่าเรือจรินทร์  ถนนเจิมจอมพลในอำเภอศรีราชา  มีเรือโดยสารไปเกาะสีชังทุกวัน  ระหว่างเวลา 07.00-20.00 น.  ออกทุกๆชั่วโมง  อัตราค่าโดยสาร  คนละ 20 บาท  และจากเกาะสีชังกลับเข้าฝั่งศรีราชา  มีเรือวิ่งตั้งแต่ 06.00-18.00 น. มีเรือออกทุกๆชั่วโมง  สอบถามเพิ่มเติมได้ที่เรือสีชังพาเลซ  โทร. 0-3821-6276-82  และเรือแสงประทีปบริการ  โทร. 0-3831-3687

เวลาทำการ : สามารถเที่ยวชมได้ทุกวัน

ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม


Underwater World  พัทยา       ชลบุรี

   เป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งทำให้ผู้มาเยือนเหมือนกับได้เดินทางดำดิ่งลงสู่โลกใต้ทะเล  โดยเริ่ม
   จากชายฝั่งอันเป็นหาดทรายและแก่งหิน  ลงลึกไปยังดงปะการังสีสันสดใสจนถึงท้องทะเลลึก 
   นักท่องเที่ยวจะได้เข้าชมในอุโมงค์ซึ่งสร้างเป็นทางลอดไปในอะควาเรียมขนาด ใหญ่ที่จำลอง
   สภาพแวดล้อมธรรมชาติใต้ทะเลไว้อย่างสวยงามและใกล้ชิด

    อัน เดอร์วอเตอร์  เวิลด์  พัทยา  เปิดดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2546  ในเนื้อที่
   12 ไร่  และมีสัตว์น้ำมากกว่า 4,500 ตัว  จาก 200 กว่าชนิด  โดยจัดแสดงสัตว์น้ำไว้ในอาคารได้
   อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ  มีการสร้างเป็นอุโมงค์กระจกใสที่ยาวมากกว่า 100 เมตร  นับเป็นอุโมงค์
   กระจกใสที่ยาวที่สุดของเอเชีย  มีสัตว์ทะเลหลายชนิดจัดแสดงตั้งแต่สัตว์ขนาดเล็กอย่างปลา
   การ์ตูน  ม้าน้ำ  ไปจนถึงสัตว์อย่างฉลาม  กระเบนขนาดใหญ่และนากเล็กเล็บสั้น  เป็นต้น  นอก
   จากนี้ยังมีบ่อสัมผัส (Touch Pool)  ให้นักท่องเที่ยวจุ่มมือลงไปสัมผัสสัตว์ทะเลที่มีนิสัยเป็นมิตร
   บางชนิดได้อย่างปลอดภัย  อาทิ  ปลาดาว  ฉลามกบ  ฯลฯ

ที่ตั้ง : เลขที่ 22/22  หมู่ 11 หลัก กม. 151 ริมถนนสุขุมวิท  ตำบลหนองปรือ  อำเภอบางละมุง (ช่วงจอมเทียน)

การเดินทาง : อันเดอร์วอเตอร์  เวิลด์  พัทยา  ตั้งอยู่ริมถนน  สามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก  ทั้งรถยนต์ส่วนตัว  และรถโดยสารประจำทาง

เวลาทำการ : 09.00-18.00 น.  ทุกวัน  (เปิดรับนักท่องเที่ยวชุดสุดท้าย 17.30 น.)

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 180 บาท  เด็ก  120 บาท

ติดต่อ : โทร. 0-3875-6876-9  โทรสาร  0-3875-6875


ปราสาทสัจธรรม   (Sanctuary of Truth)     ชลบุรี

   ตั้งอยู่  ณ บริเวณอ่าววงพระจันทร์  แหลมราชเวช   ตำบลนาเกลือ  ในเนื้อที่  80ไร่  งดงามด้วย 
   “สถาปัตยกรรมไม้ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก”  ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกว่า  “วังโบราณ”   บ้างก็
   เรียกตามวัสดุของตัวอาคารว่า “ปราสาทไม้”  แต่เจ้าของความคิดและผู้ดำเนินการก่อสร้างคือคุณ
   เล็ก วิริยะพันธุ์  (ผู้ก่อตั้งเมืองโบราณ  จังหวัดสมุทรปราการ)  เรียกอาคารแห่งนี้ว่า  “ปราสาท
   สัจธรรม”

    ปราสาทสัจธรรมเริ่มก่อสร้างขึ้นเมื่อปี  พ.ศ. 2524  จวบจนปัจจุบันก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ตัว
   ปราสาทสร้างด้วยไม้ทั้งหลังไม่มีโลหะหรือปูนเข้ามาปะปน ยกเว้นส่วนฐานที่เป็นคอนกรีต  มีการ
   ใช้ระบบเข้าเดือยไม้แบบไทยหรือใส่สลักไม้ตามภูมิปัญญาโบราณ  ตัวปราสาทเป็นทรงจัตุรมุข
   สูง 100เมตร  กว้าง 100เมตร  แกะสลักลวดลายอย่างวิจิตรพิสดารทั้งภายนอกและภายใน 
   กล่าวกันว่างามดั่งเทพนฤมิตสะท้อนแนวคิดนามธรรมออกมาตีแผ่เป็นรูปธรรมให้สัมผัสได้สื่อถึง
   ความสำคัญของศาสนาและปรัชญาตะวันออก

ที่ตั้ง : เลขที่ 206/2  หมู่ 5แหลมราชเวช  อ่าววงพระจันทร์  ตำบลนาเกลือ  อำเภอบางละมุง  ห่างจากพัทยาใต้ประมาณ 5กิโลเมตร

การเดินทาง : ทางเข้าอยู่บริเวณซอยนาเกลือ 12ตรงเข้าไปจนเกือบสุดซอย  มีซุ้มประตูขนาดใหญ่ของปราสาทสัจธรรมอยู่ทางขวามือ

เวลาทำการ : 08.00-17.00น.  ทุกวัน

ค่าเข้าชม :  ผู้ใหญ่  500บาท  เด็ก  250บาท

ติดต่อ : โทร. 0-3836-7815, 0-3836-7229, 0-3822-5407


สวนนงนุช  (Nong Nooch Tropical Botanical Garden)    ชลบุรี

   เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในพื้นที่กว่า 1,500ไร่  ภายในมีสวนไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด 
   เช่น  สวนกล้วยไม้  เฟิน  สับปะรดสี  สวนไม้พุ่มไม้ดัด  สวนปาล์มจากทั่วทุกมุมโลก  สวนตะบอง
   เพชรและไม้อวบน้ำ   สวนบอนไซ  สวนเฟื่องฟ้า  สวนโมก  สวนน้ำพุ   สวนหิน  สวนฝรั่ง  สวน
   ผีเสื้อ  สวนรถไฟจำลอง  สโตนเฮนจ์  ฯลฯ  พร้อมที่พักเป็นเรือนไม้สักทรงไทย  มีห้องประชุม
   สัมมนา  สวนสัตว์  และศูนย์แสดงศิลปวัฒนธรรมไทย  ประกอบด้วยการฟ้อนรำพื้นเมือง  ศิลปะ
   การต่อสู้ป้องกันตัว   กีฬาพื้นบ้านและการแสดงของช้าง

    เดิมพื้นที่สวนนงนุชเคยเป็นสวนผลไม้มาก่อน  กระทั่งปี พ.ศ. 2497  คุณพิสิทธิ์และคุณนงนุชตัน
   สัจจา ได้ซื้อที่ดินบริเวณนี้ไว้แล้วจัดเป็นสวนให้ประชาชนเข้าชม  โดยเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อ
   ปี พ.ศ. 2523ปัจจุบันนี้สวนนงนุชกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับแนวหน้าในเอเชีย ตะวันออก
   เฉียงใต้ มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเข้าเยี่ยมชมประมาณวันละ 2,000คน


ที่ตั้ง : เลขที่ 34/1หมู่ 7นาจอมเทียน  อำเภอสัตหีบ

การเดินทาง : อยู่ห่างจากปากทางเข้าพัทยาใต้ 18กิโลเมตร  โดยแยกซ้ายจากถนนสุขุมวิท  บริเวณ กม. 163เข้าไปประมาณ 3.5กิโลเมตร

เวลาทำการ : 08.00-18.00น.  ทุกวัน

ค่าเข้าชม : คนไทย  ผู้ใหญ่ 100บาท  เด็ก 50บาท   ชาวต่างชาติ 200บาท

ติดต่อ : โทร. 0-3870-9358-61, 0-3823-8158, 0-384-29321  โทรสาร 0-3823-8160

สำนักงานกรุงเทพฯ  โทร. 0-2252-1768, 0-2251-2161  โทรสาร  0-2252-9975


เกาะล้าน        ชลบุรี

   เป็นเกาะที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมานานหลายสิบปีแล้ว  เนื่องจากอยู่ใกล้กับพัทยา
   จึงเดินทางถึงกันได้โดยสะดวกตัวเกาะล้านมีความยาว 5กิโลเมตร  กว้าง 2กิโลเมตร  มีชายหาด
   ที่สวยงามหลายแห่งส่วนใหญ่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำ ดูปะการัง  เล่นกีฬาทางน้ำ 
   เช่น  เรือลากร่ม (พาราเซลลิ่ง)  เรือสกี  สกู๊ดเตอร์  โดยเฉพาะที่หาดตาแหวน  หาดทองหลาง 
   หาดนวลและหาดเทียน  ส่วนหาดแสมบรรยากาศเงียบสงบกว่าหาดอื่น  บริเวณเกาะล้านและ
   เกาะเล็กๆโดยรอบอย่างเกาะครก-เกาะสาก  เป็นแหล่งดำน้ำดูปะการัง  ทั้งแบบน้ำตื้นและน้ำลึก
   รวมทั้งยังเป็นสถานที่ฝึกเรียนดำน้ำและแหล่งตกปลาที่สำคัญ






จุดท่องเที่ยวสำคัญบนเกาะล้าน  ได้แก่

ท่าหน้าบ้าน  เป็นท่าเรือของชุมชนเกาะล้าน  ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยเรือเมล์จะไปถึง  เมื่อมองย้อนกลับไปยังฝั่งจะเห็นเมืองพัทยาและหาดจอมเทียนที่มีตึกสูงเรียง รายตลอดแนวชายฝั่ง  นับเป็นจุดชมเมืองพัทยาที่สวยงามแปลกตาไปอีกแบบหนึ่ง

หาดแสม  เป็นหาดทรายขาวเนียนละเอียดทอดยาวประมาณ 800เมตร  เป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังที่ดี  ในอดีตเคยมีการพบแร่ทองคำและเป็นที่มาของชื่อแหลมทอง  ทางหัวหาดด้านเหนือมีศาลเจ้าแม่แหลมทองที่ชาวเกาะล้านเคารพสักการะ

หาดเทียน  อยู่ด้านเหนือของแหลมทอง  ชายหาดหันหน้าตรงหัวเกาะไผ่  ตัวหาดทรายขาวยาว 500เมตร  ริมหาดมีต้นไม้ร่มรื่น  และเป็นแหล่งดำน้ำตื้นที่สวยงาม

หาดตาแหวน  เป็นหาดที่มีความสวยงาม  ทรายขาวเนียนละเอียดทอดยาว 800เมตร  น้ำใส  คึกคักด้วยนักท่องเที่ยวและเครื่องเล่นทางน้ำ  เป็นจุดหลักของกรุ๊ปทัวร์ที่มาลงเล่นน้ำและกินอาหาร  ไม่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักสงบ  ถ้าสนใจควรหาโอกาสไปเที่ยวหลัง 16.00น.  เมื่อกรุ๊ปทัวร์เดินทางกลับหมดแล้ว

หาดทองหลาง  อยู่ต่อเนื่องกับหาดตาแหวนทางด้านทิศเหนือ  โดยมีแหลมหินคั่นอยู่  แต่ทางรถยนต์ต้องเข้าคนละเส้นทางกัน  บรรยากาศของหาดนี้มักคึกคักไปด้วยกรุ๊ปทัวร์คล้ายหาดตาแหวน  แต่เบาบางกว่า  ชายหาดมีความยาวประมาณ 500เมตร

หาดสังวาล  เป็นชายหาดเล็กๆ  ยาวเพียง 150เมตร  มีหาดทรายขาวละเอียดและน้ำใส  เหนือชายหาดร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่  นับเป็นชายหาดที่เหมาะสำหรับคนรักสงบอย่างแท้จริง

หาดนวล  อยู่ในส่วนใต้สุดของเกาะล้าน  ตัวหาดยาวประมาณ 350เมตร  ทรายไม่ขาวสวยเหมือนหาดอื่นแต่เป็นจุดดำน้ำตื้นที่ดีและเป็นบริเวณที่พบแร่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะล้านเชื่อว่าเป็นเหล็กไหลชนิดหนึ่ง  นิยมนำมาทำเครื่องรางพกติดตัวเพื่อให้แคล้วคลาดจากอันตรายต่างๆ

เกาะสาก-เกาะครก  เกาะสากเป็นเกาะเล็กๆ รูปเกือกม้าอยู่ทางเหนือของเกาะล้าน  ห่างกันเพียง 600เมตร  มีหาดทรายขาวสวยยาวประมาณ 250เมตร  อยู่ด้านเหนือของเกาะสงบเงียบเป็นส่วนตัวมากต้องเหมาเรือจากเกาะล้านไป  หรือเหมาจากพัทยาราคาเท่ากับไปเกาะล้าน  มีบ้านพักเปิดบริการ  แต่ต้องโทรจองล่วงหน้าประมาณ 1สัปดาห์  นอกจากนี้ยังควรเตรียมอาหารสดและเครื่องปรุงไปด้วยส่วนเครื่องครัวที่บ้านพักมีให้

สำหรับที่เกาะครกนั้นมีหาดทรายเล็กๆไม่เหมาะสำหรับลงเล่นน้ำ  แต่นักท่องเที่ยวนิยมดำน้ำดูปะการังซึ่งอาจไม่คุ้มกับค่าเหมาเรือไป

ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งออกไปราว  7.5กิโลเมตร

การเดินทาง : นั่งเรือโดยสารประมาณ 45นาที  แต่ถ้าเป็นเรือเร็วใช้เวลาเพียง 15นาที  มีเรือโดยสารออกจากท่าพัทยาใต้ไปเกาะล้านทุกวัน  เที่ยวไป  ตั้งแต่เวลา 10.00-18.30น.  เที่ยวกลับ มี 2รอบ  เวลา 12.00น. และ 14.00น.  อัตราค่าโดยสาร  คนละ 20บาท  ที่เกาะล้านเรือจอดบริเวณท่าหน้าบ้าน  หากเดินทางต่อไปชายหาดอื่น  สามารถเช่าเรือหางยาวหรือรถรับจ้าง  นอกจากนี้ยังมีบริการเรือเร็วให้เช่าอยู่ทั่วไปตามชายหาดพัทยา  อัตราค่าเช่าประมาณ 1,500-2,000บาท  สามารถแวะเที่ยวได้หลายหาดแล้วแต่จะตกลงกัน

เวลาทำการ : ท่องเที่ยวตลอดเวลา

ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม


เขาชีจรรย์            ชลบุรี

   เป็นเขาหินปู เดิมมีการระเบิดหินนำไปใช้ในการก่อสร้างต่อมาสมเด็จพระญาณสังวรทรงเสียดาย
   ลักษณะภูมิทัศน์อันสง่างามของเขาลูกนี้  จึงมีพระดำริที่จะอนุรักษ์ไว้และได้ดำเนินการสร้างพระ
   พุทธรูปแกะสลักในลักษณะของพระพุทธฉายที่ใหญ่ที่สุด ในโลก  เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาท
   สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เนื่องในวโรกาสมหามงคลทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50ปี  ใน พ.ศ. 
   2539  โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานนามพระพุทธรูปนี้ว่า  “พระพุทธมหาวชิรอุ
   ตตโมภาสศาสดา”  แปลว่า “พระพุทธเจ้าทรงเป็นศาสดาที่รุ่งเรืองสว่างประเสริฐดุงดังมหาวชิระ”

    พระ พุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยเลียนแบบพระพุทธนวราช
   บพิตร  ศิลปะสุโขทัยผสมล้านนามีความสูง 109เมตร  หน้าตักกว้าง 70เมตร  ฐานบัวหรือบัลลังก์
   สูง 21เมตร  รวมความสูงขององค์พระและบัลลังก์ทั้งสิ้น 130เมตร  โดยเป็นการระเบิดเจาะเนื้อ
   หินให้เป็นลายเส้น  แล้วใช้โมเสกทองประดับเข้าไปตามรอยเส้น  เมื่อแสงอาทิตย์ส่องมาต้อง
   หน้าผา  จึงเกิดประกายสีทองราวกับองค์พระกำลังเปล่งประกาย  ด้านหน้าองค์พระมีลาน

อเนกประสงค์  สวนร่มรื่น  สระบัว  และสวนหิน  ในเนื้อที่ 15ไร่

ที่ตั้ง : บ้านเขาชีจรรย์   อำเภอสัตหีบ  ห่างจากวัดญาณสังวราราม  ไปประมาณ 5กิโลเมตร

การเดินทาง : จากวัดญาณสังวราราม  ไปตามทางเดียวกับวิหารเซียน  ผ่านวิหารเซียนไปตามเส้นทางหลัก  และมีป้ายบอกทางไปอีก 3กิโลเมตร  หรือจากถนนสุขุมวิท  เข้าทางแยกที่เลยแยกวัดญาณสังวรารามไปราว 500เมตร  เส้นทางจะตรงถึงเขาชีจรรย์  ระยะทางจากถนนสุขุมวิท  6กิโลเมตร

เวลาทำการ : 06.00-18.00น.  ทุกวัน

ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม


ฐานทัพเรือสัตหีบ           ชลบุรี

   เป็นบ้านของราชนาวีที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งอ่าวไทย  ถือกำเนิดขึ้นจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จ
   พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  เมื่อ พ.ศ. 2457  ครั้งประพาสเลียบชายฝั่งทะเลตะวันออก  ได้ทอดพระ
   เนตรเห็นว่าชายฝั่งบริเวณนี้มีชัยภูมิดีเยี่ยม สามารถสร้างฐานจอดเรือรบได้จวบจนปัจจุบันฐาน
   ทัพเรือสัตหีบได้พัฒนาและเปิดพื้นที่บางส่วนให้ประชาชนได้เข้ามาท่องเที่ยว  เช่น









หาดดงตาล  เป็นชายหาดโค้งยาวไปตามขอบอ่าวสัตหีบ  โดยเริ่มตั้งแต่ที่ว่าการอำเภอสัตหีบเข้าไปในกองเรือยุทธการ  ริมชายหาดเรียงรายไปด้วยต้นตาลขนาดใหญ่  ประชาชนทั่วไปนิยมมานั่งพักผ่อน  ชมอาทิตย์อันดง  และรับประทานอาหาร  นอกจากนี้เวิ้งทะเลด้านหน้าหาดยังเหมาะสำหรับการเล่นเรือใบและวินด์เซิร์ฟ  โดยผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์สมุทรกีฬา  โทร. 0-3843-2593

ท่าเทียบเรือจุกเสม็ด  เป็นท่าเรือน้ำลึกซึ่งกองทัพเรือใช้เป็นที่จอดเรือรบสำคัญๆ หลายลำ  ไม่ว่าจะเป็นเรือหลวงจักรีนฤเบศร  เรือหลวงสิมิลัน  และเรือหลวงพระพุทธยอดฟ้า  นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมและถ่ายภาพได้เฉพาะพื้นที่ที่กำหนด    คือ  บริเวณท่าเรือ     รวมถึงดาดฟ้าของเรือหลวงจักรีนฤเบศร   แต่อย่างไรก็ตาม  บางช่วงเวลาเรือเหล่านี้จะออกปฏิบัติหน้าที่  จึงควรสอบถามไปล่วงหน้าก่อน

หาดนางรำ-หาดนางรอง  อยู่ใกล้ท่าเทียบเรือจุกเสม็ด  โดยแยกจากทางหลวงหมายเลข 3เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3126ไปประมาณ 5กิโลเมตร  ถ้าตรงเข้าไปจนสุดก็จะถึงท่าเทียบเรือจุกเสม็ด  แต่ถ้าเลี้ยวซ้ายไปอีกเพียงเล็กน้อยก็จะถึงหาดนางรำ-หาดนางรอง  โดยหาดนางรำมีความยาวประมาณ 500เมตร  เนื้อทรายขาวละเอียดเนียน  ริมหาดมีป่าสนร่มรื่น  พร้อมร้าน

อาหารและบ้านพัก  หน้าหาดไม่ลึกจึงเหมาะลงเล่นน้ำหรือเล่นเรือใบ  ส่วนหาดนางรองอยู่ติดกัน  เป็นแนวหาดสั้นๆที่เงียบสงบกว่า  ริมหาดมีโขดหิน  ทรายขาว  และน้ำใสดี

เขาแหลมปู่เจ้า  ตั้งอยู่บริเวณใต้สุดของโค้งอ่าวเตยงาม  สามารถขับรถขึ้นไปได้  เพื่อสักการะศาลกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์  ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2503  ใกล้ๆกันมีกระโจมไฟชุมพรเขตรอุดมศักดิ์  ลักษณะเป็นประภาคารรูปครีบกระโดงปลา  สูง 19.50เมตร  ใช้ส่องสว่างให้เป็นจุดสังเกตแก่คนเรือในยามค่ำคืน  โดยทหารเรือต่างขนานนามให้ว่า “ดวงประทีปแห่งท้องทะเลไทย”  นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวเขาแหลมปู่เจ้า  ที่สามารถมองเห็นอ่าวสัตหีบ  อ่าวเตยงาม  เกาะพระ  เกาะเตาหม้อ  รวมถึงอ่าวไทยได้อย่างงดงาม

ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล  ตั้งอยู่ริมหาดจุกเสม็ด  ในเขตหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง เป็นศูนย์เพาะเลี้ยงและอนุบาลลูกเต่าทะเลที่ได้จากเกาะคราม  โดยนำมาอนุบาลไว้ 3-6เดือน  แล้วจึงปล่อยคืนสู่ทะเล  ศูนย์ฯนี้ประกอบด้วย 3ส่วน  คือ  อาคารนิทรรศการ  อะควาเรียม  และบ่ออนุบาลลูกเต่าทะเล  เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.00-16.30น. ทุกวัน  โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

อ่าวเตยงาม  (อ่าวนาวิกโยธิน)  เดิมชื่ออ่าวตากัน  หรืออ่าวทุ่งไก่เตี้ย  เป็นหาดทรายขาวละเอียดเนื้อเนียนตัดกับท้องทะเลสีคราม  ยาวประมาณ 2กิโลเมตร  ในอดีตริมหาดเต็มไปด้วยต้นเตยทะเล  ซึ่งยังพอพบเห็นได้ในปัจจุบัน  อ่าวเตยงามนี้ไม่ลาดเอียงมาก  น้ำไม่ลึก จึงเหมาะจะลงเล่นน้ำ  ชาวจีนเชื่อว่าอ่าวเตยงามคือ “สะดือมังกร” เพราะน้ำในอ่าวจะไหลเวียนจากแหลมปู่เจ้าเข้าสู่อ่าว  นับเป็นจุดก่อเกิดพลังธรรมชาติ  นอกจากนี้ที่นี่ยังมีอนุสรณ์สถาน  ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเรือใบข้าวอ่าวไทยจากอำเภอหัวหิน  มาถึงอ่าวเตยงาม  เมื่อวันที่ 19เมษายน  พ.ศ. 2509  เป็นระยะทางกว่า 60ไมล์ทะเล  เพียงลำพังพระองค์เดียว

พิพิธภัณฑ์นาวิกโยธิน  ตั้งอยู่ที่อ่าวเตยงาม  เป็นอาคารชั้นเดียวใช้จัดแสดงประวัติความเป็นมาของราชนาวีไทย  ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  เปิดให้เข้าชมทุกวัน  ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00น.  และ 13.00-16.00น.  โดยไม่เสียค่าเข้าชม  ภายในอาคารแบ่งเป็น 6ห้องจัดแสดง  และมีส่วนกลางแจ้งด้วย

หาดทรายแก้ว  ตั้งอยู่ภายในเขตโรงเรียนชุมพลทหารเรือ  เป็นหาดทรายที่สวยที่สุดช่วงหนึ่งของสัตหีบ  เพรามีเนื้อทรายขวาวสะอาดเนื้อเนียนทอดยาวกว่า 1กิโลเมตร  อีกทั้งน้ำทะเลมีสีครามสดใส  ริมหาดมีบ้านพัก  ร้านอาหาร  นวดแผนไทย  และกิจกรรมทางน้ำหลากหลาย

ที่ตั้ง : เขตอำเภอสัตหีบ

การเดินทาง : จาก อำเภอเมืองชลบุรี  ใช้ทางหลวงหมายเลข 3ประมาณ 86กิโลเมตร  จนถึงตัวอำเภอสัตหีบ  จากนั้นวิ่งเข้าถนนเส้นเลียบหาด  จนเข้าสู่เขตทหารเรือ

เวลาทำการ : ถ้าเป็นอาคารจัดแสดงหรือพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ส่วนใหญ่เปิดเวลา 08.00-16.30น.  แต่ถ้าเป็นแหล่งท่องเที่ยวพวกหาดทรายชายทะเล  ก็มักเปิดให้ท่องเที่ยวตลอดเวลา  แต่ต้องแลกบัตรผ่านที่ป้อมยามก่อน

ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม

ติดต่อ : ศูนย์ ประสานงานการท่องเที่ยวกองทัพเรือในพื้นที่อำเภอสัตหีบ  แผนกกิจการพลเรือน  กองบัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ  โทร. 0-3843-7112 ต่อ 71060, 71061  หรือติดต่อที่กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ  กรุงเทพฯ  โทร. 0-2375-4720, 0-2475-4481


วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร            ชลบุรี

   เป็นพระอารามหลวงที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2519เพื่อถวายสมเด็จพระญาณสังวรฯ  สมเด็จพระ
   สังฆราชและต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภก  บริเวณทางเข้าวัดมี
   ศาลานานาชาติซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมประจำชาติของประเทศต่างๆ  ตั้งอยู่เรียงรายริมสระน้ำ 
   ภายในบริเวณวัดมีมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง  พระเจดีย์ใหญ่บรรจุพระบรม
   สารีริกธาตุของพระสัมมาสุมพุทธเจ้าและพระธาตุของพระอรหันต์สาวก  วิหารพระญาณเรศร์  วิหาร
   พระศรีอริยเมตไตรย  พระพุทธไพรีพินาศ  ฯลฯ  และด้วยสภาพภูมิศาสตร์ที่ตัววัดตั้งอยู่บนเนินเขา
   สูง  จึงสามารถมองออกไปเห็นทัศนียภาพของเขตวัดจรดเมืองพัทยาได้กว้างไกลสุดสายตา






ที่ตั้ง : อยู่ริมอ่างเก็บน้ำบ้านอำเภอ  อำเภอสัตหีบ  ห่างจากหาดจอมเทียนประมาณ 15กิโลเมตร

การเดินทาง : จาก หาดจอมเทียนหรือพัทยาไปตามถนนสุขุมวิท  มุ่งหน้าอำเภอสัตหีบ  ผ่านชุมชนบ้านอำเภอไปเล็กน้อย  สังเกตหลัก กม. 160เลยไปอีกราว 500เมตร  เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายบอกทางไปวัดญาณฯ อีก 5กิโลเมตร

เวลาทำการ : ประมาณ 06.00-18.00น.  ทุกวัน

ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม

ติดต่อ : โทร. 0-3823-7506


สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล  มหาวิทยาลัยบูรพา             ชลบุรี

   เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีชื่อเสียงมานานหลายสิบปีแล้ว  โดยเฉพาะมีตู้กระจกขนาดใหญ่ที่เรียก
   ว่าอะควาเรียมเลี้ยงปลาทะเลและสิ่งมีชีวิตหลากชนิดหลากสีไว้ให้ชม    สถาบันแห่งนี้มีเนื้อที่
   ราว 30ไร่  ภายในแบ่งออกเป็น 3ส่วน คือ  พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล   สถานเลี้ยงสัตว์น้ำ
   เค็มไว้จัดแสดงและห้องปฏิบัติการวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเล(ส่วนนี้ไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้า
   ชม)

    อะควาเรียมหรือตู้กระจก แสดงสัตว์น้ำของที่นี่อยู่บริเวณชั้นล่างของอาคาร  โดยมีเส้นทางเป็น
   วงรอบไม่ย้อนกลับทางเดิมจัดไว้ให้ชม  ปัจจุบันมีตู้กระจกอยู่มากถึง 43ตู้  ตั้งแต่ตู้ขนาดเล็ก
   บรรจุน้ำ 500ลิตร  ไปถึงขนาดมหึมาบรรจุน้ำ 2แสนลิตร  โดยจัดแสดงเริ่มตั้งแต่สัตว์ชายฝั่งทะเล
   ไปจนถึงสิ่งมีชีวิตในแนวปะการังและเขตทะเลลึก  อาทิ  เต่าทะเล  ฉลาม  ปลาการ์ตูน  ดอกไม้
   ทะเล  ปลานกแก้ว  ปลาผีเสื้อ  ปลากะรัง  ปลาข้างเหลือง  ม้าน้ำ  ปลาสิงโต  ปลาปักเป้า  ปลา
   ไหลทะเล  กุ้งพยาบาล  ปูชนิดต่างๆ  ปลาดาว  กระเบน  หอยเม่น  ฯลฯ  นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับการมาเป็นครอบครัวเพื่อร่วมกันเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ

 ปัจจุบันด้านหลังสถาบันวิทยา ศาสตร์ทางทะเล  กำลังมีการจัดสร้างอาคาร “โครงการโลกใต้ทะเล”  โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด  คาดว่าจะเปิดให้เข้าชมได้ในปลายปี พ.ศ. 2522นี้  และน่าจะกลายเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศของโลกใต้ทะเลที่สำคัญอีก แห่งหนึ่งของไทยในอนาคต

ที่ตั้ง : เลข ที่  169  ถนนลงหาดบางแสน  ตำบลแสนสุข  อำเภอเมืองชลบุรี  ตั้งอยู่ด้านหน้าทางเข้าของมหาวิทยาลัยบูรพา  ก่อนถึงหาดบางแสน 1กิโลเมตร  และห่างจากตัวเมืองชลบุรีประมาณ 12กิโลเมตร

การเดินทาง : ผู้ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว  สามารถขึ้นรถประจำทางสายชลบุรี-บางแสน-หนองมน  จากนั้นลงต่อรถสองแถวเข้าหาดบางแสน  แล้วลงที่ด้านหน้าของมหาวิทยาลัยบูรพา

เวลาทำการ : เปิด ให้เข้าชมทุกวัน  ตั้งแต่เวลา  08.30-16.00น. ปิดเพียงวันเดียวคือวันจันทร์  ส่วนวันหยุดราชการเปิดถึง 17.00น.  สาธิตดำน้ำให้อาหารปลามีรอบเวลา 14.30น.  วันหยุดเพิ่มรอบ 10.30น.

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 20บาท  เด็ก  10บาท  นักเรียนและนักศึกษาในเครื่องแบบ 5บาท

ติดต่อ : โทร. 0-3839-1671-3 


เมืองจำลองสยาม   (Mini  Siam)           ชลบุรี

   เริ่มต้นโครงการด้วยการค้นคว้าข้อมูลตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2529  ปัจจุบัน
   เป็นสถานที่จำลองปูชนียสถานและโบราณสถานที่สำคัญของทั้งไทยและต่าง ประเทศ  ด้วย
   อัตราส่วนย่อ  1ต่อ 25  โดยแบ่งเป็นเมืองจำลองสยามและเมืองจำลองยุโรป  ภายในพื้นที่ขนาด
   29ไร่  เช่น วัดพระศรีรัตนศาสดาราม  วัดมหาธาตุสุโขทัย  อุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา 
   อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย  อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ  สะพานข้ามแม่น้ำแคว  สะพานพระราม 9  ปราสาท
   หินพิมาย  วัดอรุณราชวราราม  สะพานทาวเวอร์บริดจ์  ดิโอเปร่าเฮาส์  หอไอเฟล  หอเอนปิซ่า 
   และเทพีเสรีภาพ  เป็นต้น  มาเที่ยวที่นี่เพียงแห่งเดียว  จึงเหมือนกับได้เดินทางทั่วไทยและทั่ว
   โลกภายในวันเดียว





ที่ตั้ง : ริมถนนสุขุมวิท  หลัก กม. 143  อำเภอบางละมุง  ถ้ามาจากเมืองชลบุรีจะอยู่ช่วงก่อนถึงแยกเลี้ยวเข้าพัทยาเหนือ

การเดินทาง : สามารถมาถึงได้โดยสะดวก  ทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถประจำทางสายชลบุรี-พัทยา  เนื่องจากตั้งอยู่ริมถนนใหญ่  เมื่อลงรถแล้วก็สามารถเข้าไปซื้อบัตร  แล้วเข้าสู่ส่วนจัดแสดงได้เลย

เวลาทำการ : 07.00-22.00น.  ทุกวัน  โดยในยามค่ำคืนจะมีการเปิดไฟประดับอย่างสวยงาม

ค่าเข้าชม : คนไทย  ผู้ใหญ่ 100บาท  เด็ก 50บาท  ชาวต่างชาติ  ผู้ใหญ่ 250บาท  เด็ก 120บาท

ติดต่อ : โทร. 0-3872-7333, 0-3872-7666  โทรสาร  0-3842-1555


วิหารเซียน            ชลบุรี

   วิหาร เซียน (อเนกกุศลศาลา) เป็นแหล่งรวมงานศิลปะไทย-จีนชั้นสูงที่สำคัญยิ่งของประเทศ
   ไทย  อาคารใหญ่มีรูปทรงเป็นวิหารแบบจีนสูงสามชั้น มีกลุ่มศาลาเก๋งเป็นบริวารโดยรอบ การ
   จัดวางตำแหน่งของสิ่งปลูกสร้างมีทิศทางถูกต้องตามหลักวิชาภูมิลักษณ์หรือ ฮวงจุ้ย ส่วนการ
   ประดับตกแต่งภายในอาคารเป็นไปตามคตินิยมและความเชื่อทางเทววิทยาของ ชาวจีน  จึงเป็น
   งานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างสูง

   วิหารเซียนมี ชื่อภาษาจีนว่า “ต้า ผู่ อี่”  เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2531 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระ
   บาทสมเด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวาระที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ โดย
   อาจารย์สง่า กุลกอบเกียรติ ได้รับพระบรมราชานุญาตให้ก่อสร้างวิหารเซียนขึ้นในบริเวณ
   โครงการพัฒนา พื้นที่วัดญาณสังวราราม  อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  ใช้พื้นที่ประมาณ 7 ไร่ 
   การดำเนินงานในครั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานฤกษ์ในการก่อ สร้าง และพระ
   ราชทานนามอาคารว่า “อเนกกุศลศาลา”  การก่อสร้างใช้เวลา 4 ปี 6 เดือน โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2536  มีสถานที่สำคัญ  เช่น  หอเซียนหรือหอกลางเป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อปิดทองของลื้อท่งปิง    พิพิธภัณฑ์จัดแสดงศิลปะจีนและวัตถุโบราณล้ำค่า   รวมถึงรูปสลักหินแกรนิตขนาดใหญ่จากจีนหลายสิบชิ้น  เป็นต้น

ที่ตั้ง : อยู่ใกล้วัดญาณสังวราราม  ริมอ่างเก็บน้ำบ้านอำเภอ  ห่างจากวัดญาณฯ ประมาณ 2 กิโลเมตร

การเดินทาง : ใช้เส้นทางเดียวกับที่ไปวัดญาณสังวราราม  มีทางแยกขวาริมอ่างเก็บน้ำบ้านอำเภอ  ช่วงก่อนถึงวัดญาณฯ ประมาณ 500 เมตร  เลี้ยวขวาไปตามป้ายบอกทางจะเห็นอาคารทรงจีนโดดเด่นอยู่ริมฝั่งตรงข้าม

เวลาทำการ :
08.00-17.00 น.  ทุกวัน

ค่าเข้าชม : คนละ 50 บาท


เขาพัทยา                ชลบุรี

   มีจุดชมวิวซึ่งสามารถมองเห็นเมืองพัทยาได้ทั้งหมด  อยู่ในเขตของสถานีวิทยุโทรทัศน์  สทร.
   5  พัทยา  เปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงดึก  มีนักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปชมวิวกันเป็นจำนวน
   มาก  โดยจุดสำคัญของเขาพัทยามี 2แห่งด้วยกัน  คือ

   ยอดเขาพัทยา  มีลานชมวิวกว้างและม้านั่งโดยรอบพร้อมกล้องส่องทางไกลแบบหยอดเหรียญ 
   จากจุดนี้สามารถเห็นเมืองพัทยาได้อย่างกว้างไกล   ทั้งตึกสูง  บ้านเรือนหนาแน่น  เรือท่อง
   เที่ยวที่จอดลอยลำอยู่ในอ่าวพัทยารวมทั้งเห็นเกาะล้าน บรรยากาศชวนเพลิดเพลินลมเย็นสบาย 
   ในช่วงค่ำจะเห็นแสงไฟของเมืองพัทยาสว่างไสว

   อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์  ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับลานชมวิว  เป็นประติมากรรมรูป
   หล่อเหมือนจริงสีดำสนิท  ในเครื่องแบบทหารเรือเต็มยศพลเรือเอกมีผู้คนมากราบไหว้ตลอดทั้ง
   วัน

ที่ตั้ง : ยอดเขาพัทยา  พัทยาใต้  ห่างจากย่านเมืองพัทยา 2กิโลเมตร

การเดินทาง : ไป ตามถนนพัทยาสาย 2  มุ่งหน้าทิศใต้ผ่านแยกไปหาดจอมเทียน  จากนั้นตรงต่อไปขึ้นเขาชันผ่านสวนเฉลิมพระเกียรติ  จนถึงสามแยกบนเขาที่มีป้อมตำรวจ  เลี้ยวขวาจะพบกับทางขึ้นเขาพัทยาอยู่ด้านขวา  มีถนนไปจนถึงยอดเขา  ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีวิทยุ  สทร. 5  จอดรถไว้ได้ทั้งในและนอกสถานี

เวลาทำการ : เปิดให้ท่องเที่ยวตลอดเวลา

ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม


ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและอนุรักษ์ป่าชายเลน  เพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ            ชลบุรี

   มีเนื้อที่ประมาณ 300ไร่ จัดเป็นพื้นที่ป่าชายเลนที่สมบูรณ์ที่สุดผืนสุดท้ายของจังหวัดชลบุรีที่
   หลง เหลืออยู่  โดยทางสำนักงานป่าไม้จังหวัดชลบุรีได้จัดสร้างศูนย์ฯ นี้ขึ้น  เพื่ออนุรักษ์ผืนป่า
   ให้คงอยู่พร้อมให้ความรู้ประชาชนควบคู่กันไปด้วยมีการจัดทำเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเป็น
   สะพานไม้ยาว 2,300เมตร ซึ่งจัดเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย  และมีสวนสุขภาพ
   บริเวณด้านหน้าของศูนย์ฯเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มาออกกำลังกาย

    นอกจากผู้เข้าชมจะได้พบ เห็นดงต้นโกงกางที่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น  และช่วยกำบังคลื่นลม
   ทะเลได้เป็นอย่างดีแล้วเรือนรากโกงกางเหล่านี้ยังกลายเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำอีกทั้งช่วยดัก
   ให้สารอินทรีย์ในน้ำตกตะกอนได้อีกด้วย  ถ้าสังเกตให้ดีจะพบหอย  ลูกปลา  ปลาตีน  ปูก้ามดาบ 
   กุ้ง  นกกินเปี้ยว  รวมถึงปูพันธุ์ใหม่ชื่อ “หยกฟ้า”  และมีนกยางบินวนเวียนมาดักซุ่มจับปลากินเป็น
   อาหารด้วย


ที่ตั้ง : หมู่ 3ตำบลเสม็ด  อำเภอเมืองชลบุรี  ถนนเลียบป่าชายเลน

การเดินทาง : จากถนนสุขุมวิท  เลี้ยวขวาที่แยกคีรี  จนถึงถนนเลียบป่าชายเลนแล้วเลี้ยวซ้าย  ศูนย์ฯ อยู่ตรงข้ามกับสำนักงานป่าไม้จังหวัดชลบุรี

เวลาทำการ : 08.30-18.30น.  ทุกวัน  ไม่เว้นวันหยุดราชการ

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 10บาท  เด็ก 5บาท  ถ้ามาเป็นหมู่คณะใหญ่ตั้งแต่ 50คนขึ้นไป  ผู้ใหญ่ราคา 5บาท  เด็กราคา 3บาท  ถ้าต้องการวิทยากรนำชมเพื่อให้ความรู้  คิดค่าวิทยากรชั่วโมงละ 100บาท

ติดต่อ : โทร. 0-3839-8268-9 (ในวันและเวลาราชการ), 08-1713-9683

 

การเดินทางไปชลบุรี



ทางรถยนต์

จากกรุงเทพ ฯ สามารถเดินทางไปจังหวัดชลบุรีได้หลายเส้นทาง คือ

1. ใช้เส้นทางสายบางนา-ตราด (ทางหลวงหมายเลข 34) เข้าสู่จังหวัดชลบุรี

2. ใช้เส้นทางสายกรุงเทพฯ-มีนบุรี (ทางหลวงหมายเลข 304) ผ่านจังหวัดฉะเชิงเทรา-บางปะกง เข้าสู่จังหวัดชลบุรี

3. ใช้เส้นทางสายเก่า ถนนสุขุมวิท (ทางหลวงหมายเลข 3) ผ่านจังหวัดสมุทรปราการ ไปจนถึงแยกอำเภอบางปะกง และให้แยกเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 34 ไปจนถึงจังหวัดชลบุรี

4. ใช้เส้นมอเตอร์เวย์ (ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7) กรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา

รถโดยสารประจำทาง

                จากสถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย) มีบริการรถโดยสารปรับอากาศไปชลบุรีทุกวัน ตั้งแต่เวลา 5.30-21.00 น. รถออกทุก 40 นาที โทร. 0 2391-9829 รถโดยสารปรับอากาศชั้น 2 มีบริการระหว่างเวลา 5.00–21.00 น. ออกทุก 30 นาที โทร. 0 2391–2504 รถโดยสารธรรมดามีบริการตั้งแต่เวลา 5.00-21.00 น. ออกทุก 30 นาที โทร. 0 2391-2504 หรือจะขึ้นรถที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 ก็ได้ มีรถโดยสารปรับอากาศบริการตั้งแต่เวลา 6.30-18.30 น. โทร. 0 2936-2852-66

รถไฟ

จาก สถานีรถไฟหัวลำโพง มีบริการรถไฟไปจังหวัดชลบุรีทุกวัน ๆ ละ 1 เที่ยว ไปสิ้นสุดที่สถานีรถไฟพลูตาหลวง สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ โทร. 1690, 0 2223-4334, 0 2220-4444



หมายเลขโทรศัพท์สำคัญจังหวัดชลบุรี

 

ททท. ภาคกลาง  เขต 3  ชลบุรี                                        0-3842-7667, 0-3842-8750

ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยว  ททท.                                             1672

Call Center  พัทยา                                                         1337

สายด่วนของรัฐบาล                                                          1111

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย                                   1784

ประชาสัมพันธ์จังหวัด                                                       0-3827-9448

สำนักงานจังหวัดชลบุรี                                                    0-3827-5034

องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี                                     0-3839-8038-43

เทศบาลเมืองชลบุรี                                                         0-3828-3449, 0-3827-0070

เทศบาลเมืองพัทยา                                                         0-3837-1116

ที่ว่าการอำเภอเมือง                                                         0-3879-1721

ที่ว่าการอำเภอพานทอง                                                   0-3845-1110

ที่ว่าการอำเภอบ้านบึง                                                     0-3844-3020

ที่ว่าการอำเภอพนัสนิคม                                                   0-3846-1122

ที่ว่าการอำเภอเกาะสีชัง                                                   0-3821-6201

ที่ว่าการอำเภอศรีราชา                                                       0-3831-1020

ที่ว่าการอำเภอบางละมุง                                                     0-3822-2050

ที่ว่าการอำเภอสัตหีบ                                                         0-3843-7508

ที่ว่าการอำเภอหนองใหญ่                                                   0-3821-9383

ที่ว่าการอำเภอบ่อทอง                                                       0-3821-1234

ที่ว่าการกิ่งอำเภอเกาะจันทร์                                                0-3820-9111

 

@ ค้นหาที่พัก รีสอร์ท โรงแรม และร้านอาหาร ทั่วประเทศที่  http://www.resortdd.com/


      23 พ.ค. 2556   เวลา :    13:59   จำนวนผู้อ่าน :    9441   

 
ร้านอาหารแนะนำ